ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ผบ.ตร. โต้ข่าวลือย้าย 'บิ๊กไมค์' ยันเจ้าตัวขออยู่จนเกษียณ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. โต้ข่าวลือย้าย 'บิ๊กไมค์' ยันเจ้าตัวขออยู่จนเกษียณ

รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 'บิ๊กต่าย' ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับการย้าย 'บิ๊กไมค์' อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าเจ้าตัวมีความประสงค์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปัจจุบันต่อไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. โต้ข่าวลือย้าย 'บิ๊กไมค์' ยันเจ้าตัวขออยู่จนเกษียณ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. โต้ข่าวลือย้าย 'บิ๊กไมค์' ยันเจ้าตัวขออยู่จนเกษียณ

รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 'บิ๊กต่าย' ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับการย้าย 'บิ๊กไมค์' อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าเจ้าตัวมีความประสงค์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปัจจุบันต่อไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 'บิ๊กต่าย' ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับการย้าย 'บิ๊กไมค์' โดยก่อนหน้านี้มีกระแสคาดการณ์ว่านายตำรวจระดับสูงรายนี้อาจถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวได้รับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการแล้ว

'บิ๊กต่าย' ชี้แจงว่าข่าวลือดังกล่าวไม่มีมูลความจริง นอกจากนี้ยังระบุว่า 'บิ๊กไมค์' ได้ทำหนังสือด่วนถึงหน่วยงานเพื่อยืนยันความประสงค์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปัจจุบันต่อไปจนกว่าจะถึงกำหนดเกษียณอายุราชการ การสื่อสารอย่างเป็นทางการนี้ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับสถานการณ์การบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยุติการคาดเดาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับเสถียรภาพของโครงสร้างการบริหารงานตำรวจในปัจจุบัน แม้ว่าเรื่องการบริหารงานภายในเช่นนี้จะไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยว แต่ก็มักถูกจับตามองในฐานะตัวบ่งชี้ถึงความต่อเนื่องขององค์กร ในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบังคับบัญชาเพิ่มเติม และทางหน่วยงานถือว่าสถานการณ์นี้ได้ข้อยุติแล้ว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำหรับการอัปเดตข้อมูลบุคลากรในอนาคต แม้ว่าการยืนยันในปัจจุบันจะบ่งชี้ว่าสถานะเดิมจะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคตอันใกล้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:55 UTC

รวบ 5 สมาชิกแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 5 สมาชิกแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย

ทางการไทยจับกุมสมาชิกแก๊งอาชญากร 5 รายที่ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวชาวอินเดียเพื่อเรียกค่าไถ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 5 สมาชิกแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 5 สมาชิกแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย

ทางการไทยจับกุมสมาชิกแก๊งอาชญากร 5 รายที่ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวชาวอินเดียเพื่อเรียกค่าไถ่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ตำรวจไทยได้จับกุมบุคคล 5 รายที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรที่มีส่วนร่วมในการลักพาตัวชาวอินเดีย โดยกลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากักขังเหยื่อเพื่อเรียกค่าไถ่ และจากการสืบสวนพบว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีหัวหน้าเป็นชาวปากีสถาน

รายงานระบุว่าสมาชิกแก๊งได้รับแรงจูงใจจากคำสัญญาว่าจะได้รับความช่วยเหลือในการจัดหาตั๋วเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแลกกับการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมครั้งนี้ การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดี ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทลายเครือข่ายที่รับผิดชอบต่อการลักพาตัวดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลและตระหนักถึงกิจกรรมทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มองค์กรอาชญากรรม แม้ว่าการจับกุมจะแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้า แต่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องยืนยันว่ามีสมาชิกแก๊งรายอื่นที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ หรือมีบุคคลอื่นที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มนี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเหยื่อหรือกำหนดการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:55 UTC

ตำรวจเร่งล่าตัว 2 วัยรุ่นปาระเบิดถล่มบ้านพักในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าตัว 2 วัยรุ่นปาระเบิดถล่มบ้านพักในไทย

เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัย 2 รายที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะขว้างระเบิดใส่บ้านพัก โดยมุ่งประเด็นไปที่หนี้สินยาเสพติด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าตัว 2 วัยรุ่นปาระเบิดถล่มบ้านพักในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าตัว 2 วัยรุ่นปาระเบิดถล่มบ้านพักในไทย

เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัย 2 รายที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะขว้างระเบิดใส่บ้านพัก โดยมุ่งประเด็นไปที่หนี้สินยาเสพติด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวบุคคล 2 ราย หลังจากเกิดเหตุปาระเบิดใส่บ้านพักส่วนบุคคล โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพผู้ก่อเหตุทั้งสองขณะขี่รถจักรยานยนต์มายังที่เกิดเหตุ ก่อนจะขว้างระเบิดเข้าไปในบริเวณบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งเน้นการสืบสวนไปที่ปมเหตุเรื่องหนี้สินยาเสพติด แม้ว่าการสืบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นความปลอดภัยในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยระมัดระวังสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีความขัดแย้งส่วนตัวหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเหตุเฉพาะจุดและไม่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงตัวตนที่แน่ชัดของผู้ต้องสงสัย และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ถูกโจมตี ตำรวจยังคงวิเคราะห์หลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเส้นทางการหลบหนีและตรวจสอบประเภทของระเบิดที่ใช้ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะมีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแรงจูงใจและสถานะของการติดตามตัวผู้กระทำผิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:55 UTC

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

สมาชิกในครอบครัวได้นำตัวเยาวชน 3 คนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ญาติพา 3 วัยรุ่นมอบตัวตำรวจหลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต

สมาชิกในครอบครัวได้นำตัวเยาวชน 3 คนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เยาวชน 3 คนถูกญาติพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากเกิดเหตุยิงกันจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยญาติที่เกี่ยวข้องกับการมอบตัวครั้งนี้เน้นย้ำว่าจะไม่ปกป้องเยาวชนกลุ่มดังกล่าว โดยระบุว่าผู้ที่กระทำความผิดจะต้องรับผลของการกระทำของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวในที่สาธารณะ การที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการมอบตัวแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่รวดเร็วของชุมชนในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ยังคงต้องรอการยืนยัน สถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัด แรงจูงใจเบื้องหลังการเผชิญหน้า และข้อหาทางกฎหมายที่เยาวชนจะต้องเผชิญนั้นยังไม่มีการเปิดเผยโดยละเอียดจากเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากทางตำรวจ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:55 UTC

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

เจ้าหน้าที่ไทยทลายเครือข่ายสินค้าปลอมแปลงรายใหญ่ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอมจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับผู้จัดจำหน่ายจากจีน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายโกดังย่านมีนบุรี ยึดสินค้าปลอมกว่า 3 หมื่นชิ้น

เจ้าหน้าที่ไทยทลายเครือข่ายสินค้าปลอมแปลงรายใหญ่ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอมจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับผู้จัดจำหน่ายจากจีน

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถยึดสินค้าปลอมแปลงที่ติดชื่อแบรนด์ดังต่างๆ ได้ประมาณ 30,000 ชิ้น

การสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานดังกล่าวมีกลุ่มนายทุนเป็นผู้สั่งการ โดยมีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้โดยตรงจากประเทศจีน สินค้าเหล่านี้ถูกนำมาวางจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าสินค้าของแท้อย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของสินค้าปลอมแปลงในห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น แม้ว่าการบุกทลายในครั้งนี้จะสามารถนำสินค้าปลอมจำนวนมากออกจากระบบได้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่สามารถรับประกันคุณภาพและความถูกต้องของสินค้าเหล่านั้นได้

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานหรือรายชื่อแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบจากการยึดสินค้าในครั้งนี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ CIB ดำเนินการสอบสวนเครือข่ายการจัดจำหน่ายและขอบเขตของการค้าผิดกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:56 UTC

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตเชิงระบบที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คนในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยพบผลสอบที่ผิดปกติถึง 5,924 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผลสอบสวนเผยการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตเชิงระบบที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คนในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยพบผลสอบที่ผิดปกติถึง 5,924 ราย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาล ได้เปิดเผยถึง 'ระบบโจร' ที่ฝังรากลึกอยู่ในกระบวนการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของไทย โดยการสอบสวนพบผู้สอบผ่านที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,924 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเพียง 'ยอดภูเขาน้ำแข็ง' เท่านั้น

หลักฐานบ่งชี้ว่าการทุจริตเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การกำหนดตำแหน่ง การร่างทีโออาร์ การจัดจ้าง การจัดสอบ การตรวจข้อสอบ ไปจนถึงการประกาศผลและการบรรจุแต่งตั้ง คณะกรรมการได้ระบุตัวผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 คนทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยอ้างอิงบรรทัดฐานจากศาลปกครองสูงสุด คณะกรรมการระบุว่าหากผลสอบเกิดจากความผิดพลาดร้ายแรง ผลสอบย่อมเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น ซึ่งเอื้อให้สามารถสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้คดีอาญาสิ้นสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความโปร่งใสของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าคณะกรรมการจะมีหน้าที่ระบุช่องโหว่และตัวการสำคัญเบื้องหลังเครือข่ายนี้ แต่คาดว่าจะมีการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ โดยผลการตรวจสอบจะถูกส่งต่อไปยังตำรวจ ป.ป.ช. และหน่วยงานป้องกันการทุจริตอื่นๆ เพื่อดำเนินการสอบสวนทางอาญา วินัย และเส้นทางการเงินต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าจะมีเจ้าหน้าที่กี่รายที่ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลจะสามารถทลายเครือข่ายนี้ได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:07 UTC

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

เจ้าหน้าที่ไทยยึดขาไก่แช่แข็งที่สำแดงเท็จว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ป้องกันความเสี่ยงต่อมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งไปจีน

เจ้าหน้าที่ไทยยึดขาไก่แช่แข็งที่สำแดงเท็จว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ป้องกันความเสี่ยงต่อมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรได้สกัดจับการลักลอบส่งออกขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้านบาท ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สินค้าดังกล่าวเตรียมส่งออกไปยังประเทศจีน แต่มีการสำแดงเท็จในเอกสารศุลกากรว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วง

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้เน้นย้ำถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่าหากการลักลอบขนส่งนี้ผ่านการตรวจสอบไปได้ อาจส่งผลให้ประเทศไทยถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า การสำแดงสินค้าผิดประเภทในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากสัตว์ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศและมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดของทางการไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร แม้ว่ากรณีนี้จะเป็นการฉ้อโกงในการส่งออกเชิงพาณิชย์ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบสินค้าที่ส่งออกนอกประเทศอย่างละเอียด ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพยายามลักลอบขนส่งหรือผลทางกฎหมายสำหรับผู้ส่งออกยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีการเฝ้าระวังการขนส่งสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ หรือนี่เป็นเพียงความพยายามที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบการส่งออก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีถูกสั่งพักการสอน หลังมีข้อกล่าวหายืมเงินนักศึกษาและเรียกเก็บค่าเอกสารการเรียนโดยไม่เหมาะสม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกสั่งพักการสอนระหว่างสอบสวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเงิน

อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีถูกสั่งพักการสอน หลังมีข้อกล่าวหายืมเงินนักศึกษาและเรียกเก็บค่าเอกสารการเรียนโดยไม่เหมาะสม

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาจารย์ชายรายหนึ่งถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางการเงิน โดยอาจารย์คนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ายืมเงินนักศึกษาหญิงเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท โดยอ้างว่านำไปใช้จ่ายให้กับนักศึกษาชายอีกคนหนึ่ง และไม่ยอมคืนเงินจนกระทั่งเรื่องถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ผศ.ดร.กรีฑา พรมเทพ คณบดีคณะครุศาสตร์ ยืนยันว่าอธิการบดีได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วนหลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากนักศึกษา นอกจากประเด็นเรื่องการยืมเงินแล้ว คณะกรรมการยังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่อาจารย์รายนี้เรียกเก็บเงินค่าเอกสารการเรียน (ชีต) จากนักศึกษาด้วย

เพื่อเป็นการคุ้มครองนักศึกษาผู้ร้องเรียนและรักษาความโปร่งใสของกระบวนการ คณะครุศาสตร์จึงมีคำสั่งให้พักการสอนอาจารย์คนดังกล่าวในระหว่างการสอบสวน คณะกรรมการได้ดำเนินการบันทึกถ้อยคำของนักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดการสอบสวนอาจารย์ผู้ถูกร้องเรียนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาเยือน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางวินัยภายในของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา แม้ทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นแล้ว แต่ผลสรุปของการสอบสวนและรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าเอกสารโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:09 UTC

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวชายชาวเมียนมา หลังก่อเหตุฆาตกรรม 'อดีตนักเทนนิส'

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ทางการไทยได้ออกหมายจับชายชาวเมียนมาในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสอาชีพ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เพิ่งถูกไล่ออกจากงานและกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่

รายงานระบุว่าพนักงานสอบสวนพบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องสงสัย ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการสืบสวนคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตและสถานที่เกิดเหตุยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น แต่คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากความสัมพันธ์ในการจ้างงานระหว่างผู้ต้องสงสัยและผู้เสียชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการสืบสวนคดีอาญา แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อสาธารณะในวงกว้าง แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับการสืบสวนควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงลำดับเวลาที่แน่ชัดของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การฆาตกรรมและที่อยู่ปัจจุบันของผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด SawaLife จะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมทันทีที่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:00 UTC

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

ตำรวจบางเขนจับกุมชายวัย 34 ปี ข้อหาขโมยตู้บริจาคจากวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เพื่อนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มฉกตู้บริจาควัดดังย่านบางเขน สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์

ตำรวจบางเขนจับกุมชายวัย 34 ปี ข้อหาขโมยตู้บริจาคจากวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เพื่อนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมด

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางเขนได้แถลงผลการจับกุมนายธเนศ อายุ 34 ปี ภายในวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากการสอบสวนเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 03.05 น.

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กล้องวงจรปิดภายในอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัดสามารถบันทึกภาพชายสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีดำขณะกำลังงัดตู้บริจาค ผู้ก่อเหตุได้ขโมยเงินภายในตู้ก่อนจะปีนกำแพงวัดหลบหนีไปโดยใช้รถแท็กซี่ ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้หลังจากที่เขากลับเข้ามาในพื้นที่วัดอีกครั้งในช่วงค่ำของวันที่ 27 กรกฎาคม จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยนำเงินที่ได้ไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมดสิ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในศาสนสถานในเขตเมือง แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่จำนวนเงินที่ถูกขโมยไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมชมวัดต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในทรัพย์สินส่วนตัว เนื่องจากศาสนสถานเป็นพื้นที่เปิดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:10 UTC

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างวัย 29 ปี หลังก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติวัย 64 ปี ในจังหวัดชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ล่าตัวอดีตลูกจ้างก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทย

ตำรวจออกหมายจับอดีตลูกจ้างวัย 29 ปี หลังก่อเหตุฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติวัย 64 ปี ในจังหวัดชลบุรี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยวัย 29 ปี ทราบชื่อคือนายแต๊ต ในคดีฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสบีชทีมชาติไทยวัย 64 ปี โดยพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สภาพศพมีร่องรอยการถูกบีบคอและมีบาดแผลจากของมีคมที่แขน

จากการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม โดยมีหลักฐานการโอนเงินจำนวน 37,500 บาท จากบัญชีธนาคารของผู้เสียชีวิตผ่านแอปพลิเคชันไปยังบัญชีของผู้ต้องสงสัยในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวเมียนมาซึ่งเคยทำงานให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนจะถูกไล่ออกไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ หลังจากพบหลักฐานทางการเงินและหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจึงได้ขออนุมัติออกหมายจับ โดยมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยอาจหลบหนีไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะ แม้จะเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยสามารถข้ามพรมแดนไปได้สำเร็จหรือไม่ หรือมีผู้สมรู้ร่วมคิดรายอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุและตรวจสอบข้อมูลทางการเงินทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:16 UTC

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

อัยการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. ในข้อหาลักลอบขนชิป AI ไปยังประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นคดีทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไต้หวันจับกุมพนักงาน Nvidia ในคดีลักลอบขนชิป AI

อัยการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. ในข้อหาลักลอบขนชิป AI ไปยังประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นคดีทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์

ตามรายงานจาก Prachachat Business ทางการไต้หวันได้ควบคุมตัวพนักงานของบริษัท Nvidia Corp. โดยบุคคลดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหาลักลอบขนชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปยังประเทศจีน

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่พนักงานของ Nvidia ต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมายจากข้อกล่าวหาดังกล่าว คดีนี้ถูกมองว่าเป็นประเด็นระดับชาติที่สำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทในแง่ของการมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดมืดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ กรณีดังกล่าวเน้นย้ำถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการส่งออกเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การที่บริษัทระดับโลกอย่าง Nvidia เข้ามาเกี่ยวข้องบ่งชี้ว่าทางการกำลังใช้มาตรการที่เข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้าและความมั่นคงของชาติ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตที่แน่ชัดของการลักลอบขนส่งดังกล่าว และบริษัทจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบหรือมาตรการทางกฎระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคดีนี้จะส่งผลต่อกฎระเบียบทางการค้าและการกำกับดูแลองค์กรในภาคเทคโนโลยีในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC