ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก ✦
ความปลอดภัย ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ✦
กีฬา เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี ✦
ความปลอดภัย เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน ✦
กีฬา ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ ✦
กีฬา น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ ✦
เศรษฐกิจ

ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

แหล่งข่าวเดียว
ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เรียกร้องให้มีกลยุทธ์อาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก โดยใช้ประโยชน์จาก AI และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะต้องกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ตามรายงานของ Thai Post สถาบันเสนอว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับกรอบการพัฒนาของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการบูรณาการระดับภูมิภาค ในขณะที่อาเซียนพยายามเปลี่ยนความท้าทายระดับโลกในปัจจุบันให้เป็นโอกาส การมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่น ความต้องการของตลาดแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเรียกร้องของ ITD ให้มี 'เสียงอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว' จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของภูมิภาค แต่กลไกเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐสมาชิกแต่ละประเทศจะปรับนโยบายระดับชาติให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะระดับภูมิภาคเหล่านี้อย่างไร สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือภาคส่วนเฉพาะนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

ทางการประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เนื่องจากมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่า อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้ระงับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งเป็นการชั่วคราว มาตรการป้องกันนี้เป็นไปตามคำเตือนสภาพอากาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและสภาพน้ำที่เป็นอันตราย

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่วางแผนจะไปเยือนอุทยาน การปิดพื้นที่นี้หมายความว่าบริเวณน้ำตกดังกล่าวจะถูกห้ามเข้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ ฝ่ายจัดการอุทยานได้ใช้ข้อจำกัดนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขา

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการปิดพื้นที่ดังกล่าวจะมีผลนานเท่าใด เจ้าหน้าที่อุทยานยังไม่ได้ระบุวันที่เปิดให้บริการที่ชัดเจน เนื่องจากระยะเวลาของข้อจำกัดจะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวของสภาพแวดล้อม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสำนักงานอุทยานในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกประชุมด่วนกรมชลประทานเพื่อประสานงานรับมือสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับกรมชลประทานเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำให้มีการติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและบุคลากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

วัตถุประสงค์หลักของมาตรการนี้คือการลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการเกษตร นายสุริยะย้ำว่ารัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน กำลังทำงานอย่างเป็นระบบและประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังเร่งจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างจริงจัง แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมขังควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำและประกาศเตือนภัยต่างๆ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดหรือเขตใดมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพถนนหรือเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

กรมทางหลวงรายงานว่าน้ำท่วมบริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 โดยสิ้นเชิง

ตามรายงานจาก Thai Post กรมทางหลวงได้ประกาศระงับการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งหมดเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรง โดยน้ำท่วมที่บริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ทั้งขาเข้าและขาออก

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทาง การปิดเส้นทางนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค ผู้ขับขี่ที่ใช้มอเตอร์เวย์ M7 เป็นประจำในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคตะวันออก ควรวางแผนใช้เส้นทางเลี่ยงและเผื่อเวลาในการเดินทางเนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการสถานการณ์

ในขณะนี้ กรมทางหลวงยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือจะสามารถเปิดการจราจรได้อีกครั้งเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงหรือหน่วยงานจราจรในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการทำความสะอาดและการตรวจสอบความปลอดภัยจะใช้เวลานานเท่าใดหลังจากระดับน้ำลดลง โปรดใช้ความระมัดระวังหากต้องเดินทางในบริเวณใกล้เคียงและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

ความปลอดภัย

ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

ฝนที่ตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำในคลองบางเขนเอ่อล้นบริเวณหน้าโรงสูบน้ำดิบ ทำให้ประชาชนต้องทยอยนำรถขึ้นไปจอดบนสะพานเพื่อหนีน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในคลองบางเขนสูงเกินความจุ โดยน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบโรงสูบน้ำดิบ ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มเคลื่อนย้ายรถยนต์ขึ้นไปจอดบนสะพานใกล้เคียงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม มาตรการป้องกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศปัจจุบันที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินส่วนบุคคลในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าการดำเนินการในขณะนี้จะเน้นไปที่การเคลื่อนย้ายยานพาหนะ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการประปาและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของเทศบาลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจราจรติดขัดหรือคำเตือนด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้ง 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมและฝนตกหนัก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทยจัดตั้ง 'วอร์รูม' (War Room) ที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์เหล่านี้มีหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในเชิงรุก

คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนไปสู่การดำเนินการเชิงป้องกัน โดยกำหนดให้หน่วยงานท้องถิ่นประเมินพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงล่วงหน้า แทนที่จะรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและเวลาในการตอบสนองในช่วงฤดูฝน ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวควรทราบว่าหน่วยงานท้องถิ่นอาจมีการเฝ้าระวังระดับน้ำในจังหวัดต่างๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น

แม้ว่าการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังเหล่านี้จะเป็นคำสั่งจากรัฐบาล แต่ระเบียบปฏิบัติการเฉพาะของแต่ละจังหวัดอาจมีความแตกต่างกัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมตามฤดูกาล ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศูนย์ระดับจังหวัดเหล่านี้จะประสานงานกับหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอย่างไร และจะใช้ช่องทางการสื่อสารใดในการแจ้งเตือนประชาชนในกรณีที่มีภัยคุกคามจากน้ำท่วมในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

กีฬา

เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยรวบรวมนักวิ่งเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ตามรายงานจาก Matichon Online งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว กิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นต่อเนื่องนี้เป็นเวทีในการรวมกลุ่มนักวิ่งโดยมุ่งเน้นไปที่การกุศล เพื่อส่งต่อกำลังใจและการสนับสนุนให้แก่ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟในประเทศไทย และบทบาทขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในการจัดกิจกรรมกีฬาที่มุ่งเน้นชุมชน แม้ว่าการวิ่งมาราธอนจะส่งเสริมสุขภาพร่างกาย แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการสนับสนุนทางสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งและการช่วยเหลือผู้ป่วย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด ยอดเงินบริจาคที่แน่ชัด หรือองค์กรทางการแพทย์ที่จะได้รับเงินสนับสนุนยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วนในรายงานเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบของกิจกรรมหรือการเข้าร่วมในอนาคตควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากเซ็นทรัลกรุ๊ป เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าเงินบริจาคเหล่านี้ถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไร กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรณรงค์ด้านสาธารณสุขและกีฬาชุมชนในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:41 UTC

ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่สำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบุว่าเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นภายในตัวอาคารสำนักงาน โดยจากการสังเกตการณ์เบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การให้บริการด้านธุรการของสำนักงานเขตต้องหยุดชะงักชั่วคราว แม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว แต่ความเสียหายของตัวอาคารและสถานะของเอกสารทางราชการยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตบางเขน ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะการเปิดทำการผ่านช่องทางทางการก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานที่อาจมีการปิดทำการชั่วคราวหรือจำกัดพื้นที่ในระหว่างการประเมินความปลอดภัยและการทำความสะอาด ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดนอกเหนือจากการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับวัสดุที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

กีฬา

ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

ซีเนดีน ซีดาน พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยชนะในนัดแรกที่เขาคุมทีม แต่ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของคีลิยัน เอ็มบัปเป้

รายงานจาก Matichon Online ระบุว่า ซีเนดีน ซีดาน เริ่มต้นการทำงานในฐานะผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสได้อย่างสวยงามด้วยการพาทีมคว้าชัยชนะในนัดประเดิมสนาม อดีตกองกลางระดับตำนานแสดงความพึงพอใจต่อฟอร์มการเล่นของลูกทีมและผลการแข่งขันที่เป็นบวกในทันที

อย่างไรก็ตาม ความยินดีดังกล่าวต้องถูกบดบังด้วยข่าวอาการบาดเจ็บของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าตัวเก่ง รายงานยืนยันว่าเอ็มบัปเป้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากทีมและเดินทางกลับบ้านเพื่อเข้ารับการรักษา

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการทีมชาติที่โดดเด่นที่สุดทีมหนึ่งของโลก แม้ชัยชนะจะช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับแฟนบอลฝรั่งเศส แต่ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บของเอ็มบัปเป้ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล แฟนบอลและผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการอัปเดตข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส เพื่อประเมินความเสียหายและระยะเวลาที่กองหน้ารายนี้จะต้องพักรักษาตัว โดยในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาลงสนามของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

กีฬา

น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างมีนัยสำคัญที่ศูนย์กีฬาหัวหมาก ส่งผลกระทบต่อรถยนต์และพื้นที่โดยรอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วมขัง ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้รถยนต์หลายคันที่จอดอยู่ภายในบริเวณศูนย์กีฬาจมน้ำ นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบสนามราชมังคลากีฬาสถานยังถูกน้ำล้อมรอบ ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจราจรในท้องถิ่นและการเข้าถึงสนามกีฬา ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปใกล้บริเวณสนามหรือศูนย์กีฬาควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนอาจเป็นอันตรายและเส้นทางขนส่งสาธารณะอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากน้ำท่วมขัง

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อภายในสนามและกิจกรรมที่กำหนดไว้ในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของพื้นที่ต่อฝนที่ตกหนักตามฤดูกาล ทางการยังไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัดว่าน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือการดำเนินงานตามปกติที่ศูนย์กีฬาจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับการปิดถนนและข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในพื้นที่รามคำแหง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

ไอซ์ พาริส รับหน้าที่พิธีกรรายการ The Voice
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไอซ์ พาริส รับหน้าที่พิธีกรรายการ The Voice

ศิลปินหนุ่ม ไอซ์ พาริส ได้รับการประกาศให้เป็นพิธีกรคนใหม่ของรายการ The Voice TRUEgether พร้อมทั้งยืนยันความสัมพันธ์ครั้งใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไอซ์ พาริส รับหน้าที่พิธีกรรายการ The Voice

แหล่งข่าวเดียว
ไอซ์ พาริส รับหน้าที่พิธีกรรายการ The Voice

ศิลปินหนุ่ม ไอซ์ พาริส ได้รับการประกาศให้เป็นพิธีกรคนใหม่ของรายการ The Voice TRUEgether พร้อมทั้งยืนยันความสัมพันธ์ครั้งใหม่

ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต นักร้องและนักแสดงชาวไทย ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรคนใหม่สำหรับรายการ 'The Voice TRUEgether' ซีซั่นที่จะถึงนี้ โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการระหว่างงานเปิดตัวที่ศูนย์การค้า EMSPHERE ในกรุงเทพฯ

ในระหว่างงาน ไอซ์ พาริส ได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนบทบาทมาเป็นพิธีกร โดยระบุว่าความตื่นเต้นในช่วงแรกนั้นลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้พบกับคนคุ้นเคย รวมถึงเหล่าโค้ชของรายการและนักแสดงรุ่นพี่อย่าง กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี เขาเล่าว่าพี่กบได้ให้คำแนะนำที่เรียบง่ายและช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในขณะอยู่บนเวที

นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ศิลปินหนุ่มยังได้กล่าวถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของเขา โดยยืนยันถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับ จ๊ะจ๋า ปุณณภา อินฟลูเอนเซอร์สาวที่รู้จักกันดีจากมิวสิกวิดีโอเพลง 'เสแสร้ง' ของวง Paper Planes ทั้งคู่เพิ่งแชร์ภาพดินเนอร์สุดโรแมนติกพร้อมช่อดอกกุหลาบช่อโต ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่นและความสำคัญของรายการโทรทัศน์ระดับประเทศอย่าง The Voice แม้ว่าจะมีการยืนยันบทบาทพิธีกรแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการออกอากาศและรูปแบบการแข่งขันที่ชัดเจนนั้น ทีมงานผลิตยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:36 UTC

กระทรวงการคลังไทยวางแผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยวางแผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

กระทรวงการคลังเตรียมระดมทุน 6-7 หมื่นล้านบาทผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ 3 หน่วยงานรัฐ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนมิถุนายน 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยวางแผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยวางแผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

กระทรวงการคลังเตรียมระดมทุน 6-7 หมื่นล้านบาทผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ 3 หน่วยงานรัฐ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนมิถุนายน 2570

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงการคลังได้วางแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้ 3 หน่วยงานรัฐระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมเงินทุนระหว่าง 6-7 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงการสาธารณูปโภค เครือข่ายการขนส่ง หรือการปรับปรุงการเชื่อมต่อทางดิจิทัลทั่วประเทศในอนาคต แม้ว่ารัฐบาลจะระบุจำนวนเงินเป้าหมายและจำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ชื่อเฉพาะของทั้ง 3 หน่วยงานและลักษณะที่แท้จริงของโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน

ผู้สังเกตการณ์ตลาดและผู้ที่สนใจเศรษฐกิจไทยควรทราบว่ากระทรวงการคลังคาดว่าจะให้ความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนนี้ภายในเดือนมิถุนายน 2570 ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรอบเวลาและภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับประโยชน์จากเงินทุนเหล่านี้ SawaLife จะติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนมิถุนายน 2570 เพื่อดูว่าการดำเนินการทางการเงินเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:17 UTC

BJC ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BJC ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมียอดจองสูงเกินเป้าหมายถึง 2.42 เท่า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BJC ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
BJC ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมียอดจองสูงเกินเป้าหมายถึง 2.42 เท่า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ได้ปิดการเสนอขายหุ้นกู้รอบล่าสุดได้สำเร็จ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายระดมทุนไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่งผลให้มียอดจองสูงเกินเป้าหมายถึง 2.42 เท่า ส่งผลให้มูลค่าการเสนอขายรวมอยู่ที่ 1.91 หมื่นล้านบาท

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ BJC กล่าวว่าการตอบรับที่ดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสถานะทางการเงินและทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย BJC เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีบทบาทในหลายภาคส่วน รวมถึงธุรกิจค้าปลีกผ่านห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่าความสำเร็จทางการเงินครั้งนี้จะบ่งชี้ถึงสถานะเงินทุนที่มั่นคงของบริษัท แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันหรือบริการค้าปลีกแต่อย่างใด

ในขณะนี้ บริษัทยืนยันตัวเลขยอดจองที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า BJC จะจัดสรรเงินทุนส่วนเกินที่ได้รับมากกว่าเป้าหมาย 1.5 หมื่นล้านบาทอย่างไร เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแผนการลงทุนสำหรับเงินส่วนเกินนี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามประกาศในอนาคตว่าบริษัทจะนำสภาพคล่องนี้ไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานและกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:38 UTC

ไทยวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้วางวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหลักเพื่อดึงดูดการลงทุนแห่งอนาคต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
ไทยวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้วางวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหลักเพื่อดึงดูดการลงทุนแห่งอนาคต

วิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจใหม่ของไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ส่งเสริมประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะฐานเศรษฐกิจหลักและแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศต่อเศรษฐกิจไทย และดึงดูดการลงทุนที่มีมูลค่าสูงซึ่งมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้บ่งชี้ถึงการที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หากประสบความสำเร็จ ความพยายามในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและกายภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้อาจนำไปสู่การปรับปรุงบริการด้านโลจิสติกส์และบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในอนาคต เมื่อประเทศมีการบูรณาการกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์นี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการที่เป็นรูปธรรม แรงจูงใจ หรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่จะนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านนี้ จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้แสดงเจตจำนงแล้ว แต่แผนงานเพื่อให้บรรลุการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคนี้และกรอบเวลาสำหรับโครงการลงทุนเฉพาะเจาะจงยังไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:38 UTC

เนสท์เล่ขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เนสท์เล่ขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติให้เนสท์เล่ (ไทย) ขยายฐานการผลิตอาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงในจังหวัดระยอง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เนสท์เล่ขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เนสท์เล่ขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติให้เนสท์เล่ (ไทย) ขยายฐานการผลิตอาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงในจังหวัดระยอง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 6.4 พันล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงประมาณ 4.5 พันล้านบาท และโครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงประมาณ 1.93 พันล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่าการลงทุนครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพของไทยในฐานะผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนี ซึ่งอุตสาหกรรมนี้ในไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 8 ต่อปี โดยเนสท์เล่มีแผนใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก และจะส่งออกผลผลิตกว่าร้อยละ 90 ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรมไทยและบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก แม้ว่าการลงทุนนี้จะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภาคการผลิตในท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการขยายตัวนี้จะส่งผลต่อตัวเลขการจ้างงานในพื้นที่อย่างไร หรือจะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมในระเบียงอุตสาหกรรมระยองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:37 UTC

ตลาดหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์ทางเทคนิค ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์ทางเทคนิค ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

CGS International (CGSI) คาดการณ์โอกาสเกิดเทคนิคอลรีบาวด์สำหรับตลาดหุ้นไทย โดยวางกรอบที่ 1,585 จุด รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์ทางเทคนิค ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์ทางเทคนิค ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

CGS International (CGSI) คาดการณ์โอกาสเกิดเทคนิคอลรีบาวด์สำหรับตลาดหุ้นไทย โดยวางกรอบที่ 1,585 จุด รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) ได้คาดการณ์ถึงโอกาสในการเกิดเทคนิคอลรีบาวด์สำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยนักวิเคราะห์ได้วางกรอบการซื้อขายไว้ที่ 1,570-1,585 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ชะลอตัวลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวของตลาดนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในอนาคต ทั้งนี้ CGSI ได้ระบุว่าหุ้น DELTA และ PR9 เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตามอง โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

แม้ว่าแนวโน้มนี้จะบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของกิจกรรมในตลาด แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ทางเทคนิคมากกว่าแนวโน้มที่รับประกันได้ ผลการดำเนินงานจริงของ SET จะขึ้นอยู่กับรายงานตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่กำลังจะออกมาเป็นสำคัญ รวมถึงผลกระทบต่อความคาดหวังด้านนโยบายการเงินทั่วโลก ผู้ที่อาศัยหรือทำธุรกิจในประเทศไทยควรทราบว่า แม้ความผันผวนของตลาดเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อพอร์ตการเงินเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ จะส่งผลต่อท่าทีของเฟดและความมั่นคงของตลาดไทยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:38 UTC

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' ดึงดูดการลงทุนระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' ดึงดูดการลงทุนระดับโลก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' ดึงดูดการลงทุนระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' ดึงดูดการลงทุนระดับโลก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดตัวกลยุทธ์ 'Thailand’s Offer' โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดตัวกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ภายใต้ชื่อ 'Thailand’s Offer' เพื่อวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรมที่มีอยู่ของไทยเพื่อดึงดูดนักลงทุนระหว่างประเทศและส่งเสริมการเติบโตแบบร่วมมือในภาคส่วนที่กำลังเติบโต

ส่วนหนึ่งของความพยายามนี้ รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าที่จะปฏิรูปกฎหมายประมาณ 7,000 ฉบับ ความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับกรอบกฎหมายของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ซึ่งเป็นการสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กลยุทธ์นี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันยังคงต้องติดตามต่อไป แต่การผลักดันให้เกิดความทันสมัยทางกฎระเบียบอาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการบูรณาการระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศเป้าหมายการปฏิรูปที่ทะเยอทะยานเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขกฎหมายทั้ง 7,000 ฉบับยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ สถานะอย่างเป็นทางการของการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยยังคงเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และจะมีอิทธิพลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:38 UTC

กรมสรรพสามิตไทยพิจารณาปรับภาษีบุหรี่และรถยนต์ไฟฟ้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมสรรพสามิตไทยพิจารณาปรับภาษีบุหรี่และรถยนต์ไฟฟ้า

กระทรวงการคลังรายงานรายได้รัฐบาลเกินเป้าหมายในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ส่งผลให้กรมสรรพสามิตพิจารณาแนวทางการปรับภาษีเพิ่มเติม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมสรรพสามิตไทยพิจารณาปรับภาษีบุหรี่และรถยนต์ไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
กรมสรรพสามิตไทยพิจารณาปรับภาษีบุหรี่และรถยนต์ไฟฟ้า

กระทรวงการคลังรายงานรายได้รัฐบาลเกินเป้าหมายในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ส่งผลให้กรมสรรพสามิตพิจารณาแนวทางการปรับภาษีเพิ่มเติม

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังประกาศว่ารายได้สุทธิของรัฐบาลในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – กรกฎาคม 2569) อยู่ที่ 2,365,717 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิม 44,830 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.9% และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากตัวเลขดังกล่าว กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับภาษีในบางกลุ่มสินค้า รวมถึงบุหรี่และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการจัดเก็บรายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกของผลิตภัณฑ์ยาสูบและต้นทุนในการซื้อหรือใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แม้ว่ารัฐบาลจะระบุว่ามาตรการเหล่านี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพทางการคลัง แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าอัตราภาษีใดที่จะถูกปรับเปลี่ยนและจะมีการบังคับใช้เมื่อใด ในขณะนี้ การหารือดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการทางการคลังของกรมฯ และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการบังคับใช้ภาษีใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:39 UTC

เลื่อนเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) เป็นปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เลื่อนเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) เป็นปี 2570

กระทรวงการคลังระบุว่าโครงการ TISA จะไม่เริ่มดำเนินการในปี 2569 โดยกำหนดเป้าหมายใหม่เป็นเดือนมกราคม 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เลื่อนเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) เป็นปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
เลื่อนเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) เป็นปี 2570

กระทรวงการคลังระบุว่าโครงการ TISA จะไม่เริ่มดำเนินการในปี 2569 โดยกำหนดเป้าหมายใหม่เป็นเดือนมกราคม 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ โครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account) หรือ TISA มีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2569 ตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงการคลังได้กำหนดเป้าหมายใหม่ให้โครงการเริ่มเปิดให้ดำเนินการได้ในเดือนมกราคม 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ความล่าช้านี้หมายความว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ TISA จะยังไม่สามารถเข้าถึงได้จนกว่าจะถึงปีปฏิทิน 2570 โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมส่วนบุคคลผ่านแรงจูงใจทางภาษีเฉพาะ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้บุคคลสร้างความมั่นคงทางการเงิน

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันกรอบเวลาสำหรับปี 2570 แล้ว แต่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประกาศกรอบเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เกณฑ์เฉพาะ วงเงินการออม และแนวทางการดำเนินงานของบัญชียังคงต้องรอการสรุปและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จนกว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติในการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อโครงการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:39 UTC

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันไปเก็บที่ลอนดอน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันไปเก็บที่ลอนดอน

เนเธอร์แลนด์ได้ย้ายทองคำสำรองน้ำหนัก 86 ตันจากอเมริกาเหนือไปยังธนาคารแห่งอังกฤษ โดยอ้างถึงความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันไปเก็บที่ลอนดอน

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันไปเก็บที่ลอนดอน

เนเธอร์แลนด์ได้ย้ายทองคำสำรองน้ำหนัก 86 ตันจากอเมริกาเหนือไปยังธนาคารแห่งอังกฤษ โดยอ้างถึงความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา

ตามรายงานจาก Khaosod Online ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ได้ยืนยันการย้ายทองคำสำรองน้ำหนัก 86 ตันจากอเมริกาเหนือไปยังธนาคารแห่งอังกฤษในกรุงลอนดอน การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม โดยมีสาเหตุมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งส่งผลให้มีการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กัน

DNB ระบุว่าทองคำจำนวน 27 ตันถูกขนส่งทางกายภาพจากนิวยอร์กและออตตาวาไปยังเมืองไซสต์ในเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังลอนดอน ส่วนทองคำที่เหลือถูกจัดการโดยการขายในนิวยอร์กและนำเงินไปซื้อทองคำในปริมาณที่เท่ากันในลอนดอน นายโอลาฟ สไลเพน ประธานธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าการรวมศูนย์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในปัจจุบัน แม้ว่า DNB จะเน้นย้ำว่าทองคำที่เก็บไว้ในลอนดอนมีความคล่องตัวและเข้าถึงได้ง่ายกว่าในช่วงวิกฤตเมื่อเทียบกับการเก็บไว้ในอเมริกาเหนือ แต่รายละเอียดด้านโลจิสติกส์ของการขนส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกยังคงไม่มีการเปิดเผย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นการปรับเปลี่ยนทางการเงินเชิงกลยุทธ์ของสถาบันระดับชาติ และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง ผลกระทบระยะยาวของความตึงเครียดทางการค้าเหล่านี้ต่อเสถียรภาพทางการเงินโลกยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:56 UTC

มกช. เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมกีฬาไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มกช. เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมกีฬาไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเปิดงานแสดงและประกวดกีฬาไทยเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้ไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มกช. เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมกีฬาไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
มกช. เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมกีฬาไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเปิดงานแสดงและประกวดกีฬาไทยเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้ไทย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 Matichon Online รายงานว่า มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) ได้เปิดงานแสดงและประกวดกีฬาไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของกีฬาอย่างมวยไทยและกระบี่กระบองมาช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในไทย กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการนำศิลปะการต่อสู้และมรดกทางวัฒนธรรมมาบูรณาการเข้ากับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในวงกว้าง การจัดแสดงกีฬาเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มความสนใจในประเพณีท้องถิ่น และมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริงให้กับผู้ที่มาเยือนหรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย

แม้ว่างานดังกล่าวจะเปิดตัวไปแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแข่งขันในอนาคตหรือผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวของโครงการนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่ากีฬาพื้นบ้านเหล่านี้จะถูกนำเสนออย่างไรเพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งในและต่างประเทศในช่วงเดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:36 UTC

Kingsbury School เปิดตัวแคมปัสโรงเรียนมัธยม Premium Bilingual แห่งใหม่ในนนทบุรี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Kingsbury School เปิดตัวแคมปัสโรงเรียนมัธยม Premium Bilingual แห่งใหม่ในนนทบุรี

โรงเรียนมัธยมเอกชนแห่งใหม่ Kingsbury School เตรียมเปิดทำการในจังหวัดนนทบุรี ด้วยเงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Kingsbury School เปิดตัวแคมปัสโรงเรียนมัธยม Premium Bilingual แห่งใหม่ในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
Kingsbury School เปิดตัวแคมปัสโรงเรียนมัธยม Premium Bilingual แห่งใหม่ในนนทบุรี

โรงเรียนมัธยมเอกชนแห่งใหม่ Kingsbury School เตรียมเปิดทำการในจังหวัดนนทบุรี ด้วยเงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Kingsbury School กำลังเตรียมเปิดโรงเรียนมัธยมศึกษาหลักสูตรสองภาษา (Bilingual) ระดับพรีเมียมแห่งใหม่ บนถนนชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี โดยแคมปัสตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 10 นาที

โครงการนี้พัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Future Leaders Begin” โดยมีการลงทุนรวมกว่า 800 ล้านบาท เพื่อพัฒนาแคมปัสและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 เฟส โรงเรียนมุ่งเน้นการช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเองก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางในอนาคตทั้งด้านการศึกษาและอาชีพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกที่สำคัญในแวดวงการศึกษาท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแบบสองภาษา

แม้ว่าจะมีการประกาศตัวเลขการลงทุนและปรัชญาหลักของโรงเรียนแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน ผู้ปกครองที่สนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเปิดทำการอย่างเป็นทางการ โครงสร้างหลักสูตรที่ชัดเจน และขั้นตอนการรับสมัคร เนื่องจากรายละเอียดเหล่านี้ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:37 UTC

ไทยมุ่งเน้น "การลงทุน-ท่องเที่ยว" ประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งเน้น "การลงทุน-ท่องเที่ยว" ประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น

หลังสิ้นสุดมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ทางการหันมามุ่งเน้นภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนเพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยมุ่งเน้น "การลงทุน-ท่องเที่ยว" ประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งเน้น "การลงทุน-ท่องเที่ยว" ประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น

หลังสิ้นสุดมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ทางการหันมามุ่งเน้นภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนเพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ระบุถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลสำหรับไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 หลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" สิ้นสุดลง โดยทางการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงมาตรการกระตุ้นระยะสั้น แต่กำลังหันไปให้ความสำคัญกับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว

ส่วนประกอบสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการใช้ประโยชน์จากการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ เช่น การประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเงินทุนเข้าสู่ประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการเดินทางเพื่อธุรกิจเพื่อรักษาโมเมนตัมทางเศรษฐกิจจนถึงสิ้นปี

ในขณะที่รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ ดร.เอกนิติได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของจังหวะเวลาในการพิจารณามาตรการในอนาคต ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายด้านการท่องเที่ยวจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์จากการประชุมระดับนานาชาติเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะเพียงพอต่อการชดเชยการสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือกฎระเบียบการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:37 UTC

กระทรวงการคลังไทยเตรียมระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 7 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเตรียมระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 7 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนา 3 แผนเพื่อระดมทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาทผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยเตรียมระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 7 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเตรียมระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 7 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนา 3 แผนเพื่อระดมทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาทผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังของไทยกำลังเตรียมกลยุทธ์ 3 แผนเพื่อระดมทุนมากกว่า 7 หมื่นล้านบาทผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าขณะนี้มี 3 หน่วยงานที่กำลังอยู่ในกระบวนการวางแผนดังกล่าว

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือเพื่อแก้ไขปัญหาความกังวลเกี่ยวกับการกู้ยืมที่มากเกินไปและภาระดอกเบี้ยสูงที่เกิดจากวิธีการระดมทุนในปัจจุบัน การเปลี่ยนมาใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการระดมทุนของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าการดำเนินงานตามแผนเหล่านี้จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะและการจัดหาเงินทุนของรัฐวิสาหกิจ โครงสร้างหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอาจช่วยสร้างเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ธุรกิจและชาวต่างชาติในไทยต้องดำเนินงาน

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าหน่วยงานรัฐใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องและโครงสร้างที่แน่ชัดของทั้ง 3 แผนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนมิถุนายน 2570 เพื่อดูว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรและบริหารจัดการอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:37 UTC

Tesla ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 คัน หลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Tesla ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 คัน หลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจ

Tesla ประเทศไทยรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายแซงหน้ายอดรวมทั้งปีที่แล้ว และตั้งเป้าจะทำยอดขายให้ถึง 10,000 คันภายในสิ้นปีนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Tesla ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 คัน หลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
Tesla ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 คัน หลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจ

Tesla ประเทศไทยรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายแซงหน้ายอดรวมทั้งปีที่แล้ว และตั้งเป้าจะทำยอดขายให้ถึง 10,000 คันภายในสิ้นปีนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Tesla ประเทศไทยได้ประกาศปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยมุ่งเน้นที่การทำให้แบรนด์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายในท้องถิ่น บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและการปรับปรุงบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดไทยได้ดียิ่งขึ้น

กลยุทธ์นี้ดูเหมือนจะส่งผลดี เนื่องจาก Tesla ประเทศไทยเปิดเผยว่ายอดขายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ได้แซงหน้ายอดขายรวมตลอดทั้งปี 2568 ไปแล้ว ด้วยแรงส่งดังกล่าว บริษัทจึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายแตะระดับ 10,000 คันได้ภายในปีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเติบโตนี้สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะที่ Tesla ขยายฐานการดำเนินงานและขีดความสามารถในการให้บริการ อาจนำไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จและเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อหรือเช่ารถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะมีความมั่นใจในเป้าหมายสิ้นปี แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาวะตลาดจะเอื้ออำนวยให้รักษาอัตราการเติบโตนี้เพื่อบรรลุเป้าหมาย 10,000 คันอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทั้งนี้ Tesla ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นรถที่มียอดขายสูงหรือกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการขยายศูนย์บริการเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 02:37 UTC

กกร. คาดการณ์จีดีพีปี 2569 โต 2.1-2.5% ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจแบบ K-Shaped
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กกร. คาดการณ์จีดีพีปี 2569 โต 2.1-2.5% ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจแบบ K-Shaped

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดการณ์การเติบโตของจีดีพีไทยในปี 2569 อยู่ที่ 2.1-2.5% พร้อมเสนอมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กกร. คาดการณ์จีดีพีปี 2569 โต 2.1-2.5% ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจแบบ K-Shaped

แหล่งข่าวเดียว
กกร. คาดการณ์จีดีพีปี 2569 โต 2.1-2.5% ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจแบบ K-Shaped

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดการณ์การเติบโตของจีดีพีไทยในปี 2569 อยู่ที่ 2.1-2.5% พร้อมเสนอมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้เผยแพร่แนวโน้มเศรษฐกิจล่าสุดของประเทศไทย โดยคณะกรรมการคาดการณ์ว่าจีดีพีของประเทศจะเติบโตระหว่าง 2.1% ถึง 2.5% ในปีปัจจุบัน

เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากเศรษฐกิจแบบ 'K-Shaped' ซึ่งเป็นสภาวะที่ภาคส่วนต่างๆ มีอัตราการฟื้นตัวและการเติบโตที่แตกต่างกันอย่างมาก กกร. ได้เสนอมาตรการเชิงกลยุทธ์หลายประการ ข้อเสนอที่สำคัญประการหนึ่งคือการอนุญาตให้ภาคเอกชนสามารถส่งออกน้ำมันดีเซลได้ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงที่มีระดับสต็อกสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเหล่านี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการเติบโตในระดับปานกลาง แม้ว่าการฟื้นตัวแบบ K-Shaped จะหมายความว่าบางอุตสาหกรรมอาจเผชิญกับอุปสรรคที่สำคัญกว่าอุตสาหกรรมอื่น แม้ว่า กกร. จะได้ร่างข้อเสนอเหล่านี้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด แต่การดำเนินการตามนโยบายการส่งออกน้ำมันดีเซลยังคงต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐบาลและการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศนโยบายในอนาคตเพื่อดูว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 23:55 UTC

เจ้าหน้าที่บุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานกว่า 1,300 เส้นในสมุทรปราการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานกว่า 1,300 เส้นในสมุทรปราการ

ชุดปฏิบัติการพิเศษบุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 1,341 เส้น จากโกดัง 11 แห่งในย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.1 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่บุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานกว่า 1,300 เส้นในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานกว่า 1,300 เส้นในสมุทรปราการ

ชุดปฏิบัติการพิเศษบุกยึดยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 1,341 เส้น จากโกดัง 11 แห่งในย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง ได้เข้าตรวจสอบโกดังเก็บยางรถยนต์จำนวน 11 แห่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้สามารถตรวจยึดยางรถยนต์ที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ได้รวมทั้งสิ้น 1,341 เส้น

เจ้าหน้าที่รายงานว่ายางจำนวนมากถูกลบยี่ห้อเดิมออกหรือมีการนำไปสวมสิทธิ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ถูกต้อง โดยมูลค่าของกลางที่ยึดได้ประเมินไว้ที่ประมาณ 7.1 ล้านบาท การดำเนินการครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากปฏิบัติการตรวจยึดยางไม่ได้มาตรฐานในจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพื่อควบคุมการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบำรุงรักษารถยนต์และความปลอดภัยบนท้องถนน เนื่องจากยางที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงขณะใช้งาน แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะระบุโกดังที่เกี่ยวข้องได้แล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลไปยังต้นตอของสินค้าเหล่านี้ ผู้บริโภคควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนรถยนต์ที่เลือกใช้มาจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีใบรับรองความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษทางกฎหมายต่อผู้ประกอบการโกดังยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 14:55 UTC

สาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

หญิงสาวจากจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 ในการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 1 กันยายน 2569 หลังจากตัดสินใจซื้อสลากเพียง 1 ใบผ่านแพลตฟอร์มลอตเตอรี่พลัส

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

แหล่งข่าวเดียว
สาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

หญิงสาวจากจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 ในการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 1 กันยายน 2569 หลังจากตัดสินใจซื้อสลากเพียง 1 ใบผ่านแพลตฟอร์มลอตเตอรี่พลัส

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยรางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท ตกเป็นของหญิงสาวชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งได้ตัดสินใจซื้อสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 'ลอตเตอรี่พลัส'

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้โชคดีรายนี้ตัดสินใจซื้อสลากหลังจากเห็นรถของลอตเตอรี่พลัสขับผ่าน หลังจากมีการประกาศหมายเลขรางวัลที่ 1 คือ 417212 ทางแพลตฟอร์มได้ยืนยันการถูกรางวัลและดำเนินการส่งมอบเงินรางวัล โดยผู้โชคดีได้ลางานเพื่อมารับเงินรางวัลจากตัวแทนของแพลตฟอร์มที่รู้จักกันในชื่อ 'นอท'

สำหรับรางวัลอื่นๆ ที่ประกาศในการออกรางวัลครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลเลขหน้า 3 ตัว คือ 257 และ 346 รางวัลเลขท้าย 3 ตัว คือ 136 และ 740 และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว คือ 04

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มลอตเตอรี่ดิจิทัล ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายแทนการซื้อจากผู้ขายตามท้องถนนแบบดั้งเดิม แม้ว่าการซื้อสลากจะเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าการมีส่วนร่วมในการพนันมีความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้ การตรวจสอบตัวตนของผู้ถูกรางวัลอย่างเป็นทางการและการดำเนินการจ่ายเงินรางวัลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานหลังจากการประกาศผลรางวัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:55 UTC