ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

สมาชิกในครอบครัวได้นำตัวเยาวชน 3 คนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

สมาชิกในครอบครัวได้นำตัวเยาวชน 3 คนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เยาวชน 3 คนถูกญาติพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากเกิดเหตุยิงกันจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยญาติที่เกี่ยวข้องกับการมอบตัวครั้งนี้เน้นย้ำว่าจะไม่ปกป้องเยาวชนกลุ่มดังกล่าว โดยระบุว่าผู้ที่กระทำความผิดจะต้องรับผลของการกระทำของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวในที่สาธารณะ การที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการมอบตัวแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่รวดเร็วของชุมชนในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ยังคงต้องรอการยืนยัน สถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัด แรงจูงใจเบื้องหลังการเผชิญหน้า และข้อหาทางกฎหมายที่เยาวชนจะต้องเผชิญนั้นยังไม่มีการเปิดเผยโดยละเอียดจากเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากทางตำรวจ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:55 UTC

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

เจ้าหน้าที่ไทยทลายเครือข่ายสินค้าปลอมแปลงรายใหญ่ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอมจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับผู้จัดจำหน่ายจากจีน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

เจ้าหน้าที่ไทยทลายเครือข่ายสินค้าปลอมแปลงรายใหญ่ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอมจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับผู้จัดจำหน่ายจากจีน

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถยึดสินค้าปลอมแปลงที่ติดชื่อแบรนด์ดังต่างๆ ได้ประมาณ 30,000 ชิ้น

การสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานดังกล่าวมีกลุ่มนายทุนเป็นผู้สั่งการ โดยมีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้โดยตรงจากประเทศจีน สินค้าเหล่านี้ถูกนำมาวางจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าสินค้าของแท้อย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของสินค้าปลอมแปลงในห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น แม้ว่าการบุกทลายในครั้งนี้จะสามารถนำสินค้าปลอมจำนวนมากออกจากระบบได้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่สามารถรับประกันคุณภาพและความถูกต้องของสินค้าเหล่านั้นได้

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานหรือรายชื่อแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบจากการยึดสินค้าในครั้งนี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ CIB ดำเนินการสอบสวนเครือข่ายการจัดจำหน่ายและขอบเขตของการค้าผิดกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:56 UTC

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตเชิงระบบที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คนในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยพบผลสอบที่ผิดปกติถึง 5,924 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตเชิงระบบที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คนในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยพบผลสอบที่ผิดปกติถึง 5,924 ราย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาล ได้เปิดเผยถึง 'ระบบโจร' ที่ฝังรากลึกอยู่ในกระบวนการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย โดยการสอบสวนพบผู้สอบผ่านที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,924 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเพียง 'ยอดภูเขาน้ำแข็ง' เท่านั้น

หลักฐานบ่งชี้ว่าการทุจริตเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การกำหนดตำแหน่ง การร่างทีโออาร์ การจัดจ้าง การจัดสอบ การตรวจข้อสอบ ไปจนถึงการประกาศผลและการบรรจุแต่งตั้ง คณะกรรมการได้ระบุตัวผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 คนทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยอ้างอิงบรรทัดฐานจากศาลปกครองสูงสุด คณะกรรมการระบุว่าหากผลสอบเกิดจากความผิดพลาดร้ายแรง ผลสอบย่อมเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น ซึ่งเอื้อให้สามารถสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้คดีอาญาสิ้นสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความโปร่งใสของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าคณะกรรมการจะมีหน้าที่ระบุช่องโหว่และตัวการสำคัญเบื้องหลังเครือข่ายนี้ แต่คาดว่าจะมีการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ โดยผลการตรวจสอบจะถูกส่งต่อไปยังตำรวจ ป.ป.ช. และหน่วยงานป้องกันการทุจริตอื่นๆ เพื่อดำเนินการสอบสวนทางอาญา วินัย และเส้นทางการเงินต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าจะมีเจ้าหน้าที่กี่รายที่ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลจะสามารถทลายเครือข่ายนี้ได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:07 UTC

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

เจ้าหน้าที่ไทยยึดขาไก่แช่แข็งที่สำแดงเท็จว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ป้องกันความเสี่ยงต่อมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

เจ้าหน้าที่ไทยยึดขาไก่แช่แข็งที่สำแดงเท็จว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ป้องกันความเสี่ยงต่อมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรได้สกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้านบาท ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สินค้าดังกล่าวเตรียมส่งออกไปยังประเทศจีน แต่มีการสำแดงเท็จในเอกสารศุลกากรว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วง

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้เน้นย้ำถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่าหากการลักลอบขนส่งนี้ผ่านการตรวจสอบไปได้ อาจส่งผลให้ประเทศไทยถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า การสำแดงสินค้าผิดประเภทในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากสัตว์ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศและมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดของทางการไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร แม้ว่ากรณีนี้จะเป็นการฉ้อโกงในการส่งออกเชิงพาณิชย์ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบสินค้าที่ส่งออกนอกประเทศอย่างละเอียด ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพยายามลักลอบขนส่งหรือผลทางกฎหมายสำหรับผู้ส่งออกยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีการเฝ้าระวังการขนส่งสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ หรือนี่เป็นเพียงความพยายามที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบการส่งออก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีถูกสั่งพักการสอน หลังมีข้อกล่าวหายืมเงินนักศึกษาและเรียกเก็บค่าเอกสารการเรียนโดยไม่เหมาะสม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีถูกสั่งพักการสอน หลังมีข้อกล่าวหายืมเงินนักศึกษาและเรียกเก็บค่าเอกสารการเรียนโดยไม่เหมาะสม

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาจารย์ชายรายหนึ่งถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางการเงิน โดยอาจารย์คนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ายืมเงินนักศึกษาหญิงเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท โดยอ้างว่านำไปใช้จ่ายให้กับนักศึกษาชายอีกคนหนึ่ง และไม่ยอมคืนเงินจนกระทั่งเรื่องถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ผศ.ดร.กรีฑา พรมเทพ คณบดีคณะครุศาสตร์ ยืนยันว่าอธิการบดีได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วนหลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากนักศึกษา นอกจากประเด็นเรื่องการยืมเงินแล้ว คณะกรรมการยังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่อาจารย์รายนี้เรียกเก็บเงินค่าเอกสารการเรียน (ชีต) จากนักศึกษาด้วย

เพื่อเป็นการคุ้มครองนักศึกษาผู้ร้องเรียนและรักษาความโปร่งใสของกระบวนการ คณะครุศาสตร์จึงมีคำสั่งให้พักการสอนอาจารย์คนดังกล่าวในระหว่างการสอบสวน คณะกรรมการได้ดำเนินการบันทึกถ้อยคำของนักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดการสอบสวนอาจารย์ผู้ถูกร้องเรียนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาเยือน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางวินัยภายในของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา แม้ทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นแล้ว แต่ผลสรุปของการสอบสวนและรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าเอกสารโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:09 UTC

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ทางการไทยได้ออกหมายจับชายชาวเมียนมาในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เพิ่งถูกไล่ออกจากงานและกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่

รายงานระบุว่าพนักงานสอบสวนพบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องสงสัย ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการสืบสวนคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตและสถานที่เกิดเหตุยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น แต่คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากความสัมพันธ์ในการจ้างงานระหว่างผู้ต้องสงสัยและผู้เสียชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการสืบสวนคดีอาญา แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อสาธารณะในวงกว้าง แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับการสืบสวนควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงลำดับเวลาที่แน่ชัดของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การฆาตกรรมและที่อยู่ปัจจุบันของผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด SawaLife จะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมทันทีที่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:00 UTC

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

ตำรวจบางเขนจับกุมชายวัย 34 ปี ข้อหาขโมยตู้บริจาคจากวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เพื่อนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

ตำรวจบางเขนจับกุมชายวัย 34 ปี ข้อหาขโมยตู้บริจาคจากวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เพื่อนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมด

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางเขนได้แถลงผลการจับกุมนายธเนศ อายุ 34 ปี ภายในวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากการสอบสวนเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 03.05 น.

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กล้องวงจรปิดภายในอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัดสามารถบันทึกภาพชายสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีดำขณะกำลังงัดตู้บริจาค ผู้ก่อเหตุได้ขโมยเงินภายในตู้ก่อนจะปีนกำแพงวัดหลบหนีไปโดยใช้รถแท็กซี่ ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้หลังจากที่เขากลับเข้ามาในพื้นที่วัดอีกครั้งในช่วงค่ำของวันที่ 27 กรกฎาคม จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยนำเงินที่ได้ไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมดสิ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในศาสนสถานในเขตเมือง แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่จำนวนเงินที่ถูกขโมยไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมชมวัดต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในทรัพย์สินส่วนตัว เนื่องจากศาสนสถานเป็นพื้นที่เปิดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:10 UTC

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างวัย 29 ปี หลังก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติวัย 64 ปี ในจังหวัดชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างวัย 29 ปี หลังก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติวัย 64 ปี ในจังหวัดชลบุรี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยวัย 29 ปี ทราบชื่อคือนายแต๊ต ในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทยวัย 64 ปี โดยพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สภาพศพมีร่องรอยการถูกบีบคอและมีบาดแผลจากของมีคมที่แขน

จากการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม โดยมีหลักฐานการโอนเงินจำนวน 37,500 บาท จากบัญชีธนาคารของผู้เสียชีวิตผ่านแอปพลิเคชันไปยังบัญชีของผู้ต้องสงสัยในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวเมียนมาซึ่งเคยทำงานให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนจะถูกไล่ออกไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ หลังจากพบหลักฐานทางการเงินและหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจึงได้ขออนุมัติออกหมายจับ โดยมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยอาจหลบหนีไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะ แม้จะเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยสามารถข้ามพรมแดนไปได้สำเร็จหรือไม่ หรือมีผู้สมรู้ร่วมคิดรายอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุและตรวจสอบข้อมูลทางการเงินทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:16 UTC

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

อัยการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. ในข้อหาลักลอบขนชิป AI ไปยังประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นคดีทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

อัยการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. ในข้อหาลักลอบขนชิป AI ไปยังประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นคดีทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์

ตามรายงานจาก Prachachat Business ทางการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. โดยบุคคลดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหาลักลอบขนชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปยังประเทศจีน

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่พนักงานของ Nvidia ต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมายจากข้อกล่าวหาดังกล่าว คดีนี้ถูกมองว่าเป็นประเด็นระดับชาติที่สำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทในแง่ของการมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดมืดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ กรณีดังกล่าวเน้นย้ำถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการส่งออกเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การที่บริษัทระดับโลกอย่าง Nvidia เข้ามาเกี่ยวข้องบ่งชี้ว่าทางการกำลังใช้มาตรการที่เข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้าและความมั่นคงของชาติ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตที่แน่ชัดของการลักลอบขนส่งดังกล่าว และบริษัทจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบหรือมาตรการทางกฎระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคดีนี้จะส่งผลต่อกฎระเบียบทางการค้าและการกำกับดูแลองค์กรในภาคเทคโนโลยีในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC