ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ศธ. สั่งสอบวิทยาลัยเอกชนปมทุจริตเงินกู้ กยศ. แลกวุฒิการศึกษา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศธ. สั่งสอบวิทยาลัยเอกชนปมทุจริตเงินกู้ กยศ. แลกวุฒิการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการกำลังตรวจสอบวิทยาลัยเอกชนในจังหวัดบึงกาฬ กรณีถูกกล่าวหาว่านำชื่อนักเรียนไปกู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. โดยมิชอบเพื่อแลกกับวุฒิการศึกษา ปวส.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศธ. สั่งสอบวิทยาลัยเอกชนปมทุจริตเงินกู้ กยศ. แลกวุฒิการศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
ศธ. สั่งสอบวิทยาลัยเอกชนปมทุจริตเงินกู้ กยศ. แลกวุฒิการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการกำลังตรวจสอบวิทยาลัยเอกชนในจังหวัดบึงกาฬ กรณีถูกกล่าวหาว่านำชื่อนักเรียนไปกู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. โดยมิชอบเพื่อแลกกับวุฒิการศึกษา ปวส.

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตในวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ โดยการตรวจสอบนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานว่าวิทยาลัยดังกล่าวได้นำชื่อของนักเรียนไปยื่นกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมิชอบ เพื่อแลกกับการออกวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

นายประเสริฐยืนยันว่า การตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมวิทยาลัยเอกชนทั้งหมด 4 แห่งที่มีเจ้าของเดียวกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและการนำชื่อนักเรียนไปใช้เบิกจ่ายเงินรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคแห่งนั้นถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงการสั่งงดรับนักเรียนใหม่

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปราบปรามการทุจริตในสถาบันอาชีวศึกษา แม้กระทรวงศึกษาธิการจะยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและจำนวนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบที่แน่ชัดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจาก สอศ. ตรวจสอบวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:04 UTC

กระทรวงศึกษาธิการสั่งสอบวิทยาลัยเอกชน หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตกู้ยืมเงิน กยศ.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการสั่งสอบวิทยาลัยเอกชน หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตกู้ยืมเงิน กยศ.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สั่งสอบสวนวิทยาลัยเอกชนที่ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงศึกษาธิการสั่งสอบวิทยาลัยเอกชน หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตกู้ยืมเงิน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการสั่งสอบวิทยาลัยเอกชน หลังพบข้อกล่าวหาทุจริตกู้ยืมเงิน กยศ.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สั่งสอบสวนวิทยาลัยเอกชนที่ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนที่ต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมทุจริตเกี่ยวข้องกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมีข้อกล่าวหาว่าสถาบันเหล่านี้อาจนำชื่อของนักเรียนไปใช้ในการกู้ยืมเงินจากกองทุนของรัฐเพื่อแลกกับวุฒิการศึกษา

นายประเสริฐระบุว่าการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่กลุ่มวิทยาลัยเอกชน 3 แห่งที่มีเจ้าของเดียวกัน โดยขบวนการดังกล่าวมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลมาลงทะเบียนในโครงการกู้ยืมโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับทราบหรือยินยอม เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินจากกองทุน เหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักเรียน เนื่องจากเป็นการชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่เชิงระบบในการบริหารจัดการความช่วยเหลือทางการศึกษา และสร้างความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือกำลังจะย้ายมา สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังเรื่องเอกสารส่วนตัวและบันทึกทางการเงินเมื่อสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรการศึกษาเอกชน เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ขอบเขตความเสียหายที่แท้จริง จำนวนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ และผลทางกฎหมายต่อเจ้าของวิทยาลัยยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เผยแพร่รายงานสรุปผลการสอบสวนหรือยืนยันว่าจะมีการดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:02 UTC

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

ศาลอาญากรุงเทพฯ ตัดสินประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ ในคดีฆาตกรรมเจ้าหนี้ ซึ่งถือเป็นคำพิพากษาคดีที่ 8 จากคดีวางยาพิษไซยาไนด์ทั้งหมด

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

ได้รับการยืนยัน
ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

ศาลอาญากรุงเทพฯ ตัดสินประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ ในคดีฆาตกรรมเจ้าหนี้ ซึ่งถือเป็นคำพิพากษาคดีที่ 8 จากคดีวางยาพิษไซยาไนด์ทั้งหมด

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.856/2568 โดยตัดสินประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ ตามรายงานของ Thai Post คำพิพากษานี้เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมคดีที่ 8 ที่จำเลยมีความผิดฐานวางยาพิษเหยื่อที่ระบุชื่อว่า 'จุ๋ม จันทรรัตน์' เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้เงินกู้

ความคืบหน้าทางกฎหมายที่สำคัญนี้เป็นส่วนหนึ่งของคดีความต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไซยาไนด์วางยาพิษเพื่อสังหารบุคคลที่จำเลยติดหนี้เงิน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเหตุการณ์อาชญากรรมที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากวิธีการก่อเหตุและจำนวนเหยื่อที่เกี่ยวข้อง

แม้ว่าคำพิพากษานี้จะเป็นการปิดคดีที่ 8 แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีคดีที่ค้างอยู่หรือการอุทธรณ์เพิ่มเติมอีกกี่คดีในขณะที่กระบวนการยุติธรรมยังคงดำเนินต่อไป คำตัดสินของศาลเน้นย้ำถึงความเข้มงวดที่ระบบกฎหมายไทยใช้ในการจัดการกับข้อหาเหล่านี้ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อไป เนื่องจากคดีนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดภายในระบบยุติธรรมของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:43 UTC

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งถือเป็นคำพิพากษาคดีที่ 8 ในคดีวางยาพิษไซยาไนด์ที่เป็นข่าวโด่งดัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' ในคดีฆาตกรรมคดีที่ 8

ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งถือเป็นคำพิพากษาคดีที่ 8 ในคดีวางยาพิษไซยาไนด์ที่เป็นข่าวโด่งดัง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาประหารชีวิตนางสรารัตน์ 'แอม' รังสิวุฒาภรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'แอม ไซยาไนด์' หลังจากพบว่ามีความผิดจริงในคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเหยื่อคือ 'จุ๋ม' ตามรายงานของมติชนออนไลน์ คำพิพากษานี้ถือเป็นคดีที่ 8 ที่ศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานใช้ไซยาไนด์ในการสังหารเหยื่อ นอกจากโทษประหารชีวิตแล้ว ศาลยังสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่สามีของผู้เสียชีวิตอีกด้วย

คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนในประเทศไทย เนื่องจากพฤติการณ์การก่อเหตุที่เป็นระบบและการใช้สารพิษเพื่อมุ่งเป้าไปยังคนใกล้ชิด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการยุติธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับคดีอาญาที่เป็นที่จับตามอง แม้ว่าคำพิพากษานี้จะเป็นการปิดคดีที่ 8 แต่ภาพรวมของคดีความที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อหลายรายยังคงเป็นที่สนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยมีขั้นตอนการอุทธรณ์ที่ซับซ้อน และความสิ้นสุดของคำพิพากษาดังกล่าวยังคงต้องผ่านการพิจารณาตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป SawaLife จะยังคงติดตามรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของคดีเหล่านี้เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชุมชนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:03 UTC

กระทรวงมหาดไทยเร่งสอบสวนบ่อนพนันผิดกฎหมายในเชียงใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยเร่งสอบสวนบ่อนพนันผิดกฎหมายในเชียงใหม่

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กำลังนำการสอบสวนปฏิบัติการบ่อนพนันผิดกฎหมายขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงมหาดไทยเร่งสอบสวนบ่อนพนันผิดกฎหมายในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยเร่งสอบสวนบ่อนพนันผิดกฎหมายในเชียงใหม่

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กำลังนำการสอบสวนปฏิบัติการบ่อนพนันผิดกฎหมายขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มการสอบสวนบ่อนพนันผิดกฎหมายที่ถูกค้นพบในจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ นำไปสู่ภารกิจลับเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานโดยไม่ให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน

ในระหว่างการบุกค้นในพื้นที่ศรีปิงเมือง เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือและเอกสารทางการเงิน การประเมินเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าสถานประกอบการแห่งนี้มีผลกำไรสูง โดยมีเงินหมุนเวียนรายวันคาดว่าเกินกว่า 2 ล้านบาท สถานที่ดังกล่าวรายงานว่ามีการดำเนินงานแบบ 3 กะ โดยมีหลักฐานบ่งชี้ถึงการสื่อสารอย่างต่อเนื่องจากบุคคลภายนอกที่สอบถามถึงสถานการณ์ของปฏิบัติการในระหว่างการบุกค้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในภูมิภาค รัฐมนตรีช่วยฯ เน้นย้ำว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสรุปผลได้ภายใน 7 ถึง 15 วัน จุดสำคัญของการสอบสวนคือการตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีส่วนรู้เห็นในการปกป้องหรืออำนวยความสะดวกให้กับบ่อนพนันแห่งนี้หรือไม่ หากมีการยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางการได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด ขณะนี้ขอบเขตทั้งหมดของการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่และตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:24 UTC

ดีเอสไอเตรียมส่งสำนวน 34 ผู้ต้องหาคดี Forex-3D ให้อัยการสัปดาห์นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเตรียมส่งสำนวน 34 ผู้ต้องหาคดี Forex-3D ให้อัยการสัปดาห์นี้

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมส่งสำนวนคดี Forex-3D ของผู้ต้องหา 34 ราย ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง ให้กับพนักงานอัยการภายในสัปดาห์นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมส่งสำนวน 34 ผู้ต้องหาคดี Forex-3D ให้อัยการสัปดาห์นี้

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมส่งสำนวน 34 ผู้ต้องหาคดี Forex-3D ให้อัยการสัปดาห์นี้

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมส่งสำนวนคดี Forex-3D ของผู้ต้องหา 34 ราย ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง ให้กับพนักงานอัยการภายในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังสรุปสำนวนคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D โดยได้กำหนดการนำตัวผู้ต้องหา 34 ราย ซึ่งประกอบด้วยนิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการภายในสัปดาห์นี้

รายชื่อผู้ที่ปรากฏในการสอบสวนรวมถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุส สส.บัญชีรายชื่อ และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตศิลปินชื่อดัง รัฐมนตรีชี้แจงว่ากระบวนการส่งฟ้องเกี่ยวข้องกับการที่ DSI ส่งสำนวนการสอบสวนที่เสร็จสมบูรณ์ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อได้รับสำนวนแล้ว พนักงานอัยการจะเป็นผู้พิจารณาขั้นตอนต่อไป รวมถึงการตัดสินใจเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัวตามระเบียบกฎหมาย ขั้นตอนนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านคดีอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ ซึ่งจะมีการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามข่าวสาร ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในคดีฉ้อโกงทางการเงินที่ยืดเยื้อและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพนักงานอัยการจะดำเนินการอย่างไรกับคดีรายบุคคล และจะมีการสั่งฟ้องต่อศาลอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นหรือไม่ โดย DSI ย้ำว่าการส่งสำนวนไม่ได้หมายความว่าจะมีการพิจารณาคดีในศาลทันที เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายต้องอาศัยการประเมินพยานหลักฐานอย่างละเอียดโดยสำนักงานอัยการสูงสุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:02 UTC

รวบหนุ่มวัย 24 ปี แบล็กเมล์นักเรียนหญิง ม.6 แอบถ่ายคลิปปล่อยว่อนโรงเรียน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มวัย 24 ปี แบล็กเมล์นักเรียนหญิง ม.6 แอบถ่ายคลิปปล่อยว่อนโรงเรียน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายวัย 24 ปี หลังก่อเหตุลวงนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ไปที่โรงแรม แอบถ่ายคลิปอนาจารและนำไปเผยแพร่หลังจากเหยื่อพยายามยุติความสัมพันธ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 24 ปี แบล็กเมล์นักเรียนหญิง ม.6 แอบถ่ายคลิปปล่อยว่อนโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 24 ปี แบล็กเมล์นักเรียนหญิง ม.6 แอบถ่ายคลิปปล่อยว่อนโรงเรียน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายวัย 24 ปี หลังก่อเหตุลวงนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ไปที่โรงแรม แอบถ่ายคลิปอนาจารและนำไปเผยแพร่หลังจากเหยื่อพยายามยุติความสัมพันธ์

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้เข้าจับกุมนายเกรียงไกร อายุ 24 ปี ในเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เมื่อต้นปี 2567 ผู้ต้องหาได้ลวงนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งและแอบถ่ายคลิปวิดีโอส่วนตัวโดยที่เหยื่อไม่ยินยอม เมื่อเหยื่อพยายามขอเลิกรา ผู้ต้องหาจึงนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ในโรงเรียนของเหยื่อ ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงเกี่ยวกับการบันทึกภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตและการคุกคามทางดิจิทัลในประเทศไทย แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานเบื้องต้นของตำรวจ และกระบวนการยุติธรรมกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตัดสินคดีตามข้อกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:42 UTC

กลุ่มชาวบ้านและลูกศิษย์พระมหาธีรนาถยื่นหนังสือถึง บช.ก. จี้แจงปมเอกสารหลุด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มชาวบ้านและลูกศิษย์พระมหาธีรนาถยื่นหนังสือถึง บช.ก. จี้แจงปมเอกสารหลุด

ชาวบ้านและลูกศิษย์ของพระมหาธีรนาถได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับเอกสารที่หลุดออกมาในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กลุ่มชาวบ้านและลูกศิษย์พระมหาธีรนาถยื่นหนังสือถึง บช.ก. จี้แจงปมเอกสารหลุด

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มชาวบ้านและลูกศิษย์พระมหาธีรนาถยื่นหนังสือถึง บช.ก. จี้แจงปมเอกสารหลุด

ชาวบ้านและลูกศิษย์ของพระมหาธีรนาถได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับเอกสารที่หลุดออกมาในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กลุ่มชาวบ้านและลูกศิษย์ของพระมหาธีรนาถได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ร้องเรียนต้องการคำอธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับที่มาและความถูกต้องของเอกสารที่เพิ่งหลุดออกมาและถูกนำไปเผยแพร่ในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลทางศาสนาและการตรวจสอบเอกสารของสถาบัน แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเอกสารที่หลุดออกมาเหล่านี้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการรายงานข่าวของสื่อและการสอบสวนอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ในประเทศ

ในขณะนี้ บช.ก. ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้ว แต่ทางหน่วยงานยังไม่ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือยืนยันความถูกต้องของเอกสารที่เป็นปัญหา ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ว่าเอกสารเหล่านี้ได้มาอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความคืบหน้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:40 UTC

คู่รักดาราเผยคดีทัวร์โกงเงินไม่มีความคืบหน้า หลังผ่านไป 1 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คู่รักดาราเผยคดีทัวร์โกงเงินไม่มีความคืบหน้า หลังผ่านไป 1 ปี

จิ๊บและจ๊ะจ๋า คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความล่าช้าในคดีความกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินพวกเขาเมื่อหนึ่งปีก่อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คู่รักดาราเผยคดีทัวร์โกงเงินไม่มีความคืบหน้า หลังผ่านไป 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักดาราเผยคดีทัวร์โกงเงินไม่มีความคืบหน้า หลังผ่านไป 1 ปี

จิ๊บและจ๊ะจ๋า คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความล่าช้าในคดีความกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินพวกเขาเมื่อหนึ่งปีก่อน

จิ๊บและจ๊ะจ๋า คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ออกมาพูดถึงข้อพิพาททางกฎหมายกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง โดยระบุว่าคดีความของพวกเขาไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญหลังจากผ่านเหตุการณ์มาแล้วหนึ่งปี ทั้งคู่ได้แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อื่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการมีอยู่จริงและสถานะทางกฎหมายของธุรกิจท่องเที่ยว ก่อนที่จะทำการชำระเงินใดๆ

ตามรายงานจาก Matichon Online ทั้งคู่ได้เน้นย้ำถึงความผิดหวังต่อกระบวนการทางกฎหมายที่ยังคงหยุดชะงักมาตลอด 12 เดือน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจองบริการท่องเที่ยว ทั้งคู่แนะนำว่าลูกค้าควรให้ความสำคัญกับการไปเยี่ยมชมหน้าร้านจริงเพื่อยืนยันการดำเนินงานของบริษัทก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแพ็กเกจทัวร์

สำหรับนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจองทัวร์ผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว และความยากลำบากในการเรียกร้องทางกฎหมายหากผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามสัญญา แม้ว่าทั้งคู่จะออกมาเปิดเผยถึงความผิดหวังส่วนตัว แต่รายละเอียดเฉพาะของคดีความและชื่อของบริษัทที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรเพื่อเร่งรัดการสอบสวน หรือคู่รักคู่นี้จะดำเนินมาตรการทางแพ่งเพิ่มเติมเพื่อเรียกเงินคืนหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลบริษัทอย่างละเอียดและใช้แพลตฟอร์มการจองที่เชื่อถือได้และได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:41 UTC

ปปง. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์ 13 ล้านบาท เครือข่ายเว็บพนัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปปง. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์ 13 ล้านบาท เครือข่ายเว็บพนัน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งเรื่องให้อัยการเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินมูลค่า 13 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปปง. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์ 13 ล้านบาท เครือข่ายเว็บพนัน

แหล่งข่าวเดียว
ปปง. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์ 13 ล้านบาท เครือข่ายเว็บพนัน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งเรื่องให้อัยการเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินมูลค่า 13 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยื่นเรื่องต่อพนักงานอัยการอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 13 ล้านบาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายขนาดใหญ่

การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างครั้งใหญ่และต่อเนื่องของทางการไทย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 3.5 พันล้านบาท ในปฏิบัติการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการทลายเครือข่ายการพนันผิดกฎหมาย การส่งเรื่องให้อัยการถือเป็นขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อนำไปสู่การที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินอย่างถาวร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาลไทยในการปราบปรามการพนันผิดกฎหมายและการฟอกเงิน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่เครือข่ายอาชญากรรมเฉพาะกลุ่ม แต่ก็สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันที่ไม่ได้รับอนุญาตจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดและอาจนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคำร้องขอให้ยึดทรัพย์ในกรณีนี้ และจะมีการระบุทรัพย์สินเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อีกหรือไม่ในอนาคต ประชาชนควรทราบว่ากระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการและอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:01 UTC

ตำรวจสกัดจับรถบรรทุกขนยาไอซ์ 300 กิโลกรัม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสกัดจับรถบรรทุกขนยาไอซ์ 300 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาไอซ์น้ำหนัก 300 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสกัดจับรถบรรทุกขนยาไอซ์ 300 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสกัดจับรถบรรทุกขนยาไอซ์ 300 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาไอซ์น้ำหนัก 300 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้แถลงผลการจับกุมชาย 2 ราย อายุ 22 และ 27 ปี หลังจากสกัดจับรถหัวลากได้สำเร็จ ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่ารถคันดังกล่าวได้ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ โดยผู้ต้องหาพยายามขนส่งยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงไปยังพื้นที่ภาคใต้

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่านี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ใช้วิธีการดังกล่าวในการขนส่งยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจนครบาลและหน่วยข่าวกรองทางทหาร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ในประเทศ แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับด้วยการยึดของกลางแล้ว แต่กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางคมนาคมหลักที่ถูกนำมาใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการจับกุมครั้งนี้จะนำไปสู่การขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายการจัดจำหน่ายหรือจับกุมผู้บงการรายอื่นที่อยู่เบื้องหลังการปฏิบัติการนี้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังเส้นทางโลจิสติกส์และระเบียงการขนส่งอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:23 UTC

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาบ้า 3.2 ล้านเม็ดในจังหวัดลำปาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาบ้า 3.2 ล้านเม็ดในจังหวัดลำปาง

การไล่ล่าด้วยความเร็วสูงในจังหวัดลำปางจบลงด้วยอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำและการจับกุมผู้ต้องหาวัย 34 ปีที่ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 3.2 ล้านเม็ด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สกัดจับยาบ้า 3.2 ล้านเม็ดในจังหวัดลำปาง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สกัดจับยาบ้า 3.2 ล้านเม็ดในจังหวัดลำปาง

การไล่ล่าด้วยความเร็วสูงในจังหวัดลำปางจบลงด้วยอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำและการจับกุมผู้ต้องหาวัย 34 ปีที่ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 3.2 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในจังหวัดลำปางสามารถสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ตามรายงานจาก Khaosod Online กองกำลังร่วมซึ่งนำโดยนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ได้ไล่ล่ารถกระบะที่ต้องสงสัยว่าขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย รถคันดังกล่าวซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงรายพยายามขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายวัย 34 ปี ชาวจังหวัดยะลาได้ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบซากรถ เจ้าหน้าที่พบกล่องบรรจุยาบ้าจำนวน 15 กล่อง รวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านเม็ด ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวและรถยนต์ของกลางถูกยึดไว้เพื่อดำเนินคดี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดตามเส้นทางคมนาคมในภาคเหนือ แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรรมเป็นหลัก แต่อาจส่งผลให้มีการปิดถนนชั่วคราวหรือมีการตั้งด่านตรวจความปลอดภัยเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ต้องหารายอื่นร่วมขบวนการด้วยหรือไม่ หรือผู้ต้องหารายนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หากพบการจราจรที่ติดขัดโดยไม่คาดคิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:23 UTC

ครม. อนุมัติแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้แต่งตั้ง 'ปิยะ' เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ แทนที่ 'ยุทธนา'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครม. อนุมัติแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้แต่งตั้ง 'ปิยะ' เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ แทนที่ 'ยุทธนา'

ตามรายงานจาก Thai Post คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงภายในรัฐบาล ส่งผลให้มีการแต่งตั้ง 'ปิยะ' เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางบริหารนี้ 'ยุทธนา' อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งระดับซี 11

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย DSI มีบทบาทสำคัญในการจัดการคดีอาญาที่ซับซ้อน รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน การค้ามนุษย์ และการฉ้อโกงขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในหน่วยงานนี้บางครั้งอาจส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายหรือทิศทางนโยบายภายในที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะยืนยันการแต่งตั้งเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการส่งมอบหน้าที่และขอบเขตอย่างเป็นทางการของตำแหน่งซี 11 ใหม่ของยุทธนานั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงจากกระทรวงยุติธรรม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอพระบรมราชโองการอย่างเป็นทางการเพื่อสรุปการเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้ เนื่องจากเป็นเรื่องบุคลากรภายในรัฐบาล จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือประชาชนทั่วไป แม้ว่าจะเป็นการพัฒนาที่น่าจับตามองในภูมิทัศน์ทางกฎหมายและการบริหารของประเทศก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:24 UTC

‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังเข้าให้ปากคำตำรวจกรณีมูลนิธิหวันโชติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังเข้าให้ปากคำตำรวจกรณีมูลนิธิหวันโชติ

‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังของไทยเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชี้แจงบทบาทของตนในมูลนิธิหวันโชติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังเข้าให้ปากคำตำรวจกรณีมูลนิธิหวันโชติ

แหล่งข่าวเดียว
‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังเข้าให้ปากคำตำรวจกรณีมูลนิธิหวันโชติ

‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดังของไทยเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชี้แจงบทบาทของตนในมูลนิธิหวันโชติ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายเสมอ งิ้วงาม หรือ ‘ป๋อง สุพรรณ’ บุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่องของไทย ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งก่อตั้งโดยนายอติโชติ ทันประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ป๋อง สุพรรณ เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจเพื่อชี้แจงความเกี่ยวข้องหลังจากมีชื่อปรากฏเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของมูลนิธิ โดยเขาได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญและการจัดสร้างพระเครื่องรุ่นต่างๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของเขาเกิดจากความศรัทธาและจิตอาสา โดยเขาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและประชาสัมพันธ์โครงการทางศาสนาเท่านั้น และปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินหรือธุรกรรมทางการเงินใดๆ ของมูลนิธิ โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ส่วนตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการมูลนิธิทางศาสนาและกิจกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าป๋อง สุพรรณ จะออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการเงินขององค์กรดังกล่าวแล้ว แต่การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรกับหลักฐานที่ได้รับ และจะมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิถูกเรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:02 UTC

รมว.ยุติธรรมแจงความคืบหน้าดีเอสไอสอบคดีฮั้วเลือก สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรมแจงความคืบหน้าดีเอสไอสอบคดีฮั้วเลือก สว.

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงสถานะการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีข้อสงสัยการฮั้วเลือก สว. โดยระบุว่าขณะนี้กำลังรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รมว.ยุติธรรมแจงความคืบหน้าดีเอสไอสอบคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรมแจงความคืบหน้าดีเอสไอสอบคดีฮั้วเลือก สว.

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงสถานะการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีข้อสงสัยการฮั้วเลือก สว. โดยระบุว่าขณะนี้กำลังรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ขณะนี้ดีเอสไอกำลังรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระบวนการต่อเนื่องในศาลฎีกา ก่อนที่จะดำเนินการสอบสวนในขั้นตอนต่อไปร่วมกับพนักงานอัยการ

ในส่วนของรายงานข่าวที่ระบุว่าจะมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำในเร็วๆ นี้ รัฐมนตรีได้ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักของดีเอสไอเท่านั้น เนื่องจากรายงานข่าวบางกระแสไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งปฏิเสธว่าการสอบสวนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ และไม่มีการแทรกแซงทางการเมืองหรือความพยายามในการดิสเครดิตหน่วยงานแต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้การสอบสวนจะยังคงมีผลอยู่ แต่กรอบเวลาในการดำเนินการต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัยของ กกต. ทั้งนี้ ยังต้องรอความชัดเจนว่าจะมีผู้ถูกแจ้งข้อหาจำนวนเท่าใด และขอบเขตการสอบสวนจะขยายไปถึงประเด็นการฟอกเงินหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากดีเอสไอเพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:03 UTC

‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าพบตำรวจชี้แจงประเด็นการเงินของมูลนิธิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าพบตำรวจชี้แจงประเด็นการเงินของมูลนิธิ

‘ป๋อง สุพรรณ’ บุคคลสาธารณะ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานทางการเงินของมูลนิธิหวันโชติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าพบตำรวจชี้แจงประเด็นการเงินของมูลนิธิ

แหล่งข่าวเดียว
‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าพบตำรวจชี้แจงประเด็นการเงินของมูลนิธิ

‘ป๋อง สุพรรณ’ บุคคลสาธารณะ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานทางการเงินของมูลนิธิหวันโชติ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายสมาน เจนชัยจิตรวนิช หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ป๋อง สุพรรณ' ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ตามรายงานของมติชนออนไลน์ บุคคลสาธารณะรายนี้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจด้วยท่าทีสงบ โดยได้ทำท่า 'มินิฮาร์ท' ทักทายสื่อมวลชนก่อนเข้าสู่กระบวนการให้ข้อมูล

ในระหว่างการให้ข้อมูล ป๋อง สุพรรณ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของมูลนิธิ โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าตนไม่มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินขององค์กร การเข้าพบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบจากสาธารณชนและหน่วยงานรัฐที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของมูลนิธิการกุศลต่างๆ ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและมูลนิธิต่างๆ ในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการสอบสวนจะยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบเมื่อมีส่วนร่วมหรือบริจาคให้กับองค์กรการกุศลในท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าพนักงานสอบสวนจะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือหลักฐานอื่นๆ เพื่อตรวจสอบบันทึกทางการเงินของมูลนิธิหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และการสอบสวนการดำเนินงานของมูลนิธิยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:01 UTC

ทางการเตรียมดำเนินคดีผู้ต้องหา 34 รายในคดี Forex-3D
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการเตรียมดำเนินคดีผู้ต้องหา 34 รายในคดี Forex-3D

ทางการไทยประกาศว่าผู้ต้องหา 34 ราย รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง จะถูกดำเนินคดีอย่างเป็นทางการในคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการเตรียมดำเนินคดีผู้ต้องหา 34 รายในคดี Forex-3D

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเตรียมดำเนินคดีผู้ต้องหา 34 รายในคดี Forex-3D

ทางการไทยประกาศว่าผู้ต้องหา 34 ราย รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง จะถูกดำเนินคดีอย่างเป็นทางการในคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทางการไทยยืนยันว่าจะมีผู้ถูกดำเนินคดีจำนวน 34 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงการลงทุน Forex-3D โดยในบรรดารายชื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายนั้นมีชื่อของ ภาวุธ และรัฐภูมิ 'ฟิล์ม' โตคงทรัพย์ รวมอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่ได้กำหนดการนำตัวผู้ต้องหาเหล่านี้ส่งให้อัยการภายในสัปดาห์นี้ ความคืบหน้าดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวนคดีแพลตฟอร์มการลงทุนฉ้อโกงที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล และความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยในการจัดการกับอาชญากรรมทางการเงิน แม้ว่าทางการจะยืนยันความตั้งใจที่จะดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 34 รายนี้ แต่ข้อหาที่เฉพาะเจาะจงและกำหนดการสำหรับการพิจารณาคดีในศาลยังคงต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม คาดว่าสำนักงานอัยการจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของจำเลยแต่ละคนและเอกสารคำฟ้องฉบับสมบูรณ์เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการพิจารณาคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:20 UTC

ป๋อง สุพรรณ เข้าพบกองปราบฯ ชี้แจงปมมูลนิธิหวันโชติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป๋อง สุพรรณ เข้าพบกองปราบฯ ชี้แจงปมมูลนิธิหวันโชติ

ป๋อง สุพรรณ ได้เข้าพบกองบังคับการปราบปรามด้วยตนเองเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป๋อง สุพรรณ เข้าพบกองปราบฯ ชี้แจงปมมูลนิธิหวันโชติ

แหล่งข่าวเดียว
ป๋อง สุพรรณ เข้าพบกองปราบฯ ชี้แจงปมมูลนิธิหวันโชติ

ป๋อง สุพรรณ ได้เข้าพบกองบังคับการปราบปรามด้วยตนเองเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ป๋อง สุพรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียง ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว

ในระหว่างการเข้าพบ ป๋อง สุพรรณ ได้ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจของตน โดยระบุว่าการเข้ามามีส่วนร่วมกับมูลนิธินั้นทำไปด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทั้งนี้ เขาได้แสดงความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเปรียบเทียบความรู้สึกของตนว่าเหมือนกับคนอกหัก ทางกองปราบฯ ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเพื่อตรวจสอบแนวทางการบริหารจัดการและการเงินของมูลนิธิ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบธรรมาภิบาลขององค์กรการกุศลในประเทศ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นประเด็นทางกฎหมายส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในท้องถิ่น ขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และยังต้องรอการยืนยันต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะพบความผิดปกติใดๆ หรือไม่ หรือการสอบสวนจะสิ้นสุดลงโดยไม่มีการดำเนินการเพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกองปราบฯ เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของการตรวจสอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:22 UTC