ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

โรงเรียนนานาชาติ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ ฉลองครบรอบ 43 ปีแห่งการศึกษา
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

โรงเรียนนานาชาติ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ ฉลองครบรอบ 43 ปีแห่งการศึกษา

ASBGV ฉลองความสำเร็จกว่า 4 ทศวรรษ โดยเน้นย้ำประวัติศาสตร์ในฐานะโรงเรียนอนุบาลนานาชาติแห่งแรกของไทยและการได้รับการยอมรับจาก Global Forum for Education and Learning

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

โรงเรียนนานาชาติ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ ฉลองครบรอบ 43 ปีแห่งการศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
โรงเรียนนานาชาติ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ ฉลองครบรอบ 43 ปีแห่งการศึกษา

ASBGV ฉลองความสำเร็จกว่า 4 ทศวรรษ โดยเน้นย้ำประวัติศาสตร์ในฐานะโรงเรียนอนุบาลนานาชาติแห่งแรกของไทยและการได้รับการยอมรับจาก Global Forum for Education and Learning

โรงเรียนนานาชาติ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ (ASBGV) ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 43 ปี โดยสะท้อนถึงพัฒนาการนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1983 ตามรายงานของ Thai Post สถาบันแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียง

ASBGV ให้ความสำคัญกับหลักสูตรที่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ การพัฒนาทางสติปัญญา และการฝึกฝนภาวะผู้นำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่เขียวขจีและเป็นธรรมชาติ โรงเรียนรายงานสถิติการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาอยู่ที่ 100% นอกจากนี้ สถาบันยังได้รับการยอมรับจาก Global Forum for Education and Learning (GFEL) ซึ่งยกย่องให้เป็นหนึ่งใน "50 องค์กรที่ดีที่สุดด้านการศึกษา"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงการมีอยู่มายาวนานของสถาบันการศึกษานานาชาติที่มั่นคงในภูมิภาค การที่โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมและการเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับครอบครัวที่กำลังพิจารณาทางเลือกการศึกษานานาชาติในกรุงเทพฯ

แม้ว่าทางโรงเรียนจะรายงานสถิติการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่ 100% และได้รับรางวัลระดับนานาชาติ แต่ผู้ปกครองที่สนใจอาจต้องการตรวจสอบการรับรองหลักสูตรในปัจจุบันและข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสำหรับปีการศึกษาล่าสุดด้วยตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการทางการศึกษาเฉพาะของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการแสวงหาประโยชน์ในองค์กรไทย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการแสวงหาประโยชน์ในองค์กรไทย

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นักกิจกรรมชื่อดัง ออกมาประณามการใช้อำนาจในทางที่ผิดภายในองค์กรต่างๆ หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการแสวงหาประโยชน์ในองค์กรไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการแสวงหาประโยชน์ในองค์กรไทย

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นักกิจกรรมชื่อดัง ออกมาประณามการใช้อำนาจในทางที่ผิดภายในองค์กรต่างๆ หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นักกิจกรรมชื่อดัง ได้ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวเกี่ยวกับการใช้อำนาจในทางที่ผิดภายในองค์กรต่างๆ ของไทย โดยยิ่งชีพยืนยันว่าบุคคลที่มีอำนาจซึ่งเอื้อต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศไม่ควรได้รับอนุญาตให้ดำรงสถานะหรือมีอิทธิพลในสังคมต่อไป

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบขององค์กรและการคุ้มครองบุคคลที่เปราะบางในหน่วยงานต่างๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ประเด็นนี้สะท้อนถึงการสนทนาระดับชาติในวงกว้างเกี่ยวกับจริยธรรม ธรรมาภิบาล และความต้องการมาตรฐานความประพฤติที่สูงขึ้นในหมู่ผู้ดำรงตำแหน่งระดับผู้นำ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความไม่พอใจของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นต่อการละเมิดเชิงระบบและความต้องการความโปร่งใสที่มากขึ้น

ในขณะนี้ ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับองค์กรหรือบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายของข้อกล่าวหาเหล่านี้ในรายงานฉบับแรก ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเรียกร้องความรับผิดชอบจากสาธารณะนี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าวาทกรรมนี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมหรือการปฏิรูปองค์กรหรือไม่ ผู้ที่สนใจสถานการณ์ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 08:52 UTC

LH Bank จัดงานสัมมนาทางการเงิน 'The Pillar of Longevity'
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

LH Bank จัดงานสัมมนาทางการเงิน 'The Pillar of Longevity'

LH Bank ได้จัดงานสัมมนาพิเศษที่มุ่งเน้นการวางแผนทางการเงินระยะยาวเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

LH Bank จัดงานสัมมนาทางการเงิน 'The Pillar of Longevity'

แหล่งข่าวเดียว
LH Bank จัดงานสัมมนาทางการเงิน 'The Pillar of Longevity'

LH Bank ได้จัดงานสัมมนาพิเศษที่มุ่งเน้นการวางแผนทางการเงินระยะยาวเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank ได้จัดงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ 'The Pillar of Longevity' โดยมีนายลี ยู่-ชิว ประธานกรรมการของ LH Bank เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด 'ศาสตร์และศิลป์แห่งการวางแผนการเงิน เพื่อการใช้ชีวิตที่มั่งคั่งและยั่งยืน' โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กิจกรรมเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการบริหารจัดการความมั่งคั่งและการวางแผนเพื่อการใช้ชีวิตในระยะยาวภายในภาคการธนาคารไทย เนื่องจากประเทศไทยมีจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวและผู้เกษียณอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจแนวทางท้องถิ่นในการสร้างสุขภาพทางการเงินที่ยั่งยืนจึงเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนอนาคตในประเทศ

แม้ว่างานสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการเงิน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับบริการให้คำปรึกษาในอนาคตของธนาคารหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากงานนี้ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินระยะยาวในประเทศไทยสามารถติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของ LH Bank เพื่อรับทราบความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 08:13 UTC

พนักงานร้านทองแจงเหตุปะทะคารมหน้าตู้ ATM ที่กลายเป็นกระแสไวรัล
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

พนักงานร้านทองแจงเหตุปะทะคารมหน้าตู้ ATM ที่กลายเป็นกระแสไวรัล

พนักงานร้านทองแห่งหนึ่งในปทุมธานีได้ชี้แจงถึงคลิปวิดีโอที่เป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นการโต้เถียงอย่างรุนแรงกับลูกค้าที่มาใช้บริการตู้ ATM โดยระบุว่าความขัดแย้งเริ่มจากการขอให้ลดเสียงขณะคุยโทรศัพท์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

พนักงานร้านทองแจงเหตุปะทะคารมหน้าตู้ ATM ที่กลายเป็นกระแสไวรัล

แหล่งข่าวเดียว
พนักงานร้านทองแจงเหตุปะทะคารมหน้าตู้ ATM ที่กลายเป็นกระแสไวรัล

พนักงานร้านทองแห่งหนึ่งในปทุมธานีได้ชี้แจงถึงคลิปวิดีโอที่เป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นการโต้เถียงอย่างรุนแรงกับลูกค้าที่มาใช้บริการตู้ ATM โดยระบุว่าความขัดแย้งเริ่มจากการขอให้ลดเสียงขณะคุยโทรศัพท์

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายสุมนต์ พนักงานร้านทองแห่งหนึ่ง ได้ชี้แจงถึงคลิปวิดีโอที่เป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นเหตุการณ์การโต้เถียงกันบริเวณหน้าตู้ ATM หน้าร้านในย่านนวนคร จังหวัดปทุมธานี

นายสุมนต์ระบุว่า ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเข้าไปขอให้ลูกค้าที่กำลังใช้บริการตู้ ATM ลดเสียงลงขณะคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพง โดยเขาได้แนะนำให้ลูกค้าถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อลดเสียงรบกวน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาห้ามใช้บริการตู้ ATM หรือห้ามคุยโทรศัพท์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นายสุมนต์อ้างว่าลูกค้าคนดังกล่าวตอบกลับด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว ทำให้เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์ ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่ามีการใช้คำหยาบคายระหว่างการโต้เถียง แต่ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษามารยาทในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับสถานประกอบการเอกชนที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ดังกล่าว นายสุมนต์ระบุว่าทางร้านเป็นผู้รับผิดชอบค่าไฟฟ้าและการดูแลรักษาบริเวณตู้ ATM แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ในเรื่องการก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

กรมทรัพยากรน้ำจัดโครงการอบรมการขออนุญาตใช้พื้นที่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำจัดโครงการอบรมการขออนุญาตใช้พื้นที่

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เปิดตัวโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการขออนุญาตในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดโครงการอบรมการขออนุญาตใช้พื้นที่

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดโครงการอบรมการขออนุญาตใช้พื้นที่

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เปิดตัวโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการขออนุญาตในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ได้จัดโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานขออนุญาตในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมายและขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับพื้นที่เฉพาะเหล่านี้ โดยกรมฯ มุ่งหวังที่จะปรับปรุงกระบวนการติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชนและหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของที่ดิน การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการจัดการสิทธิ์ในที่ดินและการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตที่มีข้อพิพาทหรือเขตควบคุม การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาจส่งผลให้ระยะเวลาในการพิจารณาคำขอของผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินภายใต้เขตอำนาจของกรมฯ รวดเร็วขึ้น

ในขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากโครงการนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่ากรมฯ จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่ยังไม่มีการเผยแพร่กำหนดการโดยละเอียดเกี่ยวกับการนำมาตรฐานใหม่เหล่านี้ไปใช้ในสำนักงานส่วนภูมิภาคทุกแห่ง ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการปรับปรุงขั้นตอนเหล่านี้จะส่งผลต่อการยื่นคำขออนุญาตในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:55 UTC

ข้อพิพาทการใช้ตู้ ATM หน้าห้างทองในซอยไทยธานี 35 กลายเป็นประเด็นถกเถียง
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทการใช้ตู้ ATM หน้าห้างทองในซอยไทยธานี 35 กลายเป็นประเด็นถกเถียง

ชายคนหนึ่งถูกพนักงานร้านทองต่อว่าขณะใช้ตู้ ATM ในซอยไทยธานี 35 จนเกิดเป็นคลิปวิดีโอและมีผู้เสียหายรายอื่นออกมาเล่าเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ข้อพิพาทการใช้ตู้ ATM หน้าห้างทองในซอยไทยธานี 35 กลายเป็นประเด็นถกเถียง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทการใช้ตู้ ATM หน้าห้างทองในซอยไทยธานี 35 กลายเป็นประเด็นถกเถียง

ชายคนหนึ่งถูกพนักงานร้านทองต่อว่าขณะใช้ตู้ ATM ในซอยไทยธานี 35 จนเกิดเป็นคลิปวิดีโอและมีผู้เสียหายรายอื่นออกมาเล่าเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างลูกค้าและพนักงานร้านทองแห่งหนึ่งในซอยไทยธานี 35 ลูกค้าซึ่งระบุชื่อว่านายนันทพงศ์ เล่าว่าตนกำลังใช้บริการตู้ ATM หน้าห้างทองขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์กับน้องชายเพื่อประสานงานกัน นายนันทพงศ์ระบุว่าเขาใช้เวลาที่ตู้ประมาณ 5 นาที ซึ่งรวมถึงเวลาที่ใช้จัดการแอปพลิเคชันธนาคารด้วย

เขาเล่าว่าในขณะที่วางสายและกำลังจะสแกนเพื่อทำรายการ มีชายและหญิงจากร้านทองเดินเข้ามาต่อว่าโดยกล่าวหาว่าเขาคุยโทรศัพท์เสียงดังและสร้างความรำคาญ จนเกิดการผลักกันขึ้น หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีบุคคลอื่นออกมาให้ข้อมูลว่าเคยประสบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันที่สถานที่แห่งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักถึงความคาดหวังของคนในพื้นที่เกี่ยวกับพฤติกรรมในที่สาธารณะใกล้กับธุรกิจส่วนบุคคล แม้จะเป็นการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะอย่างตู้ ATM ก็ตาม แม้พนักงานร้านจะอ้างเรื่องเสียงรบกวนเป็นเหตุผลหลัก แต่ลูกค้ายังคงยืนยันว่าตนเพียงแค่ทำธุระส่วนตัว ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทางร้านมีนโยบายที่เป็นทางการเกี่ยวกับการยืนแช่หรือการใช้โทรศัพท์ใกล้หน้าร้านหรือไม่ และบริบทที่ครบถ้วนของเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ผู้อื่นรายงานมายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:51 UTC

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงว่าความเห็นเรื่องการเผาที่ทำการ อบต. เป็นเพียงข้อสังเกต ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่ชัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
กอ.รมน. ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงว่าความเห็นเรื่องการเผาที่ทำการ อบต. เป็นเพียงข้อสังเกต ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่ชัด

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โฆษกกองทัพบกและโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ โดย พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ชี้แจงว่าคำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 เกี่ยวกับเหตุการณ์เผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นั้น เป็นเพียงมุมมองและข้อสังเกตเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ โดยระบุว่าประเด็นเรื่องการเมืองเป็นเพียงหนึ่งในหลายทฤษฎีที่กำลังพิจารณา แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริง

ในส่วนของเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่น กอ.รมน. ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยขอให้ประชาชนรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แม้กระบวนการอาจต้องใช้เวลา แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดความถูกต้องและป้องกันการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ กองทัพแสดงความกังวลเรื่องการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างกระบวนการสอบสวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้สถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่มีการออกคำเตือนการเดินทางเป็นพิเศษจากเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุเผาที่ทำการ อบต. มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นหรือไม่ โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเมื่อผลการพิสูจน์หลักฐานเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:31 UTC

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย

รายงานระบุว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยคาดว่าพลเอกชัยพฤกษ์จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากนายฉัตรชัย บางชวด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย

แหล่งข่าวเดียว
คาดการณ์การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย

รายงานระบุว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำในสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยคาดว่าพลเอกชัยพฤกษ์จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากนายฉัตรชัย บางชวด

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 กำลังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญภายในรัฐบาลไทย โดยมีรายงานว่านายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนปัจจุบัน ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ในตำแหน่งดังกล่าว คาดว่านายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งพลเอกชัยพฤกษ์ หรือที่เรียกกันว่า 'เสธ.ปูด้วง' ให้เป็นเลขาธิการ สมช. คนใหม่ รายงานระบุว่านายฉัตรชัยไม่ได้เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากได้รับแจ้งเรื่องการย้ายตำแหน่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนทางราชการระดับสูงเช่นนี้ถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ แม้ว่ามักจะเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านนโยบายของรัฐบาลในวงกว้างก็ตาม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวาง แต่การยืนยันอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งต่อไป

เนื่องจากกระบวนการนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้สังเกตการณ์จึงกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีหรือ สมช. เพื่อสรุปการเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือกฎระเบียบการเดินทางสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:32 UTC

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความเห็นเหตุเผา อบต.
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความเห็นเหตุเผา อบต.

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้สรุปฟันธงว่าเหตุการณ์เผา อบต. เป็นฝีมือของบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กอ.รมน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความเห็นเหตุเผา อบต.

แหล่งข่าวเดียว
กอ.รมน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความเห็นเหตุเผา อบต.

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้สรุปฟันธงว่าเหตุการณ์เผา อบต. เป็นฝีมือของบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับถ้อยแถลงของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเหตุการณ์ลอบวางเพลิงสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยโฆษก กอ.รมน. ระบุว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปชี้ชัดเกี่ยวกับตัวผู้กระทำความผิด

ในส่วนของความกังวลเรื่องการจับกุมผิดตัว กอ.รมน. ยืนยันว่าผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ไม่ได้เป็นการจับกุมที่ผิดพลาด โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่องและรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการยิงจากเฮลิคอปเตอร์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนด้านความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้เจ้าหน้าที่จะระบุว่ากระบวนการควบคุมตัวเป็นไปตามขั้นตอน แต่เนื่องจากยังไม่มีผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน รายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์จึงยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางของรัฐและสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบความคืบหน้าของการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:10 UTC

จุดเปลี่ยนในละครไทย 'สองหัวใจ' หลังแผนซ้อนแผนล้มเหลว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

จุดเปลี่ยนในละครไทย 'สองหัวใจ' หลังแผนซ้อนแผนล้มเหลว

ความพยายามลอบทำร้ายที่ล้มเหลวในละครโทรทัศน์เรื่อง 'สองหัวใจ' นำไปสู่การไล่ล่าที่ตึงเครียดและการเดินทางเชิงกลยุทธ์ไปยังขอนแก่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

จุดเปลี่ยนในละครไทย 'สองหัวใจ' หลังแผนซ้อนแผนล้มเหลว

แหล่งข่าวเดียว
จุดเปลี่ยนในละครไทย 'สองหัวใจ' หลังแผนซ้อนแผนล้มเหลว

ความพยายามลอบทำร้ายที่ล้มเหลวในละครโทรทัศน์เรื่อง 'สองหัวใจ' นำไปสู่การไล่ล่าที่ตึงเครียดและการเดินทางเชิงกลยุทธ์ไปยังขอนแก่น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตอนล่าสุดของละครไทยเรื่อง 'สองหัวใจ' ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 นำเสนอเหตุการณ์ที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละคร โอบ, โป้ง และเพ้ง ในเนื้อเรื่อง โอบ (รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ) วางแผนร่วมกับพรรคพวกคือ โป้ง และดำ เพื่อแยกตัวละคร เลี้ยง ออกจาก เพ้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ โอบ และดอม ลงมือดักทำร้ายเพ้ง อย่างไรก็ตาม แผนการกลับล้มเหลวและเพ้งรอดชีวิตจากการถูกลอบทำร้ายไปได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากแผนการล้มเหลว เพ้งเริ่มสืบสวนเพื่อหาที่กบดานของผู้ที่ทำร้ายเขา เพื่อตอบโต้กับสถานการณ์อันตรายที่ทวีความรุนแรงขึ้น โอบจึงพา ดอม และฝน เดินทางไปยังขอนแก่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างหลักฐานยืนยันที่อยู่ของพวกเขาในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้ชมและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมสื่อของไทย เนื้อเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การเล่าเรื่องแบบดราม่าที่กำลังได้รับความนิยมในรายการโทรทัศน์ท้องถิ่น แม้ว่านี่จะเป็นเพียงเนื้อเรื่องในละคร แต่ก็สะท้อนถึงการเล่าเรื่องที่เข้มข้นซึ่งมักพบได้ในละครไทยช่วงไพรม์ไทม์ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าตัวละครจะรับมือกับผลกระทบจากการโจมตีที่ล้มเหลวนี้อย่างไร และการสืบสวนของเพ้งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงในตอนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มุ่งหน้าสู่ท่าเรือไทยหลังปฏิบัติภารกิจในทะเลนาน 250 วัน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มุ่งหน้าสู่ท่าเรือไทยหลังปฏิบัติภารกิจในทะเลนาน 250 วัน

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กำลังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือในประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในทะเลนาน 250 วัน ตามรายงานของ Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มุ่งหน้าสู่ท่าเรือไทยหลังปฏิบัติภารกิจในทะเลนาน 250 วัน

แหล่งข่าวเดียว
เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มุ่งหน้าสู่ท่าเรือไทยหลังปฏิบัติภารกิจในทะเลนาน 250 วัน

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กำลังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือในประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในทะเลนาน 250 วัน ตามรายงานของ Matichon Online

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือแห่งหนึ่งในประเทศไทย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เรือลำนี้ได้ปฏิบัติภารกิจในทะเลติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 250 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การมาถึงของเรือรบขนาดใหญ่มักส่งผลให้เกิดกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นบริเวณใกล้เคียงกับท่าเรือ และอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนด้านโลจิสติกส์ชั่วคราวในพื้นที่ชายฝั่งโดยรอบ การเยือนในลักษณะนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจทางการทูตตามปกติและเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของลูกเรือ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาในการจอดเทียบท่าหรือการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมเรือนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ในขณะที่เรือกำลังเดินทางเข้าสู่ชายฝั่งไทย ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอความชัดเจน ทั้งท่าเรือที่จะเข้าเทียบจอด กำหนดการที่แน่ชัดในการมาถึง และลักษณะกิจกรรมของเรือในระหว่างที่จอดเทียบท่า ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศทางทะเลในท้องถิ่นเพื่อดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของท่าเรือหรือการจราจรทางชายฝั่ง เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังคงมีการพัฒนาตามรายงานเบื้องต้น คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการของเรือในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 06:11 UTC

ดราม่าโซเชียลมีเดียกรณีผู้อำนวยการ Thai PBS
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ดราม่าโซเชียลมีเดียกรณีผู้อำนวยการ Thai PBS

เพจโซเชียลมีเดียที่ชื่อว่า 'จักรวาลด้อมส้ม' ได้ออกมาอ้างว่าผู้อำนวยการ Thai PBS ได้บล็อกบัญชีของพวกเขาหลังจากมีการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ดราม่าโซเชียลมีเดียกรณีผู้อำนวยการ Thai PBS

แหล่งข่าวเดียว
ดราม่าโซเชียลมีเดียกรณีผู้อำนวยการ Thai PBS

เพจโซเชียลมีเดียที่ชื่อว่า 'จักรวาลด้อมส้ม' ได้ออกมาอ้างว่าผู้อำนวยการ Thai PBS ได้บล็อกบัญชีของพวกเขาหลังจากมีการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 เพจชุมชนบนโซเชียลมีเดียที่ระบุชื่อว่า 'จักรวาลด้อมส้ม' ได้กล่าวอ้างว่าพวกเขาถูกนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ Thai PBS บล็อกบัญชี โดยทางเพจอ้างว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้ตั้งคำถามเฉพาะเจาะจงไปยังผู้อำนวยการเกี่ยวกับพฤติกรรมทางวิชาชีพหรือนโยบายขององค์กร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างการสนทนาบนโลกดิจิทัลและบุคคลสาธารณะในสื่อ แม้ว่า Thai PBS จะเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะที่โดดเด่น แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับการโต้ตอบออนไลน์ระหว่างประชาชนและผู้บริหารสื่อระดับสูง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้อ้างอิงจากคำกล่าวอ้างของเพจ 'จักรวาลด้อมส้ม' เท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือ Thai PBS เพื่อยืนยันการบล็อกบัญชีหรือเหตุผลเฉพาะเบื้องหลังการกระทำดังกล่าว แรงจูงใจสำหรับการบล็อกที่ถูกกล่าวหายังคงไม่ได้รับการตรวจสอบ และผลกระทบในวงกว้างต่อการมีส่วนร่วมของสาธารณชนกับผู้นำสื่อยังคงต้องรอดูกันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยว่าทางสถานีจะออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ หรือสถานการณ์นี้จะเป็นเพียงข้อพิพาทที่จำกัดอยู่ในวงโซเชียลมีเดียเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:52 UTC

CIMB ไทย เปิดตัว 'CIMB THAI ARTISM' สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

CIMB ไทย เปิดตัว 'CIMB THAI ARTISM' สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัวโครงการ 'CIMB THAI ARTISM' เพื่อเป็นพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงานและศักยภาพ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

CIMB ไทย เปิดตัว 'CIMB THAI ARTISM' สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
CIMB ไทย เปิดตัว 'CIMB THAI ARTISM' สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัวโครงการ 'CIMB THAI ARTISM' เพื่อเป็นพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงานและศักยภาพ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้เปิดตัวโครงการ 'CIMB THAI ARTISM' อย่างเป็นทางการ โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดสรรพื้นที่ให้กับศิลปินรุ่นใหม่ โดยสะท้อนถึงแนวคิดของธนาคารที่มองว่าความแตกต่างคือศักยภาพที่รอการค้นพบไม่ใช่ข้อจำกัด การมอบพื้นที่นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตและเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างคุณค่าให้กับสังคมภายใต้แนวคิด 'Advancing Customer'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ โครงการลักษณะนี้มักมอบโอกาสพิเศษในการสัมผัสกับศิลปะร่วมสมัยในสถานที่ที่ไม่ใช่หอศิลป์แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการสำรวจทางวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ

แม้ว่าธนาคารจะประกาศเปิดตัวโครงการนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาของโครงการ กระบวนการคัดเลือกศิลปินที่เข้าร่วม รวมถึงสถานที่จริงหรือช่องทางดิจิทัลที่จะใช้จัดแสดงผลงานนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของซีไอเอ็มบี ไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบและการเข้าถึงโอกาสทางศิลปะเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

วิเคราะห์วิธีการขึ้นเครื่องบินที่ไม่ปกติของประธานาธิบดีทรัมป์
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

วิเคราะห์วิธีการขึ้นเครื่องบินที่ไม่ปกติของประธานาธิบดีทรัมป์

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online อภิปรายถึงวิธีการที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ในการขึ้นเครื่องบิน ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

วิเคราะห์วิธีการขึ้นเครื่องบินที่ไม่ปกติของประธานาธิบดีทรัมป์

แหล่งข่าวเดียว
วิเคราะห์วิธีการขึ้นเครื่องบินที่ไม่ปกติของประธานาธิบดีทรัมป์

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online อภิปรายถึงวิธีการที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ในการขึ้นเครื่องบิน ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกพบว่าใช้รถลำเลียงอาหารเพื่อขึ้นเครื่องบินแทนการใช้บันไดแบบดั้งเดิมหรือสะพานเทียบเครื่องบิน บทความดังกล่าวเน้นย้ำถึงความไม่ปกติของวิธีการขึ้นเครื่องบินนี้ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวโดยทั่วไปไม่สอดคล้องกับระเบียบพิธีการที่เป็นทางการซึ่งคาดหวังจากประมุขแห่งรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของการรักษาความปลอดภัยระดับสูงและการเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีที่มักคาดเดาได้ยาก แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ภาพลักษณ์และการเบี่ยงเบนจากระเบียบปฏิบัติมาตรฐาน แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความจำเป็นหรือเหตุผลทางโลจิสติกส์เบื้องหลังทางเลือกนี้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นผลมาจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยเฉพาะ ความล้มเหลวทางเทคนิคของอุปกรณ์ขึ้นเครื่องมาตรฐาน หรือความชอบส่วนบุคคล จนถึงขณะนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการอภิปรายในที่สาธารณะเกี่ยวกับกาลเทศะและภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากฝ่ายบริหารเพื่อทำความเข้าใจบริบทของเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:51 UTC

เจ้าหน้าที่ทหารไทยโต้กลับข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ทหารไทยโต้กลับข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดน

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชาได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาของผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เจ้าหน้าที่ทหารไทยโต้กลับข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ทหารไทยโต้กลับข้อกล่าวหาของกัมพูชาเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดน

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชาได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาของผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา โดยกองทัพกัมพูชาได้กล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน ละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และใช้อาวุธหนักอย่างไร้มนุษยธรรม

ในการโต้กลับ พล.อ.อ.ประภาส ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าข้อกล่าวหาร้ายแรงต้องพูดด้วยข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การพูดซ้ำๆ เขาได้ตั้งคำถามไปยังผู้นำกัมพูชาเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ว่าใครเป็นผู้เริ่มใช้อาวุธก่อน นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบจรวด BM-21 ส่งผลกระทบต่อพลเรือนไทย และยืนยันว่าไทยมีสิทธิในการป้องกันตัวตามกฎหมาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กัมพูชาไปอ่านถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ให้เข้าใจถึงบริบทของ MOU ปี 2543

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน ความขัดแย้งทางการทูตและทางทหารนี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางในภาพรวม แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสถานการณ์ความปลอดภัย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทั้งสองประเทศจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับ MOU ปี 2543 และจะมีการใช้ช่องทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 02:10 UTC

ประปาในอำเภอปัวและท่าวังผากลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบแล้ว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ประปาในอำเภอปัวและท่าวังผากลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบแล้ว

การประปาส่วนภูมิภาคกลับมาให้บริการเต็มกำลังในจังหวัดน่าน พร้อมสั่งการให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ประปาในอำเภอปัวและท่าวังผากลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ประปาในอำเภอปัวและท่าวังผากลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบแล้ว

การประปาส่วนภูมิภาคกลับมาให้บริการเต็มกำลังในจังหวัดน่าน พร้อมสั่งการให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้ดำเนินการฟื้นฟูระบบจ่ายน้ำประปาให้กลับมาใช้งานได้เต็ม 100% ในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายหลังการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน นายเจเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ กปภ. ดูแลและตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำประปายังคงมีความปลอดภัยและมีคุณภาพสม่ำเสมอสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ หลังจากที่เกิดเหตุขัดข้องในการให้บริการเมื่อช่วงที่ผ่านมา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในอำเภอดังกล่าว สถานการณ์นี้ถือเป็นการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของการให้บริการสาธารณูปโภค แม้ว่าระบบจ่ายน้ำหลักจะกลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามประกาศท้องถิ่นเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่ กปภ. ดำเนินการประเมินผลตามขั้นตอน ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานเหตุขัดข้องเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานส่วนรองในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดเพิ่มเติมหรือไม่ หรือ กปภ. จะมีการวางแผนปรับปรุงระบบในระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางหลักของการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำและความเสถียรในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:51 UTC

เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันบานปลายถึงขั้นยิงกัน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันบานปลายถึงขั้นยิงกัน

การโต้เถียงอย่างรุนแรงเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในไทยบานปลายกลายเป็นการยิงกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันบานปลายถึงขั้นยิงกัน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันบานปลายถึงขั้นยิงกัน

การโต้เถียงอย่างรุนแรงเรื่องที่จอดรถในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในไทยบานปลายกลายเป็นการยิงกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 เกิดเหตุเผชิญหน้าอย่างรุนแรงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งโดยมีคนขับรถกระบะเป็นผู้ก่อเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการโต้เถียงเรื่องที่จอดรถ ในระหว่างการทะเลาะวิวาท คนขับรถกระบะได้ยิงปืนใส่คู่กรณีจำนวน 5 นัดก่อนจะหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายจากเหตุการณ์นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ของการเกิดเหตุบานปลายอย่างกะทันหันในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดความตึงเครียดในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ปั๊มน้ำมันหรือลานจอดรถ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงอาการปัจจุบันของผู้บาดเจ็บและความคืบหน้าของการสืบสวนของตำรวจในการระบุตัวตนและติดตามตัวผู้ต้องสงสัย คาดว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมคำให้การของพยานแล้ว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

ความสำคัญอย่างยิ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินในประเทศไทย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ความสำคัญอย่างยิ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินในประเทศไทย

Matichon Online เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินที่เหมาะสมในครัวเรือนไทยเพื่อความปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ความสำคัญอย่างยิ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความสำคัญอย่างยิ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินในประเทศไทย

Matichon Online เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และระบบสายดินที่เหมาะสมในครัวเรือนไทยเพื่อความปลอดภัย

ตามรายงานล่าสุดจาก Matichon Online ความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นเรื่องที่อาจแลกด้วยชีวิตได้ สื่อดังกล่าวเน้นย้ำว่าผู้บริโภคควรให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า 'มอก.' ซึ่งการรับรองนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศ

นอกเหนือจากคุณภาพของตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว รายงานยังเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง อุบัติเหตุในที่พักอาศัยหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าดูดมีสาเหตุมาจากระบบสายดินที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีอยู่จริง สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาพำนักระยะยาว การตรวจสอบให้แน่ใจว่าเต้ารับและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการต่อสายดินอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการลดความเสี่ยงจากการถูกไฟฟ้าดูด

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำว่ามาตรการความปลอดภัยเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ก็ถือเป็นคำแนะนำทั่วไปมากกว่าคู่มือทางเทคนิค ทั้งนี้ยังคงต้องมีการยืนยันว่าการขาดความสอดคล้องตามมาตรฐานนั้นแพร่หลายเพียงใดในที่พักอาศัยประเภทต่างๆ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแก่ ผู้อยู่อาศัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของตน การตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. เมื่อซื้อสินค้าใหม่และการติดตั้งระบบสายดินโดยมืออาชีพจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยส่วนบุคคลในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยได้อย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC