ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

พบตัว 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทองผาภูมิปลอดภัยแล้ว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

พบตัว 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทองผาภูมิปลอดภัยแล้ว

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 3 นายที่หายตัวไประหว่างการลาดตระเวนปราบปรามการลักลอบขุดทองในจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

พบตัว 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทองผาภูมิปลอดภัยแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
พบตัว 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทองผาภูมิปลอดภัยแล้ว

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 3 นายที่หายตัวไประหว่างการลาดตระเวนปราบปรามการลักลอบขุดทองในจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ทางการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ 3 นาย ซึ่งขาดการติดต่อระหว่างออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ได้รับการพบตัวอย่างปลอดภัยในพื้นที่บ้านปิล็อกคี่ จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ได้แก่ นายสมชาย สันทัด (อายุ 44 ปี), นายพรภวิษย์ ฉิมพลี (อายุ 31 ปี) และนายพาจือ สังขละวิกูล (อายุ 29 ปี) กำลังปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามการลักลอบขุดทองในพื้นที่ป่าก่อนที่จะขาดการติดต่อ

ตามรายงานจาก Khaosod Online นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อย่างเร่งด่วน การพบตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายถือเป็นการสิ้นสุดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในเบื้องต้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคกาญจนบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการลักลอบขุดทรัพยากรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับการช่วยเหลือแล้ว แต่บริบทของการลาดตระเวนเพื่อปราบปรามการลักลอบขุดทองยังคงเป็นประเด็นสำคัญในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลของทองผาภูมิควรตระหนักว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ภายใต้กฎหมายอนุรักษ์ที่เข้มงวดและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากทางการ ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ขาดการติดต่อ และการสอบสวนกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

เมมฟิส เดปาย กล่าวหา โครินเธียนส์ ผิดสัญญา
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เมมฟิส เดปาย กล่าวหา โครินเธียนส์ ผิดสัญญา

เมมฟิส เดปาย นักฟุตบอลชาวดัตช์ ออกมาวิจารณ์สโมสรโครินเธียนส์ในบราซิลอย่างเปิดเผย โดยอ้างว่าสโมสรไม่ทำตามข้อตกลงด้วยวาจาเรื่องการต่อสัญญา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เมมฟิส เดปาย กล่าวหา โครินเธียนส์ ผิดสัญญา

แหล่งข่าวเดียว
เมมฟิส เดปาย กล่าวหา โครินเธียนส์ ผิดสัญญา

เมมฟิส เดปาย นักฟุตบอลชาวดัตช์ ออกมาวิจารณ์สโมสรโครินเธียนส์ในบราซิลอย่างเปิดเผย โดยอ้างว่าสโมสรไม่ทำตามข้อตกลงด้วยวาจาเรื่องการต่อสัญญา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมมฟิส เดปาย นักฟุตบอลอาชีพ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อสโมสรปัจจุบันของเขาคือ โครินเธียนส์ โดยเดปายอ้างว่าทีมจากบราซิลได้ละเมิดข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่จะต่อสัญญาให้กับเขา แม้ว่าจะเคยให้คำมั่นสัญญาไว้แล้วว่าจะดำเนินการดังกล่าวก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ติดตามข่าวกีฬาระหว่างประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการบริหารจัดการฟุตบอลอาชีพและความสัมพันธ์กับนักเตะ แม้ว่าข้อพิพาทนี้จะเกิดขึ้นในบราซิล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของสัญญากีฬาระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมและความพร้อมของนักเตะดาวดังในการลงเล่นแมตช์ระดับนานาชาติหรือการทัวร์โปรโมทต่างๆ

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียว ยังไม่มีการยืนยันว่าโครินเธียนส์จะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือมีหลักฐานที่เป็นเอกสารสนับสนุนคำกล่าวอ้างของเดปายเรื่องข้อตกลงด้วยวาจาหรือไม่ นอกจากนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเส้นทางอาชีพในอนาคตของเดปายหรือการมีส่วนร่วมกับสโมสรต่อไปยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสโมสรเพื่อชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับกรณีการผิดสัญญาที่ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

การบินไทยเผยกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

การบินไทยเผยกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การบินไทยเผชิญกับกำไรที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

การบินไทยเผยกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
การบินไทยเผยกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การบินไทยเผชิญกับกำไรที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การบินไทยได้ประกาศผลกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,537 ล้านบาท ซึ่งลดลง 87.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การลดลงนี้เกิดขึ้นแม้ว่าบริษัทจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 48,621 ล้านบาท และมีผลการดำเนินงานที่เป็นบวกในทุกกลุ่มตลาด

สายการบินระบุว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ และการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภายนอกเหล่านี้ได้บีบอัตรากำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรลดลงประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความผันผวนของภาคการบินที่ตอบสนองต่อต้นทุนพลังงานโลก แม้ว่าสายการบินจะยังคงดำเนินงานตามปกติและมีรายได้เติบโตในตลาดต่างๆ แต่การลดลงของกำไรอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสายการบินจะปรับกลยุทธ์การดำเนินงานหรือโครงสร้างราคาอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทระบุว่ากำลังติดตามพัฒนาการเหล่านี้เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพทางการเงินของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

Thai Smile Boat เปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

Thai Smile Boat เปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป Thai Smile Boat เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ชำระค่าโดยสารเรือไฟฟ้าได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

Thai Smile Boat เปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
Thai Smile Boat เปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป Thai Smile Boat เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ชำระค่าโดยสารเรือไฟฟ้าได้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทย สมายล์ โบ้ท ได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้สิทธิชำระค่าโดยสารเรือไฟฟ้าได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมเส้นทางหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว สายสีม่วง และสายสีน้ำเงิน

นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ของไทย สมายล์ โบ้ท กล่าวว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งพลังงานสะอาดและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ปัจจุบันบริษัทรองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น เงินสด การสแกน QR Code บัตร HOP Card และสิทธิไทยช่วยไทย พลัส การเพิ่มช่องทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะระหว่างรถโดยสารไฟฟ้า (Thai Smile Bus) และเรือโดยสารไฟฟ้าให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางเป็นประจำ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางทางน้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารควรทราบว่ารายละเอียดเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับขั้นตอนการตัดเงินหรือข้อจำกัดในการใช้งานต่อวันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับจุดให้บริการหรือช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของไทย สมายล์ โบ้ท เพื่อยืนยันเงื่อนไขการใช้บัตรก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ธ.ก.ส. เปิดตัวกิจกรรม “สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่”
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ธ.ก.ส. เปิดตัวกิจกรรม “สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่”

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดกิจกรรมส่งเสริมการออมพิเศษสำหรับเดือนสิงหาคม โดยมอบรางวัลให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ธ.ก.ส. เปิดตัวกิจกรรม “สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่”

แหล่งข่าวเดียว
ธ.ก.ส. เปิดตัวกิจกรรม “สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่”

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดกิจกรรมส่งเสริมการออมพิเศษสำหรับเดือนสิงหาคม โดยมอบรางวัลให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประกาศแคมเปญส่งเสริมการขายใหม่ในชื่อ “สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่” ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กิจกรรมนี้เชิญชวนทั้งเกษตรกรและลูกค้าทั่วไปให้เข้าร่วมโครงการสลากของธนาคารตลอดเดือนสิงหาคม

ในการเข้าร่วมกิจกรรม ลูกค้าจะต้องฝากเงินเข้าโครงการสลากของ ธ.ก.ส. ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ระบุว่าแคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออมในช่วงเดือนสิงหาคม โดยผู้ที่เข้าร่วมตามเงื่อนไขในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กิจกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงเครื่องมือการออมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งมีให้บริการผ่านสถาบันการเงินในท้องถิ่น แม้ว่าสลากจะมอบโอกาสในการลุ้นรางวัล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการเข้าร่วมกิจกรรมผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์ม BAAC Mobile เท่านั้น แคมเปญนี้มีกำหนดจัดขึ้นจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะ รวมถึงลักษณะของรางวัลที่มอบให้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile หรือช่องทางทางการของธนาคาร เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่ารางวัลรวมและวันที่ออกรางวัลเฉพาะยังคงเป็นไปตามกฎระเบียบภายในของธนาคาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

มหาวิทยาลัยราชภัฏชะลอการบรรจุอาจารย์ใหม่รับมือภาวะล้นตลาด
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยราชภัฏชะลอการบรรจุอาจารย์ใหม่รับมือภาวะล้นตลาด

มหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทยกำลังชะลอการรับสมัครอาจารย์ใหม่เพื่อทดแทนบุคลากรที่เกษียณอายุ เนื่องจากความกังวลเรื่องภาวะล้นตลาดของบุคลากรทางวิชาการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

มหาวิทยาลัยราชภัฏชะลอการบรรจุอาจารย์ใหม่รับมือภาวะล้นตลาด

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏชะลอการบรรจุอาจารย์ใหม่รับมือภาวะล้นตลาด

มหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทยกำลังชะลอการรับสมัครอาจารย์ใหม่เพื่อทดแทนบุคลากรที่เกษียณอายุ เนื่องจากความกังวลเรื่องภาวะล้นตลาดของบุคลากรทางวิชาการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ในประเทศไทยกำลังดำเนินนโยบายชะลอการบรรจุอาจารย์ใหม่เข้าสู่ระบบ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในขณะที่สถาบันต่างๆ กำลังจัดการกับความกังวลเกี่ยวกับภาวะล้นตลาดของบุคลากรทางวิชาการในตลาดแรงงานปัจจุบัน

ภายใต้นโยบายใหม่นี้ มหาวิทยาลัยเลือกที่จะไม่บรรจุบุคลากรทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุของอาจารย์ทันที การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การจ้างงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสถาบันในการบริหารจัดการทรัพยากรทางวิชาการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับภาคการศึกษาของไทย ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณของการลดลงของโอกาสในการทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการภายในระบบราชภัฏ ซึ่งบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการปรับโครงสร้างองค์กรในขณะที่สถาบันของรัฐเหล่านี้ปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มทางประชากรและการรับนักศึกษา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพการเรียนการสอนและระยะเวลาที่แน่นอนของการชะลอการบรรจุนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าระบบมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งอื่นจะใช้มาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ หรือนโยบายนี้จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรเมื่อภูมิทัศน์ทางวิชาการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาระงานของอาจารย์ที่มีอยู่หรืออัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

คำพยากรณ์ดวงชะตารายวัน ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

คำพยากรณ์ดวงชะตารายวัน ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569

โหรบุศพันธ์ให้คำแนะนำรายวันสำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นแนวโน้มทางสังคม การงาน และการเงินสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

คำพยากรณ์ดวงชะตารายวัน ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
คำพยากรณ์ดวงชะตารายวัน ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569

โหรบุศพันธ์ให้คำแนะนำรายวันสำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นแนวโน้มทางสังคม การงาน และการเงินสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โหรบุศพันธ์ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ดวงชะตาสำหรับวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยคำทำนายให้แนวทางแก่บุคคลตามราศีของตนเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความก้าวหน้าในอาชีพ และแนวโน้มทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเชิงวัฒนธรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจทั่วไปในโหราศาสตร์ไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งมักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการวางแผนทางสังคม ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เกิดในราศีเมถุนคาดว่าจะมีความราบรื่นในกิจกรรมกลุ่มและมีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ในขณะที่ผู้ที่เกิดในราศีกรกฎได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไร เช่น หุ้นหรือหวย แม้จะมีแนวโน้มที่ดีในด้านรายได้และการปรับตัวเข้ากับสังคมก็ตาม ราศีอื่นๆ เช่น ราศีเมษและราศีสิงห์ ได้รับคำเตือนให้ระมัดระวังในการจัดการกับสถานการณ์ในที่ทำงาน เนื่องจากอาจเผชิญกับความท้าทายกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา

แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงเป็นการตีความทางวัฒนธรรมเชิงอัตวิสัยมากกว่าการทำนายตามข้อเท็จจริง ผู้อ่านควรทราบว่าคำพยากรณ์เหล่านี้มีไว้เพื่อความบันเทิงและเพื่อความสนใจทางวัฒนธรรมเท่านั้น แนวโน้มทางโหราศาสตร์เหล่านี้จะปรากฏในชีวิตส่วนตัวอย่างไรนั้นยังคงเป็นเรื่องของประสบการณ์และมุมมองส่วนบุคคล เช่นเดียวกับรายงานประเภทนี้ทั้งหมด ไม่ควรนำไปใช้เป็นคำแนะนำระดับมืออาชีพสำหรับการวางแผนทางการเงินหรืออาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

วันแม่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจร้านอาหารในไทย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

วันแม่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจร้านอาหารในไทย

รายงานจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ยอดการใช้จ่ายในร้านอาหารไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวันแม่ที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

วันแม่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจร้านอาหารในไทย

แหล่งข่าวเดียว
วันแม่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจร้านอาหารในไทย

รายงานจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ยอดการใช้จ่ายในร้านอาหารไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวันแม่ที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 สมาคมภัตตาคารไทยสังเกตเห็นกิจกรรมการรับประทานอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวันแม่ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดช่วงหนึ่งสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในท้องถิ่น

สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว KTC (บัตรกรุงไทย) ได้เปิดเผยข้อมูลระบุว่ายอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในหมวดร้านอาหารเพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับวันปกติ การพุ่งขึ้นของยอดใช้จ่ายนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของวันหยุดเทศกาลที่เน้นครอบครัวในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและสนับสนุนภาคธุรกิจบริการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าร้านอาหารยอดนิยมในไทยมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความต้องการที่สูงและข้อจำกัดด้านที่นั่งในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญ ผู้ที่วางแผนจะรับประทานอาหารนอกบ้านในช่วงเวลาดังกล่าวอาจได้รับประโยชน์จากการจองโต๊ะล่วงหน้าเพื่อรับประกันความพร้อมในการให้บริการ

แม้ว่าตัวเลขที่ KTC ให้มาจะแสดงให้เห็นภาพรวมของการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวของผลประกอบการในช่วงวันหยุดนี้ต่อการเติบโตโดยรวมของภาคธุรกิจร้านอาหารตลอดทั้งปียังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมยังคงติดตามดูว่าการพุ่งขึ้นของยอดขายในระยะสั้นเช่นนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรายได้ที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจในท้องถิ่นตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

GELBOYS 2 เปิดตัว: การกลับมาของซีรีส์ไทยยอดนิยม
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

GELBOYS 2 เปิดตัว: การกลับมาของซีรีส์ไทยยอดนิยม

ซีรีส์ออริจินัลจาก iQIYI เรื่อง 'GELBOYS 2' ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีนักแสดงนำทั้ง 4 คนกลับมารับบทบาทเดิมเพื่อสานต่อเรื่องราวของตัวละคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

GELBOYS 2 เปิดตัว: การกลับมาของซีรีส์ไทยยอดนิยม

แหล่งข่าวเดียว
GELBOYS 2 เปิดตัว: การกลับมาของซีรีส์ไทยยอดนิยม

ซีรีส์ออริจินัลจาก iQIYI เรื่อง 'GELBOYS 2' ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีนักแสดงนำทั้ง 4 คนกลับมารับบทบาทเดิมเพื่อสานต่อเรื่องราวของตัวละคร

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ซีซั่นที่สองที่หลายคนรอคอยของซีรีส์ออริจินัลจาก iQIYI เรื่อง 'GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน' ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากความสำเร็จของซีซั่นแรก 'GELBOYS สถานะกั๊กใจ' ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

นักแสดงนำทั้ง 4 คน ได้แก่ 'นิว' ชยภัค ตันประยูร, 'ไป๊ป' มนธภูมิ สุมนวรางกูร, 'พีเจ' มหิดล พิบูลสงคราม และ เลออน บรอคโค่ ได้กลับมารับบทบาทเดิมคือ โฟร์มด, เชียร, บ้าบิ่น และ บัว ในระหว่างการพูดคุยโปรโมทซีรีส์ นักแสดงได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับซีซั่นใหม่ โดยพีเจได้อธิบายว่าเนื้อหาเน้นไปที่ความคลั่งรักและความสุขของการเป็น 'ติ่งแฟน' ของคนรัก

ในส่วนของความกดดันจากการสานต่อความสำเร็จของซีซั่นแรก นิวกล่าวว่าแม้เหล่านักแสดงจะรู้สึกกดดันอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็พยายามสนุกกับทุกวันและอยู่กับปัจจุบัน เลออนเสริมว่าการได้รับรู้ว่าจะต้องทำซีซั่นสองนั้นนำมาซึ่งความรู้สึกที่หลากหลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของไทย ซีรีส์นี้ถือเป็นการสานต่อเนื้อหาบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่น่าสนใจ แม้ว่าซีรีส์จะเปิดให้รับชมแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระแสตอบรับของผู้ชมในซีซั่นที่สองนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ซีซั่นแรกได้สร้างไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

เปิดตัวโครงการจัดการขยะในแก่งกระจาน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวโครงการจัดการขยะในแก่งกระจาน

โครงการนำร่องการจัดการขยะแห่งใหม่กำลังแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เปิดตัวโครงการจัดการขยะในแก่งกระจาน

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวโครงการจัดการขยะในแก่งกระจาน

โครงการนำร่องการจัดการขยะแห่งใหม่กำลังแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ตำบลป่าเด็งที่ห่างไกลในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการจัดการขยะเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาและตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากรถขนส่งขยะของเทศบาลไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ ชุมชนซึ่งผลิตขยะมากกว่าวันละ 2 ตัน จึงใช้วิธีการเผาขยะในที่โล่งมาโดยตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการนำร่องที่มุ่งเน้นการจัดการขยะด้วยระบบดิจิทัลและการติดตามคาร์บอนฟุตพรินต์ โครงการนี้ดำเนินงานใน 3 พื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก และโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง โปรแกรมนี้เน้นการคัดแยกขยะที่ต้นทางและบูรณาการความรู้ด้านการจัดการขยะเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอน โรงเรียนป่าเด็งวิทยาได้กลายเป็นต้นแบบสำหรับความพยายามเหล่านี้ โดยนักเรียนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพฤติกรรมการลดขยะภายในครอบครัวและชุมชนโดยรอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยม แม้ว่าโครงการจะประสบความสำเร็จในการนำระบบการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรมและการสร้างความตระหนักรู้มาใช้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามในระดับท้องถิ่นนี้จะขยายผลเพื่อตอบสนองความต้องการในการกำจัดขยะในระยะยาวของพื้นที่แก่งกระจานทั้งหมดได้อย่างไร ในขณะที่การท่องเที่ยวและปริมาณขยะในชุมชนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

ถิรไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ถิรไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น

ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสัญชาติไทย 'ถิรไทย' ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพในการดำเนินงานของบริษัท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ถิรไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น

แหล่งข่าวเดียว
ถิรไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น

ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสัญชาติไทย 'ถิรไทย' ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพในการดำเนินงานของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 บริษัท ถิรไทย จำกัด ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพที่มั่นคงและมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทในภาคการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย การยอมรับนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความสามารถทางเทคนิคของผู้ผลิตในท้องถิ่นในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แม้ว่ารางวัลนี้จะสะท้อนถึงสถานะปัจจุบันของบริษัทในอุตสาหกรรม แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตภายในประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสินรางวัลหรือผลกระทบระยะยาวต่อส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม บริษัทได้ระบุว่าความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในด้านคุณภาพและความเป็นเลิศทางอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในอนาคตของบริษัทหรือการขยายธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นหลังจากได้รับรางวัลนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

สภาการศึกษาตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างกฎหมายใหม่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

สภาการศึกษาตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างกฎหมายใหม่

สภาการศึกษาได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

สภาการศึกษาตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างกฎหมายใหม่

แหล่งข่าวเดียว
สภาการศึกษาตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างกฎหมายใหม่

สภาการศึกษาได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 สภาการศึกษาได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีภารกิจหลักในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่เป็นทางการในการปรับปรุงกรอบการศึกษาของชาติ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการศึกษามักส่งผลกระทบต่อหลักสูตรโรงเรียน กฎระเบียบของโรงเรียนนานาชาติ และสภาพแวดล้อมทางวิชาการโดยรวมในประเทศ

ในขณะนี้ โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการร่างเบื้องต้น ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการปฏิรูปเฉพาะด้านใดบ้างที่จะถูกรวมอยู่ในร่างกฎหมายนี้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสถาบันการศึกษาที่มีอยู่อย่างไร และกำหนดการสำหรับการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะหรือการพิจารณาของรัฐสภาจะเป็นอย่างไร ในขณะที่คณะอนุกรรมการเริ่มดำเนินงาน ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสภาการศึกษาเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและวัตถุประสงค์ของความพยายามทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

งานวิจัยใหม่เผยสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์บนใบหน้ามนุษย์ได้
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

งานวิจัยใหม่เผยสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์บนใบหน้ามนุษย์ได้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวียนนาชี้ให้เห็นว่าสุนัขมีความสามารถทางระบบประสาทในการแยกแยะอารมณ์ของมนุษย์ที่แสดงออกทางใบหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

งานวิจัยใหม่เผยสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์บนใบหน้ามนุษย์ได้

แหล่งข่าวเดียว
งานวิจัยใหม่เผยสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์บนใบหน้ามนุษย์ได้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวียนนาชี้ให้เห็นว่าสุนัขมีความสามารถทางระบบประสาทในการแยกแยะอารมณ์ของมนุษย์ที่แสดงออกทางใบหน้า

ตามรายงานจาก Khaosod Online นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวียนนาได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร iScience ซึ่งระบุว่าสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์ต่างๆ บนใบหน้าของมนุษย์ได้ โดยทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิงวิเคราะห์ภาพสแกนสมองของสุนัข 12 ตัว และพบการทำงานของระบบประสาทที่เฉพาะเจาะจงเมื่อสุนัขมองเห็นภาพใบหน้าที่ยิ้มแย้มและมีความสุข

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณเทมพอรัลคอร์เทกซ์ (temporal cortex) และนิวเคลียสมีหาง (caudate nucleus) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านการรู้คิดระดับสูงและการประมวลผลระบบรางวัล มีการทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อสุนัขเห็นสีหน้าที่มีความสุข ในทางตรงกันข้าม ภาพที่แสดงความโกรธ ความกลัว หรือความเศร้า ไม่ได้กระตุ้นการตอบสนองของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับรางวัลในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบุว่าสมองของสุนัขแสดงรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเมื่อประมวลผลอารมณ์เชิงลบเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกของการแยกแยะทางพุทธิปัญญาในสุนัข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างมนุษย์และสุนัข ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสุนัขของคุณอาจรับรู้ถึงอารมณ์ของคุณได้ดีกว่าที่เคยเข้าใจกันมา แม้ว่าการศึกษาจะระบุว่าการตอบสนองของสุนัขแต่ละตัวอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ทั้งนี้ แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการรับรู้อารมณ์ของสุนัข แต่ยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ารูปแบบทางระบบประสาทเหล่านี้ส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

เปิดตัวชุดหนังสือ 25 เล่ม บันทึก 17 ปีแห่งการลี้ภัยของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์”
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวชุดหนังสือ 25 เล่ม บันทึก 17 ปีแห่งการลี้ภัยของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์”

มีการเปิดตัวชุดหนังสือรวม 25 เล่มในชื่อ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” ซึ่งบันทึกเรื่องราวการลี้ภัยตลอด 17 ปีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ นักเขียนชื่อดังชาวไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เปิดตัวชุดหนังสือ 25 เล่ม บันทึก 17 ปีแห่งการลี้ภัยของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์”

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวชุดหนังสือ 25 เล่ม บันทึก 17 ปีแห่งการลี้ภัยของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์”

มีการเปิดตัวชุดหนังสือรวม 25 เล่มในชื่อ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” ซึ่งบันทึกเรื่องราวการลี้ภัยตลอด 17 ปีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ นักเขียนชื่อดังชาวไทย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 กองทุนศรีบูรพาได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเปิดตัวโครงการวรรณกรรมครั้งสำคัญในชื่อ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” โดยชุดหนังสือดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือจำนวน 25 เล่ม ซึ่งบันทึกรายละเอียดช่วงเวลา 17 ปีแห่งการลี้ภัยของกุหลาบ สายประดิษฐ์ นักเขียนและปัญญาชนผู้มีชื่อเสียงของไทย หรือที่รู้จักกันในนามปากกา “ศรีบูรพา” ไว้อย่างละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในประวัติศาสตร์และวรรณกรรมไทย ผลงานชุดนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากการมีส่วนร่วมในความคิดทางสังคมและการเมืองไทย และชุดหนังสือนี้ยังให้มุมมองที่หาได้ยากเกี่ยวกับความท้าทายและแนวคิดที่เขาได้พบเจอในช่วงหลายปีที่ต้องห่างไกลจากบ้านเกิด โครงการนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลทางจดหมายเหตุที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ของขบวนการทางปัญญาในไทย

แม้ว่างานเปิดตัวจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายชุดหนังสือทั้ง 25 เล่มในร้านหนังสือหรือห้องสมุดดิจิทัลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากกองทุนศรีบูรพาเพื่อรับทราบข้อมูลในการเข้าถึงบันทึกเหล่านี้ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการบันทึกทางประวัติศาสตร์ จึงไม่มีผลกระทบต่อกฎระเบียบการเดินทางหรือการพำนักในปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในมรดกทางวรรณกรรมของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาในขอนแก่น
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาในขอนแก่น

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโครและโลตัส เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาเพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเข้าถึงตลาด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาในขอนแก่น

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโครและโลตัส เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวาเพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเข้าถึงตลาด

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ได้เปิดตัว “ศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านโนนเขวา” อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Thai Post โดยมีนางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กรของซีพี แอ็กซ์ตร้า เป็นผู้นำโครงการร่วมกับนายอภิสิทธิ์ ชุมยางสิม ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านโนนเขวา

ศูนย์แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร โดยมุ่งเน้นการยกระดับเทคนิคการทำฟาร์มและช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้ากับช่องทางการค้าปลีกโดยตรง บริษัทตั้งเป้าที่จะส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนเกษตรกร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรของไทยให้ทันสมัย ซึ่งอาจนำไปสู่ความพร้อมในการจัดหาผลผลิตในท้องถิ่นที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้นในร้านค้าปลีก แม้ว่าศูนย์จะเปิดดำเนินการแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่และขอบเขตที่แน่ชัดของการบูรณาการตลาดสำหรับเกษตรกรที่เกี่ยวข้องนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 04:59 UTC

พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แหล่งข่าวเดียว
พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.9) ได้เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมกิจกรรมเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยจัดขึ้นที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรตามประเพณี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสำคัญของไทยที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว วันนี้ถือเป็นวันหยุดราชการสำคัญทั่วประเทศ ผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเวลานี้ควรทราบว่าหน่วยงานราชการ รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบริการสาธารณะบางแห่งมักจะปิดทำการ แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่จะยังคงเปิดให้บริการ แต่พิธีการในท้องถิ่นอาจส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรชั่วคราวหรือมีผู้คนหนาแน่นบริเวณวัดสำคัญ

เนื่องจากกิจกรรมนี้เป็นงานพิธีการทางศาสนา จึงไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการปรับปรุงด้านการบริหารงานใดๆ เพิ่มเติมจากการรวมตัวในครั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปจังหวัดพิษณุโลกหรือจังหวัดอื่นๆ ในช่วงวันหยุดเดือนสิงหาคมในอนาคต ควรตรวจสอบตารางกิจกรรมในท้องถิ่น เนื่องจากงานบุญตามวัดต่างๆ เป็นเรื่องปกติและอาจส่งผลต่อเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:00 UTC

พบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

พบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่หลังพบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในป่าจังหวัดบุรีรัมย์ตามการแจ้งเหตุของชาวบ้าน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

พบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
พบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่หลังพบวัตถุระเบิดต่อสู้รถถังติดอยู่บนต้นไม้ในป่าจังหวัดบุรีรัมย์ตามการแจ้งเหตุของชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านในบ้านลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พบวัตถุต้องสงสัยติดอยู่บนต้นไม้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ หลังจากได้รับแจ้งจากชุมชน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดย Khaosod English รายงานว่าวัตถุดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นลูกระเบิดต่อสู้รถถัง

เพื่อตอบสนองต่อการค้นพบนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้ามาเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และทำให้ภัยคุกคามหมดไป ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเคลียร์พื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะพบวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ป่าของประเทศไทย โดยเฉพาะใกล้กับอดีตพื้นที่ความขัดแย้งหรือสนามฝึกซ้อมทางทหาร แม้ว่าอันตรายในจุดนี้จะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเดินป่าในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยควรใช้ความระมัดระวัง หากพบวัตถุโลหะที่น่าสงสัย ห้ามสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด ให้ทำเครื่องหมายในพื้นที่จากระยะที่ปลอดภัยและแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที ทั้งนี้ ที่มาของวัตถุระเบิดและสาเหตุที่ไปติดอยู่บนต้นไม้นั้นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ทหาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

เซเลนสกีเสนอข้อตกลงยุติสงครามยูเครนต่อทีมเจรจาสหรัฐฯ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เซเลนสกีเสนอข้อตกลงยุติสงครามยูเครนต่อทีมเจรจาสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อยุติสงครามในยูเครนต่อทีมเจรจาของสหรัฐอเมริกา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เซเลนสกีเสนอข้อตกลงยุติสงครามยูเครนต่อทีมเจรจาสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
เซเลนสกีเสนอข้อตกลงยุติสงครามยูเครนต่อทีมเจรจาสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อยุติสงครามในยูเครนต่อทีมเจรจาของสหรัฐอเมริกา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนให้กับทีมเจรจาของสหรัฐอเมริกา รายงานระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดึงพันธมิตรระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการหารือสันติภาพที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจในเชิงภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก แม้ว่าความขัดแย้งจะอยู่ห่างไกลในทางภูมิศาสตร์ แต่การเปลี่ยนแปลงทางการทูตระหว่างประเทศมักส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์ในการเดินทาง

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อเสนอยังไม่มีการเปิดเผย และยังไม่มีการยืนยันว่าทีมเจรจาของสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อข้อเสนอนี้อย่างไร หรือข้อเสนอนี้จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากรัฐบาลยูเครนและทางการสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงขอบเขตและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อเสนอดังกล่าว ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางการทูตเพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่อไปในกระบวนการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC