ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

นักอนุรักษ์ทางทะเลจุดประเด็นถกเถียงเรื่องการใช้ภาษาในกรุงเทพฯ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

นักอนุรักษ์ทางทะเลจุดประเด็นถกเถียงเรื่องการใช้ภาษาในกรุงเทพฯ

ไซ สกอตต์ นักอนุรักษ์ทางทะเลชาวไทย ได้จุดประเด็นการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษของพนักงานบริการชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

นักอนุรักษ์ทางทะเลจุดประเด็นถกเถียงเรื่องการใช้ภาษาในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
นักอนุรักษ์ทางทะเลจุดประเด็นถกเถียงเรื่องการใช้ภาษาในกรุงเทพฯ

ไซ สกอตต์ นักอนุรักษ์ทางทะเลชาวไทย ได้จุดประเด็นการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษของพนักงานบริการชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ

ไซ สกอตต์ นักอนุรักษ์ทางทะเลชาวไทย หรือที่รู้จักในชื่อ สายสมุทร ได้จุดประเด็นการถกเถียงบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับแนวทางการใช้ภาษาของพนักงานบริการชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ตามรายงานของ Khaosod English สกอตต์ได้แสดงความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X โดยระบุว่าเขาเลือกที่จะตอบกลับเป็นภาษาไทยทุกครั้งที่พนักงานชาวต่างชาติพูดภาษาอังกฤษกับเขา

ความคิดเห็นของสกอตต์ภายใต้หัวข้อ “พูดไทยในไทย” ได้เน้นย้ำถึงบทสนทนาที่กำลังเติบโตเกี่ยวกับความคาดหวังทางวัฒนธรรมและการใช้ภาษาในอุตสาหกรรมบริการ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางภาษาที่หลากหลายของกรุงเทพฯ ซึ่งภาษาอังกฤษมักถูกใช้เป็นภาษากลางในธุรกิจบริการและการค้าปลีก การถกเถียงนี้แตะประเด็นเรื่องความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายในระดับสากลกับการรักษาบรรทัดฐานทางภาษาท้องถิ่น

แม้ว่าจุดยืนส่วนตัวของสกอตต์จะได้รับความสนใจ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวาทกรรมนี้จะมีอิทธิพลต่อมาตรฐานการบริการหรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและพนักงานในเมืองหลวงอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าความรู้สึกนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงกว้างหรือการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดอย่างเป็นทางการสำหรับแรงงานต่างชาติ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่าการอภิปรายออนไลน์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการจัดการการสื่อสารหลายภาษาของธุรกิจต่างๆ หรือจะเป็นเพียงกระแสในโซเชียลมีเดียเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

เหตุการณ์พนักงานร้านไก่ทอดในเซินเจิ้นเครียดจัดจนเป็นลม สะท้อนปัญหาภาระงานหนัก
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์พนักงานร้านไก่ทอดในเซินเจิ้นเครียดจัดจนเป็นลม สะท้อนปัญหาภาระงานหนัก

พนักงานใหม่ของร้านไก่ทอดในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เป็นลมหมดสติหลังจากต้องรับมือกับออเดอร์จำนวนมากเพียงลำพัง สร้างความเห็นใจอย่างกว้างขวาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เหตุการณ์พนักงานร้านไก่ทอดในเซินเจิ้นเครียดจัดจนเป็นลม สะท้อนปัญหาภาระงานหนัก

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์พนักงานร้านไก่ทอดในเซินเจิ้นเครียดจัดจนเป็นลม สะท้อนปัญหาภาระงานหนัก

พนักงานใหม่ของร้านไก่ทอดในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เป็นลมหมดสติหลังจากต้องรับมือกับออเดอร์จำนวนมากเพียงลำพัง สร้างความเห็นใจอย่างกว้างขวาง

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นพนักงานร้านไก่ทอดแห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ที่เกิดอาการทรุดลงขณะทำงานภายใต้ความกดดันอย่างหนัก ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าพนักงานคนดังกล่าวต้องดูแลร้านเพียงลำพังในวันเกิดเหตุเนื่องจากเพื่อนร่วมงานลาหยุดกะทันหัน เมื่อต้องเผชิญกับออเดอร์เดลิเวอรีที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง พนักงานรายนี้เกิดความเครียดและร้องไห้ออกมาขณะพยายามจัดเตรียมอาหาร โดยมีเหล่าไรเดอร์ที่รอรับอาหารคอยให้กำลังใจและบอกให้ค่อย ๆ ทำ

สถานการณ์บานปลายเมื่อพนักงานคนดังกล่าวล้มลงและมีอาการเกร็ง สหพันธ์แรงงานเขตหลงหัวรายงานในภายหลังว่าพนักงานได้ขอความช่วยเหลือจากผู้จัดการร้านแล้วแต่สถานการณ์เกินควบคุม จนนำไปสู่ภาวะเลือดเป็นด่างจากการหายใจ (Respiratory alkalosis) ทางร้านยืนยันว่าพนักงานคนนี้เป็นพนักงานใหม่และได้รับการดูแลแล้ว โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความกดดันในภาคธุรกิจบริการในเขตเมืองใหญ่ แม้พนักงานจะปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการขาดแคลนพนักงานในช่วงที่มีความต้องการสูง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางร้านจะมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในระยะยาวอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกและเพื่อให้มั่นใจว่ามีพนักงานเพียงพอต่อการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

Thai PBS Academy เปิดตัวภารกิจยกระดับมาตรฐานสื่อยุคใหม่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

Thai PBS Academy เปิดตัวภารกิจยกระดับมาตรฐานสื่อยุคใหม่

Thai PBS Academy ได้เปิดตัวภารกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการฝึกอบรมมืออาชีพด้านสื่อสมัยใหม่และการส่งเสริมสารคดีไทยในระดับสากล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

Thai PBS Academy เปิดตัวภารกิจยกระดับมาตรฐานสื่อยุคใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Thai PBS Academy เปิดตัวภารกิจยกระดับมาตรฐานสื่อยุคใหม่

Thai PBS Academy ได้เปิดตัวภารกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการฝึกอบรมมืออาชีพด้านสื่อสมัยใหม่และการส่งเสริมสารคดีไทยในระดับสากล

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Thai PBS Academy ได้เปิดเผยภารกิจเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขัดเกลาทักษะของผู้สร้างสื่อร่วมสมัย เนื่องจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนสามารถเผยแพร่เนื้อหาได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ทางสถาบันจึงต้องการให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพเพื่อให้มั่นใจถึงการเล่าเรื่องที่มีคุณภาพสูงและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในยุคดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้นในการผลิตสื่อท้องถิ่น ด้วยการส่งเสริมผู้สร้างรุ่นใหม่ สถาบันตั้งเป้าที่จะยกระดับคุณภาพของสารคดีที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มการมองเห็นวัฒนธรรมและเรื่องราวของไทยในตลาดต่างประเทศ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงความพยายามในวงกว้างที่จะทำให้ภูมิทัศน์การสร้างเนื้อหาในท้องถิ่นมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่เนื้อหาสื่อที่ซับซ้อนและเข้าถึงได้ทั่วโลกจากประเทศไทย

แม้ว่าสถาบันจะระบุเป้าหมายในการนำสารคดีไทยไปปักหมุดในระดับโลก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตร โปรแกรมความร่วมมือ หรือกำหนดการสำหรับการเผยแพร่ในระดับนานาศึกษายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าโปรแกรมการฝึกอบรมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่เนื้อหาที่จับต้องได้ซึ่งเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นใหม่ “The All-New Lexus ES”
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นใหม่ “The All-New Lexus ES”

เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นล่าสุด “The All-New Lexus ES” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นใหม่ “The All-New Lexus ES”

แหล่งข่าวเดียว
เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นใหม่ “The All-New Lexus ES”

เลกซัสเปิดตัวยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นล่าสุด “The All-New Lexus ES” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 เลกซัสได้เปิดตัว “The All-New Lexus ES” เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยการปรับโฉมใหม่ของยนตรกรรมซีดานหรูรุ่นนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมาถึงของรถยนต์หรูรุ่นใหม่มักเป็นสัญญาณของการอัปเดตตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์และข้อเสนอการบริการที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจในภาคยานยนต์อาจพบว่าการเปิดตัวครั้งนี้มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าล่าสุดด้านการออกแบบและเทคโนโลยีที่เลกซัสนำเข้ามาสู่ภูมิภาค

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรุ่นย่อยทั้งหมด โครงสร้างราคาที่ชัดเจนสำหรับตลาดประเทศไทย และกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการวางจำหน่ายในโชว์รูมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจซื้อหรือผู้ที่ชื่นชอบสามารถติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก Lexus Thailand หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อสอบถามข้อมูลจำเพาะโดยละเอียดและโอกาสในการทดลองขับเมื่อมีความพร้อมให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

แอร์อินเดียสั่งตรวจสารเสพติดนักบินทุกคน หลังพบกัญชาในกัปตันเที่ยวบินที่เผชิญเหตุตกหลุมอากาศ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

แอร์อินเดียสั่งตรวจสารเสพติดนักบินทุกคน หลังพบกัญชาในกัปตันเที่ยวบินที่เผชิญเหตุตกหลุมอากาศ

แอร์อินเดียเริ่มมาตรการตรวจสารเสพติดภาคบังคับสำหรับนักบินทุกคน หลังจากตรวจพบสารกัญชาในกัปตันที่ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินที่ประสบเหตุตกหลุมอากาศเมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

แอร์อินเดียสั่งตรวจสารเสพติดนักบินทุกคน หลังพบกัญชาในกัปตันเที่ยวบินที่เผชิญเหตุตกหลุมอากาศ

แหล่งข่าวเดียว
แอร์อินเดียสั่งตรวจสารเสพติดนักบินทุกคน หลังพบกัญชาในกัปตันเที่ยวบินที่เผชิญเหตุตกหลุมอากาศ

แอร์อินเดียเริ่มมาตรการตรวจสารเสพติดภาคบังคับสำหรับนักบินทุกคน หลังจากตรวจพบสารกัญชาในกัปตันที่ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินที่ประสบเหตุตกหลุมอากาศเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online สายการบินแอร์อินเดียได้ดำเนินนโยบายตรวจสารเสพติดอย่างครอบคลุมสำหรับนักบินทุกคน การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์เฉพาะที่กัปตันคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินที่เผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง มีผลตรวจสารกัญชาเป็นบวก

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองของสายการบินต่อข้อกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับความพร้อมของลูกเรือ แม้ว่าสายการบินจะขยายโปรโตคอลการคัดกรองเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรในห้องนักบินทุกคนปลอดจากสารผิดกฎหมาย แต่เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการตรวจให้ครบถ้วนทั่วทั้งบริษัท และสายการบินจะต้องเผชิญกับการกำกับดูแลเพิ่มเติมจากหน่วยงานการบินหรือไม่จากผลการตรวจพบในครั้งแรก ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางกับแอร์อินเดียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตด้านการปฏิบัติการหรือการเปลี่ยนแปลงตารางบินที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบบุคลากรภายในเหล่านี้ เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นกระบวนการภายในที่กำลังดำเนินอยู่ ขอบเขตทั้งหมดของมาตรการทางวินัยที่ดำเนินการกับนักบินรายดังกล่าวจึงยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของตลาด
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของตลาด

เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มเป้าหมายการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 เป็น 46 โครงการ โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของตลาด

เอพี ไทยแลนด์ ปรับเพิ่มเป้าหมายการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 เป็น 46 โครงการ โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เอพี ไทยแลนด์ ได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจประจำปี โดยเพิ่มจำนวนโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2569 เป็นทั้งหมด 46 โครงการ มูลค่ารวม 56,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากแผนเดิมของบริษัท 4 โครงการ

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหารของเอพี ไทยแลนด์ เปิดเผยว่าบริษัทตั้งใจที่จะเร่งการดำเนินงานโดยการเปิดตัวโครงการใหม่ 31 โครงการ มูลค่า 33,320 ล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังของปี การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งบริษัทมียอดขายรวม 27,974 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของเป้าหมายทั้งปี นอกจากนี้ ผลประกอบการทางการเงินในครึ่งปีแรกยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโต โดยมีรายได้รวม 22,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% และมีกำไรสุทธิ 1,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การขยายตัวนี้เป็นสัญญาณของกิจกรรมที่ยังคงดำเนินต่อไปในภาคอสังหาริมทรัพย์แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัว แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงการเติบโตภายในของบริษัท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการใหม่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออุปทานที่อยู่อาศัยในท้องถิ่นและแนวโน้มราคาในแต่ละพื้นที่อย่างไร ความสามารถของบริษัทในการรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปีจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความยืดหยุ่นของภาคส่วนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

TrueVisions NOW และ Viu ผนึกกำลังเปิดตัวโซนแบรนด์ร่วมกัน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

TrueVisions NOW และ Viu ผนึกกำลังเปิดตัวโซนแบรนด์ร่วมกัน

แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง TrueVisions NOW และ Viu ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเปิดตัว 'TrueVisions NOW Branded Zone' โดยเฉพาะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

TrueVisions NOW และ Viu ผนึกกำลังเปิดตัวโซนแบรนด์ร่วมกัน

แหล่งข่าวเดียว
TrueVisions NOW และ Viu ผนึกกำลังเปิดตัวโซนแบรนด์ร่วมกัน

แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง TrueVisions NOW และ Viu ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเปิดตัว 'TrueVisions NOW Branded Zone' โดยเฉพาะ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 บริการสตรีมมิ่ง TrueVisions NOW ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Viu เพื่อเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในชื่อ 'TrueVisions NOW Branded Zone' ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการเนื้อหาระหว่างทั้งสองบริการ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่น่าจับตามองในภูมิทัศน์ความบันเทิงดิจิทัลของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้อาจช่วยให้ประสบการณ์การรับชมง่ายขึ้นโดยการรวมการเข้าถึงเนื้อหาทั้งในประเทศและต่างประเทศที่หลากหลายไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว การปรับปรุงความพร้อมใช้งานของรายการและสื่อต่างๆ อาจช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาตัวเลือกความบันเทิงที่ต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชันต่างๆ

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำว่าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับการเผยแพร่เนื้อหาของไทย แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอบเขตทั้งหมดของคลังเนื้อหาที่มีอยู่ในโซนแบรนด์ใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับข้อกำหนดการสมัครสมาชิกหรือระดับการเข้าถึงสำหรับผู้ใช้ปัจจุบันยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้ชมที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้ง TrueVisions NOW และ Viu เพื่อทำความเข้าใจว่าการรวมระบบนี้จะส่งผลต่อแผนบริการและความสามารถในการรับชมในปัจจุบันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

“จรัส หัวหิน” คว้าตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

“จรัส หัวหิน” คว้าตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว

ร้านอาหารจรัสในหัวหินได้รับตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว ซึ่งเป็นการยกย่องความมุ่งมั่นในการนำเสนออาหารไทยต้นตำรับและการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

“จรัส หัวหิน” คว้าตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว

แหล่งข่าวเดียว
“จรัส หัวหิน” คว้าตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว

ร้านอาหารจรัสในหัวหินได้รับตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาว ซึ่งเป็นการยกย่องความมุ่งมั่นในการนำเสนออาหารไทยต้นตำรับและการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ร้านอาหาร 'จรัส หัวหิน' ได้รับตราสัญลักษณ์ THAI SELECT 2 ดาวอย่างเป็นทางการ การรับรองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับชาติที่ออกแบบมาเพื่อเชิดชูความเป็นเลิศของอาหารไทยและคุณค่าของวัตถุดิบที่คัดสรรมาจากผู้ผลิตในท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่หัวหิน การรับรองนี้ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพ โครงการ THAI SELECT ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงพาณิชย์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมอาหารไทยต้นตำรับทั้งในและต่างประเทศ การได้รับสถานะ 2 ดาวถือเป็นการยอมรับว่าร้านจรัส หัวหิน รักษามาตรฐานระดับสูงทั้งในด้านรสชาติ การนำเสนออาหาร และการใช้เทคนิคการปรุงอาหารไทยแบบดั้งเดิม

รางวัลนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แท้จริง เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ถึงความทุ่มเทของร้านในการอนุรักษ์สูตรอาหารดั้งเดิมควบคู่ไปกับการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในท้องถิ่น แม้ว่าการรับรองจะยืนยันถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวของร้านในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการยอมรับนี้จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเมนูหรือข้อเสนอตามฤดูกาลของร้านในอนาคตอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจตรวจสอบเวลาทำการและข้อกำหนดในการจองโต๊ะโดยตรงกับทางร้าน เนื่องจากสถานะ THAI SELECT สะท้อนถึงคุณภาพของอาหาร ไม่ใช่ความพร้อมในการให้บริการเฉพาะช่วงเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

TEAMG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
ทั่วไป ได้รับการยืนยัน

TEAMG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทวิศวกรรม TEAMG ประกาศกำไรไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 29% โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

TEAMG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

ได้รับการยืนยัน
TEAMG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทวิศวกรรม TEAMG ประกาศกำไรไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 29% โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัทที่ปรึกษาวิศวกรรม TEAMG ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทมีกำไร 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% โดยมีรายได้รวมสูงถึง 1,266 ล้านบาท

บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานนี้มาจากงานในมือ (Backlog) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5,988 ล้านบาท โดยโครงการหลักที่สนับสนุนงานในมือนี้ ได้แก่ โครงการพัฒนาสวนสัตว์ระยะที่ 2 และโครงการรถไฟสายสีแดงอ่อน ปัจจุบัน 71% ของงานบริษัทมาจากสัญญากับภาครัฐ โดยกลุ่มธุรกิจ EPC (วิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง) มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 114%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เช่น รถไฟสายสีแดงอ่อน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อ แม้ว่าตัวเลขทางการเงินเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและความคืบหน้าของงานสาธารณะ แต่กำหนดการเสร็จสิ้นที่แน่นอนของโครงการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ยังคงขึ้นอยู่กับตารางการดำเนินงานของบริษัทและการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยจะมีการอัปเดตความคืบหน้าของไซต์งานก่อสร้างเหล่านี้เพิ่มเติมเมื่อโครงการมีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 01:36 UTC

บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ครึ่งปีหลัง 2569
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ครึ่งปีหลัง 2569

บาร์บีคิวพลาซ่าประกาศนำโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ยอดนิยมกลับมาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยมีราคาให้เลือก 5 ระดับ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ครึ่งปีหลัง 2569

แหล่งข่าวเดียว
บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ครึ่งปีหลัง 2569

บาร์บีคิวพลาซ่าประกาศนำโปรโมชั่น 'GON BUFFET' ยอดนิยมกลับมาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยมีราคาให้เลือก 5 ระดับ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ร้านอาหารบาร์บีคิวพลาซ่าได้นำโปรโมชั่นเรือธง 'GON BUFFET' กลับมาให้บริการอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม ถึง 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับประทานอาหารที่ร้าน โปรโมชั่นนี้มีราคาให้เลือก 5 ระดับ ตั้งแต่ 399 ถึง 899 บาท โดยเมนูได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งหมู เนื้อ และซีฟู้ด นอกจากนี้ บุฟเฟต์ยังรวมเมนูพรีเมียม เช่น เนื้อวากิวและแซลมอนซาชิมิ ซึ่งมอบทางเลือกที่หลากหลายกว่าเมนูสั่งปกติ

โปรโมชั่นนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการตลาดที่สำคัญของแบรนด์ สำหรับผู้ที่วางแผนจะไปใช้บริการ ควรทราบว่าบุฟเฟต์นี้มีให้บริการในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น แม้ว่าราคาและวันที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวแล้ว แต่ลูกค้าควรตรวจสอบการเข้าร่วมรายการของสาขาที่ต้องการ รวมถึงเงื่อนไขเพิ่มเติมโดยตรงกับทางร้านบาร์บีคิวพลาซ่าสาขาใกล้บ้านก่อนเดินทางไปใช้บริการ เนื่องจากความพร้อมในการให้บริการโปรโมชั่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสาขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

GIT ของไทยได้รับการยอมรับในรายงานมาตรฐานอัญมณีระดับโลก
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

GIT ของไทยได้รับการยอมรับในรายงานมาตรฐานอัญมณีระดับโลก

สมาพันธ์เครื่องประดับโลก (CIBJO) ได้ยกย่องสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ในรายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการอัญมณีวิทยา ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของไทยต่อมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

GIT ของไทยได้รับการยอมรับในรายงานมาตรฐานอัญมณีระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
GIT ของไทยได้รับการยอมรับในรายงานมาตรฐานอัญมณีระดับโลก

สมาพันธ์เครื่องประดับโลก (CIBJO) ได้ยกย่องสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ในรายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการอัญมณีวิทยา ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของไทยต่อมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก

ตามรายงานจาก Prachachat Business สมาพันธ์เครื่องประดับโลก (CIBJO) ได้กล่าวถึงประเทศไทยใน 'รายงานพิเศษ: คณะกรรมาธิการอัญมณีวิทยา' ฉบับล่าสุด การยอมรับนี้มุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงการเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางระดับโลกด้านความเชี่ยวชาญและการประกันคุณภาพอัญมณี ในขณะที่ GIT ได้รับความโดดเด่นในระดับสากลในการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม สิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของประเทศในด้านมาตรฐานอัญมณีวิทยาที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของตลาดเครื่องประดับในท้องถิ่นสำหรับทั้งผู้บริโภคและนักสะสม

แม้ว่ารายงานจะยืนยันบทบาทของ GIT ในการกำหนดแนวทางปฏิบัติทางอัญมณีวิทยาระหว่างประเทศ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อกฎระเบียบของตลาดในท้องถิ่นหรือนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคเฉพาะด้านนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการมาตรฐานระดับโลกเหล่านี้เข้ากับแนวทางการค้าภายในประเทศในขณะที่สถาบันยังคงร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศต่อไป การยอมรับนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงขีดความสามารถทางเทคนิคของสถาบันไทยบนเวทีโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องสาวสร้างบ้านในฝันให้คุณแม่สำเร็จ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องสาวสร้างบ้านในฝันให้คุณแม่สำเร็จ

ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ประสบความสำเร็จในการสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่วัย 70 ปี เพื่อตอบแทนพระคุณตามความตั้งใจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องสาวสร้างบ้านในฝันให้คุณแม่สำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องสาวสร้างบ้านในฝันให้คุณแม่สำเร็จ

ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ประสบความสำเร็จในการสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่วัย 70 ปี เพื่อตอบแทนพระคุณตามความตั้งใจ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ก้านตอง ทุ่งเงิน นักร้องสาวชื่อดัง ได้เปิดเผยความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างบ้านในฝันให้คุณแม่ได้สำเร็จ ศิลปินผู้มีผลงานในวงการเพลงไทยได้ทุ่มเทรายได้จากการทำงานเพื่อสร้างบ้านหลังนี้ให้กับคุณแม่ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 70 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องราวเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมเรื่อง 'กตัญญู' ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตครอบครัวไทย แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นความสำเร็จส่วนตัวของศิลปิน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงค่านิยมความรักในครอบครัวที่เข้มแข็งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของบ้านหรือแผนงานในอนาคตของนักร้องสาว รายงานดังกล่าวเน้นไปที่ความสำเร็จของความตั้งใจส่วนตัวนี้และความหมายทางจิตใจที่มีต่อครอบครัว เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย ที่มักนำความสำเร็จจากวงการบันเทิงมาใช้ในการดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนำกิจกรรมธีมคาสิโนมาใช้
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนำกิจกรรมธีมคาสิโนมาใช้

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นชื่อ 'Day Service Las Vegas' ได้นำเกมสไตล์คาสิโนมาใช้เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งก่อให้เกิดทั้งความสนใจและข้อถกเถียง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนำกิจกรรมธีมคาสิโนมาใช้

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนำกิจกรรมธีมคาสิโนมาใช้

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นชื่อ 'Day Service Las Vegas' ได้นำเกมสไตล์คาสิโนมาใช้เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งก่อให้เกิดทั้งความสนใจและข้อถกเถียง

ตามรายงานจาก Khaosod Online ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'Day Service Las Vegas' ได้รับความสนใจจากแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่ไม่เหมือนใคร ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2013 โดยมีการตกแต่งภายในให้คล้ายกับคาสิโนในลาสเวกัส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่แต่งกายเป็นพนักงานแจกไพ่ และกิจกรรมต่างๆ เช่น ไพ่นกกระจอก โป๊กเกอร์ บาคาร่า และปาจิงโกะ

เพื่อจัดการกับข้อกังวลทางกฎหมายและป้องกันปัญหาการติดการพนัน ทางศูนย์ไม่ได้ใช้เงินจริงในการเล่น แต่ผู้เข้าร่วมจะใช้เหรียญที่ออกแบบขึ้นเองชื่อว่า 'Vegas Coin' ซึ่งไม่มีมูลค่าทางการเงินและไม่สามารถนำไปแลกเป็นเงินสด สินค้า หรือบริการใดๆ ได้ แม้ว่าแนวคิดนี้จะเคยสร้างข้อถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความเสี่ยงในการส่งเสริมพฤติกรรมเสพติด แต่ทางศูนย์รายงานว่าได้รับผลลัพธ์ในเชิงบวก จากการสำรวจภายในหลังจากเปิดให้บริการ 3 เดือน พบว่า 93% ของผู้เข้าร่วมรู้สึกมีความสุขมากขึ้น และในกลุ่มผู้ที่ใช้บริการต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี มากกว่า 80% รายงานว่ามีสุขภาวะที่ดีขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจรูปแบบการดูแลทางสังคมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ศูนย์แห่งนี้แสดงให้เห็นว่าเกมที่ไม่ใช้เงินจริงสามารถนำมาปรับใช้เพื่อกระตุ้นสมองได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารูปแบบดังกล่าวจะสามารถปรับเปลี่ยนหรือควบคุมในเขตอำนาจศาลอื่นได้อย่างไร และผลกระทบทางจิตวิทยาระยะยาวของสภาพแวดล้อมจำลองเหล่านี้จะยังคงได้รับการยอมรับจากหน่วยงานด้านสุขภาพและสาธารณชนต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 92% รับอานิสงส์ธุรกิจสินเชื่อมือถือเติบโต
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 92% รับอานิสงส์ธุรกิจสินเชื่อมือถือเติบโต

JMART ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 92% โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจสินเชื่อมือถือและการเติบโตของบริษัทในเครือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 92% รับอานิสงส์ธุรกิจสินเชื่อมือถือเติบโต

แหล่งข่าวเดียว
JMART เผยกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 92% รับอานิสงส์ธุรกิจสินเชื่อมือถือเติบโต

JMART ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 92% โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจสินเชื่อมือถือและการเติบโตของบริษัทในเครือ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท JMART ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 92% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 375.7 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตเกือบ 50%

บริษัทระบุว่าความสำเร็จนี้มาจากธุรกิจมือถือและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทในระบบนิเวศ (Ecosystem) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม 'Mobile Lending' ที่มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น ซึ่งพอร์ตสินเชื่อมือถือ 'Lock Phone' จาก KB J และ SG Finance+ มีมูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เครือร้านอาหาร 'สุกี้ตี๋น้อย' ยังคงเดินหน้าขยายแพลตฟอร์มร้านอาหารแบบมัลติแบรนด์ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างส่วนแบ่งกำไรให้แก่ JMART ถึง 100.5 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการทางการเงินผ่านมือถือ และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศด้านการค้าปลีกและร้านอาหาร แม้ตัวเลขเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของพอร์ตสินเชื่อมือถือและผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในอนาคตต่อพันธมิตรในระบบนิเวศนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธก่อนการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธก่อนการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งที่ 11 ของปี 2569 ก่อนที่จะมีการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ไม่กี่วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธก่อนการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

แหล่งข่าวเดียว
เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธก่อนการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งที่ 11 ของปี 2569 ก่อนที่จะมีการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ไม่กี่วัน

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจากรอยเตอร์ ทางการเกาหลีใต้และญี่ปุ่นยืนยันว่าเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธจากพื้นที่เมืองวอนซัน จังหวัดคังวอน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เหตุการณ์นี้ถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 11 ของเกาหลีเหนือในปีนี้ โดยเจ้าหน้าที่กลาโหมของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นระบุว่าขีปนาวุธดังกล่าวเดินทางได้ไกลประมาณ 700 กิโลเมตร

การยิงทดสอบนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเริ่มซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาภายใต้รหัส “Ulchi Freedom Shield” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-27 สิงหาคม การซ้อมรบนี้มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ นายฮง มิน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อการรวมชาติเกาหลีในเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่าแม้การยิงครั้งนี้จะสอดคล้องกับแผนพัฒนาอาวุธที่มีอยู่เดิมของเกาหลีเหนือ แต่ช่วงเวลาที่เลือกดูเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบที่กำลังจะมาถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค กิจกรรมดังกล่าวเน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี แม้ว่าการทดสอบเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการแสดงท่าทีทางทหารในภูมิภาคที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่ผันผวน ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศว่าการยิงครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่หรือเป็นเพียงการดำเนินการตามแผนพัฒนาขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่มีอยู่เดิม เนื่องจากเกาหลีเหนือยังไม่ได้ระบุพิสัยทำการของขีปนาวุธดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

ไทยขยายเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันโดยใช้ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ไทยขยายเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันโดยใช้ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบให้ขยายเวลาการอุดหนุนราคาน้ำมันออกไปอีก 31 วัน โดยใช้เงินจากผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นน้ำมัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ไทยขยายเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันโดยใช้ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขยายเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันโดยใช้ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบให้ขยายเวลาการอุดหนุนราคาน้ำมันออกไปอีก 31 วัน โดยใช้เงินจากผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นน้ำมัน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) ได้อนุมัติมาตรการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมันมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศอย่างเป็นทางการ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภคโดยการขยายโครงการอุดหนุนปัจจุบันออกไปอีก 31 วัน

คณะกรรมการได้จัดสรรงบประมาณ 4.4 พันล้านบาทจากกองทุนผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นเพื่อสนับสนุนความพยายามนี้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกที่มีต่อราคาหน้าปั๊มในท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยให้ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์มีความคาดการณ์ได้มากขึ้นในระยะสั้น

แม้ว่าการขยายเวลาจะช่วยบรรเทาภาระได้ในทันที แต่กลยุทธ์ระยะยาวสำหรับการกำหนดราคาน้ำมันหลังจากช่วงเวลา 31 วันนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามดูว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไร และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหรือไม่หลังจากสิ้นสุดระยะเวลานี้ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางด้วยรถยนต์หรือพำนักระยะยาวควรตระหนักว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการแทรกแซงของรัฐบาลและปัจจัยความผันผวนของตลาดเป็นระยะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:00 UTC

GULF ขยายโครงการความยั่งยืน 'ขอ ขวด ของเรา' สู่ปีที่ 2
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

GULF ขยายโครงการความยั่งยืน 'ขอ ขวด ของเรา' สู่ปีที่ 2

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' ปีที่ 2 โดยขยายความพยายามในการจัดการขยะไปยังสำนักงานอีก 7 แห่งในภาคตะวันออกของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

GULF ขยายโครงการความยั่งยืน 'ขอ ขวด ของเรา' สู่ปีที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
GULF ขยายโครงการความยั่งยืน 'ขอ ขวด ของเรา' สู่ปีที่ 2

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' ปีที่ 2 โดยขยายความพยายามในการจัดการขยะไปยังสำนักงานอีก 7 แห่งในภาคตะวันออกของไทย

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เริ่มต้นปีที่ 2 ของโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทกำลังยกระดับวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวโดยขยายผลโครงการจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ไปยังสำนักงานในพื้นที่ภาคตะวันออกของกลุ่ม GULF อีก 7 แห่ง

โครงการนี้สนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคัดแยกและรวบรวมขวดน้ำพลาสติก โดยในปีแรกของโครงการ บริษัทสามารถนำขวดพลาสติก PET จำนวน 1.1 ตันเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้สำเร็จ การขยายโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการแนวทางการจัดการขยะอย่างยั่งยืนให้เข้ากับการดำเนินงานประจำวันของบริษัทมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทยในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ แม้ว่าในปัจจุบันโครงการจะเน้นไปที่สำนักงานภายในองค์กร แต่โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศที่มุ่งเน้นการลดขยะพลาสติก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทมีแผนที่จะขยายโครงการนี้อย่างไร หรือจะมีการจัดตั้งจุดรับขยะที่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้หรือไม่ ในขณะนี้โครงการยังคงเป็นความพยายามภายในองค์กรเพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในหมู่พนักงานของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:01 UTC

GULF เดินหน้าโครงการ ‘ขอ ขวด ของเรา’ ปี 2 เปลี่ยนขวด PET เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

GULF เดินหน้าโครงการ ‘ขอ ขวด ของเรา’ ปี 2 เปลี่ยนขวด PET เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นเฟสที่สองของโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

GULF เดินหน้าโครงการ ‘ขอ ขวด ของเรา’ ปี 2 เปลี่ยนขวด PET เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล

แหล่งข่าวเดียว
GULF เดินหน้าโครงการ ‘ขอ ขวด ของเรา’ ปี 2 เปลี่ยนขวด PET เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นเฟสที่สองของโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เปิดตัวโครงการด้านสิ่งแวดล้อม 'ขอ ขวด ของเรา' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อจัดการขยะพลาสติกผ่านการรวบรวมขวด PET ที่ใช้แล้วและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิลใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจต่อความยั่งยืนและการจัดการขยะในประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาขยะพลาสติก โครงการลักษณะนี้ถือเป็นช่องทางที่เป็นระบบให้สาธารณชนได้มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจหมุนเวียน การนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเริ่มต้นเฟสที่สองแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับปริมาณขยะพลาสติกที่ตั้งเป้าหมายในการจัดเก็บในปีนี้ หรือประเภทของผลิตภัณฑ์อัปไซเคิลที่จะผลิตนั้น บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ผู้ที่สนใจความคืบหน้าของโครงการสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจาก GULF เกี่ยวกับจุดรับบริจาคและผลกระทบของโครงการในปีที่สองนี้ได้ โครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC