ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

แจ้งข้อหาเพิ่มอาจารย์หมอขับรถชนนักศึกษา มฟล. เสียชีวิต
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

แจ้งข้อหาเพิ่มอาจารย์หมอขับรถชนนักศึกษา มฟล. เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม 2 ข้อหาแก่อาจารย์แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางถนนซึ่งส่งผลให้นักศึกษาเสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

แจ้งข้อหาเพิ่มอาจารย์หมอขับรถชนนักศึกษา มฟล. เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
แจ้งข้อหาเพิ่มอาจารย์หมอขับรถชนนักศึกษา มฟล. เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม 2 ข้อหาแก่อาจารย์แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางถนนซึ่งส่งผลให้นักศึกษาเสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม 2 ข้อหาแก่อาจารย์แพทย์รายหนึ่ง หลังจากเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าสลดใจซึ่งเกี่ยวข้องกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีนักศึกษาเสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย

ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นัดหมายการเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับคดีนี้ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของข้อหาใหม่จะยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น แต่การเพิ่มข้อหาบ่งชี้ว่าพนักงานสอบสวนกำลังเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและความรับผิดชอบทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต เนื่องจากสถานการณ์นี้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและนักศึกษา จึงได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อกฎหมายเฉพาะที่ใช้ในการแจ้งข้อหาใหม่และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการไกล่เกลี่ยที่จะถึงนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินต่อไปอย่างไรหลังจากการประชุมในวันที่ 15 กันยายน SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไปเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 13:35 UTC

รายงานเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารอย่างเร่งด่วน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รายงานเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารอย่างเร่งด่วน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในส่วนของห้องกายภาพบำบัด เพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยได้เร่งอพยพผู้ป่วย แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหยุดชะงักชั่วคราว สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลเพื่อให้รถฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้และความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือกำหนดการในการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของโรงพยาบาล คาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสถานการณ์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ไทยพบช่องว่างระบบการแพทย์ฉุกเฉินในกว่า 2,500 ตำบล
สุขภาพ ได้รับการยืนยัน

ไทยพบช่องว่างระบบการแพทย์ฉุกเฉินในกว่า 2,500 ตำบล

รายงานจากคณะทำงานวุฒิสภาเผยว่า 2,574 ตำบลในไทยยังขาดหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน นำไปสู่แผน 5 ปีในการผลิตบุคลากรพาราเมดิกเพิ่ม 7,500 คน

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไทยพบช่องว่างระบบการแพทย์ฉุกเฉินในกว่า 2,500 ตำบล

ได้รับการยืนยัน
ไทยพบช่องว่างระบบการแพทย์ฉุกเฉินในกว่า 2,500 ตำบล

รายงานจากคณะทำงานวุฒิสภาเผยว่า 2,574 ตำบลในไทยยังขาดหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน นำไปสู่แผน 5 ปีในการผลิตบุคลากรพาราเมดิกเพิ่ม 7,500 คน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 คณะทำงานวุฒิสภาด้านการปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินได้เปิดเผยถึงช่องว่างสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านการตอบโต้เหตุฉุกเฉินของไทย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ประธานคณะทำงานระบุว่า แม้จะมีตำบลที่มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานจำนวน 4,861 ตำบล (65.38%) แต่ยังมีอีก 2,574 ตำบล (34.62%) ที่ยังขาดแคลนหน่วยบริการที่เพียงพอ

ข้อมูลระดับภูมิภาคจากปีงบประมาณ 2568 ระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความครอบคลุมสูงสุดที่ 75.06% ตามด้วยภาคเหนือที่ 71.70% ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะทำงานกำลังผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเพิ่มขึ้น และได้เสนอแผนงานระยะ 5 ปีในการผลิตพาราเมดิกใหม่จำนวน 7,500 คน เพื่อเสริมกำลังบุคลากรทั่วประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายงานนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือชนบท ซึ่งเวลาในการตอบโต้เหตุฉุกเฉินอาจล่าช้าเนื่องจากขาดหน่วยบริการที่ได้มาตรฐานในบริเวณใกล้เคียง แม้รัฐบาลจะรับทราบถึงปัญหาและเสนอแผนการฝึกอบรมระยะยาว แต่กรอบเวลาในการจัดตั้งหน่วยบริการใหม่และการส่งบุคลากรลงพื้นที่จริงยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรเตรียมประกันการเดินทางที่ครอบคลุมและตรวจสอบที่ตั้งของโรงพยาบาลหลักที่ใกล้ที่สุดเมื่อวางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีประชากรเบาบาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 07:36 UTC

พบร่างชายปริศนาลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

พบร่างชายปริศนาลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการระบุตัวตนชายที่พบร่างลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพุทธฯ ในกรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

พบร่างชายปริศนาลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
พบร่างชายปริศนาลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการระบุตัวตนชายที่พบร่างลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพุทธฯ ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ตำรวจและทีมกู้ภัยได้กู้ร่างชายไม่ทราบชื่อขึ้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้เคียงท่าน้ำใต้สะพานพุทธฯ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 11.53 น.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยแพทย์นิติเวชและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุประมาณ 45-50 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร สภาพศพสวมเพียงกางเกงขาสั้นสีดำและเริ่มบวมอืด ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 48 ชั่วโมง ไม่พบเอกสารแสดงตัวบุคคลหรือทรัพย์สินติดตัว อีกทั้งไม่พบร่องรอยบาดแผลที่บ่งชี้ว่าถูกทำร้ายร่างกาย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่างของผู้เสียชีวิตถูกส่งไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตผ่านข้อมูลจากประชาชน เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสืบสวน รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้บุคคลดังกล่าวตกลงไปในน้ำจึงยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 09:36 UTC

สปสช. อนุมัติโครงการนำร่องใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาโรคสะเก็ดเงิน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สปสช. อนุมัติโครงการนำร่องใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาโรคสะเก็ดเงิน

บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติโครงการนำร่องเพื่อให้บริการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตำรับยาแผนไทยสำหรับผู้ป่วยจำนวน 5,000 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สปสช. อนุมัติโครงการนำร่องใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาโรคสะเก็ดเงิน

แหล่งข่าวเดียว
สปสช. อนุมัติโครงการนำร่องใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาโรคสะเก็ดเงิน

บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติโครงการนำร่องเพื่อให้บริการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตำรับยาแผนไทยสำหรับผู้ป่วยจำนวน 5,000 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 คณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้อนุมัติโครงการนำร่องอย่างเป็นทางการเพื่อบูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้บริการดูแลรักษาเฉพาะทางแก่ผู้ป่วยจำนวน 5,000 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการนำการแพทย์แผนไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขแห่งชาติ แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายทางเลือกในการรักษา แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังอยู่ในช่วงนำร่องเท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกเฉพาะทางที่เข้าร่วมโครงการ เกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย และกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัวโครงการยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้าถึงบริการเหล่านี้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สปสช. หรือปรึกษาผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าตนมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการนำร่องหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงการทางการแพทย์ บุคคลทั่วไปควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับความต้องการด้านสุขภาพของตนเองก่อนเริ่มใช้แนวทางการรักษาใหม่ๆ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ สปสช. ดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการนำโครงการการแพทย์แผนไทยนี้ไปปฏิบัติจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 09:15 UTC

ถกประเด็นความปลอดภัยทางการแพทย์: การใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ถกประเด็นความปลอดภัยทางการแพทย์: การใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชื่อดังได้ออกมาให้ความเห็นต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก โดยสนับสนุนให้ใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ถกประเด็นความปลอดภัยทางการแพทย์: การใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ถกประเด็นความปลอดภัยทางการแพทย์: การใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชื่อดังได้ออกมาให้ความเห็นต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการใช้กรรไกรตัดสายน้ำเกลือในเด็ก โดยสนับสนุนให้ใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่า

หลังจากเกิดความกังวลในสังคมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นิ้วของเด็กถูกตัดระหว่างการถอดสายน้ำเกลือ (IV) ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอเวร' ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติทางคลินิกที่เป็นมาตรฐาน ตามรายงานของ Matichon Online ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการใช้เครื่องมือมีคม เช่น กรรไกร ไม่มีความจำเป็นในการถอดสายน้ำเกลือสำหรับผู้ป่วยเด็ก

'หมอเวร' ระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือมีคมใกล้ตัวผู้ป่วยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ ความเห็นดังกล่าวอ้างอิงถึงแนวทางปฏิบัติทางคลินิกระดับสากล โดยเฉพาะจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้วัตถุมีคมในระหว่างขั้นตอนดังกล่าว แต่ให้เน้นไปที่เทคนิคการถอดด้วยมือที่รับประกันความปลอดภัยของเด็กในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพทางการแพทย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การอภิปรายนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วยในสถานพยาบาลท้องถิ่น แม้ว่าความเห็นนี้จะให้มุมมองเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายของโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการหรือคำตัดสินทางกฎหมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่รายงาน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติภายในอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อกระแสสังคมนี้ ผู้ป่วยและผู้ปกครองควรสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยในระหว่างขั้นตอนทางการแพทย์ใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:55 UTC

โมเดล ‘บ้านลานทอง’ จ.สุโขทัย ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อต่อยอดอาชีพ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โมเดล ‘บ้านลานทอง’ จ.สุโขทัย ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อต่อยอดอาชีพ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ทุนสนับสนุนโมเดลชุมชน ‘บ้านลานทอง’ ในจังหวัดสุโขทัย เพื่อช่วยให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดสามารถพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โมเดล ‘บ้านลานทอง’ จ.สุโขทัย ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อต่อยอดอาชีพ

แหล่งข่าวเดียว
โมเดล ‘บ้านลานทอง’ จ.สุโขทัย ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อต่อยอดอาชีพ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ทุนสนับสนุนโมเดลชุมชน ‘บ้านลานทอง’ ในจังหวัดสุโขทัย เพื่อช่วยให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดสามารถพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการ ‘บ้านลานทอง’ ในจังหวัดสุโขทัย โครงการนี้ทำหน้าที่เป็นโมเดลการฟื้นฟูโดยชุมชน ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ผ่านโปรแกรมการบำบัดยาเสพติด โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พัฒนาทักษะทางอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยในการดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยชุมชน การมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโมเดล ‘บ้านลานทอง’ มีเป้าหมายเพื่อลดการกลับไปใช้ซ้ำและสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผู้ที่กำลังปรับตัวกลับเข้าสู่สังคม โครงการลักษณะนี้มักเป็นตัวบ่งชี้ถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในจังหวัดภูมิภาคอย่างสุโขทัย

แม้ว่าจะมีการยืนยันเรื่องเงินทุนแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของโปรแกรมฝึกอาชีพและตัวชี้วัดความสำเร็จในระยะยาวนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจอาจรอติดตามรายงานในอนาคตเพื่อดูว่าโมเดลนี้จะสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นของประเทศได้อย่างไร หรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในสุโขทัยอย่างไร เนื่องจากนี่เป็นโครงการพัฒนาสังคมในระดับท้องถิ่น จึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการเดินทางหรือมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาสวัสดิการสังคมที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยเผยให้เห็นช่องว่างในการครอบคลุมพื้นที่
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยเผยให้เห็นช่องว่างในการครอบคลุมพื้นที่

คณะทำงานของวุฒิสภารายงานว่าปัจจุบันมีตำบล 2,574 แห่งในประเทศไทยที่ยังขาดหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐาน ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการปฏิรูป

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยเผยให้เห็นช่องว่างในการครอบคลุมพื้นที่

แหล่งข่าวเดียว
ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยเผยให้เห็นช่องว่างในการครอบคลุมพื้นที่

คณะทำงานของวุฒิสภารายงานว่าปัจจุบันมีตำบล 2,574 แห่งในประเทศไทยที่ยังขาดหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐาน ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการปฏิรูป

ตามรายงานจาก Khaosod English โครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ โดยมีตำบลจำนวน 2,574 แห่งที่ยังคงดำเนินงานโดยไม่มีหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐานที่เพียงพอ ความบกพร่องนี้ได้กระตุ้นให้คณะทำงานของวุฒิสภา นำโดยวุฒิสมาชิก ดร. เปรมศักดิ์ เพียยุระ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการจัดการวิกฤตและการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นำเสนอความแตกต่างที่อาจเกิดขึ้นในเวลาตอบสนองขึ้นอยู่กับสถานที่ในประเทศ แม้ว่าศูนย์กลางเมืองใหญ่ๆ มักจะมีการครอบคลุมทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง แต่ผู้ที่อยู่ในตำบลที่ห่างไกลหรือชนบทอาจต้องเผชิญกับเวลารอคอยที่นานขึ้นในช่วงวิกฤตสุขภาพ ขณะนี้คณะทำงานของวุฒิสภากำลังสำรวจโซลูชันดิจิทัลเพื่อปรับปรุงการประสานงานและสนับสนุนการขยายความครอบคลุมในระดับท้องถิ่นอย่างมีกลยุทธ์

ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่เสนอนี้ มีความคิดริเริ่มที่จะเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ฉุกเฉินระดับพาราเมดิกให้ถึง 7,500 คนภายในห้าปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าทรัพยากรเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ได้รวดเร็วเพียงใดและภูมิภาคใดที่จะได้รับความสำคัญก่อนสำหรับการเปิดตัวหน่วยใหม่ นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของตนและเก็บข้อมูลติดต่อฉุกเฉินในพื้นที่ไว้ให้พร้อม เนื่องจากความพร้อมของบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินยังคงมีความไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่การปกครอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ปาฏิหาริย์แห่งการรอดชีวิต: ทารกคลอดก่อนกำหนดเติบโตแข็งแรงหลังเกิดด้วยน้ำหนักเพียง 330 กรัม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ปาฏิหาริย์แห่งการรอดชีวิต: ทารกคลอดก่อนกำหนดเติบโตแข็งแรงหลังเกิดด้วยน้ำหนักเพียง 330 กรัม

ทารกชายที่เกิดในเมืองเซินเจิ้นเมื่ออายุครรภ์เพียง 23 สัปดาห์ 4 วัน ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังพักฟื้นนาน 105 วัน โดยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก 330 กรัม เป็น 2.5 กิโลกรัม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ปาฏิหาริย์แห่งการรอดชีวิต: ทารกคลอดก่อนกำหนดเติบโตแข็งแรงหลังเกิดด้วยน้ำหนักเพียง 330 กรัม

แหล่งข่าวเดียว
ปาฏิหาริย์แห่งการรอดชีวิต: ทารกคลอดก่อนกำหนดเติบโตแข็งแรงหลังเกิดด้วยน้ำหนักเพียง 330 กรัม

ทารกชายที่เกิดในเมืองเซินเจิ้นเมื่ออายุครรภ์เพียง 23 สัปดาห์ 4 วัน ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังพักฟื้นนาน 105 วัน โดยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก 330 กรัม เป็น 2.5 กิโลกรัม

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ได้มีการบันทึกความสำเร็จทางการแพทย์ครั้งสำคัญในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เมื่อทารกคลอดก่อนกำหนดสามารถรอดชีวิตได้หลังจากเกิดเมื่ออายุครรภ์เพียง 23 สัปดาห์ 4 วัน ทารกคนนี้มีน้ำหนักตัวแรกเกิดเพียง 330 กรัม ซึ่งมีขนาดเท่ากับฝ่ามือของผู้ใหญ่ โดยได้รับฉายาว่า "เสี่ยวเจ๋อเป่า" และได้รับการระบุว่าเป็นทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีน้ำหนักตัวน้อยที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง

ทีมแพทย์ระบุว่าผิวหนังของทารกมีความบางมากจนมองเห็นเส้นเลือด และระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทารกถูกส่งเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 105 วัน ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินอาหารของทารกมีความเสถียร จนกระทั่งวันที่ 1 กันยายน 2569 ทารกมีน้ำหนักตัวถึง 2.5 กิโลกรัม และได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถขั้นสูงของสถานพยาบาลทารกแรกเกิดในศูนย์กลางเมืองใหญ่ของจีน แม้ผลลัพธ์นี้จะถูกยกย่องว่าเป็นปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่รุนแรงของการคลอดก่อนกำหนด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเด็กจะต้องได้รับการดูแลพัฒนาการในระยะยาวอย่างไรบ้างในขณะที่เติบโตขึ้นนอกสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:36 UTC

สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบขาดที่ยโสธร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบขาดที่ยโสธร

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานทันที หลังจากใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือแล้วพลาดไปตัดนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบจนขาด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบขาดที่ยโสธร

แหล่งข่าวเดียว
สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบขาดที่ยโสธร

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานทันที หลังจากใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือแล้วพลาดไปตัดนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบจนขาด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่ร้ายแรง โดยรายงานระบุว่าผู้ช่วยพยาบาลรายนี้กำลังใช้กรรไกรตัดเทปที่ยึดสายน้ำเกลือ แต่เกิดพลาดไปตัดนิ้วของเด็กชายวัย 1 ขวบที่อยู่ในความดูแลจนขาด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาดทางวิชาชีพที่ร้ายแรง และหากผลการสอบสวนยืนยันว่ามีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง พนักงานรายนี้จะต้องถูกไล่ออกทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพการดูแลในสถานพยาบาลท้องถิ่น แม้ว่าระบบสาธารณสุขของไทยจะได้รับการยอมรับในระดับที่ดี แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในความดูแลเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล ในขณะนี้ อาการฟื้นตัวของเด็กและบทลงโทษทางวินัยที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพนักงานรายนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานสาธารณสุขยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนด้วยความโปร่งใสต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:15 UTC

MMS เปิดตัวบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

MMS เปิดตัวบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ในประเทศไทย

Master Motor Services เปิดตัวหน่วยบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ ให้บริการซ่อมถึงที่และตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

MMS เปิดตัวบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
MMS เปิดตัวบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ในประเทศไทย

Master Motor Services เปิดตัวหน่วยบริการซ่อมบำรุงรถยนต์เคลื่อนที่ ให้บริการซ่อมถึงที่และตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัว 'MMS Mobile Car Service' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริการซ่อมบำรุงและดูแลรักษารถยนต์เคลื่อนที่ถึงบ้านหรือที่ทำงานของลูกค้า

บริการนี้ครอบคลุมการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 24 รายการ โดยจุดเด่นคือการนำระบบวินิจฉัย AVILOO ที่ได้รับมาตรฐาน TÜV/CARA จากประเทศออสเตรียมาใช้ ทำให้หน่วยบริการเคลื่อนที่สามารถออกใบรับรองสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างอิสระ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้สำหรับบริการดังกล่าวในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว บริการนี้ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายแทนการเดินทางไปยังศูนย์บริการแบบเดิม โดยเฉพาะสำหรับการบำรุงรักษาตามระยะหรือการตรวจเช็กเร่งด่วน ความสามารถในการรับการวินิจฉัยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างมืออาชีพถึงที่อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในประเทศไทย แม้ว่าบริการจะเปิดให้บริการแล้ว แต่ลูกค้าควรตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและยี่ห้อรถยนต์ที่รองรับโดยหน่วยบริการเคลื่อนที่ เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับรัศมีการให้บริการและความพร้อมในการนัดหมายยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:56 UTC

หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ติดเชื้อราในตาอย่างรุนแรงหลังแมลงบินเข้าตา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ติดเชื้อราในตาอย่างรุนแรงหลังแมลงบินเข้าตา

ชายวัย 25 ปีต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาฉุกเฉินหลังจากแมลงบินเข้าตาจนเกิดการติดเชื้อราอย่างรวดเร็ว โดยมีภาวะเบาหวานที่ไม่ทราบมาก่อนเป็นปัจจัยซ้ำเติม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ติดเชื้อราในตาอย่างรุนแรงหลังแมลงบินเข้าตา

แหล่งข่าวเดียว
หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ติดเชื้อราในตาอย่างรุนแรงหลังแมลงบินเข้าตา

ชายวัย 25 ปีต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาฉุกเฉินหลังจากแมลงบินเข้าตาจนเกิดการติดเชื้อราอย่างรวดเร็ว โดยมีภาวะเบาหวานที่ไม่ทราบมาก่อนเป็นปัจจัยซ้ำเติม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชายวัย 25 ปีในประเทศไทยประสบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์อย่างรุนแรงหลังจากแมลงบินเข้าตาขณะขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อค ผู้ป่วยไม่ได้ไปพบแพทย์ทันทีแต่รอถึงสองวัน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวการติดเชื้อราได้พัฒนาและลุกลามอย่างรวดเร็วจนกระจกตาทะลุภายในเวลา 3 สัปดาห์

บุคลากรทางการแพทย์จากคลินิกจักษุแพทย์เขมฤทัยระบุว่า อาการของผู้ป่วยรุนแรงขึ้นอย่างมากเนื่องจากภาวะเบาหวานที่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน รายงานระบุว่าผู้ป่วยดื่มน้ำอัดลมวันละ 2 ลิตรติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้เชื้อราสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาสำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย และสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสวมแว่นตานิรภัยหรือหมวกกันน็อคแบบเต็มใบขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ดวงตาจากเศษฝุ่นหรือแมลง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพแฝงที่ไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าผู้ป่วยจะฟื้นตัวแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพสายตาและสถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการรักษาเบื้องต้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทางการแพทย์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:36 UTC

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเด็กวัย 1 ขวบถูกตัดนิ้วขาดที่โรงพยาบาล
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเด็กวัย 1 ขวบถูกตัดนิ้วขาดที่โรงพยาบาล

ครอบครัวหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังจากเด็กชายวัย 1 ขวบสูญเสียนิ้วมือบางส่วนระหว่างการรักษาทางการแพทย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเด็กวัย 1 ขวบถูกตัดนิ้วขาดที่โรงพยาบาล

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเด็กวัย 1 ขวบถูกตัดนิ้วขาดที่โรงพยาบาล

ครอบครัวหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังจากเด็กชายวัย 1 ขวบสูญเสียนิ้วมือบางส่วนระหว่างการรักษาทางการแพทย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ครอบครัวหนึ่งกำลังเรียกร้องความเป็นธรรมหลังจากบุตรชายวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัสที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะที่เด็กกำลังเข้ารับการรักษาอาการไข้และมีการเจาะเข็มน้ำเกลือที่มือขวาโดยพันผ้าก๊อซไว้ ในระหว่างที่ผู้ช่วยพยาบาลชายพยายามใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซออกนั้น ได้พลาดไปตัดถูกปลายนิ้วของเด็กจนขาดรวมถึงโคนเล็บด้วย

เด็กถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อผ่าตัดต่อนิ้ว สมาชิกในครอบครัวได้แจ้งต่อเพจสายไหมต้องรอดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวหรือจากทางโรงพยาบาล นอกจากนี้ครอบครัวยังระบุว่าเมื่อพยายามไปแจ้งความ ตำรวจได้แนะนำให้ไปเจรจากับทางโรงพยาบาลก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังขั้นตอนทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะให้การรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่การขาดการสื่อสารและความยากลำบากในการดำเนินการทางกฎหมายยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าทางโรงพยาบาลจะจัดการกับข้อร้องเรียนของครอบครัวอย่างไร หรือจะมีมาตรการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 05:15 UTC

โมเดล “บ้านลานทอง” ในสุโขทัยส่งเสริมการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โมเดล “บ้านลานทอง” ในสุโขทัยส่งเสริมการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

โครงการบำบัดฟื้นฟูที่นำโดยชุมชนในจังหวัดสุโขทัยได้รับการยอมรับในความสำเร็จด้านการคืนคนดีสู่สังคม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โมเดล “บ้านลานทอง” ในสุโขทัยส่งเสริมการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

แหล่งข่าวเดียว
โมเดล “บ้านลานทอง” ในสุโขทัยส่งเสริมการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

โครงการบำบัดฟื้นฟูที่นำโดยชุมชนในจังหวัดสุโขทัยได้รับการยอมรับในความสำเร็จด้านการคืนคนดีสู่สังคม

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โมเดล “บ้านลานทอง” ในอำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จของการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนมุมมองของสังคมจากการมองผู้เสพว่าเป็นอาชญากร มาเป็นการมองว่าเป็นผู้ที่ต้องการโอกาส

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงนายอำเภอและตัวแทนสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการ ซึ่งเน้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างผู้นำท้องถิ่น สมาชิกในชุมชน และเครือข่ายสนับสนุน การลดการตีตราทางสังคมและการฝึกทักษะอาชีพเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน โมเดลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในนโยบายสังคมระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลกันมากขึ้นในพื้นที่ชนบทของสุโขทัย แม้ว่าโครงการจะได้รับคำชื่นชมในแนวทางที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของระบบสนับสนุนอาชีพเหล่านี้และความเป็นไปได้ในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:16 UTC

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แนะนำว่าอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนที่รุนแรงและเกิดขึ้นซ้ำๆ ในสภาพแวดล้อมที่เย็น อาจบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพที่ซ่อนอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แนะนำว่าอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนที่รุนแรงและเกิดขึ้นซ้ำๆ ในสภาพแวดล้อมที่เย็น อาจบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพที่ซ่อนอยู่

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้แบ่งปันคำแนะนำด้านสุขภาพผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับปรากฏการณ์ 'เหงื่อออกตอนกลางคืน' แม้ว่าการเหงื่อออกอาจเป็นปฏิกิริยาปกติเมื่ออยู่ในห้องที่ร้อน ห่มผ้าหนา ออกกำลังกายดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทานอาหารเผ็ด แต่คุณหมอเจษฎ์เน้นย้ำว่าการตื่นมาพบว่าเสื้อผ้าหรือเครื่องนอนเปียกชุ่มในขณะที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เย็นนั้นเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นพ.เจษฎ์ระบุว่า แม้อาการเหงื่อออกตอนกลางคืนจะไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นโรคร้ายแรงโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ควรละเลยว่าเป็นเพียงความขี้ร้อนหากอาการเกิดขึ้นซ้ำๆ เขาชี้ให้เห็นว่าการเหงื่อออกตอนกลางคืนมากผิดปกติอาจเชื่อมโยงกับปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ผลข้างเคียงจากยา และน้ำตาลในเลือดต่ำ ไปจนถึงการติดเชื้อหรือโรคประจำตัวอื่นๆ โดยภาวะไทรอยด์เป็นพิษเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ถูกระบุถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยสังเกตอาการทางร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นพ.เจษฎ์แนะนำว่าหากอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนมีอาการอื่นที่น่ากังวลร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ยังคงต้องมีการยืนยันว่าอาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ไม่รุนแรงหรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ในแต่ละกรณี คำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้นและไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยผู้เชี่ยวชาญได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:55 UTC

โรงพยาบาลสอบสวนกรณีผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลสอบสวนกรณีผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทาออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วชี้เด็กวัย 1 ขวบขาดโดยอุบัติเหตุขณะถอดสายน้ำเกลือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลสอบสวนกรณีผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลสอบสวนกรณีผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทาออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วชี้เด็กวัย 1 ขวบขาดโดยอุบัติเหตุขณะถอดสายน้ำเกลือ

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา ในจังหวัดยโสธร ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ส่งผลให้เด็กชายวัย 1 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามแถลงการณ์ของโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ระบุว่าเด็กคนดังกล่าวเข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อทางเดินหายใจและทางเดินอาหารตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน

ในระหว่างการเตรียมตัวให้ผู้ป่วยกลับบ้านเมื่อวันที่ 11 กันยายน ผู้ช่วยพยาบาลได้พยายามถอดสายน้ำเกลือโดยใช้กรรไกรทางการแพทย์ แต่เกิดความผิดพลาดทำให้กรรไกรตัดโดนปลายนิ้วชี้ข้างขวาของเด็กจนขาด ทางโรงพยาบาลรายงานว่าได้ให้การปฐมพยาบาลทันทีโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชกรรม ศัลยกรรม และศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ก่อนจะส่งตัวเด็กไปรับการรักษาต่อโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังขั้นตอนการรักษาทางการแพทย์ที่ดำเนินการกับผู้ป่วยในสถานพยาบาล แม้ทางโรงพยาบาลจะให้คำมั่นว่าจะเยียวยาอย่างเต็มที่และเป็นธรรม แต่การพยากรณ์โรคในระยะยาวสำหรับนิ้วของเด็กและมาตรการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ โรงพยาบาลระบุว่ามุ่งมั่นที่จะจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวและสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของครอบครัวผู้ป่วย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 03:15 UTC

เจ้าอาวาสบริจาคเงิน 2 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสบริจาคเงิน 2 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามฯ ได้ประกาศบริจาคเงินจำนวน 2 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างสถานพยาบาลแห่งใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เจ้าอาวาสบริจาคเงิน 2 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสบริจาคเงิน 2 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามฯ ได้ประกาศบริจาคเงินจำนวน 2 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างสถานพยาบาลแห่งใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามฯ ได้ประกาศบริจาคเงินจำนวน 2 พันล้านบาท โดยเงินทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นการสนับสนุนจากภาคเอกชนจำนวนมหาศาลเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น การเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลอาจช่วยปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาสำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาเยือนในภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับโครงการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่นอนของโรงพยาบาลที่เสนอ กำหนดการก่อสร้าง หรือสาขาเฉพาะทางทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลแห่งนี้ตั้งใจจะให้บริการเมื่อเปิดดำเนินการ นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีการประกาศจำนวนเงินบริจาคต่อสาธารณะแล้ว แต่กระบวนการทางธุรการสำหรับการจัดตั้งโรงพยาบาลและการรวมเข้ากับระบบสาธารณสุขแห่งชาติยังไม่มีการระบุรายละเอียด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:55 UTC

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานหลังจากเกิดเหตุทำปลายนิ้วของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดระหว่างการดูแลทางการแพทย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

แหล่งข่าวเดียว
สสจ.ยโสธร สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาล หลังทำนิ้วเด็ก 1 ขวบขาด

ผู้ช่วยพยาบาลในจังหวัดยโสธรถูกสั่งพักงานหลังจากเกิดเหตุทำปลายนิ้วของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดระหว่างการดูแลทางการแพทย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้สั่งพักงานผู้ช่วยพยาบาลชายรายหนึ่ง หลังจากที่เขาทำปลายนิ้วชี้ข้างขวาของเด็กชายวัย 1 ขวบขาดโดยอุบัติเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลกำลังใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ

เด็กชายถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมือ แม้ว่าการผ่าตัดรอบที่สองจะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่เด็กยังคงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อและปัญหาการไหลเวียนของเลือด

มารดาของเด็กได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธรแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนที่จะเรียกตัวผู้ช่วยพยาบาลรายนี้มาสอบปากคำอย่างเป็นทางการ โดยตำรวจเตรียมตั้งข้อหา ‘กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส’

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามขั้นตอนทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในความดูแล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ออกหนังสือขอโทษอย่างเป็นทางการและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดฐานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ช่วยพยาบาลรายนี้อาจถูกไล่ออก ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษทางวินัยและการเยียวยายังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 16:35 UTC