ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับอายุขัยในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับอายุขัยในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Thai Post ระบุว่ามีเพียง 44% ของประชากรเท่านั้นที่อายุยืนถึง 80 ปี ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของช่วงชีวิตหลังอายุ 70 ปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับอายุขัยในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับอายุขัยในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Thai Post ระบุว่ามีเพียง 44% ของประชากรเท่านั้นที่อายุยืนถึง 80 ปี ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของช่วงชีวิตหลังอายุ 70 ปี

ตามคอลัมน์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post การก้าวเข้าสู่อายุ 70 ปีถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงจรชีวิตของมนุษย์ รายงานระบุว่าบุคคลที่อายุเกินเกณฑ์นี้กำลังเข้าสู่ช่วงที่มักถูกเรียกว่าช่วงปลายของชีวิต

ข้อมูลสาธารณะที่อ้างถึงในรายงานระบุว่ามีประชากรทั่วไปประมาณ 44% ที่สามารถก้าวข้ามเกณฑ์อายุ 70 ปีและดำเนินต่อไปจนถึงอายุ 80 ปีได้ มุมมองทางสถิตินี้ทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนของแนวโน้มการสูงวัยภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ข้อมูลนี้ให้บริบทที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ในท้องถิ่นและกระบวนการสูงวัย การเข้าใจตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่วางแผนพำนักระยะยาวหรือพิจารณาปรับเปลี่ยนสุขภาพและวิถีชีวิตเมื่ออายุมากขึ้นในสภาพแวดล้อมของไทย

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะทั่วไปและเป็นการสังเกตทางสถิติในวงกว้าง ไม่ใช่การพยากรณ์ทางการแพทย์หรือประชากรศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง จำเป็นต้องมีข้อมูลสำมะโนประชากรอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมหรือการศึกษาด้านสุขภาพโดยละเอียดเพื่อให้การวิเคราะห์แนวโน้มอายุขัยในภูมิภาคหรือกลุ่มเศรษฐกิจสังคมต่างๆ ในประเทศไทยมีความละเอียดมากขึ้น ผู้อ่านควรพิจารณาตัวเลขเหล่านี้เป็นการสะท้อนภาพรวมเกี่ยวกับอายุขัยมากกว่าที่จะเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 17:12 UTC

มูลนิธิกรุงศรีสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

มูลนิธิกรุงศรีสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

มูลนิธิกรุงศรีบริจาคเงิน 250,000 บาท ให้แก่มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) ซึ่งถือเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันในการร่วมมือเพื่อมอบการรักษาทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยยากไร้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

มูลนิธิกรุงศรีสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

แหล่งข่าวเดียว
มูลนิธิกรุงศรีสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

มูลนิธิกรุงศรีบริจาคเงิน 250,000 บาท ให้แก่มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) ซึ่งถือเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันในการร่วมมือเพื่อมอบการรักษาทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยยากไร้

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่ามูลนิธิกรุงศรีได้ขยายการสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ผู้แทนจากมูลนิธิกรุงศรี ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 250,000 บาท เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทยเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่อุทิศตนเพื่อมอบการผ่าตัดรักษาฟรีแก่เด็กและผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติบนใบหน้า ความร่วมมือระยะยาวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ทันท่วงทีและเปลี่ยนชีวิตได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของมูลนิธิภาคเอกชนในการเสริมสร้างระบบสาธารณสุข แม้ว่าเงินบริจาคจะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับการผ่าตัดได้ทันที แต่จำนวนผู้ป่วยที่จะได้รับประโยชน์จากเงินสนับสนุนในปีนี้ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบในวงกว้างของมูลนิธิหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสนับสนุนโครงการช่วยเหลือทางการแพทย์ที่คล้ายคลึงกัน สามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากมูลนิธิกรุงศรีและมูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทย เนื่องจากการสนับสนุนนี้เป็นพันธกิจประจำปี จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับกลุ่มเปราะบาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 11:16 UTC

ประกาศด่วนขอรับบริจาคเลือดให้ 'ต๋อง วงทู' ศิลปินรุ่นใหญ่
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ประกาศด่วนขอรับบริจาคเลือดให้ 'ต๋อง วงทู' ศิลปินรุ่นใหญ่

บุตรสาวของ 'ต๋อง วงทู' หรือนายสุรพันธ์ จำลองกุล ศิลปินรุ่นใหญ่ ได้ออกมาขอความอนุเคราะห์รับบริจาคเลือดหลังคุณพ่อเข้ารับการผ่าตัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ประกาศด่วนขอรับบริจาคเลือดให้ 'ต๋อง วงทู' ศิลปินรุ่นใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศด่วนขอรับบริจาคเลือดให้ 'ต๋อง วงทู' ศิลปินรุ่นใหญ่

บุตรสาวของ 'ต๋อง วงทู' หรือนายสุรพันธ์ จำลองกุล ศิลปินรุ่นใหญ่ ได้ออกมาขอความอนุเคราะห์รับบริจาคเลือดหลังคุณพ่อเข้ารับการผ่าตัด

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ครอบครัวของ 'ต๋อง วงทู' หรือนายสุรพันธ์ จำลองกุล ศิลปินรุ่นใหญ่ ได้ขอความอนุเคราะห์จากประชาชนในการร่วมบริจาคเลือดหลังจากที่เขาเข้ารับการผ่าตัดและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้เลือดและเกล็ดเลือดจำนวนมากในการรักษาอย่างต่อเนื่อง

บุตรสาวของศิลปินได้เชิญชวนผู้ที่สะดวกไปร่วมบริจาคเลือดได้ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยสามารถบริจาคได้ทุกกรุ๊ปเพื่อทดแทนเลือดที่ทางโรงพยาบาลเบิกมาใช้ในการรักษา และเพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นต่อไป โดยขอให้แจ้งความประสงค์บริจาคในนามของ นายสุรพันธ์ จำลองกุล

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมบริจาค สามารถติดต่อได้ที่กองบริการโลหิต อาคารศูนย์มะเร็ง ชั้น 3 โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. เปิดรับบริจาควันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.00–16.00 น. (ปิดรับบัตรเวลา 15.30 น.) ปิดทำการในวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

แม้ว่าการประกาศนี้จะเน้นย้ำถึงความต้องการสำรองเลือดในสถานพยาบาลท้องถิ่น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตในระบบสาธารณสุขไทย ทั้งนี้ ยังไม่มีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการป่วยเฉพาะเจาะจงของศิลปินหรือปริมาณเลือดที่ได้รับบริจาคในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:17 UTC

ไทยเพิ่ม 4 โรคเข้าบัญชีโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเพิ่ม 4 โรคเข้าบัญชีโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติให้โรคลีเจียนแนร์, SFTS, RSV และงูสวัด เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไทยเพิ่ม 4 โรคเข้าบัญชีโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเพิ่ม 4 โรคเข้าบัญชีโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติให้โรคลีเจียนแนร์, SFTS, RSV และงูสวัด เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้มีมติให้เพิ่มโรคติดต่ออีก 4 โรคเข้าในบัญชีโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires' disease), โรคไข้รุนแรงที่มีเกล็ดเลือดต่ำ (SFTS), โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และโรคงูสวัด

การปรับปรุงกฎระเบียบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขของประเทศ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การจัดกลุ่มนี้ถือเป็นกลไกให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถติดตามแนวโน้มการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและดำเนินมาตรการป้องกันที่จำเป็น ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะมีการระบาดในทันทีหรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเข้าประเทศ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าเชื้อก่อโรคเหล่านี้อยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุข

แม้ว่าคณะกรรมการจะมีมติดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระเบียบการรายงานสำหรับสถานพยาบาลหรือการเปลี่ยนแปลงแนวทางด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำหรับคำแนะนำด้านสุขภาพเฉพาะทาง เช่นเดียวกับข่าวสารด้านสุขภาพทั่วไป ประชาชนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หากมีข้อกังวลด้านสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำถามเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:16 UTC

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนา 'LEPSIA' ยารักษาโรคลมชักในเด็กจากกัญชา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนา 'LEPSIA' ยารักษาโรคลมชักในเด็กจากกัญชา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา 'LEPSIA' ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ที่สกัดจากกัญชาเพื่อใช้รักษาโรคลมชักในเด็ก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนา 'LEPSIA' ยารักษาโรคลมชักในเด็กจากกัญชา

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนา 'LEPSIA' ยารักษาโรคลมชักในเด็กจากกัญชา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา 'LEPSIA' ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ที่สกัดจากกัญชาเพื่อใช้รักษาโรคลมชักในเด็ก

ตามรายงานจาก Thai Post นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา 'LEPSIA' ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมที่ได้จากการวิจัยกัญชา โดยคิดค้นขึ้นเพื่อรักษาโรคลมชักในผู้ป่วยเด็กโดยเฉพาะ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่สำคัญในการเข้าถึงยาต้านอาการชักที่เหมาะสมและมีราคาที่เข้าถึงได้สำหรับเด็กที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการกัญชาทางการแพทย์เข้าสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง การที่มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นไปที่การใช้งานในกลุ่มผู้ป่วยเด็กนั้น เป็นการทำงานเพื่อสร้างทางเลือกที่เป็นมาตรฐานและผลิตได้ภายในประเทศ แทนการใช้ยาที่ต้องนำเข้า ซึ่งอาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กและลดการพึ่งพาการนำเข้ายาที่มีราคาสูง

แม้ว่าการประกาศนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการวิจัยทางการแพทย์ของไทย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการอย่างเป็นทางการในการกระจายยา สถานะการอนุมัติตามกฎระเบียบสำหรับการใช้งานทางคลินิกในวงกว้าง และวิธีการที่ยานี้จะถูกรวมเข้ากับระบบประกันสุขภาพของรัฐที่มีอยู่ เช่นเดียวกับความก้าวหน้าทางการแพทย์อื่นๆ ผู้ป่วยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษา ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมหาวิทยาลัยดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการนำไปใช้งานจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:38 UTC

กลุ่มประมงอาสาเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มประมงอาสาเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว

เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ได้เริ่มปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกรานในเขื่อนลำปาว โดยสามารถจับได้จำนวน 99 ตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กลุ่มประมงอาสาเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มประมงอาสาเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว

เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ได้เริ่มปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกรานในเขื่อนลำปาว โดยสามารถจับได้จำนวน 99 ตัว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ได้มีการเปิดปฏิบัติการร่วมกันโดยกลุ่มประมงอาสาที่เขื่อนลำปาว เพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกราน ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับปลาหมอคางดำได้จำนวน 99 ตัว ซึ่งปลาชนิดนี้ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อระบบนิเวศทางน้ำและประชากรปลาพื้นถิ่นในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ความคิดริเริ่มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการผลกระทบทางนิเวศวิทยาจากสายพันธุ์รุกรานนี้ แม้ว่าการกำจัดปลาจำนวน 99 ตัวจะเป็นก้าวที่ดี แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของปฏิบัติการในการป้องกันการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำทั่วทั้งอ่างเก็บน้ำนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

ผู้ที่มาเยือนพื้นที่ควรทราบว่ากิจกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงพื้นที่ประมงหรือกิจกรรมทางน้ำในบางครั้ง ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากเขื่อนเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับความพยายามในการกำจัดในอนาคต ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับสถานะของอ่างเก็บน้ำและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมที่กำลังดำเนินการเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:36 UTC

กระทรวงสาธารณสุขแจงกรณี 'ลิซ่า' ดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขแจงกรณี 'ลิซ่า' ดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ 'ลิซ่า' ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสร้างดราม่า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขแจงกรณี 'ลิซ่า' ดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขแจงกรณี 'ลิซ่า' ดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ 'ลิซ่า' ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสร้างดราม่า

หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของ 'ลิซ่า' ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกชาวไทย ขณะกำลังดื่มเบียร์ในรายการสื่อต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอ้างอิงจากมติชนออนไลน์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ขอความร่วมมือประชาชนให้งดเว้นการสร้างประเด็นดราม่าเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดของประเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมและการแสดงภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงฯ เน้นย้ำว่าผู้ที่แชร์เนื้อหาดังกล่าวบนโซเชียลมีเดียควรปิดบังชื่อยี่ห้อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานท้องถิ่น

แม้ว่ากระทรวงฯ จะได้ออกมาแสดงท่าทีต่อกระแสสังคมแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเป็นทางการไปยังฝ่ายผลิตหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปดังกล่าวในประเทศไทยหรือไม่ สถานการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในราชอาณาจักร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการแสดงภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมักนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะเมื่อมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะนี้ ท่าทีของกระทรวงฯ มุ่งเน้นไปที่การลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าการดำเนินมาตรการลงโทษต่อศิลปิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:35 UTC

ผลสำรวจเผยคนไทยรู้จัก “บัตรทอง” สูง แต่ยังขาดความเข้าใจในสิทธิประโยชน์เชิงลึก
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ผลสำรวจเผยคนไทยรู้จัก “บัตรทอง” สูง แต่ยังขาดความเข้าใจในสิทธิประโยชน์เชิงลึก

ผลสำรวจล่าสุดจากมติชนออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หลายคนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์เฉพาะด้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ผลสำรวจเผยคนไทยรู้จัก “บัตรทอง” สูง แต่ยังขาดความเข้าใจในสิทธิประโยชน์เชิงลึก

แหล่งข่าวเดียว
ผลสำรวจเผยคนไทยรู้จัก “บัตรทอง” สูง แต่ยังขาดความเข้าใจในสิทธิประโยชน์เชิงลึก

ผลสำรวจล่าสุดจากมติชนออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หลายคนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์เฉพาะด้าน

ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยมติชนออนไลน์เน้นย้ำว่า การรับรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการ “บัตรทอง” ของไทย หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UCS) นั้นอยู่ในระดับที่สูงมากในหมู่ประชาชน ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าแม้ชื่อโครงการจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่ยังคงมีช่องว่างสำคัญในความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์เฉพาะด้านและสิทธิที่ครอบคลุมภายใต้นโยบายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ผลสำรวจนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความคุ้มครองด้านสุขภาพของตนเองในเชิงรุก แม้ว่าบัตรทองจะให้บริการทางการแพทย์ที่จำเป็นแก่ประชาชนไทยที่มีสิทธิ์ แต่การทำความเข้าใจขอบเขตของสิทธิประโยชน์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ระบบสาธารณสุขในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ผลสำรวจบ่งชี้ว่าหลายคนอาจใช้สิทธิ์ของตนไม่เต็มที่เพียงเพราะขาดความชัดเจนว่าความคุ้มครองของตนครอบคลุมถึงสิ่งใดบ้าง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องมีแผนอย่างไรในการแก้ไขช่องว่างความรู้นี้ หรือจะมีแคมเปญให้ข้อมูลสาธารณะใหม่ๆ เพื่อชี้แจงรายละเอียดสิทธิประโยชน์หรือไม่ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบข้อมูลผ่านพอร์ทัลสุขภาพอย่างเป็นทางการของรัฐบาลหรือสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อยืนยันสถานะและขอบเขตสิทธิ์ทางการแพทย์ของตน เนื่องจากรายงานนี้อ้างอิงจากผลสำรวจล่าสุด จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณสุขที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:16 UTC

นนท์ อินทนนท์ เปิดใจถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เผชิญมานานกว่า 10 ปี
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

นนท์ อินทนนท์ เปิดใจถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เผชิญมานานกว่า 10 ปี

นนท์ อินทนนท์ นักแสดงตลกชื่อดังชาวไทย ได้เปิดเผยต่อสาธารณะถึงการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี พร้อมเผยถึงแรงกดดันในการต้องรักษาภาพลักษณ์ความตลกในขณะที่ต้องเผชิญกับบาดแผลในใจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

นนท์ อินทนนท์ เปิดใจถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เผชิญมานานกว่า 10 ปี

แหล่งข่าวเดียว
นนท์ อินทนนท์ เปิดใจถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เผชิญมานานกว่า 10 ปี

นนท์ อินทนนท์ นักแสดงตลกชื่อดังชาวไทย ได้เปิดเผยต่อสาธารณะถึงการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี พร้อมเผยถึงแรงกดดันในการต้องรักษาภาพลักษณ์ความตลกในขณะที่ต้องเผชิญกับบาดแผลในใจ

ในการปรากฏตัวในรายการ 'Let’s Talk' เมื่อเร็วๆ นี้ นนท์ อินทนนท์ นักแสดงตลกชาวไทย ได้แบ่งปันมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ตลกในที่สาธารณะกับสุขภาพจิตส่วนตัว นนท์เปิดเผยว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เขาใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงและกลัวการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เนื่องจากกลัวครอบครัวผิดหวังและกลัวการตัดสินจากสังคม ความขัดแย้งภายในนี้ทำให้เขาต้องพึ่งพาจิตแพทย์ในช่วงเวลาที่รู้สึกว่าไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันได้

นนท์ได้พูดถึงผลกระทบทางอารมณ์จากการที่ผู้คนคาดหวังให้เขาต้องตลกอยู่ตลอดเวลา โดยระบุว่าแฟนคลับมักจะเข้ามาขอให้เขาเล่นตลกหรือด่าแฟนของพวกเขาเพื่อความบันเทิงในที่สาธารณะ เขาเน้นย้ำว่าเช่นเดียวกับนักแสดงตลกอาชีพหลายคน ชีวิตนอกจอของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเสมอไป นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงความเจ็บปวดจากความรักครั้งแรกกับนักร้องฝึกหัดที่ทำให้เขารู้สึกถูกหักหลังอย่างรุนแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของสังคมต่อประเด็นสุขภาพจิตในวงการบันเทิงไทย แม้ประสบการณ์ของนนท์จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างที่มุ่งเน้นการลดอคติเกี่ยวกับการบำบัดทางจิตและความเปราะบางทางอารมณ์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปิดเผยครั้งนี้จะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพของเขาอย่างไร หรือเขาจะยังคงเป็นกระบอกเสียงในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิตต่อไปหรือไม่ ในปัจจุบัน นนท์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวของตัวเองทั้งในและนอกจอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 06:56 UTC

รวบ ‘หมอฟันเถื่อน’ จบ ม.6 เรียนทำฟันจากยูทูบ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รวบ ‘หมอฟันเถื่อน’ จบ ม.6 เรียนทำฟันจากยูทูบ

เจ้าหน้าที่จับกุมบุคคลที่ให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเรียนรู้วิธีการจากวิดีโอออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รวบ ‘หมอฟันเถื่อน’ จบ ม.6 เรียนทำฟันจากยูทูบ

แหล่งข่าวเดียว
รวบ ‘หมอฟันเถื่อน’ จบ ม.6 เรียนทำฟันจากยูทูบ

เจ้าหน้าที่จับกุมบุคคลที่ให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเรียนรู้วิธีการจากวิดีโอออนไลน์

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ไทยได้จับกุมบุคคลที่เปิดคลินิกทันตกรรมเถื่อน ผู้ต้องหาซึ่งจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เรียนรู้วิธีการทำฟันจากการรับชมวิดีโอสอนใน YouTube

ผู้ต้องหาเปิดให้บริการจากบ้านพักส่วนตัว โดยให้บริการทำรีเทนเนอร์และฟันปลอม ซึ่งจัดส่งให้ลูกค้าผ่านบริการเดลิเวอรี่ โดยมีลูกค้าประมาณ 40 รายต่อเดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และทันตกรรม การเข้ารับการรักษากับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก รวมถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อ การจัดฟันที่ผิดวิธี และภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพช่องปากในระยะยาว

แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงและระยะเวลาที่เปิดให้บริการเถื่อนนั้นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ขอแนะนำให้ประชาชนเข้ารับบริการทางทันตกรรมเฉพาะในคลินิกที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและมาตรฐานทางวิชาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:36 UTC

คนดังไทยแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลชีวิตข้ามเจเนอเรชัน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

คนดังไทยแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลชีวิตข้ามเจเนอเรชัน

แอน ทองประสม และ เต ตะวัน วิหครัตน์ ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางส่วนตัวในการดูแลสุขภาพและการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

คนดังไทยแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลชีวิตข้ามเจเนอเรชัน

แหล่งข่าวเดียว
คนดังไทยแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลชีวิตข้ามเจเนอเรชัน

แอน ทองประสม และ เต ตะวัน วิหครัตน์ ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางส่วนตัวในการดูแลสุขภาพและการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ แอน ทองประสม และ เต ตะวัน วิหครัตน์ สองคนดังจากวงการบันเทิงไทย ได้ร่วมกันแบ่งปันกลยุทธ์ส่วนตัวในการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตให้มีความสมดุล การสนทนาดังกล่าวเน้นย้ำถึงวิธีการที่ผู้คนจากต่างเจเนอเรชันสามารถรับมือกับความกดดันในชีวิตยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย บทสนทนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้นในเรื่องสุขภาพแบบองค์รวมและการดูแลตนเองภายในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่น ในฐานะบุคคลสาธารณะ มุมมองของพวกเขาเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกิจวัตรและการจัดการความเครียดในสภาพแวดล้อมที่เร่งรีบ แม้ว่าคนดังทั้งสองจะแบ่งปันนิสัยส่วนตัว แต่พวกเขาไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจงหรือรับรองการรักษาทางคลินิกใดๆ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเคล็ดลับสุขภาพเหล่านี้จะถูกขยายผลไปสู่แคมเปญสาธารณสุขในวงกว้างหรือไม่ หรือจะจำกัดอยู่เพียงคำแนะนำในการใช้ชีวิตส่วนตัวเท่านั้น ผู้ที่สนใจนำแนวทางดูแลสุขภาพไปปรับใช้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือกิจวัตรการออกกำลังกายนั้นเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการส่งเสริมสุขภาพที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาทั่วไปในหมู่ผู้มีอิทธิพลทางความคิดในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:35 UTC

ICC International สนับสนุนการเคลื่อนที่ให้แก่ผู้เปราะบางในจังหวัดอุดรธานี
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ICC International สนับสนุนการเคลื่อนที่ให้แก่ผู้เปราะบางในจังหวัดอุดรธานี

ICC International ได้มอบวีลแชร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวน 515 รายการ เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางใน 4 อำเภอของจังหวัดอุดรธานี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ICC International สนับสนุนการเคลื่อนที่ให้แก่ผู้เปราะบางในจังหวัดอุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
ICC International สนับสนุนการเคลื่อนที่ให้แก่ผู้เปราะบางในจังหวัดอุดรธานี

ICC International ได้มอบวีลแชร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวน 515 รายการ เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางใน 4 อำเภอของจังหวัดอุดรธานี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องโดยเข้าร่วมโครงการวีลแชร์พระราชทานฯ ระยะที่ 3 ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านการเคลื่อนที่แก่กลุ่มเปราะบางใน 4 อำเภอของจังหวัดอุดรธานี

ในการดำเนินงานครั้งล่าสุดนี้ ทางองค์กรได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ แจกจ่ายวีลแชร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะบุคคลรวม 515 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.3 ล้านบาท จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือการจัดทีมอาสาสมัครลงพื้นที่เพื่อประเมินและปรับแต่งอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสรีระและความต้องการทางร่างกายของผู้รับแต่ละราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงบริการและช่องว่างทางสาธารณสุขในระดับภูมิภาค แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนที่ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางองค์กรมีแผนที่จะขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นๆ หรือจะมีโครงการในระยะต่อไปในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีอย่างไร ผู้ที่สนใจผลกระทบของโครงการสวัสดิการสังคมดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากองค์กรที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระยะยาวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:59 UTC

ทำความเข้าใจการตรวจวินิจฉัยสุขภาพเต้านมในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ทำความเข้าใจการตรวจวินิจฉัยสุขภาพเต้านมในประเทศไทย

รายการ 'X-ray Talk' ทางช่อง Rama Channel นำเสนอข้อมูลเพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับก้อนที่เต้านม โดยเน้นย้ำบทบาทของรังสีวินิจฉัยในการแยกแยะระหว่างภาวะปกติและมะเร็ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ทำความเข้าใจการตรวจวินิจฉัยสุขภาพเต้านมในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทำความเข้าใจการตรวจวินิจฉัยสุขภาพเต้านมในประเทศไทย

รายการ 'X-ray Talk' ทางช่อง Rama Channel นำเสนอข้อมูลเพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับก้อนที่เต้านม โดยเน้นย้ำบทบาทของรังสีวินิจฉัยในการแยกแยะระหว่างภาวะปกติและมะเร็ง

ตามรายงานจาก Khaosod Online ผู้หญิงจำนวนมากมักเกิดความวิตกกังวลอย่างมากเมื่อคลำพบก้อนที่เต้านม โดยมักจะกังวลไปถึงการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เน้นย้ำว่าก้อนเนื้อดังกล่าวไม่ได้เป็นมะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงถุงน้ำหรือเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งก็ได้

เพื่อช่วยคลายความกังวลเหล่านี้ รายการ 'X-ray Talk' ทางช่อง Rama Channel ได้เชิญรังสีแพทย์มาอธิบายถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์สมัยใหม่ การสนทนามุ่งเน้นไปที่บทบาทเฉพาะของการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ โดยอธิบายรายละเอียดว่าเครื่องมือวินิจฉัยเหล่านี้ทำงานอย่างไรและผู้ป่วยสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างในระหว่างกระบวนการตรวจ นอกจากนี้ รายการยังครอบคลุมถึงวิธีการเจาะชิ้นเนื้อแบบต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์เนื้อเยื่อที่น่าสงสัย เพื่อเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความเข้าใจทางการแพทย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้มีความเกี่ยวข้องเนื่องจากเน้นย้ำถึงการเข้าถึงบริการวินิจฉัยและความสำคัญของการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างวิธีการตรวจคัดกรองสามารถช่วยให้บุคคลต่างๆ เข้าถึงระบบสาธารณสุขในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากพบปัญหาด้านสุขภาพ แม้ว่ารายการจะให้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับขั้นตอนการวินิจฉัย แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการปรึกษาแพทย์ส่วนบุคคลได้ ผู้ที่พบความผิดปกติทางร่างกายควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันสถานะสุขภาพของตน เนื่องจากลักษณะเฉพาะของก้อนที่เต้านมจำเป็นต้องได้รับการยืนยันผ่านการตรวจทางคลินิกและการทดสอบวินิจฉัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:17 UTC

กรุงเทพฯ นำร่องโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ นำร่องโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ใน 5 เขตที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรุงเทพฯ นำร่องโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ นำร่องโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ใน 5 เขตที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อต่อสู้กับโรคไข้เลือดออก ซึ่งยังคงเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 19 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 21,620 ราย และมีผู้เสียชีวิต 31 ราย ในขณะที่กรุงเทพมหานครพบผู้ป่วย 1,785 ราย และเสียชีวิต 4 ราย

เพื่อรับมือกับตัวเลขดังกล่าว สำนักอนามัย กทม. ได้ดำเนิน 'โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4' ในปีการศึกษา 2569 โดยโครงการนำร่องนี้ดำเนินการในโรงเรียนสังกัด กทม. 40 แห่ง ใน 5 เขตที่พบการระบาดซ้ำ ได้แก่ คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ และเขตอื่นๆ กลยุทธ์นี้เน้นแนวทาง 3 ประการ คือ 'เกิด-กัด-ฉีด' ซึ่งรวมถึงการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การป้องกันยุงกัด และการฉีดวัคซีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของโรคไข้เลือดออกในเขตเมืองที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่เด็กวัยเรียน แต่หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังคงย้ำเตือนว่าผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่า กทม. จะประเมินความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้อย่างไร และจะมีการขยายโครงการไปยังเขตอื่นหรือกลุ่มอายุอื่นในอนาคตหรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและดำเนินการควบคุมยุงในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของตนอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:46 UTC

โรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดตัวโครงการ 'Wellderly Sports' เพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดตัวโครงการ 'Wellderly Sports' เพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล

โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้เปิดตัวโปรแกรม 'Wellderly Sports' โดยผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างแผนสุขภาพและการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลสำหรับผู้สูงวัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดตัวโครงการ 'Wellderly Sports' เพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดตัวโครงการ 'Wellderly Sports' เพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล

โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้เปิดตัวโปรแกรม 'Wellderly Sports' โดยผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างแผนสุขภาพและการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลสำหรับผู้สูงวัย

ตามรายงานจาก Khaosod Online โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้เปิดตัวโครงการใหม่ในชื่อ 'Wellderly Sports' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 'Healthy Aging' โดยโครงการนี้ถูกนำเสนอในงาน 'Wellderly Fit-Flow-Flex: Next-Gen Cardio Wellness' ซึ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุกผ่านการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ข้อมูลสุขภาพ และเทคโนโลยีสมัยใหม่

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้แต่ละบุคคลเข้าใจศักยภาพทางร่างกายของตนเองโดยการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เช่น ข้อมูลทางพันธุกรรม สุขภาพหัวใจ และสมรรถภาพทางกายโดยรวม แทนที่จะพึ่งพาข้อมูลทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แนวทางของโรงพยาบาลยังพิจารณาถึงไลฟ์สไตล์ ประวัติสุขภาพ และเป้าหมายส่วนบุคคลเพื่อออกแบบแผนการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ปรัชญาหลักคือ 'Healthy Aging' ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การมีอายุยืนยาว แต่เน้นไปที่การรักษาสุขภาพหัวใจ ความสามารถในการเคลื่อนไหว และคุณภาพชีวิตโดยรวมในทุกช่วงวัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการแพทย์เชิงป้องกันแบบเฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การใช้การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถปรับกิจกรรมทางกายให้สอดคล้องกับสถานะสุขภาพปัจจุบันของตนได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะวางกรอบการทำงานนี้ไว้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการประเมิน 'Wellderly Sports' จะถูกรวมเข้ากับแพ็คเกจตรวจสุขภาพมาตรฐานอย่างกว้างขวางเพียงใด หรือจำเป็นต้องมีการปรึกษาหารือเฉพาะทางเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:38 UTC

มายด์ ลภัสลัล คลอดลูกชาย น้องร็อคกี้ แล้ว
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

มายด์ ลภัสลัล คลอดลูกชาย น้องร็อคกี้ แล้ว

มายด์ ลภัสลัล นักแสดงสาวชาวไทย ประกาศข่าวดีการคลอดบุตรชาย น้องร็อคกี้ ก่อนกำหนด โดยยืนยันว่าทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงดี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

มายด์ ลภัสลัล คลอดลูกชาย น้องร็อคกี้ แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
มายด์ ลภัสลัล คลอดลูกชาย น้องร็อคกี้ แล้ว

มายด์ ลภัสลัล นักแสดงสาวชาวไทย ประกาศข่าวดีการคลอดบุตรชาย น้องร็อคกี้ ก่อนกำหนด โดยยืนยันว่าทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงดี

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ มายด์ ลภัสลัล นักแสดงสาวชื่อดัง ได้ให้กำเนิดบุตรชาย น้องร็อคกี้ โดยนักแสดงสาวได้แจ้งข่าวเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่าการคลอดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เธอได้ยืนยันว่าลูกชายมีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์ดี

ในข้อความสุดซึ้งที่โพสต์พร้อมกับภาพแรกของลูกน้อย มายด์ได้แสดงความดีใจและระบุว่าลูกชายได้นำแสงสว่างมาสู่ชีวิตของพวกเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นอกจากนี้ เธอยังได้ขอบคุณทีมแพทย์และพยาบาลที่ให้การดูแลเป็นอย่างดีระหว่างการคลอดและดูแลทารกน้อย

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของนักแสดงสาว แม้ว่าการประกาศอย่างเป็นทางการจะยืนยันถึงการคลอดที่ปลอดภัยและสุขภาพของเด็ก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการแพทย์ของการคลอดก่อนกำหนดหรือตารางงานในอนาคตของนักแสดงสาว ทั้งนี้ แฟนคลับและเพื่อนร่วมงานต่างร่วมแสดงความยินดีผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว การอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจึงขึ้นอยู่กับการแถลงของนักแสดงสาวเองในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:06 UTC

ไทยเสนอการปฏิรูประบบประกันสังคมแบบครอบคลุม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเสนอการปฏิรูประบบประกันสังคมแบบครอบคลุม

ข้อริเริ่มใหม่มุ่งปฏิรูประบบประกันสังคมของไทย โดยเน้นการยกระดับสิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพและการเพิ่มความคุ้มครองสำหรับแรงงานหญิง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไทยเสนอการปฏิรูประบบประกันสังคมแบบครอบคลุม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสนอการปฏิรูประบบประกันสังคมแบบครอบคลุม

ข้อริเริ่มใหม่มุ่งปฏิรูประบบประกันสังคมของไทย โดยเน้นการยกระดับสิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพและการเพิ่มความคุ้มครองสำหรับแรงงานหญิง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้นำเสนอโจทย์สำหรับ 'ประกันสังคมในฝัน' โดยข้อริเริ่มนี้สนับสนุนให้มีการปฏิรูประบบเดิมอย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับสิทธิสุขภาพและการเสริมสร้างความคุ้มครองด้านแรงงานสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการสิทธิประโยชน์ประกันสังคมและความคุ้มครองทางการแพทย์ หากมีการนำไปปฏิบัติจริง การปฏิรูปเหล่านี้อาจนำไปสู่การเข้าถึงบริการสุขภาพที่กว้างขวางขึ้นและระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับแรงงาน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดที่จะถูกนำมาใช้จริง กรอบเวลาสำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย และการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเงินสมทบหรือสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในปัจจุบันอย่างไร

ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้ที่พึ่งพาระบบประกันสังคมของไทยสำหรับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์หรือด้านแรงงานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคม ในขั้นตอนนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกรอบสำหรับการอภิปรายในอนาคต ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 16:10 UTC

โรงพยาบาลชลบุรีชี้แจงกรณีดราม่าล็อกล้อรถผู้พิการ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลชลบุรีชี้แจงกรณีดราม่าล็อกล้อรถผู้พิการ

โรงพยาบาลชลบุรีได้ออกมาชี้แจงหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์จากคลิปวิดีโอที่มีการล็อกล้อรถยนต์ในช่องจอดสำหรับคนพิการ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลชลบุรีชี้แจงกรณีดราม่าล็อกล้อรถผู้พิการ

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลชลบุรีชี้แจงกรณีดราม่าล็อกล้อรถผู้พิการ

โรงพยาบาลชลบุรีได้ออกมาชี้แจงหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์จากคลิปวิดีโอที่มีการล็อกล้อรถยนต์ในช่องจอดสำหรับคนพิการ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โรงพยาบาลชลบุรีได้ตอบโต้กรณีเหตุการณ์ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับผู้ขับขี่รถยนต์ที่ถูกล็อกล้อ โดยผู้ขับขี่ได้จอดรถในช่องจอดสำหรับคนพิการขณะมารับบิดาซึ่งมีความพิการทางขาออกจากโรงพยาบาล เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอรถที่ถูกล็อกล้อบนสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายการบังคับใช้กฎระเบียบของทางโรงพยาบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎระเบียบการจอดรถอย่างเคร่งครัดภายในพื้นที่โรงพยาบาลในประเทศไทย แม้จะเป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การจอดรถในเขตห้ามจอดอาจนำไปสู่การลงโทษทางปกครองได้ทันที นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบระเบียบการจอดรถเฉพาะของโรงพยาบาล หรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหากจำเป็นต้องใช้ช่องจอดสำหรับผู้โดยสารที่มีความพิการ

แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะมีการชี้แจงแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการตรวจสอบภายในของโรงพยาบาลและประเด็นที่ว่าบทลงโทษจะถูกยกเลิกหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกในลักษณะเดียวกัน ตามรายงานของ Khaosod English ขณะนี้ทางโรงพยาบาลกำลังจัดการกับผลกระทบจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:00 UTC