ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา ✦
ความปลอดภัย ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต ✦
กีฬา บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย ✦
ความปลอดภัย พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ✦
การขนส่ง รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ✦
การขนส่ง ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน ✦
เศรษฐกิจ ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย

อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

แหล่งข่าวเดียว
อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเปิดเผยว่ามีกลุ่มที่อ้างชื่อ 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงิน 100,000 ริงกิตจากผู้ประกอบการในจังหวัดยะลา

ตามรายงานจาก Thai Post นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามในการขู่กรรโชกทรัพย์ในจังหวัดยะลา โดยมีการเผยแพร่จดหมายที่อ้างว่ามาจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'เบอร์ซาตู' ส่งไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ เอกสารดังกล่าวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินจำนวน 100,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 800,000 บาท) เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

นายนันทิวัฒน์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมของกลุ่มโจร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค แม้ว่าความถูกต้องของจดหมายและการมีส่วนร่วมของกลุ่มดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการเปิดเผยของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเท่านั้น ขณะนี้ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานความมั่นคงเกี่ยวกับที่มาของจดหมายและสถานะปัจจุบันของเหตุการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐและช่องทางทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย การดำเนินการทางปกครองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรและเร่งรัดความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั่วทั้งเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เมืองกำลังเผชิญอยู่ โดยปกติแล้วจะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถข้ามขั้นตอนทางราชการตามปกติเพื่อจัดหาความช่วยเหลือทันที จัดการการบรรเทาอุทกภัย หรือจัดการข้อกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าลักษณะเฉพาะของภัยพิบัติที่นำไปสู่ประกาศนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินอยู่ แต่การกำหนดสถานะนี้หมายความว่าเมืองกำลังดำเนินงานภายใต้โปรโตคอลฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้น

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ตรวจสอบการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับระบบขนส่งสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบริการที่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและระยะเวลาของสถานะภัยพิบัตินี้ยังคงต้องรอการยืนยันจาก กทม. ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตของตนและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

นักกรีฑาชาวไทย บิว ภูริพล คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร รอบคัดเลือก แม้จะมีฝนตกลงมา

ตามรายงานจาก Matichon Online บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมา แต่ภูริพลยังคงรักษาความมุ่งมั่นและฟอร์มการวิ่งจนสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในฮีตแรกได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการกรีฑาไทยในระดับสากล ความสามารถของภูริพลในการทำผลงานได้ดีท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยแสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวและความมุ่งมั่นอย่างสูง การผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬาชาวไทย

แม้ว่าภูริพลจะการันตีที่นั่งในรอบรองชนะเลิศแล้ว แต่ตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและรายชื่อคู่แข่งที่ผ่านเข้ารอบจากฮีตอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันของเขาได้ผ่านช่องทางถ่ายทอดสดกีฬาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป ความสนใจจะมุ่งไปที่ว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลในรอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

นายภาสกร สส.ระยอง จากพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก และจี้ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายภาสกร สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและความเสียหายจากน้ำท่วม สส. ได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาล โดยเฉพาะการอ้างถึง 'เจเศรษฐ์' ให้เร่งดำเนินการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast โดยพรรคให้เหตุผลว่าการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและระบุตำแหน่งที่ชัดเจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ และเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังจะมาถึง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด และรัฐบาลจะดำเนินการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ตามที่เรียกร้องหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเมื่อต้องเดินทางในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยประกาศให้บริการจอดรถฟรี ณ สถานีที่กำหนด 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดตัวโครงการจอดรถฟรีชั่วคราวสำหรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้ขับขี่สามารถใช้บริการที่จอดรถ ณ สถานีที่กำหนดไว้ 9 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเครือข่ายระบบรางสำหรับผู้เดินทางและประชาชนทั่วไป การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจอดรถในช่วงเวลา 7 วันนี้ รฟม. มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อวางแผนการเดินทางที่ต้องขับรถมายังสถานีเพื่อต่อรถไฟฟ้า

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันวันที่และสถานที่ให้บริการจอดรถฟรีทั้ง 9 แห่งแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ รฟม. ก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะมีการขยายระยะเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 2 ตุลาคม หรือจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ที่สถานีอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรปฏิบัติตามกฎระเบียบการจอดรถที่ติดประกาศไว้ ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินนานกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของสายการบินไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาการเดินทางอย่างหนัก โดยทีมมีกำหนดออกเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG64 เมื่อเวลา 00.05 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569

ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องบินในเวลา 02.35 น. แต่เที่ยวบินต้องถูกระงับหลังจากกัปตันแจ้งว่าเรดาร์ขัดข้อง หลังจากดำเนินการซ่อมแซม ผู้โดยสารได้ถูกย้ายไปรอที่เลาจน์ภายในสนามบินในเวลา 05.30 น. แม้ว่าจะมีการกำหนดเวลาออกเดินทางใหม่เป็น 09.00 น. แต่ต่อมาได้มีการเลื่อนออกไปเป็น 10.30 น. โดยทีมพาเดลไทยซึ่งมีผู้โดยสารคนสำคัญอื่นๆ ร่วมเดินทางด้วย ยังคงรอคอยความคืบหน้าอยู่ที่สนามบิน

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะเป็นสายการบินขนาดใหญ่ก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันที่กระชั้นชิดหรือแผนการเดินทางต่อเครื่อง ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เวลาออกเดินทางที่แน่นอนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ และขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามการแจ้งเตือนจากสายการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเที่ยวบินจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินเมื่อใด และความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของทีมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยสั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้ถือเป็นช่วงการจัดการภาวะฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์เมื่อพบความเสี่ยง หากท่านอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคม บริการสาธารณูปโภค และการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นในการเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบจากอุทกภัย และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่อพยพหรือการปิดเส้นทางคมนาคมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปากช่องและวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพฉุกเฉิน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่งในอำเภอปากช่องและอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าดังกล่าวมีต้นทางมาจากเทือกเขาใหญ่และได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนหลายแห่ง

ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้เรือในการอพยพชาวบ้านที่ติดค้างอยู่เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าระดับน้ำในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่องหรืออำเภอวังน้ำเขียว หรือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดและหน่วยงานกู้ภัยอย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปตามสถานการณ์ที่พัฒนาขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าโครงการอุดหนุน 60/40 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 เพื่อประคองกำลังซื้อท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันการเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' 60/40 เฟส 2 โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น

รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสนับสนุนทั้งผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกเหนือจากการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นแล้ว รัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลัง ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าเงินอุดหนุนนี้จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของเฟสนี้ หรือเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเข้าร่วมของผู้ค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในการประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่ตกต่อเนื่องและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและระบบควบคุมน้ำของเมือง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับฝนที่ตกวนเวียนไม่ไปไหน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าแม้ระดับน้ำจะทรงตัวได้ชั่วคราว แต่การที่มีฝนเติมเข้ามาอีกทำให้สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

คลองสายหลักทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงคลองแสนแสบ คลองประเวศ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะนี้มีระดับน้ำเต็มความจุ โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด ในขณะที่ฝั่งธนบุรีสถานการณ์ยังค่อนข้างคงที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ผู้ว่าฯ ได้แนะนำให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ขึ้นที่สูง หากกังวลเรื่องความปลอดภัยของยานพาหนะ สามารถนำไปจอดในพื้นที่ที่สำนักงานเขตหรือโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ได้

แม้เจ้าหน้าที่กทม. จะเร่งสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้ระบบคลองที่อิ่มตัวอยู่แล้วรับมือได้ยากขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด และเมืองยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังขั้นสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

พบตัวลุง-หลานที่หลงป่าในจังหวัดพะเยาแล้วอย่างปลอดภัย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

พบตัวลุง-หลานที่หลงป่าในจังหวัดพะเยาแล้วอย่างปลอดภัย

ชาวบ้าน 2 รายที่สูญหายในป่าพื้นที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ถูกพบตัวแล้วหลังการค้นหานาน 7 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

พบตัวลุง-หลานที่หลงป่าในจังหวัดพะเยาแล้วอย่างปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
พบตัวลุง-หลานที่หลงป่าในจังหวัดพะเยาแล้วอย่างปลอดภัย

ชาวบ้าน 2 รายที่สูญหายในป่าพื้นที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ถูกพบตัวแล้วหลังการค้นหานาน 7 วัน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ชาวบ้าน 2 ราย ซึ่งเป็นลุงและหลาน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยหลังจากหลงป่าในพื้นที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองคนขาดการติดต่อเป็นเวลา 7 วัน ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ต้องระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อการค้นหาเข้าสู่วันที่ 7 ญาติและชาวบ้านได้ร่วมกันทำพิธีเปิดป่าตามความเชื่อท้องถิ่น เพื่อขอขมาเจ้าที่เจ้าทางให้ช่วยเปิดทางแก่ทีมกู้ภัย หลังจากนั้นไม่นาน ทีมค้นหาได้ติดต่อกลับมายังศูนย์อำนวยการร่วมผ่านวิทยุสื่อสารเพื่อยืนยันว่าพบตัวผู้สูญหายทั้งสองคนแล้ว ข่าวดังกล่าวนำมาซึ่งความโล่งใจอย่างมากแก่ครอบครัวที่มารอรับฟังข่าวที่ศูนย์อำนวยการ ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื้นตันใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ป่าทึบและห่างไกลในภาคเหนือของประเทศไทย แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงด้วยดี แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีความรู้ในพื้นที่และความยากลำบากในการปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยในภูมิประเทศที่ทุรกันดาร ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพร่างกายของผู้สูญหายทั้งสองหรือสาเหตุที่แน่ชัดของการหลงป่ายังมีจำกัด และต้องรอการรายงานเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

เปิดตัว Lexus ES ซีดานหรูรุ่นใหม่ในไทย พร้อมทางเลือกไฮบริดและไฟฟ้า
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัว Lexus ES ซีดานหรูรุ่นใหม่ในไทย พร้อมทางเลือกไฮบริดและไฟฟ้า

Lexus เปิดตัวรถยนต์ซีดานหรู ES รุ่นล่าสุดในประเทศไทย โดยมีตัวเลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดและไฟฟ้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เปิดตัว Lexus ES ซีดานหรูรุ่นใหม่ในไทย พร้อมทางเลือกไฮบริดและไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัว Lexus ES ซีดานหรูรุ่นใหม่ในไทย พร้อมทางเลือกไฮบริดและไฟฟ้า

Lexus เปิดตัวรถยนต์ซีดานหรู ES รุ่นล่าสุดในประเทศไทย โดยมีตัวเลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดและไฟฟ้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 Lexus ได้เปิดตัวรถยนต์ซีดานหรูรุ่น ES รุ่นใหม่ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็นตัวเลือกพรีเมียมสำหรับผู้บริโภค พร้อมด้วยทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งรุ่นไฮบริดและรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

สำหรับการอยู่อาศัยของชาวไทยและชาวต่างชาติ การเปิดตัวรุ่นนี้ช่วยเพิ่มตัวเลือกของรถยนต์หรูที่มีจำหน่ายในตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยราคาของ Lexus ES ซีรีส์ใหม่นี้อยู่ที่ระหว่าง 3.29 ล้านถึง 3.89 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและการกำหนดค่าของระบบขับเคลื่อนที่เลือก

แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงความพร้อมของเครื่องยนต์ทั้งสองประเภทนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังคงต้องรอความชัดเจนสำหรับผู้ที่สนใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่แน่ชัดของรุ่นไฟฟ้า รายการอุปกรณ์ภายในที่ครบถ้วน และวันที่วางจำหน่ายที่แน่นอนในแต่ละโชว์รูมยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lexus อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันแพ็กเกจอุปกรณ์เฉพาะและกำหนดการส่งมอบสำหรับรุ่นที่ต้องการได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดตัวโครงการ ‘Youth for Change’
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดตัวโครงการ ‘Youth for Change’

บี.กริม ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งเสริมการใช้สติ (Mindfulness) เป็นเครื่องมือในการเชื่อมช่องว่างระหว่างวัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดตัวโครงการ ‘Youth for Change’

แหล่งข่าวเดียว
บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดตัวโครงการ ‘Youth for Change’

บี.กริม ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งเสริมการใช้สติ (Mindfulness) เป็นเครื่องมือในการเชื่อมช่องว่างระหว่างวัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของไทย

บี.กริม ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพันธมิตรต่างๆ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม 'Youth for Change' อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ใช้การฝึกสติ (Mindfulness) เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจและการสื่อสารที่ดีขึ้นระหว่างผู้คนต่างวัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสุขภาวะทางจิตและความสามัคคีในสังคมภายในภาคการศึกษาและภาคธุรกิจท้องถิ่น เนื่องจากการฝึกสติกำลังกลายเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นมากขึ้นในโครงการทางสังคมสำหรับเยาวชน สิ่งนี้อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในวงกว้างที่ให้ความสำคัญกับความฉลาดทางอารมณ์ในการปฏิสัมพันธ์ในชุมชน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแพลตฟอร์มแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางเวลาการจัดเวิร์กชอปในระยะยาว หรือการเข้าถึงโครงการฝึกสติเหล่านี้สำหรับสาธารณชนทั่วไปยังคงต้องรอความชัดเจน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากบี.กริมหรือทางมหาวิทยาลัยต่อไป เพื่อดูว่ากิจกรรมเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับโครงการทางสังคมอื่นๆ อย่างไร การพัฒนานี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการจัดการกับพลวัตทางสังคมในประเทศไทยในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

แสนสิริเผยกำไรไตรมาส 2 โต 16%
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเผยกำไรไตรมาส 2 โต 16%

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริประกาศผลกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 16% พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

แสนสิริเผยกำไรไตรมาส 2 โต 16%

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเผยกำไรไตรมาส 2 โต 16%

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริประกาศผลกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 16% พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย แสนสิริ (SIRI) ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรเติบโตขึ้น 16% ส่งผลให้กำไรในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.869 พันล้านบาท และมีรายได้รวมถึง 14.235 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ ผลการดำเนินงานนี้แสดงให้เห็นถึงสถานะที่มั่นคงของหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของไทย ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมการก่อสร้างและการพัฒนาที่ต่อเนื่อง นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงินของแสนสิริ ยืนยันว่าบริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งขององค์กร แต่รายละเอียดเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งและระดับราคาของโครงการใหม่ทั้ง 21 แห่งยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือผู้ที่ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยควรติดตามประกาศจากบริษัทต่อไป เพื่อดูว่าการพัฒนาใหม่เหล่านี้จะส่งผลต่ออุปทานที่อยู่อาศัยในท้องถิ่นและการเติบโตของย่านต่างๆ อย่างไร เช่นเดียวกับรายงานทางการเงินทั่วไป ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงผลการดำเนินงานในอดีตและการคาดการณ์ภายในปัจจุบัน ผลกระทบที่แท้จริงต่อตลาดจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการตามแผนที่วางไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

GULF ขยายโครงการจัดการขยะสู่ภาคตะวันออกของไทย
ทั่วไป ได้รับการยืนยัน

GULF ขยายโครงการจัดการขยะสู่ภาคตะวันออกของไทย

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขยายโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ไปยังสำนักงาน 7 แห่งในภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติก

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

GULF ขยายโครงการจัดการขยะสู่ภาคตะวันออกของไทย

ได้รับการยืนยัน
GULF ขยายโครงการจัดการขยะสู่ภาคตะวันออกของไทย

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขยายโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ไปยังสำนักงาน 7 แห่งในภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติก

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศขยายผลโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” เข้าสู่ปีที่ 2 โดยหลังจากที่เริ่มดำเนินการที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้โครงการได้ถูกนำไปปฏิบัติในสำนักงานของกลุ่ม GULF อีก 7 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โครงการนี้เน้นไปที่การจัดเก็บขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว เพื่อนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล การขยายผลในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและส่งเสริมรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในองค์กร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในไทยในการนำแนวทางการจัดการขยะที่เข้มงวดมาใช้ แม้ว่าโครงการนี้จะจำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานภายในสำนักงานของ GULF แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามในระดับประเทศที่กว้างขึ้นในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า GULF มีแผนที่จะขยายโครงการจัดเก็บนี้ไปยังพื้นที่สาธารณะหรือจะมีการนำวัสดุรีไซเคิลประเภทอื่นนอกเหนือจากขวด PET เข้ามาร่วมในโครงการในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:40 UTC

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเผยถูกข่มขู่แบล็กเมล์
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเผยถูกข่มขู่แบล็กเมล์

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ออกมากล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับความพยายามในการแบล็กเมล์ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง โดยยืนยันว่าจะไม่ย้ายออกจากตำแหน่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเผยถูกข่มขู่แบล็กเมล์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเผยถูกข่มขู่แบล็กเมล์

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ออกมากล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับความพยายามในการแบล็กเมล์ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง โดยยืนยันว่าจะไม่ย้ายออกจากตำแหน่ง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ออกมาเปิดเผยถึงความกังวลด้านความปลอดภัยภายในวัด โดยระบุว่าท่านไม่กลัวต่อคำขู่เอาชีวิต แต่มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความพยายามในการแบล็กเมล์ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องผู้หญิง

ท่านได้เล่าถึงเหตุการณ์เฉพาะที่หญิงสาวลึกลับมาเคาะประตูเรียกในเวลา 04.00 น. แม้จะเผชิญกับแรงกดดันเหล่านี้ เจ้าอาวาสได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีความตั้งใจที่จะย้ายออกจากวัดหรือย้ายไปที่อื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในชุมชนศาสนาในท้องถิ่น แม้วัดจะยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ผู้ที่มาเยือนควรทราบว่าขณะนี้สถานที่ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นเนื่องจากข้อกล่าวหาส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการโดยเจ้าอาวาสหรือไม่ หรือมีการระบุตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการแบล็กเมล์โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแล้วหรือยัง เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับผู้นำวัด นักท่องเที่ยวจึงควรให้ความเคารพต่อสถานที่และตระหนักถึงบรรยากาศที่เกิดขึ้นรอบการบริหารจัดการของวัดในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

จัดตั้งห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเชียงใหม่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

จัดตั้งห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเชียงใหม่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้มอบห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศสำหรับนักเรียนตัวน้อย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

จัดตั้งห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
จัดตั้งห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเชียงใหม่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้มอบห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศสำหรับนักเรียนตัวน้อย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ริเริ่มโครงการมอบห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากขึ้นสำหรับเด็กเล็ก โดยการลดผลกระทบจากฝุ่นละอองในอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในภาคเหนือของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับปัญหาคุณภาพอากาศตามฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคบ่อยครั้ง แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่สถานศึกษาโดยเฉพาะ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้นในการปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพอากาศภายในอาคารในพื้นที่สาธารณะ

ในขั้นตอนนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดจำนวนศูนย์ที่ได้รับปรับปรุงและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของระบบกรองอากาศที่ติดตั้งไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ หรือจะมีการแสวงหาความร่วมมือเพิ่มเติมจากภาคเอกชนเพื่อขยายผลโครงการหรือไม่ ผู้ที่สนใจผลกระทบระยะยาวของมาตรการด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ต่อโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนท้องถิ่นควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางมูลนิธิในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

การยางแห่งประเทศไทยจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนนวัตกรรมยางพาราระดับโลก
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

การยางแห่งประเทศไทยจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนนวัตกรรมยางพาราระดับโลก

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ร่วมมือวิจัยสามฝ่ายเพื่อพัฒนาระบบกรีดยางความถี่ต่ำ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

การยางแห่งประเทศไทยจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนนวัตกรรมยางพาราระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
การยางแห่งประเทศไทยจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนนวัตกรรมยางพาราระดับโลก

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ร่วมมือวิจัยสามฝ่ายเพื่อพัฒนาระบบกรีดยางความถี่ต่ำ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับหน่วยงาน 4 แห่งจาก 3 ประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยด้านยางพารา โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา "ระบบกรีดยางความถี่ต่ำ" ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมวิทยาการและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความร่วมมือนี้ถือเป็นความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับเทคนิคการผลิตยางพาราให้ทันสมัย การเปลี่ยนไปใช้ระบบกรีดยางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กยท. มุ่งหวังที่จะนำงานวิจัยทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์จริง ซึ่งอาจช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศได้

แม้ว่าโครงการนี้จะถูกนำเสนอว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวของระบบกรีดยางใหม่เหล่านี้ที่มีต่อเกษตรกรชาวสวนยางในท้องถิ่น รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำนวัตกรรมเหล่านี้ไปใช้ในวงกว้างยังไม่มีการเปิดเผยออกมา ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแนวทางการเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบันทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:37 UTC

ไทยขยายเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดบึงกาฬ
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

ไทยขยายเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดบึงกาฬ

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่โรงเรียนในจังหวัดบึงกาฬเพื่อติดตามความคืบหน้าของเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมเน้นย้ำความสำเร็จของการอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่น

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

ไทยขยายเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดบึงกาฬ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขยายเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดบึงกาฬ

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่โรงเรียนในจังหวัดบึงกาฬเพื่อติดตามความคืบหน้าของเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมเน้นย้ำความสำเร็จของการอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่โรงเรียนสองแห่งในจังหวัดบึงกาฬเพื่อประเมินการพัฒนาเครือข่าย 'โรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ' (Wetland School) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการบูรณาการการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำเข้าสู่การศึกษาในท้องถิ่นและการปฏิบัติของชุมชน

ที่โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์ ซึ่งเคยได้รับรางวัลด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำ เจ้าหน้าที่ได้เยี่ยมชม 'กุดทิงโมเดล' ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 เพื่ออนุรักษ์พื้นที่แรมซาร์ไซต์หนองกุดทิง โดยนักเรียนมีส่วนร่วมในการตรวจวัดคุณภาพน้ำและทำหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การทอเสื่อจากต้นกกและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลา โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญา

ในช่วงบ่าย คณะทำงานได้เยี่ยมชมโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ซึ่งได้บรรจุรายวิชาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงไว้ในหลักสูตร นักเรียนที่นั่นมีส่วนร่วมในการตรวจวัดระดับน้ำและได้พัฒนาวิธีการนำจอกหูหนูยักษ์ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน มาใช้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โรงเรียนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะยืนยันถึงความสำเร็จของรูปแบบการศึกษาดังกล่าว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การอนุรักษ์ที่เน้นโรงเรียนเป็นฐานนี้จะถูกขยายผลไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:17 UTC

เจ้าหน้าที่รวบตัวแรงงานต่างด้าว 52 รายในป่ากาญจนบุรี
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่รวบตัวแรงงานต่างด้าว 52 รายในป่ากาญจนบุรี

กองกำลังความมั่นคงร่วมในจังหวัดกาญจนบุรีสกัดจับชาวเมียนมา 52 รายที่พยายามลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เจ้าหน้าที่รวบตัวแรงงานต่างด้าว 52 รายในป่ากาญจนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่รวบตัวแรงงานต่างด้าว 52 รายในป่ากาญจนบุรี

กองกำลังความมั่นคงร่วมในจังหวัดกาญจนบุรีสกัดจับชาวเมียนมา 52 รายที่พยายามลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กองกำลังร่วมในจังหวัดกาญจนบุรีได้ควบคุมตัวชาวเมียนมาจำนวน 52 ราย ซึ่งพบในพื้นที่ป่าในอำเภอสังขละบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มดังกล่าวถูกสกัดจับได้ขณะพยายามลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติที่ไม่เป็นทางการ เจ้าหน้าที่ระบุว่าบุคคลเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายที่จะเดินทางไปยังเมืองใหญ่ในประเทศไทยเพื่อหางานทำ

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจท้องที่ หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การสกัดจับครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของกองกำลังความมั่นคงไทยในการเฝ้าระวังและควบคุมการย้ายถิ่นฐานที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบตลอดแนวชายแดนด้านตะวันตก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคกาญจนบุรี เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยในเขตชายแดน แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่โดยรอบจะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แต่นักท่องเที่ยวควรทราบว่าอาจมีการตั้งจุดตรวจความปลอดภัยและการลาดตระเวนบ่อยครั้งขึ้นในพื้นที่ชายแดนห่างไกล ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการต่อผู้ถูกควบคุมตัวและเส้นทางที่กลุ่มดังกล่าวใช้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จัดหาการเดินทางหรือจุดหมายปลายทางที่แน่ชัดของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:30 UTC

เครือข่ายบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพรขยายตัว
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพรขยายตัว

กรมทรัพยากรน้ำประกาศความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพร

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เครือข่ายบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพรขยายตัว

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพรขยายตัว

กรมทรัพยากรน้ำประกาศความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพร

การเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดชุมพร ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในระดับท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศที่สำคัญเหล่านี้

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์ในท้องถิ่น ซึ่งช่วยสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพและการควบคุมน้ำตามธรรมชาติ ความพยายามในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นมักนำไปสู่การดูแลพื้นที่ธรรมชาติที่ดีขึ้น ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพของประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและรับประกันสุขภาพในระยะยาวของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในภูมิภาค การเสริมสร้างเครือข่ายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนี้ กรมทรัพยากรน้ำตั้งใจที่จะสร้างกรอบการทำงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อม

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่าทางกรมฯ จะยืนยันการจัดตั้งความร่วมมือใหม่เหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านการดำเนินงานหรือการนำนโยบายการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใหม่มาใช้ในพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่สนใจเยี่ยมชมพื้นที่คุ้มครองในจังหวัดชุมพรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อรับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการเข้าถึงพื้นที่หรือแนวทางการอนุรักษ์ใหม่ๆ ที่อาจถูกนำมาใช้จากผลของการขยายเครือข่ายการบริหารจัดการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:17 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเปิดตัวโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อสนับสนุนโรงเรียน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเปิดตัวโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อสนับสนุนโรงเรียน

กรมทรัพยากรน้ำของไทยประกาศโครงการใหม่สำหรับปีงบประมาณ 2569 โดยมุ่งเน้นการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคในโรงเรียน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเปิดตัวโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อสนับสนุนโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเปิดตัวโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อสนับสนุนโรงเรียน

กรมทรัพยากรน้ำของไทยประกาศโครงการใหม่สำหรับปีงบประมาณ 2569 โดยมุ่งเน้นการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคในโรงเรียน

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศเปิดตัวโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคสำหรับโรงเรียนในช่วงปีงบประมาณ 2569 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงน้ำสะอาดสำหรับการบริโภคและการใช้งานทั่วไปภายในสถานศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนชนบทหรือใกล้เคียงกับโรงเรียน โครงการนี้ถือเป็นความพยายามที่สำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและสร้างความมั่นใจว่านักเรียนจะสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดได้อย่างน่าเชื่อถือ แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันการบรรจุโครงการไว้ในงบประมาณปี 2569 แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าโรงเรียนใดบ้างที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในระยะแรกของการก่อสร้าง หรือกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการดำเนินงานให้แล้วเสร็จนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลอาจสังเกตเห็นกิจกรรมการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นใกล้กับโรงเรียนในท้องถิ่นในระหว่างที่มีการติดตั้งระบบเหล่านี้ เนื่องจากเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่ากรมทรัพยากรน้ำจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการดำเนินงานและภูมิภาคที่ได้รับความสำคัญในการพัฒนาในช่วงเดือนต่อๆ ไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานระบบกระจายน้ำเหล่านี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรมทรัพยากรน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:59 UTC

โครงการประเมินคุณภาพน้ำในระดับท้องถิ่นของจังหวัดกระบี่
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

โครงการประเมินคุณภาพน้ำในระดับท้องถิ่นของจังหวัดกระบี่

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มโครงการติดตามผลเพื่อประเมินคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในจังหวัดกระบี่สำหรับปีงบประมาณ 2569

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

โครงการประเมินคุณภาพน้ำในระดับท้องถิ่นของจังหวัดกระบี่

แหล่งข่าวเดียว
โครงการประเมินคุณภาพน้ำในระดับท้องถิ่นของจังหวัดกระบี่

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มโครงการติดตามผลเพื่อประเมินคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในจังหวัดกระบี่สำหรับปีงบประมาณ 2569

การเสริมสร้างศักยภาพการจัดการน้ำในระดับท้องถิ่น

กรมทรัพยากรน้ำได้ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 10 ได้เริ่มดำเนินโครงการติดตามผลในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการประเมินคุณภาพน้ำประปาในระดับหมู่บ้านสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนจังหวัดกระบี่ในระยะยาว โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างมาตรฐานและปรับปรุงความปลอดภัยของระบบน้ำแบบกระจายศูนย์ แม้ว่าพื้นที่เมืองหลายแห่งจะพึ่งพาน้ำประปาเทศบาล แต่ระบบน้ำในพื้นที่ชนบทและระดับหมู่บ้านมักได้รับการจัดการโดยหน่วยงานท้องถิ่น การตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบเหล่านี้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของประชาชนและความน่าเชื่อถือของบริการน้ำในพื้นที่ห่างไกล

สถานะปัจจุบัน

ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ โครงการนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานและติดตามผล วัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มขีดความสามารถให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถดำเนินการประเมินคุณภาพน้ำด้วยตนเองได้อย่างเข้มงวด ในขณะนี้ ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับระดับคุณภาพน้ำในแต่ละหมู่บ้านหรือกำหนดการในการเปิดเผยผลการประเมินต่อสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำในเขตพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:18 UTC

หุ้น PTT พุ่งสูงขึ้นหลังรายงานผลกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

หุ้น PTT พุ่งสูงขึ้นหลังรายงานผลกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

หุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังจากบริษัทรายงานผลกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้นอย่างมาก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

หุ้น PTT พุ่งสูงขึ้นหลังรายงานผลกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
หุ้น PTT พุ่งสูงขึ้นหลังรายงานผลกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

หุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังจากบริษัทรายงานผลกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในช่วงเช้าของวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีการปรับตัวขึ้นทันทีหลังจากมีการประกาศผลประกอบการทางการเงินของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 39.75 บาท ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.27% หลังจากเปิดตลาดไม่นาน

การตอบรับเชิงบวกของตลาดเป็นผลมาจากการที่ ปตท. ประกาศผลกำไรในไตรมาสที่ 2 สูงกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ผลการดำเนินงานทางการเงินที่สำคัญนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนและนักวิเคราะห์ตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของหุ้น ปตท. มักถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจระดับชาติในวงกว้าง เนื่องจากบริษัทมีบทบาทสำคัญในภาคพลังงาน แม้ว่าการพุ่งขึ้นนี้จะสะท้อนถึงผลกำไรขององค์กรที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตัวเลขเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาพลังงานในระยะยาวหรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากบริษัทและหน่วยงานกำกับดูแลตลาดต่อไป เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความยั่งยืนของแนวโน้มการเติบโตนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลในภาคใต้ของไทย
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลในภาคใต้ของไทย

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อพัฒนาแผนการจัดการน้ำในระดับตำบลทั่วภาคใต้ของประเทศไทย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลในภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลในภาคใต้ของไทย

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อพัฒนาแผนการจัดการน้ำในระดับตำบลทั่วภาคใต้ของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 10 ได้เข้าร่วมการประชุมปฐมนิเทศสำหรับโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลยุทธ์การจัดการน้ำที่มีโครงสร้างในระดับตำบล โดยสอดคล้องกับแผนผังน้ำของกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นความพยายามระยะยาวของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและการจัดการทรัพยากรในภาคใต้ แม้ว่าโครงการจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนและการปฐมนิเทศ แต่ก็เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การกำกับดูแลน้ำที่เป็นระบบและเน้นระดับท้องถิ่นมากขึ้น การจัดการน้ำที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่การบรรเทาอุทกภัยที่ดีขึ้นและการเข้าถึงน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้นในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนบ่อยครั้งและเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนท้องถิ่นที่หลากหลาย

ในขั้นตอนนี้ ตำบลเฉพาะที่จะได้รับการพัฒนาในทันทีและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามแผนเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ปัจจุบันโครงการมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนการวางแผนพื้นฐาน และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือบริการสาธารณะเมื่อโครงการมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำสำหรับการพัฒนาในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับโครงการน้ำในระดับภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:59 UTC

นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวไทยเผยโฉมใหม่หลังทำศัลยกรรมเพื่อคืนความอ่อนเยาว์
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวไทยเผยโฉมใหม่หลังทำศัลยกรรมเพื่อคืนความอ่อนเยาว์

ก้อย วาสนา และ อูม วิยะดา นักแสดงรุ่นใหญ่ชื่อดังของไทย ได้เปิดเผยถึงการตัดสินใจเข้ารับการปรับโฉมใบหน้าครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวไทยเผยโฉมใหม่หลังทำศัลยกรรมเพื่อคืนความอ่อนเยาว์

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวไทยเผยโฉมใหม่หลังทำศัลยกรรมเพื่อคืนความอ่อนเยาว์

ก้อย วาสนา และ อูม วิยะดา นักแสดงรุ่นใหญ่ชื่อดังของไทย ได้เปิดเผยถึงการตัดสินใจเข้ารับการปรับโฉมใบหน้าครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ก้อย-วาสนา สิทธิเวช และ อูม-วิยะดา อุมารินทร์ สองนักแสดงรุ่นใหญ่ได้ตัดสินใจเข้ารับการปรับโฉมใบหน้าครั้งใหญ่ ทั้งคู่ซึ่งเคยผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมมาก่อน ได้เปิดเผยถึงปัญหาความหย่อนคล้อยที่กลับมาและรายละเอียดบนใบหน้าที่ส่งผลต่อความมั่นใจในการทำงานหน้ากล้อง ซึ่งเป็นแรงจูงใจหลักในการตัดสินใจแก้ไขในครั้งนี้

ก้อย วาสนา เข้ารับการผ่าตัดหลายส่วนประกอบด้วย การดึงหน้า ดึงคอ ยกคิ้ว แก้จมูก ตัดถุงใต้ตา และเติมเต็มร่องแก้ม โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนความสดใสให้กับใบหน้าโดยยังคงเอกลักษณ์ของตนเองไว้ ในขณะที่ อูม วิยะดา มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขรายละเอียดจากผลกระทบของการผ่าตัดครั้งเก่า โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา จอนผม ติ่งหู และรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในอุตสาหกรรมความงามของไทย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการทำศัลยกรรมความงามในกลุ่มบุคคลสาธารณะ แม้การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีความสำคัญ แต่ผลลัพธ์ในระยะยาวและรายละเอียดของสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเน้นไปที่การตัดสินใจส่วนบุคคลของนักแสดงทั้งสองท่าน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือการรับรองคลินิกหรือวิธีการรักษาใดๆ ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการด้านความงามในประเทศไทยควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC

AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการดำเนินงาน
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการดำเนินงาน

AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการให้บริการ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขายและการบริการหลังการขายในภาคตะวันออกของประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการดำเนินงาน

แหล่งข่าวเดียว
AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการดำเนินงาน

AAS Harley-Davidson Pattaya ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการให้บริการ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขายและการบริการหลังการขายในภาคตะวันออกของประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ AAS Harley-Davidson Pattaya ได้ประกาศก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สองของการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม AAS Harley-Davidson กล่าวว่าบริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมุ่งเน้นทั้งการขายรถจักรยานยนต์และการบริการหลังการขายที่ครบวงจรสำหรับลูกค้าในภาคตะวันออกของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่พัทยา ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมั่นคงของตลาดรถจักรยานยนต์ในท้องถิ่นและความพร้อมอย่างต่อเนื่องของบริการบำรุงรักษาเฉพาะทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Harley-Davidson การที่บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการสนับสนุนชุมชนผู้ขับขี่ในภูมิภาค

แม้ว่าบริษัทจะแสดงความมั่นใจในความแข็งแกร่งของการดำเนินงานเมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่นี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแผนการขยายธุรกิจในอนาคตหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก AAS Harley-Davidson เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับโครงการริเริ่มใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงในพอร์ตโฟลิโอการบริการของบริษัทในขณะที่ก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

เอ ศุภชัย เผยสถานะหัวใจและมุมมองความรักในอนาคต
ทั่วไป แหล่งข่าวเดียว

เอ ศุภชัย เผยสถานะหัวใจและมุมมองความรักในอนาคต

เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน โดยระบุว่ายังคงโสดแต่มีเพื่อนคู่คิดที่สนิทสนมหลายคน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ทั่วไป

เอ ศุภชัย เผยสถานะหัวใจและมุมมองความรักในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
เอ ศุภชัย เผยสถานะหัวใจและมุมมองความรักในอนาคต

เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน โดยระบุว่ายังคงโสดแต่มีเพื่อนคู่คิดที่สนิทสนมหลายคน

ในรายงานข่าวจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราชื่อดังของไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานะส่วนตัว โดยยืนยันว่าในขณะนี้ตนเองยังคงสถานะโสด อย่างไรก็ตาม เอ ศุภชัย ระบุว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เนื่องจากมีเพื่อนที่สนิทสนมหลายคนที่คอยเป็น 'เพื่อนคู่คิด' ให้กับเขา

เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการมีความรักในอนาคต เอ ศุภชัย ได้ตอบด้วยท่าทีสนุกสนานว่า ตนเองน่าจะมีแฟนก่อน อั้ม พัชราภา เพื่อนสนิทที่เป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงบันเทิงไทย ข้อมูลนี้ถือเป็นมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตของคนดังในวงการ แม้ว่าคำกล่าวของ เอ ศุภชัย จะสะท้อนให้เห็นถึงแวดวงสังคมและมุมมองความรักที่ดูผ่อนคลาย แต่ก็ยังถือเป็นการอัปเดตเรื่องราวส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่การประกาศเปิดตัวความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของเพื่อนคู่คิดดังกล่าว หรือแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสถานะความสัมพันธ์ ซึ่งสาธารณชนยังคงติดตามความเคลื่อนไหวนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของความสนใจที่มีต่อบุคคลสำคัญในวงการบันเทิงของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC