ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เกิดอุบัติเหตุสลด อสม. ขี่รถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานเสียชีวิตที่ลพบุรี
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุสลด อสม. ขี่รถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานเสียชีวิตที่ลพบุรี

อาสาสมัครสาธารณสุขวัย 60 ปี เสียชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานในจังหวัดลพบุรี คาดว่าเกิดจากอาการวูบขณะขับขี่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เกิดอุบัติเหตุสลด อสม. ขี่รถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานเสียชีวิตที่ลพบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุสลด อสม. ขี่รถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานเสียชีวิตที่ลพบุรี

อาสาสมัครสาธารณสุขวัย 60 ปี เสียชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลัดตกสะพานในจังหวัดลพบุรี คาดว่าเกิดจากอาการวูบขณะขับขี่

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทางสะพานต่างระดับในตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ส่งผลให้หญิงวัย 60 ปี เสียชีวิตจากการพลัดตกจากสะพานที่มีความสูงกว่า 15 เมตร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.45 น.

เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตอยู่บนสะพานพร้อมกับข้าวของที่กระจัดกระจาย ผู้เสียชีวิตเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นที่รักของคนในชุมชน พี่สาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า น้องสาวมีอาการวูบจนรถล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเมื่อวันก่อนหน้า คาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกิดจากอาการป่วยกะทันหันขณะขับขี่จนทำให้สูญเสียการควบคุม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่ยานพาหนะ แม้ว่าเหตุการณ์จะบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรีกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคประจำตัวหรือปัจจัยด้านการจราจรอื่นๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:52 UTC

เหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังมีข้อพิพาทเรื่องการประมูล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังมีข้อพิพาทเรื่องการประมูล

ชาย 5 คนรุมทำร้ายบุคคล 2 คนที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังจากที่ผู้เสียหายปฏิเสธที่จะเข้าร่วมขบวนการฮั้วประมูลราคาในการประมูลข้าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังมีข้อพิพาทเรื่องการประมูล

แหล่งข่าวเดียว
เหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังมีข้อพิพาทเรื่องการประมูล

ชาย 5 คนรุมทำร้ายบุคคล 2 คนที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ หลังจากที่ผู้เสียหายปฏิเสธที่จะเข้าร่วมขบวนการฮั้วประมูลราคาในการประมูลข้าว

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ตัวแทนจากบริษัทเอกชน 2 ราย คือ นายเอ และ นายบี กำลังเข้าร่วมการประมูลซื้อข้าวเมื่อถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คนเข้ามาพูดคุย โดยกลุ่มชายดังกล่าวพยายามกดดันให้ผู้เสียหายยอมทำตามข้อตกลงเรื่องการกำหนดราคาประมูล หรือที่เรียกกันว่า "การฮั้วประมูล"

หลังจากที่ผู้เสียหายปฏิเสธที่จะทำตามและยืนยันจะเข้าร่วมการประมูลอย่างเป็นธรรม กลุ่มชายดังกล่าวได้เข้าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยท่อนเหล็ก กระบอง และมีด นายเอได้รับบาดแผลจากมีดที่แขนขวาและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง ส่วนนายบีได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้าจนต้องเข้ารับการสแกนสมอง ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและความปลอดภัยในสถานที่วิจัยของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติของผู้เสียหายได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของศูนย์ฯ เนื่องจากมีรายงานว่ากล้องวงจรปิดไม่สามารถใช้งานได้ในขณะเกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวน เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจในท้องถิ่นหรือการประมูลของรัฐควรใช้ความระมัดระวัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:53 UTC

กิจกรรมสุขภาพ “BEM Care 2026” ที่สถานีสวนจตุจักร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กิจกรรมสุขภาพ “BEM Care 2026” ที่สถานีสวนจตุจักร

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กิจกรรมสุขภาพ “BEM Care 2026” ที่สถานีสวนจตุจักร

แหล่งข่าวเดียว
กิจกรรมสุขภาพ “BEM Care 2026” ที่สถานีสวนจตุจักร

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ประกาศเปิดตัวสถานีสุขภาพ “BEM Care 2026” โดยกิจกรรมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 กันยายน 2569 ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร

โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในขณะที่ใช้บริการเครือข่ายขนส่งสาธารณะ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ กิจกรรมนี้ถือเป็นช่องทางที่สะดวกในการตรวจสอบตัวชี้วัดสุขภาพส่วนบุคคลระหว่างการเดินทางในแต่ละวัน การให้บริการดังกล่าวภายในศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบูรณาการการสร้างความตระหนักด้านสาธารณสุขเข้ากับประสบการณ์การเดินทางในเมือง

แม้ว่าประกาศจะยืนยันวันที่และสถานที่จัดกิจกรรมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับประเภทของการตรวจสุขภาพ เวลาทำการในแต่ละวัน และความจำเป็นในการลงทะเบียนล่วงหน้ายังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ BEM เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน เนื่องจากเป็นกิจกรรมด้านสาธารณสุข ผู้เข้าร่วมควรเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะมีคิวรอรับบริการขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่สถานี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:31 UTC

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงาม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงาม

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) เปิดนิทรรศการที่เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพผิว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงาม

แหล่งข่าวเดียว
Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงาม

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) เปิดนิทรรศการที่เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพผิว

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ได้ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) เพื่อจัดนิทรรศการในหัวข้อ 'Decode Your Skin, Discover Your TRUE BEAUTY' (ถอดรหัสผิวของคุณ ค้นพบความงามที่แท้จริงของคุณ) โดยนิทรรศการนี้จัดขึ้นภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

นิทรรศการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างตจวิทยาและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยสนับสนุนให้ผู้เข้าชมทำความเข้าใจสุขภาพผิวของตนเองผ่านมุมมองเชิงวิเคราะห์มากขึ้น ด้วยการบูรณาการความเชี่ยวชาญทางคลินิกเข้ากับทรัพยากรทางการศึกษาของ NSM ผู้จัดงานมุ่งหวังที่จะลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรฐานความงามและส่งเสริมความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับชีววิทยาของผิวหนัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวด้วยหลักวิทยาศาสตร์ภายในบริบทของงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเปิดโอกาสให้เรียนรู้เรื่องสุขภาพผิวจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมในสภาพแวดล้อมแบบโต้ตอบ

แม้ว่านิทรรศการจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดแสดง รวมถึงเวิร์กช็อปเพิ่มเติมหรือบริการวิเคราะห์ผิวรายบุคคลสำหรับบุคคลทั่วไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถตรวจสอบตารางกิจกรรมอย่างเป็นทางการของงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:20 UTC

รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF จัดกิจกรรมการกุศลระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทางออร์โธปิดิกส์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF จัดกิจกรรมการกุศลระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทางออร์โธปิดิกส์

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและ CPF ร่วมมือกันจัดกิจกรรมการกุศล 3 วัน เพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF จัดกิจกรรมการกุศลระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทางออร์โธปิดิกส์

แหล่งข่าวเดียว
รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF จัดกิจกรรมการกุศลระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทางออร์โธปิดิกส์

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและ CPF ร่วมมือกันจัดกิจกรรมการกุศล 3 วัน เพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้เปิดตัวโครงการการกุศลภายใต้ชื่อ "ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้" โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพในราคาพิเศษ ตามรายงานจาก Thai Post รายได้จากการดำเนินกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับแผนกออร์โธปิดิกส์ของโรงพยาบาล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาโรคกระดูกและข้อ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กิจกรรมนี้ถือเป็นความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข แม้ว่าแคมเปญนี้จะเป็นโอกาสในการสนับสนุนทรัพยากรของโรงพยาบาลผ่านการซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ประเภทของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จัดลำดับความสำคัญและเป้าหมายยอดเงินบริจาคทั้งหมดนั้นยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ แม้ว่ากิจกรรมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีกิจกรรมระดมทุนในระยะถัดไปหรือไม่ หรือทางโรงพยาบาลจะมีการรายงานสรุปยอดเงินบริจาคทั้งหมดในภายหลัง ผู้ที่สนใจสนับสนุนโครงการหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วม สามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือ CPF

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:54 UTC

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพิจารณาทำศัลยกรรมความงามในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพิจารณาทำศัลยกรรมความงามในประเทศไทย

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงแนะนำให้ผู้ที่กำลังพิจารณาทำศัลยกรรมความงามให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างร่างกายและการประเมินความเสี่ยงมากกว่าผลลัพธ์ด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพิจารณาทำศัลยกรรมความงามในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพิจารณาทำศัลยกรรมความงามในประเทศไทย

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงแนะนำให้ผู้ที่กำลังพิจารณาทำศัลยกรรมความงามให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างร่างกายและการประเมินความเสี่ยงมากกว่าผลลัพธ์ด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอเต๋า' ได้ออกคำแนะนำต่อสาธารณะเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าผู้ที่กำลังพิจารณาเข้ารับการผ่าตัดไม่ควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ด้านความสวยงามที่ต้องการเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำการประเมินโครงสร้างร่างกายของตนเองและประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแนะนำนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบเมื่อต้องการรับบริการทางการแพทย์ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก แต่มุมมองของผู้เชี่ยวชาญนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการผ่าตัดมีความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าการตัดสินใจจากแรงจูงใจด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ยังคงต้องมีการยืนยันว่าคำแนะนำเฉพาะเหล่านี้สอดคล้องกับมาตรฐานทางคลินิกในปัจจุบันของโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ ในประเทศอย่างไร นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเฉพาะหรือเกณฑ์ด้านโครงสร้างร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องขอคำปรึกษาเฉพาะบุคคลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำแนะนำนี้สามารถอ้างอิงได้จากรายงานต้นฉบับของ Matichon Online

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:51 UTC

การระบาดของ 'ไข้เลือดออก' ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

การระบาดของ 'ไข้เลือดออก' ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศไทย

กรมควบคุมโรคของไทยรายงานพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 21,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 31 ราย ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

การระบาดของ 'ไข้เลือดออก' ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การระบาดของ 'ไข้เลือดออก' ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศไทย

กรมควบคุมโรคของไทยรายงานพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 21,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 31 ราย ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

ตามรายงานจาก Matichon Online กรมควบคุมโรคของประเทศไทยได้เปิดเผยตัวเลขล่าสุดเกี่ยวกับการระบาดของโรคไข้เลือดออกที่ยังคงดำเนินอยู่ในประเทศ ข้อมูลในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ระบุว่ามีการบันทึกจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 21,000 ราย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 31 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของโรคที่มียุงเป็นพาหะซึ่งยังคงมีอยู่ในภูมิภาคนี้ โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในช่วงที่มีความชื้นสูงหรือมีฝนตกชุก ซึ่งเอื้อต่อการขยายพันธุ์ของยุง หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของผลกระทบในช่วงปีที่ผ่านมา แต่จำนวนผู้ป่วยรวมสำหรับทั้งปียังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลผ่านประกาศด้านสุขภาพในท้องถิ่นและใช้มาตรการป้องกันตามมาตรฐานเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด เช่น การใช้ยากันยุงและการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เนื่องจากสถานการณ์ด้านสุขภาพนี้ยังคงดำเนินอยู่ บุคคลทั่วไปควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หรือช่องทางด้านสุขภาพของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพส่วนบุคคลหรือมาตรการป้องกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:30 UTC

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดตัว 'DMSc CONNECT 2026' ยกระดับนวัตกรรมสุขภาพ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดตัว 'DMSc CONNECT 2026' ยกระดับนวัตกรรมสุขภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทยได้ริเริ่มแพลตฟอร์มความร่วมมือใหม่เพื่อเร่งการวิจัยด้านสุขภาพและนวัตกรรมสำหรับสังคมผู้สูงอายุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดตัว 'DMSc CONNECT 2026' ยกระดับนวัตกรรมสุขภาพ

แหล่งข่าวเดียว
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดตัว 'DMSc CONNECT 2026' ยกระดับนวัตกรรมสุขภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทยได้ริเริ่มแพลตฟอร์มความร่วมมือใหม่เพื่อเร่งการวิจัยด้านสุขภาพและนวัตกรรมสำหรับสังคมผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMSc) ได้เปิดตัวโครงการใหม่ในชื่อ 'DMSc CONNECT 2026' ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในด้านสุขภาพ โดยการส่งเสริมความร่วมมือผ่านเครือข่ายต่างๆ กรมฯ มุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สนับสนุนให้ประชากรสูงวัยมีสุขภาพที่ดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนประเทศไทยในระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ระดับชาติในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในขณะที่ประเทศยังคงปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ความคิดริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่ความก้าวหน้าในบริการสุขภาพท้องถิ่น เครื่องมือวินิจฉัย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งอาจกลายเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในอนาคต

แม้ว่าการเปิดตัวแพลตฟอร์มนี้จะเป็นการแสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการนำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาบูรณาการเข้ากับชีวิตประจำวัน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่เกิดจากความร่วมมือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความร่วมมือด้านการวิจัยเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่การปรับปรุงที่เป็นรูปธรรมในภูมิทัศน์ด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างไร ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้มั่นใจว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะเข้าถึงชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเฉพาะหรือผลกระทบโดยตรงต่อสาธารณชนจะยังไม่มีการระบุไว้ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:10 UTC

รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' สำหรับผู้สูงวัย
สุขภาพ ได้รับการยืนยัน

รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' สำหรับผู้สูงวัย

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เปิดพื้นที่จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นกิจกรรมกีฬาสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' สำหรับผู้สูงวัย

ได้รับการยืนยัน
รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' สำหรับผู้สูงวัย

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เปิดพื้นที่จัดงาน 'Age Friendly Run 2026' ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นกิจกรรมกีฬาสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

ภาพรวมของกิจกรรม

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เปลี่ยนพื้นที่ภายในโรงพยาบาลให้เป็นสนามวิ่งสำหรับจัดงาน 'Age Friendly Run 2026 by Samitivej' หรือที่รู้จักกันในชื่อกิจกรรม 'วิ่งละ YOUNG' ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีส่วนร่วมในสังคมของผู้สูงวัย

ทำไมกิจกรรมนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กิจกรรมเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของโครงการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลต่างๆ ได้ปรับบทบาทให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะและสุขภาพชุมชนมากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงสถานที่รักษาพยาบาล กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าผู้ให้บริการด้านสุขภาพเอกชนกำลังบูรณาการเรื่องสุขภาวะทางสังคมเข้ากับรูปแบบการบริการของตนอย่างไร

สถานะและรายละเอียด

ตามรายงานจาก Thai Post กิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จในการรวบรวมผู้เข้าร่วมจากกลุ่มผู้สูงวัยจำนวนมาก แม้ว่ากิจกรรมจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจกิจกรรมเพื่อสุขภาพในอนาคตที่โรงพยาบาลควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของสมิติเวชเพื่อตรวจสอบตารางกิจกรรมต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมดหรือกำหนดการจัดงานครั้งที่ 4 ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:31 UTC

รพ.กรุงเทพ จับมือ Straumann เปิดศูนย์ทันตกรรมรากเทียม CoDE
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.กรุงเทพ จับมือ Straumann เปิดศูนย์ทันตกรรมรากเทียม CoDE

โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมมือกับ Straumann Group จากสวิตเซอร์แลนด์ จัดตั้งศูนย์การศึกษาด้านทันตกรรมรากเทียม CoDE ในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.กรุงเทพ จับมือ Straumann เปิดศูนย์ทันตกรรมรากเทียม CoDE

แหล่งข่าวเดียว
รพ.กรุงเทพ จับมือ Straumann เปิดศูนย์ทันตกรรมรากเทียม CoDE

โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมมือกับ Straumann Group จากสวิตเซอร์แลนด์ จัดตั้งศูนย์การศึกษาด้านทันตกรรมรากเทียม CoDE ในประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ โรงพยาบาลกรุงเทพได้เข้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Straumann Group ยักษ์ใหญ่ด้านทันตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดตั้งศูนย์การศึกษาด้านทันตกรรม (Center of Dental Education หรือ CoDE) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเฉพาะทางสำหรับการฝึกอบรมด้านรากฟันเทียมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีดิจิทัล

ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศไทยและถือเป็นศูนย์ CoDE แห่งที่ 60 ของโลก โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อมอบการฝึกอบรมขั้นสูงให้กับทันตแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นไปที่แนวทางปฏิบัติทางทันตกรรมดิจิทัลที่ทันสมัย โดยศูนย์มีกำหนดจะเริ่มเปิดดำเนินการในวันที่ 2 กันยายน 2026

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การพัฒนานี้ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับบริการทางการแพทย์และทันตกรรมเฉพาะทาง การมีศูนย์ฝึกอบรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอาจบ่งชี้ถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของขั้นตอนการทำรากฟันเทียมขั้นสูงและโปรโตคอลการดูแลที่เป็นมาตรฐานภายในประเทศ

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมือและภารกิจหลักของศูนย์แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตการให้บริการทั้งหมดสำหรับประชาชนทั่วไปและโครงสร้างราคาที่แน่นอนสำหรับผู้ป่วยยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลกรุงเทพเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมว่าสถานพยาบาลแห่งนี้จะบูรณาการเข้ากับบริการทันตกรรมที่มีอยู่เดิมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

กระทรวงสาธารณสุขไทยชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขไทยชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยา

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาในโรงพยาบาลของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขไทยชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยา

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาในโรงพยาบาลของไทย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างว่ามีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขกดดันผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลายแห่งให้กำหนดสเปกการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ถึง 60 ล้านบาท โดยโพสต์ดังกล่าวระบุในลักษณะว่ามีการดำเนินการภายใต้การข่มขู่ว่าจะมีการปล่อยคลิปเสียง

นายพัฒนาชี้แจงว่า ขณะนี้ทางกระทรวงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยย้ำว่าการจัดซื้อใดๆ ของโรงพยาบาลภายใต้สังกัดกระทรวงต้องมีเหตุผลความจำเป็นในการใช้งาน และปัจจุบันมีหลายแห่งเริ่มใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวมีหลายประเภท ทั้งระบบจัดยามะเร็งและระบบจัดยาในห้องเภสัชกรรมทั่วไป รัฐมนตรีระบุว่าหากเป็นการจัดซื้อในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงในการกำกับดูแล ไม่ใช่หน่วยงานอื่นเข้ามาสั่งการ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการลงทุนด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุขไทย แม้กระทรวงจะยืนยันว่าระบบเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการยกระดับการดำเนินงานของโรงพยาบาล แต่ความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเพื่อสรุปว่ามีความผิดปกติในขั้นตอนการจัดซื้อหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:53 UTC

อาสากู้ภัยเผยเหตุการณ์สะเทือนใจ ญาติปฏิเสธรับผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้าน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

อาสากู้ภัยเผยเหตุการณ์สะเทือนใจ ญาติปฏิเสธรับผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้าน

อาสากู้ภัยอาวุโสในไทยแบ่งปันเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับชายวัย 77 ปีที่ป่วยติดเตียง ซึ่งครอบครัวปฏิเสธที่จะรับเขากลับบ้านหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

อาสากู้ภัยเผยเหตุการณ์สะเทือนใจ ญาติปฏิเสธรับผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
อาสากู้ภัยเผยเหตุการณ์สะเทือนใจ ญาติปฏิเสธรับผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้าน

อาสากู้ภัยอาวุโสในไทยแบ่งปันเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับชายวัย 77 ปีที่ป่วยติดเตียง ซึ่งครอบครัวปฏิเสธที่จะรับเขากลับบ้านหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยติดเตียงวัย 77 ปี ตามคำบอกเล่าของ 'คุณย้อย' อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เมื่อทีมของเขาได้รับแจ้งให้ไปรับตัวชายชราซึ่งมีอาการอ่อนเพลียและมีแผลกดทับเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

แม้ว่าการเคลื่อนย้ายในตอนแรกจะเป็นไปอย่างราบรื่นโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ดูแล แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปหลังจากที่บุคลากรทางการแพทย์ได้ทำแผลและตรวจร่างกายแล้วพบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการป่วยร้ายแรงอื่นใด เมื่อทางโรงพยาบาลประสานให้อาสากู้ภัยนำตัวผู้ป่วยกลับไปส่งที่บ้านพัก ครอบครัวของผู้ป่วยกลับปฏิเสธที่จะรับตัวเขากลับไปดูแลต่อ อาสากู้ภัยรายนี้แสดงความตกใจและระบุว่าไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้ตลอดการทำงานกว่า 30 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการดูแลผู้สูงอายุและระบบสนับสนุนทางสังคมในประเทศไทย แม้ดูเหมือนจะเป็นกรณีเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงความท้าทายที่กลุ่มเปราะบางอาจต้องเผชิญ รวมถึงภาระของหน่วยบริการฉุกเฉินในท้องถิ่นเมื่อโครงสร้างการสนับสนุนในครอบครัวล้มเหลว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือบริการสังคมได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ความเป็นอยู่ของผู้ป่วยรายนี้อย่างไรหลังจากที่ครอบครัวปฏิเสธ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:53 UTC

รพ.กรุงเทพ เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ทันตกรรมรากเทียมแห่งแรกในไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.กรุงเทพ เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ทันตกรรมรากเทียมแห่งแรกในไทย

โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมมือกับ Straumann Group จากสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวศูนย์ Straumann Center of Dental Education (CoDE) แห่งแรกในประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.กรุงเทพ เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ทันตกรรมรากเทียมแห่งแรกในไทย

แหล่งข่าวเดียว
รพ.กรุงเทพ เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ทันตกรรมรากเทียมแห่งแรกในไทย

โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมมือกับ Straumann Group จากสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวศูนย์ Straumann Center of Dental Education (CoDE) แห่งแรกในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้เปิดตัว Straumann Center of Dental Education (CoDE) อย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นศูนย์แห่งแรกในประเทศไทยและเป็นแห่งที่ 60 ของโลกภายใต้เครือข่ายของ Straumann Group

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะทางคลินิกสำหรับทันตแพทย์ โดยเน้นการนำองค์ความรู้ด้านรากฟันเทียมไปประยุกต์ใช้จริง มร.มาร์คัส คอฟมันน์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายพัฒนาการศึกษาด้านการแพทย์ระดับสากลของ Straumann Group กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้มีพันธกิจในการรักษามาตรฐานการรักษาพยาบาลระดับสูง และเป็นพื้นที่ให้ทันตแพทย์ได้เรียนรู้จากสถานการณ์ทางคลินิกจริงผ่านการฝึกอบรม สัมมนา และกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านทันตกรรมเฉพาะทาง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยรากฟันเทียมขั้นสูงโดยทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล แม้ว่าศูนย์จะเปิดดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับบริการสำหรับประชาชนทั่วไปและตารางกิจกรรมทางวิชาการในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ป่วยที่สนใจบริการดังกล่าวควรติดต่อโรงพยาบาลโดยตรงเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

วัยรุ่นอินเดียอาศัยในบ่อน้ำนาน 5 ปี หลังเผชิญอาการผิวหนังแสบร้อนปริศนา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

วัยรุ่นอินเดียอาศัยในบ่อน้ำนาน 5 ปี หลังเผชิญอาการผิวหนังแสบร้อนปริศนา

เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจากรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย รายงานว่าอาศัยอยู่ในบ่อน้ำขนาดเล็กมานานถึง 5 ปี เพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนตามผิวหนังที่รุนแรงและยังหาสาเหตุไม่ได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

วัยรุ่นอินเดียอาศัยในบ่อน้ำนาน 5 ปี หลังเผชิญอาการผิวหนังแสบร้อนปริศนา

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นอินเดียอาศัยในบ่อน้ำนาน 5 ปี หลังเผชิญอาการผิวหนังแสบร้อนปริศนา

เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจากรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย รายงานว่าอาศัยอยู่ในบ่อน้ำขนาดเล็กมานานถึง 5 ปี เพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนตามผิวหนังที่รุนแรงและยังหาสาเหตุไม่ได้

ตามรายงานจาก Khaosod Online เด็กหนุ่มวัย 16 ปีชื่อ อิกบาล ชีค จากเมืองมูร์ชิดาบัด รัฐเบงกอลตะวันตก ได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ภายในบ่อน้ำขนาดเล็กตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เด็กหนุ่มอ้างว่าการแช่ตัวอยู่ในน้ำเย็นเป็นวิธีเดียวที่ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนและเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของเขาได้ทุกครั้งที่ต้องขึ้นจากน้ำเป็นเวลานาน

ครอบครัวของอิกบาลระบุว่าพวกเขาได้พยายามหาทางรักษาจากโรงพยาบาลหลายแห่งและผู้ที่อ้างตัวว่าสามารถเยียวยาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการวินิจฉัยที่ชัดเจนหรือวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ แม้อิกบาลจะมีความเชื่อส่วนตัวว่าอาการของเขาอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น 'ญิน' หรือภูตผี แต่ทางด้านการแพทย์ยังไม่มีคำอธิบายทางคลินิกสำหรับอาการดังกล่าว เรื่องราวนี้ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นเด็กหนุ่มแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำจนถึงระดับคอ

เมื่อเร็วๆ นี้ มีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยอำนวยความสะดวกในการส่งตัวอิกบาลไปยังสถานพยาบาลในมุมไบเพื่อรับการประเมินอาการอย่างละเอียด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาการป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการตรวจทางการแพทย์เฉพาะทางในมุมไบจะสามารถระบุสาเหตุทางสรีรวิทยาของอาการนี้หรือนำไปสู่แนวทางการรักษาได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM ส่งเสริมความรู้ด้านผิวพรรณผ่านวิทยาศาสตร์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM ส่งเสริมความรู้ด้านผิวพรรณผ่านวิทยาศาสตร์

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. หรือ NSM) เปิดตัวโครงการที่มุ่งช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจสุขภาพผิวผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM ส่งเสริมความรู้ด้านผิวพรรณผ่านวิทยาศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic จับมือ NSM ส่งเสริมความรู้ด้านผิวพรรณผ่านวิทยาศาสตร์

Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. หรือ NSM) เปิดตัวโครงการที่มุ่งช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจสุขภาพผิวผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 Pan Cosmetic และ Rajdhevee Clinic ได้ประกาศความร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) ของประเทศไทย โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่หันมาสำรวจวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังสุขภาพผิวและความงาม ภายใต้แนวคิดการค้นหา "TRUE BEAUTY" หรือความงามที่แท้จริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภาคส่วนไลฟ์สไตล์และสุขภาพ โดยการนำความเชี่ยวชาญของสถาบันระดับชาติอย่าง NSM มาผสานกับแบรนด์ด้านผิวหนังและความงามที่มีชื่อเสียง โครงการนี้มุ่งหวังที่จะนำเสนอแนวทางที่วิเคราะห์ได้มากขึ้นสำหรับกิจวัตรการดูแลผิว ซึ่งอาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติด้านสุขภาพที่มีหลักฐานรองรับ หรือผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีและการดูแลส่วนบุคคลในตลาดไทย

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาของโครงการ ความพร้อมของเวิร์กช็อป หรือลักษณะที่แน่ชัดของนิทรรศการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติหรือคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

กระทรวงสาธารณสุขไทยเดินหน้าบูรณาการระบบสุขภาพดิจิทัล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขไทยเดินหน้าบูรณาการระบบสุขภาพดิจิทัล

กระทรวงสาธารณสุขกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์ข้อมูลผู้ป่วยและสนับสนุนความแม่นยำทางการแพทย์ด้วย AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขไทยเดินหน้าบูรณาการระบบสุขภาพดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยเดินหน้าบูรณาการระบบสุขภาพดิจิทัล

กระทรวงสาธารณสุขกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์ข้อมูลผู้ป่วยและสนับสนุนความแม่นยำทางการแพทย์ด้วย AI

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 กระทรวงสาธารณสุขของไทยกำลังเร่งดำเนินการตามโครงการ 'ดิจิทัลเฮลท์' (Digital Health) โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ สร้างระบบที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่ออำนวยความสะดวกในการรักษาทางการแพทย์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และสนับสนุนการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบสาธารณสุข

องค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้คือแพลตฟอร์ม 'หมอพร้อม' ซึ่งกระทรวงตั้งใจจะใช้เป็นเครื่องมือในการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชนโดยตรง ด้วยการแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัลและรวมศูนย์บันทึกข้อมูล รัฐบาลหวังว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการแพทย์และความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การเข้าถึงบันทึกทางการแพทย์ที่สะดวกยิ่งขึ้น และอาจช่วยให้ได้รับการดูแลที่รวดเร็วและมีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้นในระหว่างการไปโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ขอบเขตที่แน่ชัดว่าการบูรณาการนี้จะส่งผลต่อชาวต่างชาติอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการเข้าถึงระบบ 'หมอพร้อม' สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักถาวรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่กระทรวงยังคงดำเนินการอัปเกรดระบบดิจิทัลเหล่านี้ ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวิธีการจัดการและการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลภายใต้กรอบการทำงานใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

พบความคลาดเคลื่อนในข้อมูลสุขภาพบน 'หมอพร้อม'
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

พบความคลาดเคลื่อนในข้อมูลสุขภาพบน 'หมอพร้อม'

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายงานว่าพบข้อผิดพลาดของข้อมูลหลายหมื่นรายการบนแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

พบความคลาดเคลื่อนในข้อมูลสุขภาพบน 'หมอพร้อม'

แหล่งข่าวเดียว
พบความคลาดเคลื่อนในข้อมูลสุขภาพบน 'หมอพร้อม'

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายงานว่าพบข้อผิดพลาดของข้อมูลหลายหมื่นรายการบนแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม'

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการตรวจสอบแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' โดยผลการตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลหลายหมื่นรายการที่มีความไม่ถูกต้อง

เจ้าหน้าที่ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเหล่านี้อาจเกิดจากคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อนซึ่งใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในระหว่างกระบวนการบันทึกข้อมูล ทั้งนี้ ระบบ 'หมอพร้อม' เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการบันทึกสุขภาพและข้อมูลการฉีดวัคซีนในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาวที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวสำหรับเอกสารสุขภาพดิจิทัล ข่าวนี้นับเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบบันทึกสุขภาพส่วนบุคคล หากคุณเคยใช้ระบบนี้ในการจัดเก็บหรือเรียกดูข้อมูลทางการแพทย์ ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลของคุณกับบันทึกที่เป็นเอกสารจากคลินิกหรือโรงพยาบาลของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความถูกต้อง

ในขณะนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโปรไฟล์ของผู้ใช้งานแต่ละรายยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาในการแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ หรือมาตรการที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันความไม่สอดคล้องในการบันทึกข้อมูลในอนาคต ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลสุขภาพของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

เหตุไฟไหม้โรงพยาบาลในปากีสถานสุดสลด ทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้โรงพยาบาลในปากีสถานสุดสลด ทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย

เหตุไฟไหม้รุนแรงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศปากีสถานส่งผลให้มีทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย ตามรายงานจาก Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เหตุไฟไหม้โรงพยาบาลในปากีสถานสุดสลด ทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้โรงพยาบาลในปากีสถานสุดสลด ทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย

เหตุไฟไหม้รุนแรงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศปากีสถานส่งผลให้มีทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย ตามรายงานจาก Matichon Online

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งรายงานโดย Matichon Online ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างมากและเน้นย้ำถึงข้อกังวลที่สำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานพยาบาล

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในภูมิภาคนี้หรือกำลังวางแผนจะเดินทางไปเยือน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักถึงระเบียบการฉุกเฉินและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของสถาบันในท้องถิ่น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในสถานพยาบาลเฉพาะแห่ง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเมื่อต้องเข้าถึงบริการที่จำเป็นในต่างประเทศ

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ครอบคลุมเกี่ยวกับต้นตอของเพลิงไหม้หรือความบกพร่องด้านความปลอดภัยที่อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินการสอบสวนโศกนาฏกรรมครั้งนี้ต่อไป ผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบถึงการหยุดชะงักของบริการโรงพยาบาลหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC