ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ข้าราชการ กอ.รมน. ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาหลังถูกสอบสวนคดีทุจริตนาน 5 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้าราชการ กอ.รมน. ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาหลังถูกสอบสวนคดีทุจริตนาน 5 ปี

ข้าราชการจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภา โดยอ้างถึงการสอบสวนคดีทุจริตที่ยืดเยื้อมานานถึง 5 ปี และข้อกล่าวหาว่าถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้าราชการ กอ.รมน. ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาหลังถูกสอบสวนคดีทุจริตนาน 5 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ข้าราชการ กอ.รมน. ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาหลังถูกสอบสวนคดีทุจริตนาน 5 ปี

ข้าราชการจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภา โดยอ้างถึงการสอบสวนคดีทุจริตที่ยืดเยื้อมานานถึง 5 ปี และข้อกล่าวหาว่าถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ข้าราชการจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ตามรายงานของมติชนออนไลน์ โดยข้าราชการรายนี้ต้องการความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีทุจริตที่ยังคงไม่มีข้อสรุปมาเป็นเวลา 5 ปี

ข้าราชการรายนี้อ้างว่าเป็นบุคคลเดียวที่ถูกเพ่งเล็งในคดีดังกล่าว และยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คำร้องดังกล่าวเน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนทางวินัยที่ยืดเยื้อ ซึ่งข้าราชการรายนี้ระบุว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานอย่างมากโดยที่ยังไม่มีบทสรุป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นข้อพิพาททางปกครองและกฎหมายภายในองค์กร แต่ก็สะท้อนถึงความสนใจของสาธารณชนในวงกว้างต่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพของกระบวนการสอบสวนของรัฐ

ในขณะนี้ คณะกรรมาธิการรัฐสภาได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไร หรือจะมีการตรวจสอบกรอบเวลาของการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการสรุปความผิดใดๆ และข้าราชการรายดังกล่าวยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคณะกรรมาธิการจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการสอบสวนที่ยืดเยื้อนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

ศาลยกฟ้อง 'พิงกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดี Forex-3D ส่วน 'อภิรักษ์' ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 49,110 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลยกฟ้อง 'พิงกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดี Forex-3D ส่วน 'อภิรักษ์' ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 49,110 ปี

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องนักแสดงสาว 'พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D ในขณะที่ตัดสินจำคุกหัวหน้าขบวนการเป็นเวลาหลายหมื่นปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลยกฟ้อง 'พิงกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดี Forex-3D ส่วน 'อภิรักษ์' ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 49,110 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลยกฟ้อง 'พิงกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดี Forex-3D ส่วน 'อภิรักษ์' ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 49,110 ปี

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องนักแสดงสาว 'พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D ในขณะที่ตัดสินจำคุกหัวหน้าขบวนการเป็นเวลาหลายหมื่นปี

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาสำคัญในคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D ที่เป็นที่จับตามองของสาธารณชน โดยศาลได้ยกฟ้องนักแสดงสาวชื่อดัง 'พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช' พร้อมด้วยมารดาและพี่ชาย โดยระบุว่าไม่มีความผิดในคดีแชร์ลูกโซ่ที่มีมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท

ในทางกลับกัน ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกนายอภิรักษ์ โกฎธิ จำเลยหลักและพวก เป็นเวลาถึง 49,110 ปี คำพิพากษานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในคดีความที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนชาวไทยมานานหลายปี เนื่องจากมีคนดังในวงการบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้องและมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงของการลงทุนในรูปแบบที่ไม่ได้รับการรับรองซึ่งสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง แม้ว่าการยกฟ้องนักแสดงสาวจะเป็นการสิ้นสุดคดีสำหรับครอบครัวของเธอ แต่การตัดสินจำคุกหัวหน้าขบวนการด้วยระยะเวลาที่ยาวนานสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยในการจัดการกับคดีฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายอัยการจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งยกฟ้องครอบครัวไชยเดชหรือไม่ หรือจะมีการติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ Forex-3D มาคืนให้แก่ผู้เสียหายเพิ่มเติมอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าทางคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

ศาลยกฟ้อง 'พิ้งกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลยกฟ้อง 'พิ้งกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D

ศาลอาญากรุงเทพฯ มีคำพิพากษายกฟ้องนักแสดงสาว 'พิ้งกี้' สาวิกา ไชยเดช และสมาชิกในครอบครัว ในคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่เป็นข่าวโด่งดัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลยกฟ้อง 'พิ้งกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D

แหล่งข่าวเดียว
ศาลยกฟ้อง 'พิ้งกี้ สาวิกา' และครอบครัวในคดีฉ้อโกง Forex-3D

ศาลอาญากรุงเทพฯ มีคำพิพากษายกฟ้องนักแสดงสาว 'พิ้งกี้' สาวิกา ไชยเดช และสมาชิกในครอบครัว ในคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่เป็นข่าวโด่งดัง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D (คดีหมายเลขดำ อ 853/2564) โดยศาลมีคำสั่งยกฟ้องนักแสดงสาว 'พิ้งกี้' สาวิกา ไชยเดช, นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชาย จากทุกข้อกล่าวหา คดีดังกล่าวมีจำเลยรวม 24 คน รวมถึงนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex-3D โดยจำเลยถูกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อัยการโจทก์ระบุว่ากลุ่มจำเลยมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนที่ฉ้อโกง ซึ่งสร้างความเสียหายรวมเกือบ 2.5 พันล้านบาท โดยมีผู้เสียหายจำนวน 9,842 รายเข้าแจ้งความดำเนินคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญในคดีที่อยู่ในความสนใจของสื่อบันเทิงและแวดวงกฎหมายไทยมานานหลายปี แม้ว่าการยกฟ้องจะทำให้พิ้งกี้และครอบครัวพ้นจากความรับผิดทางอาญาในคดีนี้ แต่ผลทางกฎหมายในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับจำเลยรายอื่นและการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายหลายพันรายยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นคดีความซับซ้อนที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าคำตัดสินของศาลนี้มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาต่อครอบครัวไชยเดชโดยเฉพาะ ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของจำเลยรายอื่นหรือการอุทธรณ์ของอัยการนั้นยังไม่มีการยืนยันในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

รมว.ทรัพยากรฯ สั่งสอบสวนกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รมว.ทรัพยากรฯ สั่งสอบสวนกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบรายงานการลักลอบทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รมว.ทรัพยากรฯ สั่งสอบสวนกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ทรัพยากรฯ สั่งสอบสวนกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบรายงานการลักลอบทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการอย่างเป็นทางการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามและตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการกำจัดของเสียจากโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพดินและน้ำในบริเวณที่มีการรายงานว่ามีการลักลอบทิ้งของเสีย แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างแน่ชัดยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมควบคุมมลพิษได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและระบุแหล่งที่มาของของเสียดังกล่าว ยังคงต้องยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดหรือเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกำจัดของเสียที่ผิดกฎหมายในวงกว้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เปิดเผยผลสรุปเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือแหล่งกำเนิดทางอุตสาหกรรมที่แน่ชัดของของเสียดังกล่าว ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:20 UTC

ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์แจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์แจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

“นีน” ชัชชญา สำเริงราชย์ ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตตำรวจ หลังถูกคุกคามทางเพศและบุกรุกบ้านพักต่อเนื่องนาน 5 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์แจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์แจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

“นีน” ชัชชญา สำเริงราชย์ ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตตำรวจ หลังถูกคุกคามทางเพศและบุกรุกบ้านพักต่อเนื่องนาน 5 ปี

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 น.ส.ชัชชญา สำเริงราชย์ หรือ “นีน” ดาราสาวและอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมด้วยทีมทนายความจากมูลนิธิองค์กรทำความดี นำโดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีกับชายวัย 35 ปี ซึ่งระบุว่าเป็นอดีตตำรวจ ในข้อหาคุกคามทางเพศและบุกรุกเคหสถานในพื้นที่เขตบึงกุ่ม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ดาราสาวระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาการคุกคามที่ยืดเยื้อ แม้ผู้เสียหายจะให้การเกี่ยวกับระยะเวลา 5 ปีของการถูกติดตามและบุกรุก แต่คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรกับหลักฐานที่ได้รับ และผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเผชิญกับข้อหาอย่างเป็นทางการในชั้นศาลหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานและกรอบเวลาของการสอบสวนปรากฏออกมาในขณะที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

ดาราสาวชื่อดังได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาว่าถูกคุกคามทางเพศและบุกรุกบ้านในยามวิกาลมานานถึง 5 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
ดาราสาวแจ้งความเอาผิดอดีตตำรวจข้อหาคุกคามทางเพศ

ดาราสาวชื่อดังได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาว่าถูกคุกคามทางเพศและบุกรุกบ้านในยามวิกาลมานานถึง 5 ปี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ดาราสาวชาวไทยได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการกับอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยดาราสาวกล่าวหาว่าเธอถูกคุกคามทางเพศอย่างต่อเนื่องและมีการบุกรุกเข้ามาในบ้านพักของเธอในยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี

ในคำให้การต่อเจ้าหน้าที่ ดาราสาวได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนบุคคลและการใช้อำนาจในทางที่ผิด ซึ่งอาจเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับระเบียบการด้านความปลอดภัยในท้องถิ่น รวมถึงการตอบสนองทางกฎหมายต่อการคุกคาม

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน รวมถึงหลักฐานเฉพาะที่นำเสนอต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้สาธารณชนและสื่อมวลชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากทีมสืบสวนในระหว่างที่ดำเนินการตามคำร้อง สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบันทึกเหตุการณ์การคุกคามและใช้ช่องทางที่เป็นทางการในการรายงานพฤติกรรมทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

ข้าราชการ กอ.รมน. ร้องรัฐสภาปมทุจริตโครงการโซลาร์เซลล์ภูเก็ต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้าราชการ กอ.รมน. ร้องรัฐสภาปมทุจริตโครงการโซลาร์เซลล์ภูเก็ต

ข้าราชการสังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ภูเก็ตช่วงปี 2557-2559

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้าราชการ กอ.รมน. ร้องรัฐสภาปมทุจริตโครงการโซลาร์เซลล์ภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
ข้าราชการ กอ.รมน. ร้องรัฐสภาปมทุจริตโครงการโซลาร์เซลล์ภูเก็ต

ข้าราชการสังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ภูเก็ตช่วงปี 2557-2559

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.ณศิภัสร์ ชัยวิมนสิทธิ์ ข้าราชการสังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยผู้ร้องเรียนระบุว่าตนถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและตกเป็นแพะรับบาปในกระบวนการสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ของ กอ.รมน. จังหวัดภูเก็ต ซึ่งดำเนินงานในช่วงปี 2557-2559

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โครงการดังกล่าวประสบปัญหาทางเทคนิค โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถเก็บพลังงานได้ น.ส.ณศิภัสร์ ระบุว่าการสอบสวนที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2564 ยังคงไม่มีข้อสรุป และตนถูกมองว่าเป็นผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ เธอยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีการระบุว่าเธอมีส่วนได้ส่วนเสียมูลค่า 1,000 ล้านบาทในพื้นที่หาดยะนุ้ย โดยยืนยันว่าไม่เคยลงพื้นที่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตใดๆ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐและความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานรัฐในจังหวัดภูเก็ต แม้ว่าคณะกรรมาธิการฯ จะรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตและความเป็นธรรมของกระบวนการสอบสวนทางวินัยยังคงต้องรอการยืนยันจากการตรวจสอบของรัฐสภาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ชัยชนะปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก. สภ.ทุ่งใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชัยชนะปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก. สภ.ทุ่งใหญ่

นายชัยชนะได้เข้าพบตำรวจเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจทุ่งใหญ่ ในขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชัยชนะปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก. สภ.ทุ่งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ชัยชนะปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก. สภ.ทุ่งใหญ่

นายชัยชนะได้เข้าพบตำรวจเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจทุ่งใหญ่ ในขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตบบ้องหูรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่

ในระหว่างการดำเนินการ นายชัยชนะได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ในทางกลับกัน ผู้เสียหายซึ่งเป็นรองผู้กำกับการได้ให้การยืนยันว่าเหตุทะเลาะวิวาทมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะช่วยหาเสียงทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไป แม้เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเรื่องเฉพาะกรณี แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองในพื้นที่ ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลทางกฎหมายหรือกำหนดการนัดหมายของศาล ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นแสดงความเห็นต่อกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์และความเท่าเทียมทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นแสดงความเห็นต่อกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์และความเท่าเทียมทางเพศ

มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นทรงแสดงความรู้สึกที่ซับซ้อนเกี่ยวกับกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์ของประเทศ โดยเน้นย้ำความเชื่อของพระองค์ว่าไม่มีความแตกต่างพื้นฐานระหว่างชายและหญิง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นแสดงความเห็นต่อกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์และความเท่าเทียมทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นแสดงความเห็นต่อกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์และความเท่าเทียมทางเพศ

มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นทรงแสดงความรู้สึกที่ซับซ้อนเกี่ยวกับกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์ของประเทศ โดยเน้นย้ำความเชื่อของพระองค์ว่าไม่มีความแตกต่างพื้นฐานระหว่างชายและหญิง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นได้ทรงแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์ของประเทศต่อสาธารณะ ในระหว่างการแสดงความคิดเห็น มกุฎราชกุมารทรงระบุว่าพระองค์มีความรู้สึกที่หลากหลายเกี่ยวกับกรอบกฎหมายปัจจุบันที่ควบคุมราชบัลลังก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ทรงแสดงความเชื่อว่าไม่มีความแตกต่างโดยเนื้อแท้ระหว่างชายและหญิง ซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่สะท้อนถึงการอภิปรายระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสืบราชสันตติวงศ์โดยสตรีในระบอบกษัตริย์ญี่ปุ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพสังคมและการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกับราชอาณาจักรไทย แม้ว่าความคิดเห็นของมกุฎราชกุมารจะสะท้อนถึงมุมมองส่วนพระองค์เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ แต่ก็เน้นย้ำถึงหัวข้อการอภิปรายที่สำคัญภายในราชวงศ์ญี่ปุ่น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือการแก้ไขกฎหมายพระราชวังอิมพีเรียลหรือไม่ ในขณะนี้ การสืบราชสันตติวงศ์ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่เดิม และข้อสังเกตของมกุฎราชกุมารถือเป็นการสะท้อนถึงจุดยืนส่วนพระองค์ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ประกาศใช้จริง ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามว่าการอภิปรายเหล่านี้อาจส่งผลต่อการถกเถียงในอนาคตเกี่ยวกับโครงสร้างของระบอบกษัตริย์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาไอซ์ 300 กก. ในเชียงราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาไอซ์ 300 กก. ในเชียงราย

กองกำลังความมั่นคงไทยสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในเชียงราย ยึดของกลางยาไอซ์ 300 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาไอซ์ 300 กก. ในเชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สกัดจับยาไอซ์ 300 กก. ในเชียงราย

กองกำลังความมั่นคงไทยสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในเชียงราย ยึดของกลางยาไอซ์ 300 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. ปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยปราบปรามยาเสพติดเชียงรายและหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง สามารถสกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ได้สำเร็จ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับขบวนรถที่กำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นยาไอซ์บรรจุในกระสอบจำนวน 9 ใบ รวมน้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายในที่เกิดเหตุ ในขณะที่ผู้ร่วมขบวนการรายอื่นสามารถหลบหนีไปได้ ขบวนรถดังกล่าวประกอบด้วยรถยนต์ 4 คัน รวมถึงรถฮอนด้า ซิตี้ สีเขียวที่ใช้บรรทุกยาเสพติด และรถโตโยต้า ยาริส สีเทา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ แม้ภัยคุกคามจากขบวนรถนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอื่นในภูมิภาคหรือไม่ หรือจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมในอนาคต นักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงรายควรทราบว่าอาจมีการเพิ่มความเข้มงวดที่จุดตรวจความมั่นคงในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ทางการไทยยึดสินค้าเกษตรเถื่อนกว่า 21 ตัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยยึดสินค้าเกษตรเถื่อนกว่า 21 ตัน

หน่วยเฉพาะกิจของกระทรวงเกษตรฯ สกัดจับการลักลอบขนส่งเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายได้ 2 คดี ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยยึดสินค้าเกษตรเถื่อนกว่า 21 ตัน

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยยึดสินค้าเกษตรเถื่อนกว่า 21 ตัน

หน่วยเฉพาะกิจของกระทรวงเกษตรฯ สกัดจับการลักลอบขนส่งเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายได้ 2 คดี ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2569

ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศพร.) ได้ดำเนินปฏิบัติการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เจ้าหน้าที่สามารถยึดสินค้าเนื้อสัตว์ลักลอบนำเข้าได้รวม 21.72 ตัน จากเหตุการณ์แยกกัน 2 กรณี

ปฏิบัติการครั้งแรกเกิดขึ้นในจังหวัดชุมพร โดยเจ้าหน้าที่ยึดเนื้อโคแช่แข็งได้ 20 ตัน มูลค่าประมาณ 2.8 ล้านบาท ส่วนปฏิบัติการครั้งที่สองเกิดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำโขงในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งสามารถยึดหนังสุกรที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านได้อีก 1.72 ตัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การยึดสินค้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการควบคุมความปลอดภัยทางอาหารและป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ มาตรการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสนับสนุนมาตรฐานการเกษตรในท้องถิ่น

แม้ว่าทางการจะยืนยันการยึดสินค้าและการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับความพยายามลักลอบขนส่งสินค้าเหล่านี้ และขณะนี้การสอบสวนกำลังขยายผลเพื่อตรวจสอบขอบเขตของเครือข่ายผิดกฎหมายดังกล่าว คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้าปราบปรามการค้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

เจ้าหน้าที่สกัดจับเนื้อโคเถื่อน 20 ตันในจังหวัดชุมพร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สกัดจับเนื้อโคเถื่อน 20 ตันในจังหวัดชุมพร

หน่วยเฉพาะกิจร่วมยึดเนื้อโคแช่แข็งไม่มีเอกสารรับรองน้ำหนัก 20,000 กิโลกรัมในจังหวัดชุมพร สกัดกั้นการขนส่งไปยังสมุทรสาคร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สกัดจับเนื้อโคเถื่อน 20 ตันในจังหวัดชุมพร

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สกัดจับเนื้อโคเถื่อน 20 ตันในจังหวัดชุมพร

หน่วยเฉพาะกิจร่วมยึดเนื้อโคแช่แข็งไม่มีเอกสารรับรองน้ำหนัก 20,000 กิโลกรัมในจังหวัดชุมพร สกัดกั้นการขนส่งไปยังสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจบูรณาการหลายหน่วยงานที่เรียกว่า 'ศพร.' ได้สกัดจับรถบรรทุก 22 ล้อในจังหวัดชุมพร ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เจ้าหน้าที่ตรวจพบเนื้อโคแช่แข็งจำนวน 20,000 กิโลกรัมภายในรถ มูลค่าประมาณ 2.8 ล้านบาท โดยสินค้าดังกล่าวถูกขนส่งจากภาคใต้ของประเทศไทยมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสมุทรสาคร

จากการตรวจสอบพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตนำเข้าและเคลื่อนย้ายตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าปราบปรามการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางอาหารและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ แม้ว่าภัยคุกคามจากสินค้าล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในภูมิภาคยังคงเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายขนาดใหญ่หรือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า ผู้บริโภคควรตระหนักถึงมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร แม้ว่าจะยังไม่มีการออกคำเตือนด้านสุขภาพสำหรับสาธารณชนโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:02 UTC

สส.ชัยชนะ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สส.ชัยชนะ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. ได้เข้าพบตำรวจเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการในงานศพ โดยอ้างว่าเป็นการหยอกล้อกันตามประสาญาติพี่น้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สส.ชัยชนะ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
สส.ชัยชนะ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. ได้เข้าพบตำรวจเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการในงานศพ โดยอ้างว่าเป็นการหยอกล้อกันตามประสาญาติพี่น้อง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สส. ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อชี้แจงกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าเขาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ในงานศพแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งใหญ่

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ นายชัยชนะได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสาธารณะ โดยยืนยันว่าการกระทำของเขาเป็นเพียงการหยิกหูหยอกล้อกันตามประสาญาติพี่น้องเท่านั้น และแสดงความกังวลว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเขาและภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทสาธารณะระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แม้ว่า สส. จะยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ทางตำรวจได้เริ่มกระบวนการสอบปากคำ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รองผู้กำกับการที่เกี่ยวข้อง และกำลังดำเนินการตามคำร้องทุกข์ที่แจ้งความดำเนินคดีกับ สส. รายดังกล่าว ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และสาธารณชนกำลังรอผลสรุปเพิ่มเติมจากตำรวจภูธรเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังดำเนินการอยู่ ผลสรุปสุดท้ายจึงต้องรอการยืนยันจากกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

รัฐมนตรีสุชาติสั่งลุยตรวจโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในนครราชสีมา หลังประชาชนร้องเรียนเรื่องมลพิษทางเสียงและฝุ่นละออง

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

ได้รับการยืนยัน
ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

รัฐมนตรีสุชาติสั่งลุยตรวจโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในนครราชสีมา หลังประชาชนร้องเรียนเรื่องมลพิษทางเสียงและฝุ่นละออง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการปฏิบัติการประสานงานเพื่อเข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา การกวาดล้างครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับมลพิษทางเสียงและฝุ่นละอองที่เกิดจากการประกอบกิจการของโรงงานดังกล่าว

ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหลายประการ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องจักรได้ 99 เครื่อง และไม้เกือบ 30 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีการจับกุมบุคคล 22 รายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กระทรวงฯ เน้นย้ำว่าการดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อบังคับใช้กฎหมายป่าไม้อย่างเข้มงวด โปร่งใส และเป็นธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการแก้ไขข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอุตสาหกรรม แม้ว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายในทันทีแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพอากาศในท้องถิ่นและระดับเสียงยังคงต้องติดตามต่อไป นอกจากนี้ ผลทางกฎหมายเฉพาะสำหรับบุคคลทั้ง 22 รายที่ถูกควบคุมตัวและสถานะในอนาคตของอุปกรณ์ที่ถูกยึดนั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการทางศาลที่กำลังดำเนินอยู่ ทางการได้ส่งสัญญาณว่าจะยังคงตรวจสอบโรงงานดังกล่าวต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

หลังจากมีประชาชนร้องเรียนเรื่องมลพิษทางเสียงและฝุ่นละออง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดและยึดอุปกรณ์จำนวนมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
ทางการบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในนครราชสีมา

หลังจากมีประชาชนร้องเรียนเรื่องมลพิษทางเสียงและฝุ่นละออง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดและยึดอุปกรณ์จำนวนมาก

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เปิดปฏิบัติการประสานงานเข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ 8 แห่งในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบหลังจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงดังรบกวนและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากการประกอบกิจการของโรงงานดังกล่าว

ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกรมป่าไม้และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ส่งผลให้มีการยึดเครื่องจักร 99 เครื่อง และไม้เกือบ 30 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีการจับกุมผู้กระทำผิดรวม 22 ราย นายสุชาติเน้นย้ำว่ากระทรวงฯ มุ่งมั่นที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดที่ทำลายทรัพยากรของชาติหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยระบุว่าจะไม่มีการละเว้นผู้มีอิทธิพลรายใดจากกฎระเบียบเหล่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การปราบปรามครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการควบคุมกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและระดับเสียงในท้องถิ่น แม้ว่าการประกอบกิจการที่ผิดกฎหมายในทันทีจะถูกระงับไปแล้ว แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าโรงงานเหล่านี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องก่อนการตรวจสอบหรือไม่ และผู้ถูกจับกุมทั้ง 22 รายจะต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายอย่างไรในขณะที่การสอบสวนขยายผลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:39 UTC

DSI รวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีแชร์ลูกโซ่ 'แม่มณี'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI รวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีแชร์ลูกโซ่ 'แม่มณี'

ทางการไทยจับกุมหญิงสาวในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวในฐานะแม่ทีมชักชวนลงทุนในคดีฉ้อโกง 'แม่มณี' ที่โด่งดัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI รวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีแชร์ลูกโซ่ 'แม่มณี'

แหล่งข่าวเดียว
DSI รวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีแชร์ลูกโซ่ 'แม่มณี'

ทางการไทยจับกุมหญิงสาวในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวในฐานะแม่ทีมชักชวนลงทุนในคดีฉ้อโกง 'แม่มณี' ที่โด่งดัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นแม่ทีมชักชวนลงทุนในแชร์ 'แม่มณี'

คดี 'แม่มณี' เป็นแชร์ลูกโซ่ที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ซึ่งได้หลอกลวงเหยื่อจำนวนมากด้วยการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยมีการอ้างอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 93% ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอดจนกระทั่งถูกจับกุมได้ในปฏิบัติการล่าสุดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินกว่าอัตราตลาดทั่วไป แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแชร์ดังกล่าว แต่ขอบเขตเครือข่ายทั้งหมดของผู้ต้องหาและจำนวนเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการชักชวนของเธอยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมโดย DSI ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อได้รับการเสนอโอกาสในการลงทุนที่การันตีผลกำไรที่สูงเกินจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

ฉลอง เรี่ยวแรง ยังคงถูกคุมขังหลังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ฉลอง เรี่ยวแรง ยังคงถูกคุมขังหลังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม

อดีตนักการเมือง ฉลอง เรี่ยวแรง ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลังถูกจับกุมในคดีบุกยิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ธงชัย เย็นประเสริฐ เสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ฉลอง เรี่ยวแรง ยังคงถูกคุมขังหลังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ฉลอง เรี่ยวแรง ยังคงถูกคุมขังหลังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม

อดีตนักการเมือง ฉลอง เรี่ยวแรง ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลังถูกจับกุมในคดีบุกยิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ธงชัย เย็นประเสริฐ เสียชีวิต

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายฉลอง เรี่ยวแรง วัย 71 ปี ได้ใช้เวลาคืนที่สองในการถูกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี นายฉลองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ควบคุมตัวหลังจากเหตุการณ์บุกยิง นายธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต โดยศาลได้ปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของเขา

รายงานจากกระทรวงยุติธรรมระบุว่า นายฉลองกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องกักโรคโควิด-19 เจ้าหน้าที่เรือนจำตั้งข้อสังเกตว่าเขามีอาการนอนหลับยาก ซึ่งเป็นภาวะที่เขาเคยจัดการด้วยยามาก่อนที่จะถูกคุมขัง เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กำลังติดตามสุขภาพของเขา โดยเน้นไปที่โรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง แม้ว่าการตรวจสุขภาพล่าสุดจะพบว่าความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย แต่เขายังไม่มีอาการวิงเวียนศีรษะหรือปวดศีรษะ ทั้งนี้มีการนัดหมายประเมินอาการทางการแพทย์อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้ถือเป็นคดีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองในท้องถิ่น แม้ว่าเหตุการณ์จะอยู่ในกระบวนการของระบบยุติธรรม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเคลื่อนไหวทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ในขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากศาลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีและสถานะสุขภาพของผู้ต้องหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:58 UTC

รวบหนุ่มจีนในกรุงเทพฯ คดีฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มจีนในกรุงเทพฯ คดีฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยจับกุมชายชาวจีนวัย 41 ปีในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในประเทศจีนในข้อหาฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่จอดรถ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มจีนในกรุงเทพฯ คดีฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มจีนในกรุงเทพฯ คดีฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยจับกุมชายชาวจีนวัย 41 ปีในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในประเทศจีนในข้อหาฉ้อโกงเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่จอดรถ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยได้เข้าจับกุมชายชาวจีนวัย 41 ปี ทราบชื่อคือ นายเหอ ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นโดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 โดยประสานงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายเหอเป็นบุคคลตามหมายจับระหว่างประเทศที่ออกโดยทางการจีน โดยถูกกล่าวหาว่าระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมายผ่านการจัดตั้งบริษัทเอกชนในเมืองเซินเจิ้น รูปแบบธุรกิจคือการพัฒนาและให้เช่าที่จอดรถในเมืองเซินเจิ้นและกวางโจวซึ่งมีความต้องการสูง ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าระดมเงินจากนักลงทุนกว่า 50 ล้านบาทเพื่อขยายกิจการ ก่อนที่จะหยุดจ่ายเงินปันผลและหลบหนีออกนอกประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการติดตามและจับกุมชาวต่างชาติที่มีหมายจับค้างเก่าในประเทศบ้านเกิด แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่กำหนดการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการเข้าร่วมโครงการลงทุนส่วนบุคคล โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC