ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

จับกุมสาวขับรถหรูในสมุทรสงคราม ข้อหาลักลอบขนยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมสาวขับรถหรูในสมุทรสงคราม ข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

ตำรวจสมุทรสงครามจับกุมหญิงวัย 29 ปี ขณะขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมของกลางยาไอซ์และอาวุธปืนเถื่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมสาวขับรถหรูในสมุทรสงคราม ข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมสาวขับรถหรูในสมุทรสงคราม ข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

ตำรวจสมุทรสงครามจับกุมหญิงวัย 29 ปี ขณะขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมของกลางยาไอซ์และอาวุธปืนเถื่อน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจท้องที่จังหวัดสมุทรสงครามได้จับกุมนางสาวชนิษฐา อายุ 29 ปี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. บริเวณถนนไชยพร ตำบลแม่กลอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้ดำเนินการตามเบาะแสการนัดส่งยาเสพติด เมื่อเข้าตรวจสอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E200 CGI ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในห้องเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนเถื่อนในครอบครอง จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างวิ่งส่งยาเสพติด และเพิ่งขนยาบ้าจำนวน 5 กระสอบมาเมื่อไม่นานนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดในพื้นที่ แม้ผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานของเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนท้องถิ่น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและขอบเขตทั้งหมดของการปฏิบัติการยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

ตำรวจขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูต่างชาติ หลังโพสต์ข่มขู่ในโลกออนไลน์ที่หาดใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูต่างชาติ หลังโพสต์ข่มขู่ในโลกออนไลน์ที่หาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ในหาดใหญ่ได้ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูสัญญาจ้างชาวต่างชาติรายหนึ่ง หลังจากมีรายงานว่าบุคคลดังกล่าวโพสต์เนื้อหาข่มขู่ทางออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูต่างชาติ หลังโพสต์ข่มขู่ในโลกออนไลน์ที่หาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูต่างชาติ หลังโพสต์ข่มขู่ในโลกออนไลน์ที่หาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ในหาดใหญ่ได้ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูสัญญาจ้างชาวต่างชาติรายหนึ่ง หลังจากมีรายงานว่าบุคคลดังกล่าวโพสต์เนื้อหาข่มขู่ทางออนไลน์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ตำรวจในอำเภอหาดใหญ่ได้ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังอดีตครูสัญญาจ้างชาวต่างชาติจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยอย่างเป็นทางการ การดำเนินการนี้สืบเนื่องมาจากรายงานที่ระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้โพสต์เนื้อหาข่มขู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับอดีตบุคลากรของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการเฝ้าระวังบุคคลดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะแล้ว แต่ลักษณะเฉพาะของการข่มขู่และที่อยู่ปัจจุบันของอดีตครูรายนี้ยังคงต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นคดีความที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับโพสต์ออนไลน์เหล่านี้ และสถานการณ์อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการข่มขู่หรือการดำเนินการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลดังกล่าว SawaLife จะยังคงติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะในภูมิภาคนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

โพลสวนดุสิตเผยประชาชนยังกังขาต่อการควบคุมอาชญากรรมของรัฐบาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โพลสวนดุสิตเผยประชาชนยังกังขาต่อการควบคุมอาชญากรรมของรัฐบาล

ผลสำรวจล่าสุดชี้ให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของประชาชนไทยยังขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โพลสวนดุสิตเผยประชาชนยังกังขาต่อการควบคุมอาชญากรรมของรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
โพลสวนดุสิตเผยประชาชนยังกังขาต่อการควบคุมอาชญากรรมของรัฐบาล

ผลสำรวจล่าสุดชี้ให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของประชาชนไทยยังขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรม

ตามรายงานของ Thai Post ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เน้นย้ำถึงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยในประเทศไทย โดยการศึกษาซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วม 1,198 คนทั่วประเทศระหว่างวันที่ 4 ถึง 7 สิงหาคม 2569 เผยให้เห็นว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันสามารถจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและกิจกรรมทางอาญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเสถียรภาพทางสังคม แม้ว่าผลสำรวจจะสะท้อนถึงการรับรู้เชิงอัตวิสัยของประชากร แต่ก็ไม่ได้ให้สถิติอาชญากรรมที่เฉพาะเจาะจงหรือบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระเบียบการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเผชิญกับงานที่ท้าทายในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันอาชญากรรม

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อผลสำรวจนี้อย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเฉพาะเพื่อแก้ไขข้อกังวลของประชาชนเหล่านี้หรือไม่ ในขณะนี้ ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงภาพสะท้อนของความรู้สึกระดับชาติ ไม่ใช่การประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยที่แท้จริงในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและรักษาความตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัวตามปกติในระหว่างการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

รอง ผกก. แจงปมเหตุทะเลาะวิวาทกับนักข่าวท้องถิ่นที่ขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รอง ผกก. แจงปมเหตุทะเลาะวิวาทกับนักข่าวท้องถิ่นที่ขอนแก่น

รองผู้กำกับการตำรวจในขอนแก่นได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการปะทะทางร่างกายกับนักข่าวท้องถิ่น โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนนำเสนอข่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รอง ผกก. แจงปมเหตุทะเลาะวิวาทกับนักข่าวท้องถิ่นที่ขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
รอง ผกก. แจงปมเหตุทะเลาะวิวาทกับนักข่าวท้องถิ่นที่ขอนแก่น

รองผู้กำกับการตำรวจในขอนแก่นได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการปะทะทางร่างกายกับนักข่าวท้องถิ่น โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนนำเสนอข่าว

หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะทางร่างกายจนทำให้นายตรีเทพ นักข่าวท้องถิ่น ได้รับบาดเจ็บที่คิ้วขวาและต้องเย็บถึง 12 เข็ม รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โดยระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ถูกย้ายไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นระหว่างรอการสอบสวน

ในโพสต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แสดงความอัดอั้นใจโดยตั้งคำถามว่าคนเราจะอดทนได้มากแค่ไหนหากถูกท้าทายให้เผชิญหน้ากันโดยตรง นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อนที่จะนำเสนอข่าว โดยเตือนไม่ให้ตัดสินหรือสร้างเรื่องราวเพียงเพราะเห็นว่าเป็น “ตำรวจ” เท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และสื่อมวลชน แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการแล้ว แต่สถานการณ์ทั้งหมดที่นำไปสู่การเผชิญหน้ายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีมาตรการทางวินัยเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่รายนี้หรือไม่ หรือจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายตามข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

ย้ายรอง ผกก. สภ.บ้านไผ่ หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ย้ายรอง ผกก. สภ.บ้านไผ่ หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการตำรวจในจังหวัดขอนแก่นถูกย้ายออกจากตำแหน่งระหว่างการสอบสวน หลังมีรายงานว่าก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่นภายในสถานีตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ย้ายรอง ผกก. สภ.บ้านไผ่ หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ย้ายรอง ผกก. สภ.บ้านไผ่ หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการตำรวจในจังหวัดขอนแก่นถูกย้ายออกจากตำแหน่งระหว่างการสอบสวน หลังมีรายงานว่าก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่นภายในสถานีตำรวจ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ถูกย้ายออกจากตำแหน่งแล้ว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวและนายตรีเทพ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

รายงานระบุว่าทั้งสองฝ่ายซึ่งรู้จักกันมาก่อน ได้มีการพูดคุยกันบริเวณหน้าห้องสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย ส่งผลให้นักข่าวได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจนต้องเย็บแผลถึง 12 เข็มและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่กลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะที่นำไปสู่การปะทะทางร่างกายยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างเป็นทางการ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำความเข้าใจบริบททั้งหมดของเหตุการณ์ รวมถึงมาตรการทางวินัยที่อาจเกิดขึ้นจากทางตำรวจภูธรจังหวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 02:36 UTC

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกรณีอดีตครูต่างชาติโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยโพสต์ข้อความข่มขู่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกรณีอดีตครูต่างชาติโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยโพสต์ข้อความข่มขู่

ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบรายงานการโพสต์ข้อความข่มขู่บนสื่อสังคมออนไลน์โดยอดีตครูต่างชาติของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ส่งผลให้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกรณีอดีตครูต่างชาติโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยโพสต์ข้อความข่มขู่

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกรณีอดีตครูต่างชาติโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยโพสต์ข้อความข่มขู่

ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบรายงานการโพสต์ข้อความข่มขู่บนสื่อสังคมออนไลน์โดยอดีตครูต่างชาติของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ส่งผลให้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบกรณีอดีตครูต่างชาติที่เคยสอนที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย หลังจากมีรายงานว่าบุคคลดังกล่าวได้โพสต์เนื้อหาในเชิงข่มขู่ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังเพื่อดูแลความปลอดภัยภายในสถานศึกษาและชุมชนโดยรอบ ขณะนี้การสอบสวนกำลังมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าวและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอดีตบุคลากรรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเพิ่มการเฝ้าระวังแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าข้อความข่มขู่ดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวบุคคลดังกล่าวได้แล้วหรือไม่ ในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยของโรงเรียนจากประกาศอย่างเป็นทางการของทางโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 01:35 UTC

ตำรวจบางศรีเมืองทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบางศรีเมืองทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลาง

ตำรวจนนทบุรีทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลางจำนวน 21 กระบอกตามคำสั่งศาล เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบางศรีเมืองทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลาง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบางศรีเมืองทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลาง

ตำรวจนนทบุรีทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลางจำนวน 21 กระบอกตามคำสั่งศาล เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ใหม่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี ได้ดำเนินการทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลางจำนวน 21 กระบอก พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผู้กำกับการ สภ.บางศรีเมือง ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 หลังจากกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาสิ้นสุดลงและมีคำสั่งริบของกลางจากศาลจังหวัดนนทบุรีอย่างเป็นทางการ

อาวุธปืนที่ถูกทำลายประกอบด้วยปืนไทยประดิษฐ์และปืนขนาดต่างๆ ได้แก่ 9 มม., .32, .38 และ .22 ก่อนการทำลาย คณะกรรมการของสถานีตำรวจได้ตรวจสอบหมายเลขและรายละเอียดของอาวุธปืนทุกกระบอกให้ตรงกับบัญชีของกลางที่ศาลสั่งริบ อาวุธปืนถูกตัดแยกชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือเฉพาะ และนำเศษซากไปฝังกลบตามระเบียบที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ก่อเหตุอาชญากรรมได้อีก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ เน้นย้ำว่าการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน และมีโทษทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน แม้คดีนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างอาวุธผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีปฏิบัติการทำลายอาวุธปืนในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดนนทบุรีในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 17:55 UTC

รัฐบาลไทยขยายผลสอบทุจริตสอบ อปท. ยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยขยายผลสอบทุจริตสอบ อปท. ยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

รัฐบาลไทยยืนยันว่าการสอบสวนความไม่โปร่งใสในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะดำเนินการต่อไปนอกเหนือจากการตัดสิทธิ์ผู้สอบ 5,000 รายแรก

Prachachat Business + 2 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยขยายผลสอบทุจริตสอบ อปท. ยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยขยายผลสอบทุจริตสอบ อปท. ยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

รัฐบาลไทยยืนยันว่าการสอบสวนความไม่โปร่งใสในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะดำเนินการต่อไปนอกเหนือจากการตัดสิทธิ์ผู้สอบ 5,000 รายแรก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยกำลังยกระดับความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าแนวทางของรัฐบาลจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การตัดสิทธิ์ผู้สอบจำนวน 5,000 รายที่พบว่ามีผลสอบไม่โปร่งใสเท่านั้น

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเน้นไปที่การขยายผลเพื่อเปิดโปงเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุตัวตนและนำผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการทั้งหมดมาลงโทษ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการปราบปรามความไม่โปร่งใสเชิงระบบในกระบวนการสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวงกว้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงความโปร่งใสของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลบริการสาธารณะและโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอาจมีไม่มากนัก แต่ผลลัพธ์ของการสอบสวนนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นในระยะยาว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือขอบเขตทั้งหมดของการสอบสวน รายชื่อผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางปกครองต่อไป โดยรัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดจะถูกจัดการตามกระบวนการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

ไล่ล่าระทึกขบวนการค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุในศรีสะเกษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไล่ล่าระทึกขบวนการค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุในศรีสะเกษ

การไล่ล่ารถยนต์ต้องสงสัยค้ายาเสพติดของเจ้าหน้าที่ตำรวจจบลงด้วยการชนกับรถเก็บขยะของเทศบาลในจังหวัดศรีสะเกษ นำไปสู่การตรวจพบยาบ้าจำนวน 72,000 เม็ด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไล่ล่าระทึกขบวนการค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุในศรีสะเกษ

แหล่งข่าวเดียว
ไล่ล่าระทึกขบวนการค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุในศรีสะเกษ

การไล่ล่ารถยนต์ต้องสงสัยค้ายาเสพติดของเจ้าหน้าที่ตำรวจจบลงด้วยการชนกับรถเก็บขยะของเทศบาลในจังหวัดศรีสะเกษ นำไปสู่การตรวจพบยาบ้าจำนวน 72,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 การไล่ล่าด้วยความเร็วสูงในจังหวัดศรีสะเกษจบลงด้วยการชนกันระหว่างรถยนต์ต้องสงสัยกับรถเก็บขยะของเทศบาลบริเวณสี่แยกซุ่นเฮง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชุดปฏิบัติการ '238 พิทักษ์นครลำดวน' พยายามสกัดจับรถเก๋งฮอนด้าที่ต้องสงสัยว่ากำลังลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดข้างเคียง

คนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องหลบหนีและฝ่าไฟแดงก่อนจะพุ่งชนเข้ากับรถเก็บขยะ หลังเกิดเหตุ ชาย 3 คนได้ทิ้งรถที่พังเสียหายและวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 72,000 เม็ด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดบนถนนสายต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน โดยตั้งข้อสังเกตว่าบางรายอาจได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แม้การสืบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อระบุเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนส่งยาเสพติดครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยยังคงซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือสามารถหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ตำรวจยังคงขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งเบาะแสหากพบเห็นกิจกรรมที่น่าสงสัยในขณะที่การสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 16:55 UTC

การสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 เข้มข้นขึ้น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 เข้มข้นขึ้น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดถึงตัวการใหญ่เบื้องหลังคดีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยระบุว่าเป็น 'อาชญากรรมเพื่อช่วยเหลืออาชญากร'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 เข้มข้นขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 เข้มข้นขึ้น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดถึงตัวการใหญ่เบื้องหลังคดีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยระบุว่าเป็น 'อาชญากรรมเพื่อช่วยเหลืออาชญากร'

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ พ.ต.อ.ทวี ได้ระบุว่าคดีทุจริตที่กำลังดำเนินอยู่นี้เป็น 'อาชญากรรมเพื่อช่วยเหลืออาชญากร' โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาอาจขยายวงกว้างกว่าแค่การโกงสอบทั่วไป เขายังแสดงความกังวลว่าอาจมีการดำเนินการในภายหลังเพื่อแก้ไขพยานหลักฐานและปกปิดความผิดเดิม

การสอบสวนมีความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบข้าราชการส่วนท้องถิ่น 11 รายกำลังดำเนินการเกี่ยวกับกระดาษคำตอบและไฟล์คะแนนสอบ พร้อมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์และพยานหลักฐานหลายรายการในที่เกิดเหตุ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคส่วนราชการไทย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่เชิงระบบที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการสรรหาบุคลากร แม้ว่าการพบข้าราชการจัดการกับเอกสารสำคัญระหว่างการบุกค้นจะเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ แต่ขอบเขตทั้งหมดของการปกปิดความผิดที่ถูกกล่าวหาและตัวตนของ 'ผู้บงการ' ที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริตหรือระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 14:16 UTC

ตำรวจสอบสวนกรณีอดีตครูต่างชาติขู่ยิงครูโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสอบสวนกรณีอดีตครูต่างชาติขู่ยิงครูโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอดีตครูต่างชาติรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าขู่ยิงบุคลากรของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสอบสวนกรณีอดีตครูต่างชาติขู่ยิงครูโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสอบสวนกรณีอดีตครูต่างชาติขู่ยิงครูโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอดีตครูต่างชาติรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าขู่ยิงบุคลากรของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอดีตครูต่างชาติรายหนึ่ง หลังจากมีข้อกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวได้ขู่ว่าจะยิงครูที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศมาเลเซียผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ขณะนี้การสอบสวนกำลังมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบรายละเอียดของคำขู่และการเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียน แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวนอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่น

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงลักษณะเฉพาะของคำขู่ แรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำดังกล่าว และว่าจะมีการขอความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับสถานะปัจจุบันของผู้ต้องสงสัยหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบพยานหลักฐานต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับฟังแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหารของโรงเรียนหรือสถานีตำรวจเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

ตำรวจทางหลวงอยุธยาและ ปส. จับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ 320 กก.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจทางหลวงอยุธยาและ ปส. จับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ 320 กก.

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสกัดจับการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดไอซ์ได้ 320 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 38 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจทางหลวงอยุธยาและ ปส. จับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ 320 กก.

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจทางหลวงอยุธยาและ ปส. จับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ 320 กก.

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสกัดจับการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดไอซ์ได้ 320 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 38 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมระหว่างตำรวจทางหลวงอยุธยาและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้สกัดจับไอซ์น้ำหนักรวม 320 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าในท้องตลาดประเมินไว้สูงกว่า 38 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสกัดกั้นการกระจายยาเสพติดบนเส้นทางคมนาคมสายหลัก แม้การจับกุมดังกล่าวจะสะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ก็ยังชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ของเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่ในเส้นทางโลจิสติกส์ของประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่แน่ชัดในการสกัดจับ ตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้อง และจุดหมายปลายทางของยาเสพติดดังกล่าวยังคงมีจำกัด คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการสืบสวนห่วงโซ่อุปทานและเครือข่ายอาชญากรรมที่รับผิดชอบต่อการขนส่งครั้งนี้ต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองและการค้ายาเสพติด และด่านตรวจของตำรวจยังคงเป็นเรื่องปกติสำหรับการเดินทางบนทางหลวง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) บุกทลายผับเถื่อนกลางเมืองแปดริ้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) บุกทลายผับเถื่อนกลางเมืองแปดริ้ว

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงที่ไม่มีใบอนุญาต หลังได้รับรายงานเรื่องการใช้ยาเสพติดและปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ โดยขณะนี้กำลังเตรียมเสนอคำสั่งปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) บุกทลายผับเถื่อนกลางเมืองแปดริ้ว

แหล่งข่าวเดียว
ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) บุกทลายผับเถื่อนกลางเมืองแปดริ้ว

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงที่ไม่มีใบอนุญาต หลังได้รับรายงานเรื่องการใช้ยาเสพติดและปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ โดยขณะนี้กำลังเตรียมเสนอคำสั่งปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) นำโดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดปฏิบัติการ 'บารมีโสธร' เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงที่ไม่มีใบอนุญาตใจกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้รับรายงานว่าสถานประกอบการแห่งนี้เปิดให้บริการจนถึงรุ่งเช้าโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง

ในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการใช้ยาเสพติด รวมถึงยาเสพติดที่ถูกทิ้งไว้ในร้าน และพบนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง นอกจากนี้ยังพบว่าสถานประกอบการดังกล่าวปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการอีกด้วย จากผลการตรวจค้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเสนอคำสั่งปิดสถานประกอบการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายสถานบริการและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ส่วนภูมิภาค แม้ว่าการเข้าตรวจค้นจะได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวทางการแล้ว แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเรื่องการสั่งปิด 5 ปียังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบทางปกหมายและขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่ากฎหมายไทยห้ามการใช้ยาเสพติดและการเข้าใช้บริการสถานบันเทิงของเยาวชนอย่างเคร่งครัด และสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

เงินวัดสูญหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในเชียงราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เงินวัดสูญหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในเชียงราย

เจ้าอาวาสในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สูญเสียเงินเกือบ 9 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากโอนเงินไปทั้งหมด 207 ครั้งตั้งแต่ต้นปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เงินวัดสูญหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในเชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
เงินวัดสูญหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในเชียงราย

เจ้าอาวาสในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สูญเสียเงินเกือบ 9 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากโอนเงินไปทั้งหมด 207 ครั้งตั้งแต่ต้นปี 2568

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าอาวาสวัดแม่คำในจังหวัดเชียงรายตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงอย่างซับซ้อน โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 เจ้าอาวาสได้โอนเงินของวัดไปทั้งหมด 207 ครั้ง ส่งผลให้สูญเสียเงินรวมเกือบ 9 ล้านบาท การหลอกลวงถูกเปิดเผยหลังจากที่เจ้าอาวาสเกิดความสงสัยและติดต่อสถานีตำรวจภูธรแม่จันเพื่อขอให้ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ได้มีการจัดประชุมที่วัดโดยมีเจ้าคณะอำเภอแม่จัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จันเข้าร่วมเพื่อหารือเกี่ยวกับความสูญเสียทางการเงินครั้งสำคัญนี้ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจาก 3 หมู่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามจากการฉ้อโกงทางการเงินในประเทศไทยที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งแม้แต่สถาบันทางศาสนาก็ตกเป็นเป้าหมาย แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบตัวตนของบุคคลหรือหน่วยงานที่ร้องขอการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าพวกเขาจะอ้างอำนาจหรือความเกี่ยวข้องใดก็ตาม ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคนร้ายสามารถหลอกลวงเจ้าอาวาสเป็นเวลานานได้อย่างไร และจะสามารถติดตามเงินที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้หรือไม่ผ่านการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินการอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

ศาลปกครองไม่รับคำร้องกรณีปลดประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองไม่รับคำร้องกรณีปลดประธาน กสทช.

ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำร้องที่คัดค้านการปลดนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. ส่งผลให้ทางนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการต่อไปได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองไม่รับคำร้องกรณีปลดประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองไม่รับคำร้องกรณีปลดประธาน กสทช.

ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำร้องที่คัดค้านการปลดนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. ส่งผลให้ทางนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการต่อไปได้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องเกี่ยวกับสถานะของนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไว้พิจารณา

คำสั่งศาลในครั้งนี้ถือเป็นการขจัดอุปสรรคทางกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตามขั้นตอนในการนำความกราบบังคมทูลเพื่อปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการต่อไปได้ โดยก่อนหน้านี้คำร้องดังกล่าวถือเป็นประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับขั้นตอนทางธุรการในการบริหารงานของหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทหลักในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การออกใบอนุญาตเครือข่ายมือถือ และมาตรฐานการออกอากาศของประเทศ การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลที่กระทบต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คุณภาพบริการโทรคมนาคม และการดำเนินงานของสื่อต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าการที่ศาลไม่รับคำร้องจะช่วยเปิดทางให้รัฐบาลดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ แต่กรอบเวลาสำหรับการลงพระปรมาภิไธยและการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่ารัฐบาลจะจัดการกับการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร และการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายโทรคมนาคมหรือการบังคับใช้กฎระเบียบในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

เจ้าอาวาสวัดในเชียงรายตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 8.7 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสวัดในเชียงรายตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 8.7 ล้านบาท

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายสูญเงินเกือบ 8.7 ล้านบาท จากขบวนการฉ้อโกงผ่านคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้บัญชีธนาคารกว่า 66 บัญชี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าอาวาสวัดในเชียงรายตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 8.7 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสวัดในเชียงรายตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 8.7 ล้านบาท

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายสูญเงินเกือบ 8.7 ล้านบาท จากขบวนการฉ้อโกงผ่านคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้บัญชีธนาคารกว่า 66 บัญชี

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2026 เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ โดยมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกล่อให้ผู้นำทางศาสนาโอนเงินของวัดออกไปเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี

กลุ่มผู้กระทำความผิดได้ใช้เครือข่ายที่ซับซ้อนของบัญชีธนาคารกว่า 66 บัญชีในการฟอกเงินที่ขโมยมา ส่งผลให้เกิดความสูญเสียรวมเกือบ 8.7 ล้านบาท กรณีนี้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ดำเนินงานในประเทศไทย ซึ่งยังคงมุ่งเป้าไปที่บุคคลและสถาบันที่เปราะบาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความแพร่หลายของการฉ้อโกงทางโทรศัพท์ที่ซับซ้อนในภูมิภาค แม้ว่าผลกระทบทางการเงินต่อวัดจะมีนัยสำคัญ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังบัญชีทั้ง 66 บัญชี หรือวิธีการเฉพาะที่ใช้ในการหลอกล่อเหยื่อในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรระมัดระวังการรับสายจากบุคคลที่ไม่รู้จักที่ขอให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าผู้โทรจะอ้างตัวตนหรือความเร่งด่วนอย่างไรก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

นักข่าวท้องถิ่นได้รับบาดเจ็บจากการปะทะที่สถานีตำรวจบ้านไผ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักข่าวท้องถิ่นได้รับบาดเจ็บจากการปะทะที่สถานีตำรวจบ้านไผ่

ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่นเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะระหว่างการเผชิญหน้ากับรองผู้กำกับการตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักข่าวท้องถิ่นได้รับบาดเจ็บจากการปะทะที่สถานีตำรวจบ้านไผ่

แหล่งข่าวเดียว
นักข่าวท้องถิ่นได้รับบาดเจ็บจากการปะทะที่สถานีตำรวจบ้านไผ่

ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่นเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะระหว่างการเผชิญหน้ากับรองผู้กำกับการตำรวจ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า นายตรีเทพ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นายตรีเทพ ซึ่งเป็นเจ้าของเพจ 'ข่าวคนบ้านไผ่' ได้รับบาดเจ็บคิ้วขวาแตกต้องเย็บถึง 12 เข็ม และมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบริเวณลำคอ

ตามรายงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 สิงหาคม ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อร่วมงานในพื้นที่ เขาเปิดเผยว่ารองผู้กำกับการตำรวจที่รู้จักกันได้เรียกเข้าไปพูดคุย ซึ่งเหตุการณ์ได้บานปลายจนเกิดการปะทะทางร่างกาย นายตรีเทพกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล็อกคอเขาจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ และอ้างว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้พูดในเชิงว่าเป็นเพียงการหยอกล้อเล่นเท่านั้น หลังจากเกิดเหตุ พันตำรวจเอกรักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้สื่อข่าวที่โรงพยาบาลเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายตรีเทพได้แสดงความจำนงที่จะแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการหลังจากออกจากโรงพยาบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนภายในที่กำลังดำเนินอยู่ภายในหน่วยงานตำรวจท้องที่ แม้ว่าผู้กำกับการสถานีจะรับทราบสถานการณ์แล้ว แต่รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของการปะทะและการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากทางตำรวจยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 12:35 UTC

การสอบสวนการเสียชีวิตของ 'เต้ Dragon Five' นักร้องดังยุค 90
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนการเสียชีวิตของ 'เต้ Dragon Five' นักร้องดังยุค 90

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบ 'เต้ Dragon Five' ปีนบันไดใต้สะพานพระราม 7 ก่อนพบร่างในแม่น้ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนการเสียชีวิตของ 'เต้ Dragon Five' นักร้องดังยุค 90

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนการเสียชีวิตของ 'เต้ Dragon Five' นักร้องดังยุค 90

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบ 'เต้ Dragon Five' ปีนบันไดใต้สะพานพระราม 7 ก่อนพบร่างในแม่น้ำ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นนายเตวิช 'เต้' เตพันธ์ อายุ 46 ปี นักร้องชื่อดังจากวงบอยแบนด์ยุค 90 'Dragon Five' กำลังปีนบันไดใต้สะพานพระราม 7 ก่อนที่จะมีการพบร่างของเขาในแม่น้ำในเวลาต่อมา

แอนดี้ เขมพิมุก สมาชิกในวงและเพื่อนสนิท ได้เปิดเผยระหว่างพิธีสวดอภิธรรมโดยแสดงความเสียใจและขอความร่วมมือจากสาธารณชน โดยขอให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียยุติการส่งต่อภาพเหตุการณ์เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่คุณแม่ของนักร้องผู้ล่วงลับ นอกจากนี้ แอนดี้ยังชี้แจงกรณีของ 'เต๋า' สมาชิกในวงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ว่า ในขณะเกิดเหตุเต๋าอยู่ที่ประเทศจีนกับครอบครัว และเป็นผู้ที่แจ้งข่าวนี้ให้เขาทราบเป็นคนแรก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด แม้แอนดี้จะเชื่อว่าเพื่อนของเขาไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากสาธารณชนในการเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 สิงหาคม 2026, 12:35 UTC