ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการตำรวจในขอนแก่นได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องเย็บแผลถึง 12 เข็ม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการตำรวจในขอนแก่นได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่น หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องเย็บแผลถึง 12 เข็ม

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.วรวิทย์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนายตรีเทพ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น โดยผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายภายในห้องสืบสวนของสถานีตำรวจ ส่งผลให้มีบาดแผลแตกเหนือคิ้วขวาและต้องเย็บแผลถึง 12 เข็ม

พ.ต.ท.วรวิทย์ ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเย็นหลังจากทีมงานปฏิบัติงานเสร็จสิ้น โดยกล่าวว่าผู้สื่อข่าวได้เดินเข้ามาที่โต๊ะขณะที่เขากำลังรับประทานอาหารและพูดคุยเรื่องงาน เจ้าหน้าที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการชกต่อยโดยเจตนา โดยอธิบายว่าเป็นการเหวี่ยงแขนเพียงครั้งเดียว และตั้งคำถามถึงจุดประสงค์ของผู้สื่อข่าวที่เข้ามาในห้องสืบสวนซึ่งเป็นพื้นที่จำกัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แสดงความตั้งใจที่จะต่อสู้ตามข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการตรวจสอบ และระบุว่าตนได้ถูกย้ายออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นและสื่อมวลชนในพื้นที่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ให้ข้อมูลในมุมของตนแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีมาตรการทางวินัยหรือทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่หรือไม่ หรือผู้สื่อข่าวจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจบริบทของเหตุการณ์ทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 14:16 UTC

อดีตนายตำรวจส่งเสริมการปลูกวานิลลาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตนายตำรวจส่งเสริมการปลูกวานิลลาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข กำลังขยายกิจกรรมทางการเกษตรโดยนำการปลูกวานิลลาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตนายตำรวจส่งเสริมการปลูกวานิลลาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนายตำรวจส่งเสริมการปลูกวานิลลาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข กำลังขยายกิจกรรมทางการเกษตรโดยนำการปลูกวานิลลาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำการปลูกวานิลลาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานทางการเกษตร โดยต่อยอดจากรูปแบบการทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองที่มีอยู่เดิม ซึ่งประกอบด้วยการปลูกผักสวนครัว การทำนา และการเลี้ยงปลาและไก่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภูมิทัศน์ทางการเกษตรของประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการส่งเสริม 'ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง' อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่เน้นความพอประมาณและการพึ่งพาตนเอง การหันมาปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงอย่างวานิลลาถือเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่เกษตรกรรมขนาดเล็กให้เกิดผลผลิตที่หลากหลาย

แม้ว่ารายงานจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการขยายกิจกรรมทางการเกษตรของเขา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการปลูกวานิลลาเฉพาะทางนี้จะมีการขยายตัวอย่างไร หรือจะเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรรายอื่นในพื้นที่หรือไม่ ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของอดีตข้าราชการและประชาชนที่หันมาทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและหลากหลาย ผู้ที่สนใจด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรหรือการพัฒนาท้องถิ่นอาจพบว่าการปรับเปลี่ยนไปสู่พืชทางเลือกที่มีมูลค่าสูงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้หลักการพึ่งพาตนเองแบบดั้งเดิมในยุคสมัยใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์กลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์กลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการกรรโชกทรัพย์และการทำร้ายร่างกายที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนมัธยมปลาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์กลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์กลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการกรรโชกทรัพย์และการทำร้ายร่างกายที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนมัธยมปลาย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นได้เริ่มการสอบสวนคดีกลั่นแกล้งในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในท้องถิ่น การสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากคำร้องเรียนของพ่อที่กังวลใจ ซึ่งกล่าวหาว่าลูกชายของเขาถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนชั้น ม.6 กรรโชกทรัพย์และทำร้ายร่างกาย

ผู้เป็นพ่อรายงานว่าลูกชายของเขาถูกกลั่นแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงกรณีที่ผู้ก่อเหตุถูกกล่าวหาว่าใช้บุหรี่จี้ตามร่างกายของเหยื่อ ด้วยความคับข้องใจที่เห็นว่าคดีไม่มีความคืบหน้า พ่อจึงได้เรียกร้องความสนใจจากสาธารณะเพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข

ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ตำรวจได้ประสานงานกับทีมสหวิชาชีพเพื่อเรียกตัวนักเรียนที่ถูกกล่าวหามาสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำมั่นต่อสาธารณะว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียนและการจัดการปัญหาทางวินัยภายในระบบการศึกษาของไทย แม้ว่าตำรวจจะยืนยันว่าการสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการทำร้ายร่างกายและมาตรการทางวินัยที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่ทีมสหวิชาชีพดำเนินการประเมินให้เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

‘ลิซ่า’ ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรณีข้อกล่าวหาทุจริตในสตูล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ลิซ่า’ ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรณีข้อกล่าวหาทุจริตในสตูล

บุคคลทางการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'ลิซ่า' ได้ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเปิดเผยให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสตูล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ลิซ่า’ ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรณีข้อกล่าวหาทุจริตในสตูล

แหล่งข่าวเดียว
‘ลิซ่า’ ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรณีข้อกล่าวหาทุจริตในสตูล

บุคคลทางการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'ลิซ่า' ได้ท้าทายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเปิดเผยให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสตูล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 บุคคลทางการเมืองที่ระบุชื่อว่า 'ลิซ่า' ได้ออกคำท้าทายต่อสาธารณะเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาบุคลากรของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ลิซ่าได้ตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หลังจากมีรายงานว่าผู้สมัครที่มีเส้นสายบางส่วนถูกคัดออกจากการคัดเลือก โดยตั้งคำถามว่าเรื่องนี้จบลงแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ ลิซ่ายังเรียกร้องให้วรศิษฎ์ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อกลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในจังหวัดสตูล ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น คำท้าทายนี้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เริ่มการสอบสวนในสตูลเพื่อจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนภายในของรัฐบาล แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายสาธารณะในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการบริหารระดับจังหวัด ในขั้นตอนนี้ ข้อกล่าวหายังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังคงต้องยืนยันว่าทางการจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกิจกรรมเฉพาะของกลุ่มการเมืองที่ถูกกล่าวถึงหรือไม่ หรือ กสถ. จะให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อคำถามที่ลิซ่าหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำท้าทายนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการบริหารที่เป็นรูปธรรมหรือการถกเถียงทางการเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

เจ้าหน้าที่ยึดบุหรี่เถื่อนมูลค่า 14.5 ล้านบาทในนครราชสีมา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ยึดบุหรี่เถื่อนมูลค่า 14.5 ล้านบาทในนครราชสีมา

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและไปรษณีย์สกัดจับการขนส่งบุหรี่ผิดกฎหมายล็อตใหญ่ พร้อมเตือนภัยสินค้าปลอมแปลงและอันตรายต่อสุขภาพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยึดบุหรี่เถื่อนมูลค่า 14.5 ล้านบาทในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ยึดบุหรี่เถื่อนมูลค่า 14.5 ล้านบาทในนครราชสีมา

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและไปรษณีย์สกัดจับการขนส่งบุหรี่ผิดกฎหมายล็อตใหญ่ พร้อมเตือนภัยสินค้าปลอมแปลงและอันตรายต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากด่านศุลกากรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ แถลงผลการตรวจยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 15,000 แท่ง โดยปฏิบัติการดังกล่าวร่วมมือกับศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยหลายชิ้น สินค้าที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าประมาณ 14.5 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บรักษาเพื่อทำลายตามกฎหมายต่อไป

นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม พร้อมด้วยนายสมเกียรติ คำพิลา และนายนาวิน พรหมฉิม เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ได้ร่วมกันนำทีมปฏิบัติการในครั้งนี้ ทั้งนี้ทางการได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับอันตรายของการสั่งซื้อบุหรี่ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยระบุว่าสินค้าผิดกฎหมายมักไม่มีการควบคุมคุณภาพ อาจมีเชื้อราหรือสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อน และมักเป็นสินค้าปลอมแปลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การตรวจยึดครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสกัดกั้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่ได้มาตรฐาน แม้ว่าภัยคุกคามจากสินค้าล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อยาสูบผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสืบสวนเพิ่มเติมจะนำไปสู่การระบุเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนส่งเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีเหตุการณ์ตรวจยึดเพิ่มเติมในพื้นที่อีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

ผู้ปกครองเข้าแจ้งความหลังนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ปกครองเข้าแจ้งความหลังนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากเกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งผลให้บุตรชายวัย 13 ปีได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ปกครองเข้าแจ้งความหลังนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ปกครองเข้าแจ้งความหลังนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากเกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งผลให้บุตรชายวัย 13 ปีได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ผู้ปกครองของนักเรียนชายวัย 13 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการกับตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงกันที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน นักเรียนคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนถากบริเวณแก้มซ้ายระหว่างเกิดเหตุ ผู้ปกครองได้มอบหลักฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงเสื้อผ้าที่นักเรียนสวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีรูกระสุนบริเวณปกเสื้อ

มารดาของนักเรียนระบุว่า บุตรชายกำลังพยายามหาที่หลบภัยในช่วงชุลมุนก่อนจะเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ โดยยืนยันว่าบุตรชายไม่รู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อนและเรียนอยู่คนละชั้นกัน แม้ว่านักเรียนจะอยู่ในระหว่างการพักฟื้น แต่ยังคงมีอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ มารดายังได้กล่าวถึงข่าวลือบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการข่มขู่ว่าจะมีการก่อเหตุในวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม โดยระบุว่าเป็นข้อมูลที่น่าจะเป็นการปลุกปั่นและขอให้ประชาชนเสพข่าวสารบนโซเชียลมีเดียด้วยความระมัดระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการสอบสวนมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนที่กำลังดำเนินอยู่ มารดาแสดงความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันของทางโรงเรียนและระบุว่าทางโรงเรียนไม่มีความผิด แม้ว่าอันตรายทางกายภาพจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่การสอบสวนถึงแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุและที่มาของคำขู่บนโลกออนไลน์ยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันว่าการยิงดังกล่าวเป็นการตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

นักกฎหมายตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปลดประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักกฎหมายตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปลดประธาน กสทช.

นักวิเคราะห์ทางกฎหมายเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ตรวจสอบกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักกฎหมายตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปลดประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
นักกฎหมายตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปลดประธาน กสทช.

นักวิเคราะห์ทางกฎหมายเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ตรวจสอบกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการปลด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยนักกฎหมายแนะนำให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลดครั้งนี้อย่างละเอียด

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทอยู่ที่อำนาจของคณะกรรมการสรรหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปลดดังกล่าว นักวิเคราะห์ทางกฎหมายชี้ว่ายังมีข้อโต้แย้งที่สำคัญว่าคณะกรรมการได้ดำเนินการภายในขอบเขตทางกฎหมายที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจนี้เสี่ยงต่อการถูกท้าทายในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อทั่วประเทศ ความไม่มั่นคงหรือความคลุมเครือทางกฎหมายภายในคณะกรรมการอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินนโยบายหรือความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในภาคดิจิทัล

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกังวลทางกฎหมายเหล่านี้อย่างไร และกระบวนการปลดจะได้รับการตรวจสอบหรือปรับปรุงอย่างเป็นทางการหรือไม่ สถานการณ์กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากสำนักงานรองนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความถูกต้องของการดำเนินการของคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

สั่งเด้ง 4 เสือโรงพักเมืองแปดริ้ว เซ่นพิษจับผับเถื่อนปล่อยเด็ก-ยาเกลื่อน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งเด้ง 4 เสือโรงพักเมืองแปดริ้ว เซ่นพิษจับผับเถื่อนปล่อยเด็ก-ยาเกลื่อน

ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นาย หลังมีการบุกตรวจค้นสถานบันเทิงเถื่อนที่ปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการและพบสารเสพติดภายในร้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งเด้ง 4 เสือโรงพักเมืองแปดริ้ว เซ่นพิษจับผับเถื่อนปล่อยเด็ก-ยาเกลื่อน

แหล่งข่าวเดียว
สั่งเด้ง 4 เสือโรงพักเมืองแปดริ้ว เซ่นพิษจับผับเถื่อนปล่อยเด็ก-ยาเกลื่อน

ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นาย หลังมีการบุกตรวจค้นสถานบันเทิงเถื่อนที่ปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการและพบสารเสพติดภายในร้าน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 Khaosod Online รายงานว่า พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงนามในคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นาย จากสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทราไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเดิม การดำเนินการทางปกครองนี้สืบเนื่องมาจากปฏิบัติการร่วมของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 01.39 น.

จากการตรวจสอบสถานประกอบการบริเวณตลาดทรงชัยเจริญทรัพย์ (ตลาดสนามมวย) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่พบว่าสถานประกอบการดังกล่าวเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังพบว่ามีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ และพบสารเสพติดภายในร้าน โดยมีผู้ใช้บริการหลายรายมีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวกต่อสารเสพติด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามสถานบันเทิงที่ละเมิดกฎหมายใบอนุญาตและความปลอดภัยสาธารณะ การย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานประกอบการเป็นไปอย่างโปร่งใส แม้จะมีการยืนยันคำสั่งย้ายดังกล่าวแล้ว แต่ผลสรุปสุดท้ายของคณะกรรมการสืบสวนเกี่ยวกับระดับความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ยังคงต้องรอการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ประกาศระยะเวลาในการปฏิบัติราชการในตำแหน่งใหม่หรือมาตรการทางวินัยเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ตำรวจยืนยันพบข้อความข่มขู่ที่โรงเรียนในปลายบาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจยืนยันพบข้อความข่มขู่ที่โรงเรียนในปลายบาง

เจ้าหน้าที่ในปลายบางรับทราบรายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่โรงเรียนในท้องถิ่น ส่งผลให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจยืนยันพบข้อความข่มขู่ที่โรงเรียนในปลายบาง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจยืนยันพบข้อความข่มขู่ที่โรงเรียนในปลายบาง

เจ้าหน้าที่ในปลายบางรับทราบรายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่โรงเรียนในท้องถิ่น ส่งผลให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 ผู้กำกับการสถานีตำรวจปลายบางได้ยืนยันว่ามีข้อความข่มขู่ที่แพร่กระจายทางออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในท้องถิ่น โดยมีรายงานว่าข้อความดังกล่าวถูกแชร์ในกลุ่มแชทของผู้ปกครอง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับชุมชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ โดยผู้กำกับการเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินมาตรการป้องกันอย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ประสานงานกับสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนเพื่อรักษาช่องทางการสื่อสารและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ปลายบาง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยระแวดระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะรับทราบถึงภัยคุกคามดังกล่าวแล้ว แต่ที่มาที่แน่ชัดของข้อความและความน่าเชื่อถือของเจตนาที่อยู่เบื้องหลังยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการระบุตัวผู้ต้องสงสัยรายใดรายหนึ่งหรือไม่ หรือภัยคุกคามนี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้หรือไม่ ประชาชนควรเชื่อถือข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากตำรวจมากกว่าข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยันซึ่งแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

ความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ทำให้สถานะการดำรงตำแหน่งของเขายังคงไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ทำให้สถานะการดำรงตำแหน่งของเขายังคงไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใส ความไม่เป็นกลาง และความไม่ครบองค์ประชุมในการดำเนินการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง

ศาลเห็นว่าผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรง จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่าคำสั่งนี้ส่งผลให้ นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไป เนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ข้อพิพาทหลักมาจากมติเอกฉันท์ 4:0 ของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณ สละสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งเนื่องจากยังคงประกอบวิชาชีพแพทย์โดยได้รับค่าตอบแทนหลังจากได้รับการแต่งตั้งในเดือนเมษายน 2565

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางบริหารภายในหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญซึ่งดูแลบริการโทรคมนาคมและกระจายเสียงในประเทศไทย แม้คำสั่งศาลจะคงสถานะปัจจุบันไว้ในขณะนี้ แต่ความถูกต้องทางกฎหมายของมติคณะกรรมการสรรหายังคงไม่มีการยืนยัน ส่งผลให้สถานะสุดท้ายของผู้นำ กสทช. ยังคงอยู่ในสภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย โดยต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติมหรือกระบวนการทางพระราชอำนาจในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ดร.นพดล สนับสนุนนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดร.นพดล สนับสนุนนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในประเทศไทย

ดร.นพดล ได้ออกมาสนับสนุนนโยบายเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน โดยชื่นชมการอภิปรายล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอนุญาตให้ครูพกพาอาวุธปืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดร.นพดล สนับสนุนนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ดร.นพดล สนับสนุนนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในประเทศไทย

ดร.นพดล ได้ออกมาสนับสนุนนโยบายเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน โดยชื่นชมการอภิปรายล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอนุญาตให้ครูพกพาอาวุธปืน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 ดร.นพดล ได้แสดงการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการควบคุมอาวุธปืน โดยเน้นไปที่การทำให้การเข้าถึงอาวุธเถื่อนหรืออาวุธที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นเรื่องที่ยากขึ้นสำหรับบุคคลทั่วไป

ดร.นพดล ได้ชื่นชมความกล้าหาญของเรวัช ซึ่งเป็นผู้จุดประเด็นสาธารณะเกี่ยวกับหัวข้อที่ถกเถียงกันเรื่องการให้ครูพกพาอาวุธปืนในโรงเรียน การอภิปรายนี้ได้นำไปสู่การสนทนาในวงกว้างเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและความจำเป็นในการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและมาตรการควบคุมอาวุธปืน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือคำแนะนำในการเดินทางในทันที แต่การผลักดันให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นบ่งชี้ว่าทางการอาจให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืนที่มีอยู่ให้เข้มงวดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการอภิปรายเหล่านี้จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายหรือนโยบายการบริหารใหม่ๆ หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนข้อเสนอเหล่านี้ให้เป็นกฎระเบียบที่นำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรตระหนักว่านโยบายความปลอดภัยสาธารณะกำลังเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงทางการเมืองและสังคมอย่างจริงจังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

ตำรวจจับกุมชายลักลอบตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทร จ.พระนครศรีอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจจับกุมชายลักลอบตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ชายวัย 41 ปีถูกจับกุมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังก่อเหตุตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทรหลายครั้ง โดยเว้นอาคารที่ตนเองพักอาศัยไว้เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ตามปกติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจจับกุมชายลักลอบตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทร จ.พระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจจับกุมชายลักลอบตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ชายวัย 41 ปีถูกจับกุมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังก่อเหตุตัดสายไฟในโครงการบ้านเอื้ออาทรหลายครั้ง โดยเว้นอาคารที่ตนเองพักอาศัยไว้เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ตามปกติ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าจับกุมนายประพันธ์ อายุ 41 ปี หลังจากได้รับแจ้งเหตุไฟฟ้าดับบ่อยครั้งภายในชุมชนบ้านเอื้ออาทร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน โดยประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าถูกตัดสายไฟจนได้รับความเสียหาย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งพักอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน เมื่อเข้าตรวจสอบห้องพักพบผู้ต้องสงสัยกำลังเล่นเกมสล็อตออนไลน์อยู่ นายประพันธ์รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าที่ไม่ได้ตัดสายไฟในอาคารที่ตนพักอาศัยเพราะกลัวว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้ นอกจากนี้ ตำรวจยังรายงานว่าผู้ต้องสงสัยมีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงในขณะถูกจับกุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นต่ออาชญากรรมฉวยโอกาส แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายของระบบไฟฟ้าและระยะเวลาในการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุเพียงลำพังหรือมีผู้ร่วมขบวนการในการสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของโครงการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

‘ลิซ่า’ จี้ถามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหลังพบความไม่โปร่งใสในการสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ลิซ่า’ จี้ถามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหลังพบความไม่โปร่งใสในการสอบ

บุคคลสาธารณะได้ตั้งคำถามต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตในการสอบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ลิซ่า’ จี้ถามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหลังพบความไม่โปร่งใสในการสอบ

แหล่งข่าวเดียว
‘ลิซ่า’ จี้ถามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหลังพบความไม่โปร่งใสในการสอบ

บุคคลสาธารณะได้ตั้งคำถามต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตในการสอบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 บุคคลสาธารณะที่รู้จักกันในชื่อ 'ลิซ่า' ได้ตั้งคำถามต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เกี่ยวกับการสรุปผลการตรวจสอบกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบ โดยการสอบถามนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าผู้สมัครหลายรายที่มีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลถูกตัดสิทธิ์จากการสอบ

ลิซ่าได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ วรศิษฎ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับ 'บ้านใหญ่' ซึ่งเป็นคำที่มักใช้ในแวดวงการเมืองไทยเพื่ออธิบายถึงกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพล ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงระบบการสอบ ประเด็นสำคัญคือการตัดสิทธิ์ผู้สมัครเหล่านี้ถือเป็นการสิ้นสุดความรับผิดชอบของกรมฯ หรือยังมีปัญหาเชิงระบบที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและระบบคุณธรรมในกระบวนการสรรหาบุคลากรของภาครัฐไทย แม้ว่าการตัดสิทธิ์ผู้สมัครจะบ่งชี้ว่ามีการตรวจสอบในระดับหนึ่ง แต่การเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มการเมืองแสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบความซื่อสัตย์ของหน่วยงานโดยสาธารณชนยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรมฯ จะเปิดการสอบสวนในวงกว้างเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของนักการเมืองหรือไม่ หรือเรื่องนี้จะถือว่ายุติลงหลังจากการตัดสิทธิ์ในเบื้องต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

กองทุน ป.ป.ช. ใช้ละครสร้างสรรค์ปลูกฝังจิตสำนึกต้านโกงในกลุ่มเยาวชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองทุน ป.ป.ช. ใช้ละครสร้างสรรค์ปลูกฝังจิตสำนึกต้านโกงในกลุ่มเยาวชน

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมมือกับนักเรียนและนักแสดงชื่อดังจัดทำละครต่อต้านการทุจริตในภาคตะวันออกของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองทุน ป.ป.ช. ใช้ละครสร้างสรรค์ปลูกฝังจิตสำนึกต้านโกงในกลุ่มเยาวชน

แหล่งข่าวเดียว
กองทุน ป.ป.ช. ใช้ละครสร้างสรรค์ปลูกฝังจิตสำนึกต้านโกงในกลุ่มเยาวชน

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมมือกับนักเรียนและนักแสดงชื่อดังจัดทำละครต่อต้านการทุจริตในภาคตะวันออกของไทย

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ได้เปิดตัวโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในภาคตะวันออกภายใต้ชื่อ 'เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน' โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online โครงการนี้มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชนผ่านการบูรณาการความรู้เรื่องการต่อต้านการทุจริตเข้ากับศิลปะการแสดง

นักเรียนจากโรงเรียนอัสสัมชัญระยองได้ร่วมมือกับผู้กำกับมืออาชีพอย่าง มารุต สาโรวาท และทีมนักแสดงชื่อดัง อาทิ มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ และคนอื่นๆ เพื่อเขียนบทและแสดงละครสั้น โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อสอนให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ และผลกระทบทางสังคมในระยะยาวของการทุจริต แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในโรงเรียน การให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์นี้ ผู้จัดหวังว่าจะช่วยสร้างวัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งจะช่วยลดการยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้อิทธิพลในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการศึกษาด้านพลเมืองและความโปร่งใสในระบบการศึกษาของไทย แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ทางสังคม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการอบรมเหล่านี้จะขยายผลอย่างไร หรือจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศหรือไม่ ประสิทธิผลในระยะยาวของการใช้ศิลปะการแสดงเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคมต่อการทุจริตเป็นประเด็นที่ผู้สังเกตการณ์ในท้องถิ่นน่าจะติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

สอบสวนกรณีนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนถูกกลั่นแกล้ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สอบสวนกรณีนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนถูกกลั่นแกล้ง

ผู้ปกครองร้องเรียนว่าบุตรชายซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ถูกทำร้ายร่างกายและรีดไถเงินมานานหลายปี นำไปสู่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สอบสวนกรณีนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนถูกกลั่นแกล้ง

แหล่งข่าวเดียว
สอบสวนกรณีนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนถูกกลั่นแกล้ง

ผู้ปกครองร้องเรียนว่าบุตรชายซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ถูกทำร้ายร่างกายและรีดไถเงินมานานหลายปี นำไปสู่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ บิดาของนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ได้เปิดเผยว่าบุตรชายถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้ง ทำร้ายร่างกาย และรีดไถเงินมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ม.4 โดยผู้ปกครองอ้างว่าบุตรชายต้องเก็บเรื่องไว้เป็นความลับนานหลายปีเนื่องจากถูกขู่ฆ่าจากกลุ่มคู่กรณี พฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาได้ทวีความรุนแรงขึ้นจากการรีดไถเงินจำนวนเล็กน้อยไปสู่การทำร้ายร่างกาย รวมถึงการใช้บุหรี่จี้ตามร่างกายและการพาไปทำร้ายในห้องที่ไม่มีคนอยู่

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ทางโรงเรียนออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทางโรงเรียนจะระบุว่าข้อมูลจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหายังมีความไม่ชัดเจนอยู่ก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดหมายเรียกตัวบุคคล 3 รายที่ถูกระบุว่าเป็นคู่กรณีมาสอบปากคำในวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียนและมาตรการป้องกันการกลั่นแกล้งในประเทศไทย แม้ทางโรงเรียนจะรับทราบสถานการณ์แล้ว แต่ขอบเขตของเหตุการณ์ทั้งหมดและความถูกต้องของข้อกล่าวหายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการสอบปากคำเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์และการดำเนินการของทางโรงเรียน ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินทางกฎหมายใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุปะทะกับนักข่าวท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุปะทะกับนักข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการสืบสวนในบ้านไผ่ถูกสั่งย้ายและตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากมีข้อกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุปะทะกับนักข่าวท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุปะทะกับนักข่าวท้องถิ่น

รองผู้กำกับการสืบสวนในบ้านไผ่ถูกสั่งย้ายและตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากมีข้อกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักข่าวท้องถิ่น

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเดิม การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าใช้มือล็อกคอนักข่าวท้องถิ่น จนทำให้นักข่าวคนดังกล่าวหมดสติ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รายนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และสื่อมวลชนในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจและเสรีภาพของสื่อในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการยืนยันเรื่องการย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่งเดิมแล้ว แต่การสอบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่รายนี้จะต้องเผชิญกับมาตรการทางวินัยหรือผลทางกฎหมายอย่างไรหลังจากที่คณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนแล้ว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากกองบัญชาการตำรวจภูธรเกี่ยวกับผลการสอบสวนและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าในลักษณะนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ไทยจัดตั้งกรอบกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดตั้งกรอบกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อกำกับดูแลการลงทุนในศูนย์ข้อมูล หลังจากที่มีเม็ดเงินลงทุนในภาคส่วนนี้สูงถึง 7.5 แสนล้านบาทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยจัดตั้งกรอบกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดตั้งกรอบกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อกำกับดูแลการลงทุนในศูนย์ข้อมูล หลังจากที่มีเม็ดเงินลงทุนในภาคส่วนนี้สูงถึง 7.5 แสนล้านบาทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยได้ดำเนินการก้าวสำคัญในการจัดการกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ได้มีการออกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้ง 'คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์' ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่มีการเติบโตอย่างเข้มข้น โดยมีการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยสูงถึง 7.5 แสนล้านบาทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

วัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมการชุดใหม่นี้คือการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดกรองเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในอนาคตจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและสอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและความต้องการบุคลากรที่มีทักษะทางเทคนิคเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้นในประเทศ

แม้ว่าจะมีการยืนยันการจัดตั้งคณะกรรมการแล้ว แต่แนวทางปฏิบัติงานที่เฉพาะเจาะจงและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการอนุมัติโครงการยังคงต้องรอการสรุปผล ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นในการกำกับดูแลที่เข้มงวดกับความต้องการในการรักษาความน่าสนใจของประเทศไทยสำหรับนักลงทุนด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศอย่างไร คาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่เต็มของคณะกรรมการและผลกระทบต่อการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

แจ้งเตือนความปลอดภัย: ตรวจสอบข้อความข่มขู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แจ้งเตือนความปลอดภัย: ตรวจสอบข้อความข่มขู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ตำรวจนนทบุรีเร่งตรวจสอบข้อความข่มขู่ที่แพร่กระจายในกลุ่มผู้ปกครอง พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แจ้งเตือนความปลอดภัย: ตรวจสอบข้อความข่มขู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
แจ้งเตือนความปลอดภัย: ตรวจสอบข้อความข่มขู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ตำรวจนนทบุรีเร่งตรวจสอบข้อความข่มขู่ที่แพร่กระจายในกลุ่มผู้ปกครอง พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ในจังหวัดนนทบุรีอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อความข่มขู่ที่มุ่งเป้าไปยังโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนักเรียนส่งภาพหน้าจอแชทเข้าไปในกลุ่มไลน์ผู้ปกครอง โดยอ้างว่ามีผู้ก่อเหตุวางแผนจะใช้ความรุนแรงในโรงเรียนระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2569 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนโรงเรียนเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองของโรงเรียน นำโดยนางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่าย และนายณัฐพงษ์ สาเกตุ รองประธาน ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรปลายบาง พ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผกก.สภ.ปลายบาง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อความดังกล่าว เพื่อตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชน ตำรวจได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการป้องกันและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระหว่างเปิดเรียน

สำหรับประเด็นข่าวลือเรื่องผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 รายที่ปรากฏในแชทนั้น ทางเครือข่ายผู้ปกครองชี้แจงว่าอาจเกิดจากความเข้าใจผิดของนักเรียน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โปรดทราบว่าแม้เจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับภัยคุกคามนี้อย่างจริงจัง แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังตัวและติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC