ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี 'หมอสรณ' แล้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี 'หมอสรณ' แล้ว

ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดีที่หมอสรณฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี 'หมอสรณ' แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี 'หมอสรณ' แล้ว

ศาลปกครองกลางเสร็จสิ้นการไต่สวนคดีที่หมอสรณฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้ดำเนินการไต่สวนคดีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง กรณีที่หมอสรณยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามรายงานของ Matichon Online กระบวนการพิจารณาคดีมุ่งเน้นไปที่ข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่ผู้ฟ้องคดีได้นำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาของหน่วยงานกำกับดูแลดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คดีนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและผู้นำของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ การตัดสินใจของ กสทช. ส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การดำเนินงานของเครือข่ายมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

แม้ว่าศาลจะเสร็จสิ้นการไต่สวนเบื้องต้นแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องรอการตัดสิน โดยศาลได้กำหนดวันอ่านคำพิพากษาอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กันยายน 2569 จนกว่าจะถึงวันดังกล่าว ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อองค์ประกอบของ กสทช. และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายการกำกับดูแลในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำตัดสินของศาลเพื่อทำความเข้าใจว่ากระบวนการสรรหาในปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป หรือจะต้องมีการดำเนินการทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีคุณสมบัติประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายนนี้ สำหรับคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีคุณสมบัติประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายนนี้ สำหรับคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้ดำเนินการไต่สวนเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ในคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งระบุว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น

นพ.สรณ ได้เดินทางมาให้ปากคำด้วยตนเองในการไต่สวนครั้งนี้ ภายหลังการพิจารณา ศาลได้มีคำสั่งห้ามสื่อมวลชนรายงานข่าวหรือสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องภายในเขตพื้นที่ศาล โดย นพ.สรณ ได้เดินทางกลับทันทีหลังจบการไต่สวนและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ตามรายงานจากสำนักงาน กสทช. ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายน 2569 สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ คดีนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นผู้นำและเสถียรภาพในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมของประเทศไทย แม้ว่าศาลจะเสร็จสิ้นการไต่สวนเบื้องต้นแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันในวันนัดหมายดังกล่าว ซึ่งคำพิพากษาจะชี้ชัดว่าประธาน กสทช. คนปัจจุบันจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ หรือกระบวนการสรรหาจะต้องเข้าสู่การตรวจสอบทางกฎหมายเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:22 UTC

ข้อพิพาทสาธารณะบานปลาย: ปู่มหามุนีฟ้องกลับ หรั่ง พระนคร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทสาธารณะบานปลาย: ปู่มหามุนีฟ้องกลับ หรั่ง พระนคร

ความขัดแย้งระหว่างคนดังในโซเชียลมีเดีย ปู่มหามุนี และ หรั่ง พระนคร ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างยื่นฟ้องหมิ่นประมาทซึ่งกันและกัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทสาธารณะบานปลาย: ปู่มหามุนีฟ้องกลับ หรั่ง พระนคร

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทสาธารณะบานปลาย: ปู่มหามุนีฟ้องกลับ หรั่ง พระนคร

ความขัดแย้งระหว่างคนดังในโซเชียลมีเดีย ปู่มหามุนี และ หรั่ง พระนคร ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างยื่นฟ้องหมิ่นประมาทซึ่งกันและกัน

ความขัดแย้งในที่สาธารณะระหว่างคนดังในโซเชียลมีเดีย ปู่มหามุนี และ หรั่ง พระนคร ได้ยกระดับกลายเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ข้อพิพาทนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากมีการเผชิญหน้ากันทางออนไลน์และมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงระหว่างการไลฟ์สด

หรั่ง พระนคร ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อปู่มหามุนี โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยอ้างว่าความคิดเห็นของปู่มหามุนีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ 'เสือ ดุสิต' ทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายอย่างมาก ในการตอบโต้ ปู่มหามุนีได้ประกาศฟ้องกลับโดยระบุว่าตั้งใจจะเรียกค่าเสียหายจำนวน 3 ล้านบาท ปู่มหามุนีชี้แจงว่าเขาจะดำเนินการตามกฎหมายผ่านช่องทางของตำรวจแทนการเผชิญหน้าโดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงลักษณะของข้อพิพาทออนไลน์ในประเทศไทยที่มีการฟ้องร้องมากขึ้น แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างบุคคลสาธารณะทั้งสอง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงภายใต้กฎหมายหมิ่นประมาทของไทย ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะจัดการกับข้อเรียกร้องที่ขัดแย้งกันนี้อย่างไร และทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้หรือจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:23 UTC

รัฐบาลไทยหารือแนวทางยุติความขัดแย้ง 20 ปี และการลบประวัติอาชญากรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยหารือแนวทางยุติความขัดแย้ง 20 ปี และการลบประวัติอาชญากรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่ยืดเยื้อ โดยมุ่งเน้นไปที่การยุติคดีและการลบประวัติอาชญากรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยหารือแนวทางยุติความขัดแย้ง 20 ปี และการลบประวัติอาชญากรรม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยหารือแนวทางยุติความขัดแย้ง 20 ปี และการลบประวัติอาชญากรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่ยืดเยื้อ โดยมุ่งเน้นไปที่การยุติคดีและการลบประวัติอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่าในการประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วม อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รวมถึงตัวแทนจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรม

วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือการหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ ประเด็นสำคัญของการหารือคือความเป็นไปได้ในการยุติคดีความที่ยังค้างคาอยู่ และการลบประวัติอาชญากรรมอย่างเป็นระบบสำหรับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อพิพาทระยะยาวเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในแนวทางการจัดการความตึงเครียดทางสังคมและการเมืองในอดีตของรัฐบาลไทย หากมีการนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติจริง อาจส่งผลให้มีการลบประวัติของบุคคลจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะทางกฎหมายและโอกาสในอนาคตของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เกณฑ์เฉพาะสำหรับคดีที่จะเข้าข่ายได้รับการยุติหรือลบประวิทยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ประชาชนควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานและกรอบกฎหมายที่จะใช้บังคับ เนื่องจากการหารือนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเชิงนโยบาย จึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของบุคคลใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:03 UTC

รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายให้ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต เข้าพบพนักงานสอบสวนในคดีถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยมีนอมินีต่างชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายให้ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต เข้าพบพนักงานสอบสวนในคดีถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยมีนอมินีต่างชาติ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ 3) ให้ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าพบพนักงานสอบสวน กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติโดยใช้ชื่อผู้อื่น (นอมินี)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า กำหนดการที่นายสมชาติจะต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่คือวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่นายสมชาติได้ร้องขอมา พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่าหากนายสมชาติไม่มาตามหมายเรียก ดีเอสไอจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย โดยจะไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินการขอออกหมายจับตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของภาครัฐเกี่ยวกับการใช้ตัวแทนหรือนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการถือครองอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่นักการเมืองรายหนึ่ง แต่ก็เป็นการย้ำเตือนถึงการบังคับใช้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ต้องติดตามต่อไปว่านายสมชาติจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกครั้งสุดท้ายนี้หรือไม่ หรือดีเอสไอจะดำเนินการขอออกหมายจับหลังจากพ้นกำหนดวันที่ 28 กันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:02 UTC

ชาวบ้านภูเก็ตร้องศูนย์ดำรงธรรมขอความช่วยเหลือกรณีพิพาทที่ดิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านภูเก็ตร้องศูนย์ดำรงธรรมขอความช่วยเหลือกรณีพิพาทที่ดิน

สส.ภูเก็ตเข้าช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนโคกโตนดที่กำลังเผชิญกับการถูกฟ้องขับไล่จากปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่มีมาอย่างยาวนาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชาวบ้านภูเก็ตร้องศูนย์ดำรงธรรมขอความช่วยเหลือกรณีพิพาทที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านภูเก็ตร้องศูนย์ดำรงธรรมขอความช่วยเหลือกรณีพิพาทที่ดิน

สส.ภูเก็ตเข้าช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนโคกโตนดที่กำลังเผชิญกับการถูกฟ้องขับไล่จากปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่มีมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน (ปชน.) จังหวัดภูเก็ต ได้นำกลุ่มชาวบ้านจากชุมชนโคกโตนดเข้ายื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอให้มีการตรวจสอบและช่วยเหลือกรณีข้อพิพาทที่ดินซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

ตามรายงานระบุว่า สมาชิกในชุมชนกำลังเผชิญกับคดีความที่มุ่งเน้นการขับไล่ออกจากที่ดินที่อยู่อาศัย ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิในที่ดินและให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน การที่ตัวแทนจากรัฐสภาเข้ามามีส่วนร่วมสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของสิทธิการถือครองที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ซึ่งข้อพิพาทด้านทรัพย์สินอาจนำไปสู่ความท้าทายทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่น แม้ว่า สส. จะกำลังประสานงานกับหน่วยงานรัฐเพื่อหาทางออก แต่ผลลัพธ์ของกระบวนการทางกฎหมายยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเฉพาะอย่างไรในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือคำสั่งขับไล่จะถูกระงับไว้ชั่วคราวระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสถานะทางกฎหมายของชุมชนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:01 UTC

กำนันตำบลในเกาะกงถูกตั้งข้อหารับสินบนและฟอกเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กำนันตำบลในเกาะกงถูกตั้งข้อหารับสินบนและฟอกเงิน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเกาะกง ประเทศกัมพูชา เผชิญข้อหาทางอาญาร้ายแรงจากการถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกให้กับการปฏิบัติการฉ้อโกงบนที่ดินส่วนตัวของเขา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กำนันตำบลในเกาะกงถูกตั้งข้อหารับสินบนและฟอกเงิน

แหล่งข่าวเดียว
กำนันตำบลในเกาะกงถูกตั้งข้อหารับสินบนและฟอกเงิน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเกาะกง ประเทศกัมพูชา เผชิญข้อหาทางอาญาร้ายแรงจากการถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกให้กับการปฏิบัติการฉ้อโกงบนที่ดินส่วนตัวของเขา

ตามรายงานจาก Matichon Online กำนันตำบลแห่งหนึ่งในเกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในคดีรับสินบนและฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ากำนันรายนี้ใช้ที่ดินของตนเองเป็นฐานปฏิบัติการสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมฉ้อโกง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการทลายปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งแพร่ระบาดในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อกล่าวหาจะมีความสำคัญ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และขอบเขตที่แน่ชัดของการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รายนี้หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน

นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังในการทำธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารทางออนไลน์ และตระหนักถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่ามีการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงและผู้สมรู้ร่วมคิดปรากฏออกมาในขณะที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินต่อไป SawaLife จะติดตามรายงานจากแหล่งข่าวทางการอย่างต่อเนื่องเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:01 UTC

รุทธพลยืนยันฟ้องภาวุธคดี Forex สัปดาห์นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รุทธพลยืนยันฟ้องภาวุธคดี Forex สัปดาห์นี้

รุทธพลประกาศแผนการฟ้องร้องภาวุธในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับ Forex พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ในการออกหมายจับ สส. พรรคประชาชน ที่ไม่มาตามหมายเรียก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รุทธพลยืนยันฟ้องภาวุธคดี Forex สัปดาห์นี้

แหล่งข่าวเดียว
รุทธพลยืนยันฟ้องภาวุธคดี Forex สัปดาห์นี้

รุทธพลประกาศแผนการฟ้องร้องภาวุธในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับ Forex พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ในการออกหมายจับ สส. พรรคประชาชน ที่ไม่มาตามหมายเรียก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 รุทธพลได้ยืนยันว่าจะเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับภาวุธในสัปดาห์นี้ที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex การประกาศครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่และได้รับความสนใจจากสาธารณชน

นอกเหนือจากการฟ้องร้องภาวุธแล้ว รุทธพลยังได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังไปยังสมาชิกพรรคประชาชน (PChN) โดยระบุว่าหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคไม่มาปรากฏตัวตามหมายเรียกอย่างเป็นทางการ เขาจะดำเนินการขอให้ออกหมายจับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางการเมืองและทางกฎหมายเพิ่มขึ้น แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลและนักการเมืองเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามกระบวนการทางกฎหมายในท้องถิ่น เนื่องจากคดีดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวงกว้างหรือการชุมนุมสาธารณะได้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ Forex ยังคงมีจำกัด และกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการยื่นฟ้องรวมถึงความเป็นไปได้ในการออกหมายจับ สส. ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามเอกสารทางศาลอย่างเป็นทางการหรือแถลงการณ์จากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของผลกระทบทางกฎหมายอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:40 UTC

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. ถอนสถานะพยานคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. ถอนสถานะพยานคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขอให้เพิกถอนสถานะพยานของบุคคล 3 รายที่กลับคำให้การในคดีการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. ถอนสถานะพยานคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. ถอนสถานะพยานคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขอให้เพิกถอนสถานะพยานของบุคคล 3 รายที่กลับคำให้การในคดีการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเพิกถอนการกันบุคคลไว้เป็นพยานจำนวน 3 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวนกรณีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าพยานกลุ่มนี้ได้กลับคำให้การเดิม ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าการให้ความร่วมมืออาจไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมาย เขาเรียกร้องให้ กกต. เร่งดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลเหล่านี้ในข้อหาให้การเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ กกต. ได้แถลงเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาว่ามีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือกตั้ง สว. รวม 77 คน โดย กกต. เลือกที่จะไม่ฟ้องคณะกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน แต่เน้นไปที่การฟ้องร้อง สว. จำนวน 26 คน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องนี้อย่างไร และการกลับคำให้การของพยานจะมีผลกระทบต่อรูปคดีของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 77 คนหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากทางคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:41 UTC

DSI เตรียมส่งฟ้องคดี Forex-3D ภายในสัปดาห์นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI เตรียมส่งฟ้องคดี Forex-3D ภายในสัปดาห์นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะสรุปสำนวนคดี Forex-3D ส่งให้อัยการภายในสัปดาห์นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI เตรียมส่งฟ้องคดี Forex-3D ภายในสัปดาห์นี้

แหล่งข่าวเดียว
DSI เตรียมส่งฟ้องคดี Forex-3D ภายในสัปดาห์นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะสรุปสำนวนคดี Forex-3D ส่งให้อัยการภายในสัปดาห์นี้

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมสรุปสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D เพื่อส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในสัปดาห์นี้ โดยการสอบสวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายราย ซึ่งรัฐมนตรีระบุชัดเจนว่า DSI กำลังดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ภาวุธ' และ 'ฟิล์ม'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในมหากาพย์ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Forex-3D ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีดาราและบุคคลสาธารณะหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าการส่งสำนวนให้อัยการจะเป็นขั้นตอนทางกระบวนการ แต่ยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป และพนักงานอัยการจะตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ถูกระบุชื่ออย่างไร หรือจะมีผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมในคดีนี้หรือไม่ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่านี่เป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจาก DSI หรือสำนักงานอัยการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:22 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดสุพรรณบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดสุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.7) ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อประสานงานกระบวนการขออนุญาตสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดสุพรรณบุรี

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดสุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.7) ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อประสานงานกระบวนการขออนุญาตสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.7) ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในกระบวนการขออนุญาตอย่างเป็นทางการสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่ถูกระบุว่ามีการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของที่ดินในพื้นที่ การตรวจสอบนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำและลำคลอง การตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งปลูกสร้างได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการไหลเวียนของน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ หากคุณเป็นเจ้าของหรือกำลังวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใกล้แหล่งน้ำในจังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าการก่อสร้างทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายการจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายหรือคำสั่งให้รื้อถอนในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อทรัพย์สินหรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการประสานงานในครั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าการลงพื้นที่นี้จะนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในทันที หรือเป็นเพียงขั้นตอนการให้คำแนะนำเพื่อให้เจ้าของที่ดินดำเนินการปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดในการปฏิบัติตามกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:43 UTC

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. เพิกถอนการคุ้มครองพยานในคดีฮั้ว สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. เพิกถอนการคุ้มครองพยานในคดีฮั้ว สว.

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้เพิกถอนสถานะคุ้มครองพยาน 3 ปากในคดีฮั้ว สว. โดยอ้างว่าให้การขัดแย้งกันเอง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. เพิกถอนการคุ้มครองพยานในคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวจี้ กกต. เพิกถอนการคุ้มครองพยานในคดีฮั้ว สว.

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้เพิกถอนสถานะคุ้มครองพยาน 3 ปากในคดีฮั้ว สว. โดยอ้างว่าให้การขัดแย้งกันเอง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเรียกร้องให้เพิกถอนสถานะการคุ้มครองพยาน 3 ปากที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา

ตามรายงานของไทยโพสต์ นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าพยานกลุ่มนี้ให้การที่ขัดแย้งกันเอง จนทำให้เสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าคำให้การไม่มีความน่าเชื่อถือ เขาจึงเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับพยานเหล่านี้ในข้อหาให้การเท็จ นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณยังได้เตือน กกต. ว่าหากเพิกเฉยต่อคำร้องนี้ อาจทำให้กรรมการมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีนี้จะยังคงเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบความรับผิดชอบทางการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร และสถานะทางกฎหมายของพยานจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต. เพื่อรับทราบความคืบหน้าของการสอบสวนนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:23 UTC

ตำรวจสืบ 8 ทลายแก๊งหลอกดาวน์มือถือและรับซื้อเครื่องติดล็อก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสืบ 8 ทลายแก๊งหลอกดาวน์มือถือและรับซื้อเครื่องติดล็อก

กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 8 จับกุมสมาชิกเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสืบ 8 ทลายแก๊งหลอกดาวน์มือถือและรับซื้อเครื่องติดล็อก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสืบ 8 ทลายแก๊งหลอกดาวน์มือถือและรับซื้อเครื่องติดล็อก

กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 8 จับกุมสมาชิกเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 8 ได้ทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่เชี่ยวชาญด้านการฉ้อโกงการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่ว่าจ้างบุคคลให้ซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านแผนการผ่อนชำระ ก่อนจะนำอุปกรณ์เหล่านั้นไปขายในตลาดมืด

เจ้าหน้าที่ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ระบุว่ากลุ่มนี้มีพฤติการณ์ว่าจ้างคนให้มาทำสัญญาซื้อโทรศัพท์มือถือ เมื่อได้เครื่องมาแล้วก็จะนำไปขายผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการทันที ซึ่งมักจะทิ้งภาระหนี้ไว้ให้กับผู้ทำสัญญาเดิม ในขณะที่กลุ่มอาชญากรได้รับผลกำไรจากการขายที่ผิดกฎหมาย การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของกลุ่มที่จัดหาเครื่องที่ติดล็อก ซึ่งเป็นโทรศัพท์ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะเครือข่ายหรือแผนการชำระเงิน และนำไปขายต่อภายนอกระบบร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโทรศัพท์มือถือที่ไม่เป็นทางการ การมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการฉ้อโกงในลักษณะนี้อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง รวมถึงข้อหาฉ้อโกงหรือการฟอกเงิน แม้ว่าตำรวจจะมีการจับกุมแล้ว แต่ขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายและจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนซื้ออุปกรณ์มือถือจากร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเซ็นสัญญาแทนผู้อื่นเพื่อแลกกับค่าตอบแทนทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:03 UTC

นักเคลื่อนไหวบุก กกต. จี้ถอนสถานะพยานคดีฮั้ว สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวบุก กกต. จี้ถอนสถานะพยานคดีฮั้ว สว.

นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เพิกถอนสถานะคุ้มครองพยาน 3 ปากที่กลับคำให้การในคดีการฮั้วเลือก สว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักเคลื่อนไหวบุก กกต. จี้ถอนสถานะพยานคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวบุก กกต. จี้ถอนสถานะพยานคดีฮั้ว สว.

นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เพิกถอนสถานะคุ้มครองพยาน 3 ปากที่กลับคำให้การในคดีการฮั้วเลือก สว.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายศรีสุวรรณเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการเพิกถอนสถานะคุ้มครองพยานที่เคยได้รับให้กับพยาน 3 ปาก ซึ่งได้กลับคำให้การในภายหลัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายศรีสุวรรณระบุว่าการที่พยานให้การไม่ตรงกันอาจเข้าข่ายการให้การเท็จ จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลดังกล่าวเพื่อรักษาความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม นายศรีสุวรรณมองว่าการกลับคำให้การของพยานส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในกลไกการเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนต่อความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกทางกฎหมายของประเทศ แม้จะเป็นประเด็นทางกฎหมายภายใน แต่ก็เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง ขณะนี้ยังต้องติดตามว่า กกต. จะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าว และจะมีการดำเนินการเพิกถอนสถานะคุ้มครองพยานหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายและคดีการตรวจสอบการฮั้วเลือก สว. ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าความเคลื่อนไหวนี้จะนำไปสู่การท้าทายทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือส่งผลต่อกรอบเวลาในการตรวจสอบคดีนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:21 UTC

เจ้าหน้าที่บุกยึดสินค้าไฟฟ้าเถื่อนกว่า 41,000 ชิ้น ในสมุทรปราการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกยึดสินค้าไฟฟ้าเถื่อนกว่า 41,000 ชิ้น ในสมุทรปราการ

ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมบุกยึดสินค้าไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 41,000 ชิ้น มูลค่า 32.5 ล้านบาท จากโกดังในจังหวัดสมุทรปราการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกยึดสินค้าไฟฟ้าเถื่อนกว่า 41,000 ชิ้น ในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกยึดสินค้าไฟฟ้าเถื่อนกว่า 41,000 ชิ้น ในสมุทรปราการ

ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมบุกยึดสินค้าไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 41,000 ชิ้น มูลค่า 32.5 ล้านบาท จากโกดังในจังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 ชุดปฏิบัติการพิเศษ 'ท็อปกัน' ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ 2 แห่งที่ต้องสงสัยว่ามีการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถยึดสินค้าได้รวม 41,161 ชิ้น มูลค่าประเมินกว่า 32.5 ล้านบาท โดยสินค้าดังกล่าวไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หนึ่งในจุดที่เข้าตรวจค้นคือศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท วายวายนา อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ในอำเภอบางเสาธง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการควบคุมการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจเป็นอันตรายและไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ซึ่งการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร

แม้ว่าจะมีการยึดสินค้าทั้งหมดไว้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าสินค้าเหล่านี้อาจถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางการเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องและกำลังขยายผลเพื่อระบุตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ทั้งนี้ จะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไปในขณะที่การสืบสวนแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:02 UTC

เปิดคำให้การพยานในคดีตรวจสอบการคัดเลือก สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดคำให้การพยานในคดีตรวจสอบการคัดเลือก สว.

นักคณิตศาสตร์ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคำสารภาพของพยานในการสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหาในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดคำให้การพยานในคดีตรวจสอบการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
เปิดคำให้การพยานในคดีตรวจสอบการคัดเลือก สว.

นักคณิตศาสตร์ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคำสารภาพของพยานในการสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหาในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศของไทย

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายลอย ชุณพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้แบ่งปันรายละเอียดผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับคำให้การของพยานในคดีการสอบสวนกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศปี 2567 ตามรายงานจาก Khaosod Online พยานได้ให้คำสารภาพอย่างเป็นทางการต่อคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากที่ได้ให้ถ้อยคำเบื้องต้นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แล้ว

คำให้การดังกล่าวระบุถึงขั้นตอนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้เพื่อจัดทำโพยรายชื่อผู้สมัครใน 20 กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. โดยพยานยืนยันว่าการให้ถ้อยคำนั้นเป็นไปโดยสมัครใจและไม่มีการบังคับขู่เข็ญ การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะมาตรา 70, 71, 72, 77, 78 และ 81 ซึ่งควบคุมความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามสถานการณ์ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบกลไกการคัดเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคมและการเมือง แม้ว่าพยานจะยืนยันถึงความสมัครใจในการให้การ แต่ผลกระทบทางกฎหมายในวงกว้างสำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป สาธารณชนกำลังรอผลสรุปเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับความถูกต้องของผลการคัดเลือกและผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 06:22 UTC

ทนายตั้มยื่น DSI สอบเครือข่ายพนันออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทนายตั้มยื่น DSI สอบเครือข่ายพนันออนไลน์

ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ยื่นหลักฐานคลิปเสียงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลสาธารณะกับธุรกิจการพนันออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทนายตั้มยื่น DSI สอบเครือข่ายพนันออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ทนายตั้มยื่น DSI สอบเครือข่ายพนันออนไลน์

ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ยื่นหลักฐานคลิปเสียงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลสาธารณะกับธุรกิจการพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ 'ทนายตั้ม' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอให้ตรวจสอบเครือข่ายการพนันออนไลน์ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทนายตั้มได้นำคลิปเสียงที่อ้างว่ามีลักษณะคล้ายเสียงของ 'กัน จอมพลัง' นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง มามอบให้เป็นหลักฐาน

ทนายตั้มได้เรียกร้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด โดยเฉพาะการขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินและธุรกรรมของสมาชิกในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดของนักเคลื่อนไหวดังกล่าว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปิดโปงกิจกรรมทางการเงินที่อาจผิดกฎหมายซึ่งเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการปราบปรามการพนันผิดกฎหมาย ซึ่งยังคงเป็นกิจกรรมที่ห้ามโดยเด็ดขาดตามกฎหมายไทย แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ DSI ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึง และความถูกต้องของคลิปเสียงรวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวหายังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก DSI ว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทางการเงินเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 05:40 UTC

สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมให้ปากคำคดีแจ้งความเท็จ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมให้ปากคำคดีแจ้งความเท็จ

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง สมชัย ศรีสุทธิยากร มีกำหนดเข้าให้ปากคำที่สถานีตำรวจทองหล่อในคดีแจ้งความเท็จที่เกี่ยวข้องกับ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมให้ปากคำคดีแจ้งความเท็จ

แหล่งข่าวเดียว
สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมให้ปากคำคดีแจ้งความเท็จ

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง สมชัย ศรีสุทธิยากร มีกำหนดเข้าให้ปากคำที่สถานีตำรวจทองหล่อในคดีแจ้งความเท็จที่เกี่ยวข้องกับ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

ในวันที่ 22 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มีกำหนดการเข้าให้ปากคำอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การเข้าให้ปากคำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแจ้งความเท็จต่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

มีรายงานว่านายสมชัยได้เตรียมเอกสารหลักฐานเป็นสเตทเมนต์ธนาคารและเอกสารทางการเงินจำนวน 150 หน้า เพื่อสนับสนุนคำให้การของเขา หลักฐานเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาและช่วยให้พนักงานสอบสวนพิจารณาความถูกต้องของคำร้องในคดีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง แม้ว่าคดีความในลักษณะนี้มักจะจำกัดอยู่เพียงในกระบวนการยุติธรรมและไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเข้มงวดในการจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นในกระบวนการทางกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการหมิ่นประมาทหรือการแจ้งความเท็จ

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ของการให้ปากคำยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่มีการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรหลังจากได้รับเอกสารเหล่านี้ หรือจะมีการร้องขอหลักฐานเพิ่มเติมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำให้การนี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือคดีจะถูกยกฟ้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 05:01 UTC