ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 สำนัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 สำนัก

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยกำหนดให้ทำเนียบขาวต้องคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 แห่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 สำนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้พิพากษาสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 สำนัก

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยกำหนดให้ทำเนียบขาวต้องคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 แห่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยกำหนดให้ทำเนียบขาวต้องคืนสิทธิการเข้าถึงแก่สื่อมวลชน 3 แห่ง ความคืบหน้าทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิการเข้าถึง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จำกัดความสามารถของสื่อเหล่านี้ในการรายงานข่าวเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำเนียบขาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศ คำตัดสินนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการถกเถียงทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเสรีภาพสื่อและอำนาจการบริหารในสหรัฐอเมริกา การคืนสิทธิการเข้าถึงเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสื่อดังกล่าวจะสามารถรายงานข่าวจากฝ่ายบริหารต่อไปได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบต่อตลาดโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แม้ว่าคำสั่งนี้จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สื่อข่าวที่ได้รับผลกระทบในทันที แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น การต่อสู้ทางกฎหมายในวงกว้างเกี่ยวกับสถานะถาวรของสิทธิการเข้าถึงสื่อเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่ จำเป็นต้องมีการดำเนินคดีในศาลเพิ่มเติมเพื่อกำหนดผลลัพธ์สุดท้ายของคดี ผู้ที่สนใจควรติดตามเอกสารอย่างเป็นทางการของศาลและแถลงการณ์จากสำนักข่าวทำเนียบขาวต่อไป เพื่อดูว่าคำสั่งชั่วคราวนี้จะได้รับการขยายเวลาหรือไม่ หรือฝ่ายบริหารจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:21 UTC

ศาลปกครองสงขลาสั่งทุเลาคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองสงขลาสั่งทุเลาคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง

ศาลปกครองสงขลาได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการพ้นจากตำแหน่งของนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุงไว้ก่อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองสงขลาสั่งทุเลาคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองสงขลาสั่งทุเลาคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง

ศาลปกครองสงขลาได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการพ้นจากตำแหน่งของนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุงไว้ก่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลปกครองสงขลาได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งของนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุงไว้เป็นการชั่วคราว การแทรกแซงทางตุลาการครั้งนี้ส่งผลให้การบังคับตามคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งต้องหยุดชะงักลงในระหว่างที่ข้อพิพาททางกฎหมายยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทลุง ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการรักษาเสถียรภาพทางการบริหารในระดับท้องถิ่นไว้ในปัจจุบัน การที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบ่งชี้ว่ากระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวาระการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรีมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าการพ้นจากตำแหน่งในทันทีจะถูกระงับไว้ แต่ประเด็นทางกฎหมายที่เป็นมูลเหตุของคำสั่งเดิมนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีอย่างเต็มรูปแบบต่อไป ยังคงต้องติดตามผลสรุปทางตุลาการว่าจะออกมาเป็นอย่างไร และสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในระยะยาวของเทศบาลเมืองพัทลุงอย่างไรในท้ายที่สุด ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางเทศบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการบริหารท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:40 UTC

กระทรวงยุติธรรมไทยร่วมประชุม UN Crime Congress ชูบทบาทด้านความยุติธรรมสากล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงยุติธรรมไทยร่วมประชุม UN Crime Congress ชูบทบาทด้านความยุติธรรมสากล

กระทรวงยุติธรรมไทยเข้าร่วมการประชุม UN Crime Congress โดยเน้นย้ำถึงพระกรุณาธิคุณของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการพัฒนามาตรฐานความยุติธรรมระดับโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงยุติธรรมไทยร่วมประชุม UN Crime Congress ชูบทบาทด้านความยุติธรรมสากล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงยุติธรรมไทยร่วมประชุม UN Crime Congress ชูบทบาทด้านความยุติธรรมสากล

กระทรวงยุติธรรมไทยเข้าร่วมการประชุม UN Crime Congress โดยเน้นย้ำถึงพระกรุณาธิคุณของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการพัฒนามาตรฐานความยุติธรรมระดับโลก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กระทรวงยุติธรรมได้ประกาศการเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของสหประชาชาติ (UN Crime Congress) ในระหว่างการประชุม คณะผู้แทนไทยได้เน้นย้ำถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามาตรฐานความยุติธรรมระหว่างประเทศและการส่งเสริมหลักนิติธรรม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะผู้แทนไทยได้ใช้เวทีระหว่างประเทศนี้ในการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปรับปรุงกรอบกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล ซึ่งเป็นมรดกที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการที่พระองค์ทรงสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดอย่างมีมนุษยธรรมมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการปรับปรุงระบบตุลาการและราชทัณฑ์ให้ทันสมัย แม้ว่าการเข้าร่วมประชุมจะแสดงถึงความมุ่งมั่นต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายท้องถิ่นหรือขั้นตอนการบริหารงานในทันที ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้กระทรวงจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรฐานระดับโลกเหล่านี้ แต่การปรับปรุงกฎหมายหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากการประชุมครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป กิจกรรมนี้ถือเป็นการยืนยันบทบาททางการทูตของไทยในประชาคมกฎหมายระหว่างประเทศ มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบปัจจุบันที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:41 UTC

กฎ ก.ตร. ใหม่ว่าด้วยการจัดระเบียบตำรวจและสำรองราชการในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กฎ ก.ตร. ใหม่ว่าด้วยการจัดระเบียบตำรวจและสำรองราชการในไทย

ประเทศไทยได้ประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่เพื่อจัดระเบียบการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานะ 'ประจำ' หรือ 'สำรองราชการ' โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กฎ ก.ตร. ใหม่ว่าด้วยการจัดระเบียบตำรวจและสำรองราชการในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กฎ ก.ตร. ใหม่ว่าด้วยการจัดระเบียบตำรวจและสำรองราชการในไทย

ประเทศไทยได้ประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่เพื่อจัดระเบียบการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานะ 'ประจำ' หรือ 'สำรองราชการ' โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสำรองราชการ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นผู้ลงนาม กฎฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการสั่งให้ตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานะ 'ประจำ' หรือ 'สำรองราชการ' เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างมีระเบียบ

กฎระเบียบดังกล่าวระบุถึงกรณีที่สามารถสั่งให้ตำรวจไปประจำตำแหน่งได้ 9 กรณี เช่น กรณีที่ใกล้ครบเกษียณอายุราชการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเงื่อนไข 3 กรณีสำหรับการสั่งให้สำรองราชการ นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานในขั้นตอนการพิจารณา รวมถึงแนวทางการแต่งตั้งตำรวจกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมเมื่อเหตุแห่งการประจำหรือสำรองราชการสิ้นสุดลง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางปกครองนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการของตำรวจต่อสาธารณะหรือการบังคับใช้กฎหมายในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่ากฎระเบียบจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำไปปฏิบัติจริงและผลกระทบต่อการบริหารงานในสถานีตำรวจท้องที่นั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ระบบใหม่เริ่มถูกนำมาใช้จริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:23 UTC

ส.ส. จี้ บช.น. เร่งกำจัดตู้ม้าผิดกฎหมายในย่านดินแดง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. จี้ บช.น. เร่งกำจัดตู้ม้าผิดกฎหมายในย่านดินแดง

นายพิทักษ์เดช ส.ส. ได้กดดันกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้เร่งจัดการตู้ม้าผิดกฎหมายในพื้นที่ดินแดง โดยอ้างว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส.ส. จี้ บช.น. เร่งกำจัดตู้ม้าผิดกฎหมายในย่านดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. จี้ บช.น. เร่งกำจัดตู้ม้าผิดกฎหมายในย่านดินแดง

นายพิทักษ์เดช ส.ส. ได้กดดันกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้เร่งจัดการตู้ม้าผิดกฎหมายในพื้นที่ดินแดง โดยอ้างว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 Matichon Online รายงานว่า นายพิทักษ์เดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเรียกร้องอย่างจริงจังต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เกี่ยวกับการพบตู้ม้าผิดกฎหมายในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อนการพนันด้วยตนเอง ส.ส. ท่านนี้ได้ท้าทายให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการยึดอุปกรณ์ดังกล่าว โดยขู่ว่าจะดำเนินการด้วยตนเองหากตำรวจไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ นายพิทักษ์เดชยังกล่าวอ้างว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีผู้มีอิทธิพลคอยให้ความคุ้มครองจนทำให้ตู้ม้ายังคงตั้งอยู่ได้ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการพนันและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยงานท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำให้เห็นถึงการคงอยู่ของกิจกรรมผิดกฎหมายในบางพื้นที่ของเมือง แม้ว่าการแทรกแซงของ ส.ส. จะทำให้สาธารณชนหันมาสนใจปัญหานี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการมีส่วนรู้เห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันผิดกฎหมายอาจเป็นเป้าหมายของการบุกตรวจค้นของเจ้าหน้าที่หรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างกะทันหัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:21 UTC

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงในโครงการบรรจุงาน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงในโครงการบรรจุงาน

หญิงวัย 43 ปีได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรณีไม่สามารถบรรจุเธอเข้ารับราชการได้ตามที่ตกลงไว้ หลังจากจ่ายเงินไปแล้ว 550,000 บาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงในโครงการบรรจุงาน

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงในโครงการบรรจุงาน

หญิงวัย 43 ปีได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรณีไม่สามารถบรรจุเธอเข้ารับราชการได้ตามที่ตกลงไว้ หลังจากจ่ายเงินไปแล้ว 550,000 บาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หญิงวัย 43 ปีได้ขอความช่วยเหลือหลังจากอ้างว่าถูกอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฉ้อโกง โดยผู้เสียหายอ้างว่าได้จ่ายเงินจำนวน 550,000 บาทให้กับอดีตเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ซึ่งรับปากว่าจะช่วยให้เธอได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินไปแล้ว แต่การจ้างงานที่สัญญาไว้กลับไม่เกิดขึ้นจริง เมื่อผู้เสียหายพยายามทวงเงินคืน อดีตเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวกลับไม่ยอมคืนเงินให้ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับช่องทางการรับสมัครงานที่ไม่เป็นทางการ และความสำคัญของการปฏิบัติตามขั้นตอนการจ้างงานของรัฐที่เป็นทางการและโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตำแหน่งงานภาครัฐในประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกที่เข้มงวดตามความสามารถ ข้อเสนอใดๆ ที่อ้างว่าสามารถข้ามขั้นตอนเหล่านี้ได้ด้วยการจ่ายเงินนั้นมีความน่าสงสัยสูงและมักบ่งชี้ถึงกิจกรรมฉ้อโกง

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังต้องรอการยืนยันว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้ตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือมีการแจ้งข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่แล้วหรือไม่ ประชาชนควรยึดถือประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวกับโอกาสในการรับสมัครงานเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:00 UTC

ผู้รายงานพิเศษ UN ส่งจดหมายเตือนประเด็น UPOV 1991 ในข้อตกลง FTA ไทย-EU
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้รายงานพิเศษ UN ส่งจดหมายเตือนประเด็น UPOV 1991 ในข้อตกลง FTA ไทย-EU

ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลไทยเพื่อเตือนว่าการนำมาตรฐาน UPOV 1991 มาใช้ในข้อตกลงการค้าเสรีไทย-EU อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิของเกษตรกร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้รายงานพิเศษ UN ส่งจดหมายเตือนประเด็น UPOV 1991 ในข้อตกลง FTA ไทย-EU

แหล่งข่าวเดียว
ผู้รายงานพิเศษ UN ส่งจดหมายเตือนประเด็น UPOV 1991 ในข้อตกลง FTA ไทย-EU

ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลไทยเพื่อเตือนว่าการนำมาตรฐาน UPOV 1991 มาใช้ในข้อตกลงการค้าเสรีไทย-EU อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิของเกษตรกร

ตามรายงานจาก Matichon Online ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติได้สื่อสารอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและสหภาพยุโรปที่กำลังดำเนินอยู่ โดยจดหมายดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการรวมมาตรฐานของอนุสัญญา UPOV 1991 (อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่) เข้าไว้ในข้อตกลง

ผู้เชี่ยวชาญของ UN เตือนว่าการบูรณาการมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้อาจจำกัดสิทธิแบบดั้งเดิมของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเก็บรักษา การแลกเปลี่ยน และการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นจุดสำคัญของการอภิปรายในขณะที่ประเทศไทยพยายามสร้างสมดุลระหว่างพันธกรณีทางการค้าระหว่างประเทศกับการคุ้มครองวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภาคเกษตรกรรมของไทย ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อนโยบายความมั่นคงทางอาหารในอนาคตและวิถีชีวิตของประชากรในชนบท การนำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการจัดการและการกระจายสินค้าเกษตรทั่วประเทศ

ในขณะนี้ การตอบกลับอย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทยต่อจดหมายของ UN และเงื่อนไขสุดท้ายของข้อตกลง FTA ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศเหล่านี้จะสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านการเกษตรภายในประเทศอย่างไร โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การเจรจาดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:01 UTC

อัยการนัดฟังคำสั่งคดี Forex-3D ที่เกี่ยวข้องกับ ฟิล์ม รัฐภูมิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการนัดฟังคำสั่งคดี Forex-3D ที่เกี่ยวข้องกับ ฟิล์ม รัฐภูมิ

อัยการไทยกำหนดวันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันประกาศคำสั่งในคดีฉ้อโกง Forex-3D ซึ่งเกี่ยวข้องกับดาราชื่อดัง ฟิล์ม รัฐภูมิ และบุคคลอื่นๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการนัดฟังคำสั่งคดี Forex-3D ที่เกี่ยวข้องกับ ฟิล์ม รัฐภูมิ

แหล่งข่าวเดียว
อัยการนัดฟังคำสั่งคดี Forex-3D ที่เกี่ยวข้องกับ ฟิล์ม รัฐภูมิ

อัยการไทยกำหนดวันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันประกาศคำสั่งในคดีฉ้อโกง Forex-3D ซึ่งเกี่ยวข้องกับดาราชื่อดัง ฟิล์ม รัฐภูมิ และบุคคลอื่นๆ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ได้กำหนดวันประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยคำสั่งนี้เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D ซึ่งมีดาราชื่อดังชาวไทย ฟิล์ม รัฐภูมิ และบุคคลที่ระบุชื่อว่า ภาวุธ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องรายอื่นตกเป็นผู้ต้องหา

วันที่ดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากตรงกับวันครบกำหนดระยะเวลาการฝากขังผู้ต้องหาในปัจจุบัน กระบวนการทางกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีแชร์ Forex-3D ที่ยืดเยื้อ ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนในประเทศไทยเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโครงการลงทุนที่ไม่มีการควบคุมในประเทศไทย ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป สิ่งที่ต้องยืนยันคืออัยการจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่สนใจควรติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่อไปของกระบวนการยุติธรรม SawaLife จะยังคงติดตามรายงานอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:01 UTC

อัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องคดี Forex-3D 'ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ' 5 ต.ค. นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องคดี Forex-3D 'ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ' 5 ต.ค. นี้

ทางการไทยส่งสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D พร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 34 ราย รวมถึงนักการเมืองและอดีตนักร้องชื่อดัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องคดี Forex-3D 'ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ' 5 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
อัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องคดี Forex-3D 'ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ' 5 ต.ค. นี้

ทางการไทยส่งสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D พร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 34 ราย รวมถึงนักการเมืองและอดีตนักร้องชื่อดัง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้นำสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ส่งมอบให้กับสำนักงานอัยการคดีพิเศษ โดยสำนวนดังกล่าวประกอบด้วยเอกสารจำนวน 102 แฟ้ม รวมกว่า 40,000 หน้า ซึ่งระบุรายละเอียดข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหา 34 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ปรากฏในรายชื่อผู้ต้องหา ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตนักร้องชื่อดัง โดย DSI ได้มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามข่าวสาร คดีนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดี Forex-3D ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในวงการบันเทิงและธุรกิจของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้นัดฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยคาดว่าผู้ต้องหาจะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมในช่วงเวลาก่อนครบกำหนดฝากขัง ปัจจุบันคดียังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการว่าจะสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ และผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:03 UTC

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินอดีตพระและสีกาคนสนิท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินอดีตพระและสีกาคนสนิท

คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกำลังตรวจสอบประวัติทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินอดีตพระและสีกาคนสนิท

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินอดีตพระและสีกาคนสนิท

คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกำลังตรวจสอบประวัติทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำโดยนายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และคนสนิทที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' ตามรายงานของ Thai Post คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบประวัติภาษีของทั้งคู่หลังจากพบว่ามีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 720 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีประวัติการยื่นเสียภาษีแต่อย่างใด

การตรวจสอบนี้มุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ของการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี โดยคณะกรรมาธิการได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกิจกรรมทางการเงินของบุคคลทั้งสอง คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากเนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่สูงและสถานะทางศาสนาเดิมของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการเพิ่มความโปร่งใสทางการเงินและบังคับใช้กฎหมายภาษีกับบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะประกาศเจตจำนงในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ และผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:30 UTC

รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งฮั้วประมูลศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายเหยื่อสาหัส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งฮั้วประมูลศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายเหยื่อสาหัส

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วประมูลที่ใช้ความรุนแรง ณ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งฮั้วประมูลศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายเหยื่อสาหัส

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งฮั้วประมูลศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายเหยื่อสาหัส

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วประมูลที่ใช้ความรุนแรง ณ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ตำรวจไทยได้จับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการฮั้วประมูลที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ โดยกลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ทำร้ายร่างกายเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน และเหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีที่ 4 ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงใหม่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในภาครัฐและความรุนแรงที่ตามมา แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวน แต่ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังหลบหนีอยู่ และตำรวจกำลังเร่งติดตามเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายต่อไปว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร และจะมีการขยายผลเชื่อมโยงไปยังคดีทุจริตอื่นๆ ในภูมิภาคระหว่างการสอบสวนหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบสถานะของผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีและความคืบหน้าของคดี กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และความเสี่ยงที่เกิดจากการแทรกแซงของกลุ่มอาชญากรในโครงการของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:42 UTC

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

คณะกรรมาธิการ ปปง. ของสภาผู้แทนราษฎร กำลังตรวจสอบบันทึกทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

คณะกรรมาธิการ ปปง. ของสภาผู้แทนราษฎร กำลังตรวจสอบบันทึกทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงข่าวการตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และผู้เกี่ยวข้องที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 720 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงเงินสดและทองคำที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิของวัด

คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบบันทึกภาษีของมูลนิธิ โดยพบว่าไม่มีประวัติการยื่นภาษีแม้จะมีทรัพย์สินจำนวนมาก พนักงานสอบสวนมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการออกใบอนุโมทนาบัตร ซึ่งออกในนามของวัด ในขณะที่การจำหน่ายพระเครื่องดำเนินการในนามของมูลนิธิ แม้การสืบสวนเบื้องต้นจะยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน แต่คณะกรรมาธิการได้ประสานไปยังกรมสรรพากรเพื่อดำเนินการตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของทางการไทยในการสร้างความโปร่งใสในองค์กรทางศาสนาและมูลนิธิการกุศล ปัจจุบันอดีตเจ้าอาวาสกำลังถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการดำเนินงานของมูลนิธิขัดต่อกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการแบ่งปันรายได้และการจัดการเงินวัดหรือไม่ โดยขณะนี้เจ้าคณะจังหวัดได้แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสเพื่อดูแลกิจการของวัดระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:24 UTC

กมธ.ปปง. จี้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ปปง. จี้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการ ปปง. เรียกร้องให้มีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทที่ไม่มีประวัติการเสียภาษี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.ปปง. จี้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ปปง. จี้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สิน 720 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการ ปปง. เรียกร้องให้มีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระโชติและสีกาเอ๋ หลังพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทที่ไม่มีประวัติการเสียภาษี

ตามรายงานจาก Matichon Online คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'พระโชติ' และสีกาที่ระบุชื่อว่า 'สีกาเอ๋' หลังจากมีการตรวจพบทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 720 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับบุคคลทั้งสอง ซึ่งรายงานระบุว่าไม่พบประวัติการเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง

นายพิทักษ์เดช ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการกล่าวว่า การตรวจสอบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของประเทศ การที่ไม่มีประวัติการเสียภาษีสำหรับจำนวนเงินที่สูงเช่นนี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการเพิ่มความโปร่งใสและบังคับใช้กฎหมายภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงและผู้นำทางศาสนา แม้ว่าการตรวจสอบจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการจัดทำบันทึกทางการเงินและเอกสารภาษีที่ชัดเจนในประเทศ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องเผชิญกับข้อหาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการฟอกเงินหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่คณะกรรมาธิการดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:02 UTC

ตำรวจนครราชสีมาเข้าช่วยเหลือ นศ. เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครราชสีมาเข้าช่วยเหลือ นศ. เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าช่วยเหลือนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งแอบอ้างว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์จำนวน 800,000 บาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครราชสีมาเข้าช่วยเหลือ นศ. เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครราชสีมาเข้าช่วยเหลือ นศ. เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าช่วยเหลือนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งแอบอ้างว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์จำนวน 800,000 บาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าช่วยเหลือและระงับเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้ติดต่อเหยื่อและกล่าวอ้างเท็จว่าเหยื่อมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน ด้วยการใช้กลวิธีข่มขู่ดังกล่าว มิจฉาชีพได้กดดันให้นักศึกษาติดต่อผู้ปกครอง จนนำไปสู่การที่ครอบครัวโอนเงินจำนวน 800,000 บาทให้กับกลุ่มคนร้าย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยเกี่ยวกับความแพร่หลายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มอาชญากรเหล่านี้มักใช้กลวิธีสร้างความหวาดกลัว โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเรียกร้องให้ทำธุรกรรมทางการเงินอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือหน่วยงานราชการไทยที่แท้จริงไม่มีนโยบายในการสอบสวนหรือเรียกร้องให้โอนเงินผ่านทางโทรศัพท์

แม้ว่าการเข้าแทรกแซงของตำรวจจะสามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ในเบื้องต้นได้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสืบสวนเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังต่อสายโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งมีการขอข้อมูลส่วนตัวหรือการชำระเงิน หากท่านได้รับสายที่น่าสงสัยโดยอ้างว่ามีปัญหาทางกฎหมาย ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานการณ์โดยการติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการและตรวจสอบได้ แทนการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้โทร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:40 UTC

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาอดีตปลัด อบต. ชดใช้เงิน 3.9 ล้านบาท เหตุสร้างถนนบนที่ดินเอกชนโดยมิชอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาอดีตปลัด อบต. ชดใช้เงิน 3.9 ล้านบาท เหตุสร้างถนนบนที่ดินเอกชนโดยมิชอบ

ศาลปกครองสูงสุดของไทยมีคำสั่งให้อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3.9 ล้านบาท ฐานอนุมัติให้มีการก่อสร้างถนนบนที่ดินของเอกชนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาอดีตปลัด อบต. ชดใช้เงิน 3.9 ล้านบาท เหตุสร้างถนนบนที่ดินเอกชนโดยมิชอบ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาอดีตปลัด อบต. ชดใช้เงิน 3.9 ล้านบาท เหตุสร้างถนนบนที่ดินเอกชนโดยมิชอบ

ศาลปกครองสูงสุดของไทยมีคำสั่งให้อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3.9 ล้านบาท ฐานอนุมัติให้มีการก่อสร้างถนนบนที่ดินของเอกชนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดินโดยมิชอบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยศาลวินิจฉัยว่าอดีตปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง ได้กระทำการ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ด้วยการอนุมัติให้มีการก่อสร้างถนนบนที่ดินของเอกชน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จากคำพิพากษาดังกล่าว อดีตปลัดรายนี้ถูกสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวนเงิน 3.9 ล้านบาท ศาลได้เน้นย้ำว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินโครงการบนที่ดินที่ไม่ใช่ที่สาธารณะ

สำหรับประชาชนและเจ้าของที่ดิน คำพิพากษานี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการคุ้มครองสิทธิในที่ดินส่วนบุคคล อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐที่เข้มงวด และความรับผิดชอบส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ที่ละเลยขั้นตอนทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ แม้ศาลจะตัดสินความรับผิดของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของถนนดังกล่าวในอนาคต ว่าจะมีการรื้อถอนหรือที่ดินจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:20 UTC

เจ้าหน้าที่กวาดล้างแก๊งซิ่งบนถนนในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กวาดล้างแก๊งซิ่งบนถนนในกรุงเทพฯ

ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มนักแข่งรถบนถนนวิภาวดีรังสิตได้สำเร็จโดยใช้การตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง นำไปสู่บทลงโทษทางศาลที่เข้มงวด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างแก๊งซิ่งบนถนนในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างแก๊งซิ่งบนถนนในกรุงเทพฯ

ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มนักแข่งรถบนถนนวิภาวดีรังสิตได้สำเร็จโดยใช้การตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง นำไปสู่บทลงโทษทางศาลที่เข้มงวด

ตามรายงานจาก Thai Post ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถบนถนนวิภาวดีรังสิตอย่างผิดกฎหมาย โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวและจับกุมผู้กระทำความผิดได้สำเร็จ

ภายหลังการจับกุม ศาลได้สั่งลงโทษอย่างหนัก รวมถึงการริบรถที่ใช้ในการกระทำความผิด การบังคับให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ในฐานะตัวแทนจากศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังพฤติกรรมบนท้องถนนอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการรวมตัวที่ก่อให้เกิดอันตรายและการขับรถด้วยความเร็วสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการบังคับใช้กฎหมายจราจรและปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนนในเขตเมือง การใช้เทคโนโลยีการเฝ้าระวังขั้นสูงเพื่อติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดถือเป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่อาจมีพฤติกรรมประมาทในลักษณะเดียวกัน แม้ว่าบุคคลกลุ่มนี้จะถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้จะส่งผลต่อวัฒนธรรมการแข่งรถบนถนนในเมืองหลวงอย่างไร นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงกฎระเบียบจราจรในท้องถิ่นและผลกระทบที่รุนแรงจากการขับขี่โดยประมาทในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:24 UTC

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สื่อมวลชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สื่อมวลชน

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สำนักข่าว 3 แห่งที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนก่อนหน้านี้

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สื่อมวลชน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สื่อมวลชน

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สำนักข่าว 3 แห่งที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนก่อนหน้านี้

ตามรายงานจาก Khaosod English ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งชั่วคราวให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงแก่สำนักข่าว 3 แห่ง ได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงขององค์กรสื่อเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารและสื่อมวลชนบางกลุ่มให้รุนแรงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนในภูมิทัศน์ทางการเมืองและสื่อของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน แม้ว่าคำสั่งนี้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แต่ก็เน้นย้ำให้เห็นถึงการต่อสู้ทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อและอำนาจการบริหารในสหรัฐอเมริกา

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทำเนียบขาวจะตอบสนองต่อคำสั่งศาลนี้อย่างไร และฝ่ายบริหารจะยื่นอุทธรณ์เพื่อระงับคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารและสื่อมวลชนยังคงต้องรอดูกันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวและเอกสารทางศาลที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อทำความเข้าใจบทสรุปสุดท้ายของคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:10 UTC

อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังร้องเรียนหลังผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างบ้าน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังร้องเรียนหลังผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างบ้าน

อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยชื่อดังได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายหลังจากผู้รับเหมาทิ้งงานโครงการบ้านน็อคดาวน์ ทำให้โครงสร้างบ้านไม่สามารถอยู่อาศัยได้และมีการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังร้องเรียนหลังผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังร้องเรียนหลังผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างบ้าน

อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยชื่อดังได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายหลังจากผู้รับเหมาทิ้งงานโครงการบ้านน็อคดาวน์ ทำให้โครงสร้างบ้านไม่สามารถอยู่อาศัยได้และมีการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 อินฟลูเอนเซอร์ TikTok วัย 54 ปี ที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้านุช' ได้เดินทางไปยังสำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm เพื่อยื่นคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างบ้านที่ล้มเหลว ตามรายงานจาก Khaosod Online ป้านุชและลูกชายได้ว่าจ้างผู้รับเหมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพื่อสร้างบ้านไม้น็อคดาวน์ในจังหวัดนครปฐม โดยลูกชายได้จ่ายเงินค่าจ้างไปแล้ว 550,000 บาท

ป้านุชกล่าวหาว่าผู้รับเหมาได้ทิ้งงานและปล่อยให้บ้านอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ เธอระบุถึงข้อบกพร่องในการก่อสร้างที่สำคัญ เช่น การนำประตูมาติดตั้งเป็นหน้าต่าง และการติดตั้งหน้าต่างในแนวนอนจนไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้เธอยังพบรอยสัญลักษณ์ 'WY' ปริศนาทิ้งไว้ในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่กำลังพิจารณาโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติผู้รับเหมาอย่างละเอียดก่อนการว่าจ้าง ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างก่อสร้างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง การตรวจสอบผลงานที่ผ่านมาของผู้รับเหมาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียทางการเงินและงานที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในขณะนี้ กระบวนการทางกฎหมายอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นหลังจากยื่นคำร้องต่อ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ยังคงต้องติดตามว่าผู้รับเหมาจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะสามารถเรียกคืนเงินผ่านระบบกฎหมายได้หรือไม่ การสอบสวนเกี่ยวกับการละเมิดสัญญาและตัวตนของผู้รับเหมายังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:04 UTC