ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้ ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ ✦
ความปลอดภัย ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์ ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้

รัฐบาลไทยชี้แจงว่าผู้ประกันตนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน สามารถจดหมายเลขผู้สมัครนำเข้าไปในคูหาเลือกตั้งได้

ก่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้ รัฐบาลไทยได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนนเสียง โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าผู้ประกันตนสามารถจดหมายเลขของผู้สมัครที่ต้องการเลือกใส่กระดาษหรือบันทึกส่วนตัวเพื่อนำเข้าไปในคูหาเลือกตั้งได้

การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนได้อย่างสะดวก เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่บอร์ดประกันสังคม สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อยู่ในระบบประกันสังคมของไทย ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการลงคะแนน และช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกผู้สมัครที่ต้องการได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎการเลือกตั้ง

แม้ว่าคำแนะนำนี้จะช่วยให้ความชัดเจนเรื่องการใช้บันทึกส่วนตัว แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วไปของการเลือกตั้งและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ขณะนี้การเลือกตั้งยังคงกำหนดจัดขึ้นตามวันเวลาเดิม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคมเพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงระเบียบการเลือกตั้งอื่นๆ เพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ

รัฐบาลไทยได้ตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ โดยเน้นย้ำว่าประเทศมีภาคการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่ง

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานะของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ โดยตอบโต้รายงานที่ระบุว่ามีการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากจีนถึง 99.3% ว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนภาพรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรม

ตามข้อมูลของรัฐบาล ประเทศไทยมีฐานการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ภายในประเทศที่สำคัญ โดยระบุว่าอุตสาหกรรมในท้องถิ่นมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.66 หมื่นล้านบาทต่อปี การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดที่ว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงการมีอยู่ของห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นที่สนับสนุนภาคพลังงานหมุนเวียน แม้ว่ารัฐบาลจะให้ตัวเลขเหล่านี้เพื่อแสดงถึงความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศักยภาพการผลิตภายในประเทศเหล่านี้จะขยายตัวอย่างไรในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นของประเทศ แถลงการณ์ของรัฐบาลถือเป็นการย้ำเตือนว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นกำลังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนระดับโลก แทนที่จะเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีนำเข้า ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ผลิตในท้องถิ่นและส่วนแบ่งการตลาดในรายงานอุตสาหกรรมฉบับต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:00 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า

รัฐบาลไทยชี้แจงกฎระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน โดยอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้าไปด้วย

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำโพยส่วนตัวที่จดเลขผู้สมัครเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้

อย่างไรก็ตาม ทางการได้สั่งห้ามการครอบครองหรือแสดงเอกสารหรือสื่อใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงภายในบริเวณหน่วยเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม การชี้แจงนี้มีความสำคัญเพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมตัวเลือกผู้สมัครไว้ล่วงหน้าโดยใช้โพยส่วนตัว แทนการพึ่งพาเอกสารหาเสียงจากภายนอก

จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงเวลาลงคะแนนหรือสถานที่เลือกตั้ง ผู้มีสิทธิควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตล่าสุดหรือคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานแสดงตัวตนหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานของหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามดูว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัดเพียงใดในแต่ละหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนประชาชนใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำ

ทางการได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งในพื้นที่ท้ายเขื่อน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกำลังพำนักอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบโดยรวมในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจนอีกครั้ง ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการคงอัตราการระบายน้ำในระดับนี้ไว้นานเท่าใด หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ตอนบน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและความปลอดภัยจากอุทกภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มปฏิบัติงานภาคสนามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางอุทกวิทยา เพื่อมุ่งเน้นการปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำและการติดตามทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 ได้เริ่มปฏิบัติงานภาคสนามเพื่อดำเนินการสำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยาอย่างครอบคลุม กิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ อัตราการไหล และคุณภาพน้ำโดยรวมในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความผันผวนตามฤดูกาล แม้ว่าการปฏิบัติงานเหล่านี้จะเป็นภารกิจปกติ แต่ข้อมูลที่รวบรวมได้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวและกลยุทธ์ในการบรรเทาอุทกภัย

ในขณะนี้ กรมฯ ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เฉพาะเจาะจงที่จะทำการสำรวจหรือระยะเวลาของการปฏิบัติงานภาคสนามไว้อย่างชัดเจน ประชาชนในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ริมน้ำอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ของทางราชการในพื้นที่ขณะที่ทีมงานดำเนินการประเมินผล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อนโยบายการบริหารจัดการน้ำในอนาคตอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการใช้น้ำในท้องถิ่นในทันทีหรือไม่ ผู้ที่สนใจผลการสำรวจหรือความคืบหน้าของการดำเนินงานสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำได้เมื่อมีการประกาศเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 10 (226/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทางการได้แจ้งเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

สำหรับสถานการณ์ทางทะเล คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังซ้ำซากและติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการพยากรณ์อากาศรายภูมิภาค แต่ความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เริ่มใช้กลยุทธ์บรรเทาอุทกภัย 7 มาตรการ และกำลังพิจารณาประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

มาตรการรับมือน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าฯ ได้ดำเนินแผนปฏิบัติการ 7 มาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งเมือง

การพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

ในส่วนหนึ่งของการตอบสนองเชิงรุกของเมือง ขณะนี้ทางการกำลังประเมินความจำเป็นในการประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ขั้นตอนทางปกครองนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรเพิ่มเติมและงบประมาณฉุกเฉินเพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมขั้นสูงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วม แม้ว่าแผน 7 มาตรการจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นทางการยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในเมืองหลวงติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าเขตใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครดำเนิน 4 มาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือน้ำท่วม รวมถึงการแนะนำให้ทำงานจากที่บ้าน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้กล่าวถึงวิกฤตน้ำท่วมในกรุงเทพฯ โดยเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหา ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ข้อเสนอดังกล่าวเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระดมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมทันที และประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเสริมกำลังในการป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่

นอกเหนือจากด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ข้อเสนอยังรวมถึงการระบุและประกาศเส้นทางวิกฤตที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมให้ประชาชนทราบ เพื่อช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังเสนอให้หน่วยงานต่างๆ สนับสนุนนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) สำหรับพนักงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงจากการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในปัจจุบันและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทั่วเมืองหลวง แม้ว่าข้อเสนอเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเส้นทางใดบ้างที่จะถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางวิกฤตอย่างเป็นทางการ และ กทม. จะรับรองคำแนะนำเรื่องการทำงานจากที่บ้านอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและความสะดวกในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การขนส่ง

ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์

การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยสถานีดินแดงกำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับหัวเจาะอุโมงค์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในกรุงเทพฯ มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยภาพล่าสุดจากพื้นที่ก่อสร้างสถานีดินแดงเผยให้เห็นว่าทางสถานีกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับหัวเจาะอุโมงค์ (TBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการขุดเจาะเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจร การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินของเมือง รถไฟฟ้าสายสีส้มได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมืองสำคัญเมื่อเปิดให้บริการ สำหรับนักท่องเที่ยว โครงการนี้แสดงถึงอนาคตของทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวง

แม้ว่าขณะนี้พื้นที่กำลังถูกเตรียมความพร้อมสำหรับหัวเจาะ TBM แต่กำหนดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเสร็จสิ้นระยะการขุดเจาะหรือการเปิดให้บริการโครงการโดยรวมยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อยืนยันตารางเวลาสำหรับขั้นตอนการก่อสร้างถัดไปและการเปิดใช้งานสายรถไฟฟ้าในอนาคต ผู้อยู่อาศัยในบริเวณดินแดงควรติดตามกิจกรรมการก่อสร้างที่กำลังดำเนินอยู่และอาจมีการปรับเปลี่ยนการจราจรในพื้นที่ตามความคืบหน้าของงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานไปแคนาดาและฟินแลนด์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานไปแคนาดาและฟินแลนด์

กรมการจัดหางานและกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์กำลังสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานที่มีผู้เสียหาย 80 ราย และมูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานไปแคนาดาและฟินแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานไปแคนาดาและฟินแลนด์

กรมการจัดหางานและกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์กำลังสอบสวนคดีหลอกลวงจัดหางานที่มีผู้เสียหาย 80 ราย และมูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 กรมการจัดหางาน (กกจ.) และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกง โดยมีผู้เสียหายประมาณ 80 รายเข้าร้องเรียนว่าถูกบริษัทดังกล่าวหลอกลวงเรื่องการจัดส่งไปทำงานในประเทศแคนาดาและฟินแลนด์

ผู้เสียหายระบุว่าบริษัทเสนอตำแหน่งงานเก็บผลไม้ แพ็กสินค้า และงานแปรรูปอาหาร โดยอ้างสัญญาจ้าง 2 ปี และมีรายได้เดือนละ 70,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายแต่ละรายได้จ่ายค่าดำเนินการไปคนละประมาณ 65,000–85,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้จริง ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมประมาณ 20 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดหางานก่อนที่จะมีการตกลงทางการเงิน การทำธุรกรรมกับหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงินและปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา

ในขณะนี้ กรมการจัดหางานและ บก.ปคม. กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้เสียหายจะสามารถได้รับเงินคืนหรือไม่ และช่องโหว่ทางกฎหมายใดที่ทำให้บริษัทนี้สามารถดำเนินกิจการได้ โดยเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ร้องเรียน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

ทางการไทยบุกตรวจค้นศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยบุกตรวจค้นศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

กสทช. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจสอบศูนย์ข้อมูลที่ต้องสงสัยว่าเอื้อต่อการดำเนินงานของแก๊งมิจฉาชีพจากประเทศเพื่อนบ้าน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยบุกตรวจค้นศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยบุกตรวจค้นศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

กสทช. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจสอบศูนย์ข้อมูลที่ต้องสงสัยว่าเอื้อต่อการดำเนินงานของแก๊งมิจฉาชีพจากประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้เข้าตรวจค้นศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่ง ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตที่ต้องสงสัยว่าถูกนำไปใช้โดยเครือข่ายอาชญากรรมที่ดำเนินการจากประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการขัดขวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สนับสนุนการฉ้อโกงข้ามชาติ แม้ว่าการบุกตรวจค้นจะเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบการใช้งานโทรคมนาคม แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนเท่าใด หรือศูนย์ข้อมูลดังกล่าวได้ให้บริการแก่กลุ่มอาชญากรเหล่านี้โดยเจตนาหรือไม่

ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์อุปกรณ์ที่ยึดได้และบันทึกเครือข่ายเพื่อติดตามขอบเขตการเชื่อมต่อที่กลุ่มเหล่านี้ใช้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของบริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ถูกต้องตามกฎหมายของศูนย์ข้อมูลดังกล่าว และยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เชื่อมโยงกับสถานที่นี้ ประชาชนควรระมัดระวังการติดต่อสื่อสารที่ไม่พึงประสงค์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามร่องรอยทางดิจิทัลของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:44 UTC

อัปเดตเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทย (ปี 2569)
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทย (ปี 2569)

Thai Post ได้เผยแพร่คำแนะนำที่อัปเดตเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทยสำหรับปี 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัปเดตเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทย (ปี 2569)

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทย (ปี 2569)

Thai Post ได้เผยแพร่คำแนะนำที่อัปเดตเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทยสำหรับปี 2569

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สื่อ Thai Post ได้เผยแพร่ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อถูกกฎหมายในประเทศไทย รายงานเน้นย้ำว่าการใช้บริการสินเชื่อผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายและมีการกำกับดูแลถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มีงานประจำ เพื่อจัดการความจำเป็นทางการเงินหรือเงินสำรองฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการด้านการเงินในท้องถิ่น การเตรียมเอกสารให้พร้อมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว แม้ว่ารายงานจะให้กรอบแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งที่คาดหวังในระหว่างกระบวนการยื่นขอสินเชื่อ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละธนาคารหรือเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติส่วนบุคคล

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางทั่วไปสำหรับการบริหารจัดการทางการเงิน ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อควรตรวจสอบรายการเอกสารที่เฉพาะเจาะจงโดยตรงกับสถาบันการเงินที่เลือก เนื่องจากนโยบายภายในอาจมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ รายงานไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักถาวรหรือผู้ที่ถือวีซ่าชั่วคราว และไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติทางการเงิน ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพหรือสถาบันการเงินโดยตรงเพื่อยืนยันข้อกำหนดที่เป็นปัจจุบันที่สุดสำหรับสถานการณ์ของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

กรมราชทัณฑ์เตรียมแก้กฎกระทรวงเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์ลดโทษนักโทษคดีอุกฉกรรจ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมราชทัณฑ์เตรียมแก้กฎกระทรวงเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์ลดโทษนักโทษคดีอุกฉกรรจ์

กรมราชทัณฑ์ของไทยวางแผนแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การลดโทษและการพักการลงโทษสำหรับนักโทษที่กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมราชทัณฑ์เตรียมแก้กฎกระทรวงเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์ลดโทษนักโทษคดีอุกฉกรรจ์

แหล่งข่าวเดียว
กรมราชทัณฑ์เตรียมแก้กฎกระทรวงเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์ลดโทษนักโทษคดีอุกฉกรรจ์

กรมราชทัณฑ์ของไทยวางแผนแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การลดโทษและการพักการลงโทษสำหรับนักโทษที่กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 กรมราชทัณฑ์กำลังเตรียมแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกและเลื่อนชั้นนักโทษ โดยการเปลี่ยนแปลงที่นำเสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อรื้อเกณฑ์การลดโทษและสิทธิ์ในการพักการลงโทษ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีร้ายแรงโดยเฉพาะ

ความริเริ่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อปิดช่องโหว่ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเคยเอื้อให้เกิดการปล่อยตัวก่อนกำหนดหรือการลดหย่อนโทษสำหรับผู้กระทำความผิดที่มีความเสี่ยงสูง การเพิ่มความเข้มงวดในมาตรฐานเหล่านี้ กรมราชทัณฑ์ตั้งใจที่จะรับประกันว่าบทลงโทษจะยังคงมีความเหมาะสมกับความร้ายแรงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในระบบยุติธรรมของไทยที่มุ่งเน้นไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอาญาที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน แต่ก็เป็นสัญญาณถึงแนวโน้มที่อาจนำไปสู่การรับโทษจริงที่ยาวนานขึ้นสำหรับคดีอาญาที่ร้ายแรง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้จะถูกร่างขึ้นอย่างเป็นทางการ ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี และประกาศใช้เมื่อใด เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับประเภทของคดีที่จะถูกจัดว่าเป็น 'คดีอุกฉกรรจ์' และลักษณะที่แท้จริงของข้อจำกัดใหม่ในการพักการลงโทษนั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

ปฏิบัติการตำรวจในเชียงรายจบลงด้วยการปะทะจนมีผู้เสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการตำรวจในเชียงรายจบลงด้วยการปะทะจนมีผู้เสียชีวิต

การเข้าตรวจค้นตามหมายจับในจังหวัดเชียงรายนำไปสู่การปะทะรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปฏิบัติการตำรวจในเชียงรายจบลงด้วยการปะทะจนมีผู้เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการตำรวจในเชียงรายจบลงด้วยการปะทะจนมีผู้เสียชีวิต

การเข้าตรวจค้นตามหมายจับในจังหวัดเชียงรายนำไปสู่การปะทะรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ได้มีการปฏิบัติการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี ตามหมายจับคดีจำหน่ายยาเสพติด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์บานปลายเมื่อชายไม่ทราบชื่อภายในบ้านพักได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่เจ้าหน้าที่และขว้างวัตถุระเบิดเข้าใส่

แรงระเบิดส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ร.ต.ต. ตรีพงษ์ศักดิ์ คลังไทยสงค์ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้ายและมีอาการปลอดภัยแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิต โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าอาจเป็นบิดาของผู้ต้องหาหลักและมีหมายจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ก่อนแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูง แม้ภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือบิดาของผู้ต้องหาจริงหรือไม่ และผู้ต้องหาหลักตามหมายจับสามารถหลบหนีไปได้อย่างไรในระหว่างการปะทะ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้ต้องหาวัย 18 ปีรายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้จัดการมรดกรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จว่าโฉนดที่ดินสูญหาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้จัดการมรดกรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จว่าโฉนดที่ดินสูญหาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการมรดกที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม 'ป้าดา' โดยการดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาที่ว่าผู้จัดการรายนี้พยายามขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอ้างว่าเอกสารฉบับจริงสูญหาย

จากการตรวจสอบพบว่าโฉนดที่ดินฉบับจริงนั้นถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง สำนักงานที่ดินจึงได้กล่าวหาว่าผู้จัดการรายนี้ให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่เพื่อพยายามขอออกเอกสารฉบับใหม่ กรณีนี้เน้นย้ำถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและการโอนกรรมสิทธิ์ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของเอกสารที่ดินในระหว่างการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์หรือกระบวนการรับมรดก การตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารต้นฉบับได้รับการดูแลและเก็บรักษาโดยผู้ที่มีสิทธิ์โดยชอบธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ แรงจูงใจที่แท้จริงของผู้จัดการรายนี้และผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการพิจารณาจากกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ทางการไทยเข้าช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเข้าช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

กรมการจัดหางานร่วมกับ บก.ปคม. ช่วยเหลือคนหางาน 80 รายที่ถูกหลอกลวงด้วยข้อเสนอให้ไปทำงานในแคนาดาและฟินแลนด์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเข้าช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเข้าช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

กรมการจัดหางานร่วมกับ บก.ปคม. ช่วยเหลือคนหางาน 80 รายที่ถูกหลอกลวงด้วยข้อเสนอให้ไปทำงานในแคนาดาและฟินแลนด์

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมการจัดหางาน (DOE) ได้ร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่บุคคล 80 รายที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน โดยผู้เสียหายถูกหลอกด้วยข้อเสนอโอกาสในการไปทำงานที่ประเทศแคนาดาและฟินแลนด์

ตามรายงานระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อระบุตัวผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย การหลอกลวงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิธีการจัดหางานที่ไม่ถูกต้องซึ่งมุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบบริษัทจัดหางานผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ การติดต่อกับหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงินและปัญหาทางกฎหมายที่ร้ายแรง แม้ว่าจะมีการยืนยันการช่วยเหลือผู้เสียหายทั้ง 80 รายแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเฉพาะที่ผู้กระทำความผิดใช้และมูลค่าความเสียหายทางการเงินยังคงต้องรอการสรุปจากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดต่อกรมการจัดหางานโดยตรงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อเสนอการทำงานในต่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

ย้อนรอยปฏิบัติการกวาดล้าง 'เล่าต๋า'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ย้อนรอยปฏิบัติการกวาดล้าง 'เล่าต๋า'

Thai Post ย้อนรอยปฏิบัติการทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ที่มุ่งเป้าไปที่เจ้าพ่อยาเสพติดชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'เล่าต๋า'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ย้อนรอยปฏิบัติการกวาดล้าง 'เล่าต๋า'

แหล่งข่าวเดียว
ย้อนรอยปฏิบัติการกวาดล้าง 'เล่าต๋า'

Thai Post ย้อนรอยปฏิบัติการทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ที่มุ่งเป้าไปที่เจ้าพ่อยาเสพติดชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'เล่าต๋า'

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สื่อ Thai Post ได้นำเสนอเนื้อหาย้อนรอยปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดที่นำโดยบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'เล่าต๋า' รายการดังกล่าวซึ่งดำเนินรายการโดยสำราญ รอดเพชร ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความพยายามเชิงกลยุทธ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อลดอิทธิพลของบุคคลที่สื่อท้องถิ่นขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่มาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การออกอากาศนี้ถือเป็นการเตือนความจำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติและการแพร่ระบาดของยาเสพติด การทำความเข้าใจปฏิบัติการในอดีตเหล่านี้ช่วยให้เห็นบริบทของสถานการณ์ความมั่นคงในอดีตและความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในภูมิภาค

แม้ว่ารายการจะนำเสนอการวิเคราะห์ย้อนหลังถึงความสำเร็จทางยุทธวิธีของปฏิบัติการดังกล่าว แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามในปัจจุบัน ผู้ชมควรทราบว่าการออกอากาศมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบของคดีและวิธีการเฉพาะที่เจ้าหน้าที่ใช้ในขณะนั้น เนื่องจากเป็นการทบทวนเหตุการณ์ในอดีต จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกอากาศนี้ ข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นเพียงการสะท้อนภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายของไทยเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:20 UTC

ประธานสภาฯ แจงความคืบหน้าคำร้องสอบ ป.ป.ช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาฯ แจงความคืบหน้าคำร้องสอบ ป.ป.ช.

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องจากฝ่ายค้านและ สว. เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ประธานสภาฯ แจงความคืบหน้าคำร้องสอบ ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาฯ แจงความคืบหน้าคำร้องสอบ ป.ป.ช.

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องจากฝ่ายค้านและ สว. เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคำร้องจากสมาชิกฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา โดยคำร้องดังกล่าวขอให้ศาลฎีกาจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากที่มีการยกคำร้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายโสภณยืนยันว่าคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมด้วยเพื่อความโปร่งใสและเป็นกลาง โดยชี้แจงว่ารายชื่อของคณะกรรมการที่เป็นบุคคลภายนอกจะเปิดเผยหลังจากสรุปรายงานเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อรักษาความเป็นอิสระในการทำงาน นอกจากนี้ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงการตั้งขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ โดยย้ำว่าเป็นการดำเนินการภายใต้อำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรตามระเบียบรัฐสภา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกป้องกันการทุจริตในประเทศไทย แม้จะเป็นกระบวนการภายใน แต่ก็สะท้อนถึงการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันต่างๆ สำหรับกรอบเวลาในการทำงานของคณะกรรมการนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากนายโสภณระบุว่าความรวดเร็วในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับการทำงานที่เป็นอิสระของคณะกรรมการเอง โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากที่คณะกรรมการสรุปผลการพิจารณาและประธานสภาฯ แถลงอย่างเป็นทางการว่าจะส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมแจ้งเท็จโฉนดที่ดินสูญหาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมแจ้งเท็จโฉนดที่ดินสูญหาย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้จัดการมรดกรายหนึ่งที่พยายามขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอ้างว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย ทั้งที่ความจริงไม่ได้สูญหาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมแจ้งเท็จโฉนดที่ดินสูญหาย

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก ปมแจ้งเท็จโฉนดที่ดินสูญหาย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้จัดการมรดกรายหนึ่งที่พยายามขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอ้างว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย ทั้งที่ความจริงไม่ได้สูญหาย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 ซึ่งผู้จัดการมรดกได้อ้างว่าโฉนดสูญหายเพื่อขอออกใบแทน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยเมื่อเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ดิน เพื่อพิสูจน์ว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย การตรวจสอบพบว่าผู้จัดการมรดกได้คัดสำเนาโฉนดไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะยื่นคำขอออกใบแทนในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เมื่อพบว่าเอกสารฉบับจริงอยู่ที่วัด สำนักงานที่ดินจึงได้ยกเลิกคำสั่งออกใบแทนและดำเนินคดีตามกฎหมายฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะของโฉนดที่ดินอย่างรอบคอบ และเป็นเครื่องเตือนใจว่าการพยายามหลีกเลี่ยงขั้นตอนปกติโดยการอ้างว่าเอกสารสูญหายทั้งที่ไม่เป็นความจริงอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้จัดการมรดกได้ให้ข้อมูลเท็จโดยเจตนาหรือไม่ หรือเกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานที่เก็บเอกสาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนถึงเจตนาที่แท้จริงในการยื่นคำขอดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ภัยโกงออนไลน์ในไทยพุ่งสูงกว่า 961 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ภัยโกงออนไลน์ในไทยพุ่งสูงกว่า 961 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2569

ข้อมูลใหม่จากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์เผยพบเคสโกงกว่า 25,000 คดีในเดือนกรกฎาคม นำไปสู่การจัดโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ภัยโกงออนไลน์ในไทยพุ่งสูงกว่า 961 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ภัยโกงออนไลน์ในไทยพุ่งสูงกว่า 961 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2569

ข้อมูลใหม่จากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์เผยพบเคสโกงกว่า 25,000 คดีในเดือนกรกฎาคม นำไปสู่การจัดโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบาง

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ที่อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม 2569 ประเทศไทยพบเคสการฉ้อโกงออนไลน์มากกว่า 25,000 คดี ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวมกว่า 961 ล้านบาท แม้ว่าการหลอกลวงเกี่ยวกับสินค้าและบริการจะมีจำนวนมากที่สุด แต่ความเสียหายทางการเงินสูงสุดกลับมาจากการ "หลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่น" ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 263 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากการหลอกลวงทางดิจิทัลที่ซับซ้อน การหลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่นที่มิจฉาชีพสวมรอยเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือเจ้าหน้าที่ ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการเงินส่วนบุคคล การระมัดระวังในการสื่อสารที่ไม่ได้รับเชิญและการตรวจสอบตัวตนของผู้ที่ร้องขอการทำธุรกรรมทางการเงินถือเป็นสิ่งสำคัญ

เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นนี้ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ได้เปิดตัวโครงการ "วัยเก๋าเท่าทันโลก" ซึ่งเป็นโครงการให้ความรู้ทางการเงินและการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพแก่ผู้สูงอายุในชุมชน เช่น ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการเงินออมและป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง แม้ว่าสถิติเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาอย่างชัดเจน แต่ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปรับกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายเพื่อรับมือกับกลโกงที่พัฒนาไปอย่างไร ผู้อยู่อาศัยควรใช้ความระมัดระวังและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ตำรวจรวบหนุ่มดัดแปลงปืนแบลงก์กันในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบหนุ่มดัดแปลงปืนแบลงก์กันในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดปทุมธานีจับกุมชายวัย 30 ปี ในข้อหาดัดแปลงปืนแบลงก์กันให้สามารถใช้กระสุนจริงได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบหนุ่มดัดแปลงปืนแบลงก์กันในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบหนุ่มดัดแปลงปืนแบลงก์กันในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดปทุมธานีจับกุมชายวัย 30 ปี ในข้อหาดัดแปลงปืนแบลงก์กันให้สามารถใช้กระสุนจริงได้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ตามรายงานของ Khaosod Online ตำรวจได้จับกุมนายณัฐพล อายุ 30 ปี หลังจากมีการสืบสวนพบข้อมูลการสั่งซื้อกระสุนปืนผ่านกลุ่มลับในเฟซบุ๊ก

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นปืนแบลงก์กันที่ถูกดัดแปลงลำกล้องให้สามารถใช้กับกระสุนจริงได้ จำนวน 3 กระบอก ได้แก่ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก และขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ดัดแปลงอาวุธเพื่อนำไปขายและนำเงินมาซื้อปืนกระบอกใหม่เข้าคอลเลกชันของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมการแพร่ระบาดของอาวุธปืนที่ถูกดัดแปลง แม้คดีนี้จะเป็นกรณีเฉพาะบุคคล แต่ก็เน้นย้ำถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดของไทยเกี่ยวกับการครอบครองและการดัดแปลงอาวุธปืน นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปืนแบลงก์กันที่ถูกดัดแปลง ถือเป็นความผิดทางอาญาร้ายแรงในประเทศไทย ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายการจำหน่ายของผู้ต้องหา หรือว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:19 UTC

ประธานสภาฯ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. ในคดีศักดิ์สยาม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาฯ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. ในคดีศักดิ์สยาม

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินคำร้องที่ขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ยกฟ้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ประธานสภาฯ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. ในคดีศักดิ์สยาม

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาฯ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. ในคดีศักดิ์สยาม

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินคำร้องที่ขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ยกฟ้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายโสภณ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นทางการเพื่อพิจารณาคำร้องที่ยื่นโดยสมาชิกฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา โดยคำร้องดังกล่าวขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการตัดสินยกฟ้องคดีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ประธานสภาฯ ระบุว่าคณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยบุคคลภายนอกเพื่อความโปร่งใสและเป็นกลาง โดยปฏิเสธข้อครหาที่ว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น เขาย้ำว่ากรอบเวลาในการสรุปผลของคณะกรรมการยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากขึ้นอยู่กับความคืบหน้าภายในของคณะกรรมการเอง ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ได้กล่าวถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าควรหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับประเด็นทางกฎหมายเพียงเรื่องเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องภายในกลไกการกำกับดูแลทางการเมืองและตุลาการของไทย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือการดำเนินธุรกิจ แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศความรับผิดชอบทางการเมืองในปัจจุบันของประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการจะสรุปผลอย่างไร และศาลฎีกาจะตกลงเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจเดิมของ ป.ป.ช. หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าของการตรวจสอบตามกระบวนการนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 08:58 UTC

จังหวัดพิจิตรตรวจสอบข้าราชการ 65 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดพิจิตรตรวจสอบข้าราชการ 65 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการจังหวัดพิจิตรกำลังตรวจสอบสถานะของข้าราชการท้องถิ่น 65 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบ โดยอาจมีการพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จังหวัดพิจิตรตรวจสอบข้าราชการ 65 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดพิจิตรตรวจสอบข้าราชการ 65 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการจังหวัดพิจิตรกำลังตรวจสอบสถานะของข้าราชการท้องถิ่น 65 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบ โดยอาจมีการพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จังหวัดพิจิตรกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตการสอบท้องถิ่นซึ่งมีข้าราชการท้องถิ่นกว่า 65 รายมีชื่อเกี่ยวข้อง นายกิตติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยืนยันว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้แจ้งแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบ

ภายใต้แนวทางปัจจุบัน หน่วยงานระดับจังหวัดจะต้องยกเลิกบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านเดิมที่พบว่ามีการแก้ไขคะแนน และประกาศบัญชีรายชื่อใหม่ที่ถูกต้อง โดยคาดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะมีการประชุมเพื่อดำเนินการตามมติดังกล่าวในเร็วๆ นี้

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความโปร่งใสภายในหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการจ้างงานและการเลื่อนตำแหน่งภายในเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจังหวัดในการแก้ไขความไม่ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอน ณ วันที่รายงาน ยังไม่มีข้าราชการคนใดยื่นหนังสือลาออกเพื่อตอบสนองต่อการตรวจสอบนี้ ทั้งนี้ จะมีการประชุมติดตามผลในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปและผลการตัดสินใจของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการยืนยันความคืบหน้าอีกครั้งเมื่อคณะกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ

มีการจัดตั้งคณะกรรมการภายนอกเพื่อตรวจสอบการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ยกฟ้องคดีซุกหุ้นของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ

แหล่งข่าวเดียว
ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการตัดสินของ ป.ป.ช. กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ

มีการจัดตั้งคณะกรรมการภายนอกเพื่อตรวจสอบการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ยกฟ้องคดีซุกหุ้นของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 โสภณได้ประกาศการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อพิจารณาคำร้องของฝ่ายค้านเกี่ยวกับการที่ ป.ป.ช. มีมติยกฟ้องคดีซุกหุ้นของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

โสภณระบุว่ากรอบเวลาในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทั้งหมด โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการไม่ควรเร่งรีบหรือหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้มากเกินไป การจัดตั้งหน่วยงานภายนอกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองต่อการตรวจสอบจากสาธารณะและการเมืองที่ล้อมรอบการตัดสินใจเดิมของ ป.ป.ช.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองและการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทย แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองระดับสูง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกลไกทางสถาบันที่กว้างขึ้นซึ่งกำลังมีบทบาทในการบริหารประเทศในปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ ผลการตรวจสอบเฉพาะของคณะกรรมการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอดีตรัฐมนตรียังคงต้องรอการยืนยัน สาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอติดตามว่าคณะกรรมการจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไร และข้อสรุปจะแตกต่างจากการตัดสินใจเดิมของ ป.ป.ช. หรือไม่ การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าภายในของคณะกรรมการและการประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

ข้อกล่าวหาฉ้อโกงผ่านแอปหาคู่เกี่ยวข้องกับอดีตครู
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาฉ้อโกงผ่านแอปหาคู่เกี่ยวข้องกับอดีตครู

เจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นกล่าวหาหญิงที่เคยประกอบอาชีพครูว่าฉ้อโกงเงินหลังจากมีความสัมพันธ์สั้นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกล่าวหาฉ้อโกงผ่านแอปหาคู่เกี่ยวข้องกับอดีตครู

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาฉ้อโกงผ่านแอปหาคู่เกี่ยวข้องกับอดีตครู

เจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นกล่าวหาหญิงที่เคยประกอบอาชีพครูว่าฉ้อโกงเงินหลังจากมีความสัมพันธ์สั้นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ อบต. รายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'คุณเท่' ได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กรสายไหมต้องรอดเกี่ยวกับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงทางการเงิน โดยเจ้าหน้าที่รายนี้อ้างว่าถูกหญิงที่ระบุชื่อว่า 'ครูน้ำ' หลอกเอาเงินไปกว่า 500,000 บาท หลังจากที่ทั้งคู่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569

คุณเท่อ้างว่าหญิงคนดังกล่าวซึ่งอ้างว่าเป็นครู ได้ขอเงินค่าเล่าเรียนและค่าสินสอดหลังจากเริ่มคบหากันในเดือนกรกฎาคม โดยเขาระบุว่าได้โอนเงินประมาณ 300,000 บาทสำหรับค่าสินสอด และอีก 200,000 บาทสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการออกรายการ 'โหนกระแส' หญิงคนดังกล่าวได้ชี้แจงว่าตนไม่ได้เป็นครูแล้วและได้หันมาขายรถจักรยานยนต์ โดยระบุว่ารูปถ่ายในชุดครูที่ติดไว้ในบ้านนั้นมีไว้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจส่วนตัวเท่านั้น และไม่ได้นำไปใช้เพื่อหลอกลวงผู้อื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลที่รู้จักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แม้ว่าหญิงคนดังกล่าวจะออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถานะทางวิชาชีพของเธอแล้ว แต่ข้อกล่าวหาเฉพาะเรื่องการฉ้อโกงทางการเงินยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนและการตรวจสอบทางกฎหมายเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

การตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของวัดป่าอดุลยาราม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของวัดป่าอดุลยาราม

หญิงวัย 62 ปีได้ยื่นคำร้องขอเอกสารอย่างเป็นทางการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งวัดในจังหวัดขอนแก่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
การตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของวัดป่าอดุลยาราม

หญิงวัย 62 ปีได้ยื่นคำร้องขอเอกสารอย่างเป็นทางการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งวัดในจังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ 'ป้าดา' ได้เดินทางไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม เพื่อขอตรวจสอบหลักฐานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม ในจังหวัดขอนแก่น ตามรายงานของ Khaosod Online หญิงวัย 62 ปีรายนี้ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบหลังจากไม่พบรายชื่อวัดดังกล่าวในทะเบียนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งนำไปสู่คำถามว่าวัดแห่งนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.สงฆ์ และกฎระเบียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาหรือไม่

นายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้รับหนังสือคำร้องดังกล่าวในนามของหน่วยงาน ป้าดากล่าวว่าเป้าหมายของเธอคือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ รวมถึงเอกสารการขอจัดตั้งวัดฉบับดั้งเดิมและหนังสือถวายฎีกาที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมายของสถานที่ดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าการกระทำของเธอมีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่การทวงคืนที่ดิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของศาสนสถานในประเทศไทย แม้วัดจะเป็นจุดที่น่าสนใจในท้องถิ่น แต่การรับรองอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอผลการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 08:18 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินเขากระโดงทวีความรุนแรงขึ้น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินเขากระโดงทวีความรุนแรงขึ้น

ทนายความของนายเนวิน ชิดชอบ ได้วิพากษ์วิจารณ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่เลื่อนนัดคดีหมิ่นประมาทในประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินเขากระโดงทวีความรุนแรงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินเขากระโดงทวีความรุนแรงขึ้น

ทนายความของนายเนวิน ชิดชอบ ได้วิพากษ์วิจารณ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่เลื่อนนัดคดีหมิ่นประมาทในประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง

ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินเขากระโดงทวีความรุนแรงขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 การเผชิญหน้าทางกฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่ที่ดินเขากระโดงได้ทวีความรุนแรงขึ้น นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความของนายเนวิน ชิดชอบ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โดยกล่าวหาว่าสร้างกระแสในที่สาธารณะเกี่ยวกับประเด็นการถือครองที่ดิน

เกิดอะไรขึ้น? นายเนวิน ชิดชอบ ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและแจ้งความเท็จ โดยข้อพิพาทมุ่งเน้นไปที่การกล่าวหาของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เกี่ยวกับการครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เขากระโดง ทนายความอ้างว่าในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ประกาศต่อสาธารณะว่ามี "หลักฐานเด็ด" เกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันกลับขอเลื่อนนัดการพิจารณาคดีในศาลสำหรับคดีหมิ่นประมาทออกไป

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจด้านการจัดการที่ดินในระดับภูมิภาค กรณีนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของรัฐในประเทศไทย แม้ว่าข้อพิพาทจะจำกัดอยู่เพียงกระบวนการทางกฎหมายในขณะนี้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของข้อเรียกร้องเรื่องที่ดินที่มีบุคคลระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไรในข้อหาหมิ่นประมาท หรือหลักฐานที่สัญญาไว้เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงจะถูกนำเสนอในกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ประชาชนกำลังรอติดตามความคืบหน้าต่อไปในขณะที่กระบวนการทางศาลที่ถูกเลื่อนออกไปจะดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC