ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

สภาทนายความถูกวิจารณ์กรณีเปิดประมูล 'เลขสวย' ทะเบียนทนายความ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สภาทนายความถูกวิจารณ์กรณีเปิดประมูล 'เลขสวย' ทะเบียนทนายความ

สภาทนายความแห่งประเทศไทยก่อให้เกิดข้อถกเถียงในแวดวงกฎหมายจากการจัดประมูลเลขทะเบียนทนายความที่เป็น 'เลขมงคล' เป็นครั้งที่ 5

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สภาทนายความถูกวิจารณ์กรณีเปิดประมูล 'เลขสวย' ทะเบียนทนายความ

แหล่งข่าวเดียว
สภาทนายความถูกวิจารณ์กรณีเปิดประมูล 'เลขสวย' ทะเบียนทนายความ

สภาทนายความแห่งประเทศไทยก่อให้เกิดข้อถกเถียงในแวดวงกฎหมายจากการจัดประมูลเลขทะเบียนทนายความที่เป็น 'เลขมงคล' เป็นครั้งที่ 5

ตามรายงานของ Thai Post สภาทนายความแห่งประเทศไทยได้จัดการประมูลเลขทะเบียนทนายความที่เป็น 'เลขสวย' หรือ 'เลขมงคล' เป็นครั้งที่ 5 แล้ว การปฏิบัติดังกล่าวได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากภายในวิชาชีพกฎหมาย โดยผู้ประกอบวิชาชีพบางส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการนำรหัสทะเบียนวิชาชีพมาสร้างรายได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดที่ไม่ธรรมดาระหว่างความเชื่อทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเกี่ยวกับตัวเลขมงคลกับแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลวิชาชีพ แม้ว่าการประมูลจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของสภาทนายความ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะสะท้อนให้เห็นถึงคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับมาตรฐานและจริยธรรมที่กำกับดูแลองค์กรวิชาชีพในประเทศ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารายได้จากการประมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรโดยสภาทนายความ และองค์กรจะตอบสนองต่อข้อกังวลของกลุ่มผู้คัดค้านที่มองว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางวิชาชีพของแวดวงกฎหมายหรือไม่ จนถึงขณะนี้ สภาทนายความยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไปแม้จะมีความเคลือบแคลงใจจากสมาชิกในแวดวงกฎหมายบางส่วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าองค์กรจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อตอบสนองต่อข้อถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งคืนสิทธิ์สื่อมวลชนเข้าทำเนียบขาวเป็นการชั่วคราว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งคืนสิทธิ์สื่อมวลชนเข้าทำเนียบขาวเป็นการชั่วคราว

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่แก่ผู้สื่อข่าวจาก CNN, Politico และ MS NOW ทันที หลังจากมีการยื่นฟ้องคัดค้านมาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งคืนสิทธิ์สื่อมวลชนเข้าทำเนียบขาวเป็นการชั่วคราว

แหล่งข่าวเดียว
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งคืนสิทธิ์สื่อมวลชนเข้าทำเนียบขาวเป็นการชั่วคราว

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ทำเนียบขาวคืนสิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่แก่ผู้สื่อข่าวจาก CNN, Politico และ MS NOW ทันที หลังจากมีการยื่นฟ้องคัดค้านมาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้พิพากษาทิโมธี เคลลี แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งระงับชั่วคราวโดยกำหนดให้ทำเนียบขาวต้องคืนสิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่แก่ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว CNN, Politico และ MS NOW ในทันที หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิกถอนบัตรสื่อมวลชนของสำนักข่าวเหล่านี้เมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยอ้างเหตุผลเรื่อง "ข่าวปลอม" และความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ

สำนักข่าวที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นฟ้องร่วมกันโดยโต้แย้งว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นการละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 เนื่องจากเป็นการเลือกปฏิบัติเจาะจงสื่อบางกลุ่มจากเนื้อหาการนำเสนอข่าว ผู้พิพากษาเคลลีวินิจฉัยว่าผู้สื่อข่าวปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมายครบถ้วนสำหรับคำสั่งระงับชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน โดยระบุว่าการเพิกถอนบัตรสื่อมวลชนดูเหมือนจะดำเนินการโดยปราศจากกระบวนการที่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ และองค์กรสื่อมวลชนรายใหญ่ แม้ว่าคำสั่งศาลจะกำหนดให้คืนสิทธิ์การเข้าถึงทันที แต่รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าพนักงานบางส่วนของสำนักข่าวที่เกี่ยวข้องยังคงประสบปัญหาในการเข้าพื้นที่ทำเนียบขาวแม้จะมีคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้พิพากษาอย่างเต็มรูปแบบอย่างไร และคำสั่งชั่วคราวนี้จะนำไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างถาวรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 00:41 UTC

ยื่นคัดค้าน 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยื่นคัดค้าน 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

กลุ่มภาคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่านถอนตัวจากการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยื่นคัดค้าน 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นคัดค้าน 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

กลุ่มภาคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่านถอนตัวจากการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า 'เครือข่ายประชาชนเพื่อการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง' (ครช.) ได้ยื่นหนังสือคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน โดยกลุ่มดังกล่าวต้องการป้องกันไม่ให้ตุลาการทั้งสองท่านเข้าร่วมการวินิจฉัยคดีในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความชอบด้วยกฎหมายของการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

การคัดค้านนี้มีสาเหตุมาจากความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ถูกกล่าวหาว่าตุลาการมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ผู้ร้องเรียนโต้แย้งว่าความสัมพันธ์เหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้เกิดความกังวลว่าคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลอาจขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลางตามหลักนิติธรรม กลุ่มดังกล่าวได้เตือนว่าหากตุลาการเหล่านี้ยังคงลงมติในเรื่องนี้ พวกเขาพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย คดีนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการท้าทายมาตรฐานทางเทคนิคที่ใช้ในการลงคะแนนเสียงระดับชาติโดยตรง ขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะยอมรับคำร้องขอให้ถอนตัวหรือไม่ หรือจะดำเนินการพิจารณาคดีด้วยองค์คณะเต็มตามกำหนดการเดิม ผลของคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดอนาคตของการใช้วิธีการติดตามด้วยระบบดิจิทัลในการเลือกตั้งของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในวาระแรก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในวาระแรก

สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเสริมสร้างความคุ้มครองแก่ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในวาระแรก

แหล่งข่าวเดียว
สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในวาระแรก

สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเสริมสร้างความคุ้มครองแก่ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 434 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 4 เสียง

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีในการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างครอบคลุม ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุความรุนแรง ในระหว่างการอภิปราย สมาชิกสภาฯ ได้ร่วมกันเสนอความเห็นในประเด็นสำคัญ เช่น มาตรการป้องกัน การคุ้มครองเด็ก การเข้าถึงบริการช่วยเหลือ และความชัดเจนของนิยามทางกฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคืบหน้านี้สะท้อนถึงแนวโน้มการปรับปรุงกรอบกฎหมายด้านความปลอดภัยในครอบครัวให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น แม้ร่างกฎหมายจะผ่านขั้นตอนแรกมาได้แล้ว แต่ขณะนี้ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ ขอบเขตความคุ้มครองที่ชัดเจน กลไกการบังคับใช้ และกรอบเวลาในการประกาศใช้กฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันในขั้นตอนต่อไปของกระบวนการนิติบัญญัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:49 UTC

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกจับกุมในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายขโมยฟักทองไป 3 ลูก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกจับกุมในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุฆาตกรรมชายวัย 67 ปี เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายขโมยฟักทองไป 3 ลูก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จับกุมนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายสมเกียรติ อายุ 67 ปี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับสุสานบ้านป่าจี้วังแดง โดยพบร่างผู้เสียชีวิตมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้า

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนทำสวนฟักทองในพื้นที่ร่วมกับบิดา และรู้สึกโกรธแค้นเนื่องจากถูกขโมยฟักทองไปหลายครั้ง จึงตัดสินใจมานอนเฝ้าสวนเพื่อจับตัวหัวขโมย ในเช้าวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าพบผู้ตายกำลังขโมยฟักทองไป 3 ลูก จึงเข้าไปสอบถามถึงการขโมยครั้งก่อนๆ แต่ผู้ตายไม่ยอมตอบโต้ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทจนนำไปสู่เหตุสลดดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินในท้องถิ่น แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้าในพื้นที่ชนบท ทั้งนี้ คาดว่าสถานีตำรวจภูธรแม่แตงจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาและขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:46 UTC

เตรียมจัดงานรำลึกครบ 3 ปี การคุมขัง 'อานนท์ นำภา'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เตรียมจัดงานรำลึกครบ 3 ปี การคุมขัง 'อานนท์ นำภา'

มีการวางแผนจัดงานในวันที่ 26 กันยายน เพื่อรำลึกถึงการถูกคุมขังครบ 3 ปี ของทนายความด้านสิทธิมนุษยชน อานนท์ นำภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เตรียมจัดงานรำลึกครบ 3 ปี การคุมขัง 'อานนท์ นำภา'

แหล่งข่าวเดียว
เตรียมจัดงานรำลึกครบ 3 ปี การคุมขัง 'อานนท์ นำภา'

มีการวางแผนจัดงานในวันที่ 26 กันยายน เพื่อรำลึกถึงการถูกคุมขังครบ 3 ปี ของทนายความด้านสิทธิมนุษยชน อานนท์ นำภา

ตามรายงานจาก Matichon Online นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้เชิญชวนสาธารณชนเข้าร่วมงานรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การถูกคุมขังของทนายความด้านสิทธิมนุษยชน นายอานนท์ นำภา โดยงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง แม้ว่าการรวมตัวดังกล่าวส่วนใหญ่มักจะเป็นไปอย่างสงบ แต่อาจดึงดูดให้มีการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงสถานที่จัดงาน ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่คอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการควบคุมฝูงชนหรือการเปลี่ยนแปลงกำหนดการของงาน

ในขณะนี้ สถานที่จัดงานที่เฉพาะเจาะจงและกำหนดการโดยละเอียดของงานรำลึกยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าสถานะทางกฎหมายของบุคคลดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมืองหรือการรวมตัวเพื่อรำลึก เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่นเดียวกับการชุมนุมสาธารณะทุกแห่งในประเทศไทย ขอแนะนำให้วางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:36 UTC

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวจนเสียชีวิตที่จันทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวจนเสียชีวิตที่จันทบุรี

พบชายวัย 64 ปีเสียชีวิตหลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงกับภรรยาภายในห้องเช่าที่จังหวัดจันทบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวจนเสียชีวิตที่จันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวจนเสียชีวิตที่จันทบุรี

พบชายวัย 64 ปีเสียชีวิตหลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงกับภรรยาภายในห้องเช่าที่จังหวัดจันทบุรี

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดจันทบุรีได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนายกิตติศักดิ์ อายุ 64 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้ห้องน้ำ โดยมีรอยฟกช้ำตามใบหน้าและศีรษะ รวมถึงมีรอยแผลเก่าที่หน้าท้อง

ภายในห้องเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบภรรยาของผู้เสียชีวิตวัย 60 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บแขนหัก นอกจากนี้ยังพบท่อนเหล็กยาวประมาณ 60 เซนติเมตรวางพิงผนังและมีรอยเลือดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ รายงานเบื้องต้นระบุว่าทั้งคู่คบหากันมา 3 เดือนและมักมีปากเสียงกันบ่อยครั้งขณะมึนเมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่าการเสียชีวิตของชายดังกล่าวเกิดจากการบาดเจ็บสะสมที่ได้รับระหว่างการทะเลาะวิวาทซ้ำซากหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวและการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งส่วนตัว แม้ว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลพระปกเกล้าจะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว แต่สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม คดีนี้อยู่ในความดูแลของสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อไปในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:36 UTC

จับกุมชายชาวจีนในกรุงเทพฯ ข้อหาอยู่เกินกำหนดวีซ่าและครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมชายชาวจีนในกรุงเทพฯ ข้อหาอยู่เกินกำหนดวีซ่าและครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

ชายชาวจีนวัย 50 ปีถูกควบคุมตัวในกรุงเทพฯ หลังพบอาวุธปืน ยาเสพติด และการอยู่เกินกำหนดวีซ่าเป็นเวลานาน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมชายชาวจีนในกรุงเทพฯ ข้อหาอยู่เกินกำหนดวีซ่าและครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมชายชาวจีนในกรุงเทพฯ ข้อหาอยู่เกินกำหนดวีซ่าและครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

ชายชาวจีนวัย 50 ปีถูกควบคุมตัวในกรุงเทพฯ หลังพบอาวุธปืน ยาเสพติด และการอยู่เกินกำหนดวีซ่าเป็นเวลานาน

ตามรายงานของ Khaosod English เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจวังทองหลางได้จับกุมชายชาวจีนวัย 50 ปีในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่พบว่าบุคคลดังกล่าวครอบครองปืนลูกโม่และยาไอซ์น้ำหนัก 4.8 กรัม

จากการตรวจสอบสถานะการเข้าเมืองเพิ่มเติมพบว่าผู้ต้องหารายนี้อยู่เกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยถึง 586 วัน ขณะนี้ผู้ต้องหากำลังเผชิญกับข้อหาครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย นอกเหนือจากการละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของไทยอย่างเข้มงวด และบทลงโทษที่รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองสารผิดกฎหมายและอาวุธ แม้ว่าการจับกุมจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงและกำหนดเวลาสำหรับการเนรเทศที่เป็นไปได้นั้นยังคงต้องรอการพิจารณาจากศาล นักท่องเที่ยวควรทราบว่ากฎระเบียบด้านวีซ่ามีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และการอยู่เกินกำหนดวีซ่าถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจนำไปสู่การถูกควบคุมตัว การปรับ และการห้ามเข้าประเทศในระยะยาว ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้จะขึ้นอยู่กับแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสถานีตำรวจวังทองหลาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ผอ. JIC โต้กัมพูชาปมทุ่นระเบิด ย้ำข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ผอ. JIC โต้กัมพูชาปมทุ่นระเบิด ย้ำข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลร่วม (JIC) ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับทุ่นระเบิดอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นหลักฐาน

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผอ. JIC โต้กัมพูชาปมทุ่นระเบิด ย้ำข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ได้รับการยืนยัน
ผอ. JIC โต้กัมพูชาปมทุ่นระเบิด ย้ำข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลร่วม (JIC) ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับทุ่นระเบิดอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นหลักฐาน

ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลร่วม (JIC) ได้ออกแถลงการณ์โต้แย้งข้อกล่าวหาล่าสุดจากกัมพูชาในประเด็นเรื่องทุ่นระเบิด ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ผู้อำนวยการ JIC เน้นย้ำว่าข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันข้อกล่าวอ้างที่นำเสนอได้

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทคือการกล่าวถึงเงินทุนจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งผู้อำนวยการ JIC ชี้แจงว่าไม่ได้เทียบเท่ากับคำตัดสินอย่างเป็นทางการหรือข้อสรุปชี้ขาดในเรื่องนี้ ทั้งนี้ JIC ได้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชาเปิดเผยหลักฐานที่เป็นรูปธรรมและตรวจสอบได้เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตน แทนที่จะพึ่งพาเพียงวาทกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความขัดแย้งทางการทูตและกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความมั่นคงตามแนวชายแดนและความพยายามในการกู้ระเบิดในอดีต แม้ว่าสถานการณ์นี้จะยังคงเป็นเรื่องของการหารือในระดับบริหารและทางการทูตระดับสูง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ชายแดน ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าฝ่ายกัมพูชาจะนำเสนอหลักฐานเฉพาะเจาะจงใดๆ หรือไม่ และผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศหรือ EU จะตอบสนองต่อการเรียกร้องความโปร่งใสนี้อย่างไร ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:41 UTC

เจ้าหน้าที่จับกุมยาบ้ากว่า 3.3 แสนเม็ดในบุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่จับกุมยาบ้ากว่า 3.3 แสนเม็ดในบุรีรัมย์

หญิงวัย 28 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังพบซุกซ่อนยาบ้าจำนวนมากไว้ใต้เล้าไก่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่จับกุมยาบ้ากว่า 3.3 แสนเม็ดในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่จับกุมยาบ้ากว่า 3.3 แสนเม็ดในบุรีรัมย์

หญิงวัย 28 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังพบซุกซ่อนยาบ้าจำนวนมากไว้ใต้เล้าไก่

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่าฝ่ายปกครองอำเภอคูเมืองร่วมกับชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าจับกุมหญิงวัย 28 ปี ผู้ต้องหารายนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'บอล' ซึ่งเป็นอดีตนักโทษที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียงสองเดือน

เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาบ้าจำนวนประมาณ 333,000 เม็ดถูกฝังดินไว้ใต้เล้าไก่ ซึ่งเป็นกลวิธีที่ใช้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ จากรายงานระบุว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามจับกุม 'บอล' และสมาชิกเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามพรมแดน แม้ว่าปฏิบัติการเหล่านี้มักมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาชญากร แต่ก็เป็นการย้ำเตือนถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย ซึ่งการครอบครองและจำหน่ายมีโทษหนัก ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายหรือสถานที่ที่ตั้งใจจะนำยาเสพติดไปกระจาย ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีนโยบายไม่ยอมรับต่อสารเสพติดผิดกฎหมายทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:22 UTC

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินแลกบรรจุข้าราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินแลกบรรจุข้าราชการ

หญิงวัย 43 ปี เรียกร้องเงินคืน 550,000 บาท หลังจากอดีตนายก อบต. ไม่สามารถช่วยให้เธอได้บรรจุเป็นข้าราชการตามที่ตกลงไว้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินแลกบรรจุข้าราชการ

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนายก อบต. ถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินแลกบรรจุข้าราชการ

หญิงวัย 43 ปี เรียกร้องเงินคืน 550,000 บาท หลังจากอดีตนายก อบต. ไม่สามารถช่วยให้เธอได้บรรจุเป็นข้าราชการตามที่ตกลงไว้

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ หญิงวัย 43 ปี ได้เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวหาว่าถูกอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฉ้อโกง หญิงรายนี้อ้างว่าได้จ่ายเงินจำนวน 550,000 บาท ให้กับอดีตนายก อบต. ที่ระบุชื่อว่า นายประเวศ โดยได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะสามารถช่วยให้เธอสอบเข้าทำงานในตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในช่วงปี 2565-2567

แม้จะมีการจ่ายเงินไปแล้ว แต่หญิงรายนี้กลับไม่ได้รับงานตามที่สัญญาไว้และไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ ในระหว่างการไกล่เกลี่ยที่ศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 อดีตนายก อบต. รายดังกล่าวระบุว่าเงินได้ถูกใช้ไปหมดแล้วและยืนยันว่าจะไม่มีการจ่ายคืน โดยมีปลัดอำเภอเขมราฐร่วมเป็นพยานในการไกล่เกลี่ย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ช่องทางที่ไม่เป็นทางการในการสมัครงานภาครัฐ นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการรับสมัครงานของรัฐในประเทศไทยมีขั้นตอนที่เข้มงวดและโปร่งใส ข้อเสนอใดๆ ที่อ้างว่าสามารถลัดขั้นตอนเหล่านี้ได้โดยการจ่ายเงินถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องเงินและข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง ผลทางกฎหมายขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้พึ่งพาช่องทางการรับสมัครงานผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:21 UTC

ชายสิงคโปร์ถูกตัดสินจำคุกฐานทิ้งแมว 71 ตัว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชายสิงคโปร์ถูกตัดสินจำคุกฐานทิ้งแมว 71 ตัว

ชายวัย 37 ปีถูกตัดสินจำคุก 16 สัปดาห์ หลังจากทิ้งแมว 71 ตัวไว้ในห้องพักนานเกือบ 2 ปี ส่งผลให้แมวตาย 9 ตัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชายสิงคโปร์ถูกตัดสินจำคุกฐานทิ้งแมว 71 ตัว

แหล่งข่าวเดียว
ชายสิงคโปร์ถูกตัดสินจำคุกฐานทิ้งแมว 71 ตัว

ชายวัย 37 ปีถูกตัดสินจำคุก 16 สัปดาห์ หลังจากทิ้งแมว 71 ตัวไว้ในห้องพักนานเกือบ 2 ปี ส่งผลให้แมวตาย 9 ตัว

ตามรายงานของ Khaosod Online ชายชาวสิงคโปร์วัย 37 ปี ถูกตัดสินจำคุก 16 สัปดาห์จากคดีทารุณกรรมสัตว์อย่างร้ายแรง ชายคนดังกล่าวซึ่งระบุชื่อว่า มูฮัมหมัด ไคร์รุล ไนม์ ซาอินอล ได้รับสารภาพในข้อหาทิ้งแมว 71 ตัวไว้ในห้องพักในเขตบูกิต ปันจัง

การสอบสวนเปิดเผยว่าชายคนนี้และอดีตภรรยาเริ่มเลี้ยงแมวตั้งแต่ปี 2019 แต่เนื่องจากไม่ได้ทำหมันทำให้จำนวนแมวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเดือนเมษายน 2022 ทั้งคู่ย้ายออกไปอยู่กับพ่อแม่ของฝ่ายชายและทิ้งแมวไว้ในห้องพัก โดยปล่อยให้สัตว์อยู่โดยไม่มีผู้ดูแลเป็นเวลาประมาณ 22 เดือน เมื่อมีการตรวจสอบพบว่าแมว 9 ใน 71 ตัวได้ตายลงเนื่องจากการถูกทอดทิ้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในภูมิภาคนี้ กรณีนี้เน้นย้ำถึงผลทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์และความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาแล้ว แต่คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการจัดการสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมกับอดีตภรรยาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้หรือไม่ เนื่องจากรายงานปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การตัดสินโทษของชายคนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ข้อพิพาทกรณีมูลนิธิฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปมปลาสลิด 1.2 ตัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทกรณีมูลนิธิฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปมปลาสลิด 1.2 ตัน

ผู้เสียหายในคดีข้อพิพาทที่ดินได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่ตกลงไว้ หลังจากลงทุนไป 400,000 บาทในโครงการปลาสลิด 1.2 ตัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทกรณีมูลนิธิฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปมปลาสลิด 1.2 ตัน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทกรณีมูลนิธิฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปมปลาสลิด 1.2 ตัน

ผู้เสียหายในคดีข้อพิพาทที่ดินได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่ตกลงไว้ หลังจากลงทุนไป 400,000 บาทในโครงการปลาสลิด 1.2 ตัน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 บุคคลสองรายที่ระบุชื่อว่า 'แอม' และ 'ดรีม' ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่อาคารมาลีนนท์ เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทเรื่องปลาสลิดจำนวน 1.2 ตัน โดยแอมซึ่งมีคดีข้อพิพาทที่ดินในจังหวัดตราดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 อ้างว่าเธอถูกคุกคามหลังจากปฏิเสธที่จะถอนเรื่องร้องเรียนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แอมได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากพบเหตุการณ์น่าสงสัย เธออ้างว่ามูลนิธิดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำขอของเธอในตอนแรก แต่ได้ติดต่อกลับมาในภายหลังเมื่อคดีที่ดินเริ่มได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากขึ้น แอมระบุว่าทีมงานของมูลนิธิได้เจรจาเพื่อขยายโครงการจากเดิมที่เกี่ยวข้องกับปลาสลิด 30 กิโลกรัม ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ท้ายที่สุด แอมรายงานว่าเธอได้ลงทุนเงินส่วนตัวไป 400,000 บาทในโครงการปลาสลิด 1.2 ตัน แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่องค์กรสัญญาไว้ ปัจจุบันเธอได้ประกาศว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิดังกล่าวอีกต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามข่าวสาร กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการขอความช่วยเหลือจากองค์กรเอกชนระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางมูลนิธิจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:41 UTC

กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่ว่าด้วยการโยกย้ายตำรวจมีผลบังคับใช้แล้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่ว่าด้วยการโยกย้ายตำรวจมีผลบังคับใช้แล้ว

กฎระเบียบใหม่ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาอนุญาตให้มีการโยกย้ายหรือสำรองราชการตำรวจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่ว่าด้วยการโยกย้ายตำรวจมีผลบังคับใช้แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
กฎ ก.ตร. ฉบับใหม่ว่าด้วยการโยกย้ายตำรวจมีผลบังคับใช้แล้ว

กฎระเบียบใหม่ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาอนุญาตให้มีการโยกย้ายหรือสำรองราชการตำรวจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกกฎระเบียบใหม่ตามรายงานของ Matichon Online ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นทางการภายหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดขั้นตอนที่เป็นทางการสำหรับการโยกย้ายบุคลากรตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ หรือการสำรองราชการตามสถานการณ์ที่ระบุไว้ล่วงหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างองค์กรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของตำรวจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น กฎระเบียบนี้ได้ระบุเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่อาจถูกโยกย้าย เพื่อให้กรอบกฎหมายที่กำกับดูแลการบริหารงานบุคคลภายในหน่วยงานมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ในขณะนี้ ผลกระทบเชิงปฏิบัติของการโยกย้ายเหล่านี้ต่อสถานีตำรวจในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในแต่ละภูมิภาคหรือไม่ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงนโยบายภายใน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงทันทีในด้านบริการสาธารณะหรือข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักหรือท่องเที่ยวในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:21 UTC

สมาคมชาวนาไทยคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมาคมชาวนาไทยคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยห่วงกระทบต่อสิทธิในการเก็บและใช้เมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมาคมชาวนาไทยคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมชาวนาไทยคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยห่วงกระทบต่อสิทธิในการเก็บและใช้เมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย นำโดยนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมฯ ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยเรียกร้องให้ภาครัฐเปิดเผยรายละเอียดให้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิทธิของเกษตรกรในการเก็บ แลกเปลี่ยน และนำเมล็ดพันธุ์กลับมาปลูกใหม่

ข้อกังวลหลักอยู่ที่ความเป็นไปได้ที่บริษัทเอกชนอาจอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาเหนือพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหลังจากนำไปวิจัยและพัฒนา เกษตรกรเกรงว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายดังกล่าวจะจำกัดวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิมและบีบให้เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกปี นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันภาครัฐยังไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการปีละ 1-1.2 ล้านตัน ซึ่งสร้างคำถามว่ารัฐจะมีมาตรการปกป้องพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและรับประกันการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรได้อย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจภาคเกษตรกรรมของไทย ประเด็นนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างการปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาด้านเกษตรกับการรักษาอิสระของเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านี้อย่างไร และร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยหรือไม่ โดยทางสมาคมฯ ยังคงเรียกร้องให้มีการชี้แจงผลได้ผลเสียต่อภาคเกษตรกรรมอย่างชัดเจนก่อนที่จะมีการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:03 UTC

ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่นิวยอร์ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่นิวยอร์ก

อดีตโปรดิวเซอร์ฮอลลีวูด ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี หลังจากมีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศอดีตผู้ช่วย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่นิวยอร์ก

อดีตโปรดิวเซอร์ฮอลลีวูด ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี หลังจากมีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศอดีตผู้ช่วย

ตามรายงานจาก Khaosod Online นายฮาร์วีย์ ไวน์สตีน อดีตโปรดิวเซอร์ฮอลลีวูดวัย 74 ปี ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี โดยคณะลูกขุนศาลสูงสุดประจำนิวยอร์กเคาน์ตีมีมติว่าเขามีความผิดจริงในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ น.ส.มิเรียม เฮลีย์ อดีตผู้ช่วยของเขา ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดในกระบวนการทางกฎหมายที่มีต่ออดีตผู้บริหารค่ายมิราแม็กซ์รายนี้

นายไวน์สตีนซึ่งปรากฏตัวในศาลโดยนั่งรถเข็น ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาในคดีนี้ แต่ได้กล่าวขอโทษทุกคนที่อาจได้รับผลกระทบจากการกระทำของเขา ปัจจุบันเขาถูกควบคุมตัวอยู่ในหอผู้ป่วยของเรือนจำภายในโรงพยาบาลเบลล์วิว นครนิวยอร์ก คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจากประวัติทางคดีที่ซับซ้อน รวมถึงคำพิพากษาในปี 2563 ที่ถูกกลับคำตัดสินในปี 2567 ตามด้วยการพิจารณาคดีใหม่และถูกตัดสินว่ามีความผิดอีกครั้งในปี 2568 นอกจากนี้ นายไวน์สตีนยังเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาชญากรรมทางเพศอีกคดีที่นครลอสแอนเจลิส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติผิดทางเพศในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าคำตัดสินนี้จะมีนัยสำคัญ แต่ผลกระทบในวงกว้างของคดีความเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยยังคงต้องยืนยันว่าการควบคุมตัวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพและการอุทธรณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจะส่งผลต่อสถานะการจำคุกของเขาอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:03 UTC

รวบหนุ่มเมียนมาวิ่งราวสร้อยทองในเขตบางนา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มเมียนมาวิ่งราวสร้อยทองในเขตบางนา

ชายชาวเมียนมาวัย 25 ปี ถูกกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ หลังก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำในเขตบางนา กรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มเมียนมาวิ่งราวสร้อยทองในเขตบางนา

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มเมียนมาวิ่งราวสร้อยทองในเขตบางนา

ชายชาวเมียนมาวัย 25 ปี ถูกกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ หลังก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำในเขตบางนา กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นาย SAI LOOT อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ถูกจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำจากร้านทองเพชรี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ซอยอุดมสุข 1 เขตบางนา กรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยอุดมสุข 1 ได้เข้าช่วยเหลือและล็อกตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในขณะที่พยายามหลบหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางนา จะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจรายงานว่าพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท อยู่ในมือขวาของผู้ต้องหาขณะเข้าจับกุม ร.ต.อ.ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางนา ยืนยันว่าได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของคนในชุมชนในการช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายหรือข้อหาที่แน่ชัดของผู้ต้องหา ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอุดมสุขควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสิ่งรอบข้าง แม้ว่าเหตุการณ์นี้ดูจะเป็นเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:42 UTC