ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

รถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในจังหวัดลำปาง เผยให้เห็นยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

แหล่งข่าวเดียว
ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

รถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในจังหวัดลำปาง เผยให้เห็นยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำบนทางหลวงหมายเลข 120 ในอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบลังผลไม้จำนวน 15 ลังกระจายอยู่บนถนน จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบยาบ้าประมาณ 3 ล้านเม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในลังดังกล่าว

คนขับรถซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอุบัติเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนควบคุมตัวไว้ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวมาก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อหาที่มาของยาเสพติดและระบุตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมายบนเส้นทางคมนาคมสายหลัก แม้ว่าภัยคุกคามจากยาเสพติดล็อตนี้จะถูกระงับไว้ได้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางของยาเสพติดหรือตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการใหญ่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการตั้งด่านตรวจของตำรวจและการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบนเส้นทางสายเหนือเป็นเรื่องปกติในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:23 UTC

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีความเสียหายรวมสูงถึง 297 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

แหล่งข่าวเดียว
คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีความเสียหายรวมสูงถึง 297 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว

ตามรายงานจาก Thai Post ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ออกคำเตือนเร่งด่วนเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของคดีฉ้อโกงออนไลน์ ข้อมูลระบุว่ากลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 21 ถึง 30 ปี เป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อกิจกรรมทางอาญาเหล่านี้ในปัจจุบัน

สถิติที่เผยแพร่โดยศูนย์ฯ เน้นย้ำว่าวิธีการที่ผู้กระทำความผิดใช้บ่อยที่สุดคือการหลอกขายสินค้าออนไลน์และการแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลอกลวงเหยื่อ โดยกิจกรรมทางอาญาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวมถึง 297 ล้านบาทภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพุ่งสูงขึ้นของอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์หรือเมื่อได้รับการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ และควรใช้ความระมัดระวังในการซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ได้รับการยืนยัน

แม้ว่า ACSC จะระบุกลุ่มเป้าหมายหลักและขนาดของผลกระทบทางการเงินแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ จัดตั้ง 2 อนุกรรมการเพื่อดูแลกระบวนการนิรโทษกรรมใหม่ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ จัดตั้ง 2 อนุกรรมการเพื่อดูแลกระบวนการนิรโทษกรรมใหม่ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ตามรายงานของ Khaosod Online ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขความแตกแยกทางการเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน และคืนสิทธิ์ทางการเมืองให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางความคิดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

นายปกรณ์เน้นย้ำว่ากระบวนการนิรโทษกรรมนี้มีไว้เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนทางการเมืองเท่านั้น และจะไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลา 180 วันในการดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น โดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมราชทัณฑ์ จะต้องประสานความร่วมมือเพื่อดำเนินการตามกฎหมายฉบับใหม่นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในบรรยากาศทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายปี แม้ว่ากรอบการทำงานจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการนิรโทษกรรมที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่ากระบวนการนี้อาจส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยหรือกระบวนการทางกฎหมายอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:41 UTC

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

ตำรวจธัญบุรีจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่ก่อเหตุขโมยพระพุทธรูป 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง เพื่อนำไปขายใช้หนี้พนัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

ตำรวจธัญบุรีจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่ก่อเหตุขโมยพระพุทธรูป 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง เพื่อนำไปขายใช้หนี้พนัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี แถลงผลการจับกุมชาย 3 ราย อายุระหว่าง 43 ถึง 47 ปี ในคดีลักทรัพย์พระพุทธรูปจำนวน 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่บ้านพักหลังจากการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก

ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริงโดยมีแรงจูงใจจากปัญหาหนี้พนัน โดยตั้งใจจะนำพระพุทธรูปไปขายที่ตลาดนัดของเก่าในราคาองค์ละประมาณ 4,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานแล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาในพื้นที่ แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับด้วยการจับกุมแล้ว แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของโบราณวัตถุทางศาสนาที่ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรรมมาก่อนหรือไม่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนและเตรียมตั้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:42 UTC

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจเรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดังเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ครั้งใหญ่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจเรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดังเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ครั้งใหญ่

ตำรวจไทยได้ออกหมายเรียก นายเสมอ งิ้วงาม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 'มูลนิธิหวันโชติ' ซึ่งก่อตั้งโดย นายอติโชติ ทังประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ผู้ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในคดียักยอกเงินวัดหลายร้อยล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวคณะกรรมการมูลนิธิไปแล้ว 5 รายจากทั้งหมด 6 ราย ซึ่งให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยป๋อง สุพรรณ ซึ่งเป็นกรรมการคนสุดท้าย ได้รับการประสานให้เข้าพบเจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อชี้แจงความเกี่ยวข้องกับมูลนิธิดังกล่าว

เพื่อตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ ป๋อง สุพรรณ ได้โพสต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าตนไม่เคยรับเงินจากวัด แต่เป็นการถวายเงินและทองคำหนัก 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธาส่วนตัว สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนาที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่ตำรวจยังคงตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทั้งนี้ ขอบเขตความเกี่ยวข้องของป๋อง สุพรรณ และกิจกรรมทั้งหมดของมูลนิธิยังคงต้องรอการยืนยันจากผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:42 UTC

ยื่นตรวจสอบงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทของโครงการ TH-AI Pass
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยื่นตรวจสอบงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทของโครงการ TH-AI Pass

องค์กร 'การดี' ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Pass โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยื่นตรวจสอบงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทของโครงการ TH-AI Pass

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นตรวจสอบงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทของโครงการ TH-AI Pass

องค์กร 'การดี' ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Pass โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

ตามรายงานของ Thai Post องค์กรที่รู้จักกันในชื่อ 'การดี' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณจำนวน 1.6 พันล้านบาทที่จัดสรรให้กับโครงการ 'TH-AI Pass'

'การดี' อ้างว่าโครงการดังกล่าวไม่มีการจัดทำ 'ข้อตกลงคุณธรรม' ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการจ้าง (TOR) โดยทางองค์กรโต้แย้งว่าการขาดกลไกความโปร่งใสนี้อาจสร้างช่องโหว่ที่เอื้อให้เกิดการปั๊มยอดการใช้งานให้สูงเกินจริง นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังแสดงความกังวลว่าการไม่ปฏิบัติตาม TOR อาจส่งผลให้สัญญาของโครงการเป็นโมฆะได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ชี้ให้เห็นถึงการตรวจสอบทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าว แม้ว่าในขณะนี้ TH-AI Pass จะยังคงเปิดใช้งานตามปกติ แต่การตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือการตรวจสอบระบบ

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากผู้ดูแลโครงการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการขาดข้อตกลงคุณธรรม ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากทางรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของโครงการหรือการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:22 UTC

เครือข่ายภาคประชาชนเสนอขยายร่าง พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัวให้ครอบคลุมทุกคู่รัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายภาคประชาชนเสนอขยายร่าง พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัวให้ครอบคลุมทุกคู่รัก

เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมได้ยื่นข้อเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวของไทย โดยมุ่งขยายคำนิยามของคำว่า 'คู่รัก' ให้กว้างขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เครือข่ายภาคประชาชนเสนอขยายร่าง พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัวให้ครอบคลุมทุกคู่รัก

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายภาคประชาชนเสนอขยายร่าง พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัวให้ครอบคลุมทุกคู่รัก

เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมได้ยื่นข้อเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวของไทย โดยมุ่งขยายคำนิยามของคำว่า 'คู่รัก' ให้กว้างขึ้น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขกฎหมายว่าด้วยความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขยายคำนิยามทางกฎหมายของคำว่า 'คู่รัก' เพื่อให้มั่นใจว่าการคุ้มครองจากการถูกทำร้ายในครอบครัวจะครอบคลุมความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ โดยไม่คำนึงถึงเพศหรือสถานภาพการสมรส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย ข้อเสนอนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการหารือระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายครอบครัวให้ทันสมัย และการเสริมสร้างความคุ้มครองสำหรับบุคคลที่เปราะบางภายในครัวเรือน หากมีการบังคับใช้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อวิธีการจัดการข้อพิพาทในครอบครัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานตุลาการ ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มช่องทางทางกฎหมายให้แก่ผู้ที่ปัจจุบันยังไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายเดิม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ยื่นโดยเครือข่ายภาคประชาสังคมเท่านั้น สถานะของร่างกฎหมาย เกณฑ์เฉพาะสำหรับคำนิยามที่ขยายออกไป และกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาของรัฐสภายังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเป็นความเคลื่อนไหวทางนิติบัญญัติ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายต่อสถานการณ์ส่วนบุคคลควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:20 UTC

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 4 สมาชิกเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 4 สมาชิกเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

สำนักงานอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องบุคคล 4 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติด 'แอร์มีนา' โดยมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 4 สมาชิกเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

แหล่งข่าวเดียว
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 4 สมาชิกเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

สำนักงานอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องบุคคล 4 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติด 'แอร์มีนา' โดยมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ลงนามสั่งฟ้องบุคคล 4 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ 'แอร์มีนา' กระบวนการทางกฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ระบุว่าข้อหาดังกล่าวมีบทลงโทษที่รุนแรง โดยมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาลไทยในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศในการขนส่งสารผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของระบบยุติธรรมไทยเกี่ยวกับความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประเทศไทยมีนโยบายไม่ยอมรับการค้ายาเสพติดโดยเด็ดขาด และผลทางกฎหมายสำหรับอาชญากรรมดังกล่าวถือว่ารุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

ในขณะที่คดีดำเนินต่อไป ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกำหนดการพิจารณาคดีในศาลและตัวตนของผู้ต้องหาเพิ่มเติมจากการเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร และการสั่งฟ้องครั้งนี้จะนำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติมภายในองค์กร 'แอร์มีนา' หรือไม่ ประชาชนควรตระหนักว่าการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดผิดกฎหมายในทุกรูปแบบมีความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างร้ายแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:01 UTC

ปรับ 2 สาวถ่ายคอนเทนต์หวาดเสียวในอุโมงค์ทางลอดโคราช
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปรับ 2 สาวถ่ายคอนเทนต์หวาดเสียวในอุโมงค์ทางลอดโคราช

ตำรวจนครราชสีมาสั่งปรับหญิงสาว 2 ราย หลังถ่ายคลิปวิดีโอลงโซเชียลมีเดียภายในอุโมงค์ทางลอดที่มีรถสัญจรพลุกพล่าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปรับ 2 สาวถ่ายคอนเทนต์หวาดเสียวในอุโมงค์ทางลอดโคราช

แหล่งข่าวเดียว
ปรับ 2 สาวถ่ายคอนเทนต์หวาดเสียวในอุโมงค์ทางลอดโคราช

ตำรวจนครราชสีมาสั่งปรับหญิงสาว 2 ราย หลังถ่ายคลิปวิดีโอลงโซเชียลมีเดียภายในอุโมงค์ทางลอดที่มีรถสัญจรพลุกพล่าน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้เรียกหญิงสาววัย 20 ปี จำนวน 2 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่าน TikTok ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นหญิงสาวทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ลงไปในอุโมงค์ทางลอดประโดก และจอดรถเพื่อถ่ายคอนเทนต์ในขณะที่มีรถขนาดใหญ่ รวมถึงรถทัวร์ขับผ่านในระยะใกล้

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อหา ได้แก่ การขับขี่รถจักรยานยนต์ในเขตห้ามเข้า และการจอดรถในที่ห้ามจอด นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัยและขับขี่รถที่ไม่มีกระจกมองข้าง โดย พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ยืนยันว่าได้มีการเปรียบเทียบปรับและตักเตือนถึงพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนและความเสี่ยงจากการถ่ายทำคอนเทนต์ในพื้นที่อันตราย เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนอย่างเข้มงวดให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเลียนแบบ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อทั้งผู้ถ่ายทำและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายในเบื้องต้นจะสิ้นสุดลงด้วยการปรับแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการกระทำในลักษณะนี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การหยุดรถอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' ชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องเงินวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' ชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องเงินวัดพุทไธศวรรย์

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องชื่อดัง 'ป๋อง สุพรรณ' ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งทางการเงินของวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนเข้าพบกองบังคับการปราบปรามตามกำหนดการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' ชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องเงินวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' ชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องเงินวัดพุทไธศวรรย์

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องชื่อดัง 'ป๋อง สุพรรณ' ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งทางการเงินของวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนเข้าพบกองบังคับการปราบปรามตามกำหนดการ

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องชื่อดังของไทยที่รู้จักกันในนาม 'ป๋อง สุพรรณ' ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการเงินของวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนที่จะเข้าพบกองบังคับการปราบปราม (CSD) เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาได้แสดงความรู้สึกว่าครอบครัวของเขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาที่กำลังแพร่สะพัดในที่สาธารณะ

ในแถลงการณ์ของเขา ป๋อง สุพรรณ ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยรับเงินจากทางวัด โดยยืนยันว่าประวัติของเขากับทางวัดจำกัดอยู่เพียงการบริจาคเงินและทองคำเท่านั้น เขาย้ำว่าตั้งใจที่จะให้ความชัดเจนในทุกแง่มุมของคดีระหว่างการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการการเงินของวัดและธรรมชาติของชุมชนผู้ค้าพระเครื่องที่เป็นที่จับตามอง แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะประกาศความบริสุทธิ์ของตนต่อสาธารณะแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหา และผลสรุปอย่างเป็นทางการจากกองบังคับการปราบปรามยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายใดๆ และขอให้ประชาชนรอติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากช่องทางการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไปในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:03 UTC

ทางการไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งมือปราบปรามการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย พร้อมเตือนผู้ใช้งานถึงความเสี่ยงด้านการเงินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งมือปราบปรามการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย พร้อมเตือนผู้ใช้งานถึงความเสี่ยงด้านการเงินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กำลังร่วมมือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสกัดกั้นการเผยแพร่ภาพยนตร์ ซีรีส์ และเนื้อหาวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการสตรีมมิ่งผิดกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมักใช้ลิงก์หลายชั้น กลุ่มปิด และเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปราบปรามนี้ถือเป็นคำเตือนที่สำคัญ นอกเหนือจากผลทางกฎหมายสำหรับผู้เผยแพร่เนื้อหาซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปีแล้ว ทางการยังเน้นย้ำว่าการเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้มักไม่ 'ฟรี' อย่างที่คิด ผู้ใช้งานมักเผชิญกับค่าใช้จ่ายแฝง ลิงก์อันตราย และความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงินหรือการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัว

ในขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังเร่งดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเครือข่ายผิดกฎหมายเหล่านี้ แต่สถานการณ์การละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากผู้ให้บริการมักเปลี่ยนโดเมนและวิธีการทำงานอยู่เสมอ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการความร่วมมือใหม่เหล่านี้จะมีประสิทธิภาพในระยะยาวเพียงใด และการบังคับใช้กฎหมายจะมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานรายบุคคลหรือเน้นไปที่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวใช้บริการสตรีมมิ่งที่ถูกกฎหมายเพื่อรับรองทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและความปลอดภัยทางดิจิทัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:03 UTC

นักแสดงสาว 'แหม่ม วิชุดา' ฟ้องกลับคู่กรณีปมถูกกล่าวหาฉ้อโกง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงสาว 'แหม่ม วิชุดา' ฟ้องกลับคู่กรณีปมถูกกล่าวหาฉ้อโกง

นักแสดงสาวชาวไทย วิชุดา พินดั้ม ได้ยื่นฟ้องกลับคู่กรณีที่กล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฉ้อโกงมูลค่า 40 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดงสาว 'แหม่ม วิชุดา' ฟ้องกลับคู่กรณีปมถูกกล่าวหาฉ้อโกง

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงสาว 'แหม่ม วิชุดา' ฟ้องกลับคู่กรณีปมถูกกล่าวหาฉ้อโกง

นักแสดงสาวชาวไทย วิชุดา พินดั้ม ได้ยื่นฟ้องกลับคู่กรณีที่กล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฉ้อโกงมูลค่า 40 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 นักแสดงสาวชาวไทย วิชุดา 'แหม่ม' พินดั้ม ได้ยื่นฟ้องกลับบุคคลที่เคยกล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฉ้อโกงมูลค่า 40 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ โดยนักแสดงสาวได้ตั้งข้อหาคู่กรณีรวม 3 ข้อหา พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและยืนยันว่าไม่เคยฉ้อโกงใคร

ในการแถลงต่อสาธารณะ แหม่ม วิชุดา ระบุว่าข้อกล่าวหาเดิมนั้นมีเจตนาเพื่อทำลายชื่อเสียงและดิสเครดิตเธอ โดยขณะนี้เธอกำลังดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อจัดการกับข้อกล่าวหาดังกล่าวผ่านระบบศาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับข้อพิพาททางกฎหมายที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน และความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในระบบศาลไทย แม้ว่านักแสดงสาวจะปฏิเสธข้อกล่าวหาและเริ่มดำเนินการทางกฎหมายแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงการกล่าวหาและฟ้องกลับ ผลลัพธ์สุดท้ายของคดีจะขึ้นอยู่กับหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อศาล เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของทั้ง 3 ข้อหาและกำหนดการพิจารณาคดีของศาลยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:21 UTC

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบโรงงานปล่อยน้ำเสียในอำเภอพนัสนิคม
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบโรงงานปล่อยน้ำเสียในอำเภอพนัสนิคม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ตรวจสอบโรงงานในอำเภอพนัสนิคมอย่างเข้มงวด หลังพบการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบโรงงานปล่อยน้ำเสียในอำเภอพนัสนิคม

ได้รับการยืนยัน
กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบโรงงานปล่อยน้ำเสียในอำเภอพนัสนิคม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ตรวจสอบโรงงานในอำเภอพนัสนิคมอย่างเข้มงวด หลังพบการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการอุตสาหกรรมในอำเภอพนัสนิคมอย่างเข้มงวด คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพบว่าโรงงานบางแห่งไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำเสีย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการลดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศในท้องถิ่น รัฐบาลเน้นย้ำว่าจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ประกอบการที่ละเมิดมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แม้ว่ากระทรวงฯ จะได้เริ่มกระบวนการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อของโรงงานที่ได้รับผลกระทบยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และกรมควบคุมมลพิษยังคงอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยน้ำเสียอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ทางการได้ให้คำมั่นว่าจะมีการติดตามตรวจสอบพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการปฏิบัติตามกฎระเบียบในอนาคต ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำเตือนด้านสุขภาพหรือความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:42 UTC

ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุยิงกันเสียชีวิตที่หาดแม่รำพึง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุยิงกันเสียชีวิตที่หาดแม่รำพึง

ตำรวจระยองคุมตัวผู้ต้องหาคดียิงกันเสียชีวิตหลังมีเหตุทะเลาะวิวาทในงานคอนเสิร์ตริมหาดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุยิงกันเสียชีวิตที่หาดแม่รำพึง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุยิงกันเสียชีวิตที่หาดแม่รำพึง

ตำรวจระยองคุมตัวผู้ต้องหาคดียิงกันเสียชีวิตหลังมีเหตุทะเลาะวิวาทในงานคอนเสิร์ตริมหาดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง ระดมกำลังกว่า 100 นายเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง เพื่อคุมตัวนายภรัณยู หรือ “มะเดี่ยว” ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนยิงชายวัยรุ่นเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังงานคอนเสิร์ตริมหาด โดยมีรายงานว่าผู้ต้องหาและกลุ่มผู้เสียชีวิตเคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งมาพบกันที่หน้าทางเข้างานและเกิดการชกต่อยกัน

ตามรายงานของตำรวจ ทั้งสองกลุ่มได้แยกย้ายกันไปในตอนแรก แต่ต่อมาผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดตามกลุ่มผู้เสียชีวิตและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถพ่วงข้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ในระหว่างการทำแผนฯ ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งส่วนตัวที่นำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะระดมกำลังเพื่อป้องกันความวุ่นวายจากญาติของผู้เสียชีวิต แต่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าทางกฎหมายต่อไปว่าข้ออ้างเรื่องการป้องกันตัวของผู้ต้องหาจะมีหลักฐานสนับสนุนหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ระยองควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว แม้ว่าเหตุการณ์นี้ดูจะเป็นกรณีเฉพาะที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:02 UTC

ดีเอสไอออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายแก่ สส.พรรคประชาชน เกี่ยวกับการสอบสวนกรณีการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในจังหวัดภูเก็ต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย สส.ภูเก็ต คดีนอมินี

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายแก่ สส.พรรคประชาชน เกี่ยวกับการสอบสวนกรณีการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในจังหวัดภูเก็ต

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดภูเก็ต จากพรรคประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ที่ระบุชื่อว่า รุทธพล กล่าวว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ สส. รายดังกล่าวจะเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องในคดีนอมินีที่จังหวัดภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ระบุว่าหาก สส. รายนี้ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกครั้งสุดท้าย ดีเอสไอเตรียมที่จะขออนุมัติหมายจับต่อไป ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนโครงสร้างการถือครองธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมักมีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ชาวต่างชาติเป็นตัวแทนอำพรางเพื่อทำธุรกิจแทนหน่วยงานที่ถูกห้าม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับกฎระเบียบการถือครองธุรกิจในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลทางการเมืองรายหนึ่ง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างชาติและการปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรในประเทศไทย จนถึงขณะนี้ สส. รายดังกล่าวยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ต่อหมายเรียกครั้งสุดท้าย และยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการเข้าพบดีเอสไอหรือหน่วยงานจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:42 UTC

อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเครือข่าย 'แอร์มีนา' คดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเครือข่าย 'แอร์มีนา' คดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ

สำนักงานอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย 'แอร์มีนา' ในข้อหาพยายามลักลอบขนเฮโรอีนโดยซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายช้าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเครือข่าย 'แอร์มีนา' คดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ

แหล่งข่าวเดียว
อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเครือข่าย 'แอร์มีนา' คดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ

สำนักงานอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย 'แอร์มีนา' ในข้อหาพยายามลักลอบขนเฮโรอีนโดยซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายช้าง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 สำนักงานอัยการสูงสุด (OAG) ได้มีคำสั่งฟ้องบุคคล 4 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ 'แอร์มีนา' อย่างเป็นทางการ โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบขนเฮโรอีนโดยการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในกระเป๋าผ้าลายช้าง

การสั่งฟ้องดังกล่าวเป็นผลมาจากการสอบสวนภายใต้การกำกับดูแลของนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด คดีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย ประเทศไทยมีนโยบายไม่ยอมรับการค้ายาเสพติดโดยเด็ดขาด และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว แม้จะเป็นการไม่ตั้งใจผ่านการขนส่งสัมภาระที่น่าสงสัย อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่รุนแรง

ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกำหนดการพิจารณาคดีในศาลและรายการข้อหาขั้นสุดท้ายที่จะนำเสนอในระหว่างกระบวนการยุติธรรม ขอแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังสิ่งรอบตัวและตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัมภาระส่วนตัวอยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับกิจกรรมทางอาญา ทั้งนี้จะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:42 UTC

ญาติหญิงไทยที่ถูกฆาตกรรมในไต้หวันเรียกร้องรัฐช่วยนำอัฐิกลับประเทศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ญาติหญิงไทยที่ถูกฆาตกรรมในไต้หวันเรียกร้องรัฐช่วยนำอัฐิกลับประเทศ

ญาติของหญิงไทยวัย 36 ปีที่ถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันฆาตกรรม กำลังขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการนำอัฐิกลับประเทศไทย และต้องการความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกค่าชดเชย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ญาติหญิงไทยที่ถูกฆาตกรรมในไต้หวันเรียกร้องรัฐช่วยนำอัฐิกลับประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ญาติหญิงไทยที่ถูกฆาตกรรมในไต้หวันเรียกร้องรัฐช่วยนำอัฐิกลับประเทศ

ญาติของหญิงไทยวัย 36 ปีที่ถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันฆาตกรรม กำลังขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการนำอัฐิกลับประเทศไทย และต้องการความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกค่าชดเชย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ครอบครัวของหญิงไทยวัย 36 ปีจากจังหวัดนครราชสีมา กำลังร้องขอการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อนำอัฐิของเธอกลับจากไต้หวัน ผู้เสียชีวิตซึ่งถูกระบุในนามสมมติว่า 'นางสาว เอ' ได้หายตัวไปหลังจากขาดการติดต่อกับครอบครัวเมื่อวันที่ 2 กันยายน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเธอถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันฆาตกรรมหลังจากมีปากเสียงเรื่องที่เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ โดยร่างของเธอถูกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางนานถึง 6 วันก่อนที่จะถูกพบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของประเด็นทางกฎหมายและกงสุลข้ามพรมแดน ญาติของผู้เสียชีวิตได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเรียกค่าชดเชยจากผู้ต้องหา นอกจากนี้ ครอบครัวยังมีความกังวลเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งรวมถึงทองคำ เงินสด และสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งรายงานระบุว่าเก็บไว้ที่ที่พักในกรุงเทพฯ และในไต้หวัน

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดที่ยังต้องรอการยืนยัน ได้แก่ กลไกทางกฎหมายเฉพาะที่ครอบครัวสามารถใช้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายภายใต้กฎหมายไต้หวัน และกำหนดการในการนำอัฐิของผู้เสียชีวิตกลับประเทศ ครอบครัวยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:41 UTC

อดีต สส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีต สส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประกาศแผนการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย โดยอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและการคุกคามต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีต สส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
อดีต สส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประกาศแผนการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย โดยอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและการคุกคามต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส. พัทลุง ได้ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงความตั้งใจที่จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรายงานของ Khaosod Online นายนิพิฏฐ์กำลังเตรียมยื่นเรื่องคัดค้านการทำงานของคณะกรรมการฯ ใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นายนิพิฏฐ์แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่าย โดยขอบคุณนายราเมศ รัตนเชวง ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งการสนับสนุนนี้มีรายงานว่ามุ่งเน้นไปที่ผู้สมัคร สว. บางรายที่ได้ขอคำปรึกษาทางกฎหมาย แม้ว่าคำร้องบางส่วนที่ผู้สมัครยื่นด้วยตนเองจะได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกาแล้ว แต่คำร้องอื่นๆ ยังคงอยู่ในระหว่างการแก้ไขรายละเอียดในเอกสารเล็กน้อย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามการเมืองไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีคำร้องส่วนบุคคลยื่นต่อศาลจำนวนเท่าใด และจะมีหลักฐานใดบ้างที่นำมาสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเหล่านี้ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่สนใจด้านการปกครองท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:41 UTC