ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการออกมาตรการรับมือน้ำท่วมสำหรับสถานศึกษา ✦
เศรษฐกิจ ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก ✦
ความปลอดภัย ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ✦
กีฬา เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี ✦
ความปลอดภัย เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน ✦
กีฬา ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงศึกษาธิการออกมาตรการรับมือน้ำท่วมสำหรับสถานศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการออกมาตรการรับมือน้ำท่วมสำหรับสถานศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ประกาศ 5 มาตรการใหม่เพื่อรับมือกับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยให้อำนาจสถานศึกษาในพื้นที่ตัดสินใจปิดเรียนได้และให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากระทรวงศึกษาธิการได้กำหนด 5 มาตรการเฉพาะเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษา โดยหัวใจสำคัญของคำสั่งนี้คือการกระจายอำนาจการตัดสินใจ ซึ่งอนุญาตให้ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่สามารถสั่งปิดเรียนได้ทันทีหากสถานการณ์น้ำท่วมก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานในช่วงฤดูมรสุม การให้อำนาจสถานศึกษาในการตัดสินใจด้วยตนเองมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้การฟื้นฟู เช่น การซ่อมแซมอาคารสถานที่และการให้ความช่วยเหลือชุมชน สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะวางกรอบสำหรับการปิดสถานศึกษาไว้ แต่สถานะการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนยังคงขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ในพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหรือวางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการฉุกเฉินเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจังหวัดใดบ้างที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูสถานศึกษาในวงกว้างที่สุด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการปิดเรียนหรือเหตุขัดข้องต่างๆ กับหน่วยงานท้องถิ่นหรือสถานศึกษาในพื้นที่โดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:40 UTC

เศรษฐกิจ

ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

แหล่งข่าวเดียว
ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เรียกร้องให้มีกลยุทธ์อาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก โดยใช้ประโยชน์จาก AI และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะต้องกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ตามรายงานของ Thai Post สถาบันเสนอว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับกรอบการพัฒนาของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการบูรณาการระดับภูมิภาค ในขณะที่อาเซียนพยายามเปลี่ยนความท้าทายระดับโลกในปัจจุบันให้เป็นโอกาส การมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่น ความต้องการของตลาดแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเรียกร้องของ ITD ให้มี 'เสียงอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว' จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของภูมิภาค แต่กลไกเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐสมาชิกแต่ละประเทศจะปรับนโยบายระดับชาติให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะระดับภูมิภาคเหล่านี้อย่างไร สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือภาคส่วนเฉพาะนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

ทางการประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เนื่องจากมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่า อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้ระงับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งเป็นการชั่วคราว มาตรการป้องกันนี้เป็นไปตามคำเตือนสภาพอากาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและสภาพน้ำที่เป็นอันตราย

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่วางแผนจะไปเยือนอุทยาน การปิดพื้นที่นี้หมายความว่าบริเวณน้ำตกดังกล่าวจะถูกห้ามเข้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ ฝ่ายจัดการอุทยานได้ใช้ข้อจำกัดนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขา

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการปิดพื้นที่ดังกล่าวจะมีผลนานเท่าใด เจ้าหน้าที่อุทยานยังไม่ได้ระบุวันที่เปิดให้บริการที่ชัดเจน เนื่องจากระยะเวลาของข้อจำกัดจะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวของสภาพแวดล้อม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสำนักงานอุทยานในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกประชุมด่วนกรมชลประทานเพื่อประสานงานรับมือสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับกรมชลประทานเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำให้มีการติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและบุคลากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

วัตถุประสงค์หลักของมาตรการนี้คือการลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการเกษตร นายสุริยะย้ำว่ารัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน กำลังทำงานอย่างเป็นระบบและประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังเร่งจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างจริงจัง แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมขังควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำและประกาศเตือนภัยต่างๆ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดหรือเขตใดมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพถนนหรือเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

กรมทางหลวงรายงานว่าน้ำท่วมบริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 โดยสิ้นเชิง

ตามรายงานจาก Thai Post กรมทางหลวงได้ประกาศระงับการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งหมดเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรง โดยน้ำท่วมที่บริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ทั้งขาเข้าและขาออก

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทาง การปิดเส้นทางนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค ผู้ขับขี่ที่ใช้มอเตอร์เวย์ M7 เป็นประจำในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคตะวันออก ควรวางแผนใช้เส้นทางเลี่ยงและเผื่อเวลาในการเดินทางเนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการสถานการณ์

ในขณะนี้ กรมทางหลวงยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือจะสามารถเปิดการจราจรได้อีกครั้งเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงหรือหน่วยงานจราจรในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการทำความสะอาดและการตรวจสอบความปลอดภัยจะใช้เวลานานเท่าใดหลังจากระดับน้ำลดลง โปรดใช้ความระมัดระวังหากต้องเดินทางในบริเวณใกล้เคียงและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

ความปลอดภัย

ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

ฝนที่ตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำในคลองบางเขนเอ่อล้นบริเวณหน้าโรงสูบน้ำดิบ ทำให้ประชาชนต้องทยอยนำรถขึ้นไปจอดบนสะพานเพื่อหนีน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในคลองบางเขนสูงเกินความจุ โดยน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบโรงสูบน้ำดิบ ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มเคลื่อนย้ายรถยนต์ขึ้นไปจอดบนสะพานใกล้เคียงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม มาตรการป้องกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศปัจจุบันที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินส่วนบุคคลในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าการดำเนินการในขณะนี้จะเน้นไปที่การเคลื่อนย้ายยานพาหนะ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการประปาและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของเทศบาลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจราจรติดขัดหรือคำเตือนด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้ง 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมและฝนตกหนัก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทยจัดตั้ง 'วอร์รูม' (War Room) ที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์เหล่านี้มีหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในเชิงรุก

คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนไปสู่การดำเนินการเชิงป้องกัน โดยกำหนดให้หน่วยงานท้องถิ่นประเมินพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงล่วงหน้า แทนที่จะรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและเวลาในการตอบสนองในช่วงฤดูฝน ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวควรทราบว่าหน่วยงานท้องถิ่นอาจมีการเฝ้าระวังระดับน้ำในจังหวัดต่างๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น

แม้ว่าการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังเหล่านี้จะเป็นคำสั่งจากรัฐบาล แต่ระเบียบปฏิบัติการเฉพาะของแต่ละจังหวัดอาจมีความแตกต่างกัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมตามฤดูกาล ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศูนย์ระดับจังหวัดเหล่านี้จะประสานงานกับหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอย่างไร และจะใช้ช่องทางการสื่อสารใดในการแจ้งเตือนประชาชนในกรณีที่มีภัยคุกคามจากน้ำท่วมในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

กีฬา

เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยรวบรวมนักวิ่งเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ตามรายงานจาก Matichon Online งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว กิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นต่อเนื่องนี้เป็นเวทีในการรวมกลุ่มนักวิ่งโดยมุ่งเน้นไปที่การกุศล เพื่อส่งต่อกำลังใจและการสนับสนุนให้แก่ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟในประเทศไทย และบทบาทขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในการจัดกิจกรรมกีฬาที่มุ่งเน้นชุมชน แม้ว่าการวิ่งมาราธอนจะส่งเสริมสุขภาพร่างกาย แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการสนับสนุนทางสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งและการช่วยเหลือผู้ป่วย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด ยอดเงินบริจาคที่แน่ชัด หรือองค์กรทางการแพทย์ที่จะได้รับเงินสนับสนุนยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วนในรายงานเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบของกิจกรรมหรือการเข้าร่วมในอนาคตควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากเซ็นทรัลกรุ๊ป เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าเงินบริจาคเหล่านี้ถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไร กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรณรงค์ด้านสาธารณสุขและกีฬาชุมชนในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:41 UTC

ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่สำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบุว่าเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นภายในตัวอาคารสำนักงาน โดยจากการสังเกตการณ์เบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การให้บริการด้านธุรการของสำนักงานเขตต้องหยุดชะงักชั่วคราว แม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว แต่ความเสียหายของตัวอาคารและสถานะของเอกสารทางราชการยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตบางเขน ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะการเปิดทำการผ่านช่องทางทางการก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานที่อาจมีการปิดทำการชั่วคราวหรือจำกัดพื้นที่ในระหว่างการประเมินความปลอดภัยและการทำความสะอาด ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดนอกเหนือจากการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับวัสดุที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

กีฬา

ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

ซีเนดีน ซีดาน พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยชนะในนัดแรกที่เขาคุมทีม แต่ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของคีลิยัน เอ็มบัปเป้

รายงานจาก Matichon Online ระบุว่า ซีเนดีน ซีดาน เริ่มต้นการทำงานในฐานะผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสได้อย่างสวยงามด้วยการพาทีมคว้าชัยชนะในนัดประเดิมสนาม อดีตกองกลางระดับตำนานแสดงความพึงพอใจต่อฟอร์มการเล่นของลูกทีมและผลการแข่งขันที่เป็นบวกในทันที

อย่างไรก็ตาม ความยินดีดังกล่าวต้องถูกบดบังด้วยข่าวอาการบาดเจ็บของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าตัวเก่ง รายงานยืนยันว่าเอ็มบัปเป้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากทีมและเดินทางกลับบ้านเพื่อเข้ารับการรักษา

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการทีมชาติที่โดดเด่นที่สุดทีมหนึ่งของโลก แม้ชัยชนะจะช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับแฟนบอลฝรั่งเศส แต่ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บของเอ็มบัปเป้ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล แฟนบอลและผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการอัปเดตข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส เพื่อประเมินความเสียหายและระยะเวลาที่กองหน้ารายนี้จะต้องพักรักษาตัว โดยในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาลงสนามของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

ไทยและกัมพูชาดำเนินการส่งกลับพลเมืองข้ามพรมแดน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยและกัมพูชาดำเนินการส่งกลับพลเมืองข้ามพรมแดน

ทางการไทยและกัมพูชาได้อำนวยความสะดวกในการส่งกลับคนไทย 44 คน และชาวกัมพูชา 35 คน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายในประเทศของตน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยและกัมพูชาดำเนินการส่งกลับพลเมืองข้ามพรมแดน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและกัมพูชาดำเนินการส่งกลับพลเมืองข้ามพรมแดน

ทางการไทยและกัมพูชาได้อำนวยความสะดวกในการส่งกลับคนไทย 44 คน และชาวกัมพูชา 35 คน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายในประเทศของตน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กองกำลังความมั่นคงของไทย รวมถึงกองกำลังบูรพาและตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ได้ประสานงานการส่งกลับบุคคล ณ สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตามรายงานของ Khaosod Online คนไทยจำนวน 44 คนได้เดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายในกัมพูชา ในขณะที่ชาวกัมพูชาจำนวน 35 คนถูกส่งกลับประเทศต้นทางพร้อมกันหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทย

การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักมนุษยธรรมและแนวทางความร่วมมือทวิภาคีที่กำหนดไว้ แม้ว่าจุดผ่านแดนจะยังคงปิดอยู่ แต่ทั้งสองประเทศยังคงประสานงานในการส่งกลับบุคคลที่ผ่านกระบวนการทางคดีเรียบร้อยแล้วอย่างต่อเนื่อง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าแม้พรมแดนจะยังคงปิดอย่างเป็นทางการ แต่ความร่วมมือด้านการบริหารและมนุษยธรรมระหว่างทั้งสองประเทศยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าปฏิบัติการนี้จำกัดเฉพาะบุคคลที่เสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมายแล้วเท่านั้น สถานะปัจจุบันของการปิดพรมแดนและเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเดินทางข้ามพรมแดนในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยและหน่วยงานท้องถิ่นสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเข้าถึงพรมแดน เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับข้อตกลงทวิภาคีที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:53 UTC

รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ มุ่งมั่นศึกษาต่อด้านกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ มุ่งมั่นศึกษาต่อด้านกฎหมาย

นักแสดงดาวรุ่ง รีเบคก้า อาร์มสตรอง กำลังแบ่งเวลาจากการทำงานในวงการบันเทิงระดับโลกมาศึกษาต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเอสเซกซ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ มุ่งมั่นศึกษาต่อด้านกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ มุ่งมั่นศึกษาต่อด้านกฎหมาย

นักแสดงดาวรุ่ง รีเบคก้า อาร์มสตรอง กำลังแบ่งเวลาจากการทำงานในวงการบันเทิงระดับโลกมาศึกษาต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเอสเซกซ์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ (Khaosod Online Thailand) รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ (University of Essex) ประเทศอังกฤษ โดยเธอมีความสนใจเป็นพิเศษในด้านอาชญาวิทยาและจิตวิทยา

รีเบคก้าเกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2545 มีบิดาเป็นชาวอังกฤษและมารดาเป็นคนไทย เธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านการศึกษาในหลายประเทศ ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในวงการบันเทิง แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝันแรกเริ่มในการเป็นทนายความ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการศึกษาของนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงของไทย แม้ว่าผลงานการแสดงของเธอจะได้รับความสนใจในระดับสากล แต่การให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านกฎหมายแสดงให้เห็นถึงความสนใจในระยะยาวต่อสาขาอาชญาวิทยาและจิตวิทยา

ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่ารีเบคก้าจะจัดสรรเวลาอย่างไรระหว่างภารกิจในวงการบันเทิงกับความเข้มข้นของการเรียนกฎหมาย และยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเธอวางแผนที่จะประกอบวิชาชีพกฎหมายในประเทศไทยหรือสหราชอาณาจักรหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:31 UTC

เร่งสอบสวนเหตุพบทารกเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนเหตุพบทารกเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.ขอนแก่น กำลังสอบสวนกรณีพบร่างทารกเสียชีวิตข้างกำแพงบ้านพัก โดยมีหญิงวัย 32 ปีอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนเหตุพบทารกเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนเหตุพบทารกเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.ขอนแก่น กำลังสอบสวนกรณีพบร่างทารกเสียชีวิตข้างกำแพงบ้านพัก โดยมีหญิงวัย 32 ปีอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น กำลังดำเนินการสอบสวนกรณีพบร่างทารกเพศหญิงเสียชีวิต โดยพบร่างทารกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม บริเวณกำแพงบ้านพักในหมู่บ้านโนน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามรายงานของตำรวจพบร่างทารกนอนหงายและมีผ้าห่มสีน้ำเงินปิดร่างไว้บางส่วน

จากการลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้พบหญิงวัย 32 ปี นามสมมติว่า 'กุ๊กไก่' ซึ่งตั้งครรภ์อยู่ โดยในระหว่างการสอบปากคำ หญิงรายนี้ให้การว่าตนไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ และรู้สึกปวดท้องเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม ก่อนจะพบว่าทารกได้คลอดออกมาโดยไม่มีเสียงร้อง ซึ่งทำให้เธอเกิดอาการตกใจ

ร่างของทารกถูกนำส่งไปยังภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอผลการชันสูตรพลิกศพ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากผลการสอบสวนพบหลักฐานของการกระทำความผิดหรือการทำร้ายร่างกาย จะมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับมารดาต่อไป สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจในพื้นที่ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยบทสรุปของคดีนี้ยังคงต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:32 UTC

ตำรวจระดมทีมโดรนร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำน่าน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจระดมทีมโดรนร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำน่าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมยุทโธปกรณ์พิเศษ รวมถึงทีมโดรน เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาผู้สูญหายวัย 58 ปี ในแม่น้ำน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจระดมทีมโดรนร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจระดมทีมโดรนร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำน่าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมยุทโธปกรณ์พิเศษ รวมถึงทีมโดรน เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาผู้สูญหายวัย 58 ปี ในแม่น้ำน่าน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ระดมยุทโธปกรณ์พิเศษเพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยภารกิจหลักในขณะนี้คือการส่งทีมโดรนเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาบุคคลวัย 58 ปี ที่สูญหายไปในแม่น้ำน่าน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินที่กำลังดำเนินอยู่ตลอดแนวแม่น้ำน่าน แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีการเฝ้าระวังทางอากาศจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งกระบวนการค้นหา แต่สภาพแวดล้อมของแม่น้ำอาจเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับทีมกู้ภัย ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงแม่น้ำน่านควรระมัดระวังการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการรบกวนภารกิจค้นหา เพื่อความปลอดภัยของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์การสูญหายยังคงมีจำกัด และยังไม่มีการยืนยันว่าภารกิจค้นหาจะดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้สูญหายหรือจุดที่แน่ชัดในการค้นหาตามแนวแม่น้ำ ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าของสถานการณ์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:11 UTC

สุนัขแสนรู้พาสุนัขตำรวจตามรวบเจ้าของหนีคดีในเชสเชียร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สุนัขแสนรู้พาสุนัขตำรวจตามรวบเจ้าของหนีคดีในเชสเชียร์

ชายคนหนึ่งที่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลบหนีตำรวจในเมืองเชสเชียร์ ประเทศอังกฤษ ถูกจับกุมหลังจากสุนัขที่เขาถูกทิ้งไว้ข้างทางนำทางเจ้าหน้าที่ไปยังบ้านของเขาโดยไม่ตั้งใจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สุนัขแสนรู้พาสุนัขตำรวจตามรวบเจ้าของหนีคดีในเชสเชียร์

แหล่งข่าวเดียว
สุนัขแสนรู้พาสุนัขตำรวจตามรวบเจ้าของหนีคดีในเชสเชียร์

ชายคนหนึ่งที่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลบหนีตำรวจในเมืองเชสเชียร์ ประเทศอังกฤษ ถูกจับกุมหลังจากสุนัขที่เขาถูกทิ้งไว้ข้างทางนำทางเจ้าหน้าที่ไปยังบ้านของเขาโดยไม่ตั้งใจ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ชายวัย 41 ปีชื่อ ชาร์ลส์ ฟอย ถูกตำรวจพบเห็นขณะขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะในเมืองเชสเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในเขตอำนาจศาลดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามเรียกให้หยุด พวกเขาได้กลิ่นกัญชาอย่างรุนแรง ทำให้ฟอยเร่งเครื่องหลบหนี ระหว่างการไล่ล่า สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์หนึ่งในสองตัวของเขาไม่สามารถวิ่งตามได้ทันและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเดินตามสุนัขตัวดังกล่าว ซึ่งนำทางพวกเขาไปยังบ้านของฟอยโดยไม่คาดคิด คลิปจากกล้องติดตัวของตำรวจเผยให้เห็นสุนัขลาบราดอร์ที่มีท่าทีเป็นมิตรเดินอย่างใจเย็นไปยังบ้านพร้อมกับกระดิกหาง เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่คิดว่าบ้านว่างเปล่า แต่ไม่นานก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวใกล้หน้าต่าง การตรวจค้นบ้านในเวลาต่อมาพบว่าฟอยกำลังซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้หลังคา นำไปสู่การจับกุมในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรท้องถิ่นอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการหลบหนีการจับกุมของตำรวจ แม้ว่ารายงานจะยืนยันการจับกุมและสถานการณ์ที่ผิดปกติของการค้นพบนี้ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะที่ฟอยได้รับหรือสถานะปัจจุบันของสุนัข ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:12 UTC

ตำรวจอุบลราชธานีสกัดจับการขนยาเสพติดล็อตใหญ่โดยมีทหารเกณฑ์เกี่ยวข้อง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจอุบลราชธานีสกัดจับการขนยาเสพติดล็อตใหญ่โดยมีทหารเกณฑ์เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุบลราชธานีจับกุมทหารเกณฑ์รายหนึ่งหลังจากการไล่ล่าข้ามจังหวัด ซึ่งพบยาบ้าจำนวน 700,000 เม็ด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจอุบลราชธานีสกัดจับการขนยาเสพติดล็อตใหญ่โดยมีทหารเกณฑ์เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจอุบลราชธานีสกัดจับการขนยาเสพติดล็อตใหญ่โดยมีทหารเกณฑ์เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุบลราชธานีจับกุมทหารเกณฑ์รายหนึ่งหลังจากการไล่ล่าข้ามจังหวัด ซึ่งพบยาบ้าจำนวน 700,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตำรวจในจังหวัดอุบลราชธานีสามารถสกัดกั้นความพยายามในการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ได้สำเร็จ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทำการไล่ล่าด้วยความเร็วสูงข้ามเขตจังหวัด จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุว่าเป็นทหารเกณฑ์ โดยบุคคลดังกล่าวถูกว่าจ้างให้ขนส่งยาบ้าจำนวน 700,000 เม็ด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดตามเส้นทางคมนาคมหลัก แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นการยึดของกลางครั้งสำคัญ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้ และตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการขนส่งครั้งนี้หรือไม่ ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป คาดว่าตำรวจอุบลราชธานีจะยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้ต้องสงสัยและแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่าอาจมีการตั้งด่านตรวจของตำรวจในพื้นที่บ่อยขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:11 UTC

ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลฐานข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลฐานข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์

ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลเป็นเงิน 5,000 บาท หลังก่อเหตุข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์ในพื้นที่

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลฐานข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลฐานข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์

ศาลเกาะสมุยสั่งปรับชายชาวอิสราเอลเป็นเงิน 5,000 บาท หลังก่อเหตุข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์ในพื้นที่

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้สั่งปรับชายชาวอิสราเอลเป็นเงิน 5,000 บาท หลังจากพบว่ามีความผิดฐานข่มขู่เอาชีวิตหญิงชาวไทย ตามรายงานจาก Khaosod English ผู้เสียหายซึ่งระบุชื่อว่า จินดารัตน์ สัตยาพันธุ์ เป็นผู้ประกอบการสวนสัตว์ Samui Exotic บนเกาะสมุย

เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แม้ว่าศาลจะตัดสินโทษในกรณีนี้แล้ว แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำให้เห็นถึงผลทางกฎหมายสำหรับการข่มขู่ด้วยวาจาหรือร่างกายในแหล่งท่องเที่ยวของไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เข้มงวดต่อการข่มขู่บุคคลอื่น โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้กระทำความผิด

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องเผชิญกับมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น การเพิกถอนวีซ่าหรือการเนรเทศ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในกรณีที่ชาวต่างชาติถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาในประเทศไทย ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับความประพฤติในที่สาธารณะและข้อพิพาทระหว่างบุคคล จนถึงขณะนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของข้อพิพาทระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:25 UTC

รายงานเหตุถังออกซิเจนระเบิดย่านพุทธมณฑลสาย 4
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุถังออกซิเจนระเบิดย่านพุทธมณฑลสาย 4

เกิดเหตุถังออกซิเจนระเบิดในย่านพุทธมณฑลสาย 4 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รายงานเหตุถังออกซิเจนระเบิดย่านพุทธมณฑลสาย 4

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุถังออกซิเจนระเบิดย่านพุทธมณฑลสาย 4

เกิดเหตุถังออกซิเจนระเบิดในย่านพุทธมณฑลสาย 4 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานเหตุการณ์ถังออกซิเจนระเบิดในย่านพุทธมณฑลสาย 4 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดอย่างละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้กับอุปกรณ์ก๊าซอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือพักอาศัยใกล้พุทธมณฑลสาย 4 อาจพบกับปัญหาการจราจรติดขัดหรือการจำกัดพื้นที่ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด ลักษณะการบาดเจ็บ และสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติของถังออกซิเจน ทางการยังไม่ได้ออกรายงานสรุปว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์ การใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานฉุกเฉินที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:50 UTC

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา หลังสงสัยพฤติกรรมนอมินีต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา หลังสงสัยพฤติกรรมนอมินีต่างชาติ

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการประสานงานในพัทยาเพื่อตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายผ่านโครงสร้างนอมินี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา หลังสงสัยพฤติกรรมนอมินีต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา หลังสงสัยพฤติกรรมนอมินีต่างชาติ

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการประสานงานในพัทยาเพื่อตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายผ่านโครงสร้างนอมินี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษบุกตรวจค้น 3 จุดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายที่ต้องสงสัยว่าใช้นอมินีชาวไทยในการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ซึ่งอาจเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ตามรายงานของ Khaosod Online ปฏิบัติการนี้ดำเนินการตามหมายค้นของศาลอาญา โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วม อาทิ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ รัฐบาลระบุว่าการดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดระเบียบสังคมและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายการถือครองธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าการบุกตรวจค้นจะเป็นสัญญาณของการปราบปรามโครงสร้างนอมินีที่ผิดกฎหมาย แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลทางกฎหมายจากหลักฐานที่ยึดได้นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการควรทราบว่าเจ้าหน้าที่กำลังติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจต่างด้าวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:53 UTC

หญิงชาวชลบุรีร้องสื่อถูกอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกบ้านและคุกคาม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

หญิงชาวชลบุรีร้องสื่อถูกอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกบ้านและคุกคาม

หญิงวัย 47 ปีในจังหวัดชลบุรีขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน หลังรายงานว่าอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอหลายครั้ง นำไปสู่เหตุพยายามทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์เมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

หญิงชาวชลบุรีร้องสื่อถูกอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกบ้านและคุกคาม

แหล่งข่าวเดียว
หญิงชาวชลบุรีร้องสื่อถูกอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกบ้านและคุกคาม

หญิงวัย 47 ปีในจังหวัดชลบุรีขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน หลังรายงานว่าอดีตแฟนหนุ่มบุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอหลายครั้ง นำไปสู่เหตุพยายามทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงวัย 47 ปีซึ่งอาศัยอยู่บนถนนบางแสนสาย 2 ในจังหวัดชลบุรี ได้ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือหลังจากเกิดเหตุบุกรุกบ้านหลายครั้ง ผู้เสียหายซึ่งระบุชื่อว่านางสาววราภรณ์ กล่าวว่าอดีตแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปเมื่อ 2 ปีก่อน ได้บุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอถึง 3 ครั้ง

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ขณะที่ผู้เสียหายกำลังนอนหลับอยู่กับลูกสาววัย 27 ปี ผู้เสียหายรายงานว่าผู้บุกรุกพยายามก่อเหตุทางเพศ แต่ทั้งสองคนสามารถหลบหนีออกมาได้ ในระหว่างการบุกรุก ผู้ต้องสงสัยได้ขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ไอแพด และกระเป๋าสะพายไป ผู้เสียหายระบุว่าผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่พยายามตามมาขอคืนดีอย่างต่อเนื่องแม้เธอจะปฏิเสธ ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเองอยู่ตลอดเวลา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่บางแสน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในที่พักอาศัย แม้ว่าผู้เสียหายจะให้รายละเอียดแก่สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมตัวแล้วหรือไม่ หรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในละแวกนั้นหรือไม่ โดยมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเร่งติดตามตัวบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC

โรงเรียนสาธิตในหนองคายยกระดับความปลอดภัยหลังได้รับคำขู่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โรงเรียนสาธิตในหนองคายยกระดับความปลอดภัยหลังได้รับคำขู่

โรงเรียนสาธิตชื่อดังในจังหวัดหนองคายได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากได้รับข้อความข่มขู่ว่าจะมีการใช้อาวุธ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โรงเรียนสาธิตในหนองคายยกระดับความปลอดภัยหลังได้รับคำขู่

แหล่งข่าวเดียว
โรงเรียนสาธิตในหนองคายยกระดับความปลอดภัยหลังได้รับคำขู่

โรงเรียนสาธิตชื่อดังในจังหวัดหนองคายได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากได้รับข้อความข่มขู่ว่าจะมีการใช้อาวุธ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่งในสังกัดมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดหนองคาย ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร โดยทางโรงเรียนได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันทีหลังจากพบข้อความข่มขู่ว่าจะมีการใช้อาวุธก่อเหตุภายในโรงเรียน

แม้ว่าทางโรงเรียนจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับที่มาหรือลักษณะของคำขู่ดังกล่าว แต่การตัดสินใจประสานงานกับตำรวจแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับสถานการณ์นี้อย่างจริงจัง สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่หนองคาย เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรอบบริเวณโรงเรียนและมีการใช้มาตรการควบคุมการเข้าออกที่เข้มงวดขึ้นในระยะนี้

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีการยืนยันว่าคำขู่ดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด หรือมีการระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อความดังกล่าวแล้วหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางโรงเรียนเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดต ทั้งนี้ ทางโรงเรียนเน้นย้ำว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมทางการศึกษา โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสืบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC

รวบผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพลคดีค้ามนุษย์บนเรือประมงในสัตหีบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพลคดีค้ามนุษย์บนเรือประมงในสัตหีบ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรีจับกุมชายชาวกัมพูชาวัย 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ ขณะกำลังทำงานอยู่บนเรือประมง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพลคดีค้ามนุษย์บนเรือประมงในสัตหีบ

แหล่งข่าวเดียว
รวบผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพลคดีค้ามนุษย์บนเรือประมงในสัตหีบ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรีจับกุมชายชาวกัมพูชาวัย 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ ขณะกำลังทำงานอยู่บนเรือประมง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้เข้าจับกุมชายชาวกัมพูชาวัย 41 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพล โดยผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมมาทำงานอยู่บนเรือประมงที่จอดเทียบท่าอยู่ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวจนพบผู้ต้องหาบนเรือดังกล่าวและดำเนินการจับกุมในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยในการตรวจสอบและบังคับใช้หมายจับระหว่างประเทศภายในภาคส่วนทางทะเลและอุตสาหกรรมของประเทศ แม้ว่าการจับกุมจะยืนยันถึงการปรากฏตัวของผู้ต้องหาในพื้นที่ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แน่ชัดของการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและลักษณะของการกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหานั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ขอบเขตความเกี่ยวข้องทั้งหมดของผู้ต้องหาและขั้นตอนการพิจารณาคดีในลำดับต่อไปจะถูกกำหนดโดยศาลที่มีอำนาจตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

เลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ถูกแจ้งจับข้อหาเรียกรับสินบน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ถูกแจ้งจับข้อหาเรียกรับสินบน

มีการแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อเลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ในข้อหาเรียกรับเงินสินบนจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการเข้าเรียนหลักสูตร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ถูกแจ้งจับข้อหาเรียกรับสินบน

แหล่งข่าวเดียว
เลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ถูกแจ้งจับข้อหาเรียกรับสินบน

มีการแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อเลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ ในข้อหาเรียกรับเงินสินบนจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการเข้าเรียนหลักสูตร

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อเลขาสถาบันพระปกเกล้าฯ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เรียกรับเงินสินบนจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการจัดสรรโควตาเข้าเรียนในหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงวิชาการหรือวิชาชีพในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของหลักสูตรการศึกษาชั้นนำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลักสูตร ปปร. จะได้รับการยอมรับอย่างสูงในการสร้างเครือข่ายระหว่างบุคคลที่มีอิทธิพลในประเทศไทย แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการคัดเลือก

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ณ วันที่รายงาน การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น และเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหายังไม่มีความผิดตามกฎหมาย ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับแจ้งความ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อกล่าวหาและพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปหรือไม่ ความโปร่งใสของกระบวนการรับสมัครของสถาบันยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ 'แม่อาย' ติดตามสถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ 'แม่อาย' ติดตามสถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่อำเภอแม่อายเพื่อพบปะกับทหารกองกำลังผาเมืองเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณชายแดน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ 'แม่อาย' ติดตามสถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ 'แม่อาย' ติดตามสถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่อำเภอแม่อายเพื่อพบปะกับทหารกองกำลังผาเมืองเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณชายแดน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานในอำเภอแม่อาย ตามรายงานของ Thai Post โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์การลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายณัฐพงษ์ได้พบปะกับตัวแทนจากกองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนในภาคเหนือของประเทศไทย โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณแนวชายแดน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงและการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่อเสถียรภาพตามแนวชายแดน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีนโยบายหรือการจัดสรรทรัพยากรใดๆ ตามมาจากการหารือครั้งนี้หรือไม่ นักท่องเที่ยวในอำเภอแม่อายควรทราบว่าการตั้งด่านตรวจของทหารและการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นขั้นตอนปกติในพื้นที่ชายแดนเหล่านี้ ทั้งนี้ ไม่มีการออกคำเตือนการเดินทางเป็นพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ครั้งนี้ และสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

อดีตนายก อบต.หนองแวง ถูกดำเนินคดีอาญาฐานทุจริตโครงการก่อสร้างถนน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตนายก อบต.หนองแวง ถูกดำเนินคดีอาญาฐานทุจริตโครงการก่อสร้างถนน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองแวง กรณีเอื้อประโยชน์ให้บริษัทครอบครัวรับงานก่อสร้างถนน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตนายก อบต.หนองแวง ถูกดำเนินคดีอาญาฐานทุจริตโครงการก่อสร้างถนน

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนายก อบต.หนองแวง ถูกดำเนินคดีอาญาฐานทุจริตโครงการก่อสร้างถนน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองแวง กรณีเอื้อประโยชน์ให้บริษัทครอบครัวรับงานก่อสร้างถนน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงดำเนินคดีอาญากับนางเพียร แซ่ลี้ อดีตนายก อบต.หนองแวง จ.นครราชสีมา และพวก โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่าการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่โครงการก่อสร้างถนนดินยกระดับบ้านท่าวังศาลเมื่อปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 455,000 บาท

หลักฐานที่ ป.ป.ช. นำเสนอระบุว่า นางเพียรได้เอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวตนเอง เข้าเป็นคู่สัญญากับ อบต.หนองแวง โดยมีการกล่าวหาว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกแทรกแซงเพื่อให้บริษัทครอบครัวได้รับงาน นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังรายงานถึงการถอนเงินสดจำนวน 400,000 บาท ซึ่งถูกส่งมอบโดยตรงไปยังห้องทำงานของอดีตนายก อบต. ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการบริหารงานส่วนท้องถิ่น กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับท้องถิ่น แม้ว่า ป.ป.ช. จะชี้มูลความผิดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ และบทลงโทษที่จะเกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกลไกการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการสาธารณะในระดับตำบลของประเทศไทยในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:53 UTC

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ไทย รวมถึงกรมการปกครองและ DSI ได้เปิดปฏิบัติการร่วมในพัทยาเพื่อมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายที่สงสัยว่าเป็นนอมินีต่างชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ไทย รวมถึงกรมการปกครองและ DSI ได้เปิดปฏิบัติการร่วมในพัทยาเพื่อมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายที่สงสัยว่าเป็นนอมินีต่างชาติ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า วรศิษฎ์ ซึ่งเป็นผู้นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ประสานกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจท้องที่เพื่อดำเนินการตรวจค้นในพื้นที่พัทยา โดยปฏิบัติการดังกล่าวเน้นไปที่การระบุและตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่ต้องสงสัยว่าดำเนินกิจการผ่านนอมินีต่างชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพัทยา ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการถือครองธุรกิจและที่ดินของชาวต่างชาติ แม้ว่าการตรวจค้นจะเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างทางปกครองในวงกว้าง แต่อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักชั่วคราวในพื้นที่ที่ธุรกิจเหล่านี้ดำเนินงานอยู่ ผู้มาเยือนควรทราบว่าขณะนี้มีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตทั้งหมดของการสอบสวนยังคงต้องรอการยืนยัน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดหรือผลกระทบทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการตรวจค้นทรัพย์สินไปกี่แห่ง หรือมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกระบุตัวในระหว่างปฏิบัติการหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:30 UTC

จับกุม 2 รายที่ด่านตรวจภูเก็ตข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุม 2 รายที่ด่านตรวจภูเก็ตข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย

ตำรวจที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชยในจังหวัดภูเก็ตได้ควบคุมตัวบุคคล 2 รายที่พบว่ามีอาวุธปืนและกระสุนโลหะหลายร้อยนัดไว้ในครอบครอง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุม 2 รายที่ด่านตรวจภูเก็ตข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
จับกุม 2 รายที่ด่านตรวจภูเก็ตข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย

ตำรวจที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชยในจังหวัดภูเก็ตได้ควบคุมตัวบุคคล 2 รายที่พบว่ามีอาวุธปืนและกระสุนโลหะหลายร้อยนัดไว้ในครอบครอง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการตรวจค้นยานพาหนะตามปกติ ซึ่งส่งผลให้มีการจับกุมบุคคล 2 ราย ตามรายงานของ Thai Post เจ้าหน้าที่พบปืนลูกโม่พร้อมกระสุน รวมถึงปืนอัดลมพร้อมกระสุนโลหะจำนวน 411 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวและของกลางที่ยึดได้ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด่านตรวจท่าฉัตรไชยถือเป็นประตูหลักสำหรับการเดินทางทางบกเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต และเหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธอย่างเข้มงวดในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ณ จุดเข้าออกจังหวัด แม้ว่าด่านตรวจจะเป็นจุดผ่านทางมาตรฐาน แต่การตรวจพบอาวุธผิดกฎหมายถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เคร่งครัดเกี่ยวกับการขนส่งอาวุธปืนและปืนอัดลมในประเทศไทย ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาและข้อหาเฉพาะที่พวกเขาจะต้องเผชิญยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามกฎระเบียบในท้องถิ่นเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุแทงกันในงานวันเกิดย่านรัชดา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุแทงกันในงานวันเกิดย่านรัชดา

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงในงานวันเกิดของ 'อู๊ด รัชดา' ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกแทงได้รับบาดเจ็บ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุแทงกันในงานวันเกิดย่านรัชดา

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุแทงกันในงานวันเกิดย่านรัชดา

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงในงานวันเกิดของ 'อู๊ด รัชดา' ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกแทงได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุเผชิญหน้าอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างงานฉลองวันเกิดของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อู๊ด รัชดา' เหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายกลายเป็นการทะเลาะวิวาททางร่างกาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งระบุชื่อว่า 'ดาบแจ๊ค' จากหน่วย 191 ได้รับบาดเจ็บถูกแทงที่บริเวณหน้าท้อง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำเพื่อชี้แจงลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การแทงกัน การสอบสวนในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การระบุกลุ่มบุคคลที่รับผิดชอบต่อการก่อเหตุและหาสาเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งที่ทำให้งานต้องหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบุคคลบางกลุ่มมากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านซึ่งอาจเกิดความตึงเครียดได้ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เข้าร่วมทั้งหมดและแรงจูงใจที่แน่ชัดเบื้องหลังความรุนแรงยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:31 UTC