ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ตำรวจสืบสวนและภรรยาพยาบาลถูกยิงสาหัสในรถยนต์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสืบสวนและภรรยาพยาบาลถูกยิงสาหัสในรถยนต์

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและภรรยาซึ่งเป็นพยาบาล ถูกพบในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะภายในรถยนต์ส่วนตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสืบสวนและภรรยาพยาบาลถูกยิงสาหัสในรถยนต์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสืบสวนและภรรยาพยาบาลถูกยิงสาหัสในรถยนต์

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและภรรยาซึ่งเป็นพยาบาล ถูกพบในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะภายในรถยนต์ส่วนตัว

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและภรรยาซึ่งประกอบอาชีพพยาบาล ทั้งคู่ถูกพบอยู่ภายในรถยนต์เก๋งในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รุดเข้าให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนหลังจากได้รับแจ้งเหตุเสียงปืน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการประเมินเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่สืบสวนคาดว่าเหตุการณ์นี้อาจมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งภายในครอบครัว ทั้งนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปและเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดหรือสถานะอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะตัวที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน แม้รายงานดังกล่าวอาจสร้างความกังวล แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าแรงจูงใจยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ในขณะนี้ และรายงานอย่างเป็นทางการจากตำรวจยังคงรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรยึดถือข้อมูลอัปเดตจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วในขณะที่การสอบสวนคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 01:55 UTC

คนสนิทอดีตนายกฯ อิตาลี แบร์ลุสโคนี ถูกจับกุมในคดีวางระเบิดโจมตีนักข่าว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คนสนิทอดีตนายกฯ อิตาลี แบร์ลุสโคนี ถูกจับกุมในคดีวางระเบิดโจมตีนักข่าว

สิบเดือนหลังจากการโจมตี ซิกฟรีโด รานุชชี นักข่าวสืบสวนสอบสวน ตำรวจอิตาลีได้จับกุมคนสนิทของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ผู้ล่วงลับ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คนสนิทอดีตนายกฯ อิตาลี แบร์ลุสโคนี ถูกจับกุมในคดีวางระเบิดโจมตีนักข่าว

แหล่งข่าวเดียว
คนสนิทอดีตนายกฯ อิตาลี แบร์ลุสโคนี ถูกจับกุมในคดีวางระเบิดโจมตีนักข่าว

สิบเดือนหลังจากการโจมตี ซิกฟรีโด รานุชชี นักข่าวสืบสวนสอบสวน ตำรวจอิตาลีได้จับกุมคนสนิทของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ผู้ล่วงลับ

ตามรายงานจาก Thai Post ทางการอิตาลีได้สร้างความคืบหน้าครั้งสำคัญในการสอบสวนเหตุระเบิดโจมตี ซิกฟรีโด รานุชชี นักข่าวสืบสวนสอบสวนชื่อดัง สิบเดือนหลังจากเกิดเหตุ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุว่าเป็นคนสนิทของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลีผู้ล่วงลับได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงทางการเมืองและสื่อ แม้ว่าการจับกุมจะเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการยุติธรรม แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผู้ต้องสงสัยยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด และแรงจูงใจที่แท้จริงรวมถึงการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นยังคงต้องรอการยืนยันจากกระบวนการยุติธรรมของอิตาลี

เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเมืองระดับสูงของอิตาลี จึงยังคงได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับหลักฐานที่เชื่อมโยงผู้ต้องสงสัยกับเหตุโจมตีดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้โดยทั่วไปอิตาลีจะมีความปลอดภัย แต่การสอบสวนคดีอาญาที่มีชื่อเสียงซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองอาจนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะหรือการประท้วงในบางพื้นที่ได้เป็นครั้งคราว คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 00:35 UTC

ข้อพิพาทเรื่องเงิน 11 ล้านบาทยังคงดำเนินต่อไปในคดีฆาตกรรมที่นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องเงิน 11 ล้านบาทยังคงดำเนินต่อไปในคดีฆาตกรรมที่นนทบุรี

ผู้ใกล้ชิดนายก อบจ.นนทบุรี ได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างของฉลองเกี่ยวกับเงินจำนวน 11 ล้านบาทที่มีความเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีฆาตกรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทเรื่องเงิน 11 ล้านบาทยังคงดำเนินต่อไปในคดีฆาตกรรมที่นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องเงิน 11 ล้านบาทยังคงดำเนินต่อไปในคดีฆาตกรรมที่นนทบุรี

ผู้ใกล้ชิดนายก อบจ.นนทบุรี ได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างของฉลองเกี่ยวกับเงินจำนวน 11 ล้านบาทที่มีความเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีฆาตกรรม

ตามรายงานของ Thai Post ข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินจำนวน 11 ล้านบาทยังคงไม่มีข้อยุติ โดยผู้ใกล้ชิดของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี คือนายธงชัย รวมถึงเลขานุการและอดีตประธานสภา อบจ. ได้ออกมาโต้แย้งคำให้การของบุคคลที่ระบุชื่อว่าฉลองอย่างเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ ฉลองได้ให้การโดยเชื่อมโยงเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากับชนวนเหตุในการฆาตกรรม เพื่อเป็นการตอบโต้ กลุ่มผู้ใกล้ชิดของนายธงชัยได้ตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของคำกล่าวอ้างเหล่านี้ โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันหลายประการและตั้งคำถามเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายและการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลในระดับท้องถิ่น แม้ว่าคดีนี้จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสาธารณชนและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางของผู้มาเยือน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจข่าวสารการเมืองท้องถิ่นควรทราบว่าประเด็นเรื่องชนวนเหตุของคดีนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

ในขณะนี้ ความจริงเบื้องหลังเงิน 11 ล้านบาทยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ โดยสาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนเพื่อสรุปข้อเท็จจริงจากคำให้การที่ขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับความถูกต้องของคำกล่าวอ้างจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 00:15 UTC

กรมการปกครองเปิดตัวโครงการป้องกันการทุจริต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมการปกครองเปิดตัวโครงการป้องกันการทุจริต

กรมการปกครอง (DOPA) ของไทยได้ร่วมมือกับ 5 หน่วยงานหลักเพื่อปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมการปกครองเปิดตัวโครงการป้องกันการทุจริต

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองเปิดตัวโครงการป้องกันการทุจริต

กรมการปกครอง (DOPA) ของไทยได้ร่วมมือกับ 5 หน่วยงานหลักเพื่อปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 กรมการปกครอง (DOPA) ได้เริ่มความร่วมมือกับ 5 หน่วยงานหลักเพื่อจัดการและป้องกันกิจกรรมทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน โครงการนี้มีชื่อว่า DOPA N.I.C.E. โดยมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบการระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นมาตรการทางปกครองและเน้นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีเอกสารที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายเมื่อต้องติดต่อกับหน่วยงานของไทย การตรวจสอบให้แน่ใจว่าบันทึกการลงทะเบียนส่วนบุคคลทั้งหมดได้รับการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการนี้ต่อระยะเวลาในการดำเนินการงานธุรการทั่วไป หรือขั้นตอนการตรวจสอบเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมการปกครองสำหรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระเบียบการลงทะเบียนหรือข้อกำหนดด้านเอกสารที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่ความพยายามร่วมกันของหน่วยงานเหล่านี้ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 23:35 UTC

ตำรวจและพยาบาลบาดเจ็บสาหัสจากเหตุยิงกันในปราจีนบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจและพยาบาลบาดเจ็บสาหัสจากเหตุยิงกันในปราจีนบุรี

พบพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในรถยนต์ในจังหวัดปราจีนบุรี หลังมีรายงานเหตุยิงกัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจและพยาบาลบาดเจ็บสาหัสจากเหตุยิงกันในปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจและพยาบาลบาดเจ็บสาหัสจากเหตุยิงกันในปราจีนบุรี

พบพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในรถยนต์ในจังหวัดปราจีนบุรี หลังมีรายงานเหตุยิงกัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดปราจีนบุรีได้รับแจ้งเหตุยิงกันใกล้ที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้บาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกยิง 2 รายภายในรถเก๋งที่จอดอยู่ ผู้บาดเจ็บคือ น.ส.จิรภา อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพ และ จ.ส.ต.ธนกฤต อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ศรีมโหสถ

ทีมกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองส่งโรงพยาบาลศรีมโหสถเพื่อรับการรักษาเร่งด่วน ก่อนจะมีการส่งตัวไปรักษาต่อ การสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่สันนิษฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากความขัดแย้งภายในครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลส่วนตัว แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นใกล้กับสถานที่ราชการ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนในฐานะเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง ในขณะนี้รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของการยิงทั้ง 2 นัดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บและสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์จากรายงานอย่างเป็นทางการของตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 17:55 UTC

ส่งตัวคนไทย 41 คนกลับจาก สปป.ลาว หลังถูกจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส่งตัวคนไทย 41 คนกลับจาก สปป.ลาว หลังถูกจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์

ทางการไทยรับตัวคนไทย 41 คนที่เดินทางกลับจาก สปป.ลาว ซึ่งยอมรับว่าได้ทำงานเป็นแอดมินให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส่งตัวคนไทย 41 คนกลับจาก สปป.ลาว หลังถูกจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ส่งตัวคนไทย 41 คนกลับจาก สปป.ลาว หลังถูกจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์

ทางการไทยรับตัวคนไทย 41 คนที่เดินทางกลับจาก สปป.ลาว ซึ่งยอมรับว่าได้ทำงานเป็นแอดมินให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า มีคนไทยจำนวน 41 คนได้รับการส่งตัวกลับจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเจ้าหน้าที่ไทยได้ดำเนินการตรวจสอบประวัติบุคคลเหล่านี้ทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศ จากรายงานระบุว่าการสอบสวนเบื้องต้นและการสัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่เผยว่า ทั้ง 41 คนได้ข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาว โดยสมัครใจเพื่อทำงานเป็นแอดมินให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างทางการไทยและลาวในการจัดการกับกิจกรรมอาชญากรรมข้ามพรมแดน แม้ว่าการส่งตัวกลับในเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงจุดยืนทางกฎหมายที่เข้มงวดของประเทศไทยต่อการดำเนินงานพนันที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าเซิร์ฟเวอร์หรือพนักงานจะตั้งอยู่ที่ใดก็ตาม

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าบุคคลเหล่านี้จะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายใดบ้างตามกฎหมายไทย หรือมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายการพนันเฉพาะที่พวกเขาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยระยะเวลาที่พวกเขาทำงานใน สปป.ลาว หรือสถานที่เฉพาะที่การดำเนินงานเหล่านี้ตั้งอยู่ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายของกิจกรรมเหล่านี้ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 15:55 UTC

รวบตัวชายชาวออสเตรเลียในสมุทรปราการ ข้อหาละเมิดกฎหมายการบิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายชาวออสเตรเลียในสมุทรปราการ ข้อหาละเมิดกฎหมายการบิน

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการจับกุมชายชาวออสเตรเลียตามหมายจับในคดีละเมิดกฎระเบียบด้านการบิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายชาวออสเตรเลียในสมุทรปราการ ข้อหาละเมิดกฎหมายการบิน

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายชาวออสเตรเลียในสมุทรปราการ ข้อหาละเมิดกฎหมายการบิน

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการจับกุมชายชาวออสเตรเลียตามหมายจับในคดีละเมิดกฎระเบียบด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในจังหวัดสมุทรปราการได้ดำเนินการตามหมายจับและควบคุมตัวชายชาวออสเตรเลียรายหนึ่งได้ที่บ้านพัก หลังจากมีการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของบุคคลดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าชายคนนี้เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายการบิน แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การออกหมายจับจะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ แต่การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยในการติดตามและจับกุมชาวต่างชาติที่มีปัญหาทางกฎหมายค้างคาอยู่ในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าทางการไทยมีการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นและกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างจริงจัง การมีหมายจับค้างคาไม่ว่าจะเป็นความผิดในลักษณะใด อาจนำไปสู่การถูกควบคุมตัวอย่างกะทันหันและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในลำดับถัดไป

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวจะถูกส่งตัวกลับประเทศทันที หรือจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบในระบบศาลไทยก่อนที่จะมีการดำเนินการทางตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการบินที่ถูกละเมิดนั้นยังไม่มีการเปิดเผยจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 15:35 UTC

ปลดเจ้าอาวาสวัดแม่คำ จ.เชียงราย หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินวัดเกือบ 9 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปลดเจ้าอาวาสวัดแม่คำ จ.เชียงราย หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินวัดเกือบ 9 ล้านบาท

เจ้าอาวาสวัดแม่คำในจังหวัดเชียงรายถูกปลดจากตำแหน่งหลังจากสูญเสียเงินวัดจำนวน 8.7 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปลดเจ้าอาวาสวัดแม่คำ จ.เชียงราย หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินวัดเกือบ 9 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ปลดเจ้าอาวาสวัดแม่คำ จ.เชียงราย หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินวัดเกือบ 9 ล้านบาท

เจ้าอาวาสวัดแม่คำในจังหวัดเชียงรายถูกปลดจากตำแหน่งหลังจากสูญเสียเงินวัดจำนวน 8.7 ล้านบาทให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าอาวาสวัดแม่คำในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สืบเนื่องจากการสูญเสียเงินของวัดจำนวน 8.7 ล้านบาท ซึ่งถูกโอนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพในช่วงระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงกรกฎาคม 2569

การสอบสวนพบว่าเงินดังกล่าวถูกโอนผ่านธุรกรรมทั้งหมด 207 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารที่แตกต่างกันถึง 66 บัญชี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 พระครูอภิวัฒนวาที เจ้าคณะตำบลแม่คำ ได้มีคำสั่งให้พระมหาหน่อแก้ว อินทปญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดแม่คำ พักการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของวัด โดยได้มีการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสเพื่อดูแลกิจการของวัดต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการฉ้อโกงทางการเงินที่ซับซ้อนซึ่งมุ่งเป้าไปยังสถาบันต่างๆ ในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการดำเนินการทางปกครองเพื่อปกป้องทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของวัดแล้ว แต่การสืบสวนเครือข่ายอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังบัญชีธนาคารทั้ง 66 บัญชียังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเงินที่ถูกขโมยไปจะสามารถติดตามคืนมาได้หรือไม่ หรือจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร นักท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังต่อการติดต่อสื่อสารที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากมิจฉาชีพเหล่านี้ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ของสังคมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 11:21 UTC

กรมควบคุมโรคเตือนการสูบบุหรี่ในสถานีตำรวจมีความผิดตามกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมโรคเตือนการสูบบุหรี่ในสถานีตำรวจมีความผิดตามกฎหมาย

หน่วยงานสาธารณสุขของไทยชี้แจงว่าการสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยมีบทลงโทษทั้งสำหรับผู้สูบและเจ้าของสถานที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมควบคุมโรคเตือนการสูบบุหรี่ในสถานีตำรวจมีความผิดตามกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมโรคเตือนการสูบบุหรี่ในสถานีตำรวจมีความผิดตามกฎหมาย

หน่วยงานสาธารณสุขของไทยชี้แจงว่าการสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยมีบทลงโทษทั้งสำหรับผู้สูบและเจ้าของสถานที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 กรมควบคุมโรคของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกฎระเบียบการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ โดยกรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าสถานีตำรวจถือเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมายสาธารณสุขในปัจจุบัน

คำชี้แจงนี้ถือเป็นการเตือนว่าผู้ที่ถูกพบว่าสูบบุหรี่ภายในสถานที่ดังกล่าวจะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมาย นอกจากนี้ กฎระเบียบล่าสุดยังขยายความรับผิดชอบไปยังเจ้าของหรือผู้ดูแลสถานที่ ซึ่งอาจถูกลงโทษหากไม่บังคับใช้นโยบายเขตปลอดบุหรี่หรือปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในพื้นที่ของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นี่เป็นการเตือนใจว่ากฎหมายห้ามสูบบุหรี่มีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดในอาคารของรัฐและสถานที่สาธารณะต่างๆ แม้ว่ากรมควบคุมโรคจะเน้นย้ำถึงความผิดตามกฎหมายแล้ว แต่ระดับของค่าปรับหรือกลไกการบังคับใช้ที่สถานีตำรวจแต่ละแห่งจะนำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อคำเตือนนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่าพื้นที่สูบบุหรี่อาจไม่มีให้บริการในสถานที่สาธารณะทุกแห่ง และการไม่ปฏิบัติตามกฎอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายได้ ขอแนะนำให้ตรวจสอบป้ายประกาศและนโยบายในพื้นที่เมื่อไปติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขภาพของประเทศอย่างถูกต้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 13:35 UTC

ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของฉลอง เรี่ยวแรง หลังการสืบสวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของฉลอง เรี่ยวแรง หลังการสืบสวน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านของฉลอง เรี่ยวแรง พบกระสุน 57 นัด แต่ไม่พบอาวุธปืนที่ลงทะเบียนไว้ 9 กระบอก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของฉลอง เรี่ยวแรง หลังการสืบสวน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของฉลอง เรี่ยวแรง หลังการสืบสวน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านของฉลอง เรี่ยวแรง พบกระสุน 57 นัด แต่ไม่พบอาวุธปืนที่ลงทะเบียนไว้ 9 กระบอก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของฉลอง เรี่ยวแรง ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบกระสุนปืนจำนวน 57 นัดในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นไม่พบอาวุธปืนจำนวน 9 กระบอกที่เคยลงทะเบียนไว้ในชื่อของเจ้าของบ้าน

ในการตอบคำถามเกี่ยวกับอาวุธที่หายไป มีการระบุว่าอาวุธปืนที่ลงทะเบียนไว้ทั้ง 9 กระบอกนั้นได้ถูกขายไปหมดแล้ว การสืบสวนระบุชัดเจนว่าอาวุธปืนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ในเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงกระบอกเดียวที่ถูกนับรวมอยู่ในบริบทของกระบวนการทางกฎหมายในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืนและการตรวจค้นทรัพย์สิน แม้ว่าการตรวจค้นจะให้ความชัดเจนในระดับหนึ่งเกี่ยวกับสถานะของอาวุธที่ลงทะเบียนไว้ แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจสอบบันทึกการขายอาวุธปืนทั้ง 9 กระบอกที่หายไปอย่างเป็นทางการ และผลการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ขั้นสุดท้ายของอาวุธที่ใช้ในเหตุการณ์ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากเป็นการสืบสวนที่ยังไม่สิ้นสุด คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายต่อเจ้าของหรือการอัปเดตเกี่ยวกับรายการอาวุธที่หายไปจะถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลาที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 14:35 UTC

ความคืบหน้าคดีหมิ่นประมาทคนบันเทิงชื่อดัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความคืบหน้าคดีหมิ่นประมาทคนบันเทิงชื่อดัง

ทนายพรศักดิ์ 'ทนายตุ๋ย' วิภาสอาภานนท์ ตัวแทนของพิธีกร 'หนุ่ม กรรชัย' ได้ยื่นหลักฐานในคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทนักแสดงสาว 'ปู มัณฑนา' แล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความคืบหน้าคดีหมิ่นประมาทคนบันเทิงชื่อดัง

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าคดีหมิ่นประมาทคนบันเทิงชื่อดัง

ทนายพรศักดิ์ 'ทนายตุ๋ย' วิภาสอาภานนท์ ตัวแทนของพิธีกร 'หนุ่ม กรรชัย' ได้ยื่นหลักฐานในคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทนักแสดงสาว 'ปู มัณฑนา' แล้ว

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือ 'ทนายตุ๋ย' ได้เดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายกรรชัย 'หนุ่ม' กำเนิดพลอย เพื่อเข้าร่วมการไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่หนุ่ม กรรชัย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวมัณฑนา หิมะทองคำ หรือ 'ปู มัณฑนา' ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ภายหลังการไต่สวน ทนายตุ๋ยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนได้ให้การและส่งเอกสารหลักฐานจำนวน 31 ฉบับ รวมถึงพยานวัตถุและคลิปวิดีโอต่างๆ ต่อศาล เพื่อยืนยันความผิดตามข้อกล่าวหาที่อ้างอิงจากข้อความบนบัญชีเฟซบุ๊กของคู่กรณี แม้ทีมกฎหมายจะแสดงความมั่นใจในหลักฐานที่ยื่นต่อศาล แต่ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่าจะมี 'เซอร์ไพรส์' เกี่ยวกับคดีนี้ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงไทย ซึ่งยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลและต้องรอผลสรุปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอติดตามความคืบหน้าที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม ว่าจะมีผลต่อรูปคดีอย่างไร เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งศาลและการตอบกลับของฝ่ายจำเลยจึงยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 13:56 UTC

ทีมงานปฏิเสธเหตุการณ์กระทบกระทั่งร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทีมงานปฏิเสธเหตุการณ์กระทบกระทั่งร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่นนทบุรี

ทีมงานของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า พ.ต.อ.ธงชัย ได้ผลักอกชายคนหนึ่งชื่อฉลอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทีมงานปฏิเสธเหตุการณ์กระทบกระทั่งร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ทีมงานปฏิเสธเหตุการณ์กระทบกระทั่งร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่นนทบุรี

ทีมงานของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า พ.ต.อ.ธงชัย ได้ผลักอกชายคนหนึ่งชื่อฉลอง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ทีมงานที่ทำงานในสำนักงานนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.ธงชัย โดยทีมงานปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ผลักอกชายคนหนึ่งชื่อฉลอง ซึ่งมีรายงานว่าได้มารอพบเป็นเวลานาน

พยานในสำนักงานบรรยายว่านายฉลองมีท่าทีกระสับกระส่ายในระหว่างที่รอพบเจ้าหน้าที่ แถลงการณ์ของทีมงานถือเป็นการโต้แย้งโดยตรงต่อข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางร่างกาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสำนักงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ธุรการ แม้ว่าทางสำนักงานจะให้ข้อมูลในมุมของตนแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของคำให้การที่ขัดแย้งกัน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือการร้องเรียนอย่างเป็นทางการตามมาหลังจากคำปฏิเสธนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องการบริหารงานท้องถิ่นที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารงานระดับภูมิภาคควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตหรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

DSI เดินหน้าสอบทุจริตท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI เดินหน้าสอบทุจริตท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบการทุจริตในท้องถิ่นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีความเสียหายประเมินไว้ที่ 300 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI เดินหน้าสอบทุจริตท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข่าวเดียว
DSI เดินหน้าสอบทุจริตท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบการทุจริตในท้องถิ่นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีความเสียหายประเมินไว้ที่ 300 ล้านบาท

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนการทุจริตในท้องถิ่นที่แพร่หลายในจังหวัดศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบระบุว่า การสอบสวนนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายร้อยคนที่เชื่อมโยงกับโควตาฉ้อโกง โดยมีความเสียหายทางการเงินเฉพาะในจังหวัดนี้สูงถึงประมาณ 300 ล้านบาท

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังใช้สิ่งที่เรียกว่า “ศรีสะเกษโมเดล” เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการทุจริตดังกล่าว โดยมีแผนที่จะขยายผลการสอบสวนไปทั่วประเทศหากวิธีการนี้ได้ผล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับความไม่โปร่งใสในการบริหารงานระดับท้องถิ่น แม้ว่าการสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่ศรีสะเกษในขณะนี้ แต่ความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปทั่วประเทศบ่งชี้ว่าอาจมีการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันในจังหวัดอื่นๆ ตามมา

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า “ศรีสะเกษโมเดล” จะถูกนำไปประยุกต์ใช้ในภูมิภาคอื่นอย่างไร และจะมีผลกระทบระยะยาวต่อการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างไร คณะกรรมาธิการได้ประกาศว่าผู้เสียหายจากการฉ้อโกงดังกล่าวสามารถแจ้งความดำเนินคดีเพื่อขอรับเงินคืนได้ โดยกำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเรียกร้องค่าเสียหาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:56 UTC

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี ค้นบ้านพัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี ค้นบ้านพัก

เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ นายฉลอง เรี่ยวแรง ไปยังบ้านพักในบางแพรกใต้ เพื่อรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดียิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี ค้นบ้านพัก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี ค้นบ้านพัก

เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ นายฉลอง เรี่ยวแรง ไปยังบ้านพักในบางแพรกใต้ เพื่อรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดียิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย นายฉลอง เรี่ยวแรง และนำตัวไปยังบ้านพักในพื้นที่บางแพรกใต้ ผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกใส่กุญแจมือถูกควบคุมตัวในคดีการยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นสถานที่เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการสอบสวนทางอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากเนื่องจากสถานะทางการเมืองของผู้เสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่นนทบุรี เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมรุนแรง แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงอันตรายต่อสาธารณะในวงกว้าง แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่สอบสวนอาจพบกับการปิดกั้นพื้นที่ชั่วคราวของตำรวจหรือการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ในขณะที่การค้นหาหลักฐานยังคงดำเนินต่อไป

รายละเอียดหลายประการยังคงต้องได้รับการยืนยัน รวมถึงแรงจูงใจที่แน่ชัดเบื้องหลังการยิงและขอบเขตของหลักฐานที่พบระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของกระบวนการทางกฎหมายหรือผู้สมรู้ร่วมคิดที่เป็นไปได้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

เร่งสอบสวนเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต

ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของอดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต

ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของอดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ในพื้นที่ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะเอกสารการกู้ยืมเงิน ภายหลังจากเกิดเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี จนเสียชีวิตบริเวณใกล้สำนักงาน อบจ.นนทบุรี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีและชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ดำเนินการเข้าค้นเพื่อหาหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยนายฉลองให้การว่าชนวนเหตุของการก่อเหตุมาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับเงินกู้ยืมจำนวน 11 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอาญาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองท้องถิ่น แม้สถานการณ์จะอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปมขัดแย้งทางการเงินดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารการกู้ยืมและเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเผชิญหน้ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณใกล้เคียงสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หรือบ้านพักของผู้ต้องหา ควรรับทราบว่าอาจมีการเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:56 UTC

นักแสดง “ร็อคกี้ สมบัติเจริญ” เผชิญคดีหมิ่นประมาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดง “ร็อคกี้ สมบัติเจริญ” เผชิญคดีหมิ่นประมาท

นักแสดงและดีเจชาวไทย ร็อคกี้ สมบัติเจริญ ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมกับคุณแม่ของเขา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดง “ร็อคกี้ สมบัติเจริญ” เผชิญคดีหมิ่นประมาท

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดง “ร็อคกี้ สมบัติเจริญ” เผชิญคดีหมิ่นประมาท

นักแสดงและดีเจชาวไทย ร็อคกี้ สมบัติเจริญ ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมกับคุณแม่ของเขา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นักแสดงและดีเจชาวไทย ร็อคกี้ สมบัติเจริญ ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขาและคุณแม่ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท โดยมีรายงานว่าคดีดังกล่าวถูกฟ้องร้องโดยบุคคลที่ระบุชื่อในเอกสารว่า “นางได”

ร็อคกี้ ซึ่งเป็นสมาชิกของครอบครัวสมบัติเจริญที่มีชื่อเสียง ได้แสดงความประหลาดใจเมื่อได้รับหมายศาล โดยกล่าวในงานประกาศรางวัลนาคราช ครั้งที่ 8 ว่าเขาคิดว่าข้อพิพาทในครอบครัวดังกล่าวได้รับการแก้ไขไปแล้ว หลังจากที่ครอบครัวได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะเพียงครั้งเดียวในอดีต เขาระบุว่าเอกสารทางกฎหมายเพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เขามีภารกิจงานยุ่ง และขณะนี้เขากำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของข้อพิพาทในครอบครัวที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ซึ่งมักจะกลายเป็นเรื่องสาธารณะและอาจนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นประมาทได้ เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาและกำหนดการของศาลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางกฎหมายหรือข้อเรียกร้องเฉพาะของผู้ฟ้องร้อง ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อความชัดเจนของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:56 UTC

รวบตัวผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแพ็กเกจทัวร์เฉิงตู
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแพ็กเกจทัวร์เฉิงตู

ตำรวจท่องเที่ยวไทยจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักท่องเที่ยว 16 คน เป็นเงิน 500,000 บาท ผ่านการขายแพ็กเกจทัวร์เฉิงตูปลอม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแพ็กเกจทัวร์เฉิงตู

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแพ็กเกจทัวร์เฉิงตู

ตำรวจท่องเที่ยวไทยจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักท่องเที่ยว 16 คน เป็นเงิน 500,000 บาท ผ่านการขายแพ็กเกจทัวร์เฉิงตูปลอม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้จับกุมผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงแพ็กเกจทัวร์ โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงผู้เสียหาย 16 คน ด้วยการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไปยังเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวม 500,000 บาท

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับแผนการเดียวกันได้ก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ต้องหาหลังจากได้รับแจ้งความจากนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งไม่สามารถใช้บริการตามที่ได้ซื้อไว้ได้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ดีก่อนทำการชำระเงิน การใช้บริการกับหน่วยงานที่ไม่มีใบอนุญาตหรือไม่ได้ตรวจสอบอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียทางการเงินและการหยุดชะงักของการเดินทาง

แม้ว่าตำรวจจะยืนยันการจับกุมผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและความเป็นไปได้ที่ผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการจองบริการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางที่ไม่เป็นทางการ โดยการสอบสวนขยายผลถึงความเสียหายทั้งหมดกำลังดำเนินการอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

รวบตัวผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีฆาตกรรมผู้จัดการ 'ท็อป'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีฆาตกรรมผู้จัดการ 'ท็อป'

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าผู้จัดการที่รู้จักกันในชื่อ 'ท็อป' ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสืบสวน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีฆาตกรรมผู้จัดการ 'ท็อป'

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีฆาตกรรมผู้จัดการ 'ท็อป'

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าผู้จัดการที่รู้จักกันในชื่อ 'ท็อป' ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสืบสวน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 หน่วยงานตำรวจภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เข้าจับกุมนายสรพงษ์ อายุ 40 ปี บริเวณริมถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับจากศาลอาญาธนบุรีและศาลแขวงพระนครเหนือ

ข้อหาที่ผู้ต้องหาเผชิญได้แก่ ความผิดต่อชีวิต ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน และการร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาเป็นบอดี้การ์ดของผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการอุ้มฆ่าผู้จัดการที่รู้จักกันในชื่อ 'ท็อป' แม้จะถูกจับกุมแล้ว แต่ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดการติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีอาญานี้ แม้การจับกุมจะทำให้การสืบสวนเข้าใกล้บทสรุปทางกฎหมายมากขึ้น แต่คดียังคงดำเนินอยู่เนื่องจากผู้ต้องหายังไม่ยอมรับสารภาพ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่ากระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีและบทบาทของผู้ต้องหาจะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการของศาลไทย ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการพิจารณาคดีในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC