ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบขนเคตามีนบริเวณชายแดนแม่สาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบขนเคตามีนบริเวณชายแดนแม่สาย

กองกำลังความมั่นคงไทยประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเคตามีนใกล้ชายแดนทางภาคเหนือในอำเภอแม่สาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบขนเคตามีนบริเวณชายแดนแม่สาย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบขนเคตามีนบริเวณชายแดนแม่สาย

กองกำลังความมั่นคงไทยประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเคตามีนใกล้ชายแดนทางภาคเหนือในอำเภอแม่สาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตากและเจ้าหน้าที่ตำรวจแม่สายส่งผลให้สามารถยึดของกลางเป็นเคตามีนได้ โดยปฏิบัติการดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดที่พยายามขนกระสอบยาข้ามชายแดน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของกองกำลังความมั่นคงไทยในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามพรมแดนในพื้นที่ภาคเหนือ แม้ว่าปฏิบัติการจะสามารถสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดได้สำเร็จ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำหนักรวมของสารที่ยึดได้หรือจำนวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในระหว่างการปฏิบัติการ

ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนอาจสังเกตเห็นการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหรือการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นตามจุดตรวจต่างๆ สิ่งสำคัญคือต้องคอยสังเกตสภาพแวดล้อมในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติการติดตามผลยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป SawaLife ยังคงติดตามรายงานอย่างเป็นทางการเพื่ออัปเดตสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:45 UTC

ตำรวจไซเบอร์รวบ 20 ผู้ต้องสงสัยแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์รวบ 20 ผู้ต้องสงสัยแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน

ตำรวจไซเบอร์ไทยจับกุมผู้ต้องหา 20 รายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน พร้อมอายัดเงินกว่า 2 ล้านบาทเพื่อคืนให้แก่ผู้เสียหาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์รวบ 20 ผู้ต้องสงสัยแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์รวบ 20 ผู้ต้องสงสัยแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน

ตำรวจไซเบอร์ไทยจับกุมผู้ต้องหา 20 รายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในภาคอีสาน พร้อมอายัดเงินกว่า 2 ล้านบาทเพื่อคืนให้แก่ผู้เสียหาย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ดำเนินการปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมที่ดำเนินกิจกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 20 รายในข้อหาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมฉ้อโกงรูปแบบต่างๆ

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวสามารถอายัดทรัพย์สินและเงินสดรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ซึ่งมีแผนที่จะส่งคืนให้กับผู้เสียหายจากขบวนการฉ้อโกงเหล่านี้ การดำเนินการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไทยในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมทางดิจิทัลที่มุ่งเป้าไปยังประชาชนในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางดิจิทัลในภูมิภาค แม้ว่าการติดตามเงินคืนจะเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังต่อการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และการร้องขอทางการเงินที่น่าสงสัย ในขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายหรือระบุว่ามีการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเฉพาะที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้หรือกำหนดการในกระบวนการคืนเงินยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:45 UTC

ตำรวจทลายแหล่งผลิตน้ำมันเครื่องปลอมย่านท่าข้าม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจทลายแหล่งผลิตน้ำมันเครื่องปลอมย่านท่าข้าม

เจ้าหน้าที่เข้าทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องปลอมที่ติดแบรนด์ยี่ห้อดังในพื้นที่ท่าข้าม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจทลายแหล่งผลิตน้ำมันเครื่องปลอมย่านท่าข้าม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจทลายแหล่งผลิตน้ำมันเครื่องปลอมย่านท่าข้าม

เจ้าหน้าที่เข้าทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องปลอมที่ติดแบรนด์ยี่ห้อดังในพื้นที่ท่าข้าม

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กองบังคับการตำรวจน้ำได้ประกาศผลการเข้าตรวจค้นแหล่งผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องปลอม โดยอ้างอิงรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ท่าข้าม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบน้ำมันเครื่องจำนวนมากที่บรรจุภายใต้ชื่อแบรนด์ยอดนิยมต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การค้นพบนี้มีความสำคัญเนื่องจากการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้มาตรฐานหรือของปลอมอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและยาวนานต่อเครื่องยนต์ของรถยนต์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความล้มเหลวทางกลไกขณะขับขี่บนท้องถนน ผู้ขับขี่ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือเท่านั้นเพื่อรับประกันความถูกต้องของสินค้า

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการกับสถานที่ดังกล่าวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยขอบเขตของเครือข่ายการจัดจำหน่ายหรือระยะเวลาที่แหล่งผลิตนี้เปิดดำเนินการมา การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อประเมินขอบเขตทั้งหมดของปฏิบัติการผิดกฎหมายนี้และระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตและการจัดหา ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องจากร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:45 UTC

สวนดุสิตโพลเผยประชาชนกังวลปัญหาฟอกเงินและภัยทางการเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สวนดุสิตโพลเผยประชาชนกังวลปัญหาฟอกเงินและภัยทางการเงิน

ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพลระบุว่าประชาชนไทยเกือบ 60% มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการฟอกเงิน โดยหลายคนรายงานว่าเคยเผชิญกับภัยทางการเงิน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สวนดุสิตโพลเผยประชาชนกังวลปัญหาฟอกเงินและภัยทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
สวนดุสิตโพลเผยประชาชนกังวลปัญหาฟอกเงินและภัยทางการเงิน

ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพลระบุว่าประชาชนไทยเกือบ 60% มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการฟอกเงิน โดยหลายคนรายงานว่าเคยเผชิญกับภัยทางการเงิน

จากการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ความปลอดภัยทางการเงินยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนไทยให้ความสำคัญ โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ระบุว่า 48.31% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยเผชิญกับภัยทางการเงินด้วยตนเอง โดยเฉพาะผ่านโฆษณาเงินกู้นอกระบบและแผนการลงทุนที่น่าสงสัย

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า 59.77% ของผู้เข้าร่วมมองว่าปัญหาการฟอกเงินเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามเหล่านี้ 78.80% ของผู้ตอบแบบสอบถามเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อตัวการใหญ่และบังคับใช้บทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับอาชญากรรมทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลสำรวจนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังต่อข้อเสนอทางการเงินที่ไม่ได้รับเชิญหรือโอกาสในการลงทุนที่ดูไม่ปกติ แม้ว่าผลสำรวจจะสะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนและความต้องการให้มีการแทรกแซงเชิงนโยบาย แต่ก็ไม่ได้ยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลหรือมาตรการบังคับใช้ใหม่แต่อย่างใด ประสิทธิภาพของการดำเนินการของรัฐในอนาคตต่อภัยคุกคามทางการเงินเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ประชาชนควรระมัดระวังและใช้บริการสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือกิจกรรมการลงทุนใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:52 UTC

อปท.สงขลา เตรียมสั่งเพิกถอน 68 ข้าราชการ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อปท.สงขลา เตรียมสั่งเพิกถอน 68 ข้าราชการ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดสงขลากำลังเตรียมเพิกถอนสถานะข้าราชการท้องถิ่น 68 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อปท.สงขลา เตรียมสั่งเพิกถอน 68 ข้าราชการ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
อปท.สงขลา เตรียมสั่งเพิกถอน 68 ข้าราชการ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดสงขลากำลังเตรียมเพิกถอนสถานะข้าราชการท้องถิ่น 68 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลากำลังดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อสั่งเพิกถอนข้าราชการ 68 ราย โดยการดำเนินการนี้สืบเนื่องมาจากการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและความไม่โปร่งใสที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานระดับจังหวัดในการจัดการกับการทุจริตภายในภาคส่วนราชการ แม้ว่ากรณีนี้จะเน้นไปที่ความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายใน แต่มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าการจ้างงานในภาครัฐจะดำเนินการผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและยึดถือระบบคุณธรรม

ในขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการ และการเพิกถอนตำแหน่งอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการสรุปผล ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการปลดข้าราชการจำนวนมากนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานประจำวันของสำนักงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอย่างไร หรือการสอบสวนจะขยายผลไปยังภูมิภาคอื่นหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรอบเวลาของการเพิกถอนตำแหน่งเหล่านี้ และรอดูว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อโต้แย้งหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องการบริหารงานภายใน จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทย แต่ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:43 UTC

ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในสงขลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในสงขลา

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดสงขลายึดไอซ์น้ำหนัก 205 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนในพัสดุ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 14 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในสงขลา

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดสงขลายึดไอซ์น้ำหนัก 205 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนในพัสดุ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 14 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ปฏิบัติการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่จังหวัดสงขลา ตำรวจภูธรภาค 9 และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สามารถทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ได้สกัดจับไอซ์น้ำหนักรวม 205 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องพัสดุภัณฑ์

ภายหลังการตรวจยึดในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 14 รายที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายผ่านช่องทางโลจิสติกส์และไปรษณีย์ แม้ว่าภัยคุกคามจากเครือข่ายนี้จะถูกจัดการในเบื้องต้นแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผู้ต้องหารายอื่นที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ หรือเครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองและขนส่งยาเสพติด และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวจะมีผลทางกฎหมายที่รุนแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

พบยาไอซ์ถูกฝังในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบยาไอซ์ถูกฝังในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างภายในเรือนจำกลางขอนแก่น หลังคนงานขุดพบถุงบรรจุยาไอซ์จำนวน 30 ถุงถูกฝังอยู่ใต้ดิน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบยาไอซ์ถูกฝังในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
พบยาไอซ์ถูกฝังในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างภายในเรือนจำกลางขอนแก่น หลังคนงานขุดพบถุงบรรจุยาไอซ์จำนวน 30 ถุงถูกฝังอยู่ใต้ดิน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่พักเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำกลางขอนแก่น หลังจากคนงานก่อสร้างขุดพบถุงบรรจุยาไอซ์จำนวน 30 ถุงในระหว่างการขุดดิน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึง พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และนายไพรัตน์ ขามินทกุล ผู้อำนวยการเรือนจำกลางขอนแก่น ได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุมการตรวจสอบเบื้องต้น การค้นพบครั้งนี้ได้นำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการว่ายาเสพติดจำนวนมากดังกล่าวถูกนำมาฝังไว้ภายในเขตเรือนจำได้อย่างไร

สำหรับประชาชนและผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่ขอนแก่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าจุดที่พบจะอยู่ภายในเขตเรือนจำ แต่การพบยาเสพติดจำนวนมากเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยและกิจกรรมที่อาจเคยเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงที่มาของยาเสพติด ระยะเวลาที่ถูกฝังอยู่ และความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำต่อเหตุการณ์นี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยผลการสอบสวนเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย ขณะนี้การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตในจังหวัดพิจิตร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตในจังหวัดพิจิตร

นักเรียนวัย 17 ปีถูกยิงเสียชีวิตในอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุยิงกันเสียชีวิตในจังหวัดพิจิตร

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตในจังหวัดพิจิตร

นักเรียนวัย 17 ปีถูกยิงเสียชีวิตในอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตในตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นักเรียนวัย 17 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5) ถูกยิงเข้าที่บริเวณราวนมและหน้าอกรวม 4 นัด ขณะอยู่หน้าบ้านพัก ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโพทะเลได้รับแจ้งว่ามีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นผู้ก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันควัน จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าได้ซื้ออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมาจากอินเทอร์เน็ตในราคา 30,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเข้าถึงอาวุธปืนผิดกฎหมายและความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับลงด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการจับกุมผู้ก่อเหตุแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังการเผชิญหน้าครั้งนี้ โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว แม้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นความขัดแย้งส่วนบุคคลเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงแบบสุ่มต่อสาธารณะก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในนนทบุรีถูกมิจฉาชีพหลอกเป็นหมอดูแขก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในนนทบุรีถูกมิจฉาชีพหลอกเป็นหมอดูแขก

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดนนทบุรีเข้าแจ้งความหลังถูกชายที่อ้างตัวเป็นพราหมณ์หมอดูหลอกเอาเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในนนทบุรีถูกมิจฉาชีพหลอกเป็นหมอดูแขก

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในนนทบุรีถูกมิจฉาชีพหลอกเป็นหมอดูแขก

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดนนทบุรีเข้าแจ้งความหลังถูกชายที่อ้างตัวเป็นพราหมณ์หมอดูหลอกเอาเงิน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า น.ส.วรยา อายุ 30 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในพื้นที่ ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง โดยระบุว่าถูกชายชาวต่างชาติที่อ้างตัวว่าเป็นพราหมณ์จากวัดชื่อดังย่านสีลมหลอกลวงเอาเงิน

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ร้านของเหยื่อ ชายคนดังกล่าวมีลักษณะรูปร่างสูงใหญ่ โพกหัว อายุประมาณ 50 ปี เข้ามาตีสนิทและอ้างว่าเห็นวิญญาณติดตามตัวเจ้าของร้าน จึงอาสาช่วยเหลือและทายทักเรื่องครอบครัวได้อย่างแม่นยำจนเหยื่อหลงเชื่อ หลังจากจ่ายค่าดูดวง 300 บาท ชายคนดังกล่าวได้ให้เหยื่อแบมือและทำกลอุบายให้ปรากฏตัวเลข '531' บนฝ่ามือ ก่อนจะกดดันให้จ่ายเงินเพิ่มสำหรับเลขเด็ดงวดหน้าและค่าสะเดาะเคราะห์ จนเหยื่อสูญเงินไปหลายพันบาท

เมื่อเหยื่อพยายามทวงเงินคืน ชายคนดังกล่าวได้ข่มขู่โดยอ้างเรื่อง 'ของเข้าตัว' เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรระมัดระวังบริการดูดวงที่เข้ามาทักทายและเรียกเก็บเงินค่าทำพิธีต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:41 UTC

อปท.สงขลา ตรวจสอบข้าราชการ 68 ราย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อปท.สงขลา ตรวจสอบข้าราชการ 68 ราย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะของข้าราชการ 68 รายที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบบรรจุ โดยกำหนดกรอบเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อปท.สงขลา ตรวจสอบข้าราชการ 68 ราย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
อปท.สงขลา ตรวจสอบข้าราชการ 68 ราย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะของข้าราชการ 68 รายที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบบรรจุ โดยกำหนดกรอบเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดสงขลากำลังดำเนินการตรวจสอบข้าราชการจำนวน 68 ราย ในหน่วยงานท้องถิ่น 40 แห่ง ซึ่งรวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลังจากได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าพบความผิดปกติของคะแนนสอบบรรจุข้าราชการของบุคคลกลุ่มดังกล่าว

นายศุภสัณฑ์ หนูสวัสดิ์ อดีตคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า คณะกรรมการระดับจังหวัดกำลังเร่งดำเนินการตามกรอบเวลาที่ส่วนกลางกำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกผลสอบหรือการถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ส่วนกลางยังได้ขอความร่วมมือหน่วยงานท้องถิ่นไม่ให้นำผู้ที่ถูกเพิกถอนออกจากตำแหน่งกลับมาจ้างงานในรูปแบบอื่นอีก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การตรวจสอบนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานท้องถิ่น แม้ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าบุคคลทั้ง 68 รายจะต้องเผชิญกับมาตรการทางกฎหมายหรือการพ้นจากตำแหน่งอย่างถาวรจำนวนเท่าใด โดยคณะกรรมการระดับจังหวัดมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้เป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:40 UTC

รวบหนุ่มจีนขโมยหินหนัก 75 กก. หวังทำคอนเทนต์เรียกยอดไลก์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มจีนขโมยหินหนัก 75 กก. หวังทำคอนเทนต์เรียกยอดไลก์

ชายคนหนึ่งในเมืองเวินโจว ประเทศจีน ถูกตำรวจจับกุมหลังจากขโมยหินประดับหนัก 75 กก. เพื่อนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในการไลฟ์สดบนโซเชียลมีเดีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มจีนขโมยหินหนัก 75 กก. หวังทำคอนเทนต์เรียกยอดไลก์

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มจีนขโมยหินหนัก 75 กก. หวังทำคอนเทนต์เรียกยอดไลก์

ชายคนหนึ่งในเมืองเวินโจว ประเทศจีน ถูกตำรวจจับกุมหลังจากขโมยหินประดับหนัก 75 กก. เพื่อนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในการไลฟ์สดบนโซเชียลมีเดีย

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ชายคนหนึ่งในเมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ถูกจับกุมหลังจากขโมยหินประดับน้ำหนัก 75 กิโลกรัมจากบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 และถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาจอด ก่อนจะใช้มือเปล่ายกหินหนักดังกล่าวขึ้นรถแล้วขับออกไปจากที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุหินหายไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม หลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุและติดตามไปจับกุมได้ที่ที่พัก ในระหว่างการสอบสวน ชายคนดังกล่าวยอมรับว่ามีอาชีพเป็นไลฟ์สตรีมเมอร์ออนไลน์ และสารภาพว่าขโมยหินดังกล่าวมาเพื่อทำคอนเทนต์วิดีโอในหัวข้อ 'ยกหินหนัก 75 กก. เพื่อขอบคุณแฟนคลับ' โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดผู้ชมที่กำลังลดลงและดึงดูดผู้ติดตามให้มากขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในประเทศจีน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินสาธารณะอย่างเข้มงวด แม้จะเป็นการขโมยในลักษณะที่ไม่ปกติก็ตาม แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่บทลงโทษทางกฎหมายที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันจากระบบตุลาการท้องถิ่น กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากระแสบนโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้บุคคลได้รับการยกเว้นจากความรับผิดทางอาญาในกรณีการทำลายหรือขโมยทรัพย์สินสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:40 UTC

ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น

บุคคลในพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' กำลังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น

บุคคลในพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' กำลังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 บุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' (ชมมณี น้อยจันทร์) ได้จัดงานแถลงข่าวที่อาคารมาลีนนท์ช่อง 3 เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น ป้าดาระบุว่าครอบครัวของเธอตั้งใจที่จะยื่นเรื่องขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำการตรวจสอบความถูกต้องของการได้มาซึ่งที่ดินของวัด

หัวใจสำคัญของข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งระบุด้วยโฉนดเลขที่ 61945 ป้าดาอ้างว่าที่ดินดังกล่าวยังคงมีชื่อของบรรพบุรุษของเธอคือ 'ตาเฮียง' เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และโต้แย้งสิทธิ์การครอบครองตามกฎหมายของวัด เธอตั้งข้อสังเกตว่าครอบครัวของเธอต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงหมายเรียกและหมายจับ หลังจากพยายามเข้าไปในพื้นที่ ป้าดาย้ำว่าครอบครัวของเธอไม่ได้มีเจตนาที่จะมีปัญหากับคณะสงฆ์ แต่ต้องการตรวจสอบกระบวนการทางกฎหมายที่วัดใช้ในการได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าว เธอระบุว่าหากการได้มานั้นพิสูจน์ได้ว่าถูกต้องตามกฎหมาย ครอบครัวของเธอก็พร้อมยอมรับผลลัพธ์ แต่หากพบความไม่ถูกต้อง เธอตั้งใจที่จะดำเนินการตรวจสอบสถานะการใช้พื้นที่ของวัดต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงประเด็นสิทธิในทรัพย์สินที่ซับซ้อนซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะของพื้นที่วัด เรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ และสาธารณชนต้องรอผลการตรวจสอบที่ร้องขอเพื่อกำหนดสถานะทางกฎหมายของที่ดินดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มุกใหม่ อ้างเป็นอาจารย์หลอกลวงผู้ปกครองนักศึกษาปี 1
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มุกใหม่ อ้างเป็นอาจารย์หลอกลวงผู้ปกครองนักศึกษาปี 1

กลโกงรูปแบบใหม่ที่แอบอ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยส่งผลให้ครอบครัวนักศึกษาต้องสูญเสียเงินถึง 2.6 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มุกใหม่ อ้างเป็นอาจารย์หลอกลวงผู้ปกครองนักศึกษาปี 1

แหล่งข่าวเดียว
แก๊งคอลเซ็นเตอร์มุกใหม่ อ้างเป็นอาจารย์หลอกลวงผู้ปกครองนักศึกษาปี 1

กลโกงรูปแบบใหม่ที่แอบอ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยส่งผลให้ครอบครัวนักศึกษาต้องสูญเสียเงินถึง 2.6 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พบว่ามีการระบาดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ปกครองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในประเทศไทย โดยคนร้ายใช้วิธีแอบอ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับเหยื่อ

ในกรณีล่าสุดที่แหล่งข่าวระบุ มิจฉาชีพได้ติดต่อผู้ปกครองโดยอ้างว่าบุตรหลานของพวกเขาได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ ภายใต้ข้ออ้างในการดำเนินการเรื่องทุนดังกล่าว มิจฉาชีพสามารถหลอกลวงให้ครอบครัวโอนเงินรวมทั้งสิ้น 2.6 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของกลโกงทางโทรศัพท์ในปัจจุบัน มิจฉาชีพมักใช้ความน่าเชื่อถือของสถาบัน เช่น ตำแหน่งทางวิชาการหรือตำแหน่งทางราชการ เพื่อสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและความน่าเชื่อถือ

แม้ว่ากรณีนี้จะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ขอบเขตทั้งหมดของขบวนการนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อได้รับสายที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือโอกาสในการรับทุนการศึกษา โดยเฉพาะสายที่เรียกร้องให้มีการโอนเงินทันที ควรตรวจสอบตัวตนของผู้โทรโดยการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณะ แทนการใช้ข้อมูลที่ผู้โทรให้มา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 09:21 UTC

จี้สอบปม ส.ก. พรรคประชาชนกดคะแนนแทนกัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จี้สอบปม ส.ก. พรรคประชาชนกดคะแนนแทนกัน

นักการเมืองเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวหาว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชนกดคะแนนเสียงแทนบุคคลอื่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จี้สอบปม ส.ก. พรรคประชาชนกดคะแนนแทนกัน

แหล่งข่าวเดียว
จี้สอบปม ส.ก. พรรคประชาชนกดคะแนนแทนกัน

นักการเมืองเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวหาว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชนกดคะแนนเสียงแทนบุคคลอื่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้กดปุ่มลงคะแนนเสียงแทนบุคคลอื่นในระหว่างการประชุมสภา

นายพลภูมิเน้นย้ำว่ามาตรฐานทางการเมืองจะต้องถูกนำมาใช้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน โดยระบุว่าหากการกระทำดังกล่าวเป็นความจริง จะถือเป็นการบั่นทอนความโปร่งใสของกระบวนการนิติบัญญัติ การเรียกร้องให้มีการสอบสวนในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้ชัดว่ามีการกระทำที่ผิดต่อจริยธรรมและระเบียบปฏิบัติของสภาหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานภายในสถาบันการเมืองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในกรุงเทพมหานครและแทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการดำเนินธุรกิจของประชาชน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการเฝ้าระวังการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งโดยฝ่ายการเมืองคู่แข่ง

ในขณะนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือพรรคประชาชนจะออกมาชี้แจงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างไร ความคืบหน้าในอนาคตจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบหากมีการดำเนินการเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 09:21 UTC

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อสกัดการสวมสิทธิ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อสกัดการสวมสิทธิ์

กรมการค้าต่างประเทศขยายบัญชีเฝ้าระวังเป็น 274 พิกัดศุลกากร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าและการขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมาย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อสกัดการสวมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อสกัดการสวมสิทธิ์

กรมการค้าต่างประเทศขยายบัญชีเฝ้าระวังเป็น 274 พิกัดศุลกากร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าและการขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมาย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังยกระดับความเข้มข้นในการป้องกันการ 'สวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า' (Transshipment) ซึ่งเป็นการติดฉลากสินค้าผิดเพื่อหลีกเลี่ยงกฎระเบียบทางการค้า โดยกรมฯ ได้ขยายบัญชีเฝ้าระวังพิกัดศุลกากรที่มีความเสี่ยงจาก 194 เป็น 274 รายการ เพื่อสกัดกั้นการแจ้งถิ่นกำเนิดสินค้าที่เป็นเท็จ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย กรมฯ วางแผนที่จะใช้ระบบ AI ผ่านระบบ 'ROVERs Plus' เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ความคิดริเริ่มนี้ยังรวมถึงการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกรมศุลกากรไทยและสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีกำหนดการหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยต่อมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้นำเข้าและผู้ส่งออกเชิงพาณิชย์เป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อรักษาความโปร่งใสของสินค้าที่ผ่านเข้าออกประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระเบียบศุลกากรที่เข้มงวดขึ้นนี้จะส่งผลต่อระยะเวลาในการดำเนินการสำหรับสินค้าบางประเภทหรือไม่ หรือจะมีกฎระเบียบเพิ่มเติมตามมาหลังจากการหารือกับ USTR หรือไม่ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำว่ามาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศไทยในการค้าโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

‘เสรีพิศุทธ์’ ขึ้นศาลบุรีรัมย์ นัดไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘เสรีพิศุทธ์’ ขึ้นศาลบุรีรัมย์ นัดไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เดินทางมาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ตามนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘เสรีพิศุทธ์’ ขึ้นศาลบุรีรัมย์ นัดไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง

แหล่งข่าวเดียว
‘เสรีพิศุทธ์’ ขึ้นศาลบุรีรัมย์ นัดไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เดินทางมาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ตามนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง โดยการพิจารณาคดีใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งสืบเนื่องมาจากคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท อันเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทสาธารณะเรื่องกรรมสิทธิ์และสถานะของที่ดินบริเวณเขากระโดง

ภายหลังการไต่สวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ให้ความเห็นต่อสาธารณะว่าที่ดินดังกล่าวควรถูกส่งคืน พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางกฎหมายที่ได้รับความสนใจสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญและสิทธิในที่ดินในจังหวัดบุรีรัมย์ แม้ว่าพื้นที่เขากระโดงจะเป็นสถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักดี แต่กระบวนการทางศาลนี้ได้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของปัญหาการถือครองที่ดินในภูมิภาค

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อมูลฟ้องในคดีหมิ่นประมาทนี้ และการไต่สวนมูลฟ้องจะนำไปสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม บทสรุปสุดท้ายทั้งในส่วนของข้อหาหมิ่นประมาทและข้อพิพาทที่ดินจึงยังไม่มีข้อยุติ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ารายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post และไม่ใช่การตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยอิสระ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

อินฟลูเอนเซอร์สาวร้องเรียนหลังศัลยกรรมจมูกล้มเหลว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อินฟลูเอนเซอร์สาวร้องเรียนหลังศัลยกรรมจมูกล้มเหลว

อินฟลูเอนเซอร์บน TikTok ได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายหลังจากศัลยกรรมจมูกที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ล้มเหลว ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพในระยะยาวและยังไม่ได้รับการชดเชย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อินฟลูเอนเซอร์สาวร้องเรียนหลังศัลยกรรมจมูกล้มเหลว

แหล่งข่าวเดียว
อินฟลูเอนเซอร์สาวร้องเรียนหลังศัลยกรรมจมูกล้มเหลว

อินฟลูเอนเซอร์บน TikTok ได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายหลังจากศัลยกรรมจมูกที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ล้มเหลว ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพในระยะยาวและยังไม่ได้รับการชดเชย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 อินฟลูเอนเซอร์สาววัย 25 ปี บน TikTok ที่รู้จักกันในชื่อ 'จอย' ได้เดินทางไปที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ในกรุงเทพฯ เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับความล้มเหลวของการทำศัลยกรรมจมูก ตามรายงานของ Khaosod Online อินฟลูเอนเซอร์รายนี้เข้ารับการผ่าตัดที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ในเดือนตุลาคม 2566 ภายใต้ข้อตกลงการรีวิวที่มีมูลค่า 65,000 บาท

จอยระบุว่าจมูกของเธอมีลักษณะเอียงทันทีหลังการผ่าตัด แม้จะมีการพยายามแก้ไขในภายหลัง ซึ่งรวมถึงการจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 5,000 บาท แต่อินฟลูเอนเซอร์รายนี้กลับประสบปัญหาการอักเสบเรื้อรัง โครงสร้างจมูกล้ม และหายใจลำบาก จนในที่สุดต้องถอดซิลิโคนออก เธออ้างว่าทางคลินิกปฏิเสธที่จะให้การชดเชย โดยอ้างถึงสัญญาที่บังคับให้เธอต้องรีวิวโปรโมตต่อไปจนถึงปี 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการทำศัลยกรรมที่เน้นการรีวิว แม้ว่าอินฟลูเอนเซอร์รายนี้กำลังดำเนินการทางกฎหมาย แต่ข้อโต้แย้งเฉพาะของคลินิกเกี่ยวกับสัญญายังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิสูจน์ ทั้งนี้ นี่เป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด และทางคลินิกยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทหรือความถูกต้องของสัญญา ผู้ที่กำลังพิจารณาทำศัลยกรรมในประเทศไทยควรตรวจสอบข้อมูลและใบรับรองของคลินิกอย่างละเอียด รวมถึงทำความเข้าใจผลกระทบทางกฎหมายของข้อตกลงการรีวิวต่างๆ ก่อนตัดสินใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่

กรมราชทัณฑ์ยืนยันการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ โดยระบุว่าดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมประกาศเตรียมทบทวนเกณฑ์สำหรับผู้กระทำความผิดคดีร้ายแรง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่

แหล่งข่าวเดียว
กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่

กรมราชทัณฑ์ยืนยันการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ โดยระบุว่าดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมประกาศเตรียมทบทวนเกณฑ์สำหรับผู้กระทำความผิดคดีร้ายแรง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ ออกจากเรือนจำ โดยกรมราชทัณฑ์เน้นย้ำว่าการปล่อยตัวดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมายที่มีอยู่ทุกประการ

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเนื่องจากลักษณะของคดี เพื่อตอบสนองต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปล่อยตัวดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ได้ประกาศว่าขณะนี้กำลังเตรียมการทบทวนและอาจปรับปรุงเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาปล่อยตัวผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในคดีร้ายแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการในระบบยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ในการจัดการคดีอาญาที่สำคัญ แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะยืนยันว่าการปล่อยตัวครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ แต่การทบทวนนโยบายที่กำลังจะเกิดขึ้นบ่งชี้ว่ามาตรฐานสำหรับการปล่อยตัวในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการทบทวนนโยบายที่เสนอ หรือลักษณะที่แน่ชัดของการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงยุติธรรมเพื่อทำความเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะส่งผลต่อการจัดการประวัติอาชญากรรมร้ายแรงในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC