ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ชัยมงคล ไชยรบ ทุจริตจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สกลนคร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ชัยมงคล ไชยรบ ทุจริตจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สกลนคร

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายชัยมงคล ไชยรบ เกี่ยวกับการทุจริตในการจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ชัยมงคล ไชยรบ ทุจริตจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ชัยมงคล ไชยรบ ทุจริตจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สกลนคร

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายชัยมงคล ไชยรบ เกี่ยวกับการทุจริตในการจัดซื้อผ้าห่มสมัยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมติชี้มูลความผิดนายชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร อย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการพบหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อผ้าห่ม ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินประมาณ 3 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติในการจัดการกับความไม่โปร่งใสในการบริหารงานระดับท้องถิ่น แม้ว่ามตินี้จะเกี่ยวข้องกับการกระทำในอดีตสมัยที่นายชัยมงคลดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สกลนคร แต่ก็ถือเป็นการเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณจังหวัดและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ นี่เป็นเพียงการชี้มูลความผิดทางวินัยโดย ป.ป.ช. เท่านั้น ในขณะนี้ ผลทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงและกระบวนการทางศาลที่จะตามมาหลังจากมตินี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อหาอย่างเป็นทางการและกำหนดการสำหรับกระบวนการทางศาลที่อาจเกิดขึ้น คดีนี้ยังคงเป็นประเด็นสาธารณะและอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางปกครองอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

อดีตผู้บริหารปทุมธานีเผชิญข้อหาทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตผู้บริหารปทุมธานีเผชิญข้อหาทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี กรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายเกินราคาจริงในช่วงปี 2555-2556

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตผู้บริหารปทุมธานีเผชิญข้อหาทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตผู้บริหารปทุมธานีเผชิญข้อหาทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี กรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายเกินราคาจริงในช่วงปี 2555-2556

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของไทย ได้ประกาศชี้มูลความผิดนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการพบหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในช่วงปีงบประมาณ 2555 และ 2556

การสอบสวนของ ป.ป.ช. ระบุว่านายชาญและพวกได้กำหนดงบประมาณและราคากลางของอุปกรณ์ดังกล่าวสูงกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ อบจ.ปทุมธานี ได้รับความเสียหายทางการเงินรวมประมาณ 44.57 ล้านบาท การสอบสวนชี้ให้เห็นว่ากระบวนการเริ่มต้นขึ้นเมื่อนายชาญสั่งการให้สมาชิกสภา อบจ. เสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งนำไปสู่การทำสัญญาจัดซื้อที่เกินราคาจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ปทุมธานี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายของหน่วยงานท้องถิ่นและความโปร่งใสในการบริหารงาน แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้เปิดเผยผลการสอบสวนแล้ว แต่คดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังต้องรอการยืนยันว่าระบบศาลจะมีคำตัดสินอย่างไรต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ และนายชาญ พวงเพ็ชร์ จะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายอย่างไร เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไทยฉลองครบรอบ 10 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไทยฉลองครบรอบ 10 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาความซื่อสัตย์สุจริตทางตุลาการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไทยฉลองครบรอบ 10 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไทยฉลองครบรอบ 10 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาความซื่อสัตย์สุจริตทางตุลาการ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของไทยได้ครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้ง ตามรายงานจาก Thai Post ทางสถาบันได้ใช้โอกาสนี้ในการย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาหลักนิติธรรมและจุดยืนเชิงรุกในการปราบปรามการทุจริตภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์สำคัญนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของสถาบันอย่างต่อเนื่องในเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางกฎหมายในประเทศไทย แม้ว่าวันครบรอบของศาลจะเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเน้นย้ำของรัฐบาลต่อกลไกทางตุลาการที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการประพฤติมิชอบ พัฒนาการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ที่สนใจในเสถียรภาพของสภาพแวดล้อมทางกฎหมายในท้องถิ่นและภาพรวมของการกำกับดูแลมักจะติดตามอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่แง่มุมของการเฉลิมฉลองวันครบรอบและภารกิจที่ศาลได้ประกาศไว้เป็นหลัก รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ คดีสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนทางตุลาการหลังจากวันครบรอบนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามดูว่าลำดับความสำคัญของสถาบันเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายในอนาคตหรือความโปร่งใสในการบริหารงานในราชอาณาจักรอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

สาวเซี่ยงไฮ้พบกระเป๋าแบรนด์เนมที่ถูกขโมยไปวางขายออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สาวเซี่ยงไฮ้พบกระเป๋าแบรนด์เนมที่ถูกขโมยไปวางขายออนไลน์

หญิงสาวในเซี่ยงไฮ้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของตนเองที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาโดยบังเอิญ หลังจากพบประกาศขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สาวเซี่ยงไฮ้พบกระเป๋าแบรนด์เนมที่ถูกขโมยไปวางขายออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
สาวเซี่ยงไฮ้พบกระเป๋าแบรนด์เนมที่ถูกขโมยไปวางขายออนไลน์

หญิงสาวในเซี่ยงไฮ้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของตนเองที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาโดยบังเอิญ หลังจากพบประกาศขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ตามรายงานของ Khaosod Online หญิงสาวชื่อหลี่จากเซี่ยงไฮ้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกี่ยวกับกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอซื้อมาในราคา 40,000 หยวน (ประมาณ 196,000 บาท) เมื่อต้นปี 2568 หลังจากใช้กระเป๋าเพียงครั้งเดียว หลี่ได้วางทิ้งไว้บริเวณทางเข้าบ้าน ก่อนจะพบว่ามันหายไปในอีก 6 เดือนต่อมา แม้จะมีแขกและแม่บ้านเข้าออกบ้าน แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยเรื่องการถูกขโมยในตอนแรก

ต่อมา เพื่อนของเธอพบประกาศขายกระเป๋าที่มีลักษณะเหมือนกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผู้ขายอ้างว่านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความผูกพันกับกระเป๋าใบนี้ หลี่จึงตัดสินใจซื้อกลับมาในราคา 20,000 หยวน (ประมาณ 98,000 บาท) เมื่อได้รับสินค้า เธอจึงยืนยันได้ว่าเป็นกระเป๋าของเธอที่หายไปจริง สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเธอพบว่าผู้ที่ขโมยไปคือคนใกล้ตัวที่แสดงละครตบตาเธอมาตลอด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงของทรัพย์สินมีค่าในพื้นที่พักอาศัยร่วมกัน แม้จะทราบตัวผู้ก่อเหตุที่อยู่ในแวดวงใกล้ชิดแล้ว แต่ผลทางกฎหมายและรายละเอียดตัวตนของผู้กระทำผิดยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

ศุลกากรเชียงแสนยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้าจากจีนกว่า 5 ตัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรเชียงแสนยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้าจากจีนกว่า 5 ตัน

เจ้าหน้าที่ศุลกากรในจังหวัดเชียงรายตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งที่ไม่ได้สำแดงรายการน้ำหนักรวมกว่า 5,200 กิโลกรัม ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศุลกากรเชียงแสนยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้าจากจีนกว่า 5 ตัน

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรเชียงแสนยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้าจากจีนกว่า 5 ตัน

เจ้าหน้าที่ศุลกากรในจังหวัดเชียงรายตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งที่ไม่ได้สำแดงรายการน้ำหนักรวมกว่า 5,200 กิโลกรัม ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ด่านศุลกากรเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้ส่งมอบของกลางเป็นเนื้อสัตว์แช่แข็งจำนวนมากให้กับด่านกักกันสัตว์เชียงราย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าการตรวจยึดดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจสอบสินค้าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้าซุกซ่อนมากับสินค้าอื่นที่นำเข้าจากประเทศจีน

สินค้าที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์แช่แข็ง 13 รายการ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และเครื่องในสัตว์ น้ำหนักรวมประมาณ 5,200 กิโลกรัม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดสินค้าสดอื่น ๆ อีก 5,614 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดประมาณ 507,608 บาท โดยบริษัทผู้นำเข้าถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาละเมิดกฎหมายศุลกากร ตามมาตรา 243

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารและป้องกันการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ แม้ว่าสินค้าดังกล่าวจะถูกนำออกจากห่วงโซ่อุปทานแล้ว แต่การสอบสวนบริษัทผู้นำเข้ายังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการลักลอบนำเข้าครั้งนี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าหรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลักลอบขนสินค้าขนาดใหญ่ ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:37 UTC

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในปทุมธานี

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี 'ชาญ พวงเพ็ชร์' กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายมูลค่า 44 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในปทุมธานี

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี 'ชาญ พวงเพ็ชร์' กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายมูลค่า 44 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดอย่างเป็นทางการต่อนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี โดยเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการทุจริตในการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง

ตามข้อมูลของ ป.ป.ช. กระบวนการจัดซื้อดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายประมาณ 44 ล้านบาท การตัดสินใจของคณะกรรมการถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสอบสวนความไม่โปร่งใสในการบริหารงานภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดปทุมธานีที่มีมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น แม้ว่ามตินี้จะเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีบทลงโทษทางกฎหมายหรือมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมอย่างไรบ้างต่อนายชาญจากผลการชี้มูลนี้ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของท้องถิ่น ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามมติของ ป.ป.ช. และความเป็นไปได้ในการอุทธรณ์ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

โรงเรียนในเชียงใหม่เผชิญข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเด็ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โรงเรียนในเชียงใหม่เผชิญข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเด็ก

คุณพ่อรายหนึ่งกล่าวหาครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ว่าทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 4 ขวบ นำไปสู่การเผชิญหน้าและโรงเรียนขู่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกลับ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โรงเรียนในเชียงใหม่เผชิญข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
โรงเรียนในเชียงใหม่เผชิญข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเด็ก

คุณพ่อรายหนึ่งกล่าวหาครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ว่าทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 4 ขวบ นำไปสู่การเผชิญหน้าและโรงเรียนขู่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกลับ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีรายงานเหตุการณ์ข้อกล่าวหาการทำร้ายร่างกายเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณพ่อรายหนึ่งได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ครูคนหนึ่งได้เตะหลังลูกสาววัย 4 ขวบของเขาและยัดพริกเข้าปากเพื่อเป็นการลงโทษ ซึ่งคุณพ่อระบุว่าคำบอกเล่าของลูกสาวได้รับการยืนยันจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน

เมื่อคุณพ่อไปสอบถามครูที่โรงเรียน ครูคนดังกล่าวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา ต่อมาคุณพ่อรายงานว่าทางโรงเรียนได้ขู่ว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับเขาเนื่องจากโพสต์ข้อความดังกล่าว คุณพ่อแสดงความไม่พอใจและยืนยันที่จะปกป้องลูกของตน พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่อาจเคยประสบเหตุการณ์คล้ายกันในโรงเรียนนี้ให้ติดต่อเข้ามา โดยเน้นย้ำว่าวิธีการลงโทษเด็กด้วยการใช้ความรุนแรงทางร่างกายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่เปิดกว้างกับบุคลากรของโรงเรียนและการติดตามความเป็นอยู่ของเด็กในสถานศึกษา ขณะนี้ทางโรงเรียนยังคงปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว และข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานด้านการศึกษาหรือหน่วยงานทางกฎหมายจะมีการเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

ส่งตัวอดีตรอง ผบ.ตร. 'สุรเชษฐ์ หักพาล' พร้อมภรรยาให้อัยการพิจารณาคดี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส่งตัวอดีตรอง ผบ.ตร. 'สุรเชษฐ์ หักพาล' พร้อมภรรยาให้อัยการพิจารณาคดี

ทางการไทยได้ส่งสำนวนคดีฟอกเงินของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สุรเชษฐ์ หักพาล และภรรยา ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการแล้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส่งตัวอดีตรอง ผบ.ตร. 'สุรเชษฐ์ หักพาล' พร้อมภรรยาให้อัยการพิจารณาคดี

แหล่งข่าวเดียว
ส่งตัวอดีตรอง ผบ.ตร. 'สุรเชษฐ์ หักพาล' พร้อมภรรยาให้อัยการพิจารณาคดี

ทางการไทยได้ส่งสำนวนคดีฟอกเงินของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สุรเชษฐ์ หักพาล และภรรยา ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนนำโดยสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ได้ส่งสำนวนคดีของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และนางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา ให้อัยการพิจารณา โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในคดีความที่มีความสนใจสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง แม้ว่าการส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดจะเป็นขั้นตอนปกติในกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่การที่คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของผู้นำหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การดำเนินการนี้เป็นเพียงความเห็นของพนักงานสอบสวนที่เสนอให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องเท่านั้น ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ ในปัจจุบันกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ และผู้ถูกกล่าวหายังคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และผู้ถูกกล่าวหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อดูความคืบหน้าว่าอัยการจะรับฟ้องคดีนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานไต่สวนคดีพิเศษกรณีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานไต่สวนคดีพิเศษกรณีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดการไต่สวนคดีพิเศษเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการแก้ไขคะแนนสอบคัดเลือกผู้บริหารท้องถิ่นในปี 2564 โดยเชื่อมโยงกับความผิดปกติที่พบในปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานไต่สวนคดีพิเศษกรณีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานไต่สวนคดีพิเศษกรณีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดการไต่สวนคดีพิเศษเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการแก้ไขคะแนนสอบคัดเลือกผู้บริหารท้องถิ่นในปี 2564 โดยเชื่อมโยงกับความผิดปกติที่พบในปี 2568

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในกระบวนการสรรหาผู้บริหารท้องถิ่นประจำปี 2564 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การตัดสินใจของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้เป็นผลมาจากการขยายผลการตรวจสอบกรณีทุจริตที่พบในกระบวนการสอบท้องถิ่นปี 2568

พนักงานสอบสวนระบุว่า คณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยาในปี 2564 ได้ดำเนินการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบโดยไม่ได้รับอนุญาต หลักฐานบ่งชี้ว่ามีการปรับคะแนนให้ผู้ที่สอบไม่ผ่านกลายเป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ป.ป.ช. ได้จัดให้กรณีนี้เป็นคดีพิเศษเนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากและเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่งในเรื่องความโปร่งใสของการแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตเชิงระบบในการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่า ป.ป.ช. จะยืนยันการเริ่มกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ขอบเขตที่แท้จริงของการทุจริตและรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้นยังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป สาธารณชนกำลังรอผลสรุปเพิ่มเติมว่าความผิดพลาดทางปกครองเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการบริหารงานท้องถิ่นและการให้บริการสาธารณะทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

จับกุมชายวัย 69 ปีที่อุดรธานี หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมชายวัย 69 ปีที่อุดรธานี หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาท

ชายวัย 69 ปีในจังหวัดอุดรธานีถูกควบคุมตัวหลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับขวดสุรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมชายวัย 69 ปีที่อุดรธานี หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาท

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมชายวัย 69 ปีที่อุดรธานี หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาท

ชายวัย 69 ปีในจังหวัดอุดรธานีถูกควบคุมตัวหลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับขวดสุรา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ตำรวจ สภ.กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้เข้าจับกุมนายทองปาน อายุ 69 ปี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลังจากการเสียชีวิตของนางบุญหลง ภรรยาวัย 66 ปี ซึ่งเสียชีวิตหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 สิงหาคม 2569

เจ้าหน้าที่ระบุว่าเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบริเวณหลังบ้านพักของทั้งคู่ โดยสามีถูกกล่าวหาว่าใช้ขวดเหล้าขาวฟาดศีรษะภรรยาในระหว่างการโต้เถียง แม้ว่าผู้เสียชีวิตจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผลในตอนแรก แต่ต่อมาได้เสียชีวิตที่บ้าน เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยหลังจากหลานชายวัย 22 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจในช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม ขณะที่กำลังเตรียมการจัดงานศพ หลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้มีการชันสูตรพลิกศพใหม่ ซึ่งนำไปสู่การควบคุมตัวสามีและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของความขัดแย้งในครอบครัวภายในชุมชนท้องถิ่น แม้ดูเหมือนจะเป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นเฉพาะราย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่หากพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิต เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ข้อหาทางกฎหมายที่แน่ชัดและผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

รวบหนุ่มวัย 24 ปี ข้อหาลบไอเทมเกม DDTank มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มวัย 24 ปี ข้อหาลบไอเทมเกม DDTank มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ชายวัย 24 ปีถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุม หลังก่อเหตุทำลายทรัพย์สินดิจิทัลมูลค่า 1.1 ล้านบาทในเกม DDTank Origin 2

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 24 ปี ข้อหาลบไอเทมเกม DDTank มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 24 ปี ข้อหาลบไอเทมเกม DDTank มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ชายวัย 24 ปีถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุม หลังก่อเหตุทำลายทรัพย์สินดิจิทัลมูลค่า 1.1 ล้านบาทในเกม DDTank Origin 2

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้แถลงการจับกุมนายนพรุจ อายุ 24 ปี ในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับของศาลอาญาลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เล่นเกมออนไลน์ชื่อดัง 'DDTank Origin 2' และเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับโลก ผู้ต้องหาได้ขอยืมบัญชีเกมของผู้เสียหายไปเล่น ต่อมาเมื่อผู้เสียหายทราบว่าผู้ต้องหาพยายามนำบัญชีไปขายจึงได้ขอคืนบัญชีดังกล่าว ทำให้ผู้ต้องหาไม่พอใจและแอบเข้าสู่ระบบเพื่อลบไอเทมในเกมของผู้เสียหาย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินจริงประมาณ 1.1 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญทางกฎหมายต่อทรัพย์สินดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรงจากการเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะอยู่ระหว่างการควบคุมตัว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป โดยยังต้องรอการยืนยันจากศาลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าของไอเทมดิจิทัลที่ถูกลบไปและบทลงโทษที่จะได้รับตามกรอบกฎหมายปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

คดีฉ้อโกงพระเครื่องชื่อดังถึงมือตำรวจสอบสวนกลาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คดีฉ้อโกงพระเครื่องชื่อดังถึงมือตำรวจสอบสวนกลาง

บุคคลสำคัญในวงการพระเครื่องไทยได้ยื่นเรื่องต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเร่งรัดคดีฉ้อโกงมูลค่า 300 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเซียนพระชื่อดัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คดีฉ้อโกงพระเครื่องชื่อดังถึงมือตำรวจสอบสวนกลาง

แหล่งข่าวเดียว
คดีฉ้อโกงพระเครื่องชื่อดังถึงมือตำรวจสอบสวนกลาง

บุคคลสำคัญในวงการพระเครื่องไทยได้ยื่นเรื่องต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเร่งรัดคดีฉ้อโกงมูลค่า 300 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเซียนพระชื่อดัง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ 'มาดามเก่ง' และนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ 'อุ๊ กรุงสยาม' เซียนพระเครื่องชื่อดัง ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอติดตามความคืบหน้าคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและพระเครื่องมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าพวกเขาถูกฉ้อโกงโดยนายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกคนในวงการค้าพระเครื่อง มาดามเก่งเปิดเผยว่าเธอได้ลงทุนส่วนตัวไป 100 ล้านบาทในเลนส์ขยายพิเศษสำหรับส่องพระเครื่องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจดังกล่าว ผู้ร้องเรียนย้ำว่าการเดินทางมาในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อติดตามผลทางคดี ไม่ใช่เพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในตลาดพระเครื่องของไทย คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญในการซื้อขายระดับสูง แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังคงดำเนินอยู่ แต่สถานการณ์ยังคงต้องรอการตัดสินจากศาล ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธอย่างเป็นทางการหรือตำรวจได้รวบรวมหลักฐานเฉพาะเจาะจงใดเพิ่มเติมจากคำร้องเรียนเบื้องต้นหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก CIB เกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

คดีฉ้อโกง 300 ล้านบาทถูกร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คดีฉ้อโกง 300 ล้านบาทถูกร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

บุคคลที่มีชื่อเสียงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงมูลค่า 300 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซียนพระเครื่อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คดีฉ้อโกง 300 ล้านบาทถูกร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

แหล่งข่าวเดียว
คดีฉ้อโกง 300 ล้านบาทถูกร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

บุคคลที่มีชื่อเสียงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงมูลค่า 300 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซียนพระเครื่อง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ผู้เสียหายที่รู้จักกันในชื่อ 'มาดามเก่ง' ได้เข้าพบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อขอติดตามความคืบหน้าของคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ คดีนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเซียนพระเครื่อง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเหยื่อไปเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท

มาดามเก่ง พร้อมด้วย 'อุ๊ กรุงสยาม' ระบุว่าตนได้ลงทุนส่วนตัวไป 100 ล้านบาทในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกล้องส่องพระคุณภาพสูง ซึ่งเธออ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฉ้อโกงดังกล่าว ผู้เสียหายต้องการให้มีการแทรกแซงอย่างเป็นทางการเพื่อติดตามความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายและติดตามเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนส่วนบุคคลที่มีมูลค่าสูงในตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ตลาดพระเครื่องของไทย แม้อุตสาหกรรมพระเครื่องจะเป็นภาคส่วนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งมักมีการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการที่จำกัด ทำให้การตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนที่มีศักยภาพทุกคน ในขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาและสถานะของข้อหาทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ โดย CIB ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคำร้องเพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปในการแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท จากคดีหลอกลงทุนเทรดทอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท จากคดีหลอกลงทุนเทรดทอง

เจ้าหน้าที่ไทยสามารถติดตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท ให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกลงทุนเทรดทองผ่านช่องทาง TikTok

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท จากคดีหลอกลงทุนเทรดทอง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท จากคดีหลอกลงทุนเทรดทอง

เจ้าหน้าที่ไทยสามารถติดตามเงินคืนได้ 2 ล้านบาท ให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกลงทุนเทรดทองผ่านช่องทาง TikTok

ตามรายงานของ Thai Post เจ้าหน้าที่ตำรวจสำโรงเหนือได้เปิดปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK” เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่สูญเสียไปจากขบวนการหลอกลงทุน โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับหญิงสาวรายหนึ่งที่ได้รับการติดต่อจากชายชาวต่างชาติผ่านทาง TikTok หลังจากสร้างความสนิทสนม ชายคนดังกล่าวได้ชักชวนให้เหยื่อลงทุนในแพลตฟอร์มเทรดทองคำ

ในช่วงแรกเหยื่อได้รับผลตอบแทนจริง ซึ่งทำให้หลงเชื่อและลงทุนด้วยเงินจำนวนมากขึ้น จนนำไปสู่ความสูญเสียรวมประมาณ 2.2 ล้านบาท ภายหลังจากการสืบสวน ตำรวจสามารถติดตามเส้นทางการเงินและนำเงินจำนวน 2 ล้านบาทกลับคืนมาให้แก่เหยื่อได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนลงทุนออนไลน์จากบุคคลที่ไม่รู้จัก มิจฉาชีพมักใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างความไว้วางใจก่อนที่จะนำเสนอโอกาสทางการเงินที่ฉ้อโกง แม้ว่าการติดตามเงินคืนในกรณีนี้จะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลลัพธ์ดังกล่าวไม่สามารถรับประกันได้ในทุกกรณี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้ต่อไป โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีเหยื่อรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อีกหรือไม่ หรือมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้วหรือยัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

เดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง ระบุว่าการเพิกถอนรายชื่อผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสอบสวนเท่านั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง ระบุว่าการเพิกถอนรายชื่อผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสอบสวนเท่านั้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าทางการจะดำเนินการเพิกถอนรายชื่อผู้สมัครที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไปแล้ว แต่รัฐมนตรีทวีเน้นย้ำว่าการดำเนินการนี้ยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายของคดี

รัฐมนตรีได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนเชิงลึกเพื่อระบุตัวและเอาผิดผู้รับผลประโยชน์และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือระดับความเกี่ยวข้อง ขณะนี้ความสนใจกำลังมุ่งเน้นไปที่การเปิดโปงเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้นซึ่งเอื้อต่อการกระทำทุจริตดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับการทุจริตเชิงระบบในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะมีน้อย แต่ผลลัพธ์ของการสอบสวนนี้อาจส่งผลต่อมาตรฐานการบริหารงานในอนาคตและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขั้นนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวนจะขยายผลไปไกลเพียงใด และจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือบุคคลภายนอกรายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ตำรวจช่วยหญิงสาวเครียดนั่งบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้อย่างปลอดภัย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจช่วยหญิงสาวเครียดนั่งบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในจังหวัดขอนแก่นเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่อยู่ในภาวะเครียดบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้สำเร็จ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจช่วยหญิงสาวเครียดนั่งบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้อย่างปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจช่วยหญิงสาวเครียดนั่งบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในจังหวัดขอนแก่นเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่อยู่ในภาวะเครียดบนสะพานข้ามลำน้ำพองได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 นาย ได้แก่ ร.ต.อ.บวร แสนศรี, ร.ต.อ.กฤษณพล บ่อแก้ว และ ร.ต.ต.วิมล ดาทุมมา ได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่นั่งอยู่บนขอบสะพานข้ามลำน้ำพอง บริเวณฝายหนองหวาย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีบุคคลอยู่ในภาวะเครียดจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหญิงสาวนั่งอยู่บนราวสะพาน โดยมีพลเมืองดีพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อความปลอดภัย โดยใช้วิธีพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนที่ ร.ต.อ.กฤษณพล บ่อแก้ว จะอาศัยจังหวะเข้าชาร์จตัวและดึงหญิงสาวลงมาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้ว่าวิกฤตการณ์เฉพาะหน้าจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่สาเหตุของความเครียดของหญิงสาวรายดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว และทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือสาเหตุที่แน่ชัด นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านอำเภอน้ำพองควรทราบว่ามีบริการฉุกเฉินพร้อมให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือมาตรการความปลอดภัยทั่วไปของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ตำรวจน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวบนสะพานในขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวบนสะพานในขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในอำเภอน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่พยายามจะกระโดดสะพานใกล้ฝายหนองหวายได้อย่างปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวบนสะพานในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวบนสะพานในขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในอำเภอน้ำพองเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่พยายามจะกระโดดสะพานใกล้ฝายหนองหวายได้อย่างปลอดภัย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายจากสถานีตำรวจภูธรน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่พยายามจะกระโดดสะพานข้ามลำน้ำพอง บริเวณฝายหนองหวาย ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 10 สิงหาคม 2569

ร.ต.อ.บวร แสนศรี รอง สว.จร.สภ.น้ำพอง เปิดเผยว่า ขณะที่ตนและเพื่อนร่วมงาน คือ ร.ต.อ.กฤษณพล บ่อแก้ว และ ร.ต.ต.วิมล ดาทุมมา กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้จุดตรวจถนนมิตรภาพ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีบุคคลกำลังจะกระโดดสะพาน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบหญิงสาวนั่งอยู่บนราวสะพานในลักษณะเหม่อลอย โดยมีพลเมืองดีกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ เจ้าหน้าที่จึงให้พลเมืองดีถอยออกมาก่อนเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้ ร.ต.อ.กฤษณพล บ่อแก้ว สามารถเข้าชาร์จตัวและดึงหญิงสาวลงมาจากราวสะพานได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อเหตุฉุกเฉินบนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ แม้ว่าหญิงสาวจะได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว แต่สาเหตุของเหตุการณ์และสถานะปัจจุบันของเธอยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของหญิงสาวหรือสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

รมช.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งสอบนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งสอบนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

พล.ต.ต. พลพีร์ สุวรรณชัย สั่งเร่งตรวจสอบธุรกิจนอมินีทุนจีนในเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยระบุว่าอาจมีสำนักงานกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รมช.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งสอบนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งสอบนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

พล.ต.ต. พลพีร์ สุวรรณชัย สั่งเร่งตรวจสอบธุรกิจนอมินีทุนจีนในเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยระบุว่าอาจมีสำนักงานกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต. พลพีร์ สุวรรณชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งขีดเส้นตาย 7 วันให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขคดีนอมินีทุนจีนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต. พลพีร์ ได้กล่าวต่อสาธารณะว่าการดำเนินธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่มีการกล่าวอ้างว่ามีสำนักงานกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเข้ามาอำนวยความสะดวก ซึ่งเปรียบเสมือนการชี้ช่องให้กลุ่มทุนต่างชาติสามารถหลีกเลี่ยงกฎระเบียบทางธุรกิจในท้องถิ่นได้ รัฐมนตรีช่วยฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะเปิดโปงความเชื่อมโยงเหล่านี้และดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ห้วยขวาง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงสร้างความเป็นเจ้าของธุรกิจและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการตรวจสอบในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎระเบียบทางปกครองและกฎหมาย แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อจัดการกับข้อกังวลเรื่องอิทธิพลของธุรกิจต่างชาติในเขตพื้นที่ต่างๆ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อสำนักงานกฎหมายหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเส้นตาย 7 วันนี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ หรือจำเป็นต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีช่วยฯ หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าคำสั่งนี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมหรือการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นในเขตดังกล่าวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC