ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' เตรียมเข้าพบตำรวจสอบสวนคดีการเงินของมูลนิธิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' เตรียมเข้าพบตำรวจสอบสวนคดีการเงินของมูลนิธิ

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องชื่อดัง 'ป๋อง สุพรรณ' มีกำหนดให้ข้อมูลกับกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของมูลนิธิวัดแห่งหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' เตรียมเข้าพบตำรวจสอบสวนคดีการเงินของมูลนิธิ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง 'ป๋อง สุพรรณ' เตรียมเข้าพบตำรวจสอบสวนคดีการเงินของมูลนิธิ

ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องชื่อดัง 'ป๋อง สุพรรณ' มีกำหนดให้ข้อมูลกับกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของมูลนิธิวัดแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายเสมอ งิ้วงาม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ 'ป๋อง สุพรรณ' ผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องชื่อดังของไทย มีกำหนดการเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามในกรุงเทพฯ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานทางการเงินของมูลนิธิหวันโชติ

แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะระบุว่าเขาจะเดินทางมาถึงในเวลา 09.00 น. แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเขายังไม่ได้เดินทางมาถึงศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ป๋อง สุพรรณ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเปรียบเทียบความรู้สึกของเขาเหมือนกับคนอกหัก เขายืนยันในความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงบทบาทของตนภายในองค์กรว่าเขาเป็นเพียงหนึ่งในคณะกรรมการ 7 คนเท่านั้น โดยปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าตนไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน ซึ่งอำนาจดังกล่าวเป็นของผู้มีอำนาจ 3 คนเท่านั้น ได้แก่ อดีตเจ้าอาวาสและเลขานุการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงการตรวจสอบการกำกับดูแลทางการเงินของมูลนิธิทางศาสนาและการกุศลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะเป็นเรื่องของการสอบสวนทางปกครองและกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่สังกัดวัด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าป๋อง สุพรรณ จะให้การเสร็จสิ้นเมื่อใด และตำรวจจะมีข้อสรุปอย่างไรเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของมูลนิธิ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ ต่อเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:03 UTC

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ บุตรชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิตในวัย 27 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ บุตรชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิตในวัย 27 ปี

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ เสียชีวิตในวัย 27 ปี ที่เมืองซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการใช้ยาเกินขนาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ บุตรชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิตในวัย 27 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ บุตรชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิตในวัย 27 ปี

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ เสียชีวิตในวัย 27 ปี ที่เมืองซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการใช้ยาเกินขนาด

ตามรายงานจาก Khaosod Online และสำนักข่าวเอพี (AP) ระบุว่า เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ บุตรชายวัย 27 ปีของซูเปอร์โมเดล ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด และนักธุรกิจ แรนดี้ เกอร์เบอร์ ได้เสียชีวิตลงเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในเมืองซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสำนักงานชันสูตรศพแห่งลอสแอนเจลิสเคาน์ตียืนยันว่าเกอร์เบอร์เสียชีวิตที่สถานบำบัดฟื้นฟู

แม้ว่าจะมีการชันสูตรศพเบื้องต้นแล้ว แต่ทางสำนักงานชันสูตรศพยังไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าจำเป็นต้องมีการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน กรมตำรวจเมืองซานตาโมนิกาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ากำลังดำเนินการสอบสวนการเสียชีวิตดังกล่าว โดยตั้งประเด็นสงสัยว่าอาจเกิดจากการใช้ยาเกินขนาด

แอลลี เจนกินส์ ตัวแทนของครอบครัวครอว์ฟอร์ด-เกอร์เบอร์ ได้ยืนยันข่าวดังกล่าวและขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบโปรโตคอลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในสถานบำบัดฟื้นฟูในแคลิฟอร์เนียตอนใต้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน สาธารณชนจึงต้องรอผลการตรวจทางพิษวิทยาเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีไว้อาลัยหรือข้อสรุปอย่างเป็นทางการในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:03 UTC

รวบหนุ่มฮ่องกงคาบ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมไอซ์ 350 กก.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มฮ่องกงคาบ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมไอซ์ 350 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมชายชาวฮ่องกงวัย 26 ปี ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ หลังตรวจพบยาไอซ์น้ำหนัก 350 กิโลกรัม เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มฮ่องกงคาบ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมไอซ์ 350 กก.

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มฮ่องกงคาบ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมไอซ์ 350 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมชายชาวฮ่องกงวัย 26 ปี ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ หลังตรวจพบยาไอซ์น้ำหนัก 350 กิโลกรัม เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยกองบังคับการปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Khaosod Online ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้สามารถจับกุมนายหวัง ชายชาวฮ่องกงวัย 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่เพียงลำพังภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในถังพลาสติก 3 ถัง น้ำหนักรวมประมาณ 350 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ายาเสพติดเหล่านี้ถูกเตรียมไว้เพื่อแบ่งบรรจุและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก เช่น เครื่องชั่งดิจิทัล ถุงพลาสติก และกล่องกระดาษ ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดพักยาเพื่อรอการขนส่ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในเมืองหลวง แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมขบวนการในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายของผู้ต้องหาและแหล่งที่มาของยาเสพติดนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:41 UTC

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้การยุบ กสทช. ด้วย พ.ร.ก. ต้องเข้าเงื่อนไขเร่งด่วน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้การยุบ กสทช. ด้วย พ.ร.ก. ต้องเข้าเงื่อนไขเร่งด่วน

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เตือนว่าการใช้ พ.ร.ก. เพื่อยุบ กสทช. ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ความเร่งด่วนอย่างเคร่งครัด โดยต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองก่อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้การยุบ กสทช. ด้วย พ.ร.ก. ต้องเข้าเงื่อนไขเร่งด่วน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้การยุบ กสทช. ด้วย พ.ร.ก. ต้องเข้าเงื่อนไขเร่งด่วน

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เตือนว่าการใช้ พ.ร.ก. เพื่อยุบ กสทช. ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ความเร่งด่วนอย่างเคร่งครัด โดยต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองก่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชื่อดัง ได้กล่าวถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยุบสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยปกรณ์เน้นย้ำว่าเพื่อให้มาตรการดังกล่าวมีความชอบธรรมทางกฎหมาย จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญที่เข้มงวดสำหรับ "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการทางนิติบัญญัติปกติ

ข้อถกเถียงทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ดำเนินอยู่เกี่ยวกับความเป็นผู้นำของ กสทช. โดยปกรณ์แนะนำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอคำตัดสินของศาลปกครองในคดีของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. คนปัจจุบัน ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 25 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงโทรคมนาคม บริการอินเทอร์เน็ต และมาตรฐานการกระจายเสียง การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่หรือความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการอาจส่งผลต่อเสถียรภาพหรือการกำกับดูแลบริการที่จำเป็นเหล่านี้

ในขณะนี้ การใช้ พ.ร.ก. ยังคงเป็นเพียงหัวข้อถกเถียงมากกว่านโยบายที่ประกาศใช้จริง ประเด็นสำคัญที่ต้องรอการยืนยันคือผลคำตัดสินของศาลในวันที่ 25 กันยายน ซึ่งน่าจะเป็นตัวกำหนดขั้นตอนต่อไปสำหรับการบริหารงานของคณะกรรมการ และรัฐบาลจะพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:40 UTC

รัฐบาลไทยรอฟังคำตัดสินศาลกรณีการยุบบอร์ด กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยรอฟังคำตัดสินศาลกรณีการยุบบอร์ด กสทช.

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการออกพระราชกำหนดเพื่อยุบบอร์ด กสทช. ต้องมีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนที่กระทบต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยรอฟังคำตัดสินศาลกรณีการยุบบอร์ด กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยรอฟังคำตัดสินศาลกรณีการยุบบอร์ด กสทช.

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการออกพระราชกำหนดเพื่อยุบบอร์ด กสทช. ต้องมีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนที่กระทบต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยกำลังรอฟังคำตัดสินของศาลในคดีที่เกี่ยวข้องกับ นพ.สรณ โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยุบบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

นายปกรณ์เน้นย้ำว่า การจะออก พ.ร.ก. ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้นั้น ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนอย่าเพิ่งคาดเดาในระหว่างที่กระบวนการทางศาลยังดำเนินอยู่ โดยรัฐบาลกำลังรอคำตัดสินของศาลเพื่อความชัดเจนทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการกระจายเสียงที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของบอร์ดอาจส่งผลต่อนโยบายดิจิทัล กฎระเบียบการให้บริการอินเทอร์เน็ต และมาตรฐานสื่อในอนาคต ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการยุบบอร์ดดังกล่าวหรือไม่ หรือศาลจะเห็นว่าเหตุผลทางกฎหมายเพียงพอสำหรับมาตรการฉุกเฉินนี้หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของบอร์ด กสทช. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:06 UTC

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือต่อ กกต. กรณีขั้นตอนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือต่อ กกต. กรณีขั้นตอนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือต่อ กกต. กรณีขั้นตอนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือต่อ กกต. กรณีขั้นตอนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศเจตจำนงในการยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ระบุว่า นพ.ตุลย์ กำลังตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป

นพ.ตุลย์ โต้แย้งว่า ณ วันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการพิจารณาให้ครบถ้วนตามมาตราที่กฎหมายกำหนดไว้เกี่ยวกับการคัดเลือก สว. การยื่นหนังสือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกดดันให้คณะกรรมการฯ ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรับรองว่าทุกขั้นตอนของกระบวนการเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการบริหารจัดการระดับชาติอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการท้าทายทางกฎหมายในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทการเมืองไทย แต่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานของหน่วยงานหรือการชุมนุมสาธารณะได้ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าว และการท้าทายทางกฎหมายนี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนผลการคัดเลือก สว. หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบการตอบกลับอย่างเป็นทางการจาก กกต. และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของภาครัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 00:46 UTC

สื่อสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์หลังถูกสั่งห้ามเข้าทำเนียบขาว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สื่อสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์หลังถูกสั่งห้ามเข้าทำเนียบขาว

CNN, Politico และ MS NOW ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อรัฐบาลทรัมป์ หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าปฏิบัติงานในทำเนียบขาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สื่อสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์หลังถูกสั่งห้ามเข้าทำเนียบขาว

แหล่งข่าวเดียว
สื่อสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์หลังถูกสั่งห้ามเข้าทำเนียบขาว

CNN, Politico และ MS NOW ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อรัฐบาลทรัมป์ หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าปฏิบัติงานในทำเนียบขาว

ตามรายงานจาก Khaosod Online และ BBC ระบุว่าองค์กรสื่อรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ CNN, Politico และ MS NOW ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา การดำเนินการทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจากมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ห้ามสำนักข่าวทั้งสามแห่งปฏิบัติงานภายในทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าสื่อเหล่านี้แต่งเรื่องและเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับทีมงานของเขา

ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักข่าวเหล่านี้ระบุว่าการฟ้องร้องมีความจำเป็นเพื่อปกป้องหลักการที่ว่ารัฐบาลไม่ควรเป็นผู้กำหนดเนื้อหาการรายงานข่าว พวกเขาได้ขอให้ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ตัดสินว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้โดยเรียกสำนักข่าวเหล่านี้ว่าเป็น "สื่อที่ฉ้อฉลและทุจริต" และระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสื่อเหล่านี้บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติด้วยการรายงานข่าวที่หมิ่นประมาท พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์ต่อการฟ้องร้องนี้อย่างแน่นอน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ และสื่อมวลชน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ แม้ว่าสำนักข่าวต่างๆ จะระงับการถ่ายทอดสดร่วมกันจากทำเนียบขาวแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามผลการตัดสินของศาลเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำสั่งห้ามนี้ และดูว่ารัฐบาลจะสามารถขัดขวางการดำเนินการทางกฎหมายนี้ได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 00:46 UTC

กระแสวิจารณ์หนักหลังเปิดโปงพฤติกรรมหญิงอ้างชื่อคนดังในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระแสวิจารณ์หนักหลังเปิดโปงพฤติกรรมหญิงอ้างชื่อคนดังในไทย

หญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช มั่วบ้านงาน' กำลังถูกสังคมจับตามอง หลังถูกกล่าวหาว่านำภาพถ่ายคู่กับดาราไปใช้ข่มขู่ผู้อื่น จนบุคคลที่ถูกอ้างถึงต้องออกมาปฏิเสธความสัมพันธ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระแสวิจารณ์หนักหลังเปิดโปงพฤติกรรมหญิงอ้างชื่อคนดังในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระแสวิจารณ์หนักหลังเปิดโปงพฤติกรรมหญิงอ้างชื่อคนดังในไทย

หญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช มั่วบ้านงาน' กำลังถูกสังคมจับตามอง หลังถูกกล่าวหาว่านำภาพถ่ายคู่กับดาราไปใช้ข่มขู่ผู้อื่น จนบุคคลที่ถูกอ้างถึงต้องออกมาปฏิเสธความสัมพันธ์

รายการ 'โหนกระแส' ได้เปิดเผยพฤติกรรมของหญิงรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช มั่วบ้านงาน' ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมแอบอ้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยการนำภาพถ่ายคู่กับดาราและคนดังไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือและข่มขู่ผู้อื่น ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงรายนี้อ้างว่ามีความสนิทสนมกับบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงการแอบอ้างถึงรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

ในระหว่างรายการ หญิงคนดังกล่าวอ้างว่ามีความสนิทสนมกับ เป๊ก สัณณ์ชัย และกล่าวว่ามักจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอเมื่อพบกัน อย่างไรก็ตาม แทค ภรัณยู น้องเขยของเป๊ก ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่าในฐานะญาติสนิทไม่เคยเห็นหรือรู้จักหญิงคนนี้มาก่อน พร้อมเตือนว่าเธอ 'เล่นผิดคนแล้ว'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังบุคคลที่ใช้ภาพถ่ายในโซเชียลมีเดียร่วมกับคนดังเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือใช้อิทธิพลในทางที่ผิด แม้ว่าผู้เสียหายจะออกมาเปิดเผยเรื่องราวในรายการแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการทางกฎหมายอย่างไรต่อพฤติกรรมการแอบอ้างและการข่มขู่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 00:46 UTC

ดำเนินคดีทางกฎหมายกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดำเนินคดีทางกฎหมายกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน'

หญิงวัย 33 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน' ในข้อหาข่มขู่และแอบอ้างบุคคลอื่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดำเนินคดีทางกฎหมายกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน'

แหล่งข่าวเดียว
ดำเนินคดีทางกฎหมายกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน'

หญิงวัย 33 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเน็ตไอดอลชื่อดัง 'นุช มั่วบ้านงาน' ในข้อหาข่มขู่และแอบอ้างบุคคลอื่น

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 หญิงวัย 33 ปี ซึ่งใช้นามสมมติว่า 'จัน' ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนางสาวกฤษกร หรือที่รู้จักกันในโลกโซเชียลว่า 'นุช มั่วบ้านงาน' ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียหายกล่าวหาว่าเธอถูกเน็ตไอดอลรายนี้ข่มขู่และแอบอ้างบุคคลอื่นหลังจากที่ความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งคู่สิ้นสุดลง

ทั้งสองเคยพักอาศัยอยู่ด้วยกันในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านสุขสวัสดิ์ 64 กรุงเทพมหานคร หลังจากเกิดข้อพิพาทและแยกทางกัน ผู้เสียหายอ้างว่า 'นุช มั่วบ้านงาน' ได้เรียกร้องให้เธอย้ายออกจากที่พักภายใน 15 วันและมีพฤติกรรมข่มขู่ ผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดตามกฎหมายและปฏิเสธการยอมความทุกรูปแบบ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทส่วนตัวที่บานปลายกลายเป็นคดีความทางกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นี่เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่องทางทางกฎหมายในประเทศไทยในการจัดการกับการคุกคามและการข่มขู่ เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแอบอ้างบุคคลอื่นและความถูกต้องของคำขู่ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 18:15 UTC

ถกเถียงเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ถกเถียงเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569

นักการเมืองคนสำคัญได้จุดประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับประวัติทางกฎหมายของตระกูลชินวัตรอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ของสาธารณชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ถกเถียงเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569

แหล่งข่าวเดียว
ถกเถียงเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569

นักการเมืองคนสำคัญได้จุดประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับประวัติทางกฎหมายของตระกูลชินวัตรอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ของสาธารณชน

ตามรายงานของ Thai Post นายวรชัย เหมะ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้ยุติความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมืองที่ตระกูลชินวัตรกำลังเผชิญอยู่ โดยคำกล่าวของเขาอ้างถึงประเด็นภาษีหุ้นชินคอร์ปที่มีมาอย่างยาวนานและผลกระทบทางกฎหมายที่ตามมาซึ่งส่งผลต่อครอบครัวนี้มาหลายปี

การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นในขณะที่กระแสสังคมเกี่ยวกับ 'ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569' ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากฎหมายที่เสนอนี้จะถูกระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมความปรองดองและสันติภาพของชาติ แต่กลุ่มผู้คัดค้านและผู้สังเกตการณ์ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่แท้จริงของกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าร่างกฎหมายนี้มีอำนาจทางกฎหมายเพียงพอที่จะให้ความคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองในอดีต รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตรหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่ยังคงดำเนินอยู่ของภูมิทัศน์ทางการเมืองและกฎหมายของประเทศไทย สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสาธารณชนและรัฐสภา ยังคงต้องยืนยันต่อไปว่ากฎหมายที่เสนอนี้จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญหรือจะถูกผ่านในรูปแบบปัจจุบัน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้เกี่ยวกับข้อจำกัดของร่างกฎหมายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อข้อพิพาททางกฎหมายในอดีตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ยื่นตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1.6 พันล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยื่นตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1.6 พันล้านบาท

ดร.การดี ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' โดยอ้างว่าอาจมีการทำผิดเงื่อนไขสัญญา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยื่นตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1.6 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1.6 พันล้านบาท

ดร.การดี ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' โดยอ้างว่าอาจมีการทำผิดเงื่อนไขสัญญา

ตามรายงานจาก Thai Post ดร.การดี ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลที่มีมูลค่า 1.6 พันล้านบาท โดยคำร้องดังกล่าวเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าโครงการอาจไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) เดิม ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าสัญญาที่มีอยู่อาจเป็นโมฆะได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของระบบการระบุตัวตนและเอกสารการเดินทางของประเทศ แม้ว่าโครงการจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังคงต้องยืนยันว่า สตง. จะเริ่มการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือโครงการจะเผชิญกับการหยุดชะงักในการดำเนินงานในทันทีหรือไม่ ในขั้นตอนนี้ ข้อกล่าวหาเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับสถานะของระบบการออกหนังสือเดินทาง เนื่องจากความไม่สมบูรณ์ทางกฎหมายของสัญญาอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการหรือกำหนดการของโครงการ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของการละเมิด TOR ที่ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 17:17 UTC

ศาลยุติธรรมสั่งงดอ่านคำพิพากษาคดีการเมืองปี 2548-2568 รอ พ.ร.บ.สังคมสันติสุข
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลยุติธรรมสั่งงดอ่านคำพิพากษาคดีการเมืองปี 2548-2568 รอ พ.ร.บ.สังคมสันติสุข

ศาลยุติธรรมมีคำสั่งงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีการเมืองระหว่างปี 2548-2568 โดยอ้างถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติสังคมสันติสุข

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลยุติธรรมสั่งงดอ่านคำพิพากษาคดีการเมืองปี 2548-2568 รอ พ.ร.บ.สังคมสันติสุข

แหล่งข่าวเดียว
ศาลยุติธรรมสั่งงดอ่านคำพิพากษาคดีการเมืองปี 2548-2568 รอ พ.ร.บ.สังคมสันติสุข

ศาลยุติธรรมมีคำสั่งงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีการเมืองระหว่างปี 2548-2568 โดยอ้างถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติสังคมสันติสุข

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งให้งดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2548 ถึง 2568 การหยุดชะงักทางกระบวนการยุติธรรมนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการนำพระราชบัญญัติสังคมสันติสุขมาบังคับใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการจัดการกับคดีความทางการเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน การสั่งงดอ่านคำพิพากษาบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่กรอบกฎหมายใหม่ที่มุ่งเน้นการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองในอดีตด้วยวิธีการทางนิติบัญญัติมากกว่าการใช้กระบวนการทางศาลเพียงอย่างเดียว แม้ว่าผลกระทบในทันทีคือการระงับกระบวนการอุทธรณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อเสถียรภาพของระบบกฎหมายและการแก้ไขคดีเฉพาะเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป

ในขณะนี้ ขอบเขตทั้งหมดของพระราชบัญญัติสังคมสันติสุขและเกณฑ์เฉพาะสำหรับคดีที่มีสิทธิ์ยังไม่มีรายละเอียดปรากฏในบันทึกสาธารณะอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากฝ่ายตุลาการเกี่ยวกับวิธีการจัดการคดีเหล่านี้ในอนาคต และว่าการสั่งงดอ่านคำพิพากษานี้จะนำไปสู่การยกฟ้องถาวรหรือรูปแบบการไกล่เกลี่ยอื่นหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลยุติธรรมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายนี้ต่อภูมิทัศน์ทางกฎหมายในภาพรวม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 14:55 UTC

เจ้าของรถจักรยานยนต์ขอความชัดเจนหลังตำรวจยืมรถไปใช้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของรถจักรยานยนต์ขอความชัดเจนหลังตำรวจยืมรถไปใช้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ชาวระยองรายหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจเพื่อชี้แจงว่ารถจักรยานยนต์ของตนถูกเจ้าหน้าที่นำไปใช้ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีอาชญากรรม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าของรถจักรยานยนต์ขอความชัดเจนหลังตำรวจยืมรถไปใช้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของรถจักรยานยนต์ขอความชัดเจนหลังตำรวจยืมรถไปใช้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ชาวระยองรายหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจเพื่อชี้แจงว่ารถจักรยานยนต์ของตนถูกเจ้าหน้าที่นำไปใช้ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีอาชญากรรม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าของรถจักรยานยนต์ในจังหวัดระยองได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เพื่อขอให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถของตน โดยเจ้าของรถแสดงความกังวลว่าสาธารณชนอาจเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมรุนแรง หลังจากที่ตำรวจได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปใช้ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีเหตุยิงกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างงานเทศกาล “สีสันภาคตะวันออก” ที่หาดแม่รำพึง เมื่อคืนวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาวัย 18 ปี สองราย คือ นายภรัญญู และนายชารุจ ถูกจับกุมตัวได้ในบ้านร้างพื้นที่อำเภอปลวกแดง หลังจากก่อเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธปืนดัดแปลงขนาด 9 มม. ได้ในขณะจับกุม จากการสอบสวนพบว่านายภรัญญูเคยหลบหนีออกจากสถานพินิจฯ จังหวัดระยอง เมื่อปี 2567 ก่อนจะมาพบกับคู่อริในงานเทศกาลดังกล่าวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าและเหตุสลด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินคดีของตำรวจที่ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวน แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าของรถจักรยานยนต์ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าทางตำรวจจะดำเนินการชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนเข้าใจว่ารถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสืบสวนคดีเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:20 UTC

กกต. มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ สว.ธนกร ปมคดีพนันในอดีต
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

กกต. มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ สว.ธนกร ปมคดีพนันในอดีต

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องนายธนกร ถาวรชินโชติ สมาชิกวุฒิสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติเนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาในคดีพนัน

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กกต. มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ สว.ธนกร ปมคดีพนันในอดีต

ได้รับการยืนยัน
กกต. มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ สว.ธนกร ปมคดีพนันในอดีต

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องนายธนกร ถาวรชินโชติ สมาชิกวุฒิสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติเนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาในคดีพนัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศมติเอกฉันท์ให้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติของนายธนกร ถาวรชินโชติ สมาชิกวุฒิสภา โดยอ้างอิงรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า กกต. พบว่านายธนกรขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดพัทยาเมื่อปี 2554 ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

ทั้งนี้ กกต. ได้สั่งให้นายธนกรคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ทั้งหมดที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่ง โดยขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินชี้ขาดในเรื่องคุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่ง

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการเมืองไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเคร่งครัด แม้ กกต. จะมีมติออกมาแล้ว แต่สถานะทางกฎหมายของ สว. รายดังกล่าวยังคงต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกรอบเวลาในการตัดสินของศาลหรือขั้นตอนการสรรหาบุคคลมาแทนที่ในตำแหน่งที่ว่างลง กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติที่เข้มงวดสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:40 UTC

กรานิต ชากา ถูกสอบสวนกรณีใบรับรองโควิด-19 ปลอม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรานิต ชากา ถูกสอบสวนกรณีใบรับรองโควิด-19 ปลอม

กรานิต ชากา กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์กำลังถูกอัยการเมืองลูเซิร์นสอบสวนจากข้อกล่าวหาว่าได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นของปลอมในปี 2022

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรานิต ชากา ถูกสอบสวนกรณีใบรับรองโควิด-19 ปลอม

แหล่งข่าวเดียว
กรานิต ชากา ถูกสอบสวนกรณีใบรับรองโควิด-19 ปลอม

กรานิต ชากา กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์กำลังถูกอัยการเมืองลูเซิร์นสอบสวนจากข้อกล่าวหาว่าได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นของปลอมในปี 2022

ตามรายงานจาก Khaosod Online กรานิต ชากา กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์กำลังถูกสำนักงานอัยการเมืองลูเซิร์นสอบสวนจากข้อกล่าวหาว่าเขาได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นของปลอมในปี 2022 หากพบว่ามีความผิดจริง กองกลางวัย 33 ปีรายนี้ ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรซันเดอร์แลนด์ อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่าการได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญาหรือไม่ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สวิตเซอร์แลนด์มีข้อกำหนดให้ใช้ใบรับรองดังกล่าวสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศและการเข้าถึงสถานที่หรือกิจกรรมต่างๆ ชากา ซึ่งในขณะนั้นเล่นให้กับอาร์เซนอล ได้โพสต์แถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียโดยยอมรับถึงความผิดพลาดของตน เขาแสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่าในขณะนั้นเขามีสภาวะจิตใจที่สับสนและเลือกใช้วิธีที่ไม่เหมาะสมในการหาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตนเอง พร้อมทั้งยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเอกสารในช่วงยุคการระบาดใหญ่ แม้ว่าข้อกำหนดเรื่องใบรับรองบังคับในสวิตเซอร์แลนด์จะสิ้นสุดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 แต่ผลกระทบทางกฎหมายสำหรับการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือการพิจารณาคดีหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ โดยสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์ได้รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:00 UTC

คู่รักดาราอัปเดตคดีทัวร์โกงเงินหลังผ่านไป 1 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คู่รักดาราอัปเดตคดีทัวร์โกงเงินหลังผ่านไป 1 ปี

จ๊ะจ๋า พริมรตา และ จิ๊บ วสุ เผยคดีทัวร์โกงเงินมูลค่าหลายแสนบาทยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมเตือนให้ตรวจสอบบริษัททัวร์ให้ดีก่อนโอนเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คู่รักดาราอัปเดตคดีทัวร์โกงเงินหลังผ่านไป 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักดาราอัปเดตคดีทัวร์โกงเงินหลังผ่านไป 1 ปี

จ๊ะจ๋า พริมรตา และ จิ๊บ วสุ เผยคดีทัวร์โกงเงินมูลค่าหลายแสนบาทยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมเตือนให้ตรวจสอบบริษัททัวร์ให้ดีก่อนโอนเงิน

คู่รักดารา จ๊ะจ๋า พริมรตา และ จิ๊บ วสุ ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีความที่ถูกบริษัททัวร์แห่งหนึ่งโกงเงินไปเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งคู่เปิดเผยในงานอีเวนต์ที่สยามพารากอนว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่การสืบสวนคดีดังกล่าวซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่พวกเขาเป็นมูลค่าหลายแสนบาทนั้นยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

ทั้งคู่ระบุว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้เสียหายเพียงรายเดียว แต่ยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกจำนวนมาก โดยมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดคาดว่าสูงถึงหลักสิบล้านบาท ทั้งนี้ ทั้งคู่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและได้เรียกร้องให้คู่กรณีหยุดหลบหนีและติดต่อกลับมาเพื่อเจรจาหาทางออก

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยทั้งคู่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบว่าบริษัททัวร์มีหน้าร้านจริงและมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องก่อนที่จะโอนเงิน แม้ว่าทางคู่รักจะทราบตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนเมื่อใดหรืออย่างไร และยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพิ่มเติมต่อบริษัทดังกล่าวอย่างไรบ้าง นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการจองบริการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:40 UTC

จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังหลบหนี 6 วัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังหลบหนี 6 วัน

ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากการควบคุมตัวที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยถูกตำรวจจับกุมได้แล้วหลังจากการค้นหาตลอดหนึ่งสัปดาห์ในพื้นที่ภูเขาของเกาะ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังหลบหนี 6 วัน

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมผู้ต้องหาหนีศาลสมุยได้แล้วหลังหลบหนี 6 วัน

ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากการควบคุมตัวที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยถูกตำรวจจับกุมได้แล้วหลังจากการค้นหาตลอดหนึ่งสัปดาห์ในพื้นที่ภูเขาของเกาะ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีจากการควบคุมตัวที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยเมื่อ 6 วันก่อนได้สำเร็จ ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภูเขาของเกาะ การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ต้องหาลงมาจากภูเขาเพื่อหาอาหาร ทำให้เกิดการตอบสนองอย่างประสานงานกันระหว่างสถานีตำรวจบ่อผุด อาสาสมัครตำรวจ และชาวบ้านในพื้นที่ที่ให้ข้อมูลสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งสำคัญที่ดำเนินมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากผู้หลบหนีจะถูกระงับไปแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังของชุมชนท้องถิ่นและความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในระหว่างการค้นหาของตำรวจ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาเผชิญอยู่ในขณะที่หลบหนี รวมถึงผลทางกฎหมายเพิ่มเติมที่เขาอาจได้รับจากการหลบหนีจากการควบคุมตัวนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทำให้เกิดการหลบหนีในครั้งแรก นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังสิ่งรอบข้างและติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากพบเห็นการปฏิบัติงานของตำรวจในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ป่า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทีมทนายความเผยเหตุการณ์บุคคลแปลกหน้าแฝงตัวเข้าห้องพิจารณาคดีที่ศาลแพ่งใต้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทีมทนายความเผยเหตุการณ์บุคคลแปลกหน้าแฝงตัวเข้าห้องพิจารณาคดีที่ศาลแพ่งใต้

กลุ่มทนายความชื่อดังของไทยเปิดเผยเหตุการณ์ที่มีบุคคลไม่ได้รับอนุญาตแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มของพวกเขาในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทีมทนายความเผยเหตุการณ์บุคคลแปลกหน้าแฝงตัวเข้าห้องพิจารณาคดีที่ศาลแพ่งใต้

แหล่งข่าวเดียว
ทีมทนายความเผยเหตุการณ์บุคคลแปลกหน้าแฝงตัวเข้าห้องพิจารณาคดีที่ศาลแพ่งใต้

กลุ่มทนายความชื่อดังของไทยเปิดเผยเหตุการณ์ที่มีบุคคลไม่ได้รับอนุญาตแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มของพวกเขาในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กลุ่มทนายความชื่อดัง ได้แก่ นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์, ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล, น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ และนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ความปลอดภัยที่ศาลแพ่งใต้ โดยระบุว่ามีบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'นุช' สามารถแฝงตัวเข้ามานั่งร่วมกับทีมทนายความในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

ตามคำบอกเล่าของทนายความ บุคคลดังกล่าวได้นั่งปะปนอยู่กับทีมงานตลอดการพิจารณาคดี โดยทนายความแต่ละคนต่างเข้าใจผิดว่าบุคคลนั้นเป็นทีมงานของเพื่อนร่วมวิชาชีพ การหลอกลวงนี้ทำได้แนบเนียนเนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีความคุ้นเคยกับคนในวงการบันเทิง ทำให้ไม่มีใครสงสัยในตัวบุคคลนั้นจนกระทั่งการพิจารณาคดีสิ้นสุดลง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะภายในอาคารศาล แม้ว่าทนายความจะระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้กล่าวขอโทษในภายหลัง แต่พวกเขามองว่าการกระทำนั้นไม่เพียงพอเมื่อพิจารณาจากลักษณะของการบุกรุก ทั้งนี้ ขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลสำคัญของบุคคลดังกล่าวหรือแรงจูงใจที่แท้จริงในการแฝงตัวยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:21 UTC