ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งผลักดันการผลิตเครื่องมือแพทย์ในประเทศ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งผลักดันการผลิตเครื่องมือแพทย์ในประเทศ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังเร่งพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งผลักดันการผลิตเครื่องมือแพทย์ในประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งผลักดันการผลิตเครื่องมือแพทย์ในประเทศ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังเร่งพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMS) ได้เปิดตัวโครงการเพื่อเพิ่มการผลิตเครื่องมือแพทย์ภายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ พร้อมทั้งยกระดับนวัตกรรมของไทยในตลาดโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ด้านสาธารณสุขท้องถิ่น การเพิ่มการผลิตภายในประเทศอาจนำไปสู่การเข้าถึงเครื่องมือแพทย์ที่สะดวกหรือคุ้มค่ามากขึ้นในระบบโรงพยาบาลของประเทศเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นในการแข่งขันระดับโลกยังบ่งชี้ว่าประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและความพร้อมของการดูแลรักษาเฉพาะทาง

แม้ว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ใหม่ที่ผลิตในประเทศเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด รวมถึงยังไม่ได้ระบุว่าเครื่องมือแพทย์ประเภทใดที่จะได้รับความสำคัญในการพัฒนาเป็นอันดับแรก ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่านวัตกรรมท้องถิ่นเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพอย่างไรในสภาพแวดล้อมทางคลินิก และจะสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

ชมรมรักษ์สาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบปมการจัดซื้อและการโยกย้ายบุคลากร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ชมรมรักษ์สาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบปมการจัดซื้อและการโยกย้ายบุคลากร

ชมรมรักษ์สาธารณสุขได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการโยกย้ายบุคลากรในภาคสาธารณสุขของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ชมรมรักษ์สาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบปมการจัดซื้อและการโยกย้ายบุคลากร

แหล่งข่าวเดียว
ชมรมรักษ์สาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบปมการจัดซื้อและการโยกย้ายบุคลากร

ชมรมรักษ์สาธารณสุขได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการโยกย้ายบุคลากรในภาคสาธารณสุขของไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 'ชมรมรักษ์สาธารณสุข' ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในสองประเด็นหลักที่น่ากังวล ได้แก่ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้านสาธารณสุขและแนวปฏิบัติในการโยกย้ายบุคลากร โดยองค์กรมีเป้าหมายที่จะตรวจสอบการดำเนินการทางปกครองเหล่านี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในภาคส่วนสาธารณสุข

เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบนี้ ทางกลุ่มได้เปิดตัวระบบ 'การแจ้งเบาะแสแบบไม่เปิดเผยตัวตน' แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวตนของผู้แจ้งเบาะแส ช่วยให้บุคลากรและประชาชนที่เกี่ยวข้องสามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตอบโต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการตรวจสอบความซื่อสัตย์ของการบริหารงานด้านสาธารณสุข แม้ว่าการตรวจสอบจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การมุ่งเน้นไปที่การจัดซื้อและบุคลากรอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพหรือการจัดการบริการสาธารณสุขในอนาคต ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันข้อสรุปของการกระทำผิดใดๆ และการตรวจสอบยังคงเป็นเพียงการริเริ่มการกำกับดูแลภายใน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตเพิ่มเติมจากองค์กรเพื่อดูว่าการสอบถามเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือการดำเนินการทางปกครองหรือไม่ ทางชมรมยังไม่ได้เผยแพร่ผลการตรวจสอบเบื้องต้น และความถูกต้องของข้อกล่าวหายังคงต้องได้รับการตรวจสอบผ่านกระบวนการสืบสวนของพวกเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 10:31 UTC

กรมการแพทย์จัดประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรมการแพทย์จัดประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจร

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ภายใต้กรมการแพทย์ ได้จัดการประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจรเพื่อหารือเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการแพทย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรมการแพทย์จัดประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจร

แหล่งข่าวเดียว
กรมการแพทย์จัดประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจร

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ภายใต้กรมการแพทย์ ได้จัดการประชุมเครือข่ายนักวิจัยสัญจรเพื่อหารือเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมการแพทย์ได้จัดการประชุม 'เครือข่ายนักวิจัยสัญจร' โดยมีนายแพทย์สภานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานในพิธี ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์และผลลัพธ์ด้านสาธารณสุข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยทางการแพทย์ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเน้นไปที่การสร้างเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพ แต่ความคิดริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปรับปรุงแนวทางด้านสาธารณสุขหรือการปรับปรุงแนวปฏิบัติทางคลินิกภายในระบบสาธารณสุขแห่งชาติ การติดตามความคืบหน้าเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนาบริการด้านสุขภาพในท้องถิ่น

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงของการวิจัยที่หารือในการประชุมต่อนโยบายสาธารณสุขยังคงต้องรอการยืนยัน กิจกรรมนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพ และจำเป็นต้องมีการประกาศเพิ่มเติมจากกรมการแพทย์เพื่อพิจารณาว่าจะมีการนำโปรโตคอลหรือบริการด้านสุขภาพใหม่ๆ มาใช้หรือไม่ อันเป็นผลมาจากการหารือเหล่านี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมการแพทย์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตในอนาคตเกี่ยวกับผลลัพธ์ของเครือข่ายการวิจัยนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 09:50 UTC

รพ.พัทยาปัทมคุณได้รับเงินบริจาค 100 ล้านบาทจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.พัทยาปัทมคุณได้รับเงินบริจาค 100 ล้านบาทจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผู้บริจาคไม่ประสงค์ออกนามได้มอบเงิน 100 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ขนาด 6 ชั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.พัทยาปัทมคุณได้รับเงินบริจาค 100 ล้านบาทจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

แหล่งข่าวเดียว
รพ.พัทยาปัทมคุณได้รับเงินบริจาค 100 ล้านบาทจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผู้บริจาคไม่ประสงค์ออกนามได้มอบเงิน 100 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ขนาด 6 ชั้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณได้ออกมาแสดงความขอบคุณหลังจากได้รับเงินบริจาคจำนวน 100 ล้านบาทจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม โดยเงินจำนวนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ขนาด 6 ชั้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พัทยา การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้นมักนำไปสู่การดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดระยะเวลารอคอย ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพาบริการทางการแพทย์ในภูมิภาคนี้

แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะยืนยันการได้รับเงินบริจาคดังกล่าวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางโรงพยาบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับการเริ่มก่อสร้างหรือวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จของอาคารหลังใหม่ นอกจากนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนกหรือบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่จะเปิดให้บริการภายในอาคาร 6 ชั้นแห่งนี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลในระยะต่อไป เพื่อชี้แจงว่าอาคารแห่งนี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสาธารณสุขที่มีอยู่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 09:51 UTC

อดีตผู้บริหารสาธารณสุขรวมตัวตั้งกลุ่มเฝ้าระวังตรวจสอบการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

อดีตผู้บริหารสาธารณสุขรวมตัวตั้งกลุ่มเฝ้าระวังตรวจสอบการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข

กลุ่มอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารโรงพยาบาลรวม 40 ราย ได้จัดตั้ง 'ชมรมรักษ์สาธารณสุข' เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของกระทรวง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

อดีตผู้บริหารสาธารณสุขรวมตัวตั้งกลุ่มเฝ้าระวังตรวจสอบการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข

แหล่งข่าวเดียว
อดีตผู้บริหารสาธารณสุขรวมตัวตั้งกลุ่มเฝ้าระวังตรวจสอบการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข

กลุ่มอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารโรงพยาบาลรวม 40 ราย ได้จัดตั้ง 'ชมรมรักษ์สาธารณสุข' เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของกระทรวง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กลุ่มอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารโรงพยาบาลรวม 40 ราย ได้ร่วมกันจัดตั้ง 'ชมรมรักษ์สาธารณสุข' อย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มระบุว่ามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฝ้าติดตามการดำเนินงานของกระทรวงและป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรด้านสาธารณสุขเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเอกชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามในการเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในระบบสาธารณสุขของประเทศ การมีส่วนร่วมของอดีตผู้บริหารระดับสูงบ่งชี้ถึงความพยายามร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและงบประมาณด้านสาธารณสุขจะได้รับการจัดการด้วยความรอบคอบมากขึ้น

แม้ว่ากลุ่มดังกล่าวจะประกาศเจตจำนงในการทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าระวัง แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าชมรมจะใช้กลไกใดในการตรวจสอบ จะสามารถเข้าถึงเอกสารภายในของกระทรวงได้อย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบันจะมีท่าทีอย่างไรต่อการตรวจสอบจากภายนอกนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความคิดริเริ่มนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการปฏิบัติงานด้านบริหาร หรือจะเป็นเพียงเวทีสำหรับการรณรงค์สาธารณะเท่านั้น ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังไม่ได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานโดยละเอียดในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

SAM ผนึกกำลัง KTC ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้”
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

SAM ผนึกกำลัง KTC ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้”

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) และบริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อช่วยเหลือผู้ถือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

SAM ผนึกกำลัง KTC ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้”

แหล่งข่าวเดียว
SAM ผนึกกำลัง KTC ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้”

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) และบริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อช่วยเหลือผู้ถือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนบุคคลที่ประสบปัญหาหนี้สินที่ไม่มีหลักประกัน ตามรายงานของ Khaosod Online ทั้งสองหน่วยงานได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อนำบัญชีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของ KTC เข้าสู่โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM”

โครงการนี้ออกแบบมาสำหรับบุคคลที่มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และค้างชำระเกิน 120 วัน ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะต้องมีหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท และมีอายุไม่เกิน 70 ปี โดยโครงการเสนออัตราดอกเบี้ยปรับโครงสร้างหนี้อยู่ที่ 3–5% ต่อปี และมีระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นช่องทางที่เป็นระบบสำหรับการฟื้นฟูทางการเงินสำหรับผู้ที่แบกรับภาระหนี้ที่ไม่มีหลักประกันที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง การรวมหนี้ภายใต้โครงการนี้อาจช่วยให้บุคคลทั่วไปจัดการภาระผูกพันรายเดือนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าลูกค้า KTC จำนวนเท่าใดที่จะมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการตามประวัติทางการเงินเฉพาะบุคคล และจะมีการจัดทำความร่วมมือที่คล้ายคลึงกันกับสถาบันการเงินหลักอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดต่อ SAM หรือ KTC โดยตรงเพื่อตรวจสอบสถานะการมีสิทธิ์ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 09:13 UTC

BDMS จัดประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 มุ่งเน้น AI และนวัตกรรมทางการแพทย์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

BDMS จัดประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 มุ่งเน้น AI และนวัตกรรมทางการแพทย์

Bangkok Dusit Medical Services (BDMS) ได้เปิดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 โดยเน้นย้ำถึงการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพตลอดช่วงชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

BDMS จัดประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 มุ่งเน้น AI และนวัตกรรมทางการแพทย์

แหล่งข่าวเดียว
BDMS จัดประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 มุ่งเน้น AI และนวัตกรรมทางการแพทย์

Bangkok Dusit Medical Services (BDMS) ได้เปิดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 โดยเน้นย้ำถึงการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพตลอดช่วงชีวิต

ตามรายงานจาก Matichon Online ทาง Bangkok Dusit Medical Services (BDMS) ได้เริ่มการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 21 อย่างเป็นทางการ โดยงานนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพผ่านการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในการปรับปรุงขีดความสามารถด้านการวินิจฉัยและการรักษาให้ทันสมัย การมุ่งเน้นไปที่ 'นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI' บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจพบเห็นแนวทางการรักษาที่ได้รับความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การติดตามสุขภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้นและแผนการรักษาเฉพาะบุคคลในแต่ละช่วงวัย

แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการนำเครื่องมือ AI เหล่านี้ไปใช้ในสถานพยาบาลทุกแห่งของ BDMS ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดว่านวัตกรรมเหล่านี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยหรือการเข้าถึงบริการเฉพาะทางสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศอย่างไร ในขณะที่ภาคการแพทย์ยังคงพัฒนาต่อไป ผู้ที่ใช้บริการสุขภาพเอกชนในประเทศไทยอาจต้องการติดตามว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติทางคลินิกประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 09:11 UTC

รายงานความกังวลด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง เอกชัย หงส์กังวาน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รายงานความกังวลด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง เอกชัย หงส์กังวาน

รายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่านักกิจกรรม เอกชัย หงส์กังวาน มีภาวะตับและม้ามโตขณะถูกคุมขัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รายงานความกังวลด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง เอกชัย หงส์กังวาน

แหล่งข่าวเดียว
รายงานความกังวลด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง เอกชัย หงส์กังวาน

รายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่านักกิจกรรม เอกชัย หงส์กังวาน มีภาวะตับและม้ามโตขณะถูกคุมขัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ได้มีการหยิบยกประเด็นความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ต้องขัง เอกชัย หงส์กังวาน ขึ้นมา โดยผู้เข้าเยี่ยมที่ระบุตัวตนว่าคือ 'พยาบาลแหวน' ได้บันทึกไว้ว่าปัจจุบันเอกชัยมีภาวะตับและม้ามโต

ในการตอบสนองต่อข้อสังเกตดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมได้ออกหนังสือยืนยันว่าการดูแลรักษาทางการแพทย์ที่มอบให้แก่ผู้ต้องขังนั้นเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยกระทรวงฯ ยืนยันว่าทางเรือนจำได้ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในการติดตามและรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ภายในระบบราชทัณฑ์ไทย แม้ว่ากระทรวงยุติธรรมจะออกมาปกป้องระเบียบการทางการแพทย์ของตนแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการของเอกชัยและความเหมาะสมของการรักษาที่กำลังดำเนินอยู่นั้นยังคงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์นี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนาและเกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง ผู้สังเกตการณ์จึงยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขัง ทั้งนี้ SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์หรือทางกฎหมาย และขอแนะนำให้ผู้อ่านติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับนโยบายด้านสุขภาพในเรือนจำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

กรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการนำร่องฉีดวัคซีนไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการนำร่องฉีดวัคซีนไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

กรุงเทพมหานครได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนกลุ่มเสี่ยง 40 แห่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการนำร่องฉีดวัคซีนไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการนำร่องฉีดวัคซีนไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

กรุงเทพมหานครได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนกลุ่มเสี่ยง 40 แห่ง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดตัวกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Khaosod Online นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวิชากร เขตดินแดง เพื่อติดตามการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

โครงการนำร่องนี้กำลังดำเนินการในโรงเรียน 40 แห่งที่ตั้งอยู่ใน 5 เขต ได้แก่ เขตคลองสาน เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ เขตบางคอแหลม และเขตดินแดง โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักอนามัย กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กำลังประสานงานในการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนในเขตที่กำหนด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการลดผลกระทบจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะและยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขในประเทศไทย แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่นักเรียนชั้นประถมศึกษา แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันการถูกยุงกัดในเขตเมือง ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กทม. มีแผนที่จะขยายโครงการฉีดวัคซีนนี้ออกไปนอกเหนือจากโรงเรียน 40 แห่งแรกหรือไม่ หรือจะมีการบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สาธารณสุขระยะยาวสำหรับประชาชนทั่วไปต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 08:12 UTC

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เชื่อมโยงบริการสุขภาพดิจิทัลเข้ากับแพลตฟอร์ม ‘หมอพร้อม’
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เชื่อมโยงบริการสุขภาพดิจิทัลเข้ากับแพลตฟอร์ม ‘หมอพร้อม’

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กำลังเชื่อมโยงแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเข้ากับระบบสุขภาพแห่งชาติ ‘หมอพร้อม’ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เชื่อมโยงบริการสุขภาพดิจิทัลเข้ากับแพลตฟอร์ม ‘หมอพร้อม’

แหล่งข่าวเดียว
องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เชื่อมโยงบริการสุขภาพดิจิทัลเข้ากับแพลตฟอร์ม ‘หมอพร้อม’

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กำลังเชื่อมโยงแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเข้ากับระบบสุขภาพแห่งชาติ ‘หมอพร้อม’ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ประกาศโครงการริเริ่มด้านสุขภาพดิจิทัลใหม่ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ตามรายงานของ Thai Post พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่าทางองค์กรกำลังดำเนินการเชื่อมโยงแอปพลิเคชัน GPO เข้ากับแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลแห่งชาติ ‘หมอพร้อม’ อย่างจริงจัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาพำนักระยะยาวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่เป็นเอกภาพมากขึ้นสำหรับการจัดการงานด้านสุขภาพ การเชื่อมโยงระบบเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนในการโต้ตอบของผู้ใช้กับบริการทางเภสัชกรรมและข้อมูลสาธารณสุข ซึ่งอาจช่วยลดอุปสรรคทางธุรการสำหรับผู้ที่ต้องการยาหรือข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าการบูรณาการนี้จะเป็นก้าวที่ชัดเจนสู่ความทันสมัยทางดิจิทัล แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าความสามารถในการทำงานร่วมกันนี้จะส่งผลกระทบต่อชาวต่างชาติหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้ระบบ ‘หมอพร้อม’ ในปัจจุบันอย่างไร นอกจากนี้ กำหนดการสำหรับการเปิดตัวฟีเจอร์บูรณาการเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบและขอบเขตของบริการที่จะสามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เฟซที่รวมกันนั้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้ใช้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากองค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการจัดการสุขภาพส่วนบุคคลในประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:33 UTC

‘กำปั้น บาซู’ ศิลปินไทยยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันเนื่องจากอาการป่วย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

‘กำปั้น บาซู’ ศิลปินไทยยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันเนื่องจากอาการป่วย

กำปั้น บาซู ศิลปินชื่อดังชาวไทย ได้ยกเลิกภารกิจงานที่วางแผนไว้ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยเข้ารับการรักษาพยาบาลด่วนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

‘กำปั้น บาซู’ ศิลปินไทยยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันเนื่องจากอาการป่วย

แหล่งข่าวเดียว
‘กำปั้น บาซู’ ศิลปินไทยยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันเนื่องจากอาการป่วย

กำปั้น บาซู ศิลปินชื่อดังชาวไทย ได้ยกเลิกภารกิจงานที่วางแผนไว้ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยเข้ารับการรักษาพยาบาลด่วนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 กำปั้น บาซู ศิลปินชาวไทย ได้ประกาศยกเลิกภารกิจงานที่วางแผนไว้ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยศิลปินได้ตัดสินใจบินกลับประเทศไทยทันทีเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลด่วนหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เป็นไวรัสทางเดินหายใจตามฤดูกาลที่อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียอย่างมากและไม่สบายตัว ซึ่งมักจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนและการดูแลจากแพทย์มืออาชีพ ผู้ที่วางแผนเดินทางระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ เนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางและภาระผูกพันทางอาชีพได้

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการฟื้นตัวหรือความเป็นไปได้ในการเลื่อนภารกิจงานในญี่ปุ่นออกไปนั้นยังไม่มีการยืนยัน แฟนคลับและผู้ติดตามกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากตัวแทนของศิลปินเกี่ยวกับสถานะสุขภาพและการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:30 UTC

Medyceles จัดงาน “Medyceles 360° Volume 4” ยกระดับมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามในไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

Medyceles จัดงาน “Medyceles 360° Volume 4” ยกระดับมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามในไทย

Medyceles ได้รวบรวมบุคลากรทางการแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกในกรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันความก้าวหน้าด้านการรักษาทางความงามและการวิจัยทางคลินิก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

Medyceles จัดงาน “Medyceles 360° Volume 4” ยกระดับมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามในไทย

แหล่งข่าวเดียว
Medyceles จัดงาน “Medyceles 360° Volume 4” ยกระดับมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามในไทย

Medyceles ได้รวบรวมบุคลากรทางการแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกในกรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันความก้าวหน้าด้านการรักษาทางความงามและการวิจัยทางคลินิก

ระหว่างวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 บริษัท เมดิเซเลส จำกัด (Medyceles) ได้จัดงานประชุมครั้งใหญ่ “Medyceles 360° Volume 4” ขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post งานประชุมระยะเวลา 4 วันนี้เป็นเวทีสำหรับแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกความงามจากทั่วประเทศไทยในการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับโบทูลินัมท็อกซินและแนวทางปฏิบัติทางเวชศาสตร์ความงามโดยทั่วไป

ไฮไลท์สำคัญของงานคือการนำเสนอผลการศึกษาทางคลินิกของ Neuramis Deep Lidocaine โดยเน้นไปที่การใช้สำหรับการรักษาบริเวณริมฝีปากเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในงานนี้ Medyceles ซึ่งวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายฟิลเลอร์และผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซินจากเกาหลี ได้จัดงานนี้ขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพภายในอุตสาหกรรมความงามในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความเป็นมืออาชีพและการมุ่งเน้นด้านเทคนิคที่เพิ่มขึ้นในภาคเวชศาสตร์ความงามของไทย ในขณะที่อุตสาหกรรมยังคงบูรณาการงานวิจัยทางคลินิกใหม่ๆ เข้าสู่การปฏิบัติงานมาตรฐาน ผู้ป่วยอาจได้เห็นแนวทางการรักษาทางความงามที่อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลการศึกษาทางคลินิกเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโปรโตคอลการรักษาในอนาคตของคลินิกต่างๆ ทั่วประเทศอย่างไร ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการด้านความงามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานและโปรไฟล์ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

เทรนด์อดอาหารสุดโต่งแบบ 'ปี้กู่' ส่งผลให้หญิงชาวจีนเผชิญภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพรุนแรง
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เทรนด์อดอาหารสุดโต่งแบบ 'ปี้กู่' ส่งผลให้หญิงชาวจีนเผชิญภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพรุนแรง

หญิงวัย 31 ปี เผชิญภาวะสมองเสียหายถาวรหลังทดลองอดอาหารด้วยการดื่มเพียงน้ำเปล่านาน 15 วัน ตามความเชื่อแบบเต๋า 'ปี้กู่'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เทรนด์อดอาหารสุดโต่งแบบ 'ปี้กู่' ส่งผลให้หญิงชาวจีนเผชิญภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เทรนด์อดอาหารสุดโต่งแบบ 'ปี้กู่' ส่งผลให้หญิงชาวจีนเผชิญภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพรุนแรง

หญิงวัย 31 ปี เผชิญภาวะสมองเสียหายถาวรหลังทดลองอดอาหารด้วยการดื่มเพียงน้ำเปล่านาน 15 วัน ตามความเชื่อแบบเต๋า 'ปี้กู่'

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หญิงชาวจีนวัย 31 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพรุนแรงหลังจากทดลองอดอาหารด้วยการดื่มเพียงน้ำเปล่านาน 15 วัน โดยน้ำหนักตัวของเธอลดลงถึง 20 กิโลกรัมในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หลังจากนั้นเธอกลับมีปัญหาด้านการทรงตัวและการเคลื่อนไหว รวมถึงความจำที่แย่ลง แพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะสมองอักเสบจากการขาดไทอามีน (Wernicke encephalopathy) ซึ่งส่งผลต่อการทรงตัว การเคลื่อนไหวของดวงตา และการรับรู้ แพทย์ระบุว่าลักษณะการเดินของเธอเปลี่ยนไปคล้ายกับเพนกวินและอาจไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์

ผู้ป่วยรายนี้กำลังทดลองแนวทางที่เรียกว่า "ปี้กู่" (Bigu) ซึ่งเป็นความเชื่อแบบเต๋าที่ให้งดเว้นการรับประทานธัญพืชเพื่อดำรงชีวิตด้วย "ชี่" หรือพลังชีวิต แม้ว่าแนวทางนี้จะมีรากฐานมาจากความเชื่อทางจิตวิญญาณ แต่ปัจจุบันกลับได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดียในฐานะวิธีการลดน้ำหนักแบบสุดโต่ง ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนว่าการอดอาหารในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความเสียหายทางสมองและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ถึงอันตรายจากการปฏิบัติตามเทรนด์สุขภาพสุดโต่งที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แม้ผู้สนับสนุนจะอ้างถึงที่มาทางวัฒนธรรมของปี้กู่ แต่หน่วยงานด้านสาธารณสุขเน้นย้ำว่าแนวทางดังกล่าวขาดหลักฐานทางโภชนาการรองรับและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างถาวร ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะมีมาตรการควบคุมเนื้อหาที่ส่งเสริมวิธีการอดอาหารที่เป็นอันตรายเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

กำปั้น บาซู ศิลปินไทย ยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันหลังป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กำปั้น บาซู ศิลปินไทย ยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันหลังป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

กำปั้น บาซู ศิลปินชาวไทย เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ขณะทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กำปั้น บาซู ศิลปินไทย ยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันหลังป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

แหล่งข่าวเดียว
กำปั้น บาซู ศิลปินไทย ยกเลิกงานที่ญี่ปุ่นกะทันหันหลังป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

กำปั้น บาซู ศิลปินชาวไทย เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ขณะทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำปั้น บาซู ศิลปินชาวไทย ได้ตัดสินใจยกเลิกงานที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างกะทันหัน เนื่องจากอาการป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ซึ่งทำให้เขาต้องรีบบินกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาทางการแพทย์โดยด่วน

กำปั้นได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงโรงพยาบาลโดยมีการสวมหน้ากากให้ออกซิเจน ในคำแถลงของเขา เขาได้กล่าวขออภัยต่อเจ้าภาพและพี่น้องชาวไทยในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่สามารถทำการแสดงจนจบได้ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณสำหรับกำลังใจจากแฟนๆ และยืนยันว่าขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ในประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้ เขายังแสดงความตั้งใจที่จะกลับไปทำการแสดงชดเชยที่ประเทศญี่ปุ่นในโอกาสหน้าเมื่ออาการดีขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพขณะอยู่ต่างแดน โดยเฉพาะโรคตามฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่ แม้ว่ากำปั้นจะยืนยันสถานะและสถานที่รักษาตัวในปัจจุบันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือกำหนดการที่แน่ชัดในการกลับมาทำงานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสุขภาพตามมาตรฐานและตรวจสอบคำแนะนำด้านสาธารณสุขในท้องถิ่นเมื่อเดินทางระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:51 UTC

BEM Care 2026 Health Station เตรียมให้บริการสุขภาพฟรีที่สถานีสวนจตุจักร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

BEM Care 2026 Health Station เตรียมให้บริการสุขภาพฟรีที่สถานีสวนจตุจักร

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ 3 วัน ที่สถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

BEM Care 2026 Health Station เตรียมให้บริการสุขภาพฟรีที่สถานีสวนจตุจักร

แหล่งข่าวเดียว
BEM Care 2026 Health Station เตรียมให้บริการสุขภาพฟรีที่สถานีสวนจตุจักร

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ 3 วัน ที่สถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ประกาศเปิดตัวกิจกรรม "BEM Care 2026 Health Station" โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 กันยายน 2569 ณ สถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร

ในช่วงเวลา 3 วันดังกล่าว ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับบริการด้านสุขภาพฟรี โดยเน้นไปที่การดูแลเชิงป้องกัน กิจกรรมนี้จะให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และตรวจเช็กความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองฟรี เพื่อส่งเสริมความตระหนักด้านสุขภาพให้กับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะและประชาชนทั่วไป

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสที่สะดวกในการรับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและฉีดวัคซีนในระหว่างการเดินทาง เนื่องจากกิจกรรมจัดขึ้นภายในจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ จึงอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีตารางเวลาที่เร่งรีบ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาเปิดทำการรายวันของสถานีสุขภาพ และความจำเป็นในการลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับการฉีดวัคซีนหรือการตรวจสุขภาพนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก BEM เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:32 UTC

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เปิดตัวแคมเปญสุขภาพ 'MOMGEVITY'
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เปิดตัวแคมเปญสุขภาพ 'MOMGEVITY'

มีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพของผู้หญิงในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เปิดตัวแคมเปญสุขภาพ 'MOMGEVITY'

แหล่งข่าวเดียว
เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เปิดตัวแคมเปญสุขภาพ 'MOMGEVITY'

มีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพของผู้หญิงในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลได้ร่วมมือกับเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เพื่อเปิดตัวแคมเปญสุขภาพภายใต้ชื่อ 'THE MALL LIFESTORE MOMGEVITY' ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันโดยการบูรณาการแนวทางการดูแลสุขภาพเข้ากับกิจวัตรประจำวัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้เน้นย้ำถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในบริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายและเน้นไลฟ์สไตล์ การนำความตระหนักด้านสุขภาพมาสู่พื้นที่ค้าปลีกอย่างเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ผู้จัดงานตั้งใจที่จะทำให้การตรวจสุขภาพและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพมีความสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในภาคส่วนสาธารณสุขของไทย ซึ่งกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนกำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะลดช่องว่างระหว่างสภาพแวดล้อมทางคลินิกและประสบการณ์การบริโภคในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าแคมเปญนี้จะได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการจัดการสุขภาพเชิงรุก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตการให้บริการ ราคา หรือระยะเวลาของโครงการในสถานที่ต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมหรือต้องการคำแนะนำทางการแพทย์ควรติดต่อเครือโรงพยาบาลโดยตรงหรือเยี่ยมชมสถานที่จัดงานเพื่อรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด เช่นเดียวกับโครงการด้านสุขภาพอื่นๆ บุคคลควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับความต้องการด้านสุขภาพส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

Medyceles จัดงาน 'Medyceles 360°' ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ด้านความงาม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

Medyceles จัดงาน 'Medyceles 360°' ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ด้านความงาม

Medyceles จัดการประชุม 4 วันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับเทคนิคขั้นสูงของโบทูลินัมท็อกซินและฟิลเลอร์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

Medyceles จัดงาน 'Medyceles 360°' ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ด้านความงาม

แหล่งข่าวเดียว
Medyceles จัดงาน 'Medyceles 360°' ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ด้านความงาม

Medyceles จัดการประชุม 4 วันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับเทคนิคขั้นสูงของโบทูลินัมท็อกซินและฟิลเลอร์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เมดิเซเลส จำกัด (Medyceles) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเข้มข้นเป็นเวลา 4 วัน ในหัวข้อ 'Medyceles 360°' โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และฝึกอบรมเทคนิคขั้นสูงแก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศไทยเกี่ยวกับการใช้โบทูลินัมท็อกซินและฟิลเลอร์

ในระหว่างการประชุม บริษัทได้นำเสนอผลงานวิจัยร่วมกับ SiSL ซึ่งเน้นย้ำถึงคุณภาพและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Neuronox และ Neuramis โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะยาวในตลาดการแพทย์ด้านความงาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความเป็นมืออาชีพและการฝึกอบรมทางเทคนิคอย่างต่อเนื่องในภาคส่วนการแพทย์ด้านความงามของไทย ในขณะที่คลินิกต่างๆ หันมาใช้เทคนิคขั้นสูงและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น ผู้รับบริการอาจพบกับแนวทางการรักษาที่สม่ำเสมอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการฝึกอบรมเหล่านี้จะส่งผลต่อภาพรวมราคาของบริการด้านความงามในประเทศอย่างไร นอกจากนี้ แม้บริษัทจะเน้นย้ำถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการทางการแพทย์ควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคลินิกและพิจารณาความเหมาะสมของการรักษาให้สอดคล้องกับความต้องการด้านสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

แพทย์เตือนผู้ป่วยไทรอยด์ระวังโรคตาจากไทรอยด์ (TED) เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

แพทย์เตือนผู้ป่วยไทรอยด์ระวังโรคตาจากไทรอยด์ (TED) เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในไทยเร่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคตาจากไทรอยด์ (TED) โดยเตือนให้ผู้ป่วยหมั่นสังเกตอาการทางตาเพื่อป้องกันภาวะสูญเสียการมองเห็น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

แพทย์เตือนผู้ป่วยไทรอยด์ระวังโรคตาจากไทรอยด์ (TED) เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์เตือนผู้ป่วยไทรอยด์ระวังโรคตาจากไทรอยด์ (TED) เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในไทยเร่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคตาจากไทรอยด์ (TED) โดยเตือนให้ผู้ป่วยหมั่นสังเกตอาการทางตาเพื่อป้องกันภาวะสูญเสียการมองเห็น

จากรายงานของ Khaosod Online Thailand ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กำลังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความรู้จักกับโรคตาจากไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease: TED) ว่าเป็นภาวะที่รุนแรงกว่าที่หลายคนเข้าใจว่ามีเพียงอาการ "ตาโปน" เท่านั้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงโรคไทรอยด์เข้ากับระบบเผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ หรือน้ำหนักตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า TED อาจส่งผลกระทบต่อดวงตาอย่างรุนแรง ตั้งแต่อาการตาแห้ง เปลือกตารั้ง ตาโปน มองเห็นภาพซ้อน ไปจนถึงภาวะสูญเสียการมองเห็นในกรณีที่มีอาการรุนแรง

ศ.นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า TED ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ประสิทธิภาพการทำงาน และความมั่นใจของผู้ป่วย ข้อกังวลสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์คือ ผู้ป่วยจำนวนมากและบุคลากรทางการแพทย์บางส่วนยังไม่ทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างโรคไทรอยด์กับอาการทางตาเหล่านี้ ซึ่งการขาดความตระหนักรู้มักนำไปสู่ความล่าช้าในการวินิจฉัยและการส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งอาจทำให้ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หมั่นสังเกตอาการผิดปกติทางตาหากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไทรอยด์ ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าการประเมินอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสียหายในระยะยาว แม้ว่าวงการแพทย์จะกำลังเร่งสร้างความตระหนักรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามเหล่านี้จะส่งผลต่อระยะเวลาในการส่งต่อผู้ป่วยและผลลัพธ์การรักษาทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC