ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

เหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าทำให้เกิดไฟฟ้าดับในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าทำให้เกิดไฟฟ้าดับในปทุมธานี

หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 kva ถูกขโมยและถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อเอาทองแดง ทำให้เกิดไฟฟ้าดับและข้อกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าทำให้เกิดไฟฟ้าดับในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าทำให้เกิดไฟฟ้าดับในปทุมธานี

หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 kva ถูกขโมยและถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อเอาทองแดง ทำให้เกิดไฟฟ้าดับและข้อกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในตำบลบางเดื่อ จังหวัดปทุมธานี รายงานเหตุการณ์ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 kva ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand คนร้ายได้ปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้า ถอดหม้อแปลงลงมา และนำไปแยกชิ้นส่วนในนาข้าวใกล้เคียงเพื่อเอาสายทองแดง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างตามถนน ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยอย่างมากสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้รถใช้ถนน

นายสุเทพ สมใจ นายกเทศมนตรีตำบลบางเดื่อ ระบุว่าอุปกรณ์ที่ถูกขโมยไปซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 300,000 บาท คนร้ายใช้น็อตเสียบรูเสาไฟฟ้าเพื่อปีนขึ้นไป ตัดสายไฟ และถอดมิเตอร์ไฟฟ้า หลักฐานบ่งชี้ว่าคนร้ายอาจถูกขัดจังหวะโดยรถที่สัญจรผ่านไปมาขณะพยายามถอดอุปกรณ์เพิ่มเติม เนื่องจากพบฟิวส์บางส่วนถูกถอดออกทิ้งไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบนถนนที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะตามเส้นทางราชพฤกษ์ (นบ.3021) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี และกำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ที่อาจรับซื้อวัสดุที่ถูกขโมยมา แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังต้องยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุเพียงลำพังหรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการขโมยทรัพย์สินสาธารณูปโภคในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

เหตุปล้นร้านทองกลางห้างดังใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุปล้นร้านทองกลางห้างดังใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

คนร้าย 2 คนสวมหน้ากากบุกปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้าที่ อ.เชียงของ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กวาดทองไป 5 ถาดก่อนหลบหนี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุปล้นร้านทองกลางห้างดังใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุปล้นร้านทองกลางห้างดังใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

คนร้าย 2 คนสวมหน้ากากบุกปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้าที่ อ.เชียงของ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กวาดทองไป 5 ถาดก่อนหลบหนี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุคนร้าย 2 คนบุกปล้นร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยคนร้ายทั้งสองสวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาดำเพื่อปิดบังใบหน้า เข้ามาก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.

พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า คนร้ายคนหนึ่งได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อข่มขู่พนักงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในขณะที่คนร้ายอีกคนปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปกวาดทองคำไปจำนวน 5 ถาด ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งหลบหนีออกจากห้างและขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เตรียมไว้หลบหนีไป จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถเช่า ซึ่งต่อมาถูกพบจอดทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำโขง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาด้านความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าขณะนี้คนร้ายจะยังคงหลบหนีอยู่ แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้เพื่อติดตามเส้นทางการหลบหนี ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าคนร้ายได้ข้ามพรมแดนไปแล้วหรือยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัด โดยทางตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปหรืออัตลักษณ์ของคนร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

รวบ 3 ชายฉกรรจ์ก่อเหตุอุ้มสาวทวงหนี้พนันออนไลน์ในแก่งคอย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 ชายฉกรรจ์ก่อเหตุอุ้มสาวทวงหนี้พนันออนไลน์ในแก่งคอย

ตำรวจในจังหวัดสระบุรีจับกุมชาย 3 คนที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามลักพาตัวหญิงสาวเนื่องจากหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 ชายฉกรรจ์ก่อเหตุอุ้มสาวทวงหนี้พนันออนไลน์ในแก่งคอย

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 ชายฉกรรจ์ก่อเหตุอุ้มสาวทวงหนี้พนันออนไลน์ในแก่งคอย

ตำรวจในจังหวัดสระบุรีจับกุมชาย 3 คนที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามลักพาตัวหญิงสาวเนื่องจากหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ได้จับกุมชาย 3 คน ได้แก่ นายสิทธิชัย (49 ปี), นายณัฐกรณ์ (34 ปี) และนายจิรวัฒน์ (26 ปี) หลังจากมีเหตุพยายามลักพาตัว ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหาได้เดินทางไปยังบ้านพักส่วนตัวเพื่อลักพาตัวหญิงสาวรายหนึ่ง (นามสมมติว่า 'ปลวก') เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจาก 300,000 บาท เป็นกว่าหนึ่งล้านบาทจากการเล่นพนันออนไลน์

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกระงับโดยนายสมชาย จิตร์อุบล ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้จนกว่าตำรวจจะมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถยนต์มาสด้าสีดำ ทะเบียนชลบุรี ไว้เป็นหลักฐาน โดย พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแก่งคอย ได้ยืนยันการจับกุมในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งอาจใช้วิธีการทวงหนี้ที่รุนแรงและผิดกฎหมาย แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับโดยการเข้าช่วยเหลือของชุมชนแล้ว แต่กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงต่อความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันถึงโครงสร้างของหนี้สินดังกล่าว และความเชื่อมโยงของผู้ต้องหากับองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับขบวนการพนันและรายละเอียดของเหตุการณ์พยายามลักพาตัวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

ดีเอสไอเดินหน้าสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับ 'ภาวุธ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเดินหน้าสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับ 'ภาวุธ'

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมอีก 33 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับภาวุธ ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอเดินหน้าสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับ 'ภาวุธ'

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเดินหน้าสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับ 'ภาวุธ'

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมอีก 33 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับภาวุธ ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายรุทธพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้พบหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติมในคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ภาวุธ' โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนพบเส้นทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 33 ล้านบาท

เมื่อถูกถามถึงสถานะของคดีว่าจะมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการเมื่อใด รัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน โดยระบุว่าการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่และจำเป็นต้องขยายผลเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางการเงินทั้งหมดได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะมีการสรุปข้อหาอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคืบหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการติดตามกระแสการเงินที่ผิดปกติ แม้ว่าคดีนี้จะเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นในประเทศ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าดีเอสไอจะสรุปการรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อใด หรือจะมีบุคคลอื่นถูกกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการส่งสำนวนคดีต่อศาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาเรื่องสายลับตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาเรื่องสายลับตำรวจ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีพยานแฉว่าบุคคลที่ชื่อ 'ป๋อง' ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาเรื่องสายลับตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาเรื่องสายลับตำรวจ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีพยานแฉว่าบุคคลที่ชื่อ 'ป๋อง' ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ กรณีที่มีพยานออกมาแฉว่าบุคคลที่ชื่อ 'ป๋อง' ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ โดยคำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำให้การของพยานที่ระบุว่าบุคคลนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำว่าหากข้อกล่าวหาเป็นความจริง บุคคลที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับคดีอาญา โดยระบุว่าการเกษียณอายุราชการไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการละเว้นการดำเนินคดีสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในอดีตได้

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ยังคงต้องมีการยืนยันว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การสั่งการของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ และมีการดำเนินการใดบ้างภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยผลการสอบสวน และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบกำลังพิจารณาหลักฐานจากพยาน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของช่องทางที่เป็นทางการในประเด็นทางกฎหมาย แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวันหรือสถานะการเดินทางของผู้ที่อยู่ในประเทศในขณะนี้ก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

สั่งสอบสวนด่วนหลังพบข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งสอบสวนด่วนหลังพบข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลในไทย

ทางการไทยกำลังเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลครั้งใหญ่ โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อหาต้นตอของปัญหา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งสอบสวนด่วนหลังพบข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลในไทย

แหล่งข่าวเดียว
สั่งสอบสวนด่วนหลังพบข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลในไทย

ทางการไทยกำลังเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลครั้งใหญ่ โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อหาต้นตอของปัญหา

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้สั่งการให้มีการสอบสวนกรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลอย่างเร่งด่วน โดยรัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับ ThaiCERT และหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามหาต้นตอของการรั่วไหลและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เชื่อมโยงกับการจดทะเบียนรถยนต์หรือบริการเช่ารถ แม้ว่าขอบเขตของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่การเข้ามามีส่วนร่วมของหน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับชาติถือเป็นการตอกย้ำถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์นี้

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าฐานข้อมูลใดบ้างที่ถูกเข้าถึง หรือข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของรถหรือผู้เช่ารายใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ ทางการได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และควรระมัดระวังการติดต่อสื่อสารที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการรั่วไหลและมาตรการป้องกันสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

ผู้ต้องสงสัยมอบตัวหลังเหตุโจมตีตำรวจตากใบเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ต้องสงสัยมอบตัวหลังเหตุโจมตีตำรวจตากใบเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นายในจังหวัดนราธิวาส โดยยังคงดำเนินการติดตามสมาชิกกลุ่มที่เหลือต่อไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ต้องสงสัยมอบตัวหลังเหตุโจมตีตำรวจตากใบเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ต้องสงสัยมอบตัวหลังเหตุโจมตีตำรวจตากใบเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นายในจังหวัดนราธิวาส โดยยังคงดำเนินการติดตามสมาชิกกลุ่มที่เหลือต่อไป

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ได้สำเร็จ

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมสวนปาล์มขนาดใหญ่ด้านหลัง อบต.ไพรวัน ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายใช้หลบซ่อนตัว ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้กดดันพื้นที่จนทำให้ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งยอมมอบตัวโดยไม่มีอาวุธ ขณะนี้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยมีรายงานว่ากำลังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่าย รวมถึงรายชื่อ แผนประทุษกรรม และจุดซ่อนตัว ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมีประมาณ 6 คน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานด้านความมั่นคงในภูมิภาค แม้สถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับ จ.นราธิวาส ควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ายังมีผู้ต้องสงสัยหลบหนีอยู่อีกกี่ราย และจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างไรในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

ดีเอสไอขยายผลสอบเส้นทางการเงิน สส.ภาวุธ เพิ่มเป็น 33 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอขยายผลสอบเส้นทางการเงิน สส.ภาวุธ เพิ่มเป็น 33 ล้านบาท

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เพิ่มขึ้นเป็น 33 ล้านบาท ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอขยายผลสอบเส้นทางการเงิน สส.ภาวุธ เพิ่มเป็น 33 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอขยายผลสอบเส้นทางการเงิน สส.ภาวุธ เพิ่มเป็น 33 ล้านบาท

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เพิ่มขึ้นเป็น 33 ล้านบาท ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้ากรณีการสอบสวนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน โดยระบุว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจพบข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ สส.รายดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านบาท เป็น 33 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องของการกู้ยืมเงินหรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่ยึดได้จากบริษัทคิวอาร์เอส โกลบอล ซึ่งคาดว่าจะมีข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดี แม้ว่าดีเอสไอจะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยหลายรายแล้ว แต่รัฐมนตรีปฏิเสธที่จะระบุกรอบเวลาในการสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้อง โดยระบุว่าการสอบสวนยังคงขยายผลออกไปเรื่อยๆ ตามพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้ถือเป็นคดีทางการเมืองและเศรษฐกิจที่อยู่ในความสนใจ แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับลักษณะของธุรกรรมทางการเงินรวมถึงผลทางกฎหมายสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากดีเอสไอต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

ศาลปกครองยกคำร้องฉุกเฉินของอดีตประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองยกคำร้องฉุกเฉินของอดีตประธาน กสทช.

ศาลปกครองได้ยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินที่ยื่นโดย ดร.สรณ ซึ่งเพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้องฉุกเฉินของอดีตประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้องฉุกเฉินของอดีตประธาน กสทช.

ศาลปกครองได้ยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินที่ยื่นโดย ดร.สรณ ซึ่งเพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องฉุกเฉินที่ยื่นโดย ดร.สรณ อดีตประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งได้ขอให้มีการไต่สวนเร่งด่วนเกี่ยวกับการถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเร็วๆ นี้

ในคำสั่งดังกล่าว ศาลวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือดำเนินการไต่สวนคดีแบบเร่งด่วนในเรื่องนี้ การยกคำร้องดังกล่าวถือเป็นการที่ศาลปฏิเสธที่จะแทรกแซงคำสั่งทางปกครองที่นำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งในลักษณะฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้นำของหน่วยงานกำกับดูแลที่ดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ การเปลี่ยนแปลงในการบริหารงานของ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแล มาตรฐานการบริการ และภูมิทัศน์ดิจิทัลโดยรวมของประเทศ

ในขณะนี้ กระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับความถูกต้องของการพ้นจากตำแหน่งของ ดร.สรณ ยังคงดำเนินอยู่ แต่การที่ศาลปฏิเสธที่จะพิจารณาคดีเป็นกรณีฉุกเฉินบ่งชี้ว่ากระบวนการจะดำเนินไปตามกรอบเวลาปกติของศาล ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการยกคำร้องนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพในระยะยาวของคณะกรรมการอย่างไร และอดีตประธานจะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะการบริหารงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของไทยได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม 5 ศพอาจทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. สั่งสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของไทยได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม 5 ศพอาจทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าผู้ต้องหาที่ระบุชื่อว่า 'ป๋อง' ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวในคดีฆาตกรรม 5 ศพ อาจเคยทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับตำรวจ การสอบสวนนี้เกิดขึ้นหลังจากมีข้อกล่าวหาต่อสาธารณะที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่

ในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวถึงความกังวลดังกล่าว โดยระบุว่าแม้การใช้สายลับจะเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานในการสืบสวน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับกรณีนี้เสมอไป เขาย้ำว่าตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมและการพบศพชาวต่างชาติในเวลาต่อมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าหากข้อกล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์ของผู้ต้องหากับตำรวจเป็นความจริง ก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเกษียณอายุราชการไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้ เขายังชี้แจงว่าประวัติอาชญากรรมไม่สามารถถูกลบโดยเจ้าหน้าที่รายบุคคลได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและการจัดการกับผู้ต้องหาในคดีอาญาในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการหรืออย่างไม่เป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ และมีการกระทำผิดขั้นตอนในระหว่างการจัดการประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

การตรวจสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การตรวจสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เตรียมส่งรายงานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นถึงนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าอาจจำเป็นต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การตรวจสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
การตรวจสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เตรียมส่งรายงานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นถึงนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าอาจจำเป็นต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ประกาศความตั้งใจที่จะส่งรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่นถึงนายกรัฐมนตรี โดยปกรณ์ระบุว่าขนาดของความไม่โปร่งใสนั้นมีความสำคัญมากจนอาจจำเป็นต้องให้ผู้สมัครสอบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ แม้ว่าสถานการณ์กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ความเป็นไปได้ที่จะต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมดอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการบรรจุบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระบวนการทางธุรการต่างๆ

ยังคงต้องติดตามว่านายกรัฐมนตรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อรายงานฉบับนี้ และจะมีการสั่งให้สอบใหม่ทั้งหมดอย่างเป็นทางการหรือไม่ ปกรณ์ได้กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่าเป็น "หนังยาว" ที่ไม่น่าจะจบลงได้โดยง่าย ซึ่งบ่งชี้ว่าการตรวจสอบและผลกระทบทางธุรการที่ตามมาจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงเวลาข้างหน้า ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตที่แน่ชัดของการทุจริตที่ถูกกล่าวหาและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการแก้ไขใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ธอส. จับมือสำนักพิมพ์มติชน สนับสนุนหนังสือแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ธอส. จับมือสำนักพิมพ์มติชน สนับสนุนหนังสือแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน บริจาคหนังสือให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ธอส. จับมือสำนักพิมพ์มติชน สนับสนุนหนังสือแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
ธอส. จับมือสำนักพิมพ์มติชน สนับสนุนหนังสือแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน บริจาคหนังสือให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศไทย

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เปิดตัวโครงการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล โดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์มติชนในการบริจาคหนังสือให้แก่ห้องสมุดของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวน 10 แห่ง

โครงการนี้มี ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และนายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนในการดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อการอ่านที่หลากหลาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐวิสาหกิจและองค์กรสื่อภาคเอกชนในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในจังหวัดชนบทของไทย แม้ว่าการบริจาคครั้งนี้จะให้การสนับสนุนโดยตรงแก่โรงเรียนที่ได้รับคัดเลือก แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความร่วมมือนี้จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ หรือมีโครงการส่งเสริมการอ่านในระยะยาวเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนห่างไกลอาจพบเห็นโรงเรียนเหล่านี้ในฐานะศูนย์กลางของชุมชน โดยผลกระทบของการบริจาคหนังสือในครั้งนี้ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในท้องถิ่นจะเป็นสิ่งที่ต้องสังเกตการณ์ต่อไปในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

พบหลุมยุบขนาดใหญ่ 7 แห่งในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบหลุมยุบขนาดใหญ่ 7 แห่งในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดขอนแก่น

ทางการกำลังตรวจสอบการเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่จำนวน 7 แห่งอย่างกะทันหันในอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบหลุมยุบขนาดใหญ่ 7 แห่งในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
พบหลุมยุบขนาดใหญ่ 7 แห่งในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดขอนแก่น

ทางการกำลังตรวจสอบการเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่จำนวน 7 แห่งอย่างกะทันหันในอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มีการค้นพบหลุมยุบขนาดใหญ่จำนวน 7 แห่งในพื้นที่เกษตรกรรมที่บ้านวังเจริญ หมู่ 2 ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ตามรายงานของ Khaosod English การปรากฏขึ้นของปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยานี้สร้างความกังวลอย่างมากให้กับชาวบ้านในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ความกังวลหลักคือความไม่มั่นคงของพื้นดินที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าในขณะนี้หลุมยุบจะจำกัดอยู่ในเขตพื้นที่เกษตรกรรม แต่ลักษณะการเกิดที่กะทันหันเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทในอำเภอดังกล่าว จนกว่าทางการจะสามารถประเมินสภาพพื้นที่โดยรอบได้อย่างชัดเจน

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของหลุมยุบยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุและกำลังดำเนินการเพื่อหาสาเหตุทางธรณีวิทยาที่นำไปสู่การทรุดตัวของพื้นดิน จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ระดับความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานหรือพื้นที่อยู่อาศัยใกล้เคียงยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่นี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงเขตพื้นที่หวงห้ามที่เจ้าหน้าที่จังหวัดกำหนด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

กรรมการ ปกรณ์ ชี้แจงสถานะประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรรมการ ปกรณ์ ชี้แจงสถานะประธาน กสทช.

กรรมการ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้กล่าวถึงสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในตำแหน่งประธาน กสทช. โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรรมการ ปกรณ์ ชี้แจงสถานะประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ปกรณ์ ชี้แจงสถานะประธาน กสทช.

กรรมการ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้กล่าวถึงสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในตำแหน่งประธาน กสทช. โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กรรมการ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

กรรมการ ปกรณ์ ระบุว่ากระบวนการเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งประธานของ นพ.สรณ นั้น ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลเข้าไปแทรกแซงกระบวนการสรรหาหรือจงใจดึงเรื่องให้ล่าช้า โดยยืนยันว่าขั้นตอนทางธุรการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ ไม่ได้เกิดจากอิทธิพลทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เสถียรภาพของผู้นำ กสทช. มีความสำคัญเนื่องจากคณะกรรมการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่สำคัญ กฎระเบียบด้านการกระจายเสียง และบริการดิจิทัล ซึ่งส่งผลต่อการเชื่อมต่อและการบริโภคสื่อในชีวิตประจำวัน แม้ว่าคณะกรรมการจะยังคงดำเนินงานตามปกติ แต่การสรุปผลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตำแหน่งประธานยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการสรุปการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธาน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำจะเสร็จสิ้นอย่างไรและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่ต่อไป สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องของกระบวนการทางธุรการภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

การสอบสวนทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมส่งรายงานการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นใกล้ได้ข้อสรุป

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมส่งรายงานการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ได้ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว โดยข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าคณะกรรมการพบข้อบกพร่องในเกือบทุกขั้นตอนของกระบวนการสอบ

นายปกรณ์เปิดเผยว่า การสอบสวนพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า 100 คน ทั้งข้าราชการระดับสูงและบุคคลภายนอก โดยรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ระบุถึงความบกพร่องและขอบเขตของการกระทำผิดจะถูกส่งไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป แม้คณะกรรมการจะรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสได้แล้ว แต่การดำเนินคดีทางอาญา คดีแพ่ง และคดีทางวินัยต่อผู้เกี่ยวข้องยังคงต้องรอคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจระบบราชการไทย การสอบสวนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบในการสรรหาบุคลากรท้องถิ่น แม้ผลกระทบต่อผลการสอบในปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน แต่ผลการตรวจสอบบ่งชี้ถึงความพยายามในการสร้างความรับผิดชอบ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไรกับผลสอบเดิม หรือรัฐบาลจะจัดการสถานะของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วอย่างไร สถานการณ์นี้ยังคงดำเนินอยู่และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากนายกรัฐมนตรีพิจารณารายงานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

ตำรวจเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ และรัฐมนตรีหลุดว่อนออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ และรัฐมนตรีหลุดว่อนออนไลน์

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ตรวจสอบรายงานกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถูกเผยแพร่ออกมาบนโลกออนไลน์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ และรัฐมนตรีหลุดว่อนออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ และรัฐมนตรีหลุดว่อนออนไลน์

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ตรวจสอบรายงานกรณีข้อมูลส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถูกเผยแพร่ออกมาบนโลกออนไลน์

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการตรวจสอบกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าข้อมูลส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยหลุดและกำลังเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่ทราบต้นทางของข้อมูลที่หลุดออกมา โดยยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ปกป้องผู้ใหญ่ในรัฐบาล แต่ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบความถูกต้องของภาพและข้อมูลที่กำลังแพร่กระจาย เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลและความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคลในโลกดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงยังต้องรอการยืนยันว่าข้อมูลที่หลุดออกมานั้นเป็นของจริงหรือเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังผลบางอย่าง ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่ บช.สอท. ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

รัฐบาลไทยกำลังตรวจสอบขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อถอดถอน นพ.สรณ ชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. หลังจากมีมติว่าขาดคุณสมบัติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

รัฐบาลไทยกำลังตรวจสอบขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อถอดถอน นพ.สรณ ชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. หลังจากมีมติว่าขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีของ นพ.สรณ ชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังจากคณะกรรมการสรรหามีมติว่าขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป

ตามรายงานของ Khaosod Online บทบาทของรัฐบาลจำกัดอยู่เพียงการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายครบถ้วนแล้ว นายปกรณ์ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา สำหรับกรณีที่ นพ.สรณ ได้ยื่นเรื่องคัดค้านต่อศาลปกครองโดยอ้างว่ามติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น นายปกรณ์ระบุว่าตามกฎหมาย กสทช. การยื่นฟ้องต่อศาลปกครองไม่มีผลให้กระบวนการทางปกครองต้องหยุดชะงักลง ดังนั้นรัฐบาลจึงตั้งใจที่จะดำเนินการตามขั้นตอนการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไปแม้จะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชนที่สำคัญ ความไม่แน่นอนในระดับผู้นำของหน่วยงานกำกับดูแลนี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการดิจิทัล การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และกฎระเบียบด้านสื่อ ทั้งนี้ยังคงต้องรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองเกี่ยวกับความถูกต้องของการถอดถอน และผลกระทบต่อกรอบเวลาในการแต่งตั้งประธานคนใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ดีเอสไอแจ้งข้อหา 4 ราย รวมถึงอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีฉ้อโกงเทรดออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอแจ้งข้อหา 4 ราย รวมถึงอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีฉ้อโกงเทรดออนไลน์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคล 4 ราย รวมถึงนักการเมืองและอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงผ่านระบบเทรดออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอแจ้งข้อหา 4 ราย รวมถึงอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีฉ้อโกงเทรดออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอแจ้งข้อหา 4 ราย รวมถึงอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีฉ้อโกงเทรดออนไลน์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคล 4 ราย รวมถึงนักการเมืองและอดีตนักร้องชื่อดัง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงผ่านระบบเทรดออนไลน์

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคล 4 ราย ได้แก่ นายภาวุธ สส.พรรคประชาชน, นายรัฐภูมิ (อดีตนักร้องและนักแสดงชื่อดัง), นายภูริทัต และนายธนกร เกี่ยวกับกรณีการชักชวนลงทุนเทรดสินทรัพย์ผ่านระบบออนไลน์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ดีเอสไอได้แจ้งข้อหาหนัก 6 ข้อหาต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว รวมถึงความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันฟอกเงิน

ความคืบหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเครือข่ายฉ้อโกงขนาดใหญ่ โดยดีเอสไอกำลังเตรียมดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งหมด 47 ราย ทั้ง 4 รายได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกและได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีหลักประกัน เพื่อให้เวลาในการเตรียมหลักฐานต่อสู้คดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลต่อแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามกิจกรรมทางการเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 43 ราย และหลักฐานที่จะนำเสนอต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนออนไลน์และตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC