ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักสะสม ✦
ความปลอดภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในชลบุรี ✦
ความปลอดภัย ภาคตะวันตกของไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก ทางการเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ✦
ความปลอดภัย กองทัพเรือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัย ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ก.พ. ขอความร่วมมือส่วนราชการ Work From Home 100% ในวันที่ 28-29 ก.ย. นี้ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย ทีมโปโลน้ำหญิงทีมชาติไทยเผชิญน้ำท่วมที่พักในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ✦
กีฬา ทีมชาติไทยทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย eFootball ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักสะสม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักสะสม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานว่าปริมาณฝนสะสมกว่า 300 มม. ส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 2-3 วัน

สถานการณ์ปัจจุบัน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากรุงเทพฯ กำลังรับมือกับผลกระทบจากปริมาณฝนสะสมที่สูงกว่า 300 มม. ตามรายงานของ Thai Post ผู้ว่าฯ ยอมรับว่าปริมาณน้ำจำนวนมากทำให้การระบายน้ำทำได้ยากลำบาก และสร้างความท้าทายอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

ผลกระทบและแนวโน้ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงภายใน 2-3 วัน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว หมายความว่าอาจยังคงมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรอาจติดขัดในระยะสั้น ขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำและทบทวนระบบพยากรณ์อากาศเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อสถานการณ์ในอนาคต

การตอบสนองต่อข้อกังวล

ในประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแจ้งเตือนภัยล่าช้า ผู้ว่าฯ อธิบายว่าการพยากรณ์ปริมาณฝนให้มีความแม่นยำสูงนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยย้ำว่าการรายงานของ กทม. อ้างอิงจากข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันแบบเรียลไทม์

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

แม้ทาง กทม. จะคาดการณ์ว่าจะคลี่คลายภายใน 72 ชั่วโมง แต่กรอบเวลาที่แน่นอนยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร (BMA) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและการเดินทางที่อาจได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:41 UTC

ความปลอดภัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในชลบุรี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ระดมกำลังและเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดชลบุรีหลังฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เพื่อประสานงานการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ตามรายงานของ Thai Post กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ และได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในทันที โดยรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่น้ำท่วมขังอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางมาควรใช้ความระมัดระวัง ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางหรือการหยุดให้บริการในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:42 UTC

ความปลอดภัย

ภาคตะวันตกของไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก ทางการเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวเดียว
ภาคตะวันตกของไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก ทางการเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุ 10 จังหวัดเสี่ยงภัยฝนตกหนักและน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการการระบายน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในภาคตะวันตกของประเทศไทย โดยมีการระบุ 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ซึ่งประชาชนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางการอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กรมชลประทานกำลังปรับอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อบริหารจัดการความจุของน้ำ แม้จะมีความกังวลจากสาธารณชนเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำรอยปี 2554 แต่ทางการได้เน้นย้ำว่ากลยุทธ์การบริหารจัดการในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้จะมีมาตรการเหล่านี้รองรับ แต่ผลกระทบที่แน่ชัดจากปริมาณฝนยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตามพัฒนาการทางอุตุนิยมวิทยา ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดนั้นๆ ปัจจุบันสถานการณ์อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด และการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเฉพาะจุดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์และการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเขื่อนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพเรือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัย

กองทัพเรือได้ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับฝนตกหนักและสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือได้ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์พิเศษอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนได้ตลอดเวลา โดยมีการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้เฝ้าระวังสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาล แม้ว่ากองทัพจะมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและคำสั่งอพยพที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่เฉพาะที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเตรียมความพร้อมขั้นสูงนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางอุตุนิยมวิทยา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและติดตามข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากประชาชนกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:40 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

ทางการกรุงเทพฯ ประกาศปิดโรงเรียนและกำหนดนโยบายทำงานจากที่บ้านสำหรับเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ขณะที่เมืองหลวงกำลังรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมือง แม้ว่าผู้ว่าฯ จะระบุว่าระดับน้ำเริ่มทรงตัวและอาจเริ่มลดลงภายในเย็นวันเสาร์หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม แต่ทางเมืองยังคงดำเนินมาตรการป้องกันไว้ก่อน

เพื่อจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ พนักงาน กทม. ที่หน้าที่การงานไม่จำเป็นต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานที่จริง ได้รับคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง แม้ว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มทรงตัว แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์เป็นสำคัญ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงเรียนเอกชนหรือหน่วยงานสาธารณะอื่นๆ จะดำเนินการปิดทำการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาที่นี่ ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ความปลอดภัย

ก.พ. ขอความร่วมมือส่วนราชการ Work From Home 100% ในวันที่ 28-29 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ก.พ. ขอความร่วมมือส่วนราชการ Work From Home 100% ในวันที่ 28-29 ก.ย. นี้

สำนักงาน ก.พ. ขอความร่วมมือให้หน่วยงานราชการพิจารณาการทำงานจากที่บ้านเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วม

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ออกประกาศขอความร่วมมือให้ส่วนราชการพิจารณาดำเนินการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) แบบ 100% ในวันที่ 28 และ 29 กันยายนนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการตอบสนองเชิงป้องกันต่อสถานการณ์ฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความไม่สะดวกจากการเดินทางและสภาพอากาศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมุ่งเน้นไปที่หน่วยงานราชการ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ผู้ที่วางแผนการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับความล่าช้า น้ำท่วมขังในบางพื้นที่ และการหยุดชะงักของบริการในภาครัฐ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงที่สุดเนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ นอกจากนี้ แม้ว่า ก.พ. จะขอความร่วมมือในส่วนของข้าราชการ แต่ไม่ได้เป็นคำสั่งบังคับสำหรับภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจอาจเลือกใช้มาตรการที่คล้ายคลึงกันตามการประเมินความเสี่ยงของตนเอง ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและสถานะของโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:02 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดระดมกำลังและเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วไทย

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการระดมทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากที่กำลังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยอ้างอิงจาก Thai Post รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดทั่วทุกภูมิภาค ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในทันที

การดำเนินการนี้รวมถึงการส่งเครื่องจักรหนักและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังประสานงานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:42 UTC

ความปลอดภัย

ทีมโปโลน้ำหญิงทีมชาติไทยเผชิญน้ำท่วมที่พักในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

แหล่งข่าวเดียว
ทีมโปโลน้ำหญิงทีมชาติไทยเผชิญน้ำท่วมที่พักในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

หลังจากคว้าเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์ในเอเชียนเกมส์ 2026 ทีมโปโลน้ำหญิงทีมชาติไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณที่พักภายในอาคารของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทีมโปโลน้ำหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณที่พักภายในอาคาร 300 เตียง ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักกีฬาจึงต้องลุยน้ำเพื่อพยายามเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ไปยังพื้นที่ที่สูงขึ้น แต่ถึงแม้จะพยายามอย่างเต็มที่ ระดับน้ำก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมรถจักรยานยนต์จนมิดคัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงของน้ำท่วมขังในพื้นที่ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินส่วนบุคคลแม้แต่ในพื้นที่ของศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ แม้ว่านักกีฬาทุกคนจะปลอดภัย แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศและประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างใกล้ชิด ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคงอยู่เป็นเวลานานเพียงใด และทาง กกท. จะดำเนินมาตรการอย่างไรเพื่อบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่พักอาศัยภายในอาคารดังกล่าวในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:41 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย eFootball ในเอเชียนเกมส์ 2026

ได้รับการยืนยัน
ทีมชาติไทยทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย eFootball ในเอเชียนเกมส์ 2026

ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศการแข่งขัน eFootball ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของการแข่งขัน eFootball ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการนานาชาติไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ได้สำเร็จ โดยมีตัวแทนทีมชาติไทยคือ ธีร์รัฐ ลิมประพัฒน์ ในประเภทโมบาย และสิรวุฒิ รุ่งรัตน์กสิกุล แชมป์โลกในประเภทคอนโซล

ในวันแรกของการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะปาเลสไตน์ไป 2-0 คู่ โดยธีร์รัฐเอาชนะฮัสซาน อัลฮูไนดี ไป 2-1 และสิรวุฒิเอาชนะโอซาย์ด ฮักห์ดัม ไป 3-1 หลังจากนั้นทีมไทยได้ลงแข่งขันพบกับทีมชาติญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการอีสปอร์ตระดับภูมิภาค ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของไทยในกีฬาประเภทดิจิทัลระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะนักกีฬาอีสปอร์ตไทยในการแข่งขันครั้งนี้ แม้ว่าทีมจะยืนยันการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศและตารางการแข่งขันที่แน่นอนในรอบถัดไปนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากฝ่ายจัดการแข่งขัน แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากเอเชียนเกมส์เพื่อรับทราบเวลาการแข่งขันล่าสุดและการอัปเดตสายการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:03 UTC

โบราณวัตถุเสียหายจากการลักลอบขุดค้นในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โบราณวัตถุเสียหายจากการลักลอบขุดค้นในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพรายงานพบร่องรอยการลักลอบขุดค้นเพื่อหาลูกปัดและโบราณวัตถุภายในพื้นที่คุ้มครอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โบราณวัตถุเสียหายจากการลักลอบขุดค้นในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

แหล่งข่าวเดียว
โบราณวัตถุเสียหายจากการลักลอบขุดค้นในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพรายงานพบร่องรอยการลักลอบขุดค้นเพื่อหาลูกปัดและโบราณวัตถุภายในพื้นที่คุ้มครอง

การลักลอบขุดค้นที่ศรีเทพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพในจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ค้นพบหลักฐานชัดเจนของการลักลอบขุดค้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่ายบริหารอุทยานรายงานว่ามีบุคคลได้เข้ามาขุดดินภายในพื้นที่คุ้มครองเพื่อค้นหาลูกปัดโบราณและโบราณวัตถุอื่นๆ

ผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม

กิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการรบกวนทางกายภาพและความเสียหายต่อชั้นทางโบราณคดี ศรีเทพซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO มีชื่อเสียงจากซากปรักหักพังในยุคทวารวดีและประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ การเคลื่อนย้ายหรือนำโบราณวัตถุออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการคุกคามความสมบูรณ์ของแหล่งโบราณคดี และอาจทำลายบริบทที่สำคัญต่อการวิจัยทางโบราณคดีและการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์

สิ่งนี้หมายความอย่างไรสำหรับผู้มาเยือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอันกว้างขวางของประเทศไทย แม้อุทยานจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ แต่ขอเตือนผู้มาเยือนว่าการนำโบราณวัตถุใดๆ ออกจากแหล่งประวัติศาสตร์ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สถานะปัจจุบัน

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานยังคงอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแหล่งโบราณคดี ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้กระทำผิดหรือจำนวนวัตถุที่อาจถูกขโมยหรือทำลาย คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนการลักลอบขุดค้นยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:50 UTC

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงอ้างช่วยบรรจุเข้ารับราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงอ้างช่วยบรรจุเข้ารับราชการ

ทางการไทยจับกุมอดีตผู้สมัครทางการเมืองรายหนึ่ง หลังถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงิน 6.5 แสนบาท โดยอ้างว่าจะช่วยให้ผู้เสียหายได้บรรจุเข้ารับราชการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงอ้างช่วยบรรจุเข้ารับราชการ

แหล่งข่าวเดียว
รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงอ้างช่วยบรรจุเข้ารับราชการ

ทางการไทยจับกุมอดีตผู้สมัครทางการเมืองรายหนึ่ง หลังถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงิน 6.5 แสนบาท โดยอ้างว่าจะช่วยให้ผู้เสียหายได้บรรจุเข้ารับราชการ

ตามรายงานของ Thai Post เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ได้เข้าจับกุมนายประวิทย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกเฮง' อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (หมายจับเลขที่ 56/2569 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569)

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่านายประวิทย์ได้เรียกรับเงินจำนวน 650,000 บาทจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับขบวนการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการสัญญาว่าจะช่วยให้ได้งานราชการหรือการใช้อิทธิพลในหน่วยงานรัฐในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อบุคคลใดก็ตามที่อ้างว่ามีอำนาจในการข้ามขั้นตอนการคัดเลือกเข้าทำงานของรัฐตามปกติเพื่อแลกกับเงิน ข้อเสนอในลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ขอบเขตที่แท้จริงของการฉ้อโกงและจำนวนผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากศาล ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบโอกาสในการทำงานผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:32 UTC

สงขลาปลด 74 ข้าราชการท้องถิ่นเหตุทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สงขลาปลด 74 ข้าราชการท้องถิ่นเหตุทุจริตสอบ

ทางการจังหวัดสงขลาสั่งปลดข้าราชการท้องถิ่น 74 ราย หลังการสอบสวนพบความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สงขลาปลด 74 ข้าราชการท้องถิ่นเหตุทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาปลด 74 ข้าราชการท้องถิ่นเหตุทุจริตสอบ

ทางการจังหวัดสงขลาสั่งปลดข้าราชการท้องถิ่น 74 ราย หลังการสอบสวนพบความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

ตามรายงานของ Thai Post ข้าราชการท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาจำนวน 74 รายถูกสั่งปลดเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบ โดยแบ่งเป็นบุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย เทศบาล 22 ราย และองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 40 รายที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีความผิดและจะได้รับการบรรจุในตำแหน่งเดิม โดยคำสั่งปลดจะมีผลในวันที่ 31 สิงหาคม ทั้งนี้ นายก อบต.ท่าหมอไทร ได้แสดงความกังวลต่อความเป็นธรรมของกระบวนการดังกล่าว ในขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ระบุถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการท้องถิ่นในการจัดการกับการทุจริตภายในโครงสร้างการบริหารระดับจังหวัด แม้ว่าคำสั่งปลดจะเตรียมดำเนินการ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบพยายามคัดค้านความยุติธรรมของกระบวนการดังกล่าว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการให้บริการของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอย่างไรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าจะมีคำร้องอุทธรณ์หรือการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้ที่ถูกปลดหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

ตำรวจไซเบอร์รวบ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายขายยาต้องห้ามออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์รวบ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายขายยาต้องห้ามออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ไทยจับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการขายยาต้องห้ามผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 1 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์รวบ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายขายยาต้องห้ามออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์รวบ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายขายยาต้องห้ามออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ไทยจับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการขายยาต้องห้ามผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 1 พันล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์ของไทยได้จับกุมผู้ต้องหา 4 รายในข้อหาดำเนินธุรกิจออนไลน์ผิดกฎหมายด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาต้องห้าม ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางเป็นยาต้องห้ามจำนวน 10,000 ขวดที่เตรียมไว้สำหรับการจัดส่ง

พนักงานสอบสวนระบุว่าเครือข่ายผิดกฎหมายนี้มีขนาดทางการเงินที่ใหญ่มาก โดยมีรายงานเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 1 พันล้านบาท การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการขายสินค้าควบคุมเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังและทลายเครือข่ายออนไลน์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์หรือยาที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการเตือนใจว่าการซื้อขายยาหรือสารต่างๆ นอกเหนือจากร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตและมีการควบคุมอย่างถูกต้องนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดในประเทศไทย

แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่รายละเอียดหลายประการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อเฉพาะของสารที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ครบถ้วนเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายการจัดจำหน่าย โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ต้องหาทั้ง 4 รายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:10 UTC

คุมตัวผู้นำท้องถิ่นเอี่ยวคดีทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คุมตัวผู้นำท้องถิ่นเอี่ยวคดีทุจริตสอบ

ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกเฮง' ถูกกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัวเพื่อสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คุมตัวผู้นำท้องถิ่นเอี่ยวคดีทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
คุมตัวผู้นำท้องถิ่นเอี่ยวคดีทุจริตสอบ

ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกเฮง' ถูกกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัวเพื่อสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้นำท้องถิ่นที่เรียกกันว่า 'นายกเฮง' ไปยังกองบังคับการปราบปราม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องสงสัยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในระหว่างกระบวนการสอบสวน ผู้ต้องหาได้ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างว่าตนถูกแอบอ้างชื่อและถูกปลอมแปลงบัญชีแอปพลิเคชันไลน์เพื่อใช้ในการดำเนินการทุจริต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสในการจ้างงานของท้องถิ่น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารงานในประเทศไทยที่เข้มงวดขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหลักฐานที่รวบรวมโดยพนักงานสอบสวนจะสามารถพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างเรื่องการถูกแอบอ้างตัวตนได้หรือไม่ หรือผู้ต้องหาจะต้องเผชิญกับข้อหาอย่างเป็นทางการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริตและการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นปรากฏออกมาในขณะที่กองบังคับการปราบปรามดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:10 UTC

ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาทุจริตอดีตนายก อบต.น้ำรึม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาทุจริตอดีตนายก อบต.น้ำรึม

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องอดีตผู้บริหารท้องถิ่นในคดีจัดซื้อรถบรรทุกน้ำมูลค่า 3.2 ล้านบาท หลังไม่พบหลักฐานการล็อกสเปก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาทุจริตอดีตนายก อบต.น้ำรึม

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาทุจริตอดีตนายก อบต.น้ำรึม

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องอดีตผู้บริหารท้องถิ่นในคดีจัดซื้อรถบรรทุกน้ำมูลค่า 3.2 ล้านบาท หลังไม่พบหลักฐานการล็อกสเปก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติอย่างเป็นทางการให้ตีตกข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างที่พุ่งเป้าไปยังอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำรึม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการประมูลรถบรรทุกน้ำมูลค่า 3.2 ล้านบาท โดยมีข้อกล่าวหาว่ามีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (สเปก) เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาบางราย

ภายหลังการตรวจสอบ ป.ป.ช. ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการล็อกสเปกหรือการกระทำผิดโดยเจตนาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ส่งผลให้คณะกรรมการมีมติยกคำร้องต่ออดีตผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยหน่วยงานระดับชาติ แม้ว่าคดีในลักษณะนี้มักจะเป็นเรื่องภายในทางปกครอง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงกลไกที่มีอยู่ในการตรวจสอบความโปร่งใสของการใช้เงินภาษีประชาชนในระดับตำบล เนื่องจากมตินี้ถือเป็นการสิ้นสุดการสอบสวนของ ป.ป.ช. ในกรณีการจัดซื้อดังกล่าว จึงไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายงานความโปร่งใสของหน่วยงานท้องถิ่นต่อไปเพื่อทำความเข้าใจว่าทรัพยากรสาธารณะในพื้นที่ของตนได้รับการบริหารจัดการอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:51 UTC

เปิดสอบสวนเครือข่ายโกงสอบ 'นายกเฮง'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดสอบสวนเครือข่ายโกงสอบ 'นายกเฮง'

เจ้าหน้าที่ได้ทลายเครือข่ายฉ้อโกงที่นำโดยอดีตผู้สมัครทางการเมือง ซึ่งสัญญาว่าจะให้โควตาพิเศษในการสอบแก่ผู้สมัครกว่า 100 คน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดสอบสวนเครือข่ายโกงสอบ 'นายกเฮง'

แหล่งข่าวเดียว
เปิดสอบสวนเครือข่ายโกงสอบ 'นายกเฮง'

เจ้าหน้าที่ได้ทลายเครือข่ายฉ้อโกงที่นำโดยอดีตผู้สมัครทางการเมือง ซึ่งสัญญาว่าจะให้โควตาพิเศษในการสอบแก่ผู้สมัครกว่า 100 คน

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าหน้าที่ไทยได้เปิดโปงเครือข่ายการโกงสอบครั้งใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการโดยอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกเฮง' ปฏิบัติการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการสรรหาที่มีตัวแทนมากกว่า 100 คน ซึ่งสัญญาว่าจะให้เหยื่อเข้าถึง 'โควตาพิเศษ' สำหรับการสอบของรัฐบาลเพื่อแลกกับเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการหรือบริการสรรหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แม้ว่าคำสัญญาเรื่อง 'การเข้าถึงพิเศษ' หรือ 'โควตาที่รับประกัน' จะเป็นลักษณะทั่วไปของแผนการฉ้อโกงในประเทศไทย แต่กรณีเฉพาะนี้เน้นย้ำถึงขนาดที่เครือข่ายผิดกฎหมายเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้พึ่งพาช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเท่านั้นสำหรับขั้นตอนการสอบหรือการจ้างงานใดๆ

ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องได้รับการยืนยัน รวมถึงจำนวนเหยื่อทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและขอบเขตของความเสียหายทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานเพื่อกำหนดขอบเขตทั้งหมดของกิจกรรมของเครือข่ายและตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการเรียกร้องที่เป็นการฉ้อโกงเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยในกรุงเทพฯ หลังมีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือในการสอบเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รวบอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย คดีฉ้อโกงสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยในกรุงเทพฯ หลังมีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือในการสอบเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมนายประวิทย์ หรือ 'นายกเฮง' อายุ 62 ปี ที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การจับกุมดำเนินการโดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569

ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ในจังหวัดศรีสะเกษ ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจำนวน 650,000 บาท จากผู้เสียหาย โดยอ้างว่ามีโควตาช่วยเหลือให้สอบผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ต้องหาจากจังหวัดศรีสะเกษมายังที่พักในกรุงเทพฯ ก่อนจะเข้าทำการจับกุมตามหมายศาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานในภาครัฐ แม้การจับกุมจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการสืบสวน แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ และยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในระหว่างที่การสอบสวนขยายผลยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นคดีความที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จึงคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงและผู้ร่วมขบวนการปรากฏออกมาในระหว่างการพิจารณาคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

สึกพระฉาวคากุฏิ หลังฝ่ายปกครองบุกจับเสพยาบ้าที่สุพรรณบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สึกพระฉาวคากุฏิ หลังฝ่ายปกครองบุกจับเสพยาบ้าที่สุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในจังหวัดสุพรรณบุรีเข้าจับกุมพระสงฆ์รูปหนึ่งฐานเสพยาบ้า หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สึกพระฉาวคากุฏิ หลังฝ่ายปกครองบุกจับเสพยาบ้าที่สุพรรณบุรี

แหล่งข่าวเดียว
สึกพระฉาวคากุฏิ หลังฝ่ายปกครองบุกจับเสพยาบ้าที่สุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในจังหวัดสุพรรณบุรีเข้าจับกุมพระสงฆ์รูปหนึ่งฐานเสพยาบ้า หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรีได้เข้าตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองดีเกี่ยวกับพฤติกรรมเสพยาเสพติดภายในวัด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “ชุดไชยสิงห์” เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีพระสงฆ์แอบเสพยาบ้าภายในกุฏิ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ได้พบกับพระรูปหนึ่งซึ่งใช้นามสมมุติว่า “พระ น.” อยู่ภายในบริเวณวัด ผลการตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง ซึ่งบ่งชี้ถึงการเสพยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เจ้าอาวาสให้ดำเนินการสึกพระรูปดังกล่าวทันที โดยขณะนี้อดีตพระรูปนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการจัดการกับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชุมชน รวมถึงศาสนสถาน แม้ว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าจะได้รับการแก้ไขด้วยการสึกและจับกุมตัวผู้กระทำผิดแล้ว แต่การสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่าทางการไทยมีนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด และการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในระดับจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

บิล เกตส์ เตรียมหารือระดับโลกเรื่องการกำกับดูแล AI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บิล เกตส์ เตรียมหารือระดับโลกเรื่องการกำกับดูแล AI

บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ มีแผนที่จะเข้าพบผู้นำโลก รวมถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อผลักดันนโยบายความปลอดภัยด้าน AI ในระดับสากล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บิล เกตส์ เตรียมหารือระดับโลกเรื่องการกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
บิล เกตส์ เตรียมหารือระดับโลกเรื่องการกำกับดูแล AI

บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ มีแผนที่จะเข้าพบผู้นำโลก รวมถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อผลักดันนโยบายความปลอดภัยด้าน AI ในระดับสากล

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ ได้ประกาศแผนการที่จะหารือกับผู้นำระดับโลกในช่วงปลายปีนี้ เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายระหว่างประเทศเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยประเด็นสำคัญของการหารือคือการนำมาตรการควบคุมมาใช้เพื่อจำกัดการพัฒนาและการใช้งานโมเดล AI ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

ในส่วนหนึ่งของความพยายามนี้ มีรายงานว่า บิล เกตส์ กำลังหาทางเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน โดยเป้าหมายของการเจรจาระดับสูงนี้คือการส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างกรอบการทำงานระดับโลกสำหรับความปลอดภัยและการกำกับดูแล AI

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในระดับสากลที่เพิ่มขึ้นต่อความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการหารือเหล่านี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลกที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการประชุมเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อตกลงระหว่างประเทศที่เป็นรูปธรรมหรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนหรือไม่ ในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และรายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการดิจิทัลระดับโลกหรือนโยบายเทคโนโลยีในท้องถิ่นอย่างไรนั้นยังไม่มีการสรุป ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าต่อไปเพื่อดูว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยด้าน AI ใหม่ในระดับโลกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:13 UTC

การสอบสวนทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังไม่มีความคืบหน้า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังไม่มีความคืบหน้า

อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคำร้องที่ยื่นต่อศาลฎีกา กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังไม่มีความคืบหน้า

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังไม่มีความคืบหน้า

อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคำร้องที่ยื่นต่อศาลฎีกา กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงความล่าช้าของคำร้องทางกฎหมายที่ยื่นต่อศาลฎีกา โดยคำร้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ นายอภิสิทธิ์ระบุว่าเวลาได้ล่วงเลยไปถึง 82 วันนับตั้งแต่ยื่นคำร้องครั้งแรกโดยไม่มีความคืบหน้าหรือการพัฒนาที่สำคัญใดๆ

ในการตอบสนองต่อการทวงถามดังกล่าว โสภณ ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า ขณะนี้กำลังรอผลการดำเนินการ โดยเน้นย้ำว่าคณะกรรมการไม่ได้กังวลต่อกระแสสังคมเกี่ยวกับความล่าช้าดังกล่าว และยืนยันว่าการสอบสวนกำลังดำเนินไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองกระบวนการทางการเมืองและกฎหมายระดับสูงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลภายในและการตรวจสอบการทุจริต แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนภายในระบบตุลาการและระบบบริหารของไทย ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าศาลฎีกาจะให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อคำร้องดังกล่าวเมื่อใด หรือ ป.ป.ช. จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการสอบสวนของศักดิ์สยาม ชิดชอบหรือไม่ โดยยังไม่มีการประกาศผลทางกฎหมายหรือการดำเนินการอื่นใดเพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:10 UTC

เรียกร้องความโปร่งใสในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องความโปร่งใสในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.

นักการเมืองเรียกร้องความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีตีตกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องความโปร่งใสในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องความโปร่งใสในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.

นักการเมืองเรียกร้องความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีตีตกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตามรายงานของ Thai Post นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงความล่าช้าในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สืบเนื่องจากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติตีตกคำร้องในคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

นายพริษฐ์ระบุว่าผ่านมา 82 วันแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ในการนี้ นายโสภณ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงว่าได้ส่งเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวไปยังศาลฎีกาแล้ว โดยให้คำมั่นต่อสาธารณะว่าเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะมีการเปิดเผยทั้งรายชื่อคณะกรรมการและผลการวินิจฉัย โดยยืนยันว่าจะดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันและความโปร่งใสของกลไกการต่อต้านการทุจริตในประเทศ แม้ประธานสภาฯ จะให้คำมั่นว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจัดตั้งคณะกรรมการและผลการตรวจสอบขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าศาลฎีกาจะดำเนินการในขั้นตอนการแต่งตั้งอย่างไร และการตรวจสอบนี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC

ทนายความของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ยืนยันการกลับมาต่อสู้คดีของลูกความ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทนายความของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ยืนยันการกลับมาต่อสู้คดีของลูกความ

ทนายความอรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ หรือ 'ทนายไข่มุก' ยืนยันว่า ต้า เฟ็ดเฟ่ ลูกความของเธอ ได้กลับมาดำเนินการต่อสู้คดีทางกฎหมายอีกครั้งหลังผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ยาวนาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทนายความของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ยืนยันการกลับมาต่อสู้คดีของลูกความ

แหล่งข่าวเดียว
ทนายความของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ยืนยันการกลับมาต่อสู้คดีของลูกความ

ทนายความอรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ หรือ 'ทนายไข่มุก' ยืนยันว่า ต้า เฟ็ดเฟ่ ลูกความของเธอ ได้กลับมาดำเนินการต่อสู้คดีทางกฎหมายอีกครั้งหลังผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ยาวนาน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ทนายความอรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ทนายไข่มุก' ได้ออกมาให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับลูกความของเธอ คือ ต้า เฟ็ดเฟ่ บุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกอินเทอร์เน็ต ตามรายงานจาก Khaosod Online ทนายความยืนยันว่าหลังจากกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ซับซ้อนซึ่งสิ้นสุดลงในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม ต้า เฟ็ดเฟ่ ได้กลับมาดำเนินการต่อสู้คดีทางกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว

ทนายไข่มุกบรรยายถึงการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ว่ามีความยากลำบากเป็นพิเศษ โดยระบุว่าต้องมีการเดินเข้าออกห้องพิจารณาคดีหลายครั้ง เพื่อตอบสนองต่อความสนใจของสาธารณชน เธอได้ยืนยันว่าลูกความของเธอพร้อมที่จะเดินหน้าต่อในคดีนี้ ในแถลงการณ์ของเธอ เธอยังได้กล่าวถึงบทบาททางวิชาชีพของตนเอง โดยเน้นย้ำว่าเธอปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนทางกฎหมายเพื่อค่าตอบแทน และยังคงเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับคนทั่วไป เธอขอความร่วมมือจากสาธารณชนให้งดเว้นการโจมตีทนายความฝ่ายตรงข้าม โดยระบุว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างก็กำลังทำหน้าที่ตามภาระผูกพันทางวิชาชีพของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามข่าวสาร พัฒนาการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในคดีที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน แม้ว่าทนายความจะยืนยันถึงความตั้งใจของลูกความในการต่อสู้คดีต่อไป แต่รายละเอียดเฉพาะของผลการไกล่เกลี่ยและทิศทางในระยะยาวของคดีนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

รวบเอเย่นต์เถื่อนภูเก็ต ตุ๋นจองวิลล่าหรูเสียหายกว่า 5 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบเอเย่นต์เถื่อนภูเก็ต ตุ๋นจองวิลล่าหรูเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 8 จับกุมหญิงสาวข้อหาฉ้อโกงนักท่องเที่ยวผ่านการจองวิลล่าหรูปลอม สร้างความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบเอเย่นต์เถื่อนภูเก็ต ตุ๋นจองวิลล่าหรูเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รวบเอเย่นต์เถื่อนภูเก็ต ตุ๋นจองวิลล่าหรูเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 8 จับกุมหญิงสาวข้อหาฉ้อโกงนักท่องเที่ยวผ่านการจองวิลล่าหรูปลอม สร้างความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตำรวจภูธรภาค 8 ได้เข้าจับกุมนางธนพร หรือ “ยุ” ที่บ้านพักในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับคดีฉ้อโกง 3 หมาย ตามรายงานของ Khaosod Online การสืบสวนเริ่มขึ้นหลังจากนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย ได้ขอความช่วยเหลือจากศูนย์ป้องกันปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ โดยระบุว่าถูกเอเย่นต์จองที่พักหลอกลวง

ผู้เสียหายระบุว่าผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นนายหน้าตัวแทนรับจองวิลล่าหรูหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต โดยนำภาพและรายละเอียดของวิลล่ามาเสนอเพื่อหลอกให้จอง ผู้เสียหายรายแรกโอนเงินค่าจอง 1.5 ล้านบาทสำหรับวิลล่าในตำบลเชิงทะเล ส่วนรายที่สองโอนเงิน 500,000 บาท เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยวพบว่าการจองดังกล่าวไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายรวมจากการกระทำของผู้ต้องหาว่าเกินกว่า 5 ล้านบาท

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบตัวแทนจองที่พักและใช้แพลตฟอร์มที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือในการจองที่พักหรู แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ขอบเขตของการกระทำผิดและจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการติดต่อกับตัวแทนอิสระที่ไม่มีหลักฐานรับรองหรือการจดทะเบียนธุรกิจอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

ต้า เฟ็ดเฟ่ ชนะคดีแรกกรณีการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ต้า เฟ็ดเฟ่ ชนะคดีแรกกรณีการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง

ต้า เฟ็ดเฟ่ ครีเอเตอร์ชื่อดังได้รับชัยชนะทางกฎหมายในข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง หลังจากอดีตเพื่อนร่วมงานถอนฟ้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ต้า เฟ็ดเฟ่ ชนะคดีแรกกรณีการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง

แหล่งข่าวเดียว
ต้า เฟ็ดเฟ่ ชนะคดีแรกกรณีการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง

ต้า เฟ็ดเฟ่ ครีเอเตอร์ชื่อดังได้รับชัยชนะทางกฎหมายในข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียของตนเอง หลังจากอดีตเพื่อนร่วมงานถอนฟ้อง

ตามรายงานจาก Matichon Online ครีเอเตอร์คอนเทนต์ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ประสบความสำเร็จในคดีแรกจากหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงเพจโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเขา ข้อพิพาทซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตเพื่อนร่วมงานได้สิ้นสุดลงหลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจถอนฟ้อง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการตกลง ต้า เฟ็ดเฟ่ ได้กลับมาควบคุมเพจดังกล่าวซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตามประมาณ 20,000 คน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามสื่อดิจิทัลในไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการจัดการสินทรัพย์โซเชียลมีเดียที่ทำร่วมกัน ข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ในทรัพย์สินดิจิทัลมักนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของเนื้อหาและการมีส่วนร่วมของชุมชน แม้ว่าคดีเฉพาะนี้จะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของข้อตกลงด้านการบริหารที่ชัดเจนเมื่อจัดการแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกัน

ยังคงต้องยืนยันว่ามีประเด็นทางกฎหมายอื่น ๆ ที่ค้างคากันระหว่างคู่กรณีหรือไม่ หรือการตกลงนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของข้อพิพาทอย่างถาวร เนื่องจากนี่เป็นเรื่องราวทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ในชุมชนอินฟลูเอนเซอร์ไทย ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของคดีความที่อาจยังเหลืออยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

สั่งให้ออกข้าราชการ 73 รายในสงขลา เหตุโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งให้ออกข้าราชการ 73 รายในสงขลา เหตุโกงสอบท้องถิ่น

ทางการจังหวัดสงขลาได้สั่งให้ออกข้าราชการ 73 ราย หลังจากการสอบสวนพบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งให้ออกข้าราชการ 73 รายในสงขลา เหตุโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สั่งให้ออกข้าราชการ 73 รายในสงขลา เหตุโกงสอบท้องถิ่น

ทางการจังหวัดสงขลาได้สั่งให้ออกข้าราชการ 73 ราย หลังจากการสอบสวนพบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ฝ่ายบริหารจังหวัดสงขลาได้สั่งยุติการจ้างงานข้าราชการจำนวน 73 รายอย่างเป็นทางการ การดำเนินการนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสอบสวนกรณีการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้นำองค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่าข้าราชการบางรายที่ถูกให้ออกอาจต้องรับผลกระทบจากปัญหาเชิงระบบมากกว่าความผิดส่วนบุคคล การให้ออกครั้งนี้ถือเป็นการปรับปรุงระบบบริหารครั้งสำคัญเพื่อจัดการกับการทุจริตในกระบวนการสรรหาบุคลากรท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปฏิรูปความโปร่งใสในภาครัฐ แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะจำกัดอยู่เพียงการทำงานของสำนักงานท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา แต่ก็เน้นย้ำถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารระดับจังหวัด

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือการสอบสวนจะขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ หรือไม่ นอกจากนี้ ลักษณะเฉพาะของความไม่โปร่งใสในการสอบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความต่อเนื่องของบริการสาธารณะในท้องถิ่นยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างครบถ้วนจากกระทรวงมหาดไทย ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ากรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการสอบสวนในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

สงขลาสั่งให้ออกจากราชการ 74 ราย เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สงขลาสั่งให้ออกจากราชการ 74 ราย เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการสงขลาสั่งให้ออกจากราชการเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 74 ราย หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สงขลาสั่งให้ออกจากราชการ 74 ราย เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาสั่งให้ออกจากราชการ 74 ราย เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการสงขลาสั่งให้ออกจากราชการเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 74 ราย หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการกลางจังหวัดสงขลาได้ออกคำสั่งให้ข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 74 ราย ออกจากราชการเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยบุคคลที่ได้รับผลกระทบเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มข้าราชการ 114 รายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการบรรจุแต่งตั้ง

จากจำนวนทั้งหมด มีข้าราชการ 40 รายที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไป เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าผ่านกระบวนการสอบอย่างถูกต้อง ส่วนอีก 1 รายที่สอบผ่านแต่ยังไม่ถึงลำดับที่เรียกบรรจุ ได้มีคำสั่งให้ออกแต่ยังคงมีสิทธิ์ได้รับการเรียกตัวในอนาคตเมื่อถึงลำดับ สำหรับอีก 73 รายที่เหลือซึ่งสอบไม่ผ่านหรือไม่ปรากฏชื่อในบัญชีทางการ ได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง โดยการสั่งให้ออกครั้งนี้ครอบคลุมหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 ราย, เทศบาล 22 ราย และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย โดยคำสั่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การดำเนินการทางปกครองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสของบุคลากรในหน่วยงานท้องถิ่น แม้ว่าการปรับโครงสร้างภายในนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน แต่อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการในสำนักงานปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนบุคลากร ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตำแหน่งที่ว่างลงจะได้รับการบรรจุทดแทนอย่างไร และการสอบสวนคดีทุจริตนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบุคลากรในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:31 UTC

ตำรวจวังทองหลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ “หนี-ซ่อน-สู้” ที่โรงเรียน ณ ดรุณ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจวังทองหลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ “หนี-ซ่อน-สู้” ที่โรงเรียน ณ ดรุณ

ตำรวจและบุคลากรโรงเรียนในกรุงเทพฯ จัดการฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์กราดยิงเพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและครู

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจวังทองหลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ “หนี-ซ่อน-สู้” ที่โรงเรียน ณ ดรุณ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจวังทองหลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ “หนี-ซ่อน-สู้” ที่โรงเรียน ณ ดรุณ

ตำรวจและบุคลากรโรงเรียนในกรุงเทพฯ จัดการฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์กราดยิงเพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและครู

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางได้ร่วมมือกับโรงเรียน ณ ดรุณ ในกรุงเทพมหานคร จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุรับมือกับผู้ก่อเหตุรุนแรง (Active Shooter) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีพันตำรวจเอกเจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางเป็นผู้นำในการฝึกซ้อม เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยภายในสถานศึกษาด้วยการจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูง

ในระหว่างการฝึกซ้อม ครูและนักเรียนแกนนำได้ฝึกปฏิบัติทักษะ “หนี-ซ่อน-สู้” ซึ่งเป็นขั้นตอนความปลอดภัยมาตรฐานในการตอบโต้ต่อภัยคุกคามที่มีอาวุธ การจำลองสถานการณ์ครอบคลุมพื้นที่อาคารเรียนทั้งหมด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์จริงในการจัดการกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้น โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนแกนนำมีความรู้ที่จำเป็นในการถ่ายทอดเทคนิคความปลอดภัยให้กับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างกว้างขวางในหมู่นักเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นการฝึกซ้อมความปลอดภัยในระดับท้องถิ่นและไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริง แม้ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงความปลอดภัยในโรงเรียนในประเทศไทย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการขยายการฝึกซ้อมในลักษณะนี้ไปยังสถานศึกษาอื่นๆ ในเขตพื้นที่บ่อยครั้งเพียงใด ทั้งนี้ไม่มีรายงานเหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการฝึกซ้อมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC