ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กกต. ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดัง เหตุขาดคุณสมบัติจากคดีอาญา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กกต. ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดัง เหตุขาดคุณสมบัติจากคดีอาญา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดังรายหนึ่งเนื่องจากมีคดีอาญา ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งและต้องคืนเงินเดือนที่ได้รับไปแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กกต. ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดัง เหตุขาดคุณสมบัติจากคดีอาญา

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดัง เหตุขาดคุณสมบัติจากคดีอาญา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดังรายหนึ่งเนื่องจากมีคดีอาญา ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งและต้องคืนเงินเดือนที่ได้รับไปแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติตัดสิทธิ์ ส.ว. ชื่อดังรายหนึ่งอย่างเป็นทางการ โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเนื่องจากมีคดีอาญา

ผลจากการตัดสินนี้ ส.ว. รายดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองและมีภาระทางกฎหมายที่ต้องคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างการดำรงตำแหน่ง เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสำคัญในการกำกับดูแลทางการเมืองของไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้เกณฑ์คุณสมบัติสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสภายในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าตัวตนของ ส.ว. และรายละเอียดเฉพาะของคดีอาญาจะเป็นประเด็นหลักในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ผลกระทบในวงกว้างอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือการเลือกตั้งซ่อมในเขตที่เกี่ยวข้อง

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าบุคคลดังกล่าวจะตอบสนองต่อคำตัดสินอย่างไร และมีความตั้งใจที่จะยื่นอุทธรณ์ผ่านกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูสถานการณ์ว่าการดำเนินการนี้จะสร้างบรรทัดฐานให้กับสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นๆ ที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาทางอาญาเฉพาะเจาะจงในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:20 UTC

ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และข้อพิพาททางการเงินต่อ 'นุช'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และข้อพิพาททางการเงินต่อ 'นุช'

อดีตคนใกล้ชิดและหุ้นส่วนของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช' ได้ออกมากล่าวหาบุคคลดังกล่าวต่อสาธารณะในเรื่องการข่มขู่และความประพฤติทางการเงินที่ไม่เหมาะสม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และข้อพิพาททางการเงินต่อ 'นุช'

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และข้อพิพาททางการเงินต่อ 'นุช'

อดีตคนใกล้ชิดและหุ้นส่วนของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช' ได้ออกมากล่าวหาบุคคลดังกล่าวต่อสาธารณะในเรื่องการข่มขู่และความประพฤติทางการเงินที่ไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 บุคคลหลายราย รวมถึงอดีตแฟนสาวและอดีตเพื่อนร่วมงาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากไปออกรายการโทรทัศน์ 'โหนกระแส' โดยกล่าวหาว่า 'นุช' ซึ่งเคยทำงานอาสาสมัครในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2568 ได้นำรูปถ่ายคู่กับคนดังมาใช้ข่มขู่ผู้อื่นและจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล

ตามคำให้การที่ให้กับ Khaosod Online อดีตแฟนสาวที่ระบุชื่อว่า 'บี' อ้างว่านุชใช้ความสัมพันธ์เหล่านี้เพื่อควบคุมผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง โดยมักจะดูถูกและตั้งคำถามเกี่ยวกับระดับการศึกษาของเธอเพื่อบั่นทอนความมั่นใจ หลังจากเลิกรากันในเดือนกรกฎาคม 2569 บีรายงานว่านุชได้ทวงถามค่าใช้จ่ายที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงเงินมัดจำคอนโดและค่าเช่า รวมเป็นเงินกว่า 50,000 บาท อีกบุคคลหนึ่งที่ระบุชื่อว่า 'เอ' ได้แสดงความสงสัยต่อคำขอโทษที่นุชเพิ่งออกมากล่าว โดยมองว่าไม่มีความจริงใจ ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายกำลังเตรียมดำเนินการเรียกร้องเงินจำนวน 5 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามและความขัดแย้งทางการเงิน แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว แต่ในขณะนี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือผู้ถูกกล่าวหาจะออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างละเอียดหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:22 UTC

ผู้การลพบุรีเรียกประชุมด่วน หลังเกิดกระแสวิจารณ์ค่าปรับจราจร 'สองพันบุรี'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้การลพบุรีเรียกประชุมด่วน หลังเกิดกระแสวิจารณ์ค่าปรับจราจร 'สองพันบุรี'

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีสั่งทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจร หลังประชาชนวิจารณ์เรื่องการปรับหนักในความผิดเล็กน้อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้การลพบุรีเรียกประชุมด่วน หลังเกิดกระแสวิจารณ์ค่าปรับจราจร 'สองพันบุรี'

แหล่งข่าวเดียว
ผู้การลพบุรีเรียกประชุมด่วน หลังเกิดกระแสวิจารณ์ค่าปรับจราจร 'สองพันบุรี'

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีสั่งทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจร หลังประชาชนวิจารณ์เรื่องการปรับหนักในความผิดเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้เรียกประชุมด่วนระดับผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่จราจร เพื่อหารือเกี่ยวกับความไม่พอใจของประชาชนในพื้นที่ หลังจากมีการตั้งฉายาจังหวัดลพบุรีว่า 'สองพันบุรี' บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อวิจารณ์การทำงานของตำรวจจราจรที่ถูกมองว่ามีการเปรียบเทียบปรับในอัตราที่สูงเกินไปและไม่มีการตักเตือนในความผิดเล็กน้อย

ในที่ประชุม ผู้การลพบุรีชี้แจงว่าแม้จะไม่พบการทุจริตหรือการรีดไถ แต่เจ้าหน้าที่ควรใช้ดุลยพินิจให้เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าความผิดร้ายแรง เช่น การดัดแปลงสภาพรถ ท่อเสียงดัง ขับรถประมาท แข่งรถในทาง หรือไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จะยังคงถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด ส่วนความผิดเล็กน้อย เช่น ไม่พกสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีใบขับขี่ หรือไม่สวมหมวกนิรภัย ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาใช้การว่ากล่าวตักเตือนหรือปรับในสถานเบาตามความเหมาะสมของสถานการณ์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนนโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้ทางตำรวจจะยืนยันว่าการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่คำสั่งใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยบนท้องถนนและความรู้สึกของประชาชน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางปฏิบัติใหม่นี้จะถูกนำไปใช้จริงอย่างสม่ำเสมอเพียงใดในการตั้งด่านตรวจจราจรในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ตำรวจไซเบอร์ไทยกู้คืนเงิน 1.3 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์ไทยกู้คืนเงิน 1.3 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ในขอนแก่นประสบความสำเร็จในการติดตามและคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้กับผู้เสียหาย 2 รายจากคดีฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ทางการเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์ไทยกู้คืนเงิน 1.3 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์ไทยกู้คืนเงิน 1.3 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ในขอนแก่นประสบความสำเร็จในการติดตามและคืนเงินกว่า 1.3 ล้านบาทให้กับผู้เสียหาย 2 รายจากคดีฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ทางการเงิน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ในจังหวัดขอนแก่น ได้ประกาศผลการติดตามเงินคืนจำนวน 1,339,649 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย 2 รายจากคดีฉ้อโกงออนไลน์ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับการติดตามเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมายและการอายัดบัญชี 'ม้า' ที่กลุ่มอาชญากรใช้

ผู้เสียหายรายแรกเป็นข้าราชการหญิงในภาคอีสาน ตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยคนร้ายใช้เอกสารราชการปลอมข่มขู่ว่าเธอเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และบังคับให้โอนเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อ 'พิสูจน์ความบริสุทธิ์' ส่วนผู้เสียหายรายที่สองถูกหลอกลวงหลังจากถูกชักชวนให้เข้าร่วมแผนการหารายได้จากการทำภารกิจปลอม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนของมิจฉาชีพในประเทศไทย รวมถึงการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และการใช้เอกสารทางกฎหมายที่ปลอมแปลงขึ้น แม้ว่าตำรวจจะสามารถกู้คืนเงินเหล่านี้ได้สำเร็จ แต่การสืบสวนเครือข่ายอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังบัญชีเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลอื่นอีกกี่รายที่อาจได้รับผลกระทบจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ยังคงแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่รู้จักภายใต้ความกดดัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:41 UTC

ปิดฉากล่า 6 วัน! จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังซ่อนตัวบนเขา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปิดฉากล่า 6 วัน! จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังซ่อนตัวบนเขา

ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากศาลจังหวัดสมุยถูกจับกุมตัวได้แล้วหลังจากการไล่ล่าเป็นเวลา 6 วันบนภูเขา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปิดฉากล่า 6 วัน! จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังซ่อนตัวบนเขา

แหล่งข่าวเดียว
ปิดฉากล่า 6 วัน! จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังซ่อนตัวบนเขา

ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากศาลจังหวัดสมุยถูกจับกุมตัวได้แล้วหลังจากการไล่ล่าเป็นเวลา 6 วันบนภูเขา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาที่รู้จักกันในชื่อ "เต๋า" ซึ่งได้หลบหนีออกจากศาลจังหวัดสมุยได้สำเร็จ โดยบุคคลดังกล่าวเป็นเป้าหมายของการไล่ล่าอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 6 วันทั่วเกาะ

รายงานระบุว่าผู้ต้องหาได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภูเขาของเกาะสมุยเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม อย่างไรก็ตาม การค้นหาได้สิ้นสุดลงเมื่อผู้ต้องหาทนความหิวไม่ไหวและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวบนเกาะ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลาที่มีความกังวลด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนี แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากผู้ต้องหาจะถูกระงับไปแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทำให้ผู้ต้องหาสามารถหลบหนีออกจากศาลได้นั้นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน นอกจากนี้ กระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมาหลังจากการจับกุมตัวอีกครั้ง รวมถึงข้อหาเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นจากการหลบหนี ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากศาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:41 UTC

นักวิชาการ มธ. เตือนความท้าทายเชิงโครงสร้างในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการ มธ. เตือนความท้าทายเชิงโครงสร้างในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต้องอาศัยการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในเรื่องการทุจริตและหลักนิติธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การยื่นเอกสารทางธุรการ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักวิชาการ มธ. เตือนความท้าทายเชิงโครงสร้างในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการ มธ. เตือนความท้าทายเชิงโครงสร้างในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต้องอาศัยการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในเรื่องการทุจริตและหลักนิติธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การยื่นเอกสารทางธุรการ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกมาเตือนว่า ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นั้นเกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่เข้มงวด นักวิชาการระบุว่าจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกมักใช้เวลา 7–10 ปี ซึ่งต้องมีการรื้อระบบกฎหมายและกรอบการทำงานด้านการต่อต้านการทุจริตครั้งใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการเป็นสมาชิกไม่ใช่แค่เรื่องของการยื่นใบสมัคร แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานธรรมาภิบาลระดับสูง รายงานระบุว่าหากประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื้อรังในเรื่องหลักนิติธรรมและการทุจริตได้ ประเทศอาจประสบปัญหาในการผ่านเกณฑ์ธรรมาภิบาลที่เข้มงวดของ OECD

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความสนใจของประเทศที่มุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสของกฎระเบียบและความซื่อสัตย์ของสถาบัน แม้ว่าการปฏิรูปเหล่านี้จะมีเป้าหมายเพื่อการปรับตัวทางเศรษฐกิจและกฎหมายในระยะยาวให้สอดคล้องกับประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่กรอบเวลาและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงยังคงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในอนาคตและการเจรจาระหว่างประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ OECD

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:01 UTC

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติกว่า 35.9 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติกว่า 35.9 ล้านบาท

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีร่ำรวยผิดปกติเป็นเงินกว่า 35.9 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติกว่า 35.9 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติกว่า 35.9 ล้านบาท

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีร่ำรวยผิดปกติเป็นเงินกว่า 35.9 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดนายสมศักดิ์ ตาไชย อย่างเป็นทางการในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ โดยมติดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งทั้งในฐานะรองเลขาธิการและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)

การสอบสวนของ ป.ป.ช. สรุปว่านายสมศักดิ์ได้สะสมทรัพย์สินรวมมูลค่า 35,991,076.88 บาท ซึ่งไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ให้สอดคล้องกับรายได้ตามตำแหน่งหน้าที่ได้ จากผลการสอบสวนดังกล่าว คณะกรรมการฯ จึงได้เสนอให้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวและดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ผู้นี้พ้นจากตำแหน่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าความคืบหน้านี้จะเป็นประเด็นสำคัญด้านความรับผิดชอบทางบริหาร แต่ยังคงต้องติดตามกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินในชั้นศาลต่อไป ทั้งนี้ รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post และสะท้อนสถานะปัจจุบันของการตัดสินใจทางปกครองของ ป.ป.ช.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:44 UTC

นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงิน และบังคับให้หลอกเอาเงินจากพ่อแม่จนสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

นักศึกษาวัย 19 ปี ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงิน และบังคับให้หลอกเอาเงินจากพ่อแม่จนสูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นักศึกษาวัย 19 ปีรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายซับซ้อน โดยคนร้ายได้ติดต่อเข้ามาและกล่าวหาเท็จว่านักศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เพื่อเพิ่มความกดดัน มิจฉาชีพได้สั่งให้นักศึกษาไปกุเรื่องหลอกพ่อแม่ว่าได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อให้ครอบครัวโอนเงินมาให้

ภายใต้การข่มขู่และหลอกลวงดังกล่าว นักศึกษาสามารถหาเงินจากครอบครัวได้กว่า 2.4 ล้านบาท ซึ่งถูกโอนต่อไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งอาชญากรมักใช้กลยุทธ์ข่มขู่และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อปั่นหัวเหยื่อให้โอนเงินจำนวนมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังการรับสายจากบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะสายที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่ทางกฎหมายหรือการเร่งรัดให้โอนเงิน สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบตัวตนของผู้โทรที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น ขณะนี้การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดในคดีฉ้อโกงนี้ยังคงดำเนินอยู่ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถติดตามเงินคืนได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:41 UTC

สว.เทวฤทธิ์ เข้าพบ กกต. หลังมีชื่อถูกร้องคดีฮั้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สว.เทวฤทธิ์ เข้าพบ กกต. หลังมีชื่อถูกร้องคดีฮั้ว

สว.เทวฤทธิ์ ได้ยื่นขอรายละเอียดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการมีชื่ออยู่ในกลุ่มบุคคล 427 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้ว โดยยืนยันว่าไม่เคยได้รับหมายเรียกใดๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สว.เทวฤทธิ์ เข้าพบ กกต. หลังมีชื่อถูกร้องคดีฮั้ว

แหล่งข่าวเดียว
สว.เทวฤทธิ์ เข้าพบ กกต. หลังมีชื่อถูกร้องคดีฮั้ว

สว.เทวฤทธิ์ ได้ยื่นขอรายละเอียดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการมีชื่ออยู่ในกลุ่มบุคคล 427 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้ว โดยยืนยันว่าไม่เคยได้รับหมายเรียกใดๆ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 สว.เทวฤทธิ์ ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอทราบรายละเอียดกรณีที่มีชื่อปรากฏอยู่ในกลุ่มบุคคล 427 คนที่ถูกร้องเรียนในคดีฮั้ว โดย สว.เทวฤทธิ์ แสดงความสงสัยต่อสถานการณ์ดังกล่าวและยืนยันว่าตนไม่เคยได้รับหมายเรียกหรือการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้

ในส่วนของข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจง สว.เทวฤทธิ์ ชี้แจงว่าการประชุมที่จัดขึ้นในห้องจูปิเตอร์นั้นเป็นไปเพื่อการทำงานอย่างเคร่งครัด และไม่มีการจัดเลี้ยงหรือการต้อนรับที่ไม่เหมาะสมตามที่อาจมีการกล่าวอ้าง ทั้งนี้ สว.เทวฤทธิ์ ต้องการความโปร่งใสจาก กกต. เพื่อทำความเข้าใจถึงที่มาของคำร้องและสถานะปัจจุบันของการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องภายในองค์กรทางการเมืองและนิติบัญญัติของไทย แม้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของ กกต. ในการกำกับดูแลความประพฤติของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า กกต. จะให้ข้อมูลตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือคดีดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไปอย่างไร สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการกำกับดูแลที่เข้มงวดสำหรับตัวแทนรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่ กกต. พิจารณาคำร้องของ สว.เทวฤทธิ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:20 UTC

ตำรวจรวบ 2 สาวบัญชีม้าคดีฉ้อโกง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบ 2 สาวบัญชีม้าคดีฉ้อโกง

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้า โดยสามารถอายัดเงินคืนให้ข้าราชการที่ตกเป็นเหยื่อได้สำเร็จจำนวน 1 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบ 2 สาวบัญชีม้าคดีฉ้อโกง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบ 2 สาวบัญชีม้าคดีฉ้อโกง

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้า โดยสามารถอายัดเงินคืนให้ข้าราชการที่ตกเป็นเหยื่อได้สำเร็จจำนวน 1 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตำรวจไทยได้จับกุมหญิง 2 รายที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีธนาคาร 'บัญชีม้า' การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่มีแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงข้าราชการหญิงวัย 56 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี

เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เข้าแทรกแซงทันท่วงทีโดยการอายัดบัญชีและสามารถนำเงินจำนวน 1 ล้านบาทที่ผู้เสียหายโอนไปกลับคืนมาได้สำเร็จ ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการควบคุมตัวในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงขยายผลการสอบสวนเพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางการเงิน และความสำคัญของการระมัดระวังต่อการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์หรือคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย แม้ว่าในกรณีนี้จะสามารถติดตามเงินคืนได้สำเร็จ แต่ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่สามารถรับประกันได้ในทุกกรณี

รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเฉพาะที่แก๊งมิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงเหยื่อยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยว่ามีการระบุตัวผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้เพิ่มเติมหรือไม่ หรือคาดว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและรายงานกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:20 UTC

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานฉลองครบรอบ 66 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานฉลองครบรอบ 66 ปี

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 66 ปี เพื่อเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจและมอบทุนการศึกษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานฉลองครบรอบ 66 ปี

แหล่งข่าวเดียว
กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานฉลองครบรอบ 66 ปี

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 66 ปี เพื่อเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจและมอบทุนการศึกษา

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 66 ปี โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ

ภายในงานมีการมอบทุนการศึกษา ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างขวัญและกำลังใจ รวมถึงการสนับสนุนครอบครัวของข้าราชการตำรวจ กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยงานด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งรับผิดชอบด้านการฝึกอบรมและมาตรฐานวิชาชีพภายในองค์กร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นวาระสำคัญภายในของหน่วยงานราชการ แม้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือขั้นตอนทางกฎหมายของประชาชนทั่วไป แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรักษามาตรฐานวิชาชีพผ่านหน่วยงานด้านการศึกษา

เนื่องจากงานดังกล่าวเป็นการจัดงานวันสถาปนาหน่วยงาน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการอัปเดตทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะเพิ่มเติมในขณะนี้ โดยกิจกรรมมุ่งเน้นไปที่การยกย่องบุคลากรภายในและการดูแลสวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัวเป็นหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:21 UTC

อดีตเลขาฯ สกสค. ถูกชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเลขาฯ สกสค. ถูกชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ 35.9 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเลขาฯ สกสค. ถูกชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเลขาฯ สกสค. ถูกชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ 35.9 ล้านบาท

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประกาศผลการชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยระบุว่านายสมศักดิ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติรวม 35.9 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้อย่างสมเหตุสมผลตามรายได้ที่เป็นทางการ

จากการตรวจสอบพบว่า มีเงินจำนวน 19.1 ล้านบาทถูกฝากไว้ในบัญชีธนาคารที่เปิดในชื่อของบุตร ซึ่งทาง ป.ป.ช. สรุปว่าการสะสมทรัพย์สินดังกล่าวถือเป็นความผิดปกติ และถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในภาคการศึกษาของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในองค์กรของรัฐ แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้ชี้มูลความผิดแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด คดีนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะมีโอกาสในการต่อสู้คดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีบทลงโทษทางกฎหมายหรือการยึดทรัพย์สินอย่างไรบ้าง ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดในการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการสาธารณะในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:00 UTC

สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นฟ้องแบบกลุ่มรอบที่ 2 ต่อซัมซุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นฟ้องแบบกลุ่มรอบที่ 2 ต่อซัมซุง

สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อซัมซุงเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากปัญหาหน้าจอเสียซ้ำซาก โดยมีผู้ร้องเรียนใหม่กว่า 2,100 ราย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นฟ้องแบบกลุ่มรอบที่ 2 ต่อซัมซุง

แหล่งข่าวเดียว
สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นฟ้องแบบกลุ่มรอบที่ 2 ต่อซัมซุง

สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อซัมซุงเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากปัญหาหน้าจอเสียซ้ำซาก โดยมีผู้ร้องเรียนใหม่กว่า 2,100 ราย

สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ได้ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โดยฟ้องร้องบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ และบริษัทแม่ในเกาหลีใต้ การดำเนินการทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานปัญหาหน้าจอเสียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาเส้นแนวตั้งบนหน้าจอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก

ตามข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค แม้ว่าจะเคยมีโครงการเยียวยามาก่อนหน้านี้ แต่ทางสภายังคงได้รับเรื่องร้องเรียนใหม่จากผู้บริโภคอีก 2,103 ราย รายงานเหล่านี้รวมถึงผู้ใช้งานที่อุปกรณ์เคยถูกปฏิเสธการรับประกัน และผู้ที่ประสบปัญหาหน้าจอเสียซ้ำแม้จะได้รับการเปลี่ยนหน้าจอไปแล้วก็ตาม ทางสภาฯ กำลังดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงข้อกังวลด้านการควบคุมคุณภาพของอุปกรณ์มือถือซัมซุงบางรุ่น ผู้ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ซัมซุงในปัจจุบันอาจต้องการติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ เนื่องจากอาจส่งผลต่อนโยบายการชดเชยหรือการซ่อมแซมในอนาคต ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรเกี่ยวกับสถานะการฟ้องคดีแบบกลุ่ม และจะมีมาตรการเยียวยาเฉพาะเจาะจงอย่างไรสำหรับผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ ผู้ใช้งานที่ประสบปัญหาคล้ายกันควรจัดเก็บประวัติการใช้งานอุปกรณ์ของตนและติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสภาองค์กรของผู้บริโภค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:03 UTC

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

รถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในจังหวัดลำปาง เผยให้เห็นยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

แหล่งข่าวเดียว
ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในลำปาง

รถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำในจังหวัดลำปาง เผยให้เห็นยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถกระบะขนผลไม้พลิกคว่ำบนทางหลวงหมายเลข 120 ในอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบลังผลไม้จำนวน 15 ลังกระจายอยู่บนถนน จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบยาบ้าประมาณ 3 ล้านเม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในลังดังกล่าว

คนขับรถซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอุบัติเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนควบคุมตัวไว้ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวมาก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อหาที่มาของยาเสพติดและระบุตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมายบนเส้นทางคมนาคมสายหลัก แม้ว่าภัยคุกคามจากยาเสพติดล็อตนี้จะถูกระงับไว้ได้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางของยาเสพติดหรือตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการใหญ่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการตั้งด่านตรวจของตำรวจและการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบนเส้นทางสายเหนือเป็นเรื่องปกติในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:23 UTC

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีความเสียหายรวมสูงถึง 297 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

แหล่งข่าวเดียว
คลื่นอาชญากรรมออนไลน์พุ่ง: หญิงอายุ 21-30 ปีตกเป็นเป้าหมายหลัก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีความเสียหายรวมสูงถึง 297 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว

ตามรายงานจาก Thai Post ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ออกคำเตือนเร่งด่วนเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของคดีฉ้อโกงออนไลน์ ข้อมูลระบุว่ากลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 21 ถึง 30 ปี เป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อกิจกรรมทางอาญาเหล่านี้ในปัจจุบัน

สถิติที่เผยแพร่โดยศูนย์ฯ เน้นย้ำว่าวิธีการที่ผู้กระทำความผิดใช้บ่อยที่สุดคือการหลอกขายสินค้าออนไลน์และการแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลอกลวงเหยื่อ โดยกิจกรรมทางอาญาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวมถึง 297 ล้านบาทภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพุ่งสูงขึ้นของอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์หรือเมื่อได้รับการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ และควรใช้ความระมัดระวังในการซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ได้รับการยืนยัน

แม้ว่า ACSC จะระบุกลุ่มเป้าหมายหลักและขนาดของผลกระทบทางการเงินแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ จัดตั้ง 2 อนุกรรมการเพื่อดูแลกระบวนการนิรโทษกรรมใหม่ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม หวังยุติความขัดแย้งทางการเมือง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ จัดตั้ง 2 อนุกรรมการเพื่อดูแลกระบวนการนิรโทษกรรมใหม่ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ตามรายงานของ Khaosod Online ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขความแตกแยกทางการเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน และคืนสิทธิ์ทางการเมืองให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางความคิดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

นายปกรณ์เน้นย้ำว่ากระบวนการนิรโทษกรรมนี้มีไว้เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนทางการเมืองเท่านั้น และจะไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลา 180 วันในการดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น โดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมราชทัณฑ์ จะต้องประสานความร่วมมือเพื่อดำเนินการตามกฎหมายฉบับใหม่นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในบรรยากาศทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายปี แม้ว่ากรอบการทำงานจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการนิรโทษกรรมที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่ากระบวนการนี้อาจส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยหรือกระบวนการทางกฎหมายอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:41 UTC

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

ตำรวจธัญบุรีจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่ก่อเหตุขโมยพระพุทธรูป 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง เพื่อนำไปขายใช้หนี้พนัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 โจรขโมยพระพุทธรูปจากวัดดังในปทุมธานี

ตำรวจธัญบุรีจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่ก่อเหตุขโมยพระพุทธรูป 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง เพื่อนำไปขายใช้หนี้พนัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี แถลงผลการจับกุมชาย 3 ราย อายุระหว่าง 43 ถึง 47 ปี ในคดีลักทรัพย์พระพุทธรูปจำนวน 4 องค์จากวัดเขียนเขตพระอารามหลวง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่บ้านพักหลังจากการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก

ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริงโดยมีแรงจูงใจจากปัญหาหนี้พนัน โดยตั้งใจจะนำพระพุทธรูปไปขายที่ตลาดนัดของเก่าในราคาองค์ละประมาณ 4,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานแล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาในพื้นที่ แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับด้วยการจับกุมแล้ว แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของโบราณวัตถุทางศาสนาที่ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรรมมาก่อนหรือไม่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนและเตรียมตั้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:42 UTC

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจเรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดังเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ครั้งใหญ่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
เรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้ข้อมูลคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจเรียก 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดังเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ครั้งใหญ่

ตำรวจไทยได้ออกหมายเรียก นายเสมอ งิ้วงาม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ 'ป๋อง สุพรรณ' เซียนพระชื่อดัง ให้เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 'มูลนิธิหวันโชติ' ซึ่งก่อตั้งโดย นายอติโชติ ทังประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ผู้ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในคดียักยอกเงินวัดหลายร้อยล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวคณะกรรมการมูลนิธิไปแล้ว 5 รายจากทั้งหมด 6 ราย ซึ่งให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยป๋อง สุพรรณ ซึ่งเป็นกรรมการคนสุดท้าย ได้รับการประสานให้เข้าพบเจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อชี้แจงความเกี่ยวข้องกับมูลนิธิดังกล่าว

เพื่อตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ ป๋อง สุพรรณ ได้โพสต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าตนไม่เคยรับเงินจากวัด แต่เป็นการถวายเงินและทองคำหนัก 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธาส่วนตัว สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนาที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่ตำรวจยังคงตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทั้งนี้ ขอบเขตความเกี่ยวข้องของป๋อง สุพรรณ และกิจกรรมทั้งหมดของมูลนิธิยังคงต้องรอการยืนยันจากผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:42 UTC