ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ 'ฉลอง' หลังเกิดเหตุยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีจนเสียชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องสงสัยคดียิงนายก อบจ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ 'ฉลอง' หลังเกิดเหตุยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีจนเสียชีวิต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ 'ฉลอง' ในคดียิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี โดยผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาทางอาญา 4 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

หลังจากนำตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้พิพากษาได้ปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของผู้ต้องสงสัย ส่งผลให้ 'ฉลอง' ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวนคดีความรุนแรงที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากผู้ต้องสงสัยจะลดลงจากการถูกคุมขัง แต่คดีนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ในการเมืองระดับท้องถิ่น

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงรายละเอียดเฉพาะของข้อหาทั้ง 4 ข้อหา และกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาคดีในอนาคต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแรงจูงใจเบื้องหลังการก่อเหตุ ผู้ที่สนใจติดตามคดีนี้ควรตรวจสอบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

ตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' ปมถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' ปมถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' เข้าพบ หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายภายในสตูดิโอเมื่อเดือนมิถุนายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' ปมถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' ปมถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ยูทูบเบอร์ 'อู๋จุน' เข้าพบ หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายภายในสตูดิโอเมื่อเดือนมิถุนายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ยูทูบเบอร์ที่รู้จักกันในชื่อ 'อู๋จุน' เข้าพบพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเข้าพบภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2569

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่าการสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกชกใบหน้าและบีบคอภายในสตูดิโอ 'อู๋จุนไฮเอ็น' โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.10 น. ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสตูดิโอและการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อท้องถิ่น แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นภายในสตูดิโอส่วนตัว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ข้อเท็จจริงสรุปสุดท้ายจึงยังไม่เป็นที่แน่ชัด ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และรายละเอียดเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของตำรวจและการเข้าพบตามกำหนดการในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

ตร.รู้ตัวแล้ว! ผู้ส่งแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียนดังเชียงใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตร.รู้ตัวแล้ว! ผู้ส่งแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียนดังเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ระบุตัวบุคคลที่ส่งข้อความข่มขู่โรงเรียนชื่อดังในเชียงใหม่ได้แล้ว และเตรียมเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อหาสาเหตุต่อไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตร.รู้ตัวแล้ว! ผู้ส่งแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียนดังเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ตร.รู้ตัวแล้ว! ผู้ส่งแชตขู่ก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียนดังเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ระบุตัวบุคคลที่ส่งข้อความข่มขู่โรงเรียนชื่อดังในเชียงใหม่ได้แล้ว และเตรียมเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัวบุคคลที่ส่งข้อความข่มขู่ว่าจะก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเชิญผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าวมาพูดคุยเพื่อสอบถามถึงสาเหตุและแรงจูงใจในการกระทำครั้งนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดการกับสถานการณ์อย่างจริงจัง แม้ว่าจะทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคำขู่ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือเป็นการกลั่นแกล้ง รวมถึงมาตรการที่จะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องหลังจากเสร็จสิ้นการพูดคุยกับผู้ปกครองแล้ว

เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษา ผู้ที่อยู่ในเชียงใหม่ควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของทางการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางโรงเรียนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์นี้ต่อไปหากมีความคืบหน้าจากทางเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

สั่งปรับผู้ต้องหาคดีดังฐานสูบบุหรี่ในโรงพักรัตนาธิเบศร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งปรับผู้ต้องหาคดีดังฐานสูบบุหรี่ในโรงพักรัตนาธิเบศร์

เจ้าหน้าที่สั่งปรับเงิน 5,000 บาท แก่ผู้ต้องหาที่สูบบุหรี่ขณะถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งปรับผู้ต้องหาคดีดังฐานสูบบุหรี่ในโรงพักรัตนาธิเบศร์

แหล่งข่าวเดียว
สั่งปรับผู้ต้องหาคดีดังฐานสูบบุหรี่ในโรงพักรัตนาธิเบศร์

เจ้าหน้าที่สั่งปรับเงิน 5,000 บาท แก่ผู้ต้องหาที่สูบบุหรี่ขณะถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายฉลอง เรี่ยวแรง ผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ถูกเจ้าหน้าที่สั่งปรับเป็นเงิน 5,000 บาท ฐานสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ขณะอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการและสถานีตำรวจ แม้ว่าจะมีการสั่งปรับในกรณีนี้แล้ว แต่การสอบสวนคดีหลักเกี่ยวกับการยิงนายก อบจ.นนทบุรียังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนควรทราบว่าค่าปรับดังกล่าวเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนกฎระเบียบการสูบบุหรี่ขณะถูกควบคุมตัว ไม่ใช่ข้อหาหลักในคดีอาญาที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีการยิงดังกล่าวต่อไปตามความคืบหน้าของคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:56 UTC

รวบไรเดอร์หนุ่มลวงนักเรียนหญิงไปข่มขืน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบไรเดอร์หนุ่มลวงนักเรียนหญิงไปข่มขืน

ตำรวจไทยจับกุมไรเดอร์วัย 20 ปี ข้อหาลักพาตัวและข่มขืนนักเรียนหญิงหลายราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบไรเดอร์หนุ่มลวงนักเรียนหญิงไปข่มขืน

แหล่งข่าวเดียว
รวบไรเดอร์หนุ่มลวงนักเรียนหญิงไปข่มขืน

ตำรวจไทยจับกุมไรเดอร์วัย 20 ปี ข้อหาลักพาตัวและข่มขืนนักเรียนหญิงหลายราย

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าจับกุมนายธนภัทร อายุ 20 ปี ในพื้นที่เทศบาลเมืองลัดหลวง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม มารดาของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้เข้าแจ้งความว่าลูกสาวถูกผู้ต้องหาซึ่งประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ลักพาตัวไป

เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามรายงานของตำรวจ ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เลือกเหยื่อที่เป็นนักเรียนหญิงโดยเฉพาะ แล้วพาไปที่พักเพื่อก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียหายหลายรายในคดีนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการขนส่งหรือเดลิเวอรี่ แม้จะเป็นคดีอาชญากรรมเฉพาะราย แต่ควรตรวจสอบตัวตนของผู้ขับขี่และแชร์รายละเอียดการเดินทางกับบุคคลที่ไว้ใจได้ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดหรือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการทำงานของผู้ต้องหา ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางตำรวจอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

ผบ.ตร. สั่งยกระดับความปลอดภัยและกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. สั่งยกระดับความปลอดภัยและกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อควบคุมอาวุธปืนและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสาธารณะทั่วประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. สั่งยกระดับความปลอดภัยและกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. สั่งยกระดับความปลอดภัยและกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อควบคุมอาวุธปืนและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสาธารณะทั่วประเทศ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดตัวโครงการระดับชาติเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้มีการกวาดล้างในทุกมิติเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยสาธารณะ

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการกำกับดูแลการครอบครองอาวุธปืนและยกระดับโปรโตคอลความปลอดภัยทั่วไปทั่วประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้อาจส่งผลให้มีการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น การตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะบ่อยขึ้น และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธที่มีอยู่อย่างเข้มงวดขึ้น มาตรการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับประชาชน

แม้ว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะได้สั่งการให้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาของปฏิบัติการและลักษณะที่แท้จริงของขั้นตอนการบังคับใช้ใหม่ยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากพบเห็นการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและผลกระทบของมาตรการเหล่านี้ในขณะที่ตำรวจยังคงดำเนินการตามภารกิจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:37 UTC

ครอบครัวปกป้องเกียรติยศอดีตนายก อบจ.นนทบุรี ผู้ล่วงลับ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวปกป้องเกียรติยศอดีตนายก อบจ.นนทบุรี ผู้ล่วงลับ

ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ได้ออกมาปกป้องชื่อเสียงของท่านต่อสาธารณะหลังจากการเสียชีวิตเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครอบครัวปกป้องเกียรติยศอดีตนายก อบจ.นนทบุรี ผู้ล่วงลับ

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวปกป้องเกียรติยศอดีตนายก อบจ.นนทบุรี ผู้ล่วงลับ

ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ได้ออกมาปกป้องชื่อเสียงของท่านต่อสาธารณะหลังจากการเสียชีวิตเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้เดินทางไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand นางสาวพรรษพร เย็นประเสริฐ บุตรสาวคนเล็กวัย 37 ปี ได้กล่าวถึงประเด็นข่าวเรื่องการทวงเงิน 11 ล้านบาทที่มีต่อบิดาของเธอ

นางสาวพรรษพรได้ปกป้องชื่อเสียงของบิดา โดยระบุว่าการที่ท่านดำรงตำแหน่งนายก อบจ. มาถึง 5 สมัยติดต่อกันนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนชาวนนทบุรี และย้ำว่าความจริงเกี่ยวกับตัวตนของบิดานั้นชาวนนทบุรีทราบกันดี ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเพื่อนกันนั้น เธอระบุว่าเป็นเรื่องของคดีความที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้หาคำตอบ

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญทางการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานมาอย่างยาวนาน แม้ว่าพิธีศพจะดำเนินไปตามขั้นตอน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินและลักษณะความสัมพันธ์ของคู่กรณียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนควรติดตามผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

เจ้าหน้าที่ภูเก็ตยึดอาวุธปืนระหว่างการกวาดล้างความปลอดภัย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ภูเก็ตยึดอาวุธปืนระหว่างการกวาดล้างความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ภูเก็ตตรวจพบอาวุธปืนและกระสุนภายในรถยนต์ระหว่างการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย ส่งผลให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ภูเก็ตยึดอาวุธปืนระหว่างการกวาดล้างความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ภูเก็ตยึดอาวุธปืนระหว่างการกวาดล้างความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ภูเก็ตตรวจพบอาวุธปืนและกระสุนภายในรถยนต์ระหว่างการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย ส่งผลให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตรวจค้นรถยนต์ในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต ส่งผลให้มีการตรวจยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนจำนวน 28 นัด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ พบว่าสิ่งของดังกล่าวถูกซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถยนต์ยี่ห้อ BMW ระหว่างการตั้งจุดตรวจตามปกติ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับชาติที่สั่งการโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ภูเก็ตได้ถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามกฎหมายในอัตราโทษสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนถึงการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต แม้ว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะ แต่ผู้มาเยือนควรตระหนักถึงความถี่ที่เพิ่มขึ้นของจุดตรวจของตำรวจและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธอย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่อยู่ในรถและข้อหาทางกฎหมายขั้นสุดท้ายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

วาระการดำรงตำแหน่งและคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มาถึงจุดทางตันที่สำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

แหล่งข่าวเดียว
ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

วาระการดำรงตำแหน่งและคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มาถึงจุดทางตันที่สำคัญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ตำแหน่งของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น สถานการณ์ได้มาถึงจุดที่การถกเถียงเรื่องคุณสมบัติและความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งของเขากำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยไม่มีฝ่ายใดแสดงท่าทีที่จะถอย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม บริการอินเทอร์เน็ต และมาตรฐานการกระจายเสียงของประเทศ ความไม่มั่นคงของผู้นำภายในหน่วยงานกำกับดูแลนี้อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเชื่อมต่อดิจิทัล การออกใบอนุญาตผู้ให้บริการ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบโดยรวมสำหรับธุรกิจเทคโนโลยีที่ดำเนินงานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าความขัดแย้งเรื่องคุณสมบัติจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่ผลลัพธ์สุดท้ายเกี่ยวกับตำแหน่งของเขายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าหน่วยงานทางกฎหมายหรือหน่วยงานบริหารที่เกี่ยวข้องจะแก้ไขทางตันนี้อย่างไร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำหรือคำตัดสินที่เป็นทางการที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะการดำเนินงานปัจจุบันของคณะกรรมการ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการบริหารนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

ตำรวจคุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' หลังบุกค้นบ้านพัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจคุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' หลังบุกค้นบ้านพัก

ตำรวจไทยจับกุมนายฉลอง เรี่ยวแรง หลังพบกระสุนปืนในบ้านพัก นำไปสู่การตั้งข้อหาหนัก 4 ข้อหา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจคุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' หลังบุกค้นบ้านพัก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจคุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' หลังบุกค้นบ้านพัก

ตำรวจไทยจับกุมนายฉลอง เรี่ยวแรง หลังพบกระสุนปืนในบ้านพัก นำไปสู่การตั้งข้อหาหนัก 4 ข้อหา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฉลอง เรี่ยวแรง ในย่านสวนใหญ่ ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 30 นัด หลังจากผ่านการสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง นายฉลองถูกตั้งข้อหาหนักรวม 4 ข้อหา

นายฉลองได้ให้การภาคเสธต่อข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว พนักงานสอบสวนได้แสดงเจตจำนงที่จะนำตัวเขาไปฝากขังต่อศาลในวันนี้ พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน แม้ว่านี่จะเป็นคดีความเฉพาะบุคคล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธในประเทศไทย ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อหาทั้ง 4 ข้อและคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการฝากขังยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่ การอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนของศาลและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:17 UTC

ตำรวจรวบวัยรุ่นวัย 15 ปี พกอาวุธปืนในย่านทองหล่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบวัยรุ่นวัย 15 ปี พกอาวุธปืนในย่านทองหล่อ

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมวัยรุ่นชายอายุ 15 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ หลังได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในย่านทองหล่อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบวัยรุ่นวัย 15 ปี พกอาวุธปืนในย่านทองหล่อ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบวัยรุ่นวัย 15 ปี พกอาวุธปืนในย่านทองหล่อ

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมวัยรุ่นชายอายุ 15 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ หลังได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในย่านทองหล่อ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อได้เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยวัย 15 ปี บริเวณสามแยกซอยพร้อมพรรค ทองหล่อ 25 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยมีอาวุธในที่สาธารณะ

จากการตรวจค้นตัววัยรุ่นดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่าได้ซื้ออาวุธปืนดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านทองหล่อ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมปัญหาความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นและการครอบครองอาวุธผิดกฎหมายในเขตเมือง แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับโดยการเข้าแทรกแซงของหน่วยสายตรวจทองหล่อแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย

รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของอาวุธและตัวตนของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายสำหรับเยาวชนหรือสถานะของผู้ขายออนไลน์ที่ผู้ต้องสงสัยระบุถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:37 UTC

พบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการ อบจ.สตูล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการ อบจ.สตูล

ทางการกำลังตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการใหม่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โดยมีผู้ที่ถูกระบุตัวตน 4 ใน 5 รายเสี่ยงต่อการถูกเพิกถอนสถานภาพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการ อบจ.สตูล

แหล่งข่าวเดียว
พบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการ อบจ.สตูล

ทางการกำลังตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการใหม่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โดยมีผู้ที่ถูกระบุตัวตน 4 ใน 5 รายเสี่ยงต่อการถูกเพิกถอนสถานภาพ

ตามรายงานจาก Matichon Online องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นรอบล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวกลุ่มข้าราชการใหม่จำนวน 5 ราย ซึ่งผลการสอบและการได้รับการบรรจุแต่งตั้งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากพบกรณีที่เรียกว่า 'ชื่อล่องหน' หรือความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก

จากผู้ที่ถูกระบุตัวตนในการตรวจสอบทั้ง 5 ราย ขณะนี้มี 4 รายที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงในการถูกเพิกถอนสถานภาพการเป็นข้าราชการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการรักษาความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงการกำกับดูแลด้านการบริหารที่เข้มงวดในหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะจำกัดอยู่เพียงขั้นตอนการจ้างงานภายในของ อบจ.สตูล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเข้มงวดในการจ้างงานภาครัฐในภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่าความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากข้อผิดพลาดทางระบบบริหารหรือเป็นการกระทำโดยเจตนาของผู้สมัครที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อหน่วยงานระดับจังหวัดสรุปผลการตรวจสอบบันทึกการสอบและกำหนดสถานภาพสุดท้ายของผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC

ตำรวจไทยขอความร่วมมือสื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยขอความร่วมมือสื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้โซเชียลมีเดียลดการเผยแพร่ชื่อและภาพของผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยขอความร่วมมือสื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยขอความร่วมมือสื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้โซเชียลมีเดียลดการเผยแพร่ชื่อและภาพของผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับแนวทางการนำเสนอข่าวเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน โดยขอความร่วมมือจากสำนักข่าว เพจข่าว และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้พิจารณาลดการเผยแพร่ชื่อ ใบหน้า และประวัติส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ

ตามรายงานจาก Khaosod Online โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำว่าเหตุผลสำคัญของคำขอนี้คือการป้องกัน "พฤติกรรมเลียนแบบ" (Copycat Effect) จากการสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุได้ศึกษาข้อมูลเหตุการณ์กราดยิงในต่างประเทศก่อนลงมือก่อเหตุ การจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลของผู้ก่อเหตุมีจุดมุ่งหมายเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงกลายเป็นรางวัลที่ผู้ก่อเหตุต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นการคุ้มครองครอบครัวของผู้ก่อเหตุซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและไม่ควรได้รับผลกระทบทางสังคม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนแรงจูงใจเบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แม้สถานการณ์ความปลอดภัยในปัจจุบันจะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ แต่ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสารที่อาจมีความคลาดเคลื่อนหรือการนำเสนอที่เน้นความตื่นเต้นเกินจริง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าสื่อมวลชนจะปรับมาตรฐานการรายงานข่าวอย่างไร และเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไรเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรงในลักษณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 03:17 UTC

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเผชิญการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเผชิญการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ

ข้าราชการใหม่ 4 ใน 5 รายของ อบจ.สตูล กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนการบรรจุ หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบแข่งขัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเผชิญการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ

แหล่งข่าวเดียว
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเผชิญการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ

ข้าราชการใหม่ 4 ใน 5 รายของ อบจ.สตูล กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนการบรรจุ หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบแข่งขัน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล กำลังเผชิญกับกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการบรรจุข้าราชการ ซึ่งเชื่อมโยงกับการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายทวีศักดิ์ เล็กสุด รองปลัด อบจ.สตูล (รักษาราชการแทนปลัด อบจ.สตูล) ยืนยันว่าทาง อบจ. ได้ขอใช้บัญชีผู้สอบผ่านจากส่วนกลางเพื่อบรรจุในตำแหน่งวิศวกรและพัสดุที่ขาดแคลนจำนวน 8 อัตรา

มีการบรรจุบุคคลเข้าทำงานจริง 2 รอบ ได้แก่ รอบแรกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 จำนวน 3 ราย และรอบที่สองเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 จำนวน 2 ราย ภายหลังเกิดข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบระดับชาติ ทางการได้ตรวจสอบพบว่าข้าราชการใหม่ 4 ใน 5 รายนี้กำลังถูกพิจารณาเพิกถอนการบรรจุ โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ผู้สมัครบางรายอาจไม่ทราบถึงการทุจริต แต่ผู้ปกครองอาจเป็นผู้ดำเนินการวิ่งเต้นผ่านช่องทางที่ไม่เหมาะสม

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจการบริหารงานท้องถิ่น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการตรวจสอบความโปร่งใสในระบบราชการส่วนภูมิภาคของไทย แม้การสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่สถานะสุดท้ายของการบรรจุข้าราชการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐทั่วประเทศในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

ตำรวจไทยยกระดับกวาดล้างอาวุธปืนและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยยกระดับกวาดล้างอาวุธปืนและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธผิดกฎหมายและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยยกระดับกวาดล้างอาวุธปืนและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยยกระดับกวาดล้างอาวุธปืนและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธผิดกฎหมายและวัตถุระเบิดทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดผิดกฎหมาย คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่ใช้อาวุธดังกล่าวหลายครั้ง ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่านโยบายนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวนและปฏิบัติการกวาดล้าง มาตรการดังกล่าวรวมถึงการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย และการปราบปรามอาวุธสงครามรวมถึงสิ่งเทียมอาวุธในพื้นที่สาธารณะ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและการตรวจตราความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการนี้เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ แต่ระยะเวลาที่แน่ชัดของปฏิบัติการและการขยายผลในพื้นที่เป้าหมายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หากพบจุดตรวจความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

พริษฐ์จี้ ป.ป.ช. สอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญ ปมฮั้วการเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์จี้ ป.ป.ช. สอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญ ปมฮั้วการเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองฝ่ายค้าน เรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญกรณีข้อสงสัยเรื่องการฮั้วประมูล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พริษฐ์จี้ ป.ป.ช. สอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญ ปมฮั้วการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์จี้ ป.ป.ช. สอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญ ปมฮั้วการเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองฝ่ายค้าน เรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบสมาชิกสภาจังหวัดอำนาจเจริญกรณีข้อสงสัยเรื่องการฮั้วประมูล

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาจังหวัดในจังหวัดอำนาจเจริญ การสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วประมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับวุฒิสภา หลังจากมีการตรวจพบการโอนเงินจำนวน 860,000 บาท ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

พริษฐ์ต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเงินของนักการเมืองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง 'สีน้ำเงิน' โดยเขาระบุว่ายังคงรอคำตอบอย่างเป็นทางการจาก กกต. เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อิทธิพลโดยมิชอบและความไม่โปร่งใสทางการเงินดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารงานท้องถิ่นและความโปร่งใสในการสนับสนุนทางการเงินทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่หน่วยงานบริหารระดับจังหวัด แต่ก็สะท้อนถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของกระบวนการเลือกตั้งและโอกาสที่จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนภายในโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่น จนถึงขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องนี้ และ กกต. ยังไม่ได้ให้คำอธิบายต่อสาธารณะเกี่ยวกับที่มาของเงินดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการสอบสวนจะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ หรือหลักฐานที่มีอยู่จะนำไปสู่การดำเนินการทางวินัยอย่างเป็นทางการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

ส่งตัว ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ กลับเรือนจำคลองเปรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส่งตัว ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ กลับเรือนจำคลองเปรม

นักกิจกรรม เอกชัย หงส์กังวาน ถูกส่งตัวกลับเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส่งตัว ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ กลับเรือนจำคลองเปรม

แหล่งข่าวเดียว
ส่งตัว ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ กลับเรือนจำคลองเปรม

นักกิจกรรม เอกชัย หงส์กังวาน ถูกส่งตัวกลับเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ตามรายงานของ Thai Post ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ระบุว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมซึ่งถูกคุมขังในคดีที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ได้ถูกส่งตัวกลับไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการกลับเข้าสู่สถานะการคุมขังตามปกติของผู้ต้องขังคดีการเมืองที่เป็นที่จับตามอง แม้ว่าการย้ายตัวครั้งนี้จะบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ประเมินว่าเขามีอาการดีขึ้นจนสามารถกลับเข้าสู่เรือนจำได้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานะสุขภาพในปัจจุบันหรือความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวทางการหรือตัวแทนทางกฎหมายต่อไป

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมราชทัณฑ์หรือข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มทนายความเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าการย้ายตัวทางธุรการครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือเงื่อนไขการเดินทางในบริเวณใกล้เคียงเรือนจำ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการของคดีความในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:16 UTC

รวบ 5 วัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนสถานีรถไฟฟ้า BTS
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 5 วัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนสถานีรถไฟฟ้า BTS

ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ 5 ราย หลังรุมทำร้ายร่างกายวัยรุ่นบนสถานีรถไฟฟ้า BTS หลังจบงานคอนเสิร์ต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 5 วัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนสถานีรถไฟฟ้า BTS

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 5 วัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนสถานีรถไฟฟ้า BTS

ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ 5 ราย หลังรุมทำร้ายร่างกายวัยรุ่นบนสถานีรถไฟฟ้า BTS หลังจบงานคอนเสิร์ต

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ซึ่งรวมถึงชายอายุ 20 ปีและเยาวชนอีกหลายคน หลังจากเกิดเหตุทำร้ายร่างกายบนสถานีรถไฟฟ้า BTS เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยรายงานระบุว่าเกิดขึ้นหลังจากจบการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินร็อกชื่อดัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การอำนวยการของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ยืนยันว่าผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทดังกล่าวส่งผลให้มีวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าในรายงานเบื้องต้นจะไม่ได้ระบุชื่อสถานีที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในช่วงที่มีการจัดงานใหญ่หรือคอนเสิร์ตที่มีผู้คนหนาแน่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะหลังจบงานกิจกรรมขนาดใหญ่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจที่แน่ชัดของการเผชิญหน้าและอาการปัจจุบันของผู้บาดเจ็บบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้โดยสารควรหมั่นสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือก้าวร้าวต่อเจ้าหน้าที่สถานีหรือตำรวจท้องที่ทันที ทั้งนี้คาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:15 UTC