ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์ ✦
การเมือง รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570 ✦
การขนส่ง กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง ✦
ทั่วไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่ ✦
ความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ ✦
ความปลอดภัย กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. ✦
ความปลอดภัย วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย ✦
การเมือง

อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

อิหร่านได้เสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตกลงที่จะกลับมาเจรจานิวเคลียร์ภายใน 7 วัน

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก โดยข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องตกลงเข้าสู่การเจรจานิวเคลียร์อย่างเป็นทางการภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักหรือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้มักนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเจรจาเหล่านี้ แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันระหว่างประเทศมักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและพลังงานภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์ในการเดินทาง

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือมีแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการเริ่มการเจรจาทางการทูตตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากวอชิงตันเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือสถานการณ์ทางทะเลจะยังคงถูกจำกัดต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

รัฐบาลไทยเปิดรับสมัครพลทหารอาสาเกือบ 19,000 อัตรา สำหรับปี 2570 โดยเสนอเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท

ตามรายงานจาก Thai Post นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเปิดรับสมัครพลทหารอาสาจำนวน 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

โครงการรับสมัครนี้เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครโดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และเสนอเงินเดือนเกือบ 15,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นเส้นทางให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของรัฐบาลปัจจุบันในการปรับโครงสร้างกองทัพและการพัฒนาบุคลากรในภาคส่วนความมั่นคง โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีรายงานว่ามีผู้สมัครแล้วกว่า 10,000 คน

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายการรับสมัครและความคาดหวังเรื่องเงินเดือนไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รวมถึงกำหนดการปิดรับสมัคร เกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน และผลกระทบระยะยาวที่การเพิ่มขึ้นของกำลังพลอาสาจะมีต่องบประมาณด้านความมั่นคงของประเทศ ผู้ที่สนใจในโครงการหรือผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

การขนส่ง

กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

กรมทางหลวงออกประกาศเตือนสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงสายหลัก 109 แห่ง โดยมี 8 แห่งที่รถไม่สามารถผ่านได้ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ากรมทางหลวงกำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบนโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 109 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 8 ช่วงของทางหลวงที่รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงได้เปิดสายด่วน 1586 เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามสถานะของเส้นทางเฉพาะและรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าทางกรมฯ จะกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเลือกใช้เส้นทางสำรองหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ทั่วไป

กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ของไทยประกาศคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศของการสอบ N-NET ที่พุ่งสูงถึง 49.04 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ โดยจังหวัดอุดรธานีครองแชมป์คะแนนสูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคะแนนเฉลี่ยของการสอบ N-NET (การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 49.04 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของกรม

จังหวัดอุดรธานีได้รับการระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในรอบการประเมินล่าสุดนี้ การสอบ N-NET ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญในการประเมินความก้าวหน้าทางวิชาการของผู้เรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของภาคการศึกษาทางเลือกของไทย แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยจะบ่งชี้ถึงการปรับปรุงในการจัดทำหลักสูตรหรือการเตรียมความพร้อมของผู้เรียน แต่ปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นในปีนี้ยังคงต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบโดยหน่วยงานด้านการศึกษา

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือข้อมูลนี้สะท้อนถึงค่าเฉลี่ยระดับประเทศและผู้นำระดับภูมิภาคเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจกแจงคะแนนเหล่านี้ในจังหวัดอื่นๆ หรือกลุ่มประชากรเฉพาะยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจผลกระทบในวงกว้างต่อแรงงานหรือภูมิทัศน์ทางการศึกษาของไทยควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เนื่องจากจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

อุทยานแห่งชาติปางสีดาระดมกำลังพลและยานพาหนะเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยในจังหวัดสระแก้วตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้เริ่มปฏิบัติการเฝ้าระวังและรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพลและยานพาหนะฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในช่วงที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในสระแก้วหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือน การเตรียมความพร้อมในระดับสูงนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังติดตามระดับน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ว่าทางอุทยานจะยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานหากคุณวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการปิดอุทยานหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากช่องทางของรัฐบาลก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการจำกัดการเข้าถึงเส้นทางหรือโซนบางแห่งหากสภาพอากาศเลวร้ายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดการประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากสภาพอุทกวิทยาในปัจจุบัน ทางการจึงตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ การเพิ่มอัตราการระบายน้ำมักส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาควรเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับคำเตือนเรื่องน้ำท่วม และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางใกล้ริมฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล

แม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำและบรรเทาโอกาสการเกิดน้ำท่วม แต่ผลกระทบระยะยาวต่อระดับน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำ เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากตอนบน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนัก

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า กองทัพบกได้ยกระดับสถานะของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศที่รุนแรง กองทัพได้ระดมกำลังพล รถครัวสนาม และทีมแพทย์เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ กองทัพยังได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานเพื่อสนับสนุนการตอบสนองที่รวดเร็วและการขนส่งในพื้นที่ที่การเข้าถึงทางบกอาจทำได้ยาก หน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและพายุได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าบางพื้นที่อาจประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักหรือมีน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือวางแผนที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว แม้ว่ากองทัพจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางการคมนาคมและบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าประกาศเตือนภัยนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ทางการได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือในระดับสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่เศรษฐกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปภ. กำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามระดับน้ำและแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบริการพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และระบบสื่อสาร พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการดำรงชีพแก่ผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทาง หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้ทางน้ำ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่า ปภ. จะได้จัดทีมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการประเมินทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักที่วางแผนไว้กับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:42 UTC

ความปลอดภัย

วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

เด็กชายวัย 15 ปี ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหลังจากถูกไฟฟ้ารั่วดูดในน้ำท่วมขังในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เด็กชายวัย 15 ปี รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟฟ้ารั่วดูดในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่น้ำท่วมหนักเข้าท่วมพื้นที่ ทำให้เกิดสภาวะที่เป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล

รายงานระบุว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวหมดสติหลังจากสัมผัสกับพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าในขณะที่เดินลุยน้ำท่วม ญาติของเขาได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วด้วยการทำ CPR ในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญถึงอันตรายร้ายแรงจากน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายทางไฟฟ้าที่ "ซ่อนอยู่" เมื่อถนนถูกน้ำท่วมขัง ไฟฟ้ารั่วจากเสาไฟ ป้ายไฟ หรือสายไฟที่จมน้ำสามารถเปลี่ยนน้ำที่ท่วมขังให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าหน้าที่มักแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า

แม้ว่าผู้ประสบเหตุจะมีอาการคงที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไฟฟ้ารั่วที่แน่ชัด และการที่หน่วยงานไฟฟ้าในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวแล้วหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำใกล้กับแหล่งจ่ายไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังพื้นที่ 25 จังหวัดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีฝนตกหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทางธรณีวิทยา สืบเนื่องจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าจะมีฝนตกหนัก รัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณียกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผ่านการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองอย่างรวดเร็วหากเกิดความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแจ้งเตือนนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงที่มีฝนตกหนัก ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากท่านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดขึ้น แต่พื้นที่เฉพาะภายใน 25 จังหวัดเหล่านี้ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายในทันทียังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่องโดยทีมธรณีวิทยาในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการออกประกาศเตือนภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหตุความไม่สงบ 11 จุดในปัตตานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหตุความไม่สงบ 11 จุดในปัตตานี

ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานหลังจากเกิดเหตุความไม่สงบ 11 จุดทั่วจังหวัดปัตตานีในช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหตุความไม่สงบ 11 จุดในปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหตุความไม่สงบ 11 จุดในปัตตานี

ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานหลังจากเกิดเหตุความไม่สงบ 11 จุดทั่วจังหวัดปัตตานีในช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจาก Thai Post เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ได้ลงพื้นที่หลายจุดในจังหวัดปัตตานีเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบ 11 จุดในช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ได้กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าควบคุมสถานการณ์และดำเนินการสอบสวนทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสถานที่และหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในปัตตานีหรือวางแผนจะเดินทางมายังจังหวัดนี้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญคือต้องคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ที่อาจมีการปฏิบัติการด้านความมั่นคง

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของเหตุการณ์ แรงจูงใจที่เป็นไปได้ หรือผู้ก่อเหตุที่ระบุตัวได้นั้น ยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ทีมพิสูจน์หลักฐานยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงสถานการณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัยและเงื่อนไขการเดินทางในจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 05:52 UTC

ความคืบหน้าคดีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตากใบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความคืบหน้าคดีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตากใบ

เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 7 ราย หลังเกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นายในจังหวัดนราธิวาสเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความคืบหน้าคดีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตากใบ

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าคดีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตากใบ

เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 7 ราย หลังเกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นายในจังหวัดนราธิวาสเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเสียชีวิต 2 นาย ในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตคือ จ่าสิบตำรวจ ฮัมราน ฮะ และดาบตำรวจ วิทยา ชายพรมแก้ว ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ขณะปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติดในบ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน

พันเอกเอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แล้วอย่างน้อย 16 ราย โดยจนถึงปัจจุบันได้มีการออกหมายจับแล้ว 7 ราย และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามจำนวน 13 ราย ขณะนี้การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ แม้สถานการณ์จะจำกัดอยู่เฉพาะในปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดนราธิวาสควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางทางการและใช้ความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และจะมีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตากใบเพิ่มเติมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 05:51 UTC

สถาบันพระปกเกล้าปฏิเสธข้อกล่าวหาซื้อขายที่นั่งหลักสูตร ปปร.30
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สถาบันพระปกเกล้าปฏิเสธข้อกล่าวหาซื้อขายที่นั่งหลักสูตร ปปร.30

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งในหลักสูตร 'ปปร.30' โดยระบุว่าเป็นเรื่องเลื่อนลอยและไม่มีมูลความจริง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สถาบันพระปกเกล้าปฏิเสธข้อกล่าวหาซื้อขายที่นั่งหลักสูตร ปปร.30

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันพระปกเกล้าปฏิเสธข้อกล่าวหาซื้อขายที่นั่งหลักสูตร ปปร.30

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งในหลักสูตร 'ปปร.30' โดยระบุว่าเป็นเรื่องเลื่อนลอยและไม่มีมูลความจริง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026 เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรม 'ปปร.30' อย่างเป็นทางการ หลังจากมีกระแสข่าวอ้างว่ามีการซื้อขายที่นั่งในหลักสูตรดังกล่าวเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเงิน

เลขาธิการสถาบันฯ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด โดยระบุว่าเป็นเรื่อง 'เลื่อนลอย' และ 'ไม่เป็นความจริง' เพื่อยืนยันความโปร่งใส สถาบันฯ เปิดเผยว่าผู้สมัครทุกคนได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่เคยให้หรือเสนอผลประโยชน์ใดๆ เพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าเรียนในหลักสูตร ทั้งนี้ สถาบันฯ เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจเครือข่ายทางวิชาการหรือวิชาชีพในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสถาบันในการรักษาความโปร่งใสของหลักสูตร แม้ว่าฝ่ายบริหารจะปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ในความสนใจของสาธารณชนในขณะที่สถาบันเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับแหล่งที่มาของข่าวลือ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายหรือการตรวจสอบที่มาของข้อกล่าวหาเหล่านี้ต่อไป โดยในขณะนี้สถาบันยังคงยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสและปราศจากการทุจริต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนอย่างหนัก หลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนอย่างหนัก หลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

ชายวัย 48 ปีถูกตำรวจตักเตือนอย่างรุนแรง หลังจากทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้บนภูเขาไฟฟูจินานถึง 8 ชั่วโมง เพื่อเดินขึ้นเขาต่อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนอย่างหนัก หลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

แหล่งข่าวเดียว
พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนอย่างหนัก หลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

ชายวัย 48 ปีถูกตำรวจตักเตือนอย่างรุนแรง หลังจากทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้บนภูเขาไฟฟูจินานถึง 8 ชั่วโมง เพื่อเดินขึ้นเขาต่อ

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจาก BBC ระบุว่า ชายชาวญี่ปุ่นวัย 48 ปีถูกตำรวจตักเตือนอย่างรุนแรงหลังจากทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้โดยไม่มีผู้ดูแลบนภูเขาไฟฟูจิ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเด็กบ่นว่าเหนื่อยล้าระหว่างการปีนเขา แทนที่จะหันหลังกลับ ผู้เป็นพ่อกลับทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังพร้อมกับขนมและเครื่องดื่ม ก่อนจะเดินขึ้นไปยังยอดเขาต่อพร้อมกับลูกชายอีกคน

เจ้าหน้าที่บนภูเขาพบเด็กชายเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้สถานีที่ 6 ของเส้นทางฟูจิโนะมิยะ ที่ระดับความสูงกว่า 2,000 เมตร เด็กต้องรออยู่ตามลำพังนานถึง 8 ชั่วโมงท่ามกลางฝนตกและหมอกลงจัด เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้เป็นพ่อได้ในเวลาต่อมาบริเวณระหว่างสถานีที่ 7 และ 8 ซึ่งห่างออกไปประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินเท้า เมื่อได้พบกับพ่ออีกครั้ง เด็กมีอาการเหนื่อยล้าและงอแง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความต้องการทางร่างกายที่สูงมากและสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการประเมินความพร้อมและความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนในกลุ่มก่อนที่จะพยายามปีนเขาในระดับความสูงดังกล่าว แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะถูกตักเตือนแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการท้องถิ่นจะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมในประเด็นการทอดทิ้งเด็กหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 05:52 UTC

จับสึกพระเมายาบ้า บุกบ้านสาววัย 18 หวังขืนใจในจังหวัดเลย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับสึกพระเมายาบ้า บุกบ้านสาววัย 18 หวังขืนใจในจังหวัดเลย

ชาวบ้านในจังหวัดเลยช่วยกันจับกุมชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ หลังบุกเข้าบ้านหวังขืนใจหญิงสาววัย 18 ปี โดยพบว่ามีอาการมึนเมาสารเสพติด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับสึกพระเมายาบ้า บุกบ้านสาววัย 18 หวังขืนใจในจังหวัดเลย

แหล่งข่าวเดียว
จับสึกพระเมายาบ้า บุกบ้านสาววัย 18 หวังขืนใจในจังหวัดเลย

ชาวบ้านในจังหวัดเลยช่วยกันจับกุมชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ หลังบุกเข้าบ้านหวังขืนใจหญิงสาววัย 18 ปี โดยพบว่ามีอาการมึนเมาสารเสพติด

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผาขาว จังหวัดเลย ได้รับแจ้งเหตุพยายามทำมิดีมิร้ายในพื้นที่ตำบลบ้านเพิ่ม โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 18 ปี อยู่บ้านเพียงลำพังและมีชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์บุกเข้ามาในบ้าน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าผู้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายคนเมายาเสพติดและพยายามลวนลามหญิงสาว ผู้เสียหายจึงร้องขอความช่วยเหลือจนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเข้ามาช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุสวมเพียงสบงและเสื้อยืด โดยชาวบ้านได้ใช้เชือกมัดมือและเท้าไว้เพื่อป้องกันการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีและทำการจับสึกจากการเป็นพระสงฆ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ห่างไกล แม้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ ทั้งนี้ ยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติการใช้สารเสพติดมาก่อนหรือไม่ และสถานะการบวชในขณะเกิดเหตุเป็นอย่างไร โดยขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 04:31 UTC

นที ธีระโรจน์พงษ์ ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันเกือบ 11 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นที ธีระโรจน์พงษ์ ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันเกือบ 11 ปี

นที ธีระโรจน์พงษ์ วัย 69 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลังถูกตัดสินจำคุกในคดีฉ้อโกงประชาชนยูฟัน โดยได้รับโทษจริงเกือบ 11 ปี จากโทษเดิมที่ศาลสั่งจำคุก 12,655 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นที ธีระโรจน์พงษ์ ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันเกือบ 11 ปี

แหล่งข่าวเดียว
นที ธีระโรจน์พงษ์ ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันเกือบ 11 ปี

นที ธีระโรจน์พงษ์ วัย 69 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลังถูกตัดสินจำคุกในคดีฉ้อโกงประชาชนยูฟัน โดยได้รับโทษจริงเกือบ 11 ปี จากโทษเดิมที่ศาลสั่งจำคุก 12,655 ปี

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า นายนที ธีระโรจน์พงษ์ อดีตนักต่อสู้เพื่อสิทธิจากเชียงใหม่ วัย 69 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ นายนทีเคยถูกตัดสินจำคุกในคดีแชร์ลูกโซ่ 'ยูฟัน' ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่

ตามรายงานระบุว่า นายนทีเคยถูกศาลตัดสินจำคุกถึง 12,655 ปี อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายไทย โทษจำคุกจริงสำหรับความผิดประเภทนี้จะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 20 ปี นายนทีเปิดเผยว่าเขาได้ต่อสู้คดีผ่านศาล 3 ชั้นเป็นเวลา 9 ปี และได้รับโทษจริงเกือบ 11 ปี โดยระบุว่าได้รับพระราชทานอภัยโทษ 3 ครั้งระหว่างถูกคุมขัง ปัจจุบันเขาต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) หลังได้รับการปล่อยตัว และมีความตั้งใจที่จะจัดตั้งกลุ่มเพื่อคืนคนดีสู่สังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการเงินและแชร์ลูกโซ่ในประเทศไทย แม้กระบวนการทางกฎหมายในส่วนของโทษจำคุกของเขาจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างจากความพยายามในการคืนคนดีสู่สังคมและเงื่อนไขการติดตามตัวยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำบอกเล่าของบุคคลที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน รายละเอียดอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการปล่อยตัวหรือสถานะของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 03:10 UTC

TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก

TikTok ตกลงจ่ายเงิน 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีความที่กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลางว่าด้วยความเป็นส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก

TikTok ตกลงจ่ายเงิน 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีความที่กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลางว่าด้วยความเป็นส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจาก BBC ระบุว่า TikTok ตกลงที่จะจ่ายเงินจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อยุติคดีความที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของเด็ก คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในปี 2567 โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งกล่าวหาว่า TikTok และ ByteDance บริษัทแม่ ได้รวบรวม "ข้อมูลมหาศาล" จากผู้ใช้หลายล้านคนที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

การกระทำดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าขัดต่อกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กทางออนไลน์ (COPPA) ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางที่บังคับใช้ในปี 2543 ข้อตกลงนี้ถือเป็นการประนีประนอมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพเด็กในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล กรณีนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องต่อแนวทางการเก็บข้อมูลของบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ปัจจุบันรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ กำลังดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันกับ Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ก่อนหน้านี้ YouTube ของ Google เคยจ่ายค่าปรับ 170 ล้านดอลลาร์ในปี 2562 จากการละเมิดกฎหมายฉบับเดียวกัน แม้ว่าข้อตกลงนี้จะจัดการกับข้อกล่าวหาเฉพาะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบรรทัดฐานทางกฎหมายเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและนโยบายการดำเนินงานของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 02:51 UTC

ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

ทางการได้ยกระดับความปลอดภัยสูงสุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังเกิดเหตุความไม่สงบ โดยมีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

ทางการได้ยกระดับความปลอดภัยสูงสุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังเกิดเหตุความไม่สงบ โดยมีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการปกครองได้ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เป็นระดับสูงสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่เมื่อเร็วๆ นี้ ส่งผลให้มีการสั่งการโดยด่วนให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยเร่งดำเนินการติดตามและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ขณะนี้ สถานการณ์นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าจะมีการเพิ่มจุดตรวจความปลอดภัยและการลาดตระเวนอย่างเข้มงวดในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการค้นหา แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสาธารณะผ่านมาตรการเหล่านี้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนในการสิ้นสุดปฏิบัติการดังกล่าว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจะส่งผลกระทบต่อการคมนาคมหรือบริการสาธารณะในพื้นที่หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนหลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนหลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

ชายวัย 48 ปีถูกตำรวจตำหนิหลังจากทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้โดยไม่มีผู้ดูแลบนภูเขาไฟฟูจิ ในขณะที่เขาเดินขึ้นเขาต่อกับลูกชายคนโต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนหลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

แหล่งข่าวเดียว
พ่อชาวญี่ปุ่นถูกตักเตือนหลังทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิ

ชายวัย 48 ปีถูกตำรวจตำหนิหลังจากทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้โดยไม่มีผู้ดูแลบนภูเขาไฟฟูจิ ในขณะที่เขาเดินขึ้นเขาต่อกับลูกชายคนโต

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจาก BBC และ Japan Today ชายชาวญี่ปุ่นวัย 48 ปีถูกตำรวจตักเตือนหลังจากทิ้งลูกชายวัย 7 ขวบไว้ลำพังบนภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เด็กชายถูกพบว่านั่งอยู่บนม้านั่งที่ระดับความสูงกว่า 2,000 เมตร ใกล้กับสถานีที่ 6 ของเส้นทางฟูจิโนมิยะ โดยมีเพียงขนมและน้ำอัดลมติดตัว ในขณะนั้นสภาพอากาศในพื้นที่มีหมอกและฝนตก

มีรายงานว่าผู้เป็นพ่อสั่งให้เด็กชายรออยู่ที่นั่นหลังจากที่เด็กบ่นว่าเหนื่อย ในขณะที่เขาเดินขึ้นเขาต่อไปกับลูกชายคนโต พนักงานประจำกระท่อมบนภูเขาสังเกตเห็นเด็กชายอยู่ลำพังจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ต่อมาตำรวจพบตัวผู้เป็นพ่อที่สถานีที่ 8 ซึ่งห่างออกไปประมาณ 3 ชั่วโมงด้วยการเดินเท้า ผู้เป็นพ่อได้กล่าวขอโทษสำหรับการตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นของเขา ตำรวจเน้นย้ำว่าการทิ้งเด็กไว้ข้างหลังเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าสถานการณ์ในการปีนเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความต้องการทางร่างกายที่สูงมากในการปีนภูเขาไฟฟูจิและความสำคัญของความปลอดภัยในกลุ่ม แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะถูกตักเตือนแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามว่าจะมีมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าเส้นทางฟูจิโนมิยะต้องมีการเตรียมตัวอย่างจริงจัง โดยปกติการเดินขึ้นจะใช้เวลา 5 ชั่วโมง และการเดินลงใช้เวลา 3 ชั่วโมงจากสถานีที่ 5

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 01:51 UTC

เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบกว่า 32 จุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในคืนเดียวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบกว่า 32 จุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในคืนเดียวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 กองกำลังความมั่นคงกำลังเร่งตอบโต้ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 32 จุดในคืนเดียว ซึ่งนำไปสู่การสอบสวนทันทีและการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในสถานที่ต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นการยกระดับกิจกรรมด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าทางการจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของเหตุการณ์หรือผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่จำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันจำนวนมากบ่งชี้ถึงความพยายามที่มีการประสานงานกัน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความไม่สงบ และทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าการสอบสวนจะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือเมื่อใดที่สถานการณ์ความมั่นคงจะกลับสู่สภาวะปกติ SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดแก่ชุมชนของเรา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 01:10 UTC

รายงานเหตุโจมตีหลายจุดในจังหวัดปัตตานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุโจมตีหลายจุดในจังหวัดปัตตานี

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในจังหวัดปัตตานีเมื่อคืนที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รายงานเหตุโจมตีหลายจุดในจังหวัดปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุโจมตีหลายจุดในจังหวัดปัตตานี

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในจังหวัดปัตตานีเมื่อคืนที่ผ่านมา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026 จังหวัดปัตตานีทางภาคใต้ของไทยเกิดเหตุความไม่สงบหลายจุดในช่วงกลางดึก โดยคนร้ายที่ไม่ทราบฝ่ายได้ก่อเหตุโจมตีหลายพื้นที่โดยใช้ทั้งระเบิดและการวางเพลิง

รายงานระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานที่หลายแห่ง รวมถึงร้านสะดวกซื้อและอาคารของทางราชการ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีความซับซ้อน จึงขอแนะนำให้ติดตามประกาศจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการให้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวทางการ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์สรุปถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการทางความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 00:50 UTC

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ฟาติมา บอสซ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ฟาติมา บอสซ์

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ซีอีโอ มิสยูนิเวิร์ส ฝั่งตะวันออก ประกาศว่ากำลังดำเนินการออกหมายจับ ฟาติมา บอสซ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ฟาติมา บอสซ์

แหล่งข่าวเดียว
ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ฟาติมา บอสซ์

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ซีอีโอ มิสยูนิเวิร์ส ฝั่งตะวันออก ประกาศว่ากำลังดำเนินการออกหมายจับ ฟาติมา บอสซ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวดมิสยูนิเวิร์สและซีอีโอของ Miss Universe Eastern ได้ประกาศผ่านอินสตาแกรมว่ากำลังดำเนินการออกหมายจับ ฟาติมา บอสซ์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การดำเนินการทางกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาเรื่องการหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยณวัฒน์ได้นำบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจวัดพระยาไกรมาแสดงเป็นหลักฐานประกอบข้อกล่าวหา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีข้อพิพาทต่อสาธารณะระหว่างทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของเวทีมิสยูนิเวิร์ส โดยก่อนหน้านี้ณวัฒน์ได้ยืนยันว่าตนมีอำนาจบริหารจัดการเต็ม 100% ในฝั่งตะวันออกขององค์กร ซึ่งครอบคลุม 95 ประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงและเวทีประกวดนางงาม แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นข้อพิพาทส่วนบุคคลระหว่างทั้งสองฝ่าย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการออกหมายจับเป็นเพียงขั้นตอนทางกระบวนการยุติธรรม และข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการตัดสินโดยศาล ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันสถานะของคดีความต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 17:30 UTC

ผู้นำตำรวจไทยนัดประชุมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำตำรวจไทยนัดประชุมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้นำตำรวจไทยนัดประชุมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำตำรวจไทยนัดประชุมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยการประชุมมีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569

แม้ว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็นับว่ามีความน่าสนใจเนื่องจากจัดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งปกติเป็นเวลาพักผ่อน รายงานระบุว่าการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการภายในที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรบุคลากร รวมถึงการหารือเกี่ยวกับกลุ่ม 'เตรียมทหารรุ่นที่ 31' และบทบาทผู้นำภายในหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กิจกรรมด้านการบริหารนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนองค์กรภายในของตำรวจไทย แม้ว่าการประชุมลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานที่กว้างขึ้นในการกำหนดความเป็นผู้นำและโครงสร้างการปฏิบัติงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ รวมถึงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการประชุม รวมถึงรายชื่อการแต่งตั้งหรือโยกย้ายขั้นสุดท้ายนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังรอประกาศเพิ่มเติมหลังจากที่คณะกรรมการได้เสร็จสิ้นการพิจารณาแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 17:12 UTC

รายงานเหตุความไม่สงบประสานงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุความไม่สงบประสานงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

เกิดเหตุลอบวางเพลิง วางระเบิด และปล้นทรัพย์สินหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในช่วงคืนวันที่ 21-22 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รายงานเหตุความไม่สงบประสานงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุความไม่สงบประสานงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

เกิดเหตุลอบวางเพลิง วางระเบิด และปล้นทรัพย์สินหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในช่วงคืนวันที่ 21-22 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ความไม่สงบที่ประสานงานกันเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เริ่มตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้ก่อเหตุได้ดำเนินการก่อกวนในหลายพื้นที่ รวมถึงการเผายางรถยนต์ เผารถยนต์ของทางราชการ และเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ รวมถึงการวางระเบิดและโปรยตะปูเรือใบตามท้องถนน

ในจังหวัดยะลา มีรายงานเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งรวมถึงการลอบเผารถยนต์ของทางราชการภายใน อบต.บ้านแหร การทำลายเสาสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่อำเภอธารโต และการเผายางรถยนต์รวมถึงป้ายโฆษณาในหลายจุด เช่น ในอำเภอบันนังสตาและอำเภอเมืองยะลา นอกจากนี้ยังมีการโปรยตะปูเรือใบหน้าสถานีบริการน้ำมันบนเส้นทางมุ่งหน้าบ้านเนียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์เหล่านี้บ่งชี้ถึงการรบกวนความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุต่างๆ และประเมินความเสียหาย ตามรายงานล่าสุด กองกำลังความมั่นคงกำลังจัดการสถานการณ์อย่างแข็งขัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขอบเขตทั้งหมดของเหตุความไม่สงบและโอกาสที่จะเกิดการรบกวนเพิ่มเติมยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 15:10 UTC

เหตุระเบิดริมถนนในนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุระเบิดริมถนนในนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บหลังจากเกิดเหตุระเบิดใกล้กับรถยนต์ของพวกเขาในจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุระเบิดริมถนนในนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุระเบิดริมถนนในนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บหลังจากเกิดเหตุระเบิดใกล้กับรถยนต์ของพวกเขาในจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุระเบิดริมถนนเกิดขึ้นบนถนนหมายเลข 4056 ในจังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.35 น. ขณะที่ ด.ต.อุสมาน อูเซ็ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี กำลังขับรถพาครอบครัวเดินทางกลับบ้าน

รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าพร้อมผู้โดยสารอีก 4 คน เมื่ออุปกรณ์ระเบิดที่ถูกซุกซ่อนไว้ข้างทางเกิดระเบิดขึ้น ห่างจากแยกมัสยิดดาแลปาลัสไปประมาณ 600–700 เมตร แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณด้านซ้าย และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อรับการรักษาทางการแพทย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในการเดินทางในบางพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดเบื้องหลังการโจมตี ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านภูมิภาคนี้ติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์ความปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีความผันผวนและไม่สามารถคาดเดาได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 16:30 UTC

‘ณวัฒน์’ อัปเดตความคืบหน้าทางกฎหมายกรณี ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ณวัฒน์’ อัปเดตความคืบหน้าทางกฎหมายกรณี ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศว่ามีการออกหมายจับ ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025 ในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ณวัฒน์’ อัปเดตความคืบหน้าทางกฎหมายกรณี ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025

แหล่งข่าวเดียว
‘ณวัฒน์’ อัปเดตความคืบหน้าทางกฎหมายกรณี ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศว่ามีการออกหมายจับ ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025 ในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ากำลังมีการดำเนินการทางกฎหมายกับ ‘ฟาติมา’ มิสยูนิเวิร์ส 2025 โดยณวัฒน์ระบุว่าได้มีการออกหมายจับเจ้าของตำแหน่งดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ได้รับความสนใจสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ แม้ว่าสถานการณ์กำลังดำเนินไปตามกระบวนการของระบบกฎหมายไทย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดของท้องถิ่นเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทและการเผยแพร่ข้อมูลทางออนไลน์ กระบวนการทางกฎหมายเช่นนี้อาจนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงตารางกิจกรรมหากบุคคลที่เกี่ยวข้องมีกำหนดการปรากฏตัวในประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของข้อมูลเท็จที่ถูกกล่าวหาและกรอบเวลาในการดำเนินการตามหมายจับยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรตรวจสอบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องและสำนักข่าวท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการยุติธรรมยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการตัดสินของเจ้าหน้าที่ไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 16:10 UTC

ประกาศเคอร์ฟิวในสุไหงโก-ลก หลังเกิดเหตุระเบิด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเคอร์ฟิวในสุไหงโก-ลก หลังเกิดเหตุระเบิด

ทางการประกาศเคอร์ฟิวชั่วคราวในอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส หลังมีรายงานเหตุระเบิดที่ศาลท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ประกาศเคอร์ฟิวในสุไหงโก-ลก หลังเกิดเหตุระเบิด

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเคอร์ฟิวในสุไหงโก-ลก หลังเกิดเหตุระเบิด

ทางการประกาศเคอร์ฟิวชั่วคราวในอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส หลังมีรายงานเหตุระเบิดที่ศาลท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวทันทีในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานเหตุระเบิดที่ศาลท้องถิ่น ส่งผลให้ทางการต้องปิดเมืองชั่วคราวเพื่อควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัย โดยกำหนดให้เคอร์ฟิวมีผลบังคับใช้จนถึงเวลา 06.00 น.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดนราธิวาสหรือมีแผนจะเดินทางมาเยือน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสุไหงโก-ลกควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การปิดเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการคมนาคมในพื้นที่ การดำเนินธุรกิจ และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหาย ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือลักษณะเฉพาะของเหตุระเบิดยังคงมีจำกัด คาดว่าหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการปิดเมืองและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่บังคับใช้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจนกว่าทางการจะยืนยันว่าสถานการณ์คลี่คลายและยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ แล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 16:30 UTC

สถาบันกวดวิชาในอุดรธานีถูกสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สถาบันกวดวิชาในอุดรธานีถูกสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรม

นักเรียนวัย 15 ปีเปิดเผยเรื่องราวการถูกทารุณกรรมในสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารที่ไม่มีใบอนุญาตในจังหวัดอุดรธานี ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการกำกับดูแล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สถาบันกวดวิชาในอุดรธานีถูกสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรม

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันกวดวิชาในอุดรธานีถูกสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรม

นักเรียนวัย 15 ปีเปิดเผยเรื่องราวการถูกทารุณกรรมในสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารที่ไม่มีใบอนุญาตในจังหวัดอุดรธานี ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการกำกับดูแล

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นักเรียนวัย 15 ปีได้ออกมาเปิดเผยว่าถูกเจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีทารุณกรรม โดยอ้างว่าในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 เขาถูกล็อกตัว ใส่กุญแจมือ คลุมหน้า และบังคับให้ดื่มน้ำสีขุ่นที่ไม่ทราบชนิดหลังจากถูกกล่าวหาว่าพยายามขโมยของ มารดาของนักเรียนระบุว่าพวกเขาต้องหนีไปประเทศเกาหลีใต้เนื่องจากเกรงกลัวต่อความปลอดภัยและคำขู่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานจากผู้ปกครองคนอื่นๆ เกี่ยวกับสถาบันเดียวกันนี้ ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับเสพกัญชา การขู่กรรโชกทรัพย์ และการทำให้อับอายในที่สาธารณะ แม้เจ้าของสถาบันจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานียืนยันว่าสถาบันดังกล่าวเปิดดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตและได้รับคำสั่งให้ปิดชั่วคราว ครอบครัวของนักเรียนได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่ระบุว่าคดีไม่มีความคืบหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบใบอนุญาตและชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาในประเทศไทย แม้ว่าสถาบันจะถูกปิดในขณะนี้ แต่การขาดความคืบหน้าในกระบวนการทางกฎหมายยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมหรือไม่ หรือทางการจะจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมอย่างเป็นระบบในสถาบันนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 14:30 UTC