ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์ ✦
การเมือง รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570 ✦
การขนส่ง กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง ✦
ทั่วไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่ ✦
ความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ ✦
ความปลอดภัย กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. ✦
ความปลอดภัย วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย ✦
การเมือง

อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

อิหร่านได้เสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตกลงที่จะกลับมาเจรจานิวเคลียร์ภายใน 7 วัน

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก โดยข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องตกลงเข้าสู่การเจรจานิวเคลียร์อย่างเป็นทางการภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักหรือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้มักนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเจรจาเหล่านี้ แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันระหว่างประเทศมักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและพลังงานภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์ในการเดินทาง

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือมีแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการเริ่มการเจรจาทางการทูตตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากวอชิงตันเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือสถานการณ์ทางทะเลจะยังคงถูกจำกัดต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

รัฐบาลไทยเปิดรับสมัครพลทหารอาสาเกือบ 19,000 อัตรา สำหรับปี 2570 โดยเสนอเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท

ตามรายงานจาก Thai Post นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเปิดรับสมัครพลทหารอาสาจำนวน 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

โครงการรับสมัครนี้เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครโดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และเสนอเงินเดือนเกือบ 15,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นเส้นทางให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของรัฐบาลปัจจุบันในการปรับโครงสร้างกองทัพและการพัฒนาบุคลากรในภาคส่วนความมั่นคง โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีรายงานว่ามีผู้สมัครแล้วกว่า 10,000 คน

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายการรับสมัครและความคาดหวังเรื่องเงินเดือนไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รวมถึงกำหนดการปิดรับสมัคร เกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน และผลกระทบระยะยาวที่การเพิ่มขึ้นของกำลังพลอาสาจะมีต่องบประมาณด้านความมั่นคงของประเทศ ผู้ที่สนใจในโครงการหรือผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

การขนส่ง

กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

กรมทางหลวงออกประกาศเตือนสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงสายหลัก 109 แห่ง โดยมี 8 แห่งที่รถไม่สามารถผ่านได้ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ากรมทางหลวงกำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบนโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 109 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 8 ช่วงของทางหลวงที่รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงได้เปิดสายด่วน 1586 เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามสถานะของเส้นทางเฉพาะและรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าทางกรมฯ จะกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเลือกใช้เส้นทางสำรองหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ทั่วไป

กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ของไทยประกาศคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศของการสอบ N-NET ที่พุ่งสูงถึง 49.04 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ โดยจังหวัดอุดรธานีครองแชมป์คะแนนสูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคะแนนเฉลี่ยของการสอบ N-NET (การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 49.04 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของกรม

จังหวัดอุดรธานีได้รับการระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในรอบการประเมินล่าสุดนี้ การสอบ N-NET ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญในการประเมินความก้าวหน้าทางวิชาการของผู้เรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของภาคการศึกษาทางเลือกของไทย แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยจะบ่งชี้ถึงการปรับปรุงในการจัดทำหลักสูตรหรือการเตรียมความพร้อมของผู้เรียน แต่ปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นในปีนี้ยังคงต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบโดยหน่วยงานด้านการศึกษา

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือข้อมูลนี้สะท้อนถึงค่าเฉลี่ยระดับประเทศและผู้นำระดับภูมิภาคเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจกแจงคะแนนเหล่านี้ในจังหวัดอื่นๆ หรือกลุ่มประชากรเฉพาะยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจผลกระทบในวงกว้างต่อแรงงานหรือภูมิทัศน์ทางการศึกษาของไทยควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เนื่องจากจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

อุทยานแห่งชาติปางสีดาระดมกำลังพลและยานพาหนะเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยในจังหวัดสระแก้วตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้เริ่มปฏิบัติการเฝ้าระวังและรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพลและยานพาหนะฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในช่วงที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในสระแก้วหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือน การเตรียมความพร้อมในระดับสูงนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังติดตามระดับน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ว่าทางอุทยานจะยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานหากคุณวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการปิดอุทยานหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากช่องทางของรัฐบาลก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการจำกัดการเข้าถึงเส้นทางหรือโซนบางแห่งหากสภาพอากาศเลวร้ายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดการประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากสภาพอุทกวิทยาในปัจจุบัน ทางการจึงตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ การเพิ่มอัตราการระบายน้ำมักส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาควรเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับคำเตือนเรื่องน้ำท่วม และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางใกล้ริมฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล

แม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำและบรรเทาโอกาสการเกิดน้ำท่วม แต่ผลกระทบระยะยาวต่อระดับน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำ เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากตอนบน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนัก

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า กองทัพบกได้ยกระดับสถานะของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศที่รุนแรง กองทัพได้ระดมกำลังพล รถครัวสนาม และทีมแพทย์เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ กองทัพยังได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานเพื่อสนับสนุนการตอบสนองที่รวดเร็วและการขนส่งในพื้นที่ที่การเข้าถึงทางบกอาจทำได้ยาก หน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและพายุได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าบางพื้นที่อาจประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักหรือมีน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือวางแผนที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว แม้ว่ากองทัพจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางการคมนาคมและบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าประกาศเตือนภัยนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ทางการได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือในระดับสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่เศรษฐกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปภ. กำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามระดับน้ำและแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบริการพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และระบบสื่อสาร พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการดำรงชีพแก่ผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทาง หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้ทางน้ำ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่า ปภ. จะได้จัดทีมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการประเมินทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักที่วางแผนไว้กับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:42 UTC

ความปลอดภัย

วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

เด็กชายวัย 15 ปี ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหลังจากถูกไฟฟ้ารั่วดูดในน้ำท่วมขังในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เด็กชายวัย 15 ปี รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟฟ้ารั่วดูดในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่น้ำท่วมหนักเข้าท่วมพื้นที่ ทำให้เกิดสภาวะที่เป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล

รายงานระบุว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวหมดสติหลังจากสัมผัสกับพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าในขณะที่เดินลุยน้ำท่วม ญาติของเขาได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วด้วยการทำ CPR ในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญถึงอันตรายร้ายแรงจากน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายทางไฟฟ้าที่ "ซ่อนอยู่" เมื่อถนนถูกน้ำท่วมขัง ไฟฟ้ารั่วจากเสาไฟ ป้ายไฟ หรือสายไฟที่จมน้ำสามารถเปลี่ยนน้ำที่ท่วมขังให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าหน้าที่มักแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า

แม้ว่าผู้ประสบเหตุจะมีอาการคงที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไฟฟ้ารั่วที่แน่ชัด และการที่หน่วยงานไฟฟ้าในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวแล้วหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำใกล้กับแหล่งจ่ายไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังพื้นที่ 25 จังหวัดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีฝนตกหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทางธรณีวิทยา สืบเนื่องจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าจะมีฝนตกหนัก รัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณียกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผ่านการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองอย่างรวดเร็วหากเกิดความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแจ้งเตือนนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงที่มีฝนตกหนัก ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากท่านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดขึ้น แต่พื้นที่เฉพาะภายใน 25 จังหวัดเหล่านี้ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายในทันทียังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่องโดยทีมธรณีวิทยาในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการออกประกาศเตือนภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลังก่อเหตุชนแล้วหนีในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลังก่อเหตุชนแล้วหนีในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเหตุรถชนแล้วหนีในย่านสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้หญิงวัย 72 ปีเสียชีวิต

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลังก่อเหตุชนแล้วหนีในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลังก่อเหตุชนแล้วหนีในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเหตุรถชนแล้วหนีในย่านสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้หญิงวัย 72 ปีเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ตำรวจในกรุงเทพฯ ได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุชนแล้วหนีจนมีผู้เสียชีวิต ตามรายงานของ Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทางม้าลายในย่านสุขสวัสดิ์ ซึ่งหญิงวัย 72 ปีถูกรถชนจนเสียชีวิต

ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันทีหลังจากการชน โดยมีผู้โดยสารซ้อนท้ายมาด้วยอีกสองคน เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนหลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Suttichujit Bara” ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนเพื่อให้ข้อมูลในการสืบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคนเดินถนนบริเวณทางข้าม แม้ว่าการสืบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ตัวตนที่แน่ชัดของผู้ขับขี่และสถานที่ที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน เจ้าหน้าที่กำลังพึ่งพาความช่วยเหลือจากประชาชนและภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้รับผิดชอบ ผู้ที่มีข้อมูลสามารถให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ในขณะที่พวกเขายังคงดำเนินการค้นหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

ตำรวจยกระดับการฝึกอบรมป้องกันยาเสพติดสำหรับเยาวชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจยกระดับการฝึกอบรมป้องกันยาเสพติดสำหรับเยาวชน

ตำรวจไทยเสร็จสิ้นโครงการฝึกอบรม D.A.R.E. เพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ในการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการต่อต้านยาเสพติด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจยกระดับการฝึกอบรมป้องกันยาเสพติดสำหรับเยาวชน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจยกระดับการฝึกอบรมป้องกันยาเสพติดสำหรับเยาวชน

ตำรวจไทยเสร็จสิ้นโครงการฝึกอบรม D.A.R.E. เพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ในการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการต่อต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรครูตำรวจ D.A.R.E. (Drug Abuse Resistance Education) ณ โรงแรมพาลาสโซ โครงการนี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้ในโรงเรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรากฐานการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไทยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการให้ความรู้ในชุมชน แทนที่จะใช้เพียงการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว การมุ่งเน้นไปที่ 'ต้นทาง' คือกลุ่มเยาวชน ตำรวจมุ่งหวังที่จะสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาวต่อยาเสพติด

แม้ว่าการฝึกอบรมครูตำรวจเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนที่ได้รับการยืนยันในยุทธศาสตร์ระดับชาติ แต่กำหนดการที่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมใหม่เหล่านี้จะเริ่มเข้าสอนในโรงเรียนเมื่อใดนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวของโครงการต่อสถิติยาเสพติดในท้องถิ่นเป็นตัวชี้วัดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะมีการประเมินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อบูรณาการงานด้านมวลชนสัมพันธ์เข้ากับภารกิจด้านความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกพาดพิงในข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกพาดพิงในข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายตบทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกพาดพิงในข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ DSI ถูกพาดพิงในข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายตบทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 นายอาสพลธ์ สรรพงาม นักการเมือง ได้เปิดเผยแชทหลุดที่อ้างว่าเชื่อมโยงพันตำรวจโทรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ากับขบวนการทุจริต โดยข้อกล่าวหาระบุถึงการมีอยู่ของเครือข่ายตบทรัพย์ที่ดำเนินการในบริบทของการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาบุคลากรในภาครัฐของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สถานการณ์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดเผยต่อสาธารณะ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ในปัจจุบันอ้างอิงจากข้อมูลการสื่อสารที่ถูกเปิดเผยโดยนักการเมือง ขอบเขตที่แน่ชัดของการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ ความถูกต้องของแชทหลุด และการที่การกระทำเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงระบบภายใน DSI หรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะตัวนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการตอบกลับอย่างเป็นทางการจาก DSI และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงความจริงของข้อกล่าวหาเหล่านี้และพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:51 UTC

สอบทุจริตสอบท้องถิ่นโยงบิ๊กดีเอสไอ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สอบทุจริตสอบท้องถิ่นโยงบิ๊กดีเอสไอ

ประธานคณะกรรมาธิการฯ แฉเครือข่ายตบทรัพย์โกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น พบหลักฐานโยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สอบทุจริตสอบท้องถิ่นโยงบิ๊กดีเอสไอ

แหล่งข่าวเดียว
สอบทุจริตสอบท้องถิ่นโยงบิ๊กดีเอสไอ

ประธานคณะกรรมาธิการฯ แฉเครือข่ายตบทรัพย์โกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น พบหลักฐานโยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนขบวนการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมนายประวิทย์ จารุรัชกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจำนวน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้

หลักฐานที่พบรวมถึงแชทไลน์บ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การกระทำเพียงลำพัง แต่เป็นขบวนการที่ทำกันเป็นกลุ่ม นายอาสพลธ์ระบุว่าการสอบสวนกำลังขยายผลเพื่อตรวจสอบว่าเครือข่ายนี้เชื่อมโยงไปถึงบุคคลระดับสูงหรือไม่ โดยมีการกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยศพันตำรวจโท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเครือข่ายในลักษณะเดียวกันที่ปฏิบัติการอยู่ในจังหวัดขอนแก่นอีกด้วย

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจเรื่องการบริหารจัดการในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปราบปรามการทุจริตเชิงระบบในกระบวนการสรรหาข้าราชการ แม้ว่าคณะกรรมาธิการฯ จะได้นำเสนอหลักฐานเบื้องต้นแล้ว แต่ขอบเขตที่แท้จริงของเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ถูกกล่าวถึงนั้น ยังคงต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:52 UTC

รวบหนุ่มลวงไรเดอร์เข้า สน.มักกะสัน เพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มลวงไรเดอร์เข้า สน.มักกะสัน เพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ

ชายวัย 29 ปีถูกจับกุมหลังหลอกล่อไรเดอร์ให้เข้าไปในสถานีตำรวจมักกะสันเพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ โดยอ้างว่าทำไปเพื่อหาเงินเล่นพนันออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มลวงไรเดอร์เข้า สน.มักกะสัน เพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มลวงไรเดอร์เข้า สน.มักกะสัน เพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ

ชายวัย 29 ปีถูกจับกุมหลังหลอกล่อไรเดอร์ให้เข้าไปในสถานีตำรวจมักกะสันเพื่อขโมยอุปกรณ์ตำรวจ โดยอ้างว่าทำไปเพื่อหาเงินเล่นพนันออนไลน์

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงเทพฯ ได้จับกุมนายไทยรัฐ อายุ 29 ปี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยผู้ต้องหาได้หลอกล่อพนักงานส่งอาหาร (ไรเดอร์) ให้เข้าไปในสถานีตำรวจมักกะสันด้วยเหตุผลเท็จ ก่อนจะฉวยโอกาสขโมยอุปกรณ์ยุทธวิธีต่างๆ เช่น เข็มขัด เข็มขัดรัดขา และกุญแจมือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาหลังจากการสืบสวน โดยพบว่าของกลางที่ถูกขโมยไปนั้นถูกส่งต่อไปยังไรเดอร์คนอื่นๆ ก่อนจะถูกติดตามพบในจังหวัดลพบุรี ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุเนื่องจากติดพนันออนไลน์อย่างหนัก และต้องการนำของกลางไปสร้างเครดิตเพื่อใช้ในการเล่นพนันครั้งต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ผิดปกติจากการใช้บริการจัดส่งสินค้า แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังคำขอหรือคำสั่งที่ผิดปกติขณะปฏิบัติงานจัดส่ง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับสถานที่ราชการหรือพื้นที่ควบคุม ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดรายอื่นในการกระจายของกลางหรือมีการขโมยทรัพย์สินอื่นๆ เพิ่มเติมในระหว่างการก่อเหตุหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:52 UTC

อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้การโกง สว. เป็นวิกฤตชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้การโกง สว. เป็นวิกฤตชาติ

วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่าองค์กรอิสระไม่กล้าขัดขืนอำนาจรัฐ ส่งผลให้การตรวจสอบการทุจริตทำได้ยาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้การโกง สว. เป็นวิกฤตชาติ

แหล่งข่าวเดียว
อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้การโกง สว. เป็นวิกฤตชาติ

วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่าองค์กรอิสระไม่กล้าขัดขืนอำนาจรัฐ ส่งผลให้การตรวจสอบการทุจริตทำได้ยาก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การบริหารงานในประเทศไทย โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่า นายวิชาได้กล่าวถึงกรณีการทุจริตในการเลือก สว. ว่าเป็นวิกฤตการณ์ระดับชาติที่สำคัญ

นายวิชาให้เหตุผลว่า ปัญหาที่องค์กรอิสระของไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันเกิดจากการที่องค์กรเหล่านี้ไม่กล้าขัดขืนอำนาจรัฐ โดยมองว่าองค์กรเหล่านี้ยอมตามผู้มีอำนาจมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้การตรวจสอบการทุจริตไม่สามารถขยายผลไปถึงนักการเมืองระดับสูงได้ นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าคดีทุจริตในระดับท้องถิ่นมักไม่สามารถสาวไปถึงเครือข่ายทางการเมืองที่กว้างขวางกว่าได้ เนื่องจากขาดการต่อต้านเชิงสถาบันต่ออิทธิพลของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเห็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ว่าคำกล่าวนี้จะเป็นมุมมองของอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่ก็สะท้อนถึงการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของระบบการเมืองไทย

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะส่งผลต่อการปฏิรูปกฎหมายหรือการบริหารงานในอนาคตอย่างไร ปัจจุบันยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานอิสระที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ยังคงเฝ้าดูว่าความกังวลเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการตรวจสอบการทุจริตภายในประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:32 UTC

เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์

ปฏิบัติการร่วมนำไปสู่การจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีรายงานความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์

ปฏิบัติการร่วมนำไปสู่การจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีรายงานความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะทำงานร่วมซึ่งประกอบด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกรมป่าไม้ ได้เข้าสกัดกั้นขบวนการลักลอบตัดไม้ในจังหวัดอุตรดิตถ์ได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเป้าไปที่ขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามรายงานระบุว่าการสืบสวนเบื้องต้นพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสื่อท้องถิ่นมักเรียกกันว่ากลุ่มนักลงทุนจีนสีเทา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอุตรดิตถ์ ปฏิบัติการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจากการแสวงหาผลประโยชน์โดยกลุ่มอิทธิพล แม้ว่าภัยคุกคามจากขบวนการลักลอบตัดไม้กลุ่มนี้จะถูกจัดการแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของกลุ่มทุนต่างชาติในอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นยังคงเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการสอบสวน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเครือข่ายของขบวนการและตัวตนของผู้สนับสนุนทางการเงินที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประเมินขอบเขตของกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติในพื้นที่คอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทร้านบะหมี่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทร้านบะหมี่

ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาแก่ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ในคดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทร้านบะหมี่

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทร้านบะหมี่

ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาแก่ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ในคดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่าศาลอาญามีคำพิพากษาตัดสินคดี นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เกี่ยวกับโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่ 'ตั้งฮกกี่' ด้วยการกล่าวหาว่าร้านดังกล่าวเป็นแนวร่วมอริราชศัตรู

อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 300,000 บาท ทั้งนี้ นพ.เหรียญทอง ได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความตั้งใจที่จะยื่นอุทธรณ์คดี โดยแสดงความมั่นใจว่าจะชนะในกระบวนการยุติธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นประมาทอย่างเคร่งครัด ซึ่งสามารถนำมาใช้กับความคิดเห็นสาธารณะบนสื่อสังคมออนไลน์ได้ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกล่าวหาผู้อื่นในทางที่เสียหายบนโลกออนไลน์ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำตัดสินอย่างไร และคำพิพากษาเดิมจะถูกยืนตาม แก้ไข หรือกลับคำพิพากษา ในขณะที่การต่อสู้ทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองสถานการณ์นี้เพื่อดูว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับข้อพิพาทเรื่องการหมิ่นประมาทออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:32 UTC

รวบตัวชายอ้างเป็นตำรวจ สั่งไรเดอร์ก่อเหตุลักทรัพย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายอ้างเป็นตำรวจ สั่งไรเดอร์ก่อเหตุลักทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกใช้พนักงานส่งอาหารให้ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่มักกะสัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายอ้างเป็นตำรวจ สั่งไรเดอร์ก่อเหตุลักทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายอ้างเป็นตำรวจ สั่งไรเดอร์ก่อเหตุลักทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกใช้พนักงานส่งอาหารให้ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่มักกะสัน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอื้อต่อการกระทำความผิดทางอาญา โดยผู้ต้องหารายนี้ได้ติดต่อพนักงานส่งอาหารและบังคับให้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อน ซึ่งอาชญากรใช้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมาเป็นเครื่องมือในการหลอกใช้พนักงานบริการให้กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่รู้ตัว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้รับคำสั่งที่ไม่คาดคิดจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคำสั่งนั้นเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินหรือการเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม

แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รวมถึงประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา และการตรวจสอบว่ามีพนักงานส่งของรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยวิธีการเฉพาะที่ผู้ต้องหาใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือระหว่างการก่อเหตุ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่โดยการขอดูบัตรประจำตัวอย่างเป็นทางการ หรือติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่โดยตรงหากพบว่าคำสั่งดังกล่าวมีความน่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ วิจารณ์ความพยายามปราบปรามการทุจริตภายใต้รัฐบาลอนุทิน 1
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ วิจารณ์ความพยายามปราบปรามการทุจริตภายใต้รัฐบาลอนุทิน 1

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักวิชาการด้านกฎหมายชื่อดัง ได้ตั้งคำถามต่อความมุ่งมั่นของรัฐบาลอนุทิน 1 ในการปราบปรามการทุจริต โดยอ้างถึงความล้มเหลวในอดีตในการจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ วิจารณ์ความพยายามปราบปรามการทุจริตภายใต้รัฐบาลอนุทิน 1

แหล่งข่าวเดียว
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ วิจารณ์ความพยายามปราบปรามการทุจริตภายใต้รัฐบาลอนุทิน 1

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักวิชาการด้านกฎหมายชื่อดัง ได้ตั้งคำถามต่อความมุ่งมั่นของรัฐบาลอนุทิน 1 ในการปราบปรามการทุจริต โดยอ้างถึงความล้มเหลวในอดีตในการจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักวิชาการด้านกฎหมายชื่อดัง ได้แสดงความกังขาต่อความมุ่งมั่นของรัฐบาลอนุทิน 1 ในการดำเนินมาตรการปราบปรามการทุจริต โดยบวรศักดิ์อ้างว่าความพยายามก่อนหน้านี้ในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบการทุจริตนั้นไม่ประสบความสำเร็จภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

นอกเหนือจากการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว บวรศักดิ์ยังได้สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 5 ประการ ซึ่งรวมถึงการริบอำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้ง การคืนสิทธิให้ประชาชนในการถอดถอนเจ้าหน้าที่ การร่นระยะเวลาในการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ และการปรับปรุงกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ โดยเขาได้อ้างถึงผลวิจัยทางวิชาการที่ชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อองค์กรอิสระเหล่านี้ได้ลดลงถึงจุดต่ำสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองและความซื่อสัตย์ของสถาบันในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของวาทกรรมทางกฎหมายของประเทศ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะได้รับความสนใจในรัฐสภาหรือไม่ หรือรัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับผลงานด้านการปราบปรามการทุจริตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:11 UTC

กระบี่สั่งปลดข้าราชการกว่า 100 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระบี่สั่งปลดข้าราชการกว่า 100 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดกระบี่เริ่มดำเนินการปลดข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระบี่สั่งปลดข้าราชการกว่า 100 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระบี่สั่งปลดข้าราชการกว่า 100 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดกระบี่เริ่มดำเนินการปลดข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ได้เริ่มดำเนินการลงนามให้ข้าราชการที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นออกจากราชการแล้ว

จากการตรวจสอบพบว่ามีการบรรจุข้าราชการในจังหวัดกระบี่รวม 2 รุ่น จำนวน 158 ราย โดยพบว่ามีผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือไม่ปรากฏชื่อในบัญชีประกาศผลใหม่จำนวน 121 ราย ล่าสุดมีการลงนามให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกจากราชการแล้วกว่า 100 ราย ผู้ที่ถูกปลดบางรายยอมรับว่าได้จ่ายเงินจำนวน 400,000 บาท เพื่อให้ได้ตำแหน่ง โดยมีญาติที่เป็นข้าราชการประจำอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ดำเนินการให้

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในโครงสร้างการบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะในระยะสั้นยังคงต้องติดตามต่อไป แต่การปลดข้าราชการเหล่านี้อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนบุคลากรชั่วคราวในหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการปลดข้าราชการที่เหลือจะเสร็จสิ้นเมื่อใด และการสอบสวนจะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นหรือมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการบริหารงานท้องถิ่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของบริการสาธารณะที่ประชาชนต้องพึ่งพา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:10 UTC

ทางการบุรีรัมย์เร่งเพิกถอนพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการบุรีรัมย์เร่งเพิกถอนพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่จังหวัดบุรีรัมย์กำลังดำเนินการเพิกถอนการจ้างงานพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการบุรีรัมย์เร่งเพิกถอนพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทางการบุรีรัมย์เร่งเพิกถอนพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังพบทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่จังหวัดบุรีรัมย์กำลังดำเนินการเพิกถอนการจ้างงานพนักงานส่วนตำบล 10 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์ (ก.อบต.จังหวัดบุรีรัมย์) ได้ประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีการทุจริตในการสอบคัดเลือก โดยมีนายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาสถานะของพนักงานส่วนตำบลจำนวน 10 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีความไม่โปร่งใสในระหว่างกระบวนการสอบคัดเลือก

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลระดับจังหวัดในการรักษาความโปร่งใสในการบริหารงานภายในหน่วยงานบริการสาธารณะระดับท้องถิ่น แม้ว่าคณะกรรมการกำลังดำเนินการเพื่อเพิกถอนการจ้างงานบุคคลเหล่านี้ แต่กระบวนการดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบทางกฎหมายและทางปกครองอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการพ้นจากตำแหน่งของพนักงานเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานประจำวันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอย่างไร และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกในภาพรวมหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นทางปกครองที่กำลังดำเนินการอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะสุดท้ายของพนักงานเหล่านี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการให้บริการของหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:52 UTC

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่

ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาและสั่งปรับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา จากคดีหมิ่นประมาทที่เจ้าของร้านบะหมี่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุก 'หมอเหรียญทอง' คดีหมิ่นประมาทเจ้าของร้านบะหมี่

ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาและสั่งปรับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา จากคดีหมิ่นประมาทที่เจ้าของร้านบะหมี่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ศาลอาญากรุงเทพฯ ได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาทที่มี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นจำเลย โดยศาลสั่งจำคุกจำเลยเป็นเวลา 3 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 300,000 บาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คดีนี้มีเจ้าของร้าน “ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สืบเนื่องจากการที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกล่าวหาเจ้าของร้านว่าเป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” โจทก์ระบุว่าข้อความดังกล่าวซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะบนหน้าเฟซบุ๊กของจำเลย สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงและการประกอบธุรกิจของร้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยอย่างเคร่งครัดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ การกล่าวหาผู้อื่นในที่สาธารณะผ่านช่องทางออนไลน์อาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง แม้จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงก็ตาม แม้ศาลจะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือคัดค้านความรุนแรงของบทลงโทษหรือไม่ กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงบนโลกออนไลน์ในสังคมดิจิทัลของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:51 UTC

ตำรวจเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาในเขตปทุมวันช่วงเช้า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาในเขตปทุมวันช่วงเช้า

เกิดเหตุปะทะกันระหว่างนักศึกษาจากสองสถาบันคู่อริบนสกายวอล์กเขตปทุมวัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาในเขตปทุมวันช่วงเช้า

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาในเขตปทุมวันช่วงเช้า

เกิดเหตุปะทะกันระหว่างนักศึกษาจากสองสถาบันคู่อริบนสกายวอล์กเขตปทุมวัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งราย

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงระหว่างนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (วิทยาเขตอุเทนถวาย) บนสกายวอล์กในเขตปทุมวัน ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เข้าไประงับเหตุและควบคุมสถานการณ์หลังจากกลุ่มนักศึกษาได้เข้าปะทะกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งราย เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดของการปะทะกันในช่วงเช้านี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความไม่สงบในบริเวณใกล้เคียงกับสถาบันการศึกษาเหล่านี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ผู้ที่สัญจรผ่านสกายวอล์กปทุมวันหรือบริเวณใกล้เคียงควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ระหว่างสองกลุ่มนี้อาจนำไปสู่ความไม่สงบในที่สาธารณะได้เป็นครั้งคราว

รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของการทะเลาะวิวาทและอาการปัจจุบันของผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:30 UTC

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชายสองคนในคดีสาดน้ำกรด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชายสองคนในคดีสาดน้ำกรด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่ชายคนหนึ่งและผู้ร่วมก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุสาดน้ำกรดใส่หญิงวัย 32 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชายสองคนในคดีสาดน้ำกรด

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชายสองคนในคดีสาดน้ำกรด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่ชายคนหนึ่งและผู้ร่วมก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุสาดน้ำกรดใส่หญิงวัย 32 ปี

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ตำรวจในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าอย่างเป็นทางการแก่ชายที่ระบุชื่อว่า นายเทพ และผู้ร่วมก่อเหตุที่รู้จักกันในชื่อ นายดำ ข้อหาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นางสาวน้ำฝน หญิงวัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรด

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนหลังจากญาติของนางสาวน้ำฝนได้ขอความเป็นธรรมจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเทพ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของนางสาวน้ำฝน ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ โดยอ้างว่ามีการทะเลาะวิวาทกันภายในรถและเขาถูกตีที่ศีรษะด้วยขวด จึงหยิบภาชนะสาดใส่โดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำกรด ในขณะที่นายดำ ผู้ต้องสงสัยคนที่สอง ยังคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงคดีอาญาที่ร้ายแรงซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน แม้ผู้ต้องสงสัยจะอ้างว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจและแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บและครอบครัว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ยังคงต้องติดตามว่าการสอบสวนจะสรุปคำให้การที่ขัดแย้งกันอย่างไร และจะมีหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อชี้ชัดถึงระดับการมีส่วนร่วมของผู้ต้องสงสัยคนที่สองหรือไม่ คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยส่วนบุคคลและผลทางกฎหมายที่ตามมาจากการใช้ความรุนแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:52 UTC

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชาย 2 ราย คดีสาดน้ำกรด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชาย 2 ราย คดีสาดน้ำกรด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่ชายคนหนึ่งและผู้ร่วมขบวนการ หลังเกิดเหตุสาดน้ำกรดใส่หญิงวัย 32 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชาย 2 ราย คดีสาดน้ำกรด

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกาญจนบุรีแจ้งข้อหาชาย 2 ราย คดีสาดน้ำกรด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่ชายคนหนึ่งและผู้ร่วมขบวนการ หลังเกิดเหตุสาดน้ำกรดใส่หญิงวัย 32 ปี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ตำรวจในจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่ชายที่ชื่อเทพและผู้ร่วมขบวนการที่ชื่อดำ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหญิงวัย 32 ปีชื่อน้ำฝน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรด

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนหลังจากญาติของผู้เสียหายได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเทพ แฟนหนุ่มของผู้เสียหาย อ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ โดยระบุว่ามีการทะเลาะวิวาทกันภายในรถและเขาถูกขวดตีที่ศีรษะ จึงตกใจและสาดของเหลวใส่ผู้เสียหายโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำกรด ในขณะที่นายดำได้ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างการสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวในพื้นที่ แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกแจ้งข้อหาแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การมีน้ำกรดอยู่ในรถ และระดับการมีส่วนร่วมของนายดำ กระบวนการทางกฎหมายจะเป็นตัวตัดสินความน่าเชื่อถือของคำให้การของผู้ต้องหาเมื่อเทียบกับหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:31 UTC

เร่งสอบสวนหลังพบศพในช่องเก็บล้อเครื่องบินที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนหลังพบศพในช่องเก็บล้อเครื่องบินที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์

ทางการมาเลเซียกำลังเร่งสอบสวนกรณีพบศพนิรนามภายในช่องเก็บล้อของเครื่องบินที่เดินทางมาจากโตเกียว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนหลังพบศพในช่องเก็บล้อเครื่องบินที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนหลังพบศพในช่องเก็บล้อเครื่องบินที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์

ทางการมาเลเซียกำลังเร่งสอบสวนกรณีพบศพนิรนามภายในช่องเก็บล้อของเครื่องบินที่เดินทางมาจากโตเกียว

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Asian News Network และ The Straits Times ระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมของท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ได้พบศพบุคคลไม่ทราบชื่อภายในช่องเก็บล้อของเครื่องบินลำหนึ่งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 โดยเครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และลงจอดที่อาคารผู้โดยสาร 2 เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบช่องเก็บล้อหลังจากมีกลิ่นเหม็นผิดปกติออกมาจากช่องดังกล่าว เมื่อเปิดออกจึงพบศพของบุคคลซึ่งคาดว่ามีอายุประมาณ 20 ปี สวมกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตสีขาว ไม่พบเอกสารระบุตัวตนใดๆ บนศพ และยังไม่สามารถระบุเพศได้ในขณะนี้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุและดำเนินการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดและช่วงเวลาที่เสียชีวิต โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าผู้เสียชีวิตอาจเสียชีวิตมานานกว่า 72 ชั่วโมงแล้ว

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรการรักษาความปลอดภัยในการบินระหว่างประเทศ แม้ว่าการสอบสวนจะจำกัดอยู่เพียงการปฏิบัติงานของเครื่องบินและสนามบิน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงส่วนประกอบของเครื่องบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตหรือวิธีการที่บุคคลดังกล่าวเข้าไปในช่องเก็บล้อ และคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:32 UTC

ตำรวจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหลังถูกกล่าวหาว่าเสพยาเสพติดระหว่างอบรมออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหลังถูกกล่าวหาว่าเสพยาเสพติดระหว่างอบรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากจังหวัดพัทลุงเข้ารายงานตัวหลังหายตัวไปนานสองสัปดาห์ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการเสพยาเสพติดระหว่างการอบรมผ่านระบบออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหลังถูกกล่าวหาว่าเสพยาเสพติดระหว่างอบรมออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหลังถูกกล่าวหาว่าเสพยาเสพติดระหว่างอบรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากจังหวัดพัทลุงเข้ารายงานตัวหลังหายตัวไปนานสองสัปดาห์ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการเสพยาเสพติดระหว่างการอบรมผ่านระบบออนไลน์

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจ (ด.ต.) สังกัด สภ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง ได้เข้ารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาหลังจากหายตัวไปนานเกือบสองสัปดาห์ โดยเจ้าหน้าที่รายนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระหว่างการอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการตำรวจผ่านระบบซูม ซึ่งจัดโดยตำรวจภูธรภาค 9 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 259 นาย ในระหว่างการอบรมดังกล่าว เพื่อนร่วมงานพบเห็นเจ้าหน้าที่รายนี้มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดผ่านกล้อง

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รายนี้ได้หายตัวไปและไม่มาปฏิบัติงาน พ.ต.อ.รังษี มั่นจิตร ผกก.สภ.ทะเลน้อย เปิดเผยว่า ดาบตำรวจรายนี้ได้เข้ามารายงานตัวเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 แม้ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นเมื่อกลับมาจะไม่พบสารเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างเลือดและเส้นผมไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันการมีอยู่ของสารเสพติด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบภายในอย่างต่อเนื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่จะถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา เนื่องจากเจ้าหน้าที่เชื่อว่าความผิดสำเร็จแล้วในขณะที่มีการถ่ายทอดสด แต่ผลสรุปสุดท้ายยังคงต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 06:51 UTC