ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในคดีผู้เสียชีวิต 5 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในคดีผู้เสียชีวิต 5 ราย

ครอบครัวได้จัดพิธีอำลาครั้งสุดท้ายให้กับพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คน ในขณะที่ตำรวจเตรียมใช้เรดาร์ทะลุพื้นดินเพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในคดีผู้เสียชีวิต 5 ราย

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในคดีผู้เสียชีวิต 5 ราย

ครอบครัวได้จัดพิธีอำลาครั้งสุดท้ายให้กับพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คน ในขณะที่ตำรวจเตรียมใช้เรดาร์ทะลุพื้นดินเพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม

ตามรายงานจาก Matichon Online ครอบครัวได้ประกอบพิธีศพครั้งสุดท้ายให้กับพี่น้องชาวรัสเซีย 2 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 5 รายที่ถูกพบเมื่อเร็วๆ นี้ คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวนอย่างจริงจังโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

เพื่อช่วยในการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ตำรวจกำลังเตรียมใช้เทคโนโลยีเรดาร์ทะลุพื้นดิน (GPR) เพื่อสแกนพื้นที่ใต้ดินในจุดเกิดเหตุ มาตรการทางเทคนิคนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นผิวซึ่งอาจช่วยชี้แจงสถานการณ์การเสียชีวิตของบุคคลทั้ง 5 รายได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงปฏิบัติการของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ในพื้นที่ แม้ว่าการสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เฉพาะเจาะจง แต่การใช้อุปกรณ์สแกนขั้นสูงบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการค้นหาพื้นที่อย่างละเอียด ในขั้นตอนนี้ สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการยืนยันจากรายงานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในขณะที่การสอบสวนดำเนินไปและการสแกนด้วย GPR เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในจังหวัดตรัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในจังหวัดตรัง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดตรังกำลังสอบสวนเหตุระเบิด 4 ครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ส่งผลให้เกิดการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้ก่อเหตุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในจังหวัดตรัง

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในจังหวัดตรัง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดตรังกำลังสอบสวนเหตุระเบิด 4 ครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ส่งผลให้เกิดการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้ก่อเหตุ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 จังหวัดตรังเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบในยามค่ำคืน โดยมีรายงานเหตุระเบิด 4 ครั้งในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวพุ่งเป้าไปยังหลายจุด รวมถึงบ้านพักของกำนันชื่อดังและสนามชนโค

ภายหลังเกิดเหตุระเบิด ทีมรักษาความปลอดภัยได้ติดตามไล่ล่าผู้ต้องสงสัย จนเกิดการปะทะและยิงต่อสู้กัน ส่งผลให้มีผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในสวนยางพารา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นความไม่สงบด้านความปลอดภัยที่สำคัญ แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว แต่แรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตีที่ประสานงานกันนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ระเบิดที่ใช้

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดตรังหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือน ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ จึงยังต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดหรือเป็นส่วนหนึ่งของภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่กว้างกว่านี้ โปรดใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และติดตามหาผู้ต้องสงสัยที่เหลือ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

แบงค์ พชร เตรียมดำเนินคดีเกรียนคีย์บอร์ดปกป้อง 'โบว์ เบญจวรรณ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แบงค์ พชร เตรียมดำเนินคดีเกรียนคีย์บอร์ดปกป้อง 'โบว์ เบญจวรรณ'

นักแสดงหนุ่ม แบงค์ พชร ประกาศเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากมีคอมเมนต์เชิงลบต่อ โบว์ เบญจวรรณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แบงค์ พชร เตรียมดำเนินคดีเกรียนคีย์บอร์ดปกป้อง 'โบว์ เบญจวรรณ'

แหล่งข่าวเดียว
แบงค์ พชร เตรียมดำเนินคดีเกรียนคีย์บอร์ดปกป้อง 'โบว์ เบญจวรรณ'

นักแสดงหนุ่ม แบงค์ พชร ประกาศเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากมีคอมเมนต์เชิงลบต่อ โบว์ เบญจวรรณ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 แบงค์ พชร นักแสดงชาวไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าตนหมดความอดทนต่อการคุกคามทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยัง โบว์ เบญจวรรณ แฟนสาวของเขา โดยสถานการณ์บานปลายหลังจากที่ทั้งคู่โพสต์ฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 19 เดือน ซึ่งส่งผลให้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์และดูหมิ่น

แบงค์ พชร ประกาศความตั้งใจที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาทกับบุคคลเหล่านี้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 'เกรียนคีย์บอร์ด' เพื่อปกป้อง โบว์ เบญจวรรณ จากการถูกคุกคามทางออนไลน์เพิ่มเติม โดยเขาย้ำว่าตนไม่พร้อมที่จะอดทนต่อพฤติกรรมเชิงลบที่มุ่งเป้ามาที่เธออีกต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงแนวทางที่เข้มงวดมากขึ้นที่บุคคลสาธารณะกำลังใช้จัดการกับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ ประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่นประมาทที่เข้มงวด และการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อคุกคามหรือดูหมิ่นผู้อื่นอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่สำคัญ แม้ว่ากรณีนี้จะเป็นเรื่องเฉพาะของคู่รักดารา แต่ก็ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการโพสต์เนื้อหาที่ยั่วยุหรือหมิ่นประมาทบนแพลตฟอร์มสาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนบุคคลที่จะถูกดำเนินคดีและกรอบเวลาในการยื่นฟ้องยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากตัวแทนของทั้งคู่เกี่ยวกับความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

ศาลแพ่งสั่งปรับคลินิกเสริมความงามชื่อดังฐานโฆษณาเกินจริง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลแพ่งสั่งปรับคลินิกเสริมความงามชื่อดังฐานโฆษณาเกินจริง

คลินิกเสริมความงามชื่อดังในไทยถูกสั่งปรับเป็นเงิน 20,000 บาท หลังจากศาลแพ่งตัดสินว่าโฆษณาการรักษาสิวของคลินิกดังกล่าวเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลแพ่งสั่งปรับคลินิกเสริมความงามชื่อดังฐานโฆษณาเกินจริง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลแพ่งสั่งปรับคลินิกเสริมความงามชื่อดังฐานโฆษณาเกินจริง

คลินิกเสริมความงามชื่อดังในไทยถูกสั่งปรับเป็นเงิน 20,000 บาท หลังจากศาลแพ่งตัดสินว่าโฆษณาการรักษาสิวของคลินิกดังกล่าวเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตัดสินคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยศาลพบว่าสถานประกอบการดังกล่าวมีพฤติกรรมโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับบริการรักษาสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คลินิกอ้างเท็จว่าบุคลากรของตนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติทางวิชาชีพที่จำเป็น

จากผลการตัดสินดังกล่าว ศาลได้สั่งให้คลินิกจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 20,000 บาท กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และเสริมความงามในประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ารับบริการเสริมความงาม คำตัดสินนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากคำกล่าวอ้างทางการตลาดอาจไม่ได้สะท้อนถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของบุคลากรหรือประสิทธิภาพของบริการที่ได้รับเสมอไป

แม้ว่าศาลจะมีคำตัดสินเกี่ยวกับโฆษณาดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคลินิกจะเผชิญกับการตรวจสอบเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ หรือจะมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมจากผู้ป่วยรายอื่นที่นำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบฐานข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการแพทย์อย่างเป็นทางการเมื่อประเมินผู้ให้บริการด้านความงาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

ตำรวจรวบ 'โทน บางแค' ข้อหาฉ้อโกงประชาชนกรณีขายกล้องส่องพระ Zeiss
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบ 'โทน บางแค' ข้อหาฉ้อโกงประชาชนกรณีขายกล้องส่องพระ Zeiss

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องสงสัยที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' หลังถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชนด้วยการขายกล้องส่องพระ Zeiss Blue Marine ปลอม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบ 'โทน บางแค' ข้อหาฉ้อโกงประชาชนกรณีขายกล้องส่องพระ Zeiss

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบ 'โทน บางแค' ข้อหาฉ้อโกงประชาชนกรณีขายกล้องส่องพระ Zeiss

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องสงสัยที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' หลังถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชนด้วยการขายกล้องส่องพระ Zeiss Blue Marine ปลอม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้จับกุมบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' โดยผู้ต้องหาเผชิญข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระ Zeiss Blue Marine ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักสะสมพระเครื่องในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจตลาดของสะสมในท้องถิ่น กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่มีมูลค่าสูง การขายสินค้าปลอมแปลงยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลในตลาดเฉพาะกลุ่ม และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามกิจกรรมฉ้อโกงที่มุ่งเป้าไปยังผู้ซื้อที่ไม่ทันระวังตัวอย่างใกล้ชิด

แม้ว่าการจับกุมจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด มูลค่าความเสียหายทางการเงิน และหลักฐานเฉพาะที่ตำรวจรวบรวมได้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้ที่เชื่อว่าตนเองได้รับผลกระทบจากการทำธุรกรรมดังกล่าวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากตำรวจเพื่อรับคำแนะนำในการแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย การตัดสินความผิดขั้นสุดท้ายจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าให้ปากคำกรณีทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าให้ปากคำกรณีทุจริตสอบ

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เข้าพบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าให้ปากคำกรณีทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าให้ปากคำกรณีทุจริตสอบ

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เข้าพบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายธีรุตม์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อเข้ารับการสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในภาคราชการ แม้ว่าคดีนี้จะเป็นเรื่องทางปกครองและกฎหมายภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการรักษาความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่ประชาชนต้องติดต่อเพื่อขอรับใบอนุญาตหรือบริการต่างๆ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ นายธีรุตม์กำลังให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน ส่วนรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริตที่ถูกกล่าวหาและการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนและผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก CIB ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ และหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ยังคงมีผลบังคับใช้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

รวบตัว 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง คดีฉ้อโกงประชาชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัว 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง คดีฉ้อโกงประชาชน

ตำรวจจับกุมนายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัว 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง คดีฉ้อโกงประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัว 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง คดีฉ้อโกงประชาชน

ตำรวจจับกุมนายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าจับกุมนายโทนทอง สุขแก่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดังในวงการพระเครื่องไทย ตามรายงานของ Thai Post การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพักในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หลังจากมีการออกหมายจับจากศาลอาญา

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ได้ดำเนินการปฏิบัติการดังกล่าวหลังจากมีรายงานว่าผู้ต้องหาได้ออกจากบ้านพักไปในช่วงดึกของวันที่ 5 สิงหาคม ก่อนที่จะมีการเข้าตรวจค้นในช่วงเช้า แม้จะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ผู้ต้องหายังคงยืนยันความบริสุทธิ์ โดยระบุว่าตนไม่ได้พยายามหลบหนีและพร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐในตลาดพระเครื่องที่มีมูลค่าสูง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก แม้การจับกุมจะเป็นขั้นตอนตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร และจะมีบุคคลหรือหน่วยงานอื่นเกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชนนี้หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวงการค้าพระเครื่องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร ชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร ชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งให้โรงพยาบาลเลอลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 7.7 ล้านบาท แก่นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร จากกรณีข้อพิพาทเรื่องการศัลยกรรมใบหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร ชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร ชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งให้โรงพยาบาลเลอลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 7.7 ล้านบาท แก่นักแสดงสาว ต้อม รชนีกร จากกรณีข้อพิพาทเรื่องการศัลยกรรมใบหน้า

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อ่านคำพิพากษาในคดีความที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน ระหว่างนักแสดงชื่อดัง ต้อม รชนีกร และโรงพยาบาลเลอลักษณ์ โดยนักแสดงสาวได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวน 50 ล้านบาท จากกรณีที่อ้างว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังเข้ารับการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่สถานพยาบาลดังกล่าว

ศาลได้ตัดสินให้ฝ่ายโจทก์เป็นผู้ชนะคดี โดยสั่งให้โรงพยาบาลและจำเลยที่ 4 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินรวมประมาณ 7.7 ล้านบาท ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ค่าชดเชยดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไข ค่าขาดประโยชน์จากการทำงานในช่วงที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และค่าเสียหายในอนาคตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการทำหัตถการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเลือกใช้บริการทางการแพทย์และเสริมความงาม แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก แต่ผลลัพธ์ทางกฎหมายเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการเสริมความงาม และโอกาสที่จะเกิดการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อหากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทางโรงพยาบาลมีความประสงค์จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแบ่งสัดส่วนค่าเสียหายและความสิ้นสุดของคำพิพากษาอาจปรากฏชัดเจนขึ้นในขั้นตอนการพิจารณาคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

ครอบครัว 'ฮลุน โซโล่' เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัว 'ฮลุน โซโล่' เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

พี่ชายของฮลุน โซโล่ ได้ร้องขอให้มีการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบสารพิษ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครอบครัว 'ฮลุน โซโล่' เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัว 'ฮลุน โซโล่' เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

พี่ชายของฮลุน โซโล่ ได้ร้องขอให้มีการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบสารพิษ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ครอบครัวของฮลุน โซโล่ กำลังแสวงหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของเขา โดยพี่ชายของเขาได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบว่ามีสารพิษอยู่ในร่างกายหรือไม่

ครอบครัวได้แสดงความสงสัยเกี่ยวกับผลการชันสูตรเบื้องต้น และระบุว่าหากผลการชันสูตรของไทยไม่ตรงกับรายงานที่ได้รับจากทางการจอร์เจียก่อนหน้านี้ พวกเขาตั้งใจที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อให้แน่ใจว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่างโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจขั้นตอนทางนิติเวชในท้องถิ่นสำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว แต่การเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของครอบครัวที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน ในขณะนี้ สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการยังคงขึ้นอยู่กับผลการวิเคราะห์ทางนิติเวชที่กำลังดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของการสอบสวนหรือลักษณะเฉพาะของสารพิษที่สงสัย ประชาชนควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานนิติเวชที่เกี่ยวข้องต่อไปในขณะที่กระบวนการยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง หลังถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง หลังถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักและที่ทำงานของเซียนพระชื่อดัง หลังศาลออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชนจากการขายกล้องส่องพระ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง หลังถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง หลังถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักและที่ทำงานของเซียนพระชื่อดัง หลังศาลออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชนจากการขายกล้องส่องพระ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักและที่ทำงานของนายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง ในจังหวัดนนทบุรี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากหมายจับของศาลอาญาในข้อหา 'ฉ้อโกงประชาชน'

การสอบสวนมีที่มาจากกรณีที่มีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี โดยระบุว่าถูกหลอกลวงจากการซื้อกล้องส่องพระรุ่น 'Zeiss Blue Marine' ที่ผู้ต้องหาโฆษณาขายในราคาสูง แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นพื้นที่ในเขตบางกรวย แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเขาได้ออกจากบ้านพักไปเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในตลาดพระเครื่องของไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องและราคาของของสะสมที่มีมูลค่าสูงผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการหลบหนี กระบวนการทางกฎหมายจึงยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่หรือไม่ หรือจะมีการปฏิบัติการค้นหาเพิ่มเติม ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:10 UTC

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน เรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับคดีสินบน 40 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงสถานะของผู้ต้องสงสัยและความถูกต้องของการแจ้งความดำเนินคดี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน เรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับคดีสินบน 40 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงสถานะของผู้ต้องสงสัยและความถูกต้องของการแจ้งความดำเนินคดี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้านคนสำคัญ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับคดีอื้อฉาวเรื่องสินบน 40 ล้านบาทที่กำลังดำเนินอยู่ โดยรังสิมันต์ได้แสดงเจตจำนงที่จะสอบถามรองจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดผู้ต้องสงสัยที่ระบุว่าชื่อ 'คิว' จึงยังคงลอยนวลอยู่ได้แม้ข้อกล่าวหาจะมีความร้ายแรง

นอกจากนี้ รังสิมันต์ยังได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่า ไชยชนกอาจมีการแจ้งความเท็จที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ การสอบถามครั้งนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในระบบกฎหมายและการเมืองของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงวาทกรรมทางการเมืองระดับสูงที่มักจะกำหนดทิศทางข่าวในท้องถิ่น แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเข้มข้นในรัฐสภาและสาธารณะในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือข้อกำหนดในการพำนัก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการของไทยควรติดตามกระบวนการเหล่านี้ต่อไป เนื่องจากการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและความเป็นไปได้ที่จะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางบริหารที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าตำรวจจะตอบสนองต่อคำถามของรังสิมันต์อย่างไร และข้อกล่าวหาเรื่องการแจ้งความเท็จจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

นักแสดงสาวไทยชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงสาวไทยชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ต้อม รชนีกร ได้รับเงินชดเชยค่าเสียหาย 7.7 ล้านบาทจากศาลจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดกรณีศัลยกรรมใบหน้าผิดพลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดงสาวไทยชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงสาวไทยชนะคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ต้อม รชนีกร ได้รับเงินชดเชยค่าเสียหาย 7.7 ล้านบาทจากศาลจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดกรณีศัลยกรรมใบหน้าผิดพลาด

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่นักแสดงชื่อดัง ต้อม รชนีกร ได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์และผู้บริหาร คุณพิศพรรณ ศรีไชยยันต์ โดยนักแสดงสาวได้เรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท จากกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังเข้ารับการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่สถานพยาบาลดังกล่าว

ศาลได้ตัดสินให้จำเลยที่ 4 ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 7.7 ล้านบาท โดยมีโรงพยาบาล (จำเลยที่ 1) ร่วมรับผิดชอบในจำนวนเงินดังกล่าวด้วย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ค่าชดเชยนี้ครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัดแก้ไขศัลยกรรม ค่าขาดประโยชน์จากการทำงานในช่วงพักฟื้น และค่าเสียหายในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหัตถการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้บริการทางการแพทย์และเสริมความงาม แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางการเงินแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายอาจมีการอุทธรณ์เพิ่มเติม และรายละเอียดที่ครบถ้วนเกี่ยวกับความผิดพลาดทางการแพทย์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกทางศาลที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้ที่กำลังพิจารณาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์หรือการทำหัตถการในประเทศควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและประวัติของคลินิกอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานในการเรียกร้องความเป็นธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

ออกหมายจับ 'โทน บางแค' ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ออกหมายจับ 'โทน บางแค' ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ทางการไทยได้ออกหมายจับบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ออกหมายจับ 'โทน บางแค' ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
ออกหมายจับ 'โทน บางแค' ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ทางการไทยได้ออกหมายจับบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้ออกหมายจับบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'โทน บางแค' โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับแผนการขายกล้องส่องพระ

หลังจากมีการออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นทั้งที่พักและที่ทำงานของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รายงานว่าผู้ต้องหาไหวตัวทันและหลบหนีไปได้ในช่วงกลางคืนก่อนที่การบุกค้นจะเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่อทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับของสะสมหรืออุปกรณ์งานอดิเรกเฉพาะทาง แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และผู้ต้องหายังคงได้รับสิทธิ์ในการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ความผิดในศาล รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหาและที่อยู่ปัจจุบันของผู้ต้องหายังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

กมธ.กฎหมายจี้ตำรวจแจงคดีสินบน 40 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.กฎหมายจี้ตำรวจแจงคดีสินบน 40 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยเรียกร้องคำตอบจากตำรวจเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินคดีกับบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการพนันขนาดใหญ่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.กฎหมายจี้ตำรวจแจงคดีสินบน 40 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.กฎหมายจี้ตำรวจแจงคดีสินบน 40 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยเรียกร้องคำตอบจากตำรวจเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินคดีกับบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการพนันขนาดใหญ่

ตามรายงานของ Thai Post นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีสินบน 40 ล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงเหตุผลที่ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลที่ระบุว่าคือ 'นายคิว' ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการดูแลเว็บไซต์พนันกว่า 4,000 เว็บไซต์

นายรังสิมันต์ได้ตั้งข้อสังเกตใน 2 ประเด็นหลัก คือ นายไชยชนกแจ้งความเท็จหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินคดีนี้ โดยคณะกรรมาธิการกำลังเร่งหาคำตอบเกี่ยวกับความล่าช้าทางขั้นตอนที่ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ต้องสงสัยได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการแพร่ระบาดของเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนภายในของตำรวจและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบกลุ่มอาชญากรรมทางดิจิทัลในประเทศอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าตำรวจจะสามารถให้คำชี้แจงที่น่าพอใจต่อคณะกรรมาธิการได้หรือไม่ หรือจะมีขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติมอย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

บีโอไอปรับปรุงเกณฑ์ระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอปรับปรุงเกณฑ์ระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกาศปรับปรุงกรอบระเบียบสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บีโอไอปรับปรุงเกณฑ์ระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอปรับปรุงเกณฑ์ระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกาศปรับปรุงกรอบระเบียบสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังปรับปรุงเกณฑ์สำหรับการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยหน่วยงานกำลังดำเนินการตามระเบียบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่เข้ามาลงทุนจะสอดคล้องกับความต้องการเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงถึงแนวทางที่คัดกรองมากขึ้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล แม้ว่าบีโอไอจะเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพสูง แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงและผลกระทบที่แน่ชัดต่อภูมิทัศน์ทางดิจิทัลในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม

ในขณะที่รัฐบาลกำลังปรับปรุงเกณฑ์เหล่านี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตามองว่ามาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นนี้จะส่งผลต่อความเร็วในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบนิเวศทางดิจิทัลโดยรวมในประเทศไทยอย่างไร ในขั้นตอนนี้ บีโอไอยังไม่ได้เผยแพร่เอกสารทางเทคนิคฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเกณฑ์การปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ ผู้ที่สนใจในภาคส่วนดิจิทัลควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบีโอไอเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติมว่าการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเหล่านี้จะถูกนำไปใช้กับโครงการในอนาคตและโครงการที่กำลังดำเนินอยู่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

ราชกิจจานุเบกษาประกาศถอดยศตำรวจ 3 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ราชกิจจานุเบกษาประกาศถอดยศตำรวจ 3 นาย

อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายถูกถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างเป็นทางการ หลังกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศถอดยศตำรวจ 3 นาย

แหล่งข่าวเดียว
ราชกิจจานุเบกษาประกาศถอดยศตำรวจ 3 นาย

อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายถูกถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างเป็นทางการ หลังกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายถูกถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามรายงานของ Khaosod English การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่ถูกไล่ออกจากราชการเนื่องจากกระทำผิดวินัยร้ายแรง บุคคลที่มีชื่อในประกาศรวมถึง พ.ต.อ. รัฐวีร์ ไชยยานะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีก 2 นาย ซึ่งมีรายละเอียดระบุไว้ในประกาศอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลด้านการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของมาตรการทางวินัยภายในและไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยของสาธารณชนหรือนักท่องเที่ยว แต่ก็ถือเป็นการย้ำเตือนถึงมาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ "ความผิดวินัยร้ายแรง" ที่นำไปสู่การไล่ออกนอกเหนือจากที่ระบุในประกาศอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ แม้ว่าการถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเป็นการดำเนินการทางปกครองที่สำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายอื่นตามมาหรือไม่ ข้อมูลจากบันทึกสาธารณะยังคงเป็นแหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางปกครองในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 02:30 UTC

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับคดีฉ้อโกง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับคดีฉ้อโกง

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามบุกค้นบ้านพักของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่อง 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระ Zeiss Blue Marine

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับคดีฉ้อโกง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกค้นบ้าน 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับคดีฉ้อโกง

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามบุกค้นบ้านพักของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่อง 'โทน บางแค' หลังศาลออกหมายจับในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระ Zeiss Blue Marine

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (CIB) ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการนักสะสมพระเครื่องของไทยที่รู้จักกันในชื่อ 'โทน บางแค' ตามรายงานของมติชนออนไลน์ การบุกค้นครั้งนี้สืบเนื่องมาจากศาลได้ออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการขายกล้องส่องพระยี่ห้อ Zeiss Blue Marine

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากบ้านไปในช่วงกลางดึก ทำให้สามารถหลบเลี่ยงการปฏิบัติการของตำรวจในเบื้องต้นได้ การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้ซื้อเกี่ยวกับความแท้จริงหรือการขายอุปกรณ์ทางแสงเฉพาะทางที่นักสะสมใช้สำหรับส่องพระเครื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องภายในตลาดเฉพาะกลุ่มของนักสะสมพระเครื่องระดับสูง ซึ่งมีการซื้อขายอุปกรณ์เฉพาะทางอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงในตลาดรองของประเทศไทย ในขณะนี้ ตำแหน่งที่แน่ชัดของผู้ต้องหาและขอบเขตทั้งหมดของกิจกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยกองบังคับการปราบปราม โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อไปเมื่อคดีมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

รวบวิน จยย. จัดหาเด็กต่ำกว่า 15 ค้ากามในโรงแรมที่กาญจนบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบวิน จยย. จัดหาเด็กต่ำกว่า 15 ค้ากามในโรงแรมที่กาญจนบุรี

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมวินมอเตอร์ไซค์วัย 50 ปี ข้อหาจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเพื่อการค้าประเวณีในโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดกาญจนบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบวิน จยย. จัดหาเด็กต่ำกว่า 15 ค้ากามในโรงแรมที่กาญจนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รวบวิน จยย. จัดหาเด็กต่ำกว่า 15 ค้ากามในโรงแรมที่กาญจนบุรี

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมวินมอเตอร์ไซค์วัย 50 ปี ข้อหาจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเพื่อการค้าประเวณีในโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้เข้าจับกุมนายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 50 ปี บริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนแสงชูโต จังหวัดกาญจนบุรี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับของศาลอาญาที่ออกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาซึ่งมีอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ได้รับจ้างจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเพื่อการค้าประเวณี โดยเรียกเก็บค่านายหน้าครั้งละ 500 บาทสำหรับการจัดหาเด็กให้ใช้บริการในโรงแรมในพื้นที่ ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง รวมถึงการค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี การเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีเด็ก และการกระทำอนาจารเด็ก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากเด็กในภูมิภาค แม้การจับกุมจะเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดี แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อีกหรือไม่ หรือมีการระบุตัวเหยื่อเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เข้มงวด และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวจะมีโทษทางกฎหมายที่รุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมจะถูกกำหนดต่อไปตามขั้นตอนของศาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC