ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์ ✦
การเมือง รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570 ✦
การขนส่ง กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง ✦
ทั่วไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่ ✦
ความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ ✦
ความปลอดภัย กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. ✦
ความปลอดภัย วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย ✦
การเมือง

อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

อิหร่านได้เสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตกลงที่จะกลับมาเจรจานิวเคลียร์ภายใน 7 วัน

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก โดยข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องตกลงเข้าสู่การเจรจานิวเคลียร์อย่างเป็นทางการภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักหรือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้มักนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเจรจาเหล่านี้ แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันระหว่างประเทศมักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและพลังงานภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์ในการเดินทาง

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือมีแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการเริ่มการเจรจาทางการทูตตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากวอชิงตันเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือสถานการณ์ทางทะเลจะยังคงถูกจำกัดต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศรับสมัคร 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

รัฐบาลไทยเปิดรับสมัครพลทหารอาสาเกือบ 19,000 อัตรา สำหรับปี 2570 โดยเสนอเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท

ตามรายงานจาก Thai Post นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเปิดรับสมัครพลทหารอาสาจำนวน 18,784 อัตรา สำหรับปี 2570

โครงการรับสมัครนี้เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครโดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และเสนอเงินเดือนเกือบ 15,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นเส้นทางให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของรัฐบาลปัจจุบันในการปรับโครงสร้างกองทัพและการพัฒนาบุคลากรในภาคส่วนความมั่นคง โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีรายงานว่ามีผู้สมัครแล้วกว่า 10,000 คน

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายการรับสมัครและความคาดหวังเรื่องเงินเดือนไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รวมถึงกำหนดการปิดรับสมัคร เกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน และผลกระทบระยะยาวที่การเพิ่มขึ้นของกำลังพลอาสาจะมีต่องบประมาณด้านความมั่นคงของประเทศ ผู้ที่สนใจในโครงการหรือผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

การขนส่ง

กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

กรมทางหลวงออกประกาศเตือนสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงสายหลัก 109 แห่ง โดยมี 8 แห่งที่รถไม่สามารถผ่านได้ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ากรมทางหลวงกำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบนโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 109 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 8 ช่วงของทางหลวงที่รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงได้เปิดสายด่วน 1586 เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามสถานะของเส้นทางเฉพาะและรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าทางกรมฯ จะกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเลือกใช้เส้นทางสำรองหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ทั่วไป

กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ของไทยประกาศคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศของการสอบ N-NET ที่พุ่งสูงถึง 49.04 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ โดยจังหวัดอุดรธานีครองแชมป์คะแนนสูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคะแนนเฉลี่ยของการสอบ N-NET (การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 49.04 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของกรม

จังหวัดอุดรธานีได้รับการระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในรอบการประเมินล่าสุดนี้ การสอบ N-NET ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญในการประเมินความก้าวหน้าทางวิชาการของผู้เรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของภาคการศึกษาทางเลือกของไทย แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยจะบ่งชี้ถึงการปรับปรุงในการจัดทำหลักสูตรหรือการเตรียมความพร้อมของผู้เรียน แต่ปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นในปีนี้ยังคงต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบโดยหน่วยงานด้านการศึกษา

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือข้อมูลนี้สะท้อนถึงค่าเฉลี่ยระดับประเทศและผู้นำระดับภูมิภาคเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจกแจงคะแนนเหล่านี้ในจังหวัดอื่นๆ หรือกลุ่มประชากรเฉพาะยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจผลกระทบในวงกว้างต่อแรงงานหรือภูมิทัศน์ทางการศึกษาของไทยควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เนื่องจากจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

อุทยานแห่งชาติปางสีดาระดมกำลังพลและยานพาหนะเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยในจังหวัดสระแก้วตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้เริ่มปฏิบัติการเฝ้าระวังและรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพลและยานพาหนะฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในช่วงที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในสระแก้วหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือน การเตรียมความพร้อมในระดับสูงนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังติดตามระดับน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ว่าทางอุทยานจะยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานหากคุณวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการปิดอุทยานหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากช่องทางของรัฐบาลก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการจำกัดการเข้าถึงเส้นทางหรือโซนบางแห่งหากสภาพอากาศเลวร้ายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดการประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากสภาพอุทกวิทยาในปัจจุบัน ทางการจึงตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ การเพิ่มอัตราการระบายน้ำมักส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาควรเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับคำเตือนเรื่องน้ำท่วม และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางใกล้ริมฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล

แม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำและบรรเทาโอกาสการเกิดน้ำท่วม แต่ผลกระทบระยะยาวต่อระดับน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำ เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากตอนบน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนัก

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า กองทัพบกได้ยกระดับสถานะของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศที่รุนแรง กองทัพได้ระดมกำลังพล รถครัวสนาม และทีมแพทย์เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ กองทัพยังได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานเพื่อสนับสนุนการตอบสนองที่รวดเร็วและการขนส่งในพื้นที่ที่การเข้าถึงทางบกอาจทำได้ยาก หน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและพายุได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าบางพื้นที่อาจประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักหรือมีน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือวางแผนที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว แม้ว่ากองทัพจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางการคมนาคมและบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าประกาศเตือนภัยนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ทางการได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือในระดับสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่เศรษฐกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปภ. กำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามระดับน้ำและแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบริการพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และระบบสื่อสาร พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการดำรงชีพแก่ผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทาง หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้ทางน้ำ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่า ปภ. จะได้จัดทีมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการประเมินทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักที่วางแผนไว้กับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:42 UTC

ความปลอดภัย

วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

เด็กชายวัย 15 ปี ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหลังจากถูกไฟฟ้ารั่วดูดในน้ำท่วมขังในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เด็กชายวัย 15 ปี รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟฟ้ารั่วดูดในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่น้ำท่วมหนักเข้าท่วมพื้นที่ ทำให้เกิดสภาวะที่เป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล

รายงานระบุว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวหมดสติหลังจากสัมผัสกับพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าในขณะที่เดินลุยน้ำท่วม ญาติของเขาได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วด้วยการทำ CPR ในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญถึงอันตรายร้ายแรงจากน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายทางไฟฟ้าที่ "ซ่อนอยู่" เมื่อถนนถูกน้ำท่วมขัง ไฟฟ้ารั่วจากเสาไฟ ป้ายไฟ หรือสายไฟที่จมน้ำสามารถเปลี่ยนน้ำที่ท่วมขังให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าหน้าที่มักแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า

แม้ว่าผู้ประสบเหตุจะมีอาการคงที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไฟฟ้ารั่วที่แน่ชัด และการที่หน่วยงานไฟฟ้าในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวแล้วหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำใกล้กับแหล่งจ่ายไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังพื้นที่ 25 จังหวัดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีฝนตกหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทางธรณีวิทยา สืบเนื่องจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าจะมีฝนตกหนัก รัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณียกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงใน 25 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผ่านการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองอย่างรวดเร็วหากเกิดความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแจ้งเตือนนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงที่มีฝนตกหนัก ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากท่านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดขึ้น แต่พื้นที่เฉพาะภายใน 25 จังหวัดเหล่านี้ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายในทันทียังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่องโดยทีมธรณีวิทยาในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการออกประกาศเตือนภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:43 UTC

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนสุดแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนสุดแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศผลกำไร 5.4 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พร้อมการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนสุดแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนสุดแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศผลกำไร 5.4 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พร้อมการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า

ตามรายงานจาก Matichon Online การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยหน่วยงานมีกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเรือยังสูงถึงกว่า 9.06 ล้านที.อี.ยู. (TEUs) ในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสุขภาพทางการค้าของประเทศไทย เนื่องจากท่าเรือทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญสำหรับการนำเข้าและส่งออก ปริมาณการขนส่งที่สูงมักสัมพันธ์กับการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุต่างๆ ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของการท่าเรือฯ บ่งชี้ว่าการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานกำลังทำงานด้วยขีดความสามารถสูง ซึ่งโดยทั่วไปจะช่วยสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวม

แม้ว่าผลประกอบการทางการเงินเหล่านี้จะให้ภาพที่ชัดเจนของความสำเร็จล่าสุดของหน่วยงาน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รายงานไม่ได้ระบุว่ากำไรเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไร หรือมีแผนสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของท่าเรือในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะรอติดตามรายงานทางการเงินฉบับสมบูรณ์สิ้นปีงบประมาณ เพื่อดูว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:15 UTC

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกแข็งแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการขนส่งสินค้าและจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกแข็งแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการขนส่งสินค้าและจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-มิถุนายน 2569) โดยมีกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาท และรายได้รวม 12,649 ล้านบาท

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการสายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. ระบุว่าการเติบโตของกิจกรรมท่าเรือสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออก ในช่วงเวลาดังกล่าวมีเรือเทียบท่ารวม 11,591 เที่ยว เพิ่มขึ้น 2.76% ปริมาณสินค้าผ่านท่ารวม 97.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.44% และตู้สินค้าผ่านท่าอยู่ที่ 9.06 ล้านที.อี.ยู.

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนถึงภาคโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพเศรษฐกิจและกิจกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งนี้ กทท. ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพท่าเรือและระบบการให้บริการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม แม้ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงถึงความสำเร็จในการดำเนินงานในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:21 UTC

ผู้ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งเกิน 5 ล้านคน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งเกิน 5 ล้านคน

กระทรวงการคลังรายงานว่ามีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 5 ล้านคน โดยกำหนดให้แก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายนนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งเกิน 5 ล้านคน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งเกิน 5 ล้านคน

กระทรวงการคลังรายงานว่ามีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 5 ล้านคน โดยกำหนดให้แก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายนนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังได้ประกาศว่าขณะนี้มีผู้มายื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งจำนวนผู้ยื่นคำร้องที่สูงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสรุปรายชื่อผู้ได้รับสิทธิในรอบปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการจัดการสวัสดิการสังคมของภาครัฐ แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ประชาชนชาวไทยเป็นหลัก แต่ขนาดของกระบวนการทบทวนสิทธิบ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางธุรการเพิ่มขึ้นในหน่วยงานราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้มีเวลาจนถึงวันที่ 20 กันยายน เพื่อแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

กระทรวงการคลังได้กำหนดวันประกาศผลการทบทวนสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเร่งให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาแล้วดำเนินการยืนยันตัวตนโดยเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนได้

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องจำนวนเท่าใดจาก 5 ล้านคนที่จะผ่านเกณฑ์หลังจากกระบวนการทบทวนสิ้นสุดลง ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าศูนย์บริการภาครัฐอาจมีผู้ใช้บริการหนาแน่นขึ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดการดังกล่าว ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานของกระทรวงการคลังตามที่ประชาชาติธุรกิจระบุไว้ โดย SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิในการรับสวัสดิการหรือสถานะการสมัครของบุคคลใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:22 UTC

PSP Specialties ชี้แจงกรณีผู้บริหารถูกลงโทษทางแพ่งปมปั่นหุ้น META
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PSP Specialties ชี้แจงกรณีผู้บริหารถูกลงโทษทางแพ่งปมปั่นหุ้น META

บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่าการลงโทษทางแพ่งโดย ก.ล.ต. ต่อผู้บริหารในกรณีปั่นหุ้น META เป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PSP Specialties ชี้แจงกรณีผู้บริหารถูกลงโทษทางแพ่งปมปั่นหุ้น META

แหล่งข่าวเดียว
PSP Specialties ชี้แจงกรณีผู้บริหารถูกลงโทษทางแพ่งปมปั่นหุ้น META

บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่าการลงโทษทางแพ่งโดย ก.ล.ต. ต่อผู้บริหารในกรณีปั่นหุ้น META เป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ได้ออกหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีคำสั่งลงโทษทางแพ่งต่อผู้บริหารบางรายของบริษัท โดยคำสั่งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น META

ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย เหตุการณ์ที่เป็นมูลเหตุของการลงโทษดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ PSP จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และก่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทเน้นย้ำว่าประเด็นทางกฎหมายเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ สถานะทางการเงิน หรือโครงสร้างการบริหารจัดการของบริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้ PSP ยืนยันว่ากิจกรรมทางธุรกิจในปัจจุบันยังคงดำเนินไปตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ติดตามตลาดหุ้นไทย คำชี้แจงนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมส่วนบุคคลของผู้บริหารกับการกำกับดูแลกิจการ แม้บริษัทจะยืนยันว่าการดำเนินงานมีความมั่นคง แต่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจต้องการติดตามการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจาก ก.ล.ต. หรือจากทางบริษัท เพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในด้านผู้นำหรือทิศทางกลยุทธ์อันเป็นผลมาจากบทลงโทษทางแพ่งนี้ โดยการอัปเดตสถานะทางกฎหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องจะขึ้นอยู่กับการประกาศจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:22 UTC

จีนมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านเกษตรกรรม ส่งผลต่อแนวโน้มการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีนมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านเกษตรกรรม ส่งผลต่อแนวโน้มการค้า

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าของไทยเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงพลวัตการค้าสินค้าเกษตร เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศจนถึงปี 2578

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีนมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านเกษตรกรรม ส่งผลต่อแนวโน้มการค้า

แหล่งข่าวเดียว
จีนมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านเกษตรกรรม ส่งผลต่อแนวโน้มการค้า

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าของไทยเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงพลวัตการค้าสินค้าเกษตร เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศจนถึงปี 2578

ตามรายงานจาก Khaosod Online สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้วิเคราะห์แนวโน้มภาคเกษตรของจีนในช่วงปี 2569-2578 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่าจีนกำลังมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธัญพืชและเนื้อสัตว์ ข้อมูลจาก China Agricultural Outlook ระบุว่าในปี 2568 ผลผลิตธัญพืชของจีนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 715 ล้านตัน และผลผลิตเนื้อสัตว์ทะลุ 100 ล้านตันเป็นครั้งแรก

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าเกษตรหลักของจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยการนำเข้าข้าวโพดลดลง 80.6% และข้าวสาลีลดลง 64.4% ในทางกลับกัน จีนกำลังขยายขีดความสามารถในการส่งออก โดยมีการเติบโตในกลุ่มผัก (6.4%) ผลไม้ (4.4%) และสัตว์น้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์การส่งออกสินค้าเกษตรในท้องถิ่น เนื่องจากจีนมุ่งสู่ความเป็นอิสระทางอาหารมากขึ้น ผู้ส่งออกไทยอาจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน แม้ว่าแนวโน้มเหล่านี้จะเป็นภาพรวมในระยะยาว แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อราคาผู้บริโภคสำหรับสินค้าที่นำเข้าในประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้านี้จะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคและความพร้อมจำหน่ายของสินค้าอาหารบางประเภทอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:00 UTC

กำลังพลจากเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางถึงพัทยาแล้ว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กำลังพลจากเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางถึงพัทยาแล้ว

กลุ่มกำลังพลชุดแรกจากเรือ USS Abraham Lincoln ได้เดินทางถึงพัทยาแล้ว โดยทางการท้องถิ่นคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กำลังพลจากเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางถึงพัทยาแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
กำลังพลจากเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางถึงพัทยาแล้ว

กลุ่มกำลังพลชุดแรกจากเรือ USS Abraham Lincoln ได้เดินทางถึงพัทยาแล้ว โดยทางการท้องถิ่นคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 กำลังพลชุดแรกจากเรือ USS Abraham Lincoln ได้เดินทางถึงเมืองพัทยาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนได้ให้การต้อนรับเหล่าทหารด้วยพวงมาลัยดอกไม้ตามประเพณี ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการแวะจอดเทียบท่าในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การมาถึงของกำลังพลมักส่งผลให้กิจกรรมต่างๆ ทั่วเมืองมีความคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะในย่านธุรกิจบริการและสถานบันเทิง การคาดการณ์ในท้องถิ่นระบุว่าการเยือนครั้งนี้อาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าจะมีการยืนยันการมาถึงของกำลังพลกลุ่มแรกแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของการปฏิบัติภารกิจและระยะเวลาทั้งหมดที่เรือจะจอดเทียบท่าในภูมิภาคนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผู้คนที่เพิ่มขึ้นและการจราจรที่อาจติดขัดในบางจุดตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใกล้ชายหาดในระหว่างที่กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังพัทยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบประกาศเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมสาธารณะหรือพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 2 กันยายน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 2 กันยายน

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 850 บาท ในวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 69,000 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 2 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 2 กันยายน

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 850 บาท ในวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 69,000 บาทต่อบาททองคำ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศการปรับลดราคาทองคำลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 2 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 13.19 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 850 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้มีความสำคัญเนื่องจากทองคำเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลายและเป็นรูปแบบการลงทุนและการออมที่นิยม โดยราคาขายออกของทองรูปพรรณในปัจจุบันอยู่ที่ 69,000 บาทต่อบาททองคำ

แม้ว่าการปรับราคาครั้งนี้จะสะท้อนถึงข้อมูลตลาดปัจจุบันจากสมาคมค้าทองคำ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคามีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้งเพื่อให้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาลงนี้จะดำเนินต่อไปหรือจะเริ่มทรงตัว โดยประชาชนควรปรึกษากับร้านทองที่ได้รับอนุญาตเพื่อรับทราบอัตราการทำธุรกรรมที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:18 UTC

กลุ่มพูลผลฉลองครบรอบ 84 ปี พร้อมกลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ระดับโลก
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

กลุ่มพูลผลฉลองครบรอบ 84 ปี พร้อมกลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

กลุ่มพูลผลของไทยฉลองการดำเนินธุรกิจครบ 84 ปี โดยประกาศการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตในระดับนานาชาติทั้งในเอเชียและตลาดโลก

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มพูลผลฉลองครบรอบ 84 ปี พร้อมกลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

ได้รับการยืนยัน
กลุ่มพูลผลฉลองครบรอบ 84 ปี พร้อมกลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

กลุ่มพูลผลของไทยฉลองการดำเนินธุรกิจครบ 84 ปี โดยประกาศการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตในระดับนานาชาติทั้งในเอเชียและตลาดโลก

ตามรายงานของ Thai Post กลุ่มพูลผลได้เข้าสู่บทใหม่ของการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบ 84 ปี กลุ่มบริษัทซึ่งมีบทบาทมายาวนานในแวดวงธุรกิจไทย กำลังปรับเปลี่ยนทิศทางไปสู่ 'การเติบโตระดับโลก' (Global Growth)

ตามประกาศของบริษัท วิวัฒนาการเชิงกลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการขยายการดำเนินธุรกิจออกไปนอกพรมแดนของประเทศ เพื่อสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียและตลาดต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกลุ่มบริษัท ซึ่งมุ่งหวังที่จะใช้ประสบการณ์กว่า 8 ทศวรรษในการแข่งขันในระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทท้องถิ่นที่มั่นคงไปสู่การเป็นองค์กรข้ามชาติ แม้ว่ากลุ่มบริษัทจะระบุถึงความตั้งใจในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าภาคส่วนใดหรือประเทศใดที่จะได้รับความสำคัญในระยะเริ่มต้นนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์องค์กรนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานภายในประเทศของกลุ่มและบทบาทในเศรษฐกิจไทยอย่างไร ในขณะนี้ บริษัทยังคงเน้นการสื่อสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์สำหรับบทใหม่นี้ มากกว่าการให้รายละเอียดแผนงานการลงทุนระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:17 UTC

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ LINE MAN Wongnai ปั้น 100 ร้านอาหารต้นแบบ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ LINE MAN Wongnai ปั้น 100 ร้านอาหารต้นแบบ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เปิดตัวหลักสูตรอบรม 'Restaurant Synergy' รุ่นที่ 3 เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร 100 รายที่ได้รับคัดเลือก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ LINE MAN Wongnai ปั้น 100 ร้านอาหารต้นแบบ

แหล่งข่าวเดียว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ LINE MAN Wongnai ปั้น 100 ร้านอาหารต้นแบบ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เปิดตัวหลักสูตรอบรม 'Restaurant Synergy' รุ่นที่ 3 เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร 100 รายที่ได้รับคัดเลือก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัล LINE MAN Wongnai เพื่อจัดอบรมหลักสูตร 'Restaurant Synergy' รุ่นที่ 3 โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีศักยภาพสูงจำนวน 100 รายจากทั่วประเทศไทย

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่และกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลให้กับเจ้าของร้าน โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือการสอนให้ผู้เข้าร่วมอบรมรู้จักใช้ 'การวิเคราะห์ข้อมูลร้านอาหาร' (Restaurant Data Analysis) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ปรับปรุงกลยุทธ์การตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวในอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารในประเทศไทย เมื่อร้านอาหารท้องถิ่นนำเครื่องมือดิจิทัลที่ซับซ้อนมาใช้มากขึ้น ลูกค้าอาจได้รับบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลและเมนูที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิทัศน์ทางอาหารในท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโมดูลการอบรมเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพการบริการหรือราคาสำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างไร ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในการคัดเลือกผู้ประกอบการทั้ง 100 ราย หรือตัวชี้วัดระยะยาวในการวัดความสำเร็จของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:01 UTC

ไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต ยกระดับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความมั่งคั่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต ยกระดับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความมั่งคั่ง

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับบริการด้านความคุ้มครองชีวิตและการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต ยกระดับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความมั่งคั่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต ยกระดับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความมั่งคั่ง

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับบริการด้านความคุ้มครองชีวิตและการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้เริ่มดำเนินโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับบริการด้านความคุ้มครองชีวิตและการวางแผนความมั่งคั่ง โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบเครื่องมือที่ครอบคลุมมากขึ้นให้กับลูกค้าเพื่อจัดการความมั่นคงทางการเงินและสินทรัพย์ระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ต่อเนื่องของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในการบูรณาการผลิตภัณฑ์ประกันภัยเข้ากับบริการธนาคารให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากคุณกำลังบริหารจัดการสินทรัพย์หรือมองหาความคุ้มครองประกันชีวิตผ่าน SCB โครงการนี้อาจนำเสนอทางเลือกใหม่หรือบริการให้คำปรึกษาที่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้แผนความคุ้มครองสอดคล้องกับเป้าหมายการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับบริการ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกรมธรรม์ที่มีอยู่ยังคงต้องรอการยืนยัน ลูกค้าที่สนใจว่าการอัปเกรดเหล่านี้อาจส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนปัจจุบันหรือความต้องการด้านประกันภัยในอนาคตอย่างไร ขอแนะนำให้ปรึกษาตัวแทนธนาคารหรือที่ปรึกษาของ FWD ประกันชีวิตโดยตรง เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตบริการขององค์กร จึงไม่มีผลต่อสถานะการเข้าเมืองหรือสถานะทางกฎหมาย แต่ถือเป็นการเตือนให้ตรวจสอบกลยุทธ์การคุ้มครองทางการเงินของคุณเป็นระยะในขณะที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:35 UTC

การนำทางอนาคตเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การนำทางอนาคตเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก

ดร.อัทธ์ นักเศรษฐศาสตร์ เสนอกลยุทธ์ 5 ประการเพื่อให้ประเทศไทยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ในขณะที่อิทธิพลของตลาดจีนเพิ่มขึ้นและแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การนำทางอนาคตเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก

แหล่งข่าวเดียว
การนำทางอนาคตเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก

ดร.อัทธ์ นักเศรษฐศาสตร์ เสนอกลยุทธ์ 5 ประการเพื่อให้ประเทศไทยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ในขณะที่อิทธิพลของตลาดจีนเพิ่มขึ้นและแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น

ตามบทวิเคราะห์ล่าสุดของ ดร.อัทธ์ ซึ่งรายงานโดย Matichon Online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ซึ่งกำหนดโดยการขยายตัวของการครอบงำตลาดของจีนและแรงกดดันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐอเมริกา เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้ บทวิเคราะห์ได้เสนอกรอบกลยุทธ์ 5 ประการที่มุ่งเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนของสินค้านำเข้า ความพร้อมให้บริการบางอย่าง และเสถียรภาพโดยรวมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น ในขณะที่ประเทศไทยปรับนโยบายการค้าเพื่อสร้างสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งสองนี้ ความผันผวนของสภาวะตลาดอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตทางเศรษฐกิจในแต่ละวัน

แม้ว่ากลยุทธ์ 5 ประการที่เสนอนี้จะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการนำทางเศรษฐกิจระดับชาติ แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่ารัฐบาลไทยจะนำนโยบายเฉพาะใดมาใช้ หรือพลวัตทางการค้าระหว่างประเทศเหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบที่เป็นรูปธรรมอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อยืนยันว่าคำแนะนำเชิงกลยุทธ์เหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับการวางแผนเศรษฐกิจของชาติอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสัญญาณการหยุดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสัญญาณการหยุดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดแรงงาน หลังจากพบสัญญาณการแจ้งหยุดกิจการชั่วคราวของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสัญญาณการหยุดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสัญญาณการหยุดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดแรงงาน หลังจากพบสัญญาณการแจ้งหยุดกิจการชั่วคราวของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีต่อตลาดแรงงาน ในระหว่างการแถลงข่าวประจำเดือน นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ได้เน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทที่แจ้งต่อทางการเกี่ยวกับการหยุดประกอบกิจการชั่วคราว

ข้อมูลระบุว่ากลุ่มการค้าและภาคอสังหาริมทรัพย์มีการยื่นขอเลิกกิจการในจำนวนที่สูงเป็นพิเศษ ธนาคารกลางกำลังติดตามสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจบ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงสำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นหรือความพร้อมในการให้บริการบางอย่าง นักท่องเที่ยวอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้กำลังเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินงาน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหยุดกิจการชั่วคราวเหล่านี้จะยาวนานเพียงใด และจะนำไปสู่การปิดกิจการถาวรหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอยในวงกว้างหรือไม่ ธปท. ยังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อกำหนดขอบเขตผลกระทบทั้งหมดที่มีต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ธนาคารกลางยังคงดำเนินการติดตามภาวะเศรษฐกิจมหภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:23 UTC

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุมระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุมระดับโลก

Matichon Online รายงานถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของการประชุมระดับนานาชาติในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในฐานะกลไกสำคัญสำหรับการเติบโตของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุมระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุมระดับโลก

Matichon Online รายงานถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของการประชุมระดับนานาชาติในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในฐานะกลไกสำคัญสำหรับการเติบโตของประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการประชุมระดับนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ กิจกรรมขนาดใหญ่เหล่านี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นกลไกสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงโอกาสที่จะมีการจัดงานระดับนานาชาติที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นในเมืองใหญ่ของไทย กิจกรรมดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การขยายบริการด้านการต้อนรับ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความคึกคักมากขึ้น การหลั่งไหลเข้ามาของผู้แทนจากนานาชาติสามารถกระตุ้นการค้าในท้องถิ่น แม้ว่าอาจนำไปสู่ความแออัดชั่วคราวในย่านธุรกิจยอดนิยมและความต้องการที่พักระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลประชุม

แม้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการประชุมเหล่านี้จะมีความชัดเจน แต่ยังมีบางประเด็นที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความยั่งยืนในระยะยาวของรูปแบบการเติบโตนี้ และขอบเขตที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย นอกเหนือจากศูนย์กลางหลัก ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ในขณะที่ประเทศยังคงลงทุนในขีดความสามารถเพื่อรองรับการประชุมระดับโลก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามว่าการพัฒนาเหล่านี้ส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างและประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้ที่อาศัยหรือมาเยือนราชอาณาจักรอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:35 UTC

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนเติบโตแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนเติบโตแข็งแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศปริมาณตู้สินค้าเพิ่มขึ้น 6.63% และมีกำไร 5.4 พันล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนเติบโตแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยผลประกอบการ 9 เดือนเติบโตแข็งแกร่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศปริมาณตู้สินค้าเพิ่มขึ้น 6.63% และมีกำไร 5.4 พันล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569

ตามรายงานจาก Thai Post การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยหน่วยงานบันทึกปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 6.63% ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมที่แข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์ทางทะเลของประเทศ นอกเหนือจากการเติบโตของปริมาณงานแล้ว กทท. ยังรายงานผลกำไรจำนวน 5.4 พันล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจมหภาคถึงสุขภาพทางการค้าของประเทศไทย กิจกรรมท่าเรือที่เพิ่มขึ้นมักมีความสัมพันธ์กับกระแสการนำเข้าสินค้าที่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดท้องถิ่น นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของรัฐมักบ่งชี้ถึงเสถียรภาพในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาการไหลเวียนของสินค้าที่สนับสนุนทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและชีวิตประจำวัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเน้นย้ำถึงแนวโน้มเชิงบวกในผลการดำเนินงานทางการเงิน แต่รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความท้าทายในการดำเนินงานเฉพาะด้านหรือปัญหาคอขวดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนของ กทท. ในการจัดการกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นสุดรอบปีงบประมาณหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ตำรวจไซเบอร์เผยยอดความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่ง 1.1 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์เผยยอดความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่ง 1.1 หมื่นล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ไทยรายงานว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนไปแล้วกว่า 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตำรวจไซเบอร์เผยยอดความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่ง 1.1 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์เผยยอดความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่ง 1.1 หมื่นล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ไทยรายงานว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนไปแล้วกว่า 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ตามรายงานจาก Matichon Online ตำรวจไซเบอร์ของไทยได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การหลอกลวงผ่านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยระบุว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้สามารถหลอกลวงเงินจากประชาชนไปได้รวมทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านบาท

สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่คือผลกระทบต่อกลุ่มผู้สูงอายุ รายงานระบุว่าผู้เกษียณอายุและผู้สูงวัยสูญเสียเงินไปประมาณ 3.15 พันล้านบาทจากการกระทำผิดดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกัน ตำรวจไซเบอร์ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการโดยเน้นย้ำว่าแก๊งอาชญากรเหล่านี้กำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนวัยเกษียณมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวจากการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ แม้ว่าตำรวจจะติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ปริมาณความเสียหายทางการเงินที่สูงบ่งชี้ว่าการหลอกลวงเหล่านี้ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางการเงินโดยรวมและความเปราะบางเฉพาะของกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงหรือความคืบหน้าในการทลายเครือข่ายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:37 UTC

ภาคเอกชนไทยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคเอกชนไทยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประเทศไทยในปี 2569 โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานด้านการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง

Thai Enquirer ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคเอกชนไทยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเอกชนไทยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประเทศไทยในปี 2569 โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานด้านการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง

ตามรายงานของ Thai Enquirer คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับปรุงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2569 โดยขณะนี้คณะกรรมการคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตระหว่าง 2.1% ถึง 2.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดิมที่ 1.6% ถึง 2.0%

การปรับเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเกินคาดทั้งในด้านการลงทุนภาคเอกชนและภาคการส่งออก เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มดังกล่าว กกร. ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 8%–10% เป็น 12%–16% ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการได้ตัดสินใจคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไว้ที่ระดับ 2.5% ถึง 3.0%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มคึกคักมากขึ้น การลงทุนและกิจกรรมการส่งออกที่เพิ่มขึ้นมักจะสัมพันธ์กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นและภูมิทัศน์เชิงพาณิชย์ที่กระตือรือร้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคหรือการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานท้องถิ่นอย่างไร เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นการคาดการณ์จากคณะกรรมการภาคเอกชน ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและการดำเนินนโยบายภายในประเทศตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Enquirer
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กระทรวงดีอีเตือนภัยเพจปลอม “Moving Forward For The Future” หลอกลวงประชาชน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดีอีเตือนภัยเพจปลอม “Moving Forward For The Future” หลอกลวงประชาชน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจ Facebook ปลอมที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานทางการเพื่อหลอกลวงเหยื่อด้วยข้อเสนอคืนเงินเท็จ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงดีอีเตือนภัยเพจปลอม “Moving Forward For The Future” หลอกลวงประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดีอีเตือนภัยเพจปลอม “Moving Forward For The Future” หลอกลวงประชาชน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจ Facebook ปลอมที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานทางการเพื่อหลอกลวงเหยื่อด้วยข้อเสนอคืนเงินเท็จ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ได้ออกประกาศเตือนภัยสาธารณะเกี่ยวกับเพจ Facebook ที่สร้างความเข้าใจผิดในชื่อ “Moving Forward For The Future” โดยทางกระทรวงระบุว่าเพจดังกล่าวมีการแอบอ้างเป็นหน่วยงานทางการเพื่อหลอกลวงให้ผู้ใช้งานหลงเชื่อว่าสามารถติดตามเงินคืนจากมิจฉาชีพที่เคยสูญเสียไปก่อนหน้านี้ได้

ปฏิบัติการหลอกลวงนี้มุ่งเป้าไปที่บุคคลทั่วไปโดยการสัญญาว่าจะคืนเงินให้ แต่ในความเป็นจริงมีจุดประสงค์เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินเพิ่มเติม ทั้งนี้ กระทรวงฯ ซึ่งดำเนินงานภายใต้นโยบายของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม ได้ตรวจพบเพจดังกล่าวผ่านการติดตามข่าวปลอมและมิจฉาชีพออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นี่ถือเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อมีการติดต่อกับเพจโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าให้บริการติดตามเงินคืนหรือการคืนเงินที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ โดยปกติแล้วการสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจะดำเนินการผ่านช่องทางที่ได้รับการยืนยันเท่านั้น และข้อเสนอที่ไม่พึงประสงค์ใดๆ ที่อ้างว่าสามารถ “ติดตามเงินคืน” ได้ควรได้รับการพิจารณาด้วยความสงสัยอย่างสูง

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากเพจดังกล่าวจำนวนเท่าใด หรือผู้กระทำความผิดได้รับการระบุตัวโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายแล้วหรือไม่ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบความถูกต้องของเพจก่อนที่จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลหรือทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:57 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัย QR Code ปลอม แอบอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัย QR Code ปลอม แอบอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกคำเตือนเกี่ยวกับ QR Code ปลอมที่แอบอ้างชื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อหลอกลวงนักลงทุน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัย QR Code ปลอม แอบอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัย QR Code ปลอม แอบอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกคำเตือนเกี่ยวกับ QR Code ปลอมที่แอบอ้างชื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อหลอกลวงนักลงทุน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ QR Code ปลอม ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่ามิจฉาชีพกำลังใช้รหัสที่เป็นอันตรายเหล่านี้เพื่อแอบอ้างเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของประเทศไทย เป้าหมายหลักของกลยุทธ์หลอกลวงนี้คือการชักจูงให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการลงทุนที่ฉ้อโกง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน

การดำเนินการนี้สอดคล้องกับนโยบายปัจจุบันของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางสังคมและความมั่นคงในโลกดิจิทัล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นี่เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการสแกน QR Code โดยเฉพาะรหัสที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินหรือโอกาสในการลงทุน ผู้ใช้งานควรตรวจสอบความถูกต้องของ QR Code ทุกครั้งก่อนสแกน โดยเฉพาะหากอ้างว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ

แม้ว่ากระทรวงฯ จะระบุถึงการมีอยู่ของการหลอกลวงเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบหรือวิธีการที่แน่ชัดในการเผยแพร่รหัสเหล่านี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม ขอแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและรายงานกิจกรรมทางดิจิทัลที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:57 UTC