ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานหลังจากเกิดเหตุทำปลายนิ้วของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดระหว่างการดูแลทางการแพทย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

แหล่งข่าวเดียว
สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานหลังจากเกิดเหตุทำปลายนิ้วของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดระหว่างการดูแลทางการแพทย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาลชายรายหนึ่ง หลังจากที่เขาทำปลายนิ้วชี้ข้างขวาของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดโดยอุบัติเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลกำลังใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ

เด็กชายถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมือ แม้ว่าการผ่าตัดรอบที่สองจะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่เด็กยังคงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อและปัญหาการไหลเวียนของเลือด

มารดาของเด็กได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธรแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนที่จะเรียกตัวผู้ช่วยพยาบาลรายนี้มาสอบปากคำอย่างเป็นทางการ โดยตำรวจเตรียมตั้งข้อหา ‘กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส’

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามขั้นตอนทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในความดูแล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ออกหนังสือขอโทษอย่างเป็นทางการและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดฐานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ช่วยพยาบาลรายนี้อาจถูกไล่ออก ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษทางวินัยและการเยียวยายังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 16:35 UTC

สสจ.ยโสธร ชี้แจงกรณีเด็ก 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างรักษา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สสจ.ยโสธร ชี้แจงกรณีเด็ก 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างรักษา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรกำลังทบทวนมาตรการความปลอดภัย หลังจากเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างการถอดสายน้ำเกลือ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สสจ.ยโสธร ชี้แจงกรณีเด็ก 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างรักษา

แหล่งข่าวเดียว
สสจ.ยโสธร ชี้แจงกรณีเด็ก 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างรักษา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรกำลังทบทวนมาตรการความปลอดภัย หลังจากเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างการถอดสายน้ำเกลือ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ยโสธร ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บที่นิ้วระหว่างการรักษาพยาบาล ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ระบุว่าการบาดเจ็บเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการถอดสายน้ำเกลือ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กทันทีหลังจากเกิดเหตุ เพื่อตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชน สสจ. ได้เริ่มทบทวนระบบความปลอดภัยภายในและขั้นตอนทางคลินิกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดเมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลท้องถิ่น แม้ว่า สสจ. จะยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับพยากรณ์โรคในระยะยาวของเด็กและลักษณะที่แน่ชัดของความผิดพลาดในขั้นตอนดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบภายใน สำนักงานสาธารณสุขได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย และกำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบความปลอดภัยดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 14:15 UTC

โรงพยาบาลเสนอเงินเยียวยาหลังเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์จนเด็กชายถูกตัดนิ้ว
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลเสนอเงินเยียวยาหลังเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์จนเด็กชายถูกตัดนิ้ว

เด็กชายวัย 1 ขวบเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อต่อนิ้วหลังจากผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วขาดโดยอุบัติเหตุขณะถอดสายน้ำเกลือที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลเสนอเงินเยียวยาหลังเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์จนเด็กชายถูกตัดนิ้ว

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลเสนอเงินเยียวยาหลังเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์จนเด็กชายถูกตัดนิ้ว

เด็กชายวัย 1 ขวบเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อต่อนิ้วหลังจากผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วขาดโดยอุบัติเหตุขณะถอดสายน้ำเกลือที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร ประเทศไทย โดยเกี่ยวข้องกับเด็กชายวัย 1 ขวบ ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่าผู้ช่วยพยาบาลชายพยายามถอดสายน้ำเกลือโดยใช้กรรไกรตัดเทปกาวและผ้าก๊อซ แต่เกิดความผิดพลาดจนทำให้ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของเด็กขาด

หลังเกิดเหตุ เด็กถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี คณะแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางได้ระดมกำลังผ่าตัดฉุกเฉินถึง 2 รอบ จนสามารถต่อนิ้วให้เด็กได้สำเร็จเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 12 กันยายน แพทย์ระบุว่าการผ่าตัดมีความซับซ้อนเนื่องจากเส้นเลือดของเด็กมีขนาดเล็กมาก ขณะนี้ผู้ป่วยยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีอาการระบมแผล ร้องไห้ผวา และมีผลข้างเคียงจากการใส่ท่อช่วยหายใจ

ทางโรงพยาบาลได้มอบกระเช้าและเงินเยียวยาจำนวน 4,000 บาทให้แก่ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวรายงานว่าผู้ช่วยพยาบาลที่รับผิดชอบยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบส่วนตัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วและเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานสาธารณสุข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่ผลลัพธ์การใช้งานนิ้วในระยะยาวของเด็กยังคงต้องรอการยืนยันจากการติดตามอาการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ส่วนความรับผิดชอบทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 13:15 UTC

โพสต์บนโซเชียลมีเดียเตือนภัยความเสี่ยงจากการเพิกเฉยต่ออาการเลือดกำเดาไหลรุนแรง
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โพสต์บนโซเชียลมีเดียเตือนภัยความเสี่ยงจากการเพิกเฉยต่ออาการเลือดกำเดาไหลรุนแรง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญจากอาการเลือดกำเดาไหลรุนแรงและผิดปกติจนต้องเข้าห้องไอซียู เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โพสต์บนโซเชียลมีเดียเตือนภัยความเสี่ยงจากการเพิกเฉยต่ออาการเลือดกำเดาไหลรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
โพสต์บนโซเชียลมีเดียเตือนภัยความเสี่ยงจากการเพิกเฉยต่ออาการเลือดกำเดาไหลรุนแรง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญจากอาการเลือดกำเดาไหลรุนแรงและผิดปกติจนต้องเข้าห้องไอซียู เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ

รายงานจาก Khaosod Online ระบุถึงประสบการณ์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เผชิญกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์อย่างกะทันหันและรุนแรง ซึ่งเริ่มต้นจากสิ่งที่ดูเหมือนเลือดกำเดาไหลทั่วไป ตามโพสต์ดังกล่าว ผู้ป่วยมีเลือดไหลออกมาจากจมูกและปากอย่างรวดเร็วและรุนแรงขณะอยู่ที่บ้าน โดยผู้ป่วยเปรียบเทียบความรู้สึกว่าเหมือนเปิดก๊อกน้ำ ซึ่งไม่หยุดไหลแม้จะพยายามใช้ทิชชู่ซับแล้วก็ตาม

เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการควบคุมเลือดที่ไหลออกมา พร้อมกับความดันโลหิตที่พุ่งสูงถึง 180-190 ในที่สุดผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและแพทย์ต้องทำการแพ็คจมูกเพื่อห้ามเลือด ผู้ป่วยได้แชร์เรื่องราวนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจตนเองและผู้อื่นให้ใส่ใจกับอาการผิดปกติทางสุขภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการที่ผิดปกติไปจากอาการเจ็บป่วยทั่วไป แม้จะเป็นเพียงกรณีส่วนบุคคล แต่ก็แสดงให้เห็นว่าอาการที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจทวีความรุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุทางการแพทย์ที่แน่ชัดของอาการผู้ป่วยรายนี้ เนื่องจากรายงานมุ่งเน้นไปที่การเล่าถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินมากกว่าการวินิจฉัยทางคลินิก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 12:55 UTC

เหตุการณ์ในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กสร้างความกังวล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์ในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กสร้างความกังวล

เด็กวัยหนึ่งขวบได้รับรายงานว่าสูญเสียปลายนิ้วระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ หลังจากผู้ช่วยพยาบาลถูกกล่าวหาว่าใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เหตุการณ์ในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กสร้างความกังวล

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์ในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กสร้างความกังวล

เด็กวัยหนึ่งขวบได้รับรายงานว่าสูญเสียปลายนิ้วระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ หลังจากผู้ช่วยพยาบาลถูกกล่าวหาว่าใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ

ภาพรวมของเหตุการณ์

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เด็กวัยหนึ่งขวบได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เด็กซึ่งเข้ารับการรักษาตัวมาเป็นเวลาสิบวันเนื่องจากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ถูกกล่าวหาว่าสูญเสียนิ้วไปเมื่อผู้ช่วยพยาบาลใช้กรรไกรตัดเทปที่ยึดสายน้ำเกลือ (IV)

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน

เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อสาธารณชนเกี่ยวกับระเบียบการด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาลและมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยเด็ก สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังขั้นตอนทางการแพทย์ที่ดำเนินการกับผู้ที่อยู่ในความดูแล แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง แต่กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้คอยติดตามแนวทางการดูแลอย่างใกล้ชิด และสื่อสารโดยตรงกับบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูงหากมีความกังวลเกิดขึ้นระหว่างการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

สถานะของการสอบสวน

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่มีการยืนยันว่าฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลจะจัดการกับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหานี้อย่างไร หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงทางวินัยหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างไรต่อไป สาธารณชนกำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงสถานการณ์ของอุบัติเหตุและมาตรการที่กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 09:35 UTC

เร่งตรวจสอบกรณีเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บระหว่างการรักษาพยาบาล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เร่งตรวจสอบกรณีเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บระหว่างการรักษาพยาบาล

เด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บนิ้วขาดขณะผู้ช่วยพยาบาลถอดสายน้ำเกลือในโรงพยาบาล สร้างความกังวลใจให้กับสาธารณชนเป็นอย่างมาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เร่งตรวจสอบกรณีเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บระหว่างการรักษาพยาบาล

แหล่งข่าวเดียว
เร่งตรวจสอบกรณีเด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บระหว่างการรักษาพยาบาล

เด็กวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บนิ้วขาดขณะผู้ช่วยพยาบาลถอดสายน้ำเกลือในโรงพยาบาล สร้างความกังวลใจให้กับสาธารณชนเป็นอย่างมาก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกี่ยวข้องกับเด็กวัย 1 ขวบในสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยเด็กได้รับบาดเจ็บนิ้วขาดในระหว่างที่ผู้ช่วยพยาบาลกำลังดำเนินการถอดสายน้ำเกลือ พ่อแม่ของเด็กได้แสดงความเสียใจและตกใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังเกี่ยวกับขั้นตอนทางการแพทย์และระเบียบปฏิบัติของโรงพยาบาล แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสื่อสารที่ชัดเจนกับบุคลากรทางการแพทย์เมื่อเด็กเข้ารับการรักษา การสอบถามถึงคุณสมบัติของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะทางอาจเป็นสิ่งที่ครอบครัวที่เข้ารับการรักษาพยาบาลควรให้ความสำคัญ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการสอบสวนภายในของโรงพยาบาล สถานะปัจจุบันของผู้ช่วยพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางวินัยที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยัน สาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขและฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลว่าขั้นตอนดังกล่าวส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงได้อย่างไร และจะมีมาตรการใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต เนื่องจากเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ควรสื่อสารกับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพของตนอย่างเปิดเผย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 10:16 UTC

หน่วยงานสาธารณสุขไทยเฝ้าระวังโรคไข้ไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานสาธารณสุขไทยเฝ้าระวังโรคไข้ไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด

กรมควบคุมโรคกำลังติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด ซึ่งมีอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

หน่วยงานสาธารณสุขไทยเฝ้าระวังโรคไข้ไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานสาธารณสุขไทยเฝ้าระวังโรคไข้ไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด

กรมควบคุมโรคกำลังติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด ซึ่งมีอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ

กรมควบคุมโรค (DDC) ของประเทศไทยได้ออกประกาศเกี่ยวกับการเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเห็บกัด ซึ่งทำให้เกิดอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ ตามรายงานของ Khaosod Online โรคอุบัติใหม่นี้อาจนำไปสู่อาการรุนแรง เช่น อาเจียน ท้องเสีย ตับอักเสบ และอาจเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ โดยมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 10% ถึง 30%

นับตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกในปี 2562 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยสะสมรวม 6 ราย ณ เดือนมิถุนายน 2568 โดยพบในกรุงเทพมหานคร (2 ราย) เพชรบูรณ์ (2 ราย) นครปฐม (1 ราย) และฉะเชิงเทรา (1 ราย) เชื้อไวรัสนี้แพร่เชื้อผ่านเห็บเป็นหลัก แต่ยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าสภาพแวดล้อมในประเทศไทยยังคงเอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของเห็บ ปัจจัยเสี่ยงรวมถึงการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเห็บ การนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศ และการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด แม้ว่ากรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม แต่ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะปรับปรุงกลยุทธ์การควบคุมโรคอย่างไรในขณะที่ยังคงติดตามผู้ป่วยรายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 10:16 UTC

เกิดเหตุผิดพลาดทางการแพทย์จนนิ้วเด็กขาดในโรงพยาบาลที่ไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุผิดพลาดทางการแพทย์จนนิ้วเด็กขาดในโรงพยาบาลที่ไทย

เด็กวัย 1 ขวบสูญเสียนิ้วระหว่างขั้นตอนการถอดสายน้ำเกลือในโรงพยาบาล ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เกิดเหตุผิดพลาดทางการแพทย์จนนิ้วเด็กขาดในโรงพยาบาลที่ไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุผิดพลาดทางการแพทย์จนนิ้วเด็กขาดในโรงพยาบาลที่ไทย

เด็กวัย 1 ขวบสูญเสียนิ้วระหว่างขั้นตอนการถอดสายน้ำเกลือในโรงพยาบาล ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เกิดเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่น่าสะเทือนใจกับผู้ป่วยเด็กวัย 1 ขวบที่เข้ารับการรักษาอาการไข้หวัด หลังจากนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 10 วัน แพทย์ได้อนุญาตให้เด็กกลับบ้านได้ ในระหว่างขั้นตอนการถอดสายน้ำเกลือซึ่งมีการพันเทปยึดไว้รอบข้อมือ ผู้ช่วยพยาบาลได้พยายามใช้กรรไกรตัดเทปดังกล่าวออก

ในระหว่างขั้นตอนนั้น ผู้ช่วยพยาบาลได้ตัดพลาดจนทำให้นิ้วของเด็กขาด ผู้ปกครองระบุว่าการบาดเจ็บดังกล่าวทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก และต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อนิ้วถึงสองครั้ง แม้ว่าการผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่เด็กต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงหลังผ่าตัด รวมถึงมีอาการหายใจลำบากจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม และตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาลรวมถึงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเด็ก สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังในระหว่างขั้นตอนทางการแพทย์ แม้จะเป็นขั้นตอนที่ถือว่าทำเป็นประจำก็ตาม ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของโรงพยาบาล มาตรการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเยียวยาหรือการสนับสนุนในระยะยาวแก่ครอบครัวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:36 UTC

สปสช. ชี้แจงสถานะการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สปสช. ชี้แจงสถานะการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจงกรณีความกังวลเรื่องความล่าช้าในการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย โดยยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอและกำลังดำเนินการโอนเงิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สปสช. ชี้แจงสถานะการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย

แหล่งข่าวเดียว
สปสช. ชี้แจงสถานะการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจงกรณีความกังวลเรื่องความล่าช้าในการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลสันทราย โดยยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอและกำลังดำเนินการโอนเงิน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีรายงานว่าโรงพยาบาลสันทรายยังไม่ได้รับเงินตามที่คาดหวัง โดยอ้างอิงจาก Matichon Online ทาง สปสช. ยืนยันอย่างชัดเจนว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับครอบคลุมภาระผูกพันดังกล่าว

จากการอัปเดตล่าสุด สปสช. ได้ดำเนินการโอนเงินให้แก่โรงพยาบาลไปแล้วกว่า 241 ล้านบาท ส่วนยอดเงินที่เหลือ ทางสำนักงานยืนยันว่าอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินและความต่อเนื่องในการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุข เมื่อโรงพยาบาลประสบปัญหาความล่าช้าในการได้รับเงิน มักจะเกิดความกังวลในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณภาพการรักษาหรือความพร้อมในการให้บริการทางการแพทย์ การที่ สปสช. ยืนยันว่ามีงบประมาณรองรับและกำลังดำเนินการจ่ายเงินนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าศักยภาพในการให้บริการของโรงพยาบาลยังคงได้รับการสนับสนุนจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

แม้ว่า สปสช. จะยืนยันสถานะการโอนเงินแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนสำหรับการจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้เสร็จสิ้น ประชาชนที่ใช้บริการโรงพยาบาลสันทรายอาจติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลหรือ สปสช. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการธุรกรรมทางการเงินเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:15 UTC

รพ.เพชรบูรณ์เร่งแก้ไขปัญหาเชื้อราในหอผู้ป่วยท่ามกลางภาวะขาดทุน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.เพชรบูรณ์เร่งแก้ไขปัญหาเชื้อราในหอผู้ป่วยท่ามกลางภาวะขาดทุน

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ออกมาขอโทษต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หลังภาพเชื้อราในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุถึงปัญหาหนี้สินสะสมของโรงพยาบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.เพชรบูรณ์เร่งแก้ไขปัญหาเชื้อราในหอผู้ป่วยท่ามกลางภาวะขาดทุน

แหล่งข่าวเดียว
รพ.เพชรบูรณ์เร่งแก้ไขปัญหาเชื้อราในหอผู้ป่วยท่ามกลางภาวะขาดทุน

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ออกมาขอโทษต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หลังภาพเชื้อราในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุถึงปัญหาหนี้สินสะสมของโรงพยาบาล

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพเชื้อราขึ้นฝ้าเพดานและผนังภายในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย นายแพทย์กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ได้ออกมากล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการต่อผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยยอมรับถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายแพทย์กอบชัยอธิบายว่า โรงพยาบาลกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินสะสมที่เคยสูงถึง 170 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาล ทั้งนี้ ผู้อำนวยการระบุว่าปัจจุบันหนี้สินดังกล่าวลดลงเหลือ 26 ล้านบาท และทางโรงพยาบาลกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงตามขั้นตอนและระเบียบของทางราชการ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณสุข แม้ทางโรงพยาบาลจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา แต่กรอบเวลาสำหรับการปรับปรุงหอผู้ป่วยให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ใช้บริการควรตระหนักว่าสภาพสิ่งอำนวยความสะดวกอาจมีความแตกต่างกัน และผู้ที่ต้องการการดูแลเฉพาะทางควรติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ โรงพยาบาลเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:16 UTC

‘หมอวรงค์’ ตั้งข้อสังเกตกรณีเสนอให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

‘หมอวรงค์’ ตั้งข้อสังเกตกรณีเสนอให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาตั้งคำถามต่อข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์ภายใต้การควบคุมดูแล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

‘หมอวรงค์’ ตั้งข้อสังเกตกรณีเสนอให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์

แหล่งข่าวเดียว
‘หมอวรงค์’ ตั้งข้อสังเกตกรณีเสนอให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาตั้งคำถามต่อข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์ภายใต้การควบคุมดูแล

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้แสดงความกังวลและคัดค้านข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุญาตให้พยาบาลอาสาปฏิบัติงานทางการแพทย์ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์

นพ.วรงค์ ได้ตั้งคำถาม 7 ข้อเกี่ยวกับนโยบายนี้ โดยเน้นไปที่ความไม่ชัดเจนของขอบเขตการปฏิบัติงานและประเภทของหัตถการทางการแพทย์ที่อาสาสมัครจะได้รับอนุญาตให้ทำ ประเด็นสำคัญที่ นพ.วรงค์ เรียกร้องคือเรื่องความรับผิดชอบ โดยได้จี้ให้กระทรวงชี้แจงว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายและทางวิชาชีพหากเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างการรักษาโดยอาสาสมัคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการด้านสาธารณสุขและการขยายบทบาททางการแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงจะจัดการกับข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและความรับผิดชอบทางวิชาชีพอย่างไร ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศใช้กฎระเบียบใดๆ และเกณฑ์คุณสมบัติของอาสาสมัครรวมถึงขอบเขตอำนาจทางการแพทย์ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากภาครัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 03:36 UTC

ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ ชี้แจงกรณีปัญหาการซ่อมบำรุงอาคารผู้ป่วย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ ชี้แจงกรณีปัญหาการซ่อมบำรุงอาคารผู้ป่วย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้ออกมาขอโทษหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสภาพหอผู้ป่วย โดยระบุถึงปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างหนัก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ ชี้แจงกรณีปัญหาการซ่อมบำรุงอาคารผู้ป่วย

แหล่งข่าวเดียว
ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ ชี้แจงกรณีปัญหาการซ่อมบำรุงอาคารผู้ป่วย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้ออกมาขอโทษหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสภาพหอผู้ป่วย โดยระบุถึงปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างหนัก

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสภาพที่เสื่อมโทรมของหอผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ระบุว่าขณะนี้โรงพยาบาลกำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก โดยมีตัวเลขการขาดดุลในกองทุนบำรุงรักษาถึง 170 ล้านบาท

เพื่อตอบสนองต่อข้อวิจารณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการชี้แจงว่าโรงพยาบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึงการชะลอโครงการซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่จำเป็นออกไปก่อน โดยฝ่ายบริหารกำลังให้ความสำคัญกับการให้บริการทางการแพทย์ที่จำเป็นเป็นอันดับแรก ในขณะที่พยายามจัดการกับภาระหนี้สินจำนวนมหาศาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและความสะดวกสบายของสถานที่ แม้ว่าการรักษาพยาบาลฉุกเฉินและบริการที่จำเป็นจะยังคงเป็นภารกิจหลัก แต่ผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาแบบไม่เร่งด่วนหรือการผ่าตัดเสริมความงามอาจพบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสวยงามหรือการบำรุงรักษาตามปกติ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางโรงพยาบาลมีแผนการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาการขาดดุล 170 ล้านบาท และจะมีการแทรกแซงจากภาครัฐหรือโครงการระดมทุนจากภาคประชาชนเพื่อเร่งดำเนินการซ่อมแซมที่จำเป็นหรือไม่ ผู้ที่มาใช้บริการควรปรับความคาดหวังเกี่ยวกับสภาพสถานที่และพิจารณาทางเลือกอื่นหากสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความต้องการเฉพาะของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:35 UTC

เชียงรายส่งเสริมโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อสุขภาวะที่สมดุล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เชียงรายส่งเสริมโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อสุขภาวะที่สมดุล

เชียงรายกำลังขับเคลื่อนโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านมาตรฐานอาหารที่ได้คุณภาพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เชียงรายส่งเสริมโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อสุขภาวะที่สมดุล

แหล่งข่าวเดียว
เชียงรายส่งเสริมโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อสุขภาวะที่สมดุล

เชียงรายกำลังขับเคลื่อนโครงการ 'อาหารปลอดภัย' เพื่อยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านมาตรฐานอาหารที่ได้คุณภาพ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เมืองเชียงรายได้เปิดตัวโครงการ 'อาหารปลอดภัย' ภายใต้ชื่อ 'ข่วงอาหารปลอดภัย' โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่สมดุลและมีสุขภาพดีสำหรับชุมชนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางอาหารและมาตรฐานคุณภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้อาจเป็นสัญญาณของความพยายามในระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้นในการปรับปรุงคุณภาพของวัตถุดิบที่มีจำหน่ายในตลาดและร้านอาหารท้องถิ่น หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่มาตรฐานด้านสุขภาพที่สูงขึ้นในภาคธุรกิจอาหารของเมือง ซึ่งอาจเป็นทางเลือกในการรับประทานอาหารที่น่าเชื่อถือและมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นสำหรับผู้ที่มาเยือนหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่

แม้ว่าโครงการนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อสุขภาวะของประชาชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลไกการบังคับใช้ ขอบเขตของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม และผลกระทบระยะยาวต่อราคาอาหารนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ามาตรฐานเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานประจำวันของธุรกิจในท้องถิ่นอย่างไร และโครงการจะขยายขอบเขตไปสู่หมวดหมู่อาหารที่หลากหลายมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:15 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'LIVE TO 100' มุ่งยกระดับสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับโลก
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'LIVE TO 100' มุ่งยกระดับสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับโลก

กลุ่มพันธมิตร 100 องค์กรได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการ 'LIVE TO 100 THAILAND' เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพและผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการมีอายุยืนยาวและการแพทย์ระดับโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'LIVE TO 100' มุ่งยกระดับสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'LIVE TO 100' มุ่งยกระดับสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับโลก

กลุ่มพันธมิตร 100 องค์กรได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการ 'LIVE TO 100 THAILAND' เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพและผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการมีอายุยืนยาวและการแพทย์ระดับโลก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทยได้มีการรวมพลังเครือข่าย 100 องค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อเปิดตัวโครงการ 'LIVE TO 100 THAILAND – A National Longevity Community' ภายใต้แนวคิด '100 พันธมิตร หนึ่งระบบนิเวศ หนึ่งภารกิจ' โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจ การแพทย์ สุขภาพ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมสำหรับการดูแลสุขภาพระยะยาวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

เป้าหมายหลักของกลุ่มพันธมิตรนี้คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการมีอายุยืนยาว (Longevity) และการแพทย์เชิงสุขภาพ โดยโครงการได้ตั้งเป้าหมายเบื้องต้นในการดึงดูดผู้เข้าร่วม 10,000 คนแรกเข้าสู่ระบบนิเวศนี้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตัวของบริการด้านสุขภาพเฉพาะทางและการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วประเทศ

แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นการรวมพลังของภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการให้บริการ ระยะเวลาในการรองรับผู้เข้าร่วม 10,000 คนแรก และลักษณะของโปรแกรมทางการแพทย์ที่จะนำเสนอนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากสมาคมนวัตกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 13:55 UTC

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่บุรีรัมย์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่บุรีรัมย์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ

การโต้เถียงอย่างรุนแรงระหว่างพ่อและลูกในจังหวัดบุรีรัมย์บานปลายกลายเป็นการทำร้ายร่างกายจนต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่บุรีรัมย์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่บุรีรัมย์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ

การโต้เถียงอย่างรุนแรงระหว่างพ่อและลูกในจังหวัดบุรีรัมย์บานปลายกลายเป็นการทำร้ายร่างกายจนต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยในตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในครอบครัวที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชายวัย 30 ปีชื่อนายไพรวัลย์ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ที่แขนซ้ายระหว่างการโต้เถียงกับนายลำดวน พ่อวัย 52 ปี โดยบาดแผลดังกล่าวต้องเย็บถึง 13 เข็มที่โรงพยาบาลปะคำ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายมาจากการโต้เถียงเรื่องบุคคลทางศาสนา ในขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ นายลำดวนมีอาการมึนเมาสุราและมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าท้องและลำตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในครอบครัวที่มีการดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าข้อพิพาทในท้องถิ่นสามารถบานปลายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีการตั้งข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อผู้เป็นพ่อหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนเกี่ยวกับรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะสุขภาพในระยะยาวของผู้ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 13:56 UTC

กรมราชทัณฑ์ยืนยันการเสียชีวิตของอดีตครูผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรมราชทัณฑ์ยืนยันการเสียชีวิตของอดีตครูผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของอดีตครู นายพิชัย ซึ่งเสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรมราชทัณฑ์ยืนยันการเสียชีวิตของอดีตครูผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
กรมราชทัณฑ์ยืนยันการเสียชีวิตของอดีตครูผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของอดีตครู นายพิชัย ซึ่งเสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของนายพิชัย อดีตข้าราชการครูซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีพรากเด็กและกระทำอนาจารเด็ก โดยการชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าจำเลยได้เสียชีวิตก่อนถึงกำหนดนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

กรมราชทัณฑ์ระบุว่า นายพิชัยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนจะถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ตามระเบียบการกำหนดโทษ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายพิชัยมีอาการป่วยรุนแรง จึงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์โดยเร่งด่วน โดยได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) มีการใส่ท่อช่วยหายใจและให้ยาเพิ่มความดันโลหิต ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่านายพิชัยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเสียชีวิตภายในสถานพยาบาลไม่ใช่ในเรือนจำ และมีครอบครัวร่วมวางแผนการรักษา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงขั้นตอนการบริหารจัดการในคดีความสำคัญของไทย แม้กระบวนการทางกฎหมายต่อตัวบุคคลจะสิ้นสุดลงเนื่องจากการเสียชีวิต แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงระเบียบการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดคดีของศาลยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ครอบครัวในจอร์เจียช็อก พบแมวที่จ่ายเงินทำการุณยฆาตไปเมื่อปีก่อนยังมีชีวิตอยู่
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวในจอร์เจียช็อก พบแมวที่จ่ายเงินทำการุณยฆาตไปเมื่อปีก่อนยังมีชีวิตอยู่

ครอบครัวหนึ่งในรัฐจอร์เจียกำลังหาคำตอบหลังจากพบว่า "แอนนี่" แมววัย 19 ปีของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่จ่ายเงินให้คลินิกสัตวแพทย์ท้องถิ่นทำการุณยฆาตไปเมื่อ 18 เดือนก่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ครอบครัวในจอร์เจียช็อก พบแมวที่จ่ายเงินทำการุณยฆาตไปเมื่อปีก่อนยังมีชีวิตอยู่

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวในจอร์เจียช็อก พบแมวที่จ่ายเงินทำการุณยฆาตไปเมื่อปีก่อนยังมีชีวิตอยู่

ครอบครัวหนึ่งในรัฐจอร์เจียกำลังหาคำตอบหลังจากพบว่า "แอนนี่" แมววัย 19 ปีของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่จ่ายเงินให้คลินิกสัตวแพทย์ท้องถิ่นทำการุณยฆาตไปเมื่อ 18 เดือนก่อน

ตามรายงานจาก Khaosod Online ครอบครัวหนึ่งในเมืองเซโนยา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา พบเรื่องราวสุดช็อกเกี่ยวกับ "แอนนี่" แมววัย 19 ปีของพวกเขา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เจ้าของได้พาแมวไปที่คลินิกสัตวแพทย์ท้องถิ่นเนื่องจากปัญหาสุขภาพรุนแรง ทั้งโรคข้ออักเสบ อาการปวดเรื้อรัง ปัสสาวะเป็นเลือด และอาการคล้ายภาวะสมองเสื่อมในแมว ด้วยความเชื่อว่าแมวกำลังทรมาน ครอบครัวจึงตัดสินใจจ่ายเงินประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 10,000 บาท) เพื่อทำการุณยฆาตและฌาปนกิจร่าง

เวลาผ่านไป 18 เดือน ไบรอัน แจ็กต์ เจ้าของแมว ได้รับแจ้งจากอดีตพนักงานของคลินิกว่าแอนนี่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ จากการสืบสวนพบว่าพนักงานคนหนึ่งในคลินิกได้นำแมวไปเลี้ยงแทนที่จะทำการุณยฆาตตามที่ตกลงไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการดูแลรักษาสัตว์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องทางจริยธรรมในสถานพยาบาลสัตว์ แม้ว่าขณะนี้คดีจะอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ แต่ยังมีรายละเอียดอีกหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงนโยบายภายในของคลินิกและผลทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นกับพนักงานที่เกี่ยวข้อง ครอบครัวที่เคยเชื่อว่าได้บอกลาแมวของตนไปแล้ว ขณะนี้กำลังเผชิญกับความตกใจอย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:57 UTC

สาธารณสุขเชียงใหม่ยืนยันไม่มีล็อกดาวน์ แม้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สาธารณสุขเชียงใหม่ยืนยันไม่มีล็อกดาวน์ แม้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 4,549 ราย โดยระบุว่าเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สาธารณสุขเชียงใหม่ยืนยันไม่มีล็อกดาวน์ แม้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19

แหล่งข่าวเดียว
สาธารณสุขเชียงใหม่ยืนยันไม่มีล็อกดาวน์ แม้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 4,549 ราย โดยระบุว่าเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 9 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมรวม 4,549 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 252.89 ต่อประชากรแสนคน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น และระบุว่าลักษณะการระบาดในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ทั้งนี้ อำเภอที่พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่, อ.สันทราย, อ.ดอยสะเก็ด, อ.สันกำแพง และ อ.หางดง ตามลำดับ โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือช่วงอายุ 30-39 ปี และที่สำคัญคือยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ยืนยันว่าการใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงดำเนินไปตามปกติโดยไม่มีนโยบายด้านสุขภาพที่เข้มงวด แม้สถานการณ์จะถูกจัดการในฐานะโรคประจำถิ่น แต่ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำต่างๆ ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยังไม่มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนมาตรการด้านสาธารณสุขในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:36 UTC