ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งก่อนการไต่สวน 26 ส.ค.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งก่อนการไต่สวน 26 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญไทยสั่งให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หลังจากมีความกังวลเรื่องการรักษาความลับของผู้ลงคะแนน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งก่อนการไต่สวน 26 ส.ค.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งก่อนการไต่สวน 26 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญไทยสั่งให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หลังจากมีความกังวลเรื่องการรักษาความลับของผู้ลงคะแนน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญกำลังเตรียมการสำหรับการไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการรักษาความปลอดภัยบนบัตรเลือกตั้ง ขณะนี้ศาลกำลังพิจารณาคำร้อง 22 ฉบับที่ยื่นโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งแสดงความกังวลว่าการใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนนเสียง โดยอาจทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ลงคะแนนได้

ในการเตรียมการสำหรับการพิจารณาคดี ศาลได้สั่งให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเทคนิคเหล่านี้ แม้ว่าการไต่สวนจะยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 26 สิงหาคมตามกำหนดการเดิม แต่ศาลต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมว่าเครื่องหมายดิจิทัลเหล่านี้ขัดต่อการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการลงคะแนนเสียงหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายและธุรการ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อสถาบันประชาธิปไตย ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะพิจารณาว่าคุณสมบัติเหล่านี้เป็นปัญหาหรือไม่ หรือจะถือว่าสอดคล้องกับกฎหมายเลือกตั้งที่มีอยู่ ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการเลือกตั้งใดๆ และขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลหลังการไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:39 UTC

วัยรุ่นบาดเจ็บจากเหตุยิงกันในร้านอาหารริมทาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

วัยรุ่นบาดเจ็บจากเหตุยิงกันในร้านอาหารริมทาง

ผู้ต้องสงสัยวัย 17 ปี ก่อเหตุยิงนักเรียนมัธยมต้นในร้านอาหารริมทาง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุมาจากความหึงหวง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

วัยรุ่นบาดเจ็บจากเหตุยิงกันในร้านอาหารริมทาง

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นบาดเจ็บจากเหตุยิงกันในร้านอาหารริมทาง

ผู้ต้องสงสัยวัย 17 ปี ก่อเหตุยิงนักเรียนมัธยมต้นในร้านอาหารริมทาง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุมาจากความหึงหวง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ร้านอาหารริมทางแห่งหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเยาวชนสองคน ผู้ต้องสงสัยชายวัย 17 ปี ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่งผลให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่กำลังสอบสวนคดีนี้ระบุว่าแรงจูงใจมาจากความหึงหวง โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าทั้งสองฝ่ายต่างสนใจหญิงสาวคนเดียวกัน ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากัน เหยื่อถูกนำตัวส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนหลังเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งเฉพาะจุดระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ใช่ตัวแทนของความปลอดภัยสาธารณะโดยรวมในประเทศไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างในพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยและสถานะทางการแพทย์ปัจจุบันของเหยื่อยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของตำรวจ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

ดีเอสไอสอบปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นแทนต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอสอบปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นแทนต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ระบุว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนทำหน้าที่เป็นตัวแทนถือหุ้นให้กับผลประโยชน์ของต่างชาติในนิติบุคคลแห่งหนึ่งที่ภูเก็ต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอสอบปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นแทนต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอสอบปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นแทนต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ระบุว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนทำหน้าที่เป็นตัวแทนถือหุ้นให้กับผลประโยชน์ของต่างชาติในนิติบุคคลแห่งหนึ่งที่ภูเก็ต

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ากำลังดำเนินการสอบสวนข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า สส. รายดังกล่าวอาจทำหน้าที่เป็น 'นอมินี' หรือตัวแทนถือหุ้นแทนบุคคลต่างชาติในนิติบุคคลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติ กฎหมายไทยจำกัดการมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติในบางภาคส่วนอย่างเคร่งครัด และการใช้ 'นอมินี' เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้เป็นประเด็นที่รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าการสอบสวนนี้จะเฉพาะเจาะจงกับบุคคลทางการเมือง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบโครงสร้างองค์กรเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น DSI ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวตนของ สส. หรือลักษณะของนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในภูเก็ต ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือการสอบสวนจะเปิดเผยผลกระทบที่กว้างขึ้นต่อธุรกิจที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของในภูมิภาคนี้หรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจาก DSI เพื่อชี้แจงขอบเขตของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:20 UTC

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายเครือข่ายแจ้งเกิดต่างด้าวเป็นคนไทยโดยมิชอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายเครือข่ายแจ้งเกิดต่างด้าวเป็นคนไทยโดยมิชอบ

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ดำเนินคดีกับบุคคล 4 ราย ในข้อหาปลอมแปลงสูติบัตรเพื่อสวมสิทธิ์ให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายเครือข่ายแจ้งเกิดต่างด้าวเป็นคนไทยโดยมิชอบ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายเครือข่ายแจ้งเกิดต่างด้าวเป็นคนไทยโดยมิชอบ

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ดำเนินคดีกับบุคคล 4 ราย ในข้อหาปลอมแปลงสูติบัตรเพื่อสวมสิทธิ์ให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (ตม.3) ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคล 4 ราย ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อจดทะเบียนให้เด็กต่างด้าวเป็นคนไทยโดยมิชอบ การสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 มุ่งเน้นไปที่กลุ่มบุคคลที่ให้ข้อมูลเท็จต่อทางราชการเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง

การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากหญิงชาวจีนรายหนึ่งชื่อ น.ส.หวง ได้ยื่นขออยู่ในราชอาณาจักรโดยอ้างเหตุอุปการะบุตรสัญชาติไทย แต่ผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) พบว่าเด็ก 2 คนที่มีชื่อชายไทยเป็นบิดาตามสูติบัตร แท้จริงแล้วเป็นบุตรของนายเย่วหลง ซึ่งเป็นชาวจีน เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามีการร่วมกันอำพรางสถานะของเด็ก นอกจากนี้ยังพบกรณีลักษณะเดียวกันอีกครอบครัวหนึ่ง โดย น.ส.หวัง ชาวจีนอีกราย ยอมรับว่าบุตรของตนไม่ใช่บุตรของชายไทยตามที่ระบุในสูติบัตร แต่เป็นบุตรของนายจู ชาวจีนเช่นกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทะเบียนราษฎร์ แม้ว่าคดีเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดที่เป็นเท็จ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดเตรียมเอกสารที่ถูกต้องแม่นยำเมื่อต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการไทย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเครือข่ายดังกล่าวจะขยายวงกว้างออกไปอีกหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนครอบครัวทั้งสองรายนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

สส.พรรคประชาชน จี้ DSI ปมปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สส.พรรคประชาชน จี้ DSI ปมปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต

กรุณพล เทียนสุวรรณ จากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีการเปิดเผยชื่อ สส.ภูเก็ต ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน ทั้งที่ยังไม่มีการออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สส.พรรคประชาชน จี้ DSI ปมปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
สส.พรรคประชาชน จี้ DSI ปมปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต

กรุณพล เทียนสุวรรณ จากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีการเปิดเผยชื่อ สส.ภูเก็ต ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน ทั้งที่ยังไม่มีการออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนจากพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับการจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ตามรายงานของมติชนออนไลน์ กรุณพลแสดงความกังวลต่อการตัดสินใจของ DSI ที่เปิดเผยชื่อ สส.ภูเก็ต ในลักษณะที่สื่อถึงการกระทำผิด ทั้งที่ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคลดังกล่าว

กรุณพลย้ำว่าพรรคประชาชนยังคงยึดมั่นในความโปร่งใสและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เขาโต้แย้งว่าการเปิดเผยชื่อก่อนเวลาอันควรเสี่ยงต่อการทำลายชื่อเสียงโดยปราศจากกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ DSI ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายมาตรฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานสอบสวนของรัฐ แม้ว่าสถานการณ์นี้จะจำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบทางการเมืองและทางปกครอง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในระบบกฎหมายไทย ขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า DSI จะมีการตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของการสอบสวนหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความคืบหน้าและผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยการตอบสนองจาก DSI ต่อข้อกังวลที่พรรคประชาชนได้หยิบยกขึ้นมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC

ตำรวจบางเขนคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบางเขนคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุน

ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางเขนประสบความสำเร็จในการคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้แก่ผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงการลงทุน ภายใต้โครงการ 'Money Cash Back' ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบางเขนคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบางเขนคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุน

ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางเขนประสบความสำเร็จในการคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้แก่ผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงการลงทุน ภายใต้โครงการ 'Money Cash Back' ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถานีตำรวจนครบาลบางเขน กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศการติดตามและส่งมอบเงินคืนกว่า 1.3 ล้านบาทให้แก่ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้ร่วมลงทุน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'Money Cash Back' ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้กำกับดูแลการดำเนินงานดังกล่าว โดยมีทีมสืบสวนคดีออนไลน์นำโดย พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน และคณะทำงานเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการฉ้อโกงการลงทุนออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น แม้การคืนเงินครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย แต่ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบแพลตฟอร์มการลงทุนก่อนตัดสินใจโอนเงิน ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมนี้หรือไม่ หรือมีผู้เสียหายรายอื่นที่ยังไม่ได้รับการระบุตัวตนอีกหรือไม่ ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังต่อข้อเสนอการลงทุนที่ไม่ได้รับเชิญ และรายงานกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

ลูกา ดอนซิช เผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ลูกา ดอนซิช เผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น

ลูกา ดอนซิช ซูเปอร์สตาร์ NBA กำลังเผชิญกับการต่อสู้ทางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น อนามาเรีย โกลเทส ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องมูลค่า 50 ล้านและประเด็นเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ลูกา ดอนซิช เผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น

แหล่งข่าวเดียว
ลูกา ดอนซิช เผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น

ลูกา ดอนซิช ซูเปอร์สตาร์ NBA กำลังเผชิญกับการต่อสู้ทางกฎหมายกับอดีตคู่หมั้น อนามาเรีย โกลเทส ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องมูลค่า 50 ล้านและประเด็นเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร

ตามรายงานจาก Thai Post ลูกา ดอนซิช ซูเปอร์สตาร์นักบาสเกตบอล NBA กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่ริเริ่มโดยอดีตคู่หมั้นของเขา อนามาเรีย โกลเทส ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องรวมมูลค่า 50 ล้าน พร้อมด้วยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรสาวของพวกเขา ดอนซิชได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์นี้ โดยระบุโดยเฉพาะว่าเขากังวลว่าการดำเนินการทางกฎหมายนี้เป็นความพยายามที่จะพรากเขาไปจากลูกสาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามข่าวสารด้านกีฬาและคนดังระดับโลก เหตุการณ์นี้ถือเป็นความขัดแย้งส่วนตัวที่ได้รับความสนใจสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลก แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะอยู่ในขอบเขตส่วนตัว แต่ลักษณะของการเรียกร้องที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้ดึงดูดความสนใจอย่างมากในแวดวงสื่อกีฬา

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดของคดีความยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลที่ให้ไว้นี้อ้างอิงจากรายงานเบื้องต้นของ Thai Post และหลายแง่มุมของคดี รวมถึงเหตุผลทางกฎหมายเฉพาะสำหรับข้อเรียกร้องมูลค่า 50 ล้าน และสถานะของข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร ยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือตัดสินอย่างเป็นทางการในชั้นศาล ผู้ที่ติดตามข่าวควรเฝ้ารอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนทางกฎหมายของพวกเขา เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตที่แท้จริงของสถานการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:40 UTC

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นจะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นจะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าการสอบสวนกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นจะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นจะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าการสอบสวนกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า การสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นจะสิ้นสุดลงภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ขณะนี้กระทรวงกำลังเร่งดำเนินการปลดข้าราชการที่พบว่าได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ หลังจากมีการตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบ

ตามข้อมูลจากกระทรวง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติ เอกสารหลักฐาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้แก่คณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อให้กระบวนการเพิกถอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าในช่วงแรกผู้นำท้องถิ่นหลายพื้นที่จะมีความกังวล แต่กระทรวงรายงานว่าส่วนใหญ่เข้าใจและยอมรับผลการตรวจสอบหลังจากได้เห็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าพร้อมชี้แจงต่อฝ่ายค้านหากมีการตั้งคำถามในเรื่องนี้

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติในไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของบริการภาครัฐส่วนท้องถิ่น แม้กระบวนการปลดข้าราชการที่เกี่ยวข้องจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบในภาพรวมของการบริหารงานยังคงต้องติดตามต่อไปจนกว่าจะถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 สิงหาคม กระทรวงยืนยันว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามมาตรฐานทางกฎหมายเพื่อขจัดข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับผลการสอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:38 UTC

สั่งสอบสวนกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถฉุกเฉิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งสอบสวนกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถฉุกเฉิน

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำลังตรวจสอบรายงานกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางทางรถ ALS ของศูนย์เอราวัณและเรียกเก็บค่าเสียเวลา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งสอบสวนกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
สั่งสอบสวนกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถฉุกเฉิน

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำลังตรวจสอบรายงานกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางทางรถ ALS ของศูนย์เอราวัณและเรียกเก็บค่าเสียเวลา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถพยาบาลเอกชนคันหนึ่ง ซึ่งมีรายงานว่าได้จอดขวางทางรถพยาบาลปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (ALS) ของศูนย์เอราวัณ ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินของรัฐในกรุงเทพมหานคร

รายงานระบุว่าทีมงานของรถพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่เพียงแต่ขัดขวางรถฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังเรียกเก็บเงินจำนวน 1,000 บาท โดยอ้างว่าเป็น 'ค่าเสียเวลา' เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของบริการขนส่งผู้ป่วยเอกชนและการปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่การแพทย์ของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนให้บริการ แม้ศูนย์เอราวัณจะเป็นบริการสาธารณะที่เป็นที่รู้จัก แต่การมีผู้ให้บริการเอกชนหลายรายทำให้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ารถพยาบาลเอกชนคันดังกล่าวอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือการขัดขวางนั้นเป็นความตั้งใจ การสอบสวนของ สพฉ. คาดว่าจะช่วยชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์และตรวจสอบว่ามีการละเมิดกฎระเบียบใดหรือไม่ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องหรือสถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

ข้อพิพาทเรื่องการจับกุมที่ดินที่ สน.พระโขนง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องการจับกุมที่ดินที่ สน.พระโขนง

หญิงวัย 62 ปี บุก สน.พระโขนง ร้องเรียนว่ามีการแจ้งข้อหาเท็จต่อบุคคล 31 รายในคดีข้อพิพาทที่ดิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทเรื่องการจับกุมที่ดินที่ สน.พระโขนง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจับกุมที่ดินที่ สน.พระโขนง

หญิงวัย 62 ปี บุก สน.พระโขนง ร้องเรียนว่ามีการแจ้งข้อหาเท็จต่อบุคคล 31 รายในคดีข้อพิพาทที่ดิน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ 'ป้าดา' ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 31 ราย รวมถึงนายอับบาสและบริวาร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นางสาวชมมณีอ้างว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวถูกแจ้งข้อหาเท็จและออกหมายจับโดยมิชอบที่เกี่ยวข้องกับที่ดินบริเวณท่าเรือ 18D

นางสาวชมมณียืนยันว่าที่ดินดังกล่าวมีโฉนดเลขที่ 2465 ซึ่งเป็นของนายอับบาส โดยเธออ้างว่าตำรวจได้นำโฉนดเลขที่ 2397 และ 2398 ซึ่งเป็นที่ดินฝั่งตรงข้ามมาใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมโดยผิดพลาด ในระหว่างการเข้าพบ เธอได้ขอพบผู้กำกับการสถานีเพื่อตรวจสอบหลักฐานที่ใช้ในการดำเนินคดีกับกลุ่มดังกล่าว โดยระบุว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยถูกเรียกตัวไปสอบสวนแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทด้านอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่นที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นประเด็นทางกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของเอกสารสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทางตำรวจจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำเสนอจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่เมื่อเทียบกับคำกล่าวอ้างของนางสาวชมมณีเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของที่ดินที่มีข้อพิพาท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

กระทรวงมหาดไทยสั่งกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยสั่งกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเร่งตรวจสอบขบวนการอาชญากรรมที่สวมสิทธิ์ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงมหาดไทยสั่งกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเร่งตรวจสอบขบวนการอาชญากรรมที่สวมสิทธิ์ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยประกาศมาตรการกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย ตามรายงานของ Thai Post รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้สั่งการให้เร่งขยายผลการสอบสวนเพื่อทลายเครือข่ายเหล่านี้ โดยยอมรับว่าอาจมีเจ้าหน้าที่บางส่วนละเลยการปฏิบัติหน้าที่

ปฏิบัติการดังกล่าวจะเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบทุกเขตทั่วกรุงเทพมหานครก่อนที่จะขยายผลไปทั่วประเทศ ทางการระบุว่ามาตรการนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติที่สำคัญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ์ผิดกฎหมายเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลเอกสารการอยู่อาศัย แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางอาญา แต่ผู้ที่กำลังดำเนินการด้านการตรวจคนเข้าเมืองหรือการอยู่อาศัยในประเทศไทยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนได้รับการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการและโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนี้

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการสวมสิทธิ์ดังกล่าวจำนวนเท่าใด และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรต่อเจ้าหน้าที่ที่พบว่ามีความประมาทเลินเล่อ โดยรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบทั่วประเทศให้แล้วเสร็จ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:19 UTC

ตำรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ดในปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ดในปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ

ทางการไทยสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดยาบ้าได้ 2 ล้านเม็ดที่เตรียมนำเข้าสู่เมืองหลวง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ดในปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ดในปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ

ทางการไทยสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดยาบ้าได้ 2 ล้านเม็ดที่เตรียมนำเข้าสู่เมืองหลวง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ได้ประกาศความสำเร็จในการยึดยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนส่งสารผิดกฎหมายจากภาคอีสานมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำกับดูแลปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย ทำให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ก่อนที่จะถึงเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยในการปราบปรามการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของตำรวจ แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงการมีอยู่ของเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับศูนย์กลางเมืองใหญ่

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้ที่ถูกจับกุมและขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมดของเครือข่ายยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากปฏิบัติการ ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะมีผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

ตำรวจรวบลูกน้อง 'ป้าดา' คดีบุกรุกที่ดินย่านพระโขนง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบลูกน้อง 'ป้าดา' คดีบุกรุกที่ดินย่านพระโขนง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ติดตามของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยอ้างหมายจับในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินในเขตพระโขนง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบลูกน้อง 'ป้าดา' คดีบุกรุกที่ดินย่านพระโขนง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบลูกน้อง 'ป้าดา' คดีบุกรุกที่ดินย่านพระโขนง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ติดตามของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยอ้างหมายจับในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินในเขตพระโขนง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบได้เข้าจับกุมนายก้อง ซึ่งเป็นผู้ติดตามของหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ขณะที่กำลังเดินทางไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินในย่านพระโขนง กรุงเทพมหานคร

ภายหลังการจับกุม นายก้องถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงเพื่อสอบปากคำ ต่อมา 'ป้าดา' ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหา นายก้องเปิดเผยในภายหลังว่าหมายจับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีที่ดินในย่านพระโขนงโดยเฉพาะ และไม่เกี่ยวข้องกับคดีความอื่นที่เคยเป็นข่าวในจังหวัดขอนแก่น โดยเขายืนยันความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดินในเขตพระโขนง แม้ว่าการจับกุมจะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเฉพาะ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งเรื่องที่ดินในพื้นที่ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการจับกุมครั้งนี้จะส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ 'ป้าดา' อย่างไร และจะมีบุคคลอื่นถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุบุกรุกหรือขั้นตอนต่อไปของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

เริ่มการสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

ทางการไทยกำลังสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านโดยมีผู้ลงทะเบียนในห้องพักเดียวถึง 60 คน โดยระบุว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

ทางการไทยกำลังสอบสวนกรณีการสวมทะเบียนบ้านโดยมีผู้ลงทะเบียนในห้องพักเดียวถึง 60 คน โดยระบุว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายวรศิษฎ์ พงษ์ศรี ได้ประกาศขยายผลการตรวจสอบกรณีการสวมทะเบียนบ้าน โดยการสอบสวนนี้เกิดขึ้นหลังจากการตรวจพบว่ามีห้องพักเพียงห้องเดียวที่ถูกลงทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลถึง 60 คน

เจ้าหน้าที่ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกำกับดูแลที่ปล่อยให้มีจำนวนคนลงทะเบียนในที่อยู่เดียวมากขนาดนี้โดยไม่มีการแจ้งเตือนภายใน นายวรศิษฎ์ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อปกปิดตัวตนหรืออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมด้านการบริหารและรับรองความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนราษฎร์ แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันทีจะยังมีจำกัด แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักเช่าควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารที่อยู่อาศัยของตนได้รับการยื่นและปรับปรุงให้ถูกต้องกับสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากทางธุรการที่อาจเกิดขึ้น

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวแพร่หลายเพียงใดในเขตอื่นๆ และจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันการสวมทะเบียนบ้านในอนาคต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระบุว่ามีความตั้งใจที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติเหล่านี้ได้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ

เจ้าหน้าที่ขอนแก่นกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีฐานให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ

เจ้าหน้าที่ขอนแก่นกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกผู้จัดการมรดก หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีฐานให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตำรวจในจังหวัดขอนแก่นกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะพิจารณาออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการแก่ผู้จัดการมรดกรายหนึ่ง การดำเนินการทางกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่าผู้จัดการมรดกรายดังกล่าวได้ให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' ยังไม่ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานี แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะประกาศว่าจะเข้าพบตามหมายเรียก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อประสานงานกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและมรดกในพื้นที่ แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นเรื่องของการสอบสวนทางปกครองและคดีอาญาในระดับท้องถิ่น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการจัดทำเอกสารราชการและกระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทย

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และยังไม่มีการยืนยันว่าหมายเรียกอย่างเป็นทางการจะออกเมื่อใด หรือ 'ป้าดา' จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามที่เคยระบุไว้หรือไม่ ประชาชนควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีความนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน

การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของอย่างเป็นทางการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมสิ่งของจำเป็นและเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อสนับสนุนผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของอุทกภัยในจังหวัดน่านที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกำลังประสานงานด้านการช่วยเหลือ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อุทกภัยอาจนำไปสู่การปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหัน การหยุดชะงักของระบบขนส่งสาธารณะ และการเข้าถึงบริการที่จำเป็นที่จำกัด ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางและเส้นทางอพยพ

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่าการรับบริจาคจะดำเนินการอยู่ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากอุทกภัยและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพถนนจากที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนที่จะพยายามเดินทางผ่านหรือใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

เริ่มตรวจสอบงบกลาง 30 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมในหาดใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มตรวจสอบงบกลาง 30 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมในหาดใหญ่

ทางการกำลังตรวจสอบการจัดสรรงบกลางจำนวน 30 ล้านบาทที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในหาดใหญ่ หลังจากมีข้อร้องเรียนจากสาธารณชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มตรวจสอบงบกลาง 30 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมในหาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มตรวจสอบงบกลาง 30 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมในหาดใหญ่

ทางการกำลังตรวจสอบการจัดสรรงบกลางจำนวน 30 ล้านบาทที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในหาดใหญ่ หลังจากมีข้อร้องเรียนจากสาธารณชน

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ปกรณ์ได้เริ่มตรวจสอบการใช้งบกลางจำนวน 30 ล้านบาทที่จัดสรรไว้สำหรับโครงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในหาดใหญ่ การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นหลังจากมีข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดการและการใช้จ่ายเงินทุนดังกล่าว

ปกรณ์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความโปร่งใสและให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณดังกล่าว วัตถุประสงค์หลักของการสอบสวนนี้คือเพื่อตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนและตรวจสอบว่าทรัพยากรทางการเงินถูกนำไปใช้เพื่อการฟื้นฟูและบูรณะในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในหาดใหญ่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความรับผิดชอบในการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ แม้ว่าการตรวจสอบกำลังดำเนินอยู่ แต่ยังคงต้องยืนยันว่ามีการพบความผิดปกติหรือไม่ หรือผลการตรวจสอบจะนำไปสู่การดำเนินการทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่ ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์มุ่งเน้นไปที่กระบวนการตรวจสอบ และยังไม่มีรายงานผลกระทบเฉพาะต่อบริการในท้องถิ่นหรือความปลอดภัยในการเดินทาง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การตรวจสอบดำเนินต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุนฟื้นฟูได้รับการจัดการด้วยความชัดเจนและความซื่อสัตย์ตามที่กำหนด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาในอุดรธานีถูกกล่าวหาว่าบังคับนักเรียน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาในอุดรธานีถูกกล่าวหาว่าบังคับนักเรียน

บิดารายหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในจังหวัดอุดรธานี โดยกล่าวหาว่าเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาบังคับให้บุตรชายวัย 15 ปีเสพกัญชาและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาในอุดรธานีถูกกล่าวหาว่าบังคับนักเรียน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาในอุดรธานีถูกกล่าวหาว่าบังคับนักเรียน

บิดารายหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในจังหวัดอุดรธานี โดยกล่าวหาว่าเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาบังคับให้บุตรชายวัย 15 ปีเสพกัญชาและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ตามรายงานของ Khaosod English บิดาวัย 34 ปีจากจังหวัดหนองบัวลำภูได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี โดยบิดากล่าวหาว่าเจ้าของโรงเรียนได้ทำร้ายร่างกายบุตรชายวัย 15 ปีของเขา และบังคับให้วัยรุ่นรายนี้ใช้กัญชา นอกจากนี้ คำร้องยังระบุว่าเจ้าของโรงเรียนได้บังคับให้นักเรียนถ่ายภาพคู่กับสิ่งของที่สงสัยว่าเป็นของผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถาบันการศึกษาและสถานศึกษาพิเศษ แม้ว่าศูนย์กวดวิชาจะเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ในขณะนี้ข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการพิสูจน์ และเจ้าของโรงเรียนยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิดใดๆ ประชาชนควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความชัดเจนของข้อเท็จจริงในคดีนี้ รายงานนี้อ้างอิงจากคำร้องทุกข์เบื้องต้นที่บิดาได้แจ้งไว้และตามที่สื่อท้องถิ่นได้รายงานเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:25 UTC