ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่ ✦
วัฒนธรรม TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
การเมือง นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ ✦
เศรษฐกิจ เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ✦
ทั่วไป ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569 ✦
ทั่วไป 7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi ✦
ความปลอดภัย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026 ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
การเมือง

คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

คณะผู้แทนหลายสิบคนเดินออกจากห้องประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กำลังกล่าวปกป้องปฏิบัติการทางทหารของประเทศในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ณ กรุงนิวยอร์ก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งเน้นไปที่การปกป้องปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในภูมิภาค คณะผู้แทนจำนวนมากได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ตามรายงานจาก Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่ผันผวนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการประท้วงดังกล่าวที่ UN จะเป็นเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระดับโลกที่ฝังรากลึก ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในท้องถิ่นหรือการตระหนักถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในศูนย์กลางระหว่างประเทศที่สำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่น เนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองขนาดใหญ่อาจขัดขวางการขนส่งสาธารณะหรือนำไปสู่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเมืองใหญ่ได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความขัดแย้งทางการทูตนี้จะส่งผลต่อมติของ UN ในอนาคตหรือความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิสราเอลและประเทศที่คณะผู้แทนได้เดินออกไปอย่างไร ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อบุคคลทั่วไป แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:30 UTC

วัฒนธรรม

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ได้รับการยืนยัน
TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ภายหลังช่วงเวลาไว้ทุกข์ครบ 100 วัน

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเริ่มเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ของพระองค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพระราชพิธีบำเพ็ญกุศล ผู้มาเยือนควรทราบว่าพิธีดังกล่าวเป็นวาระอันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย แม้ว่าตารางการเป็นเจ้าภาพของภาคเอกชนจะมีการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ อาจสังเกตเห็นกิจกรรมหรือการจัดเตรียมสถานที่อย่างเป็นทางการใกล้กับพื้นที่พระราชพิธีสำคัญ

เนื่องจากเป็นพิธีทางศาสนาที่เป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเฉพาะของ TOA หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้เคียงนั้น ขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้สำรวมกิริยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าการที่นักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ตรวจสอบนักการเมืองระดับสูงรายหนึ่ง กรณีการรับนาฬิกาที่ได้รับมอบจากนายกรัฐมนตรี

แม้ว่าสิ่งของดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท แต่นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าของขวัญชิ้นนี้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ โดยเขาระบุว่าแม้จะมีมูลค่าทางการเงินต่ำ แต่การรับของขวัญดังกล่าวอาจส่งผลต่อความเป็นกลางของนักการเมืองหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้ นักเคลื่อนไหวรายนี้ยืนยันว่าการกระทำใดๆ ที่บั่นทอนความซื่อสัตย์สุจริตของหน้าที่ทางการเมืองหรือการบริหารงานถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ตามมาตรฐานจริยธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบจริยธรรมทางการเมืองและความโปร่งใสในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น และเป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะรับคำร้องเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือของขวัญดังกล่าวจะถูกตัดสินว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:05 UTC

เศรษฐกิจ

เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

เมืองไทยประกันภัย นำโดย นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CARRO เพื่อให้บริการที่ครบวงจรสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของซีอีโอ นวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ CARRO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายรถยนต์ระดับภูมิภาค ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการบริการที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ครอบครองหรือกำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการบูรณาการโซลูชันด้านประกันภัยเข้ากับการบำรุงรักษารถยนต์และบริการตลาดรถยนต์มือสอง โดยการรวมความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยของเมืองไทยประกันภัยเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลของ CARRO ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะปรับปรุงประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยแก้ไขข้อกังวลทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าและราคาขายต่อในตลาดท้องถิ่น

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในรูปแบบการบริการที่ครบวงจร แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแพ็กเกจประกันภัย ขอบเขตของการสนับสนุนทางเทคนิค และกำหนดการเปิดตัวบริการแบบบูรณาการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้งเมืองไทยประกันภัยและ CARRO เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอการบริการใหม่เหล่านี้จะสามารถนำไปใช้กับรุ่นรถยนต์และความต้องการด้านประกันภัยของตนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ทั่วไป

ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

สลากกินแบ่งรัฐบาล สปป.ลาว หรือ 'หวยพัฒนา' ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับงวดวันที่ 25 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ได้ดำเนินการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'หวยพัฒนา' ประจำงวดวันที่ 25 กันยายน 2569 อย่างเป็นทางการ

ผลรางวัลครอบคลุมระดับรางวัลต่างๆ รวมถึงเลข 6 ตัว, 5 ตัว, 4 ตัว, 3 ตัว และ 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการออกรางวัลในรูปแบบหวยพัฒนา 5/45 ซึ่งมีการสุ่มเลือกตัวเลขจำนวน 5 หมายเลข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ผลรางวัลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการออกรางวัลอย่างเป็นทางการล่าสุดภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสลากของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจในความถูกต้อง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ตัวเลขรางวัลที่ระบุในแหล่งข้อมูลต้นฉบับนั้นเป็นเพียงตัวเลขสมมติ (XXXXXX) ดังนั้น ผู้ที่ต้องการยืนยันผลรางวัลที่ถูกต้องควรตรวจสอบผ่านพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของกระทรวงการเงิน สปป.ลาว หรือจุดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับงวดนี้ ทั้งนี้ SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการเงินหรือการพนัน และขอสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ทั่วไป

7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

แหล่งข่าวเดียว
7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวสินค้าชุดใหม่ในธีม Monchhichi พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโปรแกรม ALL member

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวคอลเลกชันสินค้าพรีเมียมชุดใหม่ที่มีตัวละครยอดนิยมอย่าง Monchhichi แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อดึงดูดนักสะสมและแฟนคลับของแบรนด์ตุ๊กตาชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โปรโมชันนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้บริการร้าน 7-Eleven เป็นประจำ แคมเปญนี้มาพร้อมกับสิทธิพิเศษและแรงจูงใจที่ผูกกับโปรแกรมสมาชิก 'ALL member' โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโปรโมชันเพื่อรับสินค้าลิมิเต็ดอิดิชันเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นที่ต้องการในฐานะของที่ระลึกหรือของสะสม

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงการมีอยู่ของสินค้าใหม่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการแลกรับ ระยะเวลาของโปรโมชัน และรายการสินค้าทั้งหมดในคอลเลกชันนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางร้านค้าอีกครั้ง ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้าน 7-Eleven สาขาใกล้บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชัน ALL member เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการได้รับสินค้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับโปรโมชันค้าปลีกทั่วไปในประเทศไทย สินค้าอาจมีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยปกติสินค้าจะจำหน่ายจนกว่าของจะหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ความปลอดภัย

สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

สส.พรรคภูมิใจไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทย ได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่ มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้

สส.ท่านดังกล่าวระบุว่าการแจกจ่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนจะได้รับการสนับสนุนในช่วงฤดูมรสุม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงมีอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และสภาพอากาศตามฤดูกาลของพื้นที่ แม้ว่าการแจกจ่ายวัสดุจะเป็นมาตรการเชิงรุก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ในจังหวัดหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระดับน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการแจกจ่ายนี้จะครอบคลุมเพียงใด และหน่วยงานท้องถิ่นจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับน้ำท่วมอย่างไรหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

เหตุการณ์

เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

บริษัท เจียไต๋ จำกัด เข้าร่วมงาน FARM EXPO 2026 โดยนำเสนอเมล็ดพันธุ์ ผลผลิตคุณภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรล่าสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรของไทย ได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดภายในงาน FARM EXPO 2026 โดยบริษัทได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงและผลผลิตสดใหม่ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางการเกษตรต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำฟาร์มให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาคการเกษตรของไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตจุดเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมงานสามารถสำรวจว่าความก้าวหน้าเหล่านี้มีส่วนช่วยในการกำหนดทิศทางของห่วงโซ่อุปทานอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นได้อย่างไร นิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและสาธารณชนในการมีส่วนร่วมกับแนวโน้มล่าสุดในภาคส่วนนี้

แม้ว่านิทรรศการจะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมในปัจจุบันของเจียไต๋ที่มีต่ออุตสาหกรรม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการสาธิตทั้งหมดหรือระยะเวลาของการจัดแสดงเฉพาะของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรตรวจสอบตารางเวลาอย่างเป็นทางการของ FARM EXPO 2026 เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและนิทรรศการที่จัดแสดง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

รวบชายอ้างเป็นทหารชายแดน หลอกเงินสาวและคดียาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายอ้างเป็นทหารชายแดน หลอกเงินสาวและคดียาเสพติด

ตำรวจกองปราบฯ จับกุมชายวัย 44 ปี ที่แอบอ้างเป็นทหารบนโซเชียลมีเดียเพื่อเรียกยอดไลก์และหลอกเอาเงินจากหญิงสาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายอ้างเป็นทหารชายแดน หลอกเงินสาวและคดียาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายอ้างเป็นทหารชายแดน หลอกเงินสาวและคดียาเสพติด

ตำรวจกองปราบฯ จับกุมชายวัย 44 ปี ที่แอบอ้างเป็นทหารบนโซเชียลมีเดียเพื่อเรียกยอดไลก์และหลอกเอาเงินจากหญิงสาว

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้เข้าจับกุมนายอุดม หรือวุฒิ อายุ 44 ปี ในเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหารายนี้ได้เปิดบัญชีเฟซบุ๊กแอบอ้างว่าเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดน โดยมีการโพสต์ภาพอาวุธสงครามและคลิปภารกิจทหารเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หวังเรียกยอดไลก์และหลอกขอเงินจากหญิงสาว

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับติดตัวอยู่แล้ว โดยศาลจังหวัดชลบุรีได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารออนไลน์กับบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือมีสถานะทางทหาร โดยเฉพาะเมื่อมีการร้องขอเรื่องเงิน แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลถึงกิจกรรมฉ้อโกงอื่นๆ และผู้เสียหายรายอื่นต่อไป ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะของบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น แทนการเชื่อถือจากโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ทางการไทยสั่งฟ้อง 2 นักกิจกรรม หลังร้องเรียนปมจัดซื้อเรือ อบจ.สงขลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยสั่งฟ้อง 2 นักกิจกรรม หลังร้องเรียนปมจัดซื้อเรือ อบจ.สงขลา

ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีไปยังอัยการเพื่อดำเนินคดีกับสมาชิกภาคประชาสังคมสองคนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยสั่งฟ้อง 2 นักกิจกรรม หลังร้องเรียนปมจัดซื้อเรือ อบจ.สงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยสั่งฟ้อง 2 นักกิจกรรม หลังร้องเรียนปมจัดซื้อเรือ อบจ.สงขลา

ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีไปยังอัยการเพื่อดำเนินคดีกับสมาชิกภาคประชาสังคมสองคนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ตำรวจไทยได้มีคำสั่งฟ้องตัวแทนภาคประชาสังคมสองคนอย่างเป็นทางการ โดยข้อกล่าวหาสืบเนื่องมาจากการที่พวกเขาได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา

กลุ่มผู้สนับสนุนบุคคลทั้งสอง รวมถึงอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความให้กำลังใจโดยการนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบให้ พร้อมแสดงความกังวลว่าการดำเนินการทางกฎหมายนี้อาจเป็นความพยายามในการปิดปากการตรวจสอบของภาคประชาชน ขณะนี้สำนวนคดีได้ถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนอย่างต่อเนื่องในเรื่องความรับผิดชอบต่อสาธารณะและความเสี่ยงทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคัดค้านขั้นตอนการบริหารงานของรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศไทย แม้ว่านักกิจกรรมทั้งสองจะเผชิญกับข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ แต่ข้อกฎหมายเฉพาะที่ใช้ในการดำเนินคดีและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอความชัดเจนจากกระบวนการยุติธรรม ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าอัยการจะจัดการกับคดีนี้อย่างไร เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อหรือกำหนดการนัดขึ้นศาลครั้งต่อไปในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:16 UTC

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องหาพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีในบุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องหาพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีในบุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดบุรีรัมย์กำลังเร่งติดตามตัวชายในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีภายในบ้านพัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องหาพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องหาพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีในบุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดบุรีรัมย์กำลังเร่งติดตามตัวชายในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามทำอนาจารหญิงวัย 67 ปีภายในบ้านพัก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กำลังดำเนินการสอบสวนเหตุพยายามทำอนาจารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยหญิงวัย 67 ปี ซึ่งใช้นามสมมติว่า 'เอ' ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการโดยมีผู้ใหญ่บ้านให้ความช่วยเหลือเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา

ผู้เสียหายเล่าว่าขณะที่เธออยู่บ้านเพียงลำพังในช่วงเช้า มีชายในพื้นที่ชื่อ 'เพียว' เดินเข้ามาหา จากนั้นผู้ต้องหาได้ฉุดกระชากเธอเข้าไปในห้องครัว กดตัวลง และพยายามถอดเสื้อผ้า ผู้เสียหายระบุว่าเธอได้ต่อสู้ขัดขืนอย่างสุดกำลังจนกระทั่งผู้ต้องหายอมปล่อยและหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกลที่เพื่อนบ้านอาจไม่อยู่เนื่องจากไปร่วมงานกิจกรรมในชุมชน แม้ว่าผู้เสียหายจะระบุตัวผู้ต้องหาได้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวบุคคลดังกล่าวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ปัจจุบันผู้ต้องหายังคงหลบหนี และตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่ปัจจุบันหรือประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนให้แจ้งเบาะแสหากพบเห็นกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:17 UTC

คดีความเรื่องทรัพย์สินของ 'โทน บางแค' ยังคงดำเนินต่อไป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คดีความเรื่องทรัพย์สินของ 'โทน บางแค' ยังคงดำเนินต่อไป

มีการพยายามชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาท แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คดีความเรื่องทรัพย์สินของ 'โทน บางแค' ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งข่าวเดียว
คดีความเรื่องทรัพย์สินของ 'โทน บางแค' ยังคงดำเนินต่อไป

มีการพยายามชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาท แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ตัวแทนของ 'โทน บางแค' (โทนทอง สุขแก่น) ได้นำทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม โดยทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยรถหรู นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปชำระหนี้บางส่วนให้กับ 'มาดามเก่ง' (ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์) ซึ่งมีมูลค่าหนี้รวมกว่า 300 ล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ มาดามเก่งได้ตกลงที่จะหักยอดหนี้ออก 65 ล้านบาทจากการชำระหนี้บางส่วนในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการโอนทรัพย์สินจำนวนมาก แต่คดีความทางกฎหมายต่อโทน บางแค ยังคงดำเนินต่อไป และเจ้าตัวไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองในการส่งมอบทรัพย์สินครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบข้อพิพาททางการเงินมูลค่าสูงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะในประเทศไทย แม้การส่งมอบทรัพย์สินจะเป็นก้าวหนึ่งสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สิน แต่สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ายอดหนี้รวมยังคงมีจำนวนมาก และผลสรุปสุดท้ายของคดีความทางอาญาหรือทางแพ่งยังคงต้องรอการตัดสินจากศาล ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับสถานะของหนี้ที่เหลือและความคืบหน้าของคดีความต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:17 UTC

โทน บางแค คืนทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาทในคดีชำระหนี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โทน บางแค คืนทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาทในคดีชำระหนี้

โทน บางแค ได้คืนทรัพย์สินรวมถึงที่ดิน รถหรู และกระเป๋า ให้กับ 'มาดามเก่ง' เพื่อเป็นการชำระหนี้ แม้ว่าคดีอาญายังคงดำเนินต่อไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โทน บางแค คืนทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาทในคดีชำระหนี้

แหล่งข่าวเดียว
โทน บางแค คืนทรัพย์สินมูลค่า 38 ล้านบาทในคดีชำระหนี้

โทน บางแค ได้คืนทรัพย์สินรวมถึงที่ดิน รถหรู และกระเป๋า ให้กับ 'มาดามเก่ง' เพื่อเป็นการชำระหนี้ แม้ว่าคดีอาญายังคงดำเนินต่อไป

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการคืนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาทให้กับเจ้าหนี้ที่ระบุว่าคือ 'มาดามเก่ง' โดยทรัพย์สินที่ส่งคืนประกอบด้วยที่ดิน รถยนต์หรู และกระเป๋าแบรนด์เนม

การโอนทรัพย์สินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการชำระหนี้ โดยมีรายงานว่ามาดามเก่งตกลงที่จะลดหนี้คงค้างให้กว่า 65 ล้านบาทเพื่อแลกกับทรัพย์สินดังกล่าว แม้จะมีการตกลงทางการเงินที่สำคัญนี้ แต่รายงานระบุชัดเจนว่าคดีอาญาที่ดำเนินอยู่กับโทน บางแค ยังคงมีผลและจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของข้อพิพาทหนี้สินมูลค่าสูงและธรรมชาติของการสอบสวนทางอาญาที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าจะมีการตกลงทางแพ่งแล้วก็ตาม เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการชดใช้ทางการเงินไม่ได้ทำให้ข้อหาทางอาญาสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติในระบบกฎหมายไทย เนื่องจากสถานการณ์ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อหาทางอาญาและกำหนดการของกระบวนการศาลที่จะเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:55 UTC

อินฟลูเอนเซอร์ 'เหม่ง ปากดำ' ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุในย่านอินทามระ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อินฟลูเอนเซอร์ 'เหม่ง ปากดำ' ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุในย่านอินทามระ

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวไทยถูกตำรวจควบคุมตัวในกรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะกับนักเรียนคนหนึ่ง แม้จะมีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อินฟลูเอนเซอร์ 'เหม่ง ปากดำ' ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุในย่านอินทามระ

แหล่งข่าวเดียว
อินฟลูเอนเซอร์ 'เหม่ง ปากดำ' ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุในย่านอินทามระ

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวไทยถูกตำรวจควบคุมตัวในกรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะกับนักเรียนคนหนึ่ง แม้จะมีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดียที่รู้จักกันในชื่อ 'เหม่ง ปากดำ' ในย่านอินทามระ กรุงเทพฯ การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานจากเพจเฟซบุ๊ก 'Taladlangnews' ซึ่งกล่าวหาว่าอินฟลูเอนเซอร์รายนี้พยายามชิงรถจักรยานยนต์จากนักเรียนวัย 16 ปี ตามรายงานเบื้องต้นระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้ขอยืมรถและเมื่อถูกปฏิเสธจึงได้เตะรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์รายนี้มีพฤติกรรมผิดปกติอยู่กลางถนนก่อนที่จะยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังคงต้องรอการตรวจสอบให้ชัดเจน ต่อมามีคำชี้แจงจากบุคคลที่ระบุว่าชื่อ 'เดล เมืองนนท์' อ้างว่ารายงานเบื้องต้นไม่ถูกต้อง ตามคำกล่าวนี้ รถของอินฟลูเอนเซอร์เสียและกลุ่มนักเรียนพยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่เขาเกิดอารมณ์โมโหและเหวี่ยงใส่กลุ่มนักเรียนเหล่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านอินทามระ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระยะห่างจากเหตุวุ่นวายในที่สาธารณะ แม้ว่าขณะนี้อินฟลูเอนเซอร์รายนี้จะอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจเพื่อสอบปากคำ แต่ลักษณะข้อหาที่แน่ชัดหรือความถูกต้องของรายงานที่ขัดแย้งกันนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากตำรวจ สน.สุทธิสาร ผู้ที่ติดตามเหตุการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:17 UTC

BCPG ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของ DSI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

BCPG ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของ DSI

บริษัทพลังงานหมุนเวียน BCPG ได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลังจากได้รับหนังสือขอข้อมูลอย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

BCPG ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของ DSI

แหล่งข่าวเดียว
BCPG ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของ DSI

บริษัทพลังงานหมุนเวียน BCPG ได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลังจากได้รับหนังสือขอข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 บริษัทพลังงานหมุนเวียน BCPG ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าได้รับหนังสือขอข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของประเทศไทย โดยทางบริษัทได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความพร้อมอย่างเต็มที่ในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางปกครองหรือทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้เล่นรายใหญ่ในภาคพลังงานของไทย แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับข้อมูลที่ DSI ร้องขอ แต่การตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ที่ติดตามเสถียรภาพของตลาดสาธารณูปโภคในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าประเด็นสำคัญของการตรวจสอบของ DSI คืออะไร และการขอข้อมูลนี้จะนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ BCPG ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาหรือขอบเขตของเอกสารที่ถูกร้องขอ เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่กำลังพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากบริษัทหรือ DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่ถูกต้อง SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์นี้ต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:58 UTC

รวบชายคลั่งทำลายทรัพย์สินชาวบ้านในฉะเชิงเทรา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายคลั่งทำลายทรัพย์สินชาวบ้านในฉะเชิงเทรา

ชายวัย 44 ปีถูกควบคุมตัวในจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังก่อเหตุทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านระหว่างมีอาการคลุ้มคลั่งจากปัญหาความสัมพันธ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายคลั่งทำลายทรัพย์สินชาวบ้านในฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายคลั่งทำลายทรัพย์สินชาวบ้านในฉะเชิงเทรา

ชายวัย 44 ปีถูกควบคุมตัวในจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังก่อเหตุทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านระหว่างมีอาการคลุ้มคลั่งจากปัญหาความสัมพันธ์

เมื่อเช้าวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เข้าควบคุมตัวนายณรงค์ อายุ 44 ปี หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีชายเดินทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านบริเวณถนนมรุพงษ์ หน้าวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.45 น.

นายณรงค์ให้การว่า ตนไปหาแฟนที่บ้านแต่แฟนไม่ยอมให้เข้าเนื่องจากมีคนใหม่ ทำให้ตนไม่มีที่นอนและต้องอาศัยนอนที่วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จนเกิดความโมโหและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงเดินทำลายข้าวของของชาวบ้านริมทาง โดยอ้างว่าการทำลายข้าวของยังดีกว่าการทำร้ายร่างกายคน

สำหรับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืด ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความกังวลว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักเรียนกำลังเดินทางไปโรงเรียน อาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่านี้ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งและทำลายทรัพย์สินเช่นนี้

ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนข้อหาทางกฎหมายที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และกำลังอยู่ในระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:56 UTC

9 บุคคลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีข้อพิพาทที่ดินในขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

9 บุคคลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีข้อพิพาทที่ดินในขอนแก่น

บุคคล 9 ราย รวมถึงหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้เข้าพบตำรวจขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีมาอย่างยาวนาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

9 บุคคลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีข้อพิพาทที่ดินในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
9 บุคคลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีข้อพิพาทที่ดินในขอนแก่น

บุคคล 9 ราย รวมถึงหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้เข้าพบตำรวจขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 บุคคล 9 ราย รวมถึงนางชมมณี น้อยจันทร์ (หรือ 'ป้าดา') และนางบัวไข สรสมุทร ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นตามหมายเรียกอย่างเป็นทางการ กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ให้ปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเนื่องจากเป็นการมาตามหมายเรียก ไม่ใช่การจับกุม

ตามรายงานของ Khaosod Online บุคคลเหล่านี้เผชิญกับข้อกล่าวหาต่างๆ ที่สืบเนื่องมาจากข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัดและสิทธิในการสืบทอดมรดก นางชมมณีได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับสถานะของเจ้าอาวาสและความถูกต้องของกระบวนการเกี่ยวกับที่ดิน ซึ่งเธอกล่าวว่าทายาทที่แท้จริงถูกกีดกันออกไป เธอแสดงความเชื่อมั่นว่าความจริงจะปรากฏในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางกฎหมายในท้องถิ่นที่ยืดเยื้อมานานกว่าสามทศวรรษ แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะจำกัดอยู่เพียงการสอบสวนของตำรวจ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับวัดในประเทศไทย ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและคาดว่าจะส่งสำนวนคดีให้อัยการภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวนจะดำเนินไปอย่างไร และหลักฐานที่รวบรวมได้จะนำไปสู่การสั่งฟ้องในชั้นศาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:56 UTC

นักศึกษาในมหาสารคามรอดพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 1.7 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษาในมหาสารคามรอดพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 1.7 ล้านบาท

นักศึกษามหาวิทยาลัยสองรายในจังหวัดมหาสารคามเกือบสูญเงิน 1.7 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และข่มขู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักศึกษาในมหาสารคามรอดพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 1.7 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษาในมหาสารคามรอดพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 1.7 ล้านบาท

นักศึกษามหาวิทยาลัยสองรายในจังหวัดมหาสารคามเกือบสูญเงิน 1.7 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และข่มขู่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคามจำนวน 2 ราย ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ หลังจากตกเป็นเป้าหมายของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กลุ่มมิจฉาชีพพยายามขู่กรรโชกเงินจำนวน 1.7 ล้านบาทจากผู้เสียหายโดยใช้กลยุทธ์กดดันอย่างหนัก

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีบุคคลโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทสื่อสาร โดยแจ้งว่าหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายมีปัญหา จากนั้นมิจฉาชีพได้ยกระดับการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกล่าวหาว่านักศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและค้ายาเสพติด ผู้เสียหายถูกบังคับให้วิดีโอคอลเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยมีการแสดงเอกสารราชการปลอมและสั่งห้ามไม่ให้บอกพ่อแม่ พร้อมทั้งข่มขู่ให้เรียกเงินจากครอบครัว

โชคดีที่นักศึกษาเกิดความสงสัยก่อนที่จะมีการโอนเงินและได้ปรึกษากับครอบครัว ทำให้สามารถหยุดยั้งกระบวนการได้ทันเวลา ทั้งนี้ผู้เสียหายได้มอบหลักฐานให้แก่ตำรวจแล้ว รวมถึงคลิปบันทึกเสียง ประวัติการสนทนา และเอกสารปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้ พันตำรวจเอกวิโรจน์ ภูมิเพชรฤาชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ ยืนยันว่าขณะนี้การสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังการรับสายจากบุคคลที่ไม่รู้จักที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้การข่มขู่เพื่อปิดกั้นการใช้เหตุผล ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดจากหลักฐานดิจิทัลที่ได้รับมาได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:57 UTC

iLaw เปิดหลักฐานประวัติการโทรเชื่อมโยง 'เอกราช' กับบุคคลสำคัญทางการเมืองในคดีฮั้ว สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

iLaw เปิดหลักฐานประวัติการโทรเชื่อมโยง 'เอกราช' กับบุคคลสำคัญทางการเมืองในคดีฮั้ว สว.

กลุ่มติดตามตรวจสอบทางกฎหมาย iLaw ได้เผยแพร่บันทึกประวัติการโทรที่แสดงให้เห็นถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างเอกราชกับบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคน ท่ามกลางการสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

iLaw เปิดหลักฐานประวัติการโทรเชื่อมโยง 'เอกราช' กับบุคคลสำคัญทางการเมืองในคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
iLaw เปิดหลักฐานประวัติการโทรเชื่อมโยง 'เอกราช' กับบุคคลสำคัญทางการเมืองในคดีฮั้ว สว.

กลุ่มติดตามตรวจสอบทางกฎหมาย iLaw ได้เผยแพร่บันทึกประวัติการโทรที่แสดงให้เห็นถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างเอกราชกับบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคน ท่ามกลางการสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 องค์กรติดตามตรวจสอบทางกฎหมาย iLaw ได้เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติการโทรที่ระบุว่าเป็นของเอกราช ตามรายงานของมติชนออนไลน์ บันทึกเหล่านี้บ่งชี้ถึงการติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่างเอกราชกับบุคคลสำคัญทางการเมือง 3 คน ได้แก่ สุขสมรวย, รัตนา และทรงศักดิ์

การเปิดเผยข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) การเผยแพร่บันทึกเหล่านี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก เนื่องจากชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการประสานงานในระดับสูงในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบสถาบันทางการเมืองและการเลือกตั้งของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการเปิดเผยบันทึกเหล่านี้จะเพิ่มมิติใหม่ให้กับวาทกรรมสาธารณะ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าบันทึกเหล่านี้กำลังถูกนำเสนอเป็นหลักฐานโดยกลุ่มผู้สนับสนุนเท่านั้น ผลทางกฎหมายของการโทรเหล่านี้ ความถูกต้องของบันทึก และการพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำผิดหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อบุคคลที่มีชื่อในรายงานหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ชาบัดป่าตองรื้อถอนโครงสร้างบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชาบัดป่าตองรื้อถอนโครงสร้างบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาต

ชาบัดป่าตองได้ปฏิบัติตามคำสั่งเทศบาลในการรื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบธุรกิจอื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชาบัดป่าตองรื้อถอนโครงสร้างบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งข่าวเดียว
ชาบัดป่าตองรื้อถอนโครงสร้างบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาต

ชาบัดป่าตองได้ปฏิบัติตามคำสั่งเทศบาลในการรื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบธุรกิจอื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป

ตามรายงานของ Matichon Online ศูนย์ชาบัด (Chabad House) ในป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการรื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการนี้เป็นไปตามคำสั่งอย่างเป็นทางการจากเทศบาลท้องถิ่น ซึ่งพิจารณาแล้วว่าโครงสร้างดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎระเบียบด้านการก่อสร้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการบังคับใช้มาตรฐานการแบ่งเขตและการก่อสร้างในป่าตอง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยม การรื้อถอนโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยและการวางผังเมือง ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่

แม้ว่าปัญหาเรื่องดาดฟ้าในสถานที่เฉพาะแห่งนี้จะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ทางเทศบาลได้ระบุว่ากิจกรรมการตรวจสอบยังคงดำเนินต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายการตรวจสอบไปยังธุรกิจอื่นๆ ในพื้นที่ รวมถึงร้านกาแฟในละแวกใกล้เคียง เพื่อให้แน่ใจว่าสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ทั้งหมดดำเนินกิจการโดยสอดคล้องกับกฎหมายการก่อสร้างของเทศบาลอย่างครบถ้วน

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่สำหรับธุรกิจอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยัน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจติดตามประกาศเพิ่มเติมจากเทศบาลป่าตองเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎระเบียบหรือมาตรการบังคับใช้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:56 UTC

‘ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง’ รื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าตามคำสั่งเทศบาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง’ รื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าตามคำสั่งเทศบาล

ทางการภูเก็ตเข้าตรวจสอบและสั่งให้รื้อถอนโครงสร้างส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง’ รื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าตามคำสั่งเทศบาล

แหล่งข่าวเดียว
‘ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง’ รื้อถอนส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าตามคำสั่งเทศบาล

ทางการภูเก็ตเข้าตรวจสอบและสั่งให้รื้อถอนโครงสร้างส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ "ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง" ตามข้อสั่งการให้ตรวจสอบความถูกต้องในทุกมิติ ทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และการประกอบกิจกรรมภายในสถานที่ดังกล่าว

ตามรายงานจาก Thai Post การตรวจสอบพบว่ามีการก่อสร้างส่วนต่อเติมบนดาดฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงมีคำสั่งเทศบาลให้ดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งทางสถานประกอบการได้เริ่มดำเนินการรื้อถอนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารในท้องถิ่นแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของทางการภูเก็ตในการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองและมาตรฐานการก่อสร้างสำหรับอาคารพาณิชย์และศาสนสถานในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าปัญหาเรื่องโครงสร้างบนดาดฟ้ากำลังได้รับการแก้ไข แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการตรวจสอบเพิ่มเติมหรือข้อกำหนดด้านกฎระเบียบอื่นๆ บังคับใช้กับสถานที่นี้หรือสถานประกอบการอื่นๆ ในพื้นที่ป่าตองหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ที่วางแผนจะใช้บริการศูนย์ชุมชนหรือศาสนสถานในภูเก็ตควรทราบว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังติดตามตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและการปฏิบัติตามใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:38 UTC

รองนายก อบต. ในอุทัยธานีถูกตั้งข้อหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รองนายก อบต. ในอุทัยธานีถูกตั้งข้อหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดอุทัยธานีถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวที่มีภาวะออทิสติกมาเป็นเวลานาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รองนายก อบต. ในอุทัยธานีถูกตั้งข้อหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายก อบต. ในอุทัยธานีถูกตั้งข้อหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดอุทัยธานีถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวที่มีภาวะออทิสติกมาเป็นเวลานาน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานีถูกตำรวจตั้งข้อหาหลังจากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างเป็นทางการ โดยหญิงวัย 49 ปี พร้อมด้วยบุตรสาววัย 20 ปี ซึ่งมีภาวะออทิสติก ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรลานสัก เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569

มารดาอ้างว่าการล่วงละเมิดเริ่มขึ้นตั้งแต่บุตรสาวเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในขณะนั้นผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านและได้รับการว่าจ้างจากมารดาให้ช่วยรับส่งบุตรสาวไปโรงเรียน มารดาระบุว่าเพิ่งทราบเรื่องหลังจากบุตรสาวตั้งครรภ์เมื่ออายุ 15 ปี นอกจากนี้ยังอ้างว่าก่อนหน้านี้เคยมีการตกลงชดใช้เงินจำนวน 30,000 บาทเพื่อยุติเรื่องเป็นการส่วนตัว

ผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าเป็นการสมัครใจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตั้งข้อหาและนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปขออำนาจศาลเพื่อฝากขังแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองบุคคลเปราะบางในชุมชนชนบท แม้กระบวนการทางกฎหมายจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่คดียังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตน และการตัดสินความผิดขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนและคำตัดสินของศาลยังคงต้องรอติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:37 UTC

การปรากฏตัวของลิซ่าในรายการทีวีสหรัฐฯ จุดประเด็นถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การปรากฏตัวของลิซ่าในรายการทีวีสหรัฐฯ จุดประเด็นถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย

ลิซ่า ซูเปอร์สตาร์ชาวไทย เผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณชนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดของไทย หลังจากร่วมรายการทอล์กโชว์ในสหรัฐฯ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การปรากฏตัวของลิซ่าในรายการทีวีสหรัฐฯ จุดประเด็นถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
การปรากฏตัวของลิซ่าในรายการทีวีสหรัฐฯ จุดประเด็นถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย

ลิซ่า ซูเปอร์สตาร์ชาวไทย เผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณชนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดของไทย หลังจากร่วมรายการทอล์กโชว์ในสหรัฐฯ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ลลิษา 'ลิซ่า' มโนบาล ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกชาวไทย กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายหลังจากการปรากฏตัวในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon เมื่อเร็วๆ นี้ ในระหว่างรายการ ลิซ่าได้นำเสนออาหารไทยรวมถึงส้มตำ และสาธิตวิธีการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับพิธีกร

บริบททางกฎหมาย

ตามรายงานของ Khaosod English เหตุการณ์นี้ได้จุดประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ซึ่งมีข้อห้ามที่เข้มงวดเกี่ยวกับการโฆษณาและส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าการออกอากาศจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่การที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่และเป็นที่เห็นได้ในประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามว่าการนำเสนอดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกฎระเบียบภายในประเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ประเทศไทยยังคงรักษามาตรฐานที่เข้มงวดเกี่ยวกับวิธีการทำการตลาดและการแสดงภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อ แม้ว่าสถานะทางกฎหมายของการกระทำของลิซ่ายังไม่มีการยืนยัน แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเนื้อหาสื่อต่างประเทศกับกฎหมายท้องถิ่นของไทย

สถานะปัจจุบัน

ณ วันที่ 18 กันยายน 2026 ยังไม่มีการประกาศข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าทางการไทยจะออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ในบริบทของรายการบันเทิงระหว่างประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:10 UTC

กองปราบรวบหัวโจกแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายลาว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองปราบรวบหัวโจกแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายลาว

ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องหาวัย 21 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการลักรถจักรยานยนต์ที่ลักลอบส่งออกรถกว่า 100 คันไปยังประเทศลาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองปราบรวบหัวโจกแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายลาว

แหล่งข่าวเดียว
กองปราบรวบหัวโจกแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายลาว

ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องหาวัย 21 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการลักรถจักรยานยนต์ที่ลักลอบส่งออกรถกว่า 100 คันไปยังประเทศลาว

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้แถลงผลการจับกุมนายสหรัฐ อายุ 21 ปี ที่บ้านพักในจังหวัดกำแพงเพชร ตามหมายจับของศาลอาญาลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ในข้อหาเป็นหัวหน้าขบวนการลักรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้วางแผนก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมักจะขโมยรถจักรยานยนต์ครั้งละ 2 คัน การสืบสวนระบุว่าขบวนการนี้ได้ลักลอบนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาไปส่งให้กับนายทุนในประเทศลาวแล้วกว่า 100 คัน โดยแต่ละคันมีมูลค่าประมาณ 25,000 บาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในการทลายเครือข่ายการโจรกรรมยานพาหนะ แม้ว่าผู้ต้องหาหลักจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงขอบเขตทั้งหมดของขบวนการลักลอบขนส่งและผู้สมรู้ร่วมคิดที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้ามพรมแดน ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีสมาชิกคนอื่นของขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ และจะมีการจับกุมเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ต้องหายังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:17 UTC

เริ่มสอบสวนกรณีความผิดปกติในการออกสูติบัตรที่เทศบาลเมืองแกลง จ.ระยอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มสอบสวนกรณีความผิดปกติในการออกสูติบัตรที่เทศบาลเมืองแกลง จ.ระยอง

นักเคลื่อนไหว 'เต้ อาชีวะ' เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีการออกสูติบัตรย้อนหลังให้กับเด็กชาวเมียนมาที่เทศบาลตำบลเมืองแกลง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มสอบสวนกรณีความผิดปกติในการออกสูติบัตรที่เทศบาลเมืองแกลง จ.ระยอง

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มสอบสวนกรณีความผิดปกติในการออกสูติบัตรที่เทศบาลเมืองแกลง จ.ระยอง

นักเคลื่อนไหว 'เต้ อาชีวะ' เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีการออกสูติบัตรย้อนหลังให้กับเด็กชาวเมียนมาที่เทศบาลตำบลเมืองแกลง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ 'เต้ อาชีวะ' ได้เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลเมืองแกลง จังหวัดระยอง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสูติบัตรที่ออกให้กับเด็กชายชาวเมียนมา กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเด็กที่เกิดเมื่อปี 2554 ที่โรงพยาบาลแกลง โดยมีพ่อแม่ทำงานอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี

ตามรายงานจาก Khaosod Online เด็กคนดังกล่าวซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี พบความไม่ตรงกันระหว่างเอกสารการเข้าเรียนกับสูติบัตรที่ออกโดยนายทะเบียนท้องถิ่น ทางเทศบาลระบุว่าได้ดำเนินการออกเอกสารย้อนหลังให้ในปี 2568 โดยอ้างว่าเกิดจากระบบขัดข้องในช่วงเวลาดังกล่าว สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากมีคลิปเสียงของแม่เด็กที่อ้างว่าได้จ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท เพื่อให้ได้มาซึ่งสูติบัตรและบัตรประจำตัวเลข 00

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามข่าว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทางทะเบียนราษฎร์ของท้องถิ่น แม้เจ้าหน้าที่เทศบาลจะยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบในอดีต แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องหาข้อสรุป ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการจ่ายเงินจริงตามที่ระบุในคลิปเสียง หรือการออกเอกสารดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:17 UTC

รวบตัวชายก่อเหตุฆาตกรรมหญิงวัย 50 ปีในบ้านเช่า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายก่อเหตุฆาตกรรมหญิงวัย 50 ปีในบ้านเช่า

หญิงวัย 50 ปีถูกฆาตกรรมในบ้านเช่าโดยชายอาชีพชำแหละหมูในพื้นที่ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากคดีความรุนแรงในอดีต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายก่อเหตุฆาตกรรมหญิงวัย 50 ปีในบ้านเช่า

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายก่อเหตุฆาตกรรมหญิงวัย 50 ปีในบ้านเช่า

หญิงวัย 50 ปีถูกฆาตกรรมในบ้านเช่าโดยชายอาชีพชำแหละหมูในพื้นที่ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากคดีความรุนแรงในอดีต

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้จับกุมผู้ต้องสงสัยชายรายหนึ่งหลังจากก่อเหตุใช้มีดปาดคอหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตภายในบ้านเช่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีอาชีพชำแหละหมูได้ลงมือก่อเหตุหลังจากที่ผู้ตายปฏิเสธการจีบของเขา

จากการสืบสวนของตำรวจพบว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดีพยายามฆ่าภรรยาของตนเอง เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจเนื่องจากประวัติพฤติกรรมความรุนแรงของผู้ต้องสงสัยและลักษณะของการเผชิญหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุอาชญากรรมเฉพาะจุด แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวและใช้ความระมัดระวังในการปฏิสัมพันธ์ส่วนตัว ในขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับประวัติอาชญากรรมเดิมหรือไม่ หรือจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาสุดท้ายของผู้เสียชีวิตหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:16 UTC