ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ตำรวจฟิลาเดลเฟียเร่งล่าตัว 'ชายสวมหน้ากาก' ก่อเหตุคุกคามประชาชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจฟิลาเดลเฟียเร่งล่าตัว 'ชายสวมหน้ากาก' ก่อเหตุคุกคามประชาชน

เจ้าหน้าที่ในฟิลาเดลเฟียกำลังตามหาชายไม่ทราบชื่อที่สวมหน้ากากตุ๊กตาน่ากลัว ซึ่งได้ก่อเหตุคุกคามและข่มขู่ประชาชนใกล้ศาลาว่าการเมือง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจฟิลาเดลเฟียเร่งล่าตัว 'ชายสวมหน้ากาก' ก่อเหตุคุกคามประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจฟิลาเดลเฟียเร่งล่าตัว 'ชายสวมหน้ากาก' ก่อเหตุคุกคามประชาชน

เจ้าหน้าที่ในฟิลาเดลเฟียกำลังตามหาชายไม่ทราบชื่อที่สวมหน้ากากตุ๊กตาน่ากลัว ซึ่งได้ก่อเหตุคุกคามและข่มขู่ประชาชนใกล้ศาลาว่าการเมือง

ตามรายงานจาก Khaosod Online กรมตำรวจฟิลาเดลเฟียกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนบริเวณใกล้ศาลาว่าการเมือง โดยเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเหตุการณ์อย่างน้อย 6 ครั้งที่เกี่ยวข้องกับชายสวมหน้ากากตุ๊กตาน่าขนลุกที่เข้ามาคุกคามและข่มขู่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เวลาประมาณ 05.30 น. เมื่อผู้ต้องสงสัยได้ไล่ตามหญิงสาวที่กำลังวิ่งออกกำลังกายในช่วงเช้า ในระหว่างการเผชิญหน้า ชายคนดังกล่าวได้พูดจาข่มขู่ขณะที่มือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง ทำให้หญิงสาวสะดุดล้มและได้รับบาดเจ็บก่อนที่เขาจะหลบหนีเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดิน นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดยังบันทึกภาพขณะที่ชายคนดังกล่าวถามผู้หญิงคนหนึ่งว่า "พร้อมที่จะตายหรือยัง"

กัปตันเจสัน สมิธ จากกรมตำรวจฟิลาเดลเฟียระบุว่า ผู้ต้องสงสัยดูเหมือนจะกำลังบันทึกภาพเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนำไปสู่การคาดการณ์ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสออนไลน์หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยบริเวณใกล้ศาลาว่าการเมือง ตำรวจได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดและขอความช่วยเหลือจากประชาชนในการระบุตัวบุคคลดังกล่าว ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ยังต้องรอการยืนยันว่าแรงจูงใจในการกระทำครั้งนี้เกิดจากความต้องการชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดียหรือปัจจัยอื่น ๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

ข้อพิพาทที่ดินในเขตพระโขนงได้รับความสนใจจากสื่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทที่ดินในเขตพระโขนงได้รับความสนใจจากสื่อ

หญิงวัย 62 ปีขอความช่วยเหลือจากพิธีกรชื่อดังหลังจากลูกน้องถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกที่ดินในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทที่ดินในเขตพระโขนงได้รับความสนใจจากสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทที่ดินในเขตพระโขนงได้รับความสนใจจากสื่อ

หญิงวัย 62 ปีขอความช่วยเหลือจากพิธีกรชื่อดังหลังจากลูกน้องถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกที่ดินในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 หญิงวัย 62 ปีชื่อนางดา ชมมณี น้อยจันทร์ ได้เดินทางมาที่อาคารมาลีนนท์ในกรุงเทพฯ เพื่อพบกับนายหนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การมาพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายก้อง ซึ่งเป็นทีมงานของนางดา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง จับกุมตัวขณะกำลังรับประทานอาหาร โดยนายก้องถูกควบคุมตัวในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินในเขตพระโขนง

ในระหว่างการพูดคุยประมาณ 20 นาที นางดาได้นำเอกสารและภาพถ่ายมาแสดงต่อพิธีกร โดยยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของบุคคลที่ชื่อนายอับบาส และอ้างว่าข้อกล่าวหาเรื่องการบุกรุกนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากโฉนดที่ดินของที่ดิน 3 แปลงที่อยู่ติดกันนั้นยังคงมีผลตามกฎหมาย เธอต้องการชี้แจงสถานการณ์ผ่านสื่อเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับทีมงานของเธอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของข้อพิพาทด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินในเขตเมืองอย่างพระโขนง แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจนเมื่อต้องจัดการเรื่องที่ดินในประเทศไทย ขณะนี้การสอบสวนของตำรวจ สน.พระโขนง ยังคงดำเนินอยู่ และความถูกต้องของโฉนดที่ดินรวมถึงรายละเอียดของการจับกุมยังคงต้องผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:38 UTC

ศาลรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ไอซ์ รักชนก' ส.ส. พรรคประชาชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ไอซ์ รักชนก' ส.ส. พรรคประชาชน

ศาลอาญารับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน กรณีแชร์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ไอซ์ รักชนก' ส.ส. พรรคประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ไอซ์ รักชนก' ส.ส. พรรคประชาชน

ศาลอาญารับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน กรณีแชร์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศาลอาญากรุงเทพฯ ได้รับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่าคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ ส.ส. รักชนก ได้แชร์โพสต์บนเฟซบุ๊ก ซึ่งเดิมโพสต์โดย น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record

โพสต์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องเจ้าหน้าที่และนักการเมืองไทยเรียกรับสินบนจากบริษัทที่จัดการแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเด็นอื้อฉาวที่มีมูลค่าประมาณ 36 ล้านบาท ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยระบุว่าเนื้อหาที่แชร์อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่ารัฐมนตรีรับสินบน ศาลจึงนัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 5 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียในประเทศไทย แม้ว่าคดีนี้จะเป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นประมาทอย่างเคร่งครัดต่อเนื้อหาออนไลน์ เนื่องจากคดีอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ผลลัพธ์สุดท้ายจึงยังต้องรอการพิจารณาจากศาล ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าจากการนัดหมายในเดือนตุลาคมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบทางกฎหมายต่อคู่กรณีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:39 UTC

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่สุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องรักชนก ศรีนอก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่สุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องรักชนก ศรีนอก

ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่อดีตรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้อง ส.ส. รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่สุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องรักชนก ศรีนอก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่สุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องรักชนก ศรีนอก

ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่อดีตรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้อง ส.ส. รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงาน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำกล่าวในที่สาธารณะของนางสาวรักชนก เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการ 'กินหัวคิว' หรือการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยมิชอบจากแรงงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าในต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงจุดตัดระหว่างวาทกรรมทางการเมืองระดับสูงกับกฎหมายหมิ่นประมาทที่เข้มงวดของประเทศ แม้ว่าการที่ศาลรับฟ้องจะเป็นการเริ่มต้นกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังไม่ใช่คำตัดสินในเนื้อหาของข้อกล่าวหา กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อไป

ยังคงต้องติดตามว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อเนื้อหาของคดีหมิ่นประมาท และข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติงานด้านแรงงานจะได้รับการพิสูจน์ในระหว่างการพิจารณาคดีหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความคืบหน้าของการพิจารณาคดี SawaLife จะยังคงติดตามรายงานอย่างเป็นทางการเพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

สั่งสอบด่วนกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งสอบด่วนกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำลังตรวจสอบรายงานกรณีรถพยาบาลเอกชนขัดขวางการปฏิบัติงานของรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งสอบด่วนกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ

แหล่งข่าวเดียว
สั่งสอบด่วนกรณีรถพยาบาลเอกชนขวางรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำลังตรวจสอบรายงานกรณีรถพยาบาลเอกชนขัดขวางการปฏิบัติงานของรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณ

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วนตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่ามีรถพยาบาลเอกชนคันหนึ่งขัดขวางรถกู้ชีพของศูนย์เอราวัณ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับกรณีนี้เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำของรถพยาบาลเอกชนดังกล่าวเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติการฉุกเฉินหรือขัดขวางการปฏิบัติงานช่วยชีวิตหรือไม่ การสอบสวนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและประเมินว่าจำเป็นต้องมีมาตรการทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่อผู้ประกอบการเอกชนรายดังกล่าวหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมให้บริการ แม้ว่าศูนย์เอราวัณจะเป็นผู้ให้บริการหลักในเมืองหลวง แต่การมีส่วนร่วมของรถพยาบาลเอกชนก็เป็นเรื่องปกติ การสอบสวนครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการจัดการเรื่องการประสานงานและพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานฉุกเฉินบนท้องถนน ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ ลักษณะของการขัดขวาง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการรถพยาบาลเอกชนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อสรุปว่าการขัดขวางดังกล่าวเป็นความตั้งใจหรือเกิดจากความสับสนในการปฏิบัติงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘รักชนก ศรีนอก’
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘รักชนก ศรีนอก’

ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก ในข้อหาหมิ่นประมาทจากการแชร์ข้อความกล่าวหาเรื่องการรับสินบนในคดีแรงงานเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘รักชนก ศรีนอก’

แหล่งข่าวเดียว
ศาลประทับรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘รักชนก ศรีนอก’

ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก ในข้อหาหมิ่นประมาทจากการแชร์ข้อความกล่าวหาเรื่องการรับสินบนในคดีแรงงานเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากการแชร์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโครงการจัดส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อความดังกล่าวมีการกล่าวหาเรื่องการรับสินบนจำนวน 36 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ศาลจึงมีคำสั่งประทับรับฟ้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับนโยบายการย้ายถิ่นฐานของแรงงานและความรับผิดชอบทางการเมืองของผู้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย แม้ศาลจะรับฟ้องแล้ว แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบนดังกล่าวยังคงต้องรอการพิสูจน์ในชั้นศาล กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อศาลในการพิจารณาคดีครั้งต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

อำเภอฝางคุมเข้มการยื่นขอทำบัตรสีชมพู
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อำเภอฝางคุมเข้มการยื่นขอทำบัตรสีชมพู

ทางการอำเภอฝางได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบการยื่นขอทำบัตรสีชมพูสำหรับชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด และกำลังตรวจสอบความผิดปกติของการย้ายทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อำเภอฝางคุมเข้มการยื่นขอทำบัตรสีชมพู

แหล่งข่าวเดียว
อำเภอฝางคุมเข้มการยื่นขอทำบัตรสีชมพู

ทางการอำเภอฝางได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบการยื่นขอทำบัตรสีชมพูสำหรับชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด และกำลังตรวจสอบความผิดปกติของการย้ายทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายอำเภอฝางได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการยื่นขอทำ 'บัตรสีชมพู' ซึ่งเป็นเอกสารประจำตัวที่ออกให้แก่บุคคลต่างด้าวบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรัดกุมและมีการกำกับดูแลที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังบ้านเรือนที่มีการย้ายทะเบียนราษฎร์เข้าออกในปริมาณที่ผิดปกติ เพื่อป้องกันและตรวจสอบความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในระบบทะเบียนราษฎร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาของการเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารจัดการในอำเภอฝาง แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเน้นไปที่ระเบียบการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนเป็นหลัก แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเอกสารการพำนักควรตระหนักถึงการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นนี้ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังดังกล่าวจะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีการขยายการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันไปยังอำเภออื่นๆ ในภูมิภาคหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบเอกสารของตนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เนื่องจากทางการท้องถิ่นยังคงให้ความสำคัญกับความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร์เป็นอันดับแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

หญิงไทยถูกจับกุมในไต้หวันข้อหาลักลอบขนยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

หญิงไทยถูกจับกุมในไต้หวันข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยถูกจับกุมที่สนามบินในไต้หวันหลังจากพยายามลักลอบขนเฮโรอีนด้วยการกลืนแคปซูลจำนวน 72 เม็ด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

หญิงไทยถูกจับกุมในไต้หวันข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
หญิงไทยถูกจับกุมในไต้หวันข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

หญิงไทยถูกจับกุมที่สนามบินในไต้หวันหลังจากพยายามลักลอบขนเฮโรอีนด้วยการกลืนแคปซูลจำนวน 72 เม็ด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ทางการไต้หวันได้จับกุมหญิงไทยรายหนึ่งในข้อหาต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติด โดยหญิงคนดังกล่าวถูกสกัดจับได้ขณะเดินทางถึงเมืองเกาสง หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเธอได้กลืนแคปซูลที่บรรจุเฮโรอีนจำนวน 72 เม็ดลงไปในท้อง โดยมีรายงานว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกห่อด้วยถุงยางอนามัยเพื่ออำพรางไว้ภายในร่างกาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในไต้หวัน นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศควรทราบว่ากฎระเบียบทางศุลกากรมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด และการขนส่งสารผิดกฎหมายจะมีผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง รวมถึงโทษจำคุกเป็นเวลานาน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงการจับกุมและวิธีการอำพรางยาเสพติดแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องหามีทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายหรือไม่ หรือมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการโดยสำนักงานอัยการของไต้หวันอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบว่าผู้ต้องหากระทำการเพียงลำพังหรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรติดตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในการขนส่งสิ่งของต้องห้าม เนื่องจากปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานความมั่นคงชายแดนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ข้อกังวลกรณีการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลกรณีการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการที่กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลกรณีการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลกรณีการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการที่กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญโดยกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นายรังสิมันต์ระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจให้กับสังคมอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Thai Post นายรังสิมันต์ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นความกังวล 3 ข้อที่เกิดขึ้นในสังคมภายหลังการปล่อยตัว แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของทั้ง 3 ประเด็นจะไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก แต่การเข้ามามีบทบาทของประธานคณะกรรมาธิการฯ สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของคดีผู้ต้องขังที่เคยถูกระบุว่าเป็นบุคคลสำคัญในระบบยุติธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจในแง่ของความโปร่งใสและความสอดคล้องของกระบวนการยุติธรรมและราชทัณฑ์ ซึ่งถือเป็นการย้ำเตือนถึงการอภิปรายที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับคดีความสำคัญในประเทศ ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามว่ากรมราชทัณฑ์จะตอบสนองต่อการสอบถามของคณะกรรมาธิการอย่างไร และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายในการปล่อยตัวหรือไม่ โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบภายในระบบยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

ดีเอสไอสอบสวนข้อกล่าวหา สส.พรรคประชาชน ปมถือหุ้นแทนต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอสอบสวนข้อกล่าวหา สส.พรรคประชาชน ปมถือหุ้นแทนต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาว่า สส.พรรคประชาชน ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอสอบสวนข้อกล่าวหา สส.พรรคประชาชน ปมถือหุ้นแทนต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอสอบสวนข้อกล่าวหา สส.พรรคประชาชน ปมถือหุ้นแทนต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาว่า สส.พรรคประชาชน ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่ากำลังดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคประชาชน โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่าการสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการละเมิดกฎหมายที่ห้ามใช้ 'นอมินี' หรือบุคคลสัญชาติไทยที่ถือหุ้นแทนบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต

ขณะนี้ DSI อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมเชิญ สส. คนดังกล่าวมาให้ข้อมูลและยื่นเอกสารเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทางการเงิน และพิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการเป็นนอมินีให้ต่างชาติหรือไม่ ทั้งนี้ DSI เน้นย้ำว่ากระบวนการนี้มีความจำเป็นเพื่อตัดสินว่าคดีดังกล่าวเข้าเงื่อนไขทางกฎหมายที่จะรับเป็น 'คดีพิเศษ' ตามกฎหมายไทยหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือครองธุรกิจของต่างชาติในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต แม้การสอบสวนจะยังดำเนินอยู่ แต่ DSI ระบุว่ารายละเอียดเฉพาะยังคงเป็นความลับในสำนวนคดี ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าหลักฐานจะนำไปสู่การรับเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ สส. ดังกล่าวจะพ้นจากข้อกล่าวหา โดยในขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

นรข.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นรข.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือไทยสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย โดยผู้ต้องสงสัยยังคงหลบหนี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นรข.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
นรข.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือไทยสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย โดยผู้ต้องสงสัยยังคงหลบหนี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้ปฏิบัติการบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยผ่าน Khaosod Online ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์มิตซูบิชิบรรทุกกระสอบต้องสงสัย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 34 กระสอบ รวม 10 ล้านเม็ด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท ยาเสพติดและรถยนต์ของกลางถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดและขยายผลเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงราย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามพรมแดนตามลำน้ำโขง แม้ภัยคุกคามเบื้องต้นจะถูกระงับด้วยการตรวจยึดแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเครือข่ายอาชญากรรมใดเป็นผู้รับผิดชอบ หรือจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่ห่างไกลบริเวณชายแดน และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากได้รับการร้องขอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

กรุงเทพฯ เริ่มตรวจสอบการออก 'บัตรชมพู' ผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เริ่มตรวจสอบการออก 'บัตรชมพู' ผิดกฎหมาย

ทางการกรุงเทพฯ กำลังตรวจสอบการลงทะเบียนที่อยู่อาศัย หลังพบการออก 'บัตรชมพู' ที่น่าสงสัยหลายพันใบในเขตดินแดง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรุงเทพฯ เริ่มตรวจสอบการออก 'บัตรชมพู' ผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เริ่มตรวจสอบการออก 'บัตรชมพู' ผิดกฎหมาย

ทางการกรุงเทพฯ กำลังตรวจสอบการลงทะเบียนที่อยู่อาศัย หลังพบการออก 'บัตรชมพู' ที่น่าสงสัยหลายพันใบในเขตดินแดง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศตรวจสอบการลงทะเบียนที่อยู่อาศัยสำหรับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยทั่วกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้สืบเนื่องมาจากปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทุจริตที่ถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกในการแจ้งย้ายที่อยู่บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดง เพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู)

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การตรวจสอบภายในพบว่ามีการออกบัตรดังกล่าวในเขตดินแดงประมาณ 3,200 ใบในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อเรื่องนี้ กทม. ได้สั่งการให้ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ ดำเนินการตรวจสอบการย้ายที่อยู่แบบ 'ทิพย์' หรือกรณีที่มีการลงทะเบียนในที่อยู่ที่บุคคลนั้นไม่ได้อาศัยอยู่จริง โดยสำนักงานเขตจะต้องรายงานผลการตรวจสอบภายในวันที่ 1 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความถูกต้องในทะเบียนราษฎร์ แม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นมาตรการทางปกครองเพื่อจัดการกับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น แต่อาจนำไปสู่การตรวจสอบเอกสารที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าการลงทะเบียนที่ระบุไว้นั้นเป็นการฉ้อโกงอย่างชัดเจนจำนวนเท่าใด และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าว ทางการยังไม่ได้เปิดเผยผลกระทบทั้งหมดต่อสถานะการอยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในลาดหลุมแก้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในลาดหลุมแก้ว

อธิบดีกรมการปกครองได้เริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยแบบมุ่งเป้าในลาดหลุมแก้ว เพื่อจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในลาดหลุมแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในลาดหลุมแก้ว

อธิบดีกรมการปกครองได้เริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยแบบมุ่งเป้าในลาดหลุมแก้ว เพื่อจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 อธิบดีกรมการปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมลาดหลุมแก้วเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มด้านความปลอดภัยใหม่ ตามรายงานของ Thai Post ปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้ชื่อ 'ลาดหลุมแก้ว บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด' มุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างเคร่งครัดและการปราบปรามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้หมายถึงการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งพฤติกรรมอาชญากรรมและปรับปรุงความปลอดภัยสาธารณะโดยการจัดการกับความไม่สงบในท้องถิ่นและสารผิดกฎหมาย แม้ว่าปฏิบัติการกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่ออัตราอาชญากรรมในท้องถิ่นและระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน ผู้ที่มาเยือนเขตลาดหลุมแก้วควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มจุดตรวจหรือกิจกรรมทางปกครองในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน เนื่องจากนี่เป็นปฏิบัติการของรัฐบาลที่กำลังดำเนินอยู่ คาดว่ากรมการปกครองจะเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและผลลัพธ์ของการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ในเวลาที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:18 UTC

DSI รับสอบสวนปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นนอมินีต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI รับสอบสวนปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของไทยได้เริ่มดำเนินการสอบสวนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกพรรคประชาชน (PP) ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI รับสอบสวนปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
DSI รับสอบสวนปม สส.พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของไทยได้เริ่มดำเนินการสอบสวนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกพรรคประชาชน (PP) ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน (PP) อย่างเป็นทางการ โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า สส. รายดังกล่าวอาจทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผลประโยชน์ของต่างชาติ ซึ่งอาจเป็นการละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับการถือหุ้นของต่างชาติในนิติบุคคลไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบธรรมาภิบาลองค์กรและกรอบกฎหมายที่กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของต่างชาติในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการสอบสวนจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการถือครองทรัพย์สินของต่างชาติ

ในขณะนี้ DSI กำลังเตรียมเรียกตัว สส. ที่ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ สส. รายดังกล่าวจะพ้นจากความผิด เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จึงขอให้ประชาชนรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก DSI ต่อไป กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจของไทยสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนที่ดำเนินธุรกิจในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

ปปง. เดินหน้าสอบขบวนการทุจริต 'บัตรสีชมพู' เอี่ยวเด็กต่างด้าว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปปง. เดินหน้าสอบขบวนการทุจริต 'บัตรสีชมพู' เอี่ยวเด็กต่างด้าว

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทยได้เริ่มการสอบสวนเครือข่ายอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าออก 'บัตรสีชมพู' ให้กับเด็กต่างด้าวโดยมิชอบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปปง. เดินหน้าสอบขบวนการทุจริต 'บัตรสีชมพู' เอี่ยวเด็กต่างด้าว

แหล่งข่าวเดียว
ปปง. เดินหน้าสอบขบวนการทุจริต 'บัตรสีชมพู' เอี่ยวเด็กต่างด้าว

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทยได้เริ่มการสอบสวนเครือข่ายอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าออก 'บัตรสีชมพู' ให้กับเด็กต่างด้าวโดยมิชอบ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังเร่งตรวจสอบเครือข่ายทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการออก 'บัตรสีชมพู' ซึ่งเป็นเอกสารประจำตัวอย่างเป็นทางการที่ปกติสงวนไว้สำหรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่ไม่ใช่คนไทยบางกลุ่ม การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากการจับกุมนายหน้า 7 รายเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกในการจัดหาบัตรดังกล่าวให้กับเด็กต่างด้าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมือง แม้ว่าบัตรสีชมพูจะเป็นรูปแบบการระบุตัวตนที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติบางกลุ่ม แต่การมีส่วนร่วมของนายหน้าอาชญากรบ่งชี้ถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแก้ไข ขณะนี้การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การติดตามเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยเพื่อระบุกิจกรรมการฟอกเงินที่อาจเกิดขึ้นและยึดทรัพย์สิน

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือขอบเขตของเครือข่ายนี้และมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้หรือไม่ ปปง. ระบุว่าหากพบหลักฐานที่เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐกับการดำเนินการดังกล่าว พวกเขาจะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารประจำตัวทั้งหมดได้รับผ่านช่องทางที่เป็นทางการและถูกกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุจริต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:19 UTC

จับกุมทหารเกณฑ์ขโมยรถจักรยานยนต์ตำรวจในจังหวัดตราด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมทหารเกณฑ์ขโมยรถจักรยานยนต์ตำรวจในจังหวัดตราด

ทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพเรือถูกจับกุมหลังก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจรที่จอดอยู่หน้าสถานีตำรวจในจังหวัดตราด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมทหารเกณฑ์ขโมยรถจักรยานยนต์ตำรวจในจังหวัดตราด

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมทหารเกณฑ์ขโมยรถจักรยานยนต์ตำรวจในจังหวัดตราด

ทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพเรือถูกจับกุมหลังก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจรที่จอดอยู่หน้าสถานีตำรวจในจังหวัดตราด

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดตราดได้ระดมกำลังติดตามหลังได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจรถูกขโมยไปจากหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัยได้กระจายกำลังออกติดตามจนพบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้หน้าร้านขายของชำริมถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ในตำบลเนินทราย

หลังจากพบรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ที่บริเวณสามแยกอบต.วังกระแจะ ถนนสุขุมวิท ผู้ต้องสงสัยเป็นชายสวมเสื้อสีเขียวที่มีชื่อ 'สุรธัช พ.' และข้อความ 'กองทัพเรือ' ปรากฏอยู่ด้านหลัง จากการสอบสวนเบื้องต้นยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นทหารเกณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตราดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีความไม่ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของทางราชการ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่แรงจูงใจในการก่อเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าผู้ต้องสงสัยอาจพยายามเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาหรือสภาพจิตใจของผู้ต้องสงสัยในขณะเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวอาจส่งผลให้การจราจรติดขัดเล็กน้อยในช่วงเวลาที่มีการค้นหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้บัญชาการตำรวจในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้บัญชาการตำรวจในไทย

ในขณะที่ประเทศไทยใกล้เข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ความคาดหวังเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่กำลังเพิ่มสูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้บัญชาการตำรวจในไทย

แหล่งข่าวเดียว
คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้บัญชาการตำรวจในไทย

ในขณะที่ประเทศไทยใกล้เข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ความคาดหวังเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่กำลังเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเตรียมการปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 แม้ว่าการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจะยังไม่เกิดขึ้น แต่สื่อต่างๆ ได้เริ่มคาดการณ์รายชื่อผู้ที่มีโอกาสได้รับตำแหน่งแล้ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว โดยสะท้อนถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่คาดว่าจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง เขาได้กล่าวถึงประวัติการทำงานของ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ โดยบรรยายว่าเป็นนักสืบที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เน้นย้ำว่าความคิดเห็นของเขาเป็นเพียงการสะท้อนความทรงจำจากการทำงานร่วมกันในอดีต ไม่ใช่การสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง โดยระบุว่ากระบวนการเลื่อนตำแหน่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์กรที่กำหนดไว้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนตำแหน่งนี้ถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะหรือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ประชาชนกำลังรอการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ท่านใดจะเข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการคนใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ'
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ'

ศาลล้มละลายกลางกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ' ในวันที่ 8 กันยายนนี้

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ'

ได้รับการยืนยัน
ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ'

ศาลล้มละลายกลางกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 'เนาวรัตน์พัฒนาการ' ในวันที่ 8 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post ศาลล้มละลายกลางได้กำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในประเทศไทย ในวันที่ 8 กันยายนนี้

บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม หลังจากนั้นศาลล้มละลายกลางได้รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน และได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามภาคธุรกิจก่อสร้างของไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพในการดำเนินงานของผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่มักเป็นผู้ดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ดังนั้นผลลัพธ์ของกระบวนการฟื้นฟูกิจการนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนที่กำลังดำเนินการอยู่หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าว และบริษัทจะเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรต่อเจ้าหนี้ การไต่สวนในวันที่ 8 กันยายนจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดทิศทางของบริษัทภายใต้กรอบกฎหมายล้มละลาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางการเงินและอนาคตในการดำเนินงานของบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:39 UTC