ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

โรงเรียนดังในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังมีแชทขู่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โรงเรียนดังในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังมีแชทขู่

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยในเชียงใหม่ประสานงานกับตำรวจท้องที่เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากมีแชทหลุดที่มีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โรงเรียนดังในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังมีแชทขู่

แหล่งข่าวเดียว
โรงเรียนดังในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังมีแชทขู่

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยในเชียงใหม่ประสานงานกับตำรวจท้องที่เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากมีแชทหลุดที่มีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ฝ่ายมัธยมของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลแชทออนไลน์ที่หลุดออกมาซึ่งมีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะมีการยิงกัน ทำให้ฝ่ายบริหารของโรงเรียนมีความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมเลียนแบบที่อาจเกิดขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายกิจการนักเรียนของโรงเรียนกำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจท้องที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับรองความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับคำขู่เหล่านี้อย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางการศึกษาและเพื่อลดความเสี่ยงต่อนักเรียนและบุคลากร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของสถาบันในท้องถิ่นในการรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัล แม้ว่าทางโรงเรียนจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ภายใต้การจัดการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จนถึงขณะนี้ แหล่งที่มาของแชทที่หลุดออกมาและตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการที่เข้มงวดขึ้นหรือผู้ต้องสงสัยรายใดรายหนึ่งยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่มาเยือนบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนอาจสังเกตเห็นการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 06:18 UTC

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังเหตุยิงเสียชีวิตนายก อบจ.นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังเหตุยิงเสียชีวิตนายก อบจ.นนทบุรี

เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ผู้ล่วงลับ ได้รวมตัวกันที่โรงพยาบาลตำรวจ ในขณะที่การสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรียังคงดำเนินต่อไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังเหตุยิงเสียชีวิตนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังเหตุยิงเสียชีวิตนายก อบจ.นนทบุรี

เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ผู้ล่วงลับ ได้รวมตัวกันที่โรงพยาบาลตำรวจ ในขณะที่การสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรียังคงดำเนินต่อไป

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อนและผู้ร่วมงานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้รวมตัวกันที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับศพของเขา การรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี ซึ่ง พ.ต.อ.ธงชัย ถูกนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ยิงเสียชีวิต

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายฉลองได้อ้างว่าชนวนเหตุมาจากการทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการก่อเหตุ นายไชยวัฒน์ แย้มนาค สมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี และเพื่อนสนิทของผู้ตาย กล่าวว่า แม้จะมีสัญญาณของความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายในช่วงเดือนก่อนหน้า แต่คนใกล้ชิดของผู้ตายไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะบานปลายไปสู่ความรุนแรง โดยระบุว่าตนเคยแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยเพื่อแก้ไขความขัดแย้งกันด้วยสันติวิธี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมืองในท้องถิ่น แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่การสอบสวนเกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะของข้อพิพาทเรื่องหนี้สินและเหตุการณ์ที่นำไปสู่การยิงยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

กมธ.ตำรวจแจงเหตุยิงกันและพฤติกรรมเจ้าหน้าที่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ตำรวจแจงเหตุยิงกันและพฤติกรรมเจ้าหน้าที่

คณะกรรมาธิการตำรวจยืนยันว่าเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมระบุว่านายกรัฐมนตรีได้ตำหนิผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเรื่องขั้นตอนการจับกุมแล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.ตำรวจแจงเหตุยิงกันและพฤติกรรมเจ้าหน้าที่

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ตำรวจแจงเหตุยิงกันและพฤติกรรมเจ้าหน้าที่

คณะกรรมาธิการตำรวจยืนยันว่าเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมระบุว่านายกรัฐมนตรีได้ตำหนิผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเรื่องขั้นตอนการจับกุมแล้ว

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล รองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะกรณีการยิงกันที่เกี่ยวข้องกับนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยคณะกรรมาธิการระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมย้ำว่าการแข่งขันทางการเมืองในปัจจุบันควรอยู่ในกรอบของกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งปรากฏภาพในสื่อว่าผู้ต้องหาไม่ได้สวมกุญแจมือและมีการสูบบุหรี่ระหว่างการควบคุมตัว จ่าอากาศเอก อภิชาติ ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้โทรศัพท์ไปตำหนิผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยตรงเกี่ยวกับความบกพร่องในขั้นตอนดังกล่าว และระบุว่าต้องมีการปรับปรุงแก้ไขโดยทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการเข้มงวดเรื่องการครอบครองอาวุธปืน แม้คณะกรรมาธิการจะปฏิเสธความเชื่อมโยงทางการเมืองในกรณีนี้ แต่การบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืนอย่างเข้มงวดถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานสำหรับการจับกุมคดีสำคัญอย่างไรหลังจากการแทรกแซงของนายกรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

เรียกร้องให้ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หมอตุลย์ได้เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครอบคลุมมากกว่าขอบเขตปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องให้ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หมอตุลย์ได้เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขยายเวลาการสอบสวนความไม่โปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครอบคลุมมากกว่าขอบเขตปัจจุบัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 หมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ขยายระยะเวลาในการสอบสวนความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หมอตุลย์แสดงความกังวลว่าการสอบสวนในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การกระทำของนายธีรุตม์ ศุภเมธีกุล อธิบดีฯ ไม่ควรสรุปผลอย่างเร่งรีบเกินไป โดยให้เหตุผลว่าการสอบสวนควรดำเนินการให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อระบุตัวและเอาผิดบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเขาเรียกว่ากลุ่มคนที่อยู่ "หลังกำแพง" หัวใจสำคัญของคำขอนี้คือการรับประกันว่าจะมีการตรวจสอบอย่างครอบคลุม แทนที่จะจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบไว้เพียงเจ้าหน้าที่คนเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับความโปร่งใสในการบริหารงานภายในหน่วยงานรัฐท้องถิ่น แม้ว่าการสอบสวนดังกล่าวจะเป็นเรื่องภายใน แต่ก็สะท้อนถึงแนวโน้มการกำกับดูแลที่กว้างขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อบริการสาธารณะในท้องถิ่นและการกำกับดูแลตามกฎระเบียบ

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยจะอนุมัติคำขอขยายเวลาหรือขยายขอบเขตการสอบสวนให้ครอบคลุมถึงบุคลากรเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทางธุรการ จึงยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือบริการสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ากระทรวงจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

อดีตทีมงานยื่นเรื่องร้องเรียนอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตทีมงานยื่นเรื่องร้องเรียนอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

อดีตทีมงาน 4 คนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย คุกคามทางเพศ และข่มขู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตทีมงานยื่นเรื่องร้องเรียนอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

แหล่งข่าวเดียว
อดีตทีมงานยื่นเรื่องร้องเรียนอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

อดีตทีมงาน 4 คนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย คุกคามทางเพศ และข่มขู่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ 'สายไหมต้องรอด' ได้พากลุ่มอดีตทีมงานจำนวน 4 คน เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์และสตรีมเมอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน โดยกล่าวหาว่ามีการทำร้ายร่างกาย กระทำอนาจาร และใช้อำนาจข่มขู่คุกคามภายในองค์กร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การดำเนินการทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการนำเสนอเรื่องราวผ่านรายการโทรทัศน์ 'โหนกระแส' เมื่อเร็วๆ นี้ นายเอกภพระบุว่าขณะนี้ทางกองบังคับการปราบปรามกำลังดำเนินการสอบสวนผู้เสียหายกลุ่มแรก และคาดว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นทยอยเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับการที่อินฟลูเอนเซอร์รายนี้มีการนำเด็กมาทำงานด้วย ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับพฤติกรรมในสถานที่ทำงานและการกำกับดูแลผู้สร้างเนื้อหาดิจิทัล แม้ว่าอินฟลูเอนเซอร์รายดังกล่าวยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาทางอาญาอย่างเป็นทางการ แต่การสอบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหานั้นอยู่ในอายุความหรือไม่ เนื่องจากผู้เสียหายบางรายระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปขอบเขตของการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

กมธ.ตำรวจ ตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อสกัดกั้นสิ่งของผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ตำรวจ ตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อสกัดกั้นสิ่งของผิดกฎหมาย

คณะกรรมาธิการการตำรวจได้เข้าตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อจัดการกับการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ โดยเน้นย้ำถึงการขาดแคลนเทคโนโลยีเอกซเรย์ในการดำเนินงานภายในประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กมธ.ตำรวจ ตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อสกัดกั้นสิ่งของผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ตำรวจ ตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อสกัดกั้นสิ่งของผิดกฎหมาย

คณะกรรมาธิการการตำรวจได้เข้าตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุเพื่อจัดการกับการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ โดยเน้นย้ำถึงการขาดแคลนเทคโนโลยีเอกซเรย์ในการดำเนินงานภายในประเทศ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบศูนย์คัดแยกพัสดุในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสกัดกั้นการขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดและอาวุธปืน ตามรายงานของมติชนออนไลน์ คณะกรรมาธิการมุ่งเน้นการประเมินโปรโตคอลความปลอดภัยในปัจจุบันและประสิทธิภาพของกระบวนการคัดกรองภายในภาคโลจิสติกส์

ในระหว่างการเยี่ยมชม ตัวแทนจากภาคเอกชนยอมรับถึงความท้าทายในการดำเนินงานที่สำคัญ คือการขาดแคลนเทคโนโลยีเอกซเรย์สำหรับพัสดุภายในประเทศ ปัจจุบันบริษัทโลจิสติกส์ต้องพึ่งพาการสังเกตด้วยสายตาและการระบุพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือความผิดปกติทางกายภาพของพัสดุเป็นหลักในการตรวจหาสิ่งของต้องห้าม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายงานนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในด้านโลจิสติกส์พัสดุในประเทศไทย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะกำลังทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเอกชนเพื่อปรับปรุงความปลอดภัย แต่การพึ่งพาวิธีการตรวจสอบด้วยตนเองบ่งชี้ว่าขีดความสามารถในการคัดกรองสำหรับการขนส่งภายในประเทศยังคงมีจำกัดเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการจะเสนอการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อกำหนดเฉพาะใดบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์สแกนขั้นสูง นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการนำเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ๆ มาใช้ในเครือข่ายโลจิสติกส์เอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการจัดส่งหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

เปิดผลชันสูตรศพนายก อบจ.นนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดผลชันสูตรศพนายก อบจ.นนทบุรี

ทางการเปิดเผยผลชันสูตรศพ พ.ต.อ.ธงชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดเหตุยิงเสียชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดผลชันสูตรศพนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เปิดผลชันสูตรศพนายก อบจ.นนทบุรี

ทางการเปิดเผยผลชันสูตรศพ พ.ต.อ.ธงชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดเหตุยิงเสียชีวิต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผลการชันสูตรศพของ พ.ต.อ.ธงชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ได้รับการเปิดเผยแล้ว โดยการตรวจทางการแพทย์ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากบาดแผลถูกยิงที่ตัดเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ ส่งผลให้เสียเลือดมาก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูงของท้องถิ่น แม้ว่าผลชันสูตรจะระบุสาเหตุทางการแพทย์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดและสถานการณ์แวดล้อมของการยิงยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ถึงตัวผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดในการโจมตี ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางของทางราชการเพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่บริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อสาธารณชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติในขณะนี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

ศาลเลื่อนฟังคำสั่งคดีทุจริต กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลเลื่อนฟังคำสั่งคดีทุจริต กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเลื่อนการพิจารณาว่าจะรับฟ้องคดีที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลเลื่อนฟังคำสั่งคดีทุจริต กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลเลื่อนฟังคำสั่งคดีทุจริต กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเลื่อนการพิจารณาว่าจะรับฟ้องคดีที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้เลื่อนการฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในคดีที่ยื่นฟ้องประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่รวม 8 คน โดยนับเป็นการเลื่อนนัดครั้งที่ 3 สำหรับคดีหมายเลขดำ อท. 31/2569

คดีดังกล่าวมีเรือเอกยงยุทธ เสาแก้วสถิต เป็นทนายความผู้ยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 8 คนกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สืบเนื่องจากการที่ กกต. สั่งให้พิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โจทก์อ้างว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาทุจริต โดยอ้างถึงการละเมิด พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต., พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้คดีจะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติหน้าที่ทางธุรการ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากสาธารณชนและฝ่ายกฎหมายที่มีต่อการดำเนินงานของ กกต. ทั้งนี้ ยังคงต้องรอติดตามว่าศาลจะมีคำสั่งรับฟ้องหรือยกฟ้องในนัดถัดไป เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผลลัพธ์สุดท้ายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกระบวนการเลือกตั้งในอนาคตจึงยังมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุฆาตกรรมในสงขลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุฆาตกรรมในสงขลา

ชายวัย 29 ปีเข้ามอบตัวกับตำรวจหลังจากก่อเหตุฆ่าแฟนใหม่ของแม่ในเหตุการณ์รุนแรงที่จังหวัดสงขลา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุฆาตกรรมในสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุฆาตกรรมในสงขลา

ชายวัย 29 ปีเข้ามอบตัวกับตำรวจหลังจากก่อเหตุฆ่าแฟนใหม่ของแม่ในเหตุการณ์รุนแรงที่จังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า นายพีรพล อายุ 29 ปี ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา โดยเขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายวินัย อายุ 53 ปี แฟนใหม่ของแม่ บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

ตามรายงานระบุว่า ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธมีดแทงและปาดคอผู้เสียชีวิตกว่า 10 ครั้ง ก่อนจะหยิบอาวุธปืนขนาด .38 ของผู้เสียชีวิตมายิงซ้ำอีก 3-4 นัดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไป แต่ได้เข้ามอบตัวในเวลาต่อมาหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนักตลอดทั้งคืน โดยผู้ต้องหาได้นำอาวุธมีดและอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านเสริมสวยยังคงมีร่องรอยของการทะเลาะวิวาท เช่น เศษกระจกแตกและคราบเลือด บ้านที่เกิดเหตุยังคงปิดเงียบ และเพื่อนบ้านระบุว่าผู้ต้องหาเป็นคนเก็บตัวเงียบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหามูลเหตุจูงใจที่แน่ชัด ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอความร่วมมือประชาชนให้เคารพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

สสจ.นนทบุรี สั่งปรับสถานีตำรวจรัตนาธิเบศร์กรณีปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สสจ.นนทบุรี สั่งปรับสถานีตำรวจรัตนาธิเบศร์กรณีปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ

เจ้าหน้าที่ได้สั่งปรับอดีต ส.ส. และสถานีตำรวจในจังหวัดนนทบุรี หลังจากมีหลักฐานภาพถ่ายการสูบบุหรี่ภายในสถานที่ราชการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สสจ.นนทบุรี สั่งปรับสถานีตำรวจรัตนาธิเบศร์กรณีปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ

แหล่งข่าวเดียว
สสจ.นนทบุรี สั่งปรับสถานีตำรวจรัตนาธิเบศร์กรณีปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ

เจ้าหน้าที่ได้สั่งปรับอดีต ส.ส. และสถานีตำรวจในจังหวัดนนทบุรี หลังจากมีหลักฐานภาพถ่ายการสูบบุหรี่ภายในสถานที่ราชการ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้ดำเนินการหลังจากมีการเผยแพร่ภาพของนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส. นนทบุรี ขณะกำลังสูบบุหรี่ภายในห้องศูนย์ปฏิบัติการของสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ต้องหา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ดร.ยุทธนา หอมเกตุ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญงานพิเศษ เปิดเผยว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งต่อตัวบุคคลและสถานีตำรวจ ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้สถานที่ราชการ สถานที่ทำงาน และสถานที่สาธารณะเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด ส่งผลให้มีการสั่งปรับนายฉลองเป็นเงิน 5,000 บาท ฐานสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ และสั่งปรับสถานีตำรวจรัตนาธิเบศร์เป็นเงิน 3,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ที่เข้มงวดในอาคารสาธารณะและสถานที่ราชการ การฝ่าฝืนอาจนำไปสู่การถูกปรับทันที และเจ้าหน้าที่กำลังใช้หลักฐานจากสื่อสังคมออนไลน์ในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น แม้ว่าจะมีการสั่งปรับแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะเกิดเหตุหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

ตำรวจกองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจกองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

กองบังคับการปราบปรามได้ส่งมอบเอกสารหลักฐาน 10 แฟ้มให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจกองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

กองบังคับการปราบปรามได้ส่งมอบเอกสารหลักฐาน 10 แฟ้มให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ดำเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐานจำนวนมากให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อประกอบการพิจารณาคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามรายงานจาก Khaosod Online เจ้าหน้าที่ได้ขนย้ายลังเอกสารขนาดใหญ่ 2 ลัง ซึ่งบรรจุแฟ้มคดี 10 แฟ้ม รวมกว่า 3,000 หน้า เพื่อใช้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 13 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตในกระบวนการสอบ

ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการทางกฎหมาย โดยคณะทำงานของกองปราบฯ ระบุว่า ป.ป.ช. จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้ไต่สวนเองหรือไม่ หาก ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ สำนวนคดีจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. แต่หากไม่มีมติรับเรื่อง คดีอาจถูกส่งกลับมายังพนักงานสอบสวนตามเดิม

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในระบบการจ้างงานภาครัฐ แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอาจมีไม่มากนัก แต่ความโปร่งใสของบุคลากรในหน่วยงานท้องถิ่นถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะรับคดีนี้ไว้พิจารณาอย่างเป็นทางการหรือไม่ และความคืบหน้าต่อไปจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับอำนาจในการไต่สวนคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

กองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

ทางการไทยได้ส่งมอบเอกสารหลักฐาน 10 แฟ้มให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ต้องหา 13 ราย รวมถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
กองปราบฯ ส่งมอบหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช.

ทางการไทยได้ส่งมอบเอกสารหลักฐาน 10 แฟ้มให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับคดีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ต้องหา 13 ราย รวมถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ) ได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานจำนวน 10 แฟ้มให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานระบุว่า การสอบสวนมุ่งเป้าไปที่บุคคล 13 รายที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในครั้งนี้ โดยรายชื่อผู้ต้องหารวมถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วย หลักฐานที่กองปราบฯ รวบรวมมานั้นมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนกระบวนการทางกฎหมายของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่าการส่งมอบหลักฐานจะเป็นความคืบหน้าทางขั้นตอน แต่คดียังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผู้ต้องหายังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และผลสรุปทางกฎหมาย รวมถึงข้อหาที่แน่ชัดและบทลงโทษนั้น ยังคงต้องรอการพิจารณาจาก ป.ป.ช. และกระบวนการยุติธรรมต่อไป เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังไม่สิ้นสุด คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการพิจารณาคดีหรือลักษณะเฉพาะของการทุจริตจะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบเอกสารที่ได้รับมอบมาแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย

พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี อดีตนายทหารอากาศ ได้แสดงความกังวลต่อสาธารณะเกี่ยวกับรูปแบบการย้ายถิ่นฐาน โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย

พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี อดีตนายทหารอากาศ ได้แสดงความกังวลต่อสาธารณะเกี่ยวกับรูปแบบการย้ายถิ่นฐาน โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ภาพรวมของคำแถลงล่าสุด

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่า พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ 'เสธ.นิด' นักบินกองทัพอากาศเกษียณอายุ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานในปัจจุบัน ในโพสต์สาธารณะเขาระบุว่าการเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนบางกลุ่มเข้ามาในประเทศไทยไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยเชื่อมโยงประเด็นนี้เข้ากับบริบทของความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความคิดเห็นเหล่านี้เน้นย้ำถึงวาทกรรมสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและความมั่นคงของชาติ แม้ว่าคำแถลงจะมุ่งเน้นไปที่การตีความกลยุทธ์การย้ายถิ่นฐานของผู้พูด แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นส่วนหนึ่งของคนในท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญมากขึ้นว่าการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศอาจส่งผลต่อโครงสร้างชุมชนท้องถิ่นอย่างไร นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการอภิปรายเหล่านี้ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอาจสังเกตเห็นการถกเถียงในที่สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการเข้าเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค

สถานะของข้อมูล

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อสังเกตเหล่านี้เป็นมุมมองส่วนตัวของอดีตนายทหารเกษียณอายุ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการ 'ยึดครองเชิงยุทธศาสตร์' หรือวาระการย้ายถิ่นฐานที่เฉพาะเจาะจงยังคงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือรายงานที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่มีการจัดตั้งขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเพื่อรับข้อมูลอัปเดตตามความเป็นจริงเกี่ยวกับกฎระเบียบการเข้าเมืองหรือการประเมินความมั่นคงของชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สูบบุหรี่ระหว่างแถลงข่าว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สูบบุหรี่ระหว่างแถลงข่าว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพฤติกรรมของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หลังจากได้รับคำตำหนิจากนายกรัฐมนตรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สูบบุหรี่ระหว่างแถลงข่าว

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สูบบุหรี่ระหว่างแถลงข่าว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพฤติกรรมของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หลังจากได้รับคำตำหนิจากนายกรัฐมนตรี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยประเด็นความขัดแย้งอยู่ที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งปรากฏภาพขณะกำลังสูบบุหรี่ระหว่างการแถลงข่าวโดยไม่มีการควบคุมพฤติกรรม

เพื่อตอบสนองต่อการแทรกแซงของนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นทางการเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่กังวลแม้ว่านายตำรวจที่ถูกสอบสวนจะเป็นรุ่นพี่ในสายงานก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางวิชาชีพและพฤติกรรมในที่สาธารณะที่คาดหวังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในประเทศไทย ในขณะที่การสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการทางวินัยใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะกรรมการเกี่ยวกับผลการสอบสวนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

คุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีภายใต้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีภายใต้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อฝากขังตามขั้นตอนกฎหมายในคดีอุกฉกรรจ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีภายใต้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

แหล่งข่าวเดียว
คุมตัว 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีภายใต้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อฝากขังตามขั้นตอนกฎหมายในคดีอุกฉกรรจ์

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ได้ดำเนินการควบคุมตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง ไปยังศาลจังหวัดนนทบุรีภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ S.W.A.T. พร้อมอาวุธครบมือกว่า 10 นาย พร้อมขบวนรถยนต์ 4 คันและรถจักรยานยนต์ 2 คัน เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการขนย้าย

ในระหว่างการควบคุมตัว นายฉลองส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเงียบ แต่ได้พยักหน้ายอมรับเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความเครียดและความเป็นห่วงบุตรสาว พนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวโดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และอยู่ในความสนใจของประชาชน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการปรับเงินกรณีมีการสูบบุหรี่ในสถานีตำรวจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงกระบวนการทางกฎหมายในคดีสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก แม้การควบคุมตัวเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่คำตัดสินของศาลเกี่ยวกับคำร้องขอประกันตัวยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อน และความคืบหน้าของคดีจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลในอนาคต นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับคดีสำคัญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือการจราจรติดขัดในบริเวณใกล้เคียงสถานที่ราชการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้ต้องหาสูบบุหรี่ระหว่างสอบปากคำ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้ต้องหาสูบบุหรี่ระหว่างสอบปากคำ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฏภาพผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสูบบุหรี่ขณะเข้าสอบปากคำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้ต้องหาสูบบุหรี่ระหว่างสอบปากคำ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผู้ต้องหาสูบบุหรี่ระหว่างสอบปากคำ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฏภาพผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสูบบุหรี่ขณะเข้าสอบปากคำ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

มีการเผยแพร่ภาพขณะที่ผู้ต้องหากำลังสูบบุหรี่ระหว่างการสอบปากคำโดยไม่มีการใส่กุญแจมือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการไม่ใช้เครื่องพันธนาการและการปล่อยให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่ระหว่างการสอบสวน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่าตนขอน้อมรับคำวิจารณ์ดังกล่าวและได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบการควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างถูกต้องหรือไม่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของตำรวจและการบังคับใช้กฎระเบียบการควบคุมตัวในประเทศไทย ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีมาตรการทางวินัยใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยสาธารณชนกำลังรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการซึ่งคาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดใน Matichon Online เน้นย้ำถึงการอภิปรายสาธารณะที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการทุจริต โดยกระตุ้นให้ผู้อ่านติดตามข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดใน Matichon Online เน้นย้ำถึงการอภิปรายสาธารณะที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการทุจริต โดยกระตุ้นให้ผู้อ่านติดตามข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 สื่อมวลชนไทย Matichon Online ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการในหัวข้อ 'สถานีคิดเลขที่ 12 : โกงอย่างไม่น่าเชื่อ' ซึ่งกล่าวถึงข้อกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศ บทความนี้ทำหน้าที่เป็นบทวิจารณ์เกี่ยวกับบรรยากาศโดยรวมของความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการบริหารงานในประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายงานนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงานในท้องถิ่นและการพัฒนาด้านการบริหาร แม้ว่าบทบรรณาธิการจะมุ่งเน้นไปที่ลักษณะเชิงระบบของข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการด้านการท่องเที่ยวหรือการอยู่อาศัยในแต่ละวัน แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงการสนทนาสาธารณะในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบที่กำลังเกิดขึ้นในสื่อไทย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริตที่กล่าวถึงในบทบรรณาธิการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมและการอภิปรายสาธารณะ ผู้อ่านควรทราบว่ารายงานนี้เป็นบทความแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่รายงานการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีอาญาเฉพาะเจาะจง ดังนั้น ขอบเขตที่แท้จริงของข้อกล่าวหาเหล่านี้และผลกระทบทางกฎหมายหรือทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานทางการ ผู้ที่สนใจในการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่นี้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

เฝ้าระวังมลพิษหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในราชบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เฝ้าระวังมลพิษหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในราชบุรี

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เฝ้าระวังมลพิษหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในราชบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เฝ้าระวังมลพิษหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในราชบุรี

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานบริษัท พี.เอส.พี.เอ็น แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. โดยวัสดุที่ถูกเผาไหม้ส่วนใหญ่เป็นกระดาษและพลาสติกที่ใช้ในกระบวนการผลิต

ภายหลังเกิดเหตุ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามคุณภาพอากาศในชุมชนท้ายลมและตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาการปนเปื้อนของสารเคมี ข้อกังวลหลักของทางการคือการป้องกันไม่ให้น้ำที่ใช้ดับเพลิงไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยติดตามการแจ้งเตือนด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น แม้ว่าเหตุเพลิงไหม้จะถูกควบคุมได้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพอากาศและน้ำยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทางการยังไม่ได้ออกรายงานสรุปเกี่ยวกับระดับการปนเปื้อนของสารเคมีหรือระยะเวลาในการเฝ้าระวัง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงตำบลท่าผาควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมมลพิษเกี่ยวกับข้อควรระวังด้านสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 04:37 UTC