ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ทางการไทยเร่งขยายผลคดีหญิงไทยลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเร่งขยายผลคดีหญิงไทยลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดกำลังขยายผลการสอบสวน หลังจากหญิงไทยถูกจับกุมในญี่ปุ่นฐานลักลอบขนยาไอซ์ที่ซุกซ่อนมาในซองกาแฟสำเร็จรูป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเร่งขยายผลคดีหญิงไทยลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเร่งขยายผลคดีหญิงไทยลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดกำลังขยายผลการสอบสวน หลังจากหญิงไทยถูกจับกุมในญี่ปุ่นฐานลักลอบขนยาไอซ์ที่ซุกซ่อนมาในซองกาแฟสำเร็จรูป

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กำลังเร่งขยายผลการสอบสวนคดีลักลอบขนยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับหญิงไทยซึ่งถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่น โดยเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในซองกาแฟสำเร็จรูปที่หญิงรายนี้พกพามาด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังกำกับดูแลการประสานงานในคดีนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้บุคคล ทั้งที่ถูกว่าจ้างหรือถูกหลอกลวง ให้เป็นผู้ขนส่งสิ่งผิดกฎหมายข้ามพรมแดน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการรับฝากสิ่งของจากผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นมีมาตรการที่เข้มงวดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม และการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด ไม่ว่าจะถูกบังคับหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานและบทลงโทษที่รุนแรงตามกฎหมายญี่ปุ่น

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างผู้ต้องหารายนี้ หรือมีการจับกุมเพิ่มเติมในประเทศไทยหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการรับฝากสิ่งของจากบุคคลที่ไม่รู้จักเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 13:35 UTC

เหตุยิงกันที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุรุนแรงที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุยิงกันที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุรุนแรงที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุยิงกันที่วัดบึงทองหลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งติดตามตัวมือปืนที่ก่อเหตุในครั้งนี้

การสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าแรงจูงใจของความรุนแรงอาจเกี่ยวข้องกับความแค้นส่วนตัว โดยรายงานระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีความแค้นจากการเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุของแฟนสาว ซึ่งเขากล่าวอ้างว่าเกิดจากการลั่นของอาวุธปืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องปกติในชีวิตประจำวันของประเทศไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ความขัดแย้งส่วนตัวอาจบานปลายโดยไม่คาดคิด

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยชื่อเต็มของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงที่อยู่ปัจจุบันของผู้ต้องสงสัย เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับคดีและข้อกังวลด้านความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

รวบสาวเวียดนามตัวการจ้างวานขนยาไอซ์ ทำหญิงไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบสาวเวียดนามตัวการจ้างวานขนยาไอซ์ ทำหญิงไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น

ทางการไทยจับกุมหญิงชาวเวียดนามผู้ต้องหาเป็นต้นทางขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งส่งผลให้หญิงไทยรายหนึ่งถูกจับกุมโดยไม่รู้เรื่องที่ประเทศญี่ปุ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบสาวเวียดนามตัวการจ้างวานขนยาไอซ์ ทำหญิงไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
รวบสาวเวียดนามตัวการจ้างวานขนยาไอซ์ ทำหญิงไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น

ทางการไทยจับกุมหญิงชาวเวียดนามผู้ต้องหาเป็นต้นทางขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งส่งผลให้หญิงไทยรายหนึ่งถูกจับกุมโดยไม่รู้เรื่องที่ประเทศญี่ปุ่น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงไทยวัย 28 ปีและแฟนหนุ่มถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาไอซ์ซ่อนอยู่ในซองกาแฟภายในสัมภาระ ทั้งคู่ได้รับการว่าจ้างให้ขนของไปยังประเทศญี่ปุ่น ต่อมาอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยรายนี้เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยเธอต้องถูกคุมขังในเรือนจำญี่ปุ่นเป็นเวลา 20 วันก่อนจะได้รับอิสรภาพ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ตำรวจไทยได้ประกาศจับกุมหญิงชาวเวียดนามซึ่งระบุว่าเป็นตัวการใหญ่ของขบวนการนี้ เหยื่อสาวได้แสดงความโล่งใจและเตือนผู้อื่นให้ระมัดระวังการรับฝากของจากคนแปลกหน้า

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงร้ายแรงจากการรับฝากสัมภาระของผู้อื่น แม้จะมีการตรวจสอบอย่างระมัดระวังแล้วก็ตาม ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมักใช้บุคคลที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็น 'ม้าเร็ว' แม้เหยื่อชาวไทยจะพ้นผิดแล้ว แต่กรณีนี้เน้นย้ำถึงปัญหาทางกฎหมายและการถูกควบคุมตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศพร้อมสัมภาระที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเครือข่ายอาชญากรรมนี้มีรูปแบบการดำเนินงานอย่างไรและจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 12:56 UTC

สั่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นที่จังหวัดพังงา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นที่จังหวัดพังงา

ทางการกำลังเร่งตรวจสอบการตายของพะยูนเพศผู้วัยเด็กที่พบเกยตื้นบนชายหาดในจังหวัดพังงา หลังมีรายงานพบร่องรอยการถูกตัดชิ้นส่วนอย่างน่าสงสัย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นที่จังหวัดพังงา

แหล่งข่าวเดียว
สั่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นที่จังหวัดพังงา

ทางการกำลังเร่งตรวจสอบการตายของพะยูนเพศผู้วัยเด็กที่พบเกยตื้นบนชายหาดในจังหวัดพังงา หลังมีรายงานพบร่องรอยการถูกตัดชิ้นส่วนอย่างน่าสงสัย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้มีการตรวจสอบกรณีการพบซากพะยูนเพศผู้วัยเด็กเกยตื้นบริเวณชายฝั่งทะเลเนินนางนอน บ้านบางจัน ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา อย่างเร่งด่วน

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินการตรวจสอบซากพะยูนดังกล่าวอย่างละเอียด การสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าพบชิ้นส่วนของพะยูนถูกตัดออกไป ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการถูกแทรกแซงโดยมนุษย์หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้เข้าควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนและเพื่อรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับสาเหตุการตาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลของประเทศไทย แม้ว่าพะยูนจะเป็นสัตว์ป่าสงวน แต่สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทางการยังไม่ยืนยันว่าการตัดชิ้นส่วนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการตายของสัตว์ รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเกยตื้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของซากพะยูนเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:55 UTC

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมในชลบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมในชลบุรี

ศาลจังหวัดพัทยาปฏิเสธการให้ประกันตัวชายสองคนที่เกี่ยวข้องกับการพบศพ 5 ศพในจังหวัดชลบุรี โดยอ้างถึงความเสี่ยงในการหลบหนีและความร้ายแรงของข้อหา

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมในชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมในชลบุรี

ศาลจังหวัดพัทยาปฏิเสธการให้ประกันตัวชายสองคนที่เกี่ยวข้องกับการพบศพ 5 ศพในจังหวัดชลบุรี โดยอ้างถึงความเสี่ยงในการหลบหนีและความร้ายแรงของข้อหา

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยสองคนที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน ตามรายงานของ Khaosod English ชายทั้งสองถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบุคคล 5 ราย ซึ่งพบศพถูกฝังอยู่ในจังหวัดชลบุรี

ในการตัดสินใจ ศาลได้เน้นย้ำถึงความร้ายแรงของข้อหาและโทษทางกฎหมายที่อาจได้รับ นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังตั้งข้อสังเกตว่ามีความเสี่ยงสูงที่ผู้ต้องสงสัยอาจพยายามหลบหนีหากได้รับการปล่อยตัว โดยเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจห้วยใหญ่เป็นผู้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาขึ้นศาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชลบุรีและพัทยา คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสืบสวนของตำรวจที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมร้ายแรง แม้ว่าคำสั่งศาลจะทำให้ผู้ต้องสงสัยยังคงถูกควบคุมตัวในระหว่างกระบวนการยุติธรรม แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป

รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุและความเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อกับผู้ต้องสงสัยยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะของการสืบสวน SawaLife จะยังคงติดตามรายงานจากสื่อหลักอย่างต่อเนื่องในขณะที่คดีนี้มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาหลังถูกตำรวจล่วงละเมิดในจังหวัดกาญจนบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาหลังถูกตำรวจล่วงละเมิดในจังหวัดกาญจนบุรี

กระทรวงศึกษาธิการส่งทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาวัย 20 ปี ที่แจ้งความดำเนินคดีตำรวจยศร้อยตำรวจตรีฐานล่วงละเมิดทางเพศในร้านอาหารที่จังหวัดกาญจนบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาหลังถูกตำรวจล่วงละเมิดในจังหวัดกาญจนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาหลังถูกตำรวจล่วงละเมิดในจังหวัดกาญจนบุรี

กระทรวงศึกษาธิการส่งทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือนักศึกษาวัย 20 ปี ที่แจ้งความดำเนินคดีตำรวจยศร้อยตำรวจตรีฐานล่วงละเมิดทางเพศในร้านอาหารที่จังหวัดกาญจนบุรี

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นักศึกษาพาร์ตไทม์วัย 20 ปี ซึ่งถูกระบุชื่อว่า น.ส.เอ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.) โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าของร้านได้นำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดออกมาเผยแพร่จนนำไปสู่การสอบสวน

เพื่อตอบสนองต่อกรณีนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งทีมกฎหมายเข้าให้การสนับสนุนนักศึกษาดังกล่าว พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ล่าสุด พ.ต.ท.สุภาพ สีนาค ประธานคณะกรรมการสอบสวน ได้เรียกผู้เสียหายและเจ้าของร้านมาสอบปากคำ โดยมีที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการร่วมเดินทางมาด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะกำลังดำเนินอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะของผลการสอบสวนทางวินัยและบทสรุปของการดำเนินคดีอาญายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่าจะติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

เร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนถูกตัดชิ้นส่วนในจังหวัดพังงา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนถูกตัดชิ้นส่วนในจังหวัดพังงา

ทางการไทยกำลังเร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเพศผู้วัยเด็กเกยตื้นในจังหวัดพังงา โดยพบว่ามีการตัดหัว ครีบ และหางออก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนถูกตัดชิ้นส่วนในจังหวัดพังงา

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนถูกตัดชิ้นส่วนในจังหวัดพังงา

ทางการไทยกำลังเร่งสอบสวนกรณีพบซากพะยูนเพศผู้วัยเด็กเกยตื้นในจังหวัดพังงา โดยพบว่ามีการตัดหัว ครีบ และหางออก

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 พบซากพะยูนเพศผู้วัยเด็กในสภาพเน่าเปื่อยเกยตื้นบริเวณชายฝั่งทะเลเนินนางนอน บ้านบางจัน ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand พบว่าชิ้นส่วนบริเวณหัว ครีบทั้งสองข้าง และหางของพะยูนถูกของมีคมตัดขาด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุการตายและติดตามผู้กระทำผิด ซากพะยูนดังกล่าวมีความยาวประมาณ 150 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 24 กิโลกรัม โดยถูกส่งไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบนเพื่อชันสูตรอย่างละเอียด แม้ผลการชันสูตรเบื้องต้นจะระบุว่าซากอยู่ในระยะเน่าปานกลาง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังแหล่งอาศัยของพะยูนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทางการยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการตัดชิ้นส่วนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการตายของสัตว์ เนื่องจากสภาพซากที่เน่าเปื่อยทำให้การวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์มีความซับซ้อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

เริ่มการสอบสวนทางกฎหมายหลังมีข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนไม่เหมาะสมในกาญจนบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนทางกฎหมายหลังมีข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนไม่เหมาะสมในกาญจนบุรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ส่งทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือพนักงานเสิร์ฟสาวที่เป็นนักศึกษา ซึ่งกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลวนลามในจังหวัดกาญจนบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนทางกฎหมายหลังมีข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนไม่เหมาะสมในกาญจนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนทางกฎหมายหลังมีข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนไม่เหมาะสมในกาญจนบุรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ส่งทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือพนักงานเสิร์ฟสาวที่เป็นนักศึกษา ซึ่งกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลวนลามในจังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการสอบสวนวินัยที่สถานีตำรวจภูธรด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง คดีนี้เกี่ยวข้องกับนักศึกษาสาววัย 20 ปี ซึ่งทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านหมูกระทะชื่อดังแห่งหนึ่งในตำบลลาดหญ้า

ตามรายงานจาก Khaosod Online เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 เจ้าของร้านได้นำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดออกมาเผยแพร่ ซึ่งปรากฏภาพรองสารวัตรจราจรจากสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีมีพฤติกรรมลวนลามพนักงานเสิร์ฟสาว หลังจากมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งการให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งยืนยันว่ามีมูลเพียงพอที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ อัครนันท์ ได้ส่งทีมกฎหมายและศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ของกระทรวงศึกษาธิการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายในระหว่างกระบวนการสอบสวน โดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม คณะกรรมการได้เรียกผู้เสียหาย ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้านมาให้ปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการทางวินัยกำลังดำเนินอยู่ แต่ผลสรุปของการสอบสวนและข้อหาทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังคงต้องรอการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

ไทยเดินหน้าคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี ประกาศแผนยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันกฎหมายให้สามารถฟ้องร้องแบบกลุ่มได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเดินหน้าคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี ประกาศแผนยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันกฎหมายให้สามารถฟ้องร้องแบบกลุ่มได้

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ดำเนินงานในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างกรอบทางกฎหมายที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับประกันการคุ้มครองผู้บริโภคและจัดหาแนวทางการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม

หัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้คือความเป็นไปได้ในการนำกลไกที่อนุญาตให้มีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ต่อผู้ให้บริการออนไลน์มาใช้ ความเคลื่อนไหวนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้แพลตฟอร์มมีความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานและบริการที่นำเสนอต่อสาธารณะมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การกำกับดูแลด้านดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การทำธุรกรรมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและบริการดิจิทัลที่เชื่อถือได้มากขึ้นในประเทศ

แม้ว่ารัฐมนตรีจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะของกฎหมายที่เสนอและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างของกฎระเบียบเหล่านี้ และวิธีการที่จะทำงานร่วมกับกฎหมายพาณิชย์ดิจิทัลที่มีอยู่เดิม ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับบริการในชีวิตประจำวันในประเทศไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการใช้งานดิจิทัลของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

เจ้าหน้าที่บุกค้นโกดังในชุมพร พบสินค้าจีนจำนวนมาก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกค้นโกดังในชุมพร พบสินค้าจีนจำนวนมาก

กองกำลังความมั่นคงร่วมในจังหวัดชุมพรได้ยึดสินค้าจำนวนมากที่นำเข้าจากประเทศจีน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและถังสารเคมีที่ไม่ทราบชนิด หลังจากการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกค้นโกดังในชุมพร พบสินค้าจีนจำนวนมาก

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกค้นโกดังในชุมพร พบสินค้าจีนจำนวนมาก

กองกำลังความมั่นคงร่วมในจังหวัดชุมพรได้ยึดสินค้าจำนวนมากที่นำเข้าจากประเทศจีน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและถังสารเคมีที่ไม่ทราบชนิด หลังจากการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กองกำลังเฉพาะกิจร่วม นำโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจังหวัดชุมพร ได้เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ตามหมายค้นของศาล การปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ซึ่งพบว่ามีการจัดเก็บสินค้าจำนวนมากไว้ภายใน

ตามรายงานของ Khaosod Online การตรวจสอบพบพื้นที่จัดเก็บสินค้า 4 จุด ซึ่งประกอบด้วยโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องปั่นไฟ หลอดไฟ LED เครื่องระบายอากาศ เสื้อผ้ามือสองประมาณ 50 กระสอบ และถังบรรจุสารเคมีที่ไม่ทราบชนิด ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าสินค้าส่วนใหญ่มีต้นทางมาจากประเทศจีน โดยเจ้าของสถานประกอบการให้ข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการให้บุคคลภายนอกเช่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้าสินค้าและการจ้างงานในพื้นที่ภาคใต้ แม้ว่าการบุกค้นจะทำให้การดำเนินงานในโกดังหยุดชะงัก แต่การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารการนำเข้าและดำเนินการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อระบุชนิดของสารเคมีในถังที่พบ คาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถระบุที่มาของสินค้าและสถานะทางกฎหมายของผู้เช่าได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

ศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวชาย 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก โดยระบุถึงความร้ายแรงของคดีและพฤติการณ์หลบหนี

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

ได้รับการยืนยัน
ศาลพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

ศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวชาย 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก โดยระบุถึงความร้ายแรงของคดีและพฤติการณ์หลบหนี

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายฑณา อายุ 43 ปี และนายธงชัย อายุ 39 ปี ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาในคดีอาญา 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมหลายศพ ผู้ต้องหาถูกจับกุมหลังจากมีการพบศพพี่น้องชาวรัสเซียที่หายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ โดยพบว่าถูกฝังดินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหายังได้รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆาตกรรมครอบครัวพ่อแม่ลูกอีก 3 คน ซึ่งพบศพถูกฝังดินอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลได้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุทั้งสองแห่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดชลบุรี แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทั้งนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรมต่อไปว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ในระหว่างการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

หญิงไทยเดินทางกลับถึงไทยหลังอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องคดียาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

หญิงไทยเดินทางกลับถึงไทยหลังอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องคดียาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปี เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว หลังจากอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีลักลอบขนยาเสพติด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

หญิงไทยเดินทางกลับถึงไทยหลังอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องคดียาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
หญิงไทยเดินทางกลับถึงไทยหลังอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องคดียาเสพติด

หญิงไทยวัย 28 ปี เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว หลังจากอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีลักลอบขนยาเสพติด

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ หญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งใช้นามสมมติว่า 'น.ส.เอ' ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วหลังจากถูกควบคุมตัวในประเทศญี่ปุ่น น.ส.เอ พร้อมด้วยแฟนหนุ่มและเพื่อน ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น เมื่อไปถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้ตรวจพบยาไอซ์ซ่อนอยู่ในซองกาแฟภายในสัมภาระของเธอ ส่งผลให้เธอถูกควบคุมตัวทันที

ภายหลังการสอบสวน อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้อง น.ส.เอ เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าว ล่าสุดเธอได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและได้เข้าให้ปากคำต่อกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แล้ว โดยมีครอบครัวมารอรับและให้กำลังใจที่สนามบินสุวรรณภูมิ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการรับหิ้วของให้ผู้อื่น แม้ว่าสิ่งของนั้นจะดูไม่มีพิษมีภัยก็ตาม กฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด และบุคคลจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อสิ่งของในสัมภาระของตนโดยไม่คำนึงว่าตนจะทราบถึงสิ่งของเหล่านั้นหรือไม่ แม้ว่าคดีของ น.ส.เอ จะถูกยกฟ้องไปแล้ว แต่การสืบสวนถึงที่มาของยาเสพติดและรายละเอียดเกี่ยวกับบริการรับหิ้วของดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมหลายศพ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมหลายศพ

ทางการไทยไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา 4 รายที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมคน 5 ราย รวมถึงพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัว 3 คน โดยอ้างถึงความร้ายแรงของคดีและพฤติการณ์หลบหนี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมหลายศพ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมหลายศพ

ทางการไทยไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา 4 รายที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมคน 5 ราย รวมถึงพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัว 3 คน โดยอ้างถึงความร้ายแรงของคดีและพฤติการณ์หลบหนี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ศาลไทยได้ปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่เป็นที่สนใจของสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมบุคคล 5 ราย ได้แก่ พี่น้องชาวรัสเซีย 2 คน และครอบครัว 3 คน ซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก

ในคำสั่งศาลได้เน้นย้ำถึงความร้ายแรงอย่างยิ่งของข้อหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่าลักษณะของอาชญากรรมประกอบกับความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่ผู้ต้องหาอาจพยายามหลบหนีจากเขตอำนาจศาล ทำให้จำเป็นต้องควบคุมตัวไว้ตลอดกระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เน้นย้ำถึงการตอบสนองของกระบวนการยุติธรรมต่ออาชญากรรมรุนแรงในประเทศไทย แม้ว่าการไม่อนุญาตให้ประกันตัวจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ต้องหาจะยังคงถูกควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวน แต่กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจเฉพาะเบื้องหลังการฆาตกรรมเหล่านี้และกำหนดการสอบสวนที่ครบถ้วนยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะที่คดีดำเนินต่อไป สาธารณชนและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากศาลเกี่ยวกับกำหนดการพิจารณาคดีและการนำเสนอหลักฐาน ระบบยุติธรรมยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสาธารณะและความสมบูรณ์ของการพิจารณาคดีโดยการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

คนไทยกลับถึงบ้านหลังถูกใช้เป็นม้าลากยาไอซ์ไปญี่ปุ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คนไทยกลับถึงบ้านหลังถูกใช้เป็นม้าลากยาไอซ์ไปญี่ปุ่น

พลเมืองไทยที่ถูกบังคับให้ขนยาไอซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คนไทยกลับถึงบ้านหลังถูกใช้เป็นม้าลากยาไอซ์ไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
คนไทยกลับถึงบ้านหลังถูกใช้เป็นม้าลากยาไอซ์ไปญี่ปุ่น

พลเมืองไทยที่ถูกบังคับให้ขนยาไอซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 พลเมืองไทยรายหนึ่งที่ถูกใช้เป็นม้าลากเพื่อขนยาไอซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทันทีที่เดินทางมาถึง บุคคลดังกล่าวได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะนี้ผู้เสียหายกำลังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงผู้รับปลายทางของยาเสพติดดังกล่าวในประเทศญี่ปุ่น กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งมักจะมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวที่ไม่รู้เรื่องเพื่อใช้เป็นผู้ขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรงจากการลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่มักเตือนอยู่เสมอว่าผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาขนส่งสิ่งผิดกฎหมายในต่างประเทศจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่หนักหน่วง ไม่ว่าจะอ้างว่าถูกบังคับหรืออ้างว่าไม่ทราบถึงสิ่งของที่อยู่ในสัมภาระก็ตาม

เนื่องจากการสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังมีรายละเอียดอีกหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตของเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์เฉพาะที่ผู้เสียหายถูกชักจูงให้เข้าร่วมขบวนการ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากผู้เสียหายไปประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิดนี้ นักท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับสัมภาระส่วนตัวและไม่รับฝากสิ่งของจากบุคคลที่ไม่รู้จักในการเดินทางระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

สภากทม. ตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบอาคารดัดแปลงผิดประเภท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สภากทม. ตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบอาคารดัดแปลงผิดประเภท

สภากรุงเทพมหานครได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อตรวจสอบอาคารที่ใช้งานผิดประเภท โดยมุ่งเน้นไปที่การดัดแปลงอาคารเป็นโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สภากทม. ตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบอาคารดัดแปลงผิดประเภท

แหล่งข่าวเดียว
สภากทม. ตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบอาคารดัดแปลงผิดประเภท

สภากรุงเทพมหานครได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อตรวจสอบอาคารที่ใช้งานผิดประเภท โดยมุ่งเน้นไปที่การดัดแปลงอาคารเป็นโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

สภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) ได้จัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อตรวจสอบอาคารที่มีการใช้งานผิดประเภทจากที่ได้รับอนุญาตไว้แต่เดิม ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาชิกสภากทม. แสดงความกังวลว่ามีการดัดแปลงอาคารในลักษณะดังกล่าวอยู่ทั่วไปในทุกเขตของกรุงเทพฯ

ประเด็นสำคัญของการตรวจสอบนี้คือการดัดแปลงตึกแถวแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นโรงแรมหรือที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต สมาชิกสภากทม. ระบุว่าการดัดแปลงเหล่านี้มักหลีกเลี่ยงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและการผังเมือง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้พักอาศัยและสาธารณชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารที่เข้มงวดขึ้น และอาจมีการสั่งปิดที่พักที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หากคุณกำลังเข้าพักหรือวางแผนจะจองที่พักในกรุงเทพฯ ขอแนะนำให้ตรวจสอบว่าที่พักของคุณมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามกฎระเบียบในท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเข้าพัก

ในขณะนี้ คณะกรรมการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบ โดยยังต้องรอความชัดเจนว่าอาคารใดบ้างที่จะถูกตรวจสอบ และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรกับเจ้าของอาคารที่พบว่ากระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สภากทม. ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการตรวจสอบในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

จับกุมหญิงสาวหลังเกิดเหตุสลดในภูเก็ต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมหญิงสาวหลังเกิดเหตุสลดในภูเก็ต

หญิงวัย 36 ปีถูกควบคุมตัวหลังการเสียชีวิตของแม่สามีวัย 74 ปีในจังหวัดภูเก็ต

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมหญิงสาวหลังเกิดเหตุสลดในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมหญิงสาวหลังเกิดเหตุสลดในภูเก็ต

หญิงวัย 36 ปีถูกควบคุมตัวหลังการเสียชีวิตของแม่สามีวัย 74 ปีในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดภูเก็ตได้จับกุมหญิงวัย 36 ปีรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของแม่สามีวัย 74 ปี ตามรายงานจาก Khaosod English สถานีตำรวจฉลองได้รับแจ้งเหตุความรุนแรงที่บ้านพักในตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 09:15 น.

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตซึ่งถูกตัดศีรษะ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีความรุนแรงในครอบครัวที่น่าสลดใจ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยรวมของนักท่องเที่ยว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของระเบียบการแจ้งเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรหมั่นสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและใช้บริการฉุกเฉินในพื้นที่หากพบสถานการณ์ที่เป็นอันตราย

ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจที่แน่ชัดหรือข้อหาอย่างเป็นทางการที่จะตั้งกับผู้ต้องสงสัย ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในภูเก็ต: จับกุมลูกสะใภ้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในภูเก็ต: จับกุมลูกสะใภ้

หญิงวัย 36 ปีถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมแม่สามีวัย 74 ปีในจังหวัดภูเก็ต สร้างความตกตะลึงให้กับชุมชนในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในภูเก็ต: จับกุมลูกสะใภ้

แหล่งข่าวเดียว
เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในภูเก็ต: จับกุมลูกสะใภ้

หญิงวัย 36 ปีถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมแม่สามีวัย 74 ปีในจังหวัดภูเก็ต สร้างความตกตะลึงให้กับชุมชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดภูเก็ตได้จับกุมหญิงวัย 36 ปี ชื่อ น.ส.ศรีวรรณ หลังจากก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.จันทรา แม่สามีวัย 74 ปี ภายในบ้านพักในเขตอำเภอเมือง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวมีญาติเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเดินทางมาถึงบ้านหลังจากได้รับแจ้งจากเด็กคนหนึ่ง โดยพยานระบุว่าเห็นผู้ก่อเหตุกำลังทำร้ายผู้เสียชีวิต

เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างแสดงความตกใจอย่างมาก โดยระบุว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะราบรื่นมาโดยตลอด การสอบสวนเบื้องต้นของตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุได้รับการรักษาทางจิตเวชมาตั้งแต่ปี 2559 ขณะนี้ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างการควบคุมตัว และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แน่ชัด พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัยส่วนบุคคล แม้เหตุการณ์นี้จะไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสาธารณชนทั่วไป แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของปัญหาสุขภาพจิต ในขณะนี้สถานการณ์ที่แน่ชัดซึ่งนำไปสู่การใช้ความรุนแรงยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและประวัติสุขภาพจิตของผู้ก่อเหตุในระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ตำรวจบ้านเป็ดสั่งสอบคลิปฉาว ตำรวจตบหัววัยรุ่นในขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบ้านเป็ดสั่งสอบคลิปฉาว ตำรวจตบหัววัยรุ่นในขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในตำบลบ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น กำลังตรวจสอบคลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเผยให้เห็นตำรวจสายตรวจตบหัววัยรุ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบ้านเป็ดสั่งสอบคลิปฉาว ตำรวจตบหัววัยรุ่นในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบ้านเป็ดสั่งสอบคลิปฉาว ตำรวจตบหัววัยรุ่นในขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในตำบลบ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น กำลังตรวจสอบคลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเผยให้เห็นตำรวจสายตรวจตบหัววัยรุ่น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ดได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบคลิปวิดีโอที่กำลังแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย โดยในคลิปเผยให้เห็นตำรวจสายตรวจยืนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์และใช้มือซ้ายตบเข้าที่ศีรษะของวัยรุ่นอย่างแรงจนหน้าหัน พร้อมกับพูดว่า “เป็นยังไง”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหาดทรายเทียมริมบึงหนองโคตร ตำบลบ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีกลุ่มวัยรุ่นมารวมตัวกันดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ต้องออกตรวจตราเป็นประจำในคืนวันศุกร์และวันเสาร์เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านเป็ด เปิดเผยว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวจากผู้สื่อข่าวแล้ว และเน้นย้ำว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นความผิดทางวินัย ขณะนี้ทางสถานีตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคลิปวิดีโอมีความสั้นและยังไม่มีข้อมูลบริบทที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการเผชิญหน้า ผู้กำกับการได้สั่งการให้รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันและปราบปรามรวบรวมรายละเอียด และยืนยันว่าหากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดจริง จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ทั้งนี้ วันและเวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC