ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

Frontline Engineering (FLE) เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

Frontline Engineering (FLE) เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai

บริษัทบริหารจัดการน้ำ Frontline Engineering ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลให้ดำเนินการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

Frontline Engineering (FLE) เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai

แหล่งข่าวเดียว
Frontline Engineering (FLE) เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai

บริษัทบริหารจัดการน้ำ Frontline Engineering ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลให้ดำเนินการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ได้บรรลุความคืบหน้าสำคัญในแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตอบรับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการแล้ว

FLE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร มีแผนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 100 ล้านหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 33.33 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เงินทุนที่ระดมได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อขยายธุรกิจ โดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลจะได้รับการตอบรับแล้ว แต่ราคาเสนอขายสุดท้ายและวันที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจาก ก.ล.ต. และบริษัทเกี่ยวกับกำหนดการสุดท้ายของการออกหุ้นดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 06:36 UTC

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย เอี่ยวคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย เอี่ยวคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัว

ตำรวจไทยกำลังเร่งติดตามตัวบุคคล 2 ราย ที่ระบุชื่อว่า 'ป๋อง' และ 'ธง' ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของพี่น้องชาวรัสเซีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย เอี่ยวคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัว

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย เอี่ยวคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัว

ตำรวจไทยกำลังเร่งติดตามตัวบุคคล 2 ราย ที่ระบุชื่อว่า 'ป๋อง' และ 'ธง' ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของพี่น้องชาวรัสเซีย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ไทยได้เปิดปฏิบัติการเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามแฝงว่า 'ป๋อง' และ 'ธง' โดยมีความเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของพี่น้องชาวรัสเซีย พนักงานสอบสวนได้ระบุตัวบุคคลทั้งสองจากหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพวกเขาแต่งกายคล้ายกับเครื่องแบบตำรวจ

รายงานระบุว่าพบเห็นผู้ต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์และสามารถฝ่าด่านตรวจของตำรวจไปได้ โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายขณะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระแก้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสืบสวนคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องสงสัยจะยังคงหลบหนีอยู่ แต่สถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพี่น้องชาวรัสเซียและลักษณะที่แน่ชัดของการมีส่วนร่วมของผู้ต้องสงสัยยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันที่อยู่ปัจจุบันของผู้ต้องสงสัยหรือสถานะของบุคคลที่หายไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสระแก้วคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เนื่องจากเป็นคดีที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือลำดับเวลาของการหายตัวไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 06:15 UTC

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปีที่ถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะฐานขนยาไอซ์ซุกซ่อนในซองกาแฟ ได้รับการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการญี่ปุ่นแล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปีที่ถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะฐานขนยาไอซ์ซุกซ่อนในซองกาแฟ ได้รับการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการญี่ปุ่นแล้ว

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand หญิงไทยวัย 28 ปีที่ถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ได้รับการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการญี่ปุ่นในคดีลักลอบขนยาเสพติดแล้ว หญิงรายดังกล่าวถูกควบคุมตัวหลังจากเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟภายในสัมภาระ โดยเธอได้รับการว่าจ้างให้ขนของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยืนยันว่าทางการญี่ปุ่นตัดสินใจไม่สั่งฟ้องคดีดังกล่าว โดยอัยการเห็นว่าหญิงรายนี้ไม่มีเจตนาและไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน จึงเชื่อได้ว่าเธอไม่ทราบว่าสิ่งของที่ขนมานั้นมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักเดินทางเกี่ยวกับความเสี่ยงในการรับจ้างหิ้วของ แม้ว่าในกรณีนี้จะมีการสั่งไม่ฟ้อง แต่ ป.ป.ส. ระบุว่าผลลัพธ์ของคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติการณ์เฉพาะราย ขณะนี้หญิงรายดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสืบสวนบุคคลที่ว่าจ้างให้ขนของนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 06:16 UTC

ภรรยาขอให้ผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวในคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ภรรยาขอให้ผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวในคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

ขณะที่การค้นหาพี่น้องชาวรัสเซียสองคนที่หายตัวไปในจังหวัดชลบุรีเข้าสู่วันที่ห้า ภรรยาของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้สามีเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ภรรยาขอให้ผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวในคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

แหล่งข่าวเดียว
ภรรยาขอให้ผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวในคดีพี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

ขณะที่การค้นหาพี่น้องชาวรัสเซียสองคนที่หายตัวไปในจังหวัดชลบุรีเข้าสู่วันที่ห้า ภรรยาของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้สามีเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการค้นหาพี่น้องชาวรัสเซียสองคนที่หายตัวไปอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า โดยการสืบสวนมุ่งเน้นไปที่ผู้ต้องสงสัยสองราย คือ นาย 'ป๋อง' อายุ 43 ปี และนาย 'ธง' อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร

ในความคืบหน้าล่าสุด ภรรยาของนายธงได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้สามีเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยเธอเชื่อว่าสามีอาจถูกบังคับหรือตกกระไดพลอยโจนให้เข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์นี้ นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยว่าเคยถูกนายป๋องพยายามล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน ในขณะที่คนใกล้ชิดของผู้ต้องสงสัยเชื่อว่านายธงอาจถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยไม่เต็มใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะบริเวณตำบลห้วยใหญ่ ปฏิบัติการของตำรวจในขณะนี้ยังคงมีการค้นหาและสืบสวนอย่างเข้มข้น แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะมีความเชื่อมโยงกับคดีลักทรัพย์และการหายตัวไปของชาวรัสเซีย แต่ชะตากรรมที่แน่ชัดของพี่น้องที่หายตัวไปนั้นยังคงไม่ทราบแน่ชัด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันถึงระดับการมีส่วนร่วมของผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปอย่างเป็นทางการ และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในภูมิภาคอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 06:17 UTC

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวในญี่ปุ่นจากข้อหาลักลอบขนยาไอซ์ที่ซุกซ่อนในซองกาแฟ ได้รับการปล่อยตัวโดยอัยการญี่ปุ่นแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยในคดีลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวในญี่ปุ่นจากข้อหาลักลอบขนยาไอซ์ที่ซุกซ่อนในซองกาแฟ ได้รับการปล่อยตัวโดยอัยการญี่ปุ่นแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online อัยการญี่ปุ่นได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการที่จะไม่สั่งฟ้องหญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด โดยหญิงรายดังกล่าวถูกจับกุมหลังจากพบว่ามีการขนส่งซองกาแฟที่มีการซุกซ่อนยาไอซ์ไว้ภายใน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับหญิงรายดังกล่าว ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ หลังจากที่ทางการญี่ปุ่นมีคำสั่งดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทยกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการส่งตัวเธอกลับประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักในต่างประเทศ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการรับฝากขนส่งสินค้าให้ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางระหว่างประเทศ คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในญี่ปุ่นมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก และทางการยังคงรักษามาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดตามแนวชายแดน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายในญี่ปุ่นจะสิ้นสุดลงด้วยการไม่สั่งฟ้อง แต่กระบวนการส่งตัวกลับยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Matichon Online และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของการปล่อยตัวหรือสถานะของการสอบสวนขบวนการลักลอบขนยาเสพติดในภาพรวมอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 06:16 UTC

คุมเข้มชายแดนกัมพูชาสกัดกั้นอาชญากรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คุมเข้มชายแดนกัมพูชาสกัดกั้นอาชญากรรม

ทางการไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนกัมพูชาเพื่อสกัดกั้นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรในพื้นที่ภาคใต้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คุมเข้มชายแดนกัมพูชาสกัดกั้นอาชญากรรม

แหล่งข่าวเดียว
คุมเข้มชายแดนกัมพูชาสกัดกั้นอาชญากรรม

ทางการไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนกัมพูชาเพื่อสกัดกั้นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ไทยโพสต์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานตามจุดตรวจชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการตรวจสอบเอกสารประจำตัวที่เข้มงวดขึ้นและอาจเกิดความล่าช้าบริเวณจุดผ่านแดนทางบก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง แต่นักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมรับมือกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ที่เพิ่มมากขึ้น และขอแนะนำให้เตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อมเพื่อความสะดวกในการผ่านด่าน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยระยะเวลาที่ชัดเจนของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นนี้ นอกจากนี้ ขอบเขตผลกระทบของการปฏิบัติการดังกล่าวต่อจุดผ่านแดนเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางข้ามพรมแดนในอีกไม่กี่วันข้างหน้าควรติดตามข่าวสารในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ จึงยังต้องรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับขอบเขตและกรอบเวลาของมาตรการเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 04:56 UTC

ไทยออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการปัญหา 'นอมินี' ในภาคธุรกิจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการปัญหา 'นอมินี' ในภาคธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกมาตรการใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในการถือหุ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการปัญหา 'นอมินี' ในภาคธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการปัญหา 'นอมินี' ในภาคธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกมาตรการใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในการถือหุ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 เพื่อยกระดับการปราบปรามการใช้ 'นอมินี' หรือตัวแทนอำพราง โดยมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กำหนดให้การจดทะเบียนจัดตั้งหรือแก้ไขเพิ่มเติมบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่นหลักฐานแสดงศักยภาพในการลงทุนอย่างละเอียด

ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน ทั้งของผู้ลงทุนชาวไทยและผู้รับชำระเงินลงทุน เพื่อตรวจสอบความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง ซึ่งเป็นการปิดช่องโหว่ที่เคยเปิดโอกาสให้ต่างชาติหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการถือหุ้นโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน

สำหรับผู้ประกอบการและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการเพิ่มความเข้มงวดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กร รัฐบาลระบุว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศจากการถูกครอบงำโดยต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้กฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อความสะดวกในการทำธุรกิจและกลไกการบังคับใช้สำหรับบริษัทที่มีอยู่เดิมนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงสร้างธุรกิจที่มีการลงทุนจากต่างชาติควรตรวจสอบเอกสารให้สอดคล้องกับมาตรฐานความโปร่งใสใหม่นี้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:57 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

เสรี สุวรรณภานนท์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดสำนักงานประกันสังคมชุดใหม่ โดยอ้างว่าเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ประกันตน ในขณะที่หมอบูรณ์ได้เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูคดีความทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

เสรี สุวรรณภานนท์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดสำนักงานประกันสังคมชุดใหม่ โดยอ้างว่าเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ประกันตน ในขณะที่หมอบูรณ์ได้เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูคดีความทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 เสรี สุวรรณภานนท์ ได้ออกมาตั้งคำถามต่อระเบียบปัจจุบันที่ใช้ในการเลือกตั้งบอร์ดสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยเสรีโต้แย้งว่ากฎระเบียบเหล่านี้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ประกันตน ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือก

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว หมอบูรณ์ได้เรียกร้องให้สาธารณชนติดตามความคืบหน้าของคดีความที่ยื่นฟ้องต่อระเบียบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยการดำเนินการทางกฎหมายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบการทำงานปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สมทบเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการจัดตั้งบอร์ดบริหาร ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลการจัดการกองทุนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของประกันสังคม การเปลี่ยนแปลงระเบียบเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเป็นตัวแทนของผู้ประกันตนและการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในอนาคต

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ของกระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงกฎการเลือกตั้งหรือไม่ หรือระเบียบปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้สำหรับรอบการเลือกตั้งถัดไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:55 UTC

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

ทางการคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ภายในสัปดาห์หน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

ทางการคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ภายในสัปดาห์หน้า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วรศิษฎ์ยืนยันว่าการสอบสวนกรณีทุจริตในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นกำลังใกล้จะได้ข้อสรุป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าคาดว่าจะทราบผลการสอบสวนที่ชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า

การสอบสวนนี้มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการทดสอบสำหรับตำแหน่งงานในหน่วยงานส่วนท้องถิ่น วรศิษฎ์เน้นย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไป โดยยืนยันว่าผู้ที่พบว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อการกระทำทุจริตจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเหมาะสม

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในความโปร่งใสของการบริหารงานภาครัฐในประเทศไทย ความคืบหน้านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการสอบบรรจุเข้ารับราชการ การสร้างความโปร่งใสในการสอบเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของความไม่โปร่งใสและตัวตนของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แม้ว่าทางการจะกำหนดกรอบเวลาสำหรับการสรุปผลการสอบสวนไว้แล้ว แต่ผลสรุปสุดท้ายรวมถึงมาตรการทางวินัยหรือการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ที่ตามมานั้นยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายงานฉบับสมบูรณ์ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของผลการตรวจสอบทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:56 UTC

จับกุมประธานสภา อบต. คดีค้ายาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมประธานสภา อบต. คดีค้ายาเสพติด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครพนมจับกุมประธานสภา อบต. ในข้อหาพัวพันการค้ายาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ใกล้แม่น้ำโขง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมประธานสภา อบต. คดีค้ายาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมประธานสภา อบต. คดีค้ายาเสพติด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครพนมจับกุมประธานสภา อบต. ในข้อหาพัวพันการค้ายาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ใกล้แม่น้ำโขง

ตามรายงานจาก Thai Post กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ในระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จับกุมประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด

การจับกุมเกิดขึ้นใกล้กับแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีการเฝ้าระวังกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามพรมแดน การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากที่มีเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของกองกำลังความมั่นคงไทยในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในจังหวัดชายแดน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครพนม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยทหารที่ดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดน แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันจากกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:36 UTC

ข้อกังวลต่อความล่าช้าในการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลต่อความล่าช้าในการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ภคมน หนุนอนันต์ สส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นมูลค่า 5,000 ล้านบาท หลังผ่านไป 40 วันนับตั้งแต่มีการบุกตรวจค้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลต่อความล่าช้าในการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลต่อความล่าช้าในการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ภคมน หนุนอนันต์ สส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นมูลค่า 5,000 ล้านบาท หลังผ่านไป 40 วันนับตั้งแต่มีการบุกตรวจค้น

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการสอบสวนคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าผ่านมากว่า 40 วันแล้วนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี แต่การสอบสวนคดีทุจริตที่มีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านบาทนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ภคมนตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับการเตรียมออกหมายเรียกหรือหมายจับ แต่ยังไม่มีการขยายผลไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด เธอตั้งข้อสงสัยว่าความไม่โปร่งใสอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตงาน (TOR) โดยระบุว่ามหาวิทยาลัยบูรพาเคยชนะการประมูลจัดสอบ แต่สัญญาถูกยกเลิกเมื่อต้นปี 2568 ก่อนจะมีการแก้ไข TOR ใหม่ จนนำไปสู่การคัดเลือกมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเข้ามาเป็นผู้จัดสอบแทน

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจการบริหารงานภาครัฐของไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่เชิงระบบในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ ในขณะที่คณะกรรมาธิการยังคงติดตามการทำงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอบเขตของการสมยอมและการระบุตัวผู้กระทำผิดในคดีทุจริตทางการเงินนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:35 UTC

อัปเดตคดี Forex-3D: ‘ป้อม ภาวุธ’ ยื่นขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตคดี Forex-3D: ‘ป้อม ภาวุธ’ ยื่นขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา

ป้อม ภาวุธ ได้ยื่นขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาจาก DSI เป็นครั้งที่ 2 ในคดี Forex-3D ในขณะที่ ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังคงเงียบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัปเดตคดี Forex-3D: ‘ป้อม ภาวุธ’ ยื่นขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตคดี Forex-3D: ‘ป้อม ภาวุธ’ ยื่นขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา

ป้อม ภาวุธ ได้ยื่นขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาจาก DSI เป็นครั้งที่ 2 ในคดี Forex-3D ในขณะที่ ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังคงเงียบ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ป้อม ภาวุธ ได้ส่งตัวแทนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาในคดี Forex-3D เป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างเหตุผลติดภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการและระบุว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ป้อมยืนยันความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและมีกำหนดการจะเข้าพบ DSI ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อชี้แจงรายละเอียด

ในขณะเดียวกัน สถานะของนักแสดง ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังคงไม่มีความชัดเจน รายงานระบุว่าเขายังไม่ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับหมายเรียกครั้งแรก และยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากตัวเขาหรือตัวแทน ณ เวลาที่รายงานข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D แม้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการลงทุนทางการเงินในประเทศไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป้อม จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามกำหนดการในวันที่ 3 สิงหาคมหรือไม่ และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับการที่ ฟิล์ม ยังไม่ได้ตอบรับหมายเรียกครั้งแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 05:17 UTC

DSI ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ‘ภาวุธ’ คดีฉ้อโกง Forex
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ‘ภาวุธ’ คดีฉ้อโกง Forex

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 สำหรับภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และบุคคลอื่นอีก 22 คน เกี่ยวกับการสอบสวนการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ‘ภาวุธ’ คดีฉ้อโกง Forex

แหล่งข่าวเดียว
DSI ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ‘ภาวุธ’ คดีฉ้อโกง Forex

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 สำหรับภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และบุคคลอื่นอีก 22 คน เกี่ยวกับการสอบสวนการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่าได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 สำหรับนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน และบุคคลอื่นอีก 22 คน รวมถึงนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การสอบสวนนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน

กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของ DSI กำลังดำเนินการสอบสวนในข้อหาต่างๆ รวมถึงการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต การประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อกล่าวหาเหล่านี้สืบเนื่องมาจากการสอบสวนโครงการลงทุนที่ฉ้อโกงในวงกว้าง

หลังจากหมายเรียกครั้งแรก นายภิรัช ตรีเพชร ทนายความของนายภาวุธ ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เพื่อขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI ยืนยันว่ายังไม่มีการออกหมายจับในขณะนี้ เนื่องจากทีมกฎหมายได้ขอเลื่อนนัดเป็นวันที่ 3 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับบริการทางการเงินและแพลตฟอร์มการลงทุนในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะมุ่งเน้นไปที่บุคคลที่ถูกระบุชื่อในขณะนี้ แต่ขอเตือนให้ผู้ที่ใช้บริการลงทุนในท้องถิ่นตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของสถาบันการเงินทุกแห่ง ผลลัพธ์ของการนัดหมายในวันที่ 3 สิงหาคมยังคงต้องรอการยืนยัน และ DSI ยังไม่ได้สรุปขั้นตอนต่อไปของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 04:36 UTC

ไทยเสนอขยายเวลาลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเสนอขยายเวลาลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบที่จะเพิ่มวันลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจจาก 98 วัน เป็น 120 วัน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเสนอขยายเวลาลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสนอขยายเวลาลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบที่จะเพิ่มวันลาคลอดสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจจาก 98 วัน เป็น 120 วัน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานของไทยได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎระเบียบด้านแรงงาน ร่างนโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขยายระยะเวลาการลาคลอดสำหรับพนักงานหญิงที่ทำงานในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือควบคุมและให้บริการสาธารณะหรือเชิงพาณิชย์ จากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ในนโยบายแรงงานของไทย ซึ่งสะท้อนถึงการสนทนาระดับชาติในวงกว้างเกี่ยวกับสวัสดิการในที่ทำงานและการสนับสนุนครอบครัว แม้ว่าข้อเสนอนี้จะจำกัดเฉพาะพนักงานรัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน แต่การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบดังกล่าวบ่อยครั้งเป็นสัญญาณของมาตรฐานที่กำลังพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวปฏิบัติด้านแรงงานในวงกว้างทั่วประเทศเมื่อเวลาผ่านไป

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสาธารณชน การดำเนินการขั้นสุดท้าย เงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนในช่วงเวลาที่ขยายออกไป และกำหนดการอย่างเป็นทางการว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลเมื่อใดนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ตามรายงานของ Khaosod English รัฐบาลกำลังแสวงหาความคิดเห็นจากสาธารณชนก่อนที่จะสรุปกฎระเบียบ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับภูมิทัศน์ด้านแรงงานของไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการขยายเวลานี้จะได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 03:45 UTC

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งปราบปรามนอมินีต่างด้าวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งปราบปรามนอมินีต่างด้าวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ

ทางการเชียงใหม่กำลังยกระดับความพยายามในการจัดการกับธุรกิจนอมินีต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูฝน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งปราบปรามนอมินีต่างด้าวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งปราบปรามนอมินีต่างด้าวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ

ทางการเชียงใหม่กำลังยกระดับความพยายามในการจัดการกับธุรกิจนอมินีต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูฝน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกคำสั่งให้ดำเนินการปราบปรามนอมินีต่างด้าวที่ดำเนินธุรกิจภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น

ในขณะเดียวกัน ทางจังหวัดได้เปิดใช้งานแผนรับมือภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฤดูฝนในปัจจุบัน เนื่องจากหลายพื้นที่ในภูมิภาคเริ่มประสบกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่มีการกำกับดูแลทางปกครองที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางหรือกิจกรรมประจำวันเนื่องจากสภาพอากาศ แม้ว่าการปราบปรามนอมินีอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจบางประเภท แต่มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมตามฤดูกาลและอันตรายทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าภาคธุรกิจใดบ้างที่กำลังถูกตรวจสอบยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ขอบเขตผลกระทบของแผนรับมือภัยพิบัติต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและเส้นทางการเดินทางจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและคำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 04:37 UTC

เร่งค้นหา 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนาในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งค้นหา 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนาในไทย

ทีมกู้ภัยในพัทยากำลังเร่งค้นหาพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คนที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 หลังมีรายงานว่าขับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งค้นหา 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนาในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เร่งค้นหา 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนาในไทย

ทีมกู้ภัยในพัทยากำลังเร่งค้นหาพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คนที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 หลังมีรายงานว่าขับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่

ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการค้นหาโดยหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเข้าสู่วันที่ 5 แล้ว แต่ยังไม่พบร่องรอยที่ชัดเจนของพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คนที่หายตัวไป โดยทั้งคู่ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ADV 150

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภารกิจค้นหาประกอบด้วยอาสาสมัครกู้ภัยกว่า 100 นายที่กำลังตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย รวมถึงแหล่งน้ำและจุดที่มีรายงานกลุ่มควันก่อนหน้านี้ การปฏิบัติงานมีความซับซ้อนเนื่องจากมีรายงานว่าบุคคลทั้งสองอาจขับขี่รถแหกด่านตรวจและมุ่งหน้าไปยังชายแดนจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานว่าทั้งคู่อาจใช้อุปกรณ์ที่คล้ายกับเครื่องแบบตำรวจเพื่ออำพรางตัวในการหลบหนี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นคดีความที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยบุคคลทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ แม้ว่าทางการจะจัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนแล้ว แต่ยังไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัดของพี่น้องทั้งสองคน ทีมกู้ภัยยังคงประสานงานกับหน่วยงานปกครองและตำรวจในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งการค้นหา ในระหว่างที่การสืบสวนดำเนินต่อไป ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังศูนย์อำนวยการ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าบุคคลทั้งสองยังคงอยู่ในพื้นที่หรือได้ข้ามพรมแดนไปแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 04:36 UTC

ความคืบหน้าทางกฎหมายในคดีลงทุน FOREX ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความคืบหน้าทางกฎหมายในคดีลงทุน FOREX ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้กับภาวุธในคดีฉ้อโกงการลงทุน ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องอีกรายคือฟิล์ม มีกำหนดการเข้าพบเจ้าหน้าที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความคืบหน้าทางกฎหมายในคดีลงทุน FOREX ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าทางกฎหมายในคดีลงทุน FOREX ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้กับภาวุธในคดีฉ้อโกงการลงทุน ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องอีกรายคือฟิล์ม มีกำหนดการเข้าพบเจ้าหน้าที่

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้กับบุคคลที่ระบุชื่อว่า ภาวุธ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีฉ้อโกงการลงทุน FOREX ที่กำลังดำเนินอยู่

ตัวแทนทางกฎหมายของภาวุธได้ขอเลื่อนการเข้าพบตามกำหนดการ โดยอ้างว่าติดภารกิจการประชุมคณะกรรมาธิการรัฐสภา ในขณะเดียวกัน บุคคลอีกรายที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ซึ่งถูกระบุชื่อว่า ฟิล์ม มีรายงานว่ากำลังเตรียมตัวเข้าพบเจ้าหน้าที่ DSI ในวันที่ 3 สิงหาคม 2026 เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบโครงการลงทุนที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความคืบหน้าเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นทางการ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของโอกาสในการลงทุนทางการเงิน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหาและการมีส่วนร่วมที่อาจเกิดขึ้นของบุคคลอื่นยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวนของ DSI ที่กำลังดำเนินอยู่ ยังไม่มีการยืนยันว่าการขอเลื่อนการเข้าพบของภาวุธจะส่งผลต่อกรอบเวลาของกระบวนการอย่างไร และยังไม่มีการกำหนดผลลัพธ์สุดท้ายของการประชุมเหล่านี้ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่ผ่านการตรวจสอบเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 04:15 UTC

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพิ่มบทลงโทษนักเตะและโค้ชที่มีพฤติกรรมเหยียดหยาม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพิ่มบทลงโทษนักเตะและโค้ชที่มีพฤติกรรมเหยียดหยาม

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้ประกาศใช้บทลงโทษแบนขั้นต่ำ 10 นัด สำหรับนักเตะและโค้ชที่มีความผิดฐานเหยียดหยามคู่แข่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพิ่มบทลงโทษนักเตะและโค้ชที่มีพฤติกรรมเหยียดหยาม

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพิ่มบทลงโทษนักเตะและโค้ชที่มีพฤติกรรมเหยียดหยาม

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้ประกาศใช้บทลงโทษแบนขั้นต่ำ 10 นัด สำหรับนักเตะและโค้ชที่มีความผิดฐานเหยียดหยามคู่แข่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้เพิ่มความเข้มงวดของบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมการเหยียดหยามในวงการกีฬาอย่างเป็นทางการ โดยนักเตะและโค้ชที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเหยียดหยามคู่แข่งจะต้องเผชิญกับบทลงโทษแบนขั้นต่ำ 10 นัด

การปรับปรุงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวทางการจัดการกับความประพฤติมิชอบในสนามขององค์กรกำกับดูแล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลกที่มุ่งเน้นนโยบายไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติในกีฬาอาชีพ แม้ว่า FA จะได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานใหม่นี้แล้ว แต่กลไกการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงและเกณฑ์ในการตัดสินว่าพฤติกรรมใดถือเป็นการ 'เหยียดหยาม' ในแต่ละบริบทนั้น อาจต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของลีก

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับแฟนบอลลีกต่างประเทศ ซึ่งอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผลการตัดสินทางวินัยระหว่างการถ่ายทอดสดการแข่งขันหรือในการอภิปรายเกี่ยวกับจริยธรรมทางกีฬา ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสโมสรต่างๆ จะปรับเปลี่ยนประมวลจริยธรรมภายในของตนให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของ FA อย่างไร และสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศอื่นๆ จะนำมาตรฐานขั้นต่ำที่คล้ายคลึงกันนี้มาใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 04:16 UTC