ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

Sansiri จับมือ LIXIL ส่งเสริมที่อยู่อาศัยยั่งยืนในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Sansiri จับมือ LIXIL ส่งเสริมที่อยู่อาศัยยั่งยืนในประเทศไทย

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Sansiri ได้ร่วมมือกับ LIXIL เพื่อนำสุขภัณฑ์ประหยัดพลังงานมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยความหนาแน่นสูง โดยมุ่งเน้นหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Sansiri จับมือ LIXIL ส่งเสริมที่อยู่อาศัยยั่งยืนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Sansiri จับมือ LIXIL ส่งเสริมที่อยู่อาศัยยั่งยืนในประเทศไทย

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Sansiri ได้ร่วมมือกับ LIXIL เพื่อนำสุขภัณฑ์ประหยัดพลังงานมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยความหนาแน่นสูง โดยมุ่งเน้นหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน

ตามรายงานจาก Prachachat Business ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย Sansiri ได้เข้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ LIXIL เพื่อนำการออกแบบที่ยั่งยืนมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยความหนาแน่นสูง ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การติดตั้งสุขภัณฑ์ American Standard ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อลดการใช้พลังงานและลดขยะ

LIXIL ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ American Standard ได้รับการยอมรับในด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยได้รับรางวัล CDP A-List เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงการที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งอาจช่วยให้ผู้อยู่อาศัยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคในระยะยาวผ่านการใช้น้ำและพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัย ความคิดริเริ่มนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง แม้ว่าในปัจจุบันจะเน้นไปที่โครงการความหนาแน่นสูง แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อมาตรฐานที่อยู่อาศัยโดยรวมยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าโครงการใดของ Sansiri ที่จะมีการติดตั้งเหล่านี้ หรือการบูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอย่างไร ในขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยยั่งยืนเติบโตขึ้น ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าคุณสมบัติประหยัดพลังงานเหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่านักลงทุนต่างชาติมองว่ารัฐบาลปัจจุบันมีเสถียรภาพ โดยผลการโหวตทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่านักลงทุนต่างชาติมองว่ารัฐบาลปัจจุบันมีเสถียรภาพ โดยผลการโหวตทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ โดย SET ระบุว่านักลงทุนระหว่างประเทศในปัจจุบันมองว่ารัฐบาลไทยยังคงมีเสถียรภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การประเมินนี้บ่งชี้ถึงระดับความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ เนื่องจาก SET เน้นย้ำว่าผลการโหวตทางการเมืองเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทย เมื่อกระบวนการทางการเมืองถูกมองว่ามีเสถียรภาพ มักจะสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาวะตลาดในท้องถิ่นและการดำเนินธุรกิจ

แม้ว่ารายงานนี้จะให้มุมมองเกี่ยวกับวิธีที่ตลาดระหว่างประเทศมองรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าความเชื่อมั่นของตลาดอาจมีความผันผวน การประเมินของ SET สะท้อนถึงมุมมอง ณ ต้นเดือนกันยายน 2026 เท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพัฒนาการทางการเมืองในอนาคตหรือผลการลงมติทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงมุมมองเหล่านี้อย่างไร เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมนักลงทุนของ SET จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการรับประกันเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวหรือเป็นการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของตลาดในอนาคต ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างเป็นทางการและตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเพื่อดูพัฒนาการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:55 UTC

GULF เผยความสำเร็จโครงการ 'โซลาร์เซลล์เกษตร' ในอุดรธานี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GULF เผยความสำเร็จโครงการ 'โซลาร์เซลล์เกษตร' ในอุดรธานี

โครงการเกษตรกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดอุดรธานีถูกนำเสนอเป็นต้นแบบสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในชนบทและการรวมครอบครัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GULF เผยความสำเร็จโครงการ 'โซลาร์เซลล์เกษตร' ในอุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
GULF เผยความสำเร็จโครงการ 'โซลาร์เซลล์เกษตร' ในอุดรธานี

โครงการเกษตรกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดอุดรธานีถูกนำเสนอเป็นต้นแบบสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในชนบทและการรวมครอบครัว

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัทพลังงาน GULF ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของโครงการ 'โซลาร์เซลล์เกษตร' ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม จังหวัดอุดรธานี โครงการนี้เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวบ้าน

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพื่อแก้ไขปัญหาการย้ายถิ่นฐานจากชนบท โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนเพื่อให้ชาวบ้านสามารถอาศัยอยู่ในบ้านเกิดร่วมกับครอบครัว แทนที่จะต้องออกไปหางานทำในเขตเมือง รายงานระบุว่าสำหรับชุมชนท้องถิ่น ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวควบคู่ไปกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าโครงการนี้จะถูกนำเสนอเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาชนบท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางโซลาร์เซลล์เกษตรนี้จะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อครัวเรือนในพื้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามนั้น จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความยั่งยืนของรายได้ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 10:40 UTC

ว่าที่อธิบดี DITP คนใหม่ตั้งเป้าผลักดันตัวเลขส่งออกโตสองหลัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ว่าที่อธิบดี DITP คนใหม่ตั้งเป้าผลักดันตัวเลขส่งออกโตสองหลัก

วราวุฒิ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้วางกลยุทธ์เบื้องต้นเพื่อกระตุ้นภาคการส่งออกของประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ว่าที่อธิบดี DITP คนใหม่ตั้งเป้าผลักดันตัวเลขส่งออกโตสองหลัก

แหล่งข่าวเดียว
ว่าที่อธิบดี DITP คนใหม่ตั้งเป้าผลักดันตัวเลขส่งออกโตสองหลัก

วราวุฒิ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้วางกลยุทธ์เบื้องต้นเพื่อกระตุ้นภาคการส่งออกของประเทศไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วราวุฒิ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้กำหนดภารกิจแรกอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเร่งหารือร่วมกับหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาแนวทางในการผลักดันตัวเลขการส่งออกของประเทศให้เติบโตในระดับสองหลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากภาคการส่งออกยังคงเป็นเสาหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย การผลักดันให้เกิดการเติบโตในระดับสองหลักอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงิน กิจกรรมการผลิตในท้องถิ่น และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ธุรกิจต่างๆ ดำเนินการอยู่ แม้ว่าในขณะนี้จะเน้นไปที่การประสานงานเชิงนโยบายระดับสูง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าอาจส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ ประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และความพร้อมของสินค้าบางประเภทในตลาดภายในประเทศในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ กลไกเฉพาะและการปรับเปลี่ยนนโยบายที่จะนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ท้าทายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า DITP จะสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายการส่งออกเหล่านี้กับแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีอยู่อย่างไร คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการเหล่านี้และภาคส่วนเฉพาะที่จะมุ่งเน้นการขยายตัวจะปรากฏชัดเจนขึ้นหลังจากการประชุมร่วมกับผู้นำภาคอุตสาหกรรมในครั้งแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ไทยเปิดตัวแคมเปญอีคอมเมิร์ซ 9.9 'ไทยช่วยไทย ช้อปออนไลน์'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวแคมเปญอีคอมเมิร์ซ 9.9 'ไทยช่วยไทย ช้อปออนไลน์'

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวแคมเปญช้อปปิ้งครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุน SME ท้องถิ่น โดยมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษด้านการจัดส่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวแคมเปญอีคอมเมิร์ซ 9.9 'ไทยช่วยไทย ช้อปออนไลน์'

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวแคมเปญอีคอมเมิร์ซ 9.9 'ไทยช่วยไทย ช้อปออนไลน์'

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวแคมเปญช้อปปิ้งครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุน SME ท้องถิ่น โดยมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษด้านการจัดส่ง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดตัวแคมเปญ “ไทยช่วยไทย ช้อปออนไลน์” เพื่อรับกับมหกรรมช้อปปิ้ง 9.9 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ร้อยละ 35 ของระบบเศรษฐกิจ โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 เพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

แคมเปญนี้รวบรวมสินค้าจากผู้ผลิตท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน และ SME กว่า 2,000 รายทั่วประเทศ ผู้บริโภคสามารถรับส่วนลดสูงสุดถึง 60% (จำกัดสูงสุด 4,000 บาทต่อออเดอร์) พร้อมคูปองส่งฟรีผ่านความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยสองแห่งที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายบางส่วน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าพร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภายใต้การกำกับดูแลของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แม้ว่าแคมเปญจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของโปรโมชั่นและรายชื่อแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กระทรวงและพันธมิตรอีคอมเมิร์ซกำหนด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:57 UTC

สหราชอาณาจักรจำกัดการนำเข้าสินค้าจากนิคมในเวสต์แบงก์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหราชอาณาจักรจำกัดการนำเข้าสินค้าจากนิคมในเวสต์แบงก์

สหราชอาณาจักรประกาศมาตรการจำกัดทางการค้าใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่ผลิตในนิคมของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหราชอาณาจักรจำกัดการนำเข้าสินค้าจากนิคมในเวสต์แบงก์

แหล่งข่าวเดียว
สหราชอาณาจักรจำกัดการนำเข้าสินค้าจากนิคมในเวสต์แบงก์

สหราชอาณาจักรประกาศมาตรการจำกัดทางการค้าใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่ผลิตในนิคมของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 สหราชอาณาจักรได้ดำเนินนโยบายจำกัดการนำเข้าสินค้าที่ผลิตในนิคมของอิสราเอลซึ่งตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ มาตรการทางการทูตและเศรษฐกิจนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกดดันให้เกิดแนวทางสองรัฐสำหรับความขัดแย้งในภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การพัฒนานี้เป็นเรื่องของนโยบายการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภายในประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากดินแดนที่มีข้อพิพาท ผู้บริโภคและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศอาจต้องการติดตามว่าข้อกำหนดด้านการติดฉลากและการนำเข้าเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร เนื่องจากนโยบายดังกล่าวอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายหรือข้อกำหนดด้านเอกสารสำหรับสินค้าที่นำเข้าบางประเภทในบางครั้ง

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่สมบูรณ์ของการดำเนินการและรายการประเภทสินค้าที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าอุปสรรคทางการค้าเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ที่ท่าเรือของอังกฤษอย่างไร และประเทศอื่นๆ จะดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ เนื่องจากนี่เป็นนโยบายระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนา ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการค้าโลกควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรหรือหน่วยงานการค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับภาคส่วนของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:36 UTC

Central Laboratory (Thailand) จับมือพันธมิตรขับเคลื่อนการขยายตัวด้านพลังงานแสงอาทิตย์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Central Laboratory (Thailand) จับมือพันธมิตรขับเคลื่อนการขยายตัวด้านพลังงานแสงอาทิตย์

Central Laboratory (Thailand) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ AES Energy และ Yunfeng Financial Group เพื่อศึกษาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและโครงการด้านพลังงานสะอาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Central Laboratory (Thailand) จับมือพันธมิตรขับเคลื่อนการขยายตัวด้านพลังงานแสงอาทิตย์

แหล่งข่าวเดียว
Central Laboratory (Thailand) จับมือพันธมิตรขับเคลื่อนการขยายตัวด้านพลังงานแสงอาทิตย์

Central Laboratory (Thailand) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ AES Energy และ Yunfeng Financial Group เพื่อศึกษาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและโครงการด้านพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด (CLT) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท เออีเอส เอ็นเนอร์จี จำกัด และ Yunfeng Financial Group Limited ความร่วมมือดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด พิธีลงนามมี ดร.ชาคริต เทียบเธียรรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ CLT, ดร.สกุล เกียรติ์จีรวิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AES Energy และ Ms. Vivien Wong ตัวแทนจาก Yunfeng Financial Group เข้าร่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างที่จะบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในระยะสั้นจะยังมีจำกัด แต่โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลต่อการจัดการสาธารณูปโภคและมาตรฐานความยั่งยืนในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

ในขั้นตอนนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังคงเน้นไปที่การศึกษาความเป็นไปได้และการพัฒนาร่วมกัน โดยยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการ ขนาดของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หรือสถานที่สำหรับโครงการนำร่อง คาดว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อความร่วมมือมีความคืบหน้าจากการวางแผนไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:18 UTC

ผู้บริหาร ITOCHU หารือการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกับเจ้าหน้าที่ไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้บริหาร ITOCHU หารือการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกับเจ้าหน้าที่ไทย

ตัวแทนระดับสูงจากบริษัท ITOCHU Corporation ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยเพื่อสำรวจความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในด้านการแปรรูปอาหารและเทคโนโลยีการสื่อสาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้บริหาร ITOCHU หารือการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกับเจ้าหน้าที่ไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้บริหาร ITOCHU หารือการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกับเจ้าหน้าที่ไทย

ตัวแทนระดับสูงจากบริษัท ITOCHU Corporation ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยเพื่อสำรวจความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในด้านการแปรรูปอาหารและเทคโนโลยีการสื่อสาร

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัท ITOCHU Corporation ของญี่ปุ่น ได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทย รวมถึงคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และคุณวราวุธ ศิลปอาชา ตามรายงานจาก Matichon Online โดยประเด็นหลักของการประชุมคือการสำรวจโอกาสในการเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย

พื้นที่ความสนใจหลักที่ระบุในระหว่างการหารือ ได้แก่ การพัฒนาภาคส่วนการแปรรูปอาหารและการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร การเจรจานี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ระหว่างบริษัทญี่ปุ่นและรัฐบาลไทย ซึ่งอาจเป็นการปูทางไปสู่โครงการอุตสาหกรรมใหม่ๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่การเติบโตทางอุตสาหกรรมขั้นสูงและการปรับปรุงเศรษฐกิจไทยให้ทันสมัย การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีอาหารอาจนำไปสู่การบริการดิจิทัลที่ดีขึ้นและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าโครงการใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกหรือเมื่อใดที่การลงทุนเหล่านี้จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ในขณะนี้การหารือดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการสำรวจความร่วมมือ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและกรอบเวลาของโครงการที่มีศักยภาพเหล่านี้จากทั้งทางบริษัทหรือตัวแทนรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:16 UTC

น้ำมันพืชกุ๊กเปิดศูนย์นวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่สมุทรปราการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

น้ำมันพืชกุ๊กเปิดศูนย์นวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่สมุทรปราการ

บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช ผู้ผลิตน้ำมันพืชกุ๊ก เปิดโรงเรือนนวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

น้ำมันพืชกุ๊กเปิดศูนย์นวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่สมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำมันพืชกุ๊กเปิดศูนย์นวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่สมุทรปราการ

บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช ผู้ผลิตน้ำมันพืชกุ๊ก เปิดโรงเรือนนวัตกรรมจัดการขยะอินทรีย์ที่โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันพืช 'กุ๊ก' ได้เปิด 'โรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE' อย่างเป็นทางการ ณ โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย (กลิ่นอุปถัมภ์) อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตามรายงานจาก Khaosod Online โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 และองค์กร Butter Fly

โรงเรือนแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับโรงเรียนและชุมชน โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยการใช้หนอนแมลงวันลาย (BSF) ในระหว่างพิธีเปิด ผู้เชี่ยวชาญจากวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัท แคนนาฟลาวเวอร์ จำกัด ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะด้วยหนอน BSF ในขณะที่นักเรียนจากโรงเรียนวัดแคได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากโครงการ BSF ของตนเอง ผู้เข้าร่วมงานยังได้เยี่ยมชมโรงเรือนเพื่อศึกษาขั้นตอนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์หนอนดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยในการใช้รูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับท้องถิ่นและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นทรัพยากรมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนในระดับชุมชน แม้ว่าโรงเรือนจะเปิดดำเนินการเป็นศูนย์การเรียนรู้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารูปแบบการจัดการขยะที่นำโดยชุมชนเหล่านี้จะถูกขยายผลหรือบูรณาการเข้ากับนโยบายการจัดการขยะของเทศบาลในระดับจังหวัดต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:20 UTC

Cook Vegetable Oil เดินหน้าขยายความยั่งยืน เปิดโรงเรือน BSF แห่งที่ 4
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Cook Vegetable Oil เดินหน้าขยายความยั่งยืน เปิดโรงเรือน BSF แห่งที่ 4

Cook Vegetable Oil เปิดโรงเรือนแมลงทหารดำ (BSF) แห่งที่ 4 เพื่อเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Cook Vegetable Oil เดินหน้าขยายความยั่งยืน เปิดโรงเรือน BSF แห่งที่ 4

แหล่งข่าวเดียว
Cook Vegetable Oil เดินหน้าขยายความยั่งยืน เปิดโรงเรือน BSF แห่งที่ 4

Cook Vegetable Oil เปิดโรงเรือนแมลงทหารดำ (BSF) แห่งที่ 4 เพื่อเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน

จากรายงานของ Thai Post บริษัท Cook Vegetable Oil กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืน 'Green Corporate' ด้วยการเปิดโรงเรือนแมลงทหารดำ (BSF) แห่งที่ 4 ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นของบริษัทต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ในท้องถิ่นที่หันมาใช้แนวทางการจัดการขยะที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะที่บริษัทขยายการดำเนินงาน BSF ก็มีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม การใช้ตัวอ่อนแมลงในการแปรรูปขยะอินทรีย์ช่วยสร้างวงจรที่ยั่งยืนซึ่งลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ

แม้ว่าบริษัทจะเปิดโรงเรือนแห่งที่ 4 นี้ได้สำเร็จแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณขยะที่แปรรูปได้จริงหรือผลกระทบในวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐานการจัดการขยะในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าโมเดลนี้จะขยายตัวอย่างไรและผู้ผลิตรายใหญ่อื่นๆ ในภูมิภาคจะปฏิบัติตามหรือไม่ ในขณะนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในแผนงานความยั่งยืนภายในของบริษัท แม้ว่าอิทธิพลระยะยาวต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชาติยังคงเป็นเรื่องที่ต้องประเมินในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:58 UTC

กคช. เปิดโอกาสเอกชนลงทุนพัฒนาพื้นที่สปอร์ตคลับและเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กคช. เปิดโอกาสเอกชนลงทุนพัฒนาพื้นที่สปอร์ตคลับและเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่สปอร์ตคลับและสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะที่ 2

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กคช. เปิดโอกาสเอกชนลงทุนพัฒนาพื้นที่สปอร์ตคลับและเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา

แหล่งข่าวเดียว
กคช. เปิดโอกาสเอกชนลงทุนพัฒนาพื้นที่สปอร์ตคลับและเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่สปอร์ตคลับและสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะที่ 2

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ประกาศเปิดโอกาสให้นักลงทุนภาคเอกชนยื่นข้อเสนอเพื่อเช่าพื้นที่กว่า 5 ไร่ ภายในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะที่ 2 โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กคช. ต้องการผู้ประกอบการเข้ามาพัฒนาและดำเนินงานสปอร์ตคลับ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และพื้นที่จอดรถ โดยมีระยะเวลาสัญญาเช่า 15 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในพื้นที่พัทยา การพัฒนานี้อาจถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านนันทนาการให้เข้าถึงได้มากขึ้น หากโครงการนี้ดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยฟื้นฟูพื้นที่ส่วนกลางโดยการรวมบริการเชิงพาณิชย์และกีฬาเข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยเดิม

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน เช่น ข้อกำหนดทางการเงินสำหรับผู้ยื่นประมูล กำหนดการคัดเลือก และวันที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลในขณะนี้ ผู้ที่สนใจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการเคหะแห่งชาติ เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการประมูลและขอบเขตการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:59 UTC

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของไทยจับตาการตั้งราคาของแพลตฟอร์มดิจิทัล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของไทยจับตาการตั้งราคาของแพลตฟอร์มดิจิทัล

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสั่งให้บางรายชะลอการขึ้นราคาออกไปเป็นเวลา 6 เดือน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของไทยจับตาการตั้งราคาของแพลตฟอร์มดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของไทยจับตาการตั้งราคาของแพลตฟอร์มดิจิทัล

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสั่งให้บางรายชะลอการขึ้นราคาออกไปเป็นเวลา 6 เดือน

ในงาน TCCT Competition Day 2026 คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการแข่งขันของไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระดับชาติ โดยคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้ประกาศเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเชิงรุก (Proactive Regulator) จากเดิมที่เน้นคุ้มครองผู้ประกอบการรายบุคคล มาเป็นการคุ้มครองโอกาสในการแข่งขันในภาพรวม

ภายใต้แนวทางใหม่นี้ กขค. กำลังติดตามกลยุทธ์การตั้งราคาของแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างใกล้ชิด โดยได้มีคำสั่งให้แพลตฟอร์มบางรายชะลอการปรับขึ้นราคาออกไปเป็นเวลา 6 เดือน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาดและป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจช่วยรักษาเสถียรภาพของค่าใช้จ่ายในบริการต่างๆ ที่เข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น บริการส่งอาหารหรือบริการเรียกรถ การควบคุมไม่ให้มีการขึ้นราคาอย่างกะทันหันจะช่วยให้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมีความคาดการณ์ได้มากขึ้น

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือรายชื่อแพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งชะลอการขึ้นราคา 6 เดือนนี้ และการตรวจสอบนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการดิจิทัลอย่างถาวรหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะปรับโมเดลธุรกิจอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อกรอบการกำกับดูแลแบบบูรณาการใหม่ของ กขค.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:41 UTC

ท็อปส์ขยายสาขาร้านค้าปลีกบนเกาะช้าง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ท็อปส์ขยายสาขาร้านค้าปลีกบนเกาะช้าง

ท็อปส์ เดลี่ เปิดสาขาใหม่ 3 แห่งบนเกาะช้าง โดยมีแผนขยายให้ครบ 5 สาขาภายในสิ้นปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ท็อปส์ขยายสาขาร้านค้าปลีกบนเกาะช้าง

แหล่งข่าวเดียว
ท็อปส์ขยายสาขาร้านค้าปลีกบนเกาะช้าง

ท็อปส์ เดลี่ เปิดสาขาใหม่ 3 แห่งบนเกาะช้าง โดยมีแผนขยายให้ครบ 5 สาขาภายในสิ้นปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เครือข่ายร้านค้าปลีก 'ท็อปส์' ได้เข้าสู่ตลาดเกาะช้างอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดสาขา 'ท็อปส์ เดลี่' พร้อมกัน 3 แห่ง โดยตั้งอยู่ในทำเลสำคัญของเกาะ ได้แก่ หาดทรายขาว, ไชยเชษฐ์ และบางเบ้า

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการของบริษัท กล่าวว่าการขยายสาขาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดึงกำลังซื้อในพื้นที่และตอบสนองความต้องการของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โดยร้านค้าดำเนินงานภายใต้ 'Hybrid Model' ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของตลาดค้าปลีกบนเกาะ และเพื่อเป็นการฉลองการเปิดสาขา บริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษในสาขาใหม่เหล่านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การขยายสาขาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าแผนการเติบโตบนเกาะช้างยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ โดยตั้งเป้าที่จะเปิดท็อปส์ เดลี่ ให้ครบ 5 สาขาบนเกาะช้างภายในสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งของอีก 2 สาขาที่เหลือยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 09:42 UTC

ไทยรุกขยายตลาดส่งออกผลไม้เมืองร้อนสู่มณฑลซานซี ประเทศจีน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรุกขยายตลาดส่งออกผลไม้เมืองร้อนสู่มณฑลซานซี ประเทศจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำลังเร่งผลักดันการเข้าถึงผลไม้เกรดพรีเมียมและสินค้าแปรรูปของไทยในมณฑลซานซี ประเทศจีน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรุกขยายตลาดส่งออกผลไม้เมืองร้อนสู่มณฑลซานซี ประเทศจีน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรุกขยายตลาดส่งออกผลไม้เมืองร้อนสู่มณฑลซานซี ประเทศจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำลังเร่งผลักดันการเข้าถึงผลไม้เกรดพรีเมียมและสินค้าแปรรูปของไทยในมณฑลซานซี ประเทศจีน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเร่งขยายช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรไทยในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยเจ้าหน้าที่ได้หารือกับผู้บริหารอำเภอหลินอี เมืองยุ่นเฉิง เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำผลไม้เมืองร้อนเกรดพรีเมียม ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าว เข้าสู่ภาคการค้าปลีกในท้องถิ่น

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากการสำรวจเครือข่าย DX Supermarket ซึ่งพบว่าสินค้าไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพื้นที่ นอกจากผลไม้สดแล้ว DITP ยังผลักดันให้นำผลไม้แปรรูป สินค้าแช่แข็ง ขนม เครื่องดื่ม และข้าวไทย เข้าไปจำหน่ายในเครือข่ายค้าปลีกดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าเกษตรส่งออกของไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและปริมาณสินค้าในตลาดท้องถิ่น สำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีน ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่ามีโอกาสมากขึ้นที่จะพบสินค้าไทยที่คุ้นเคยในร้านค้าปลีกระดับภูมิภาค

แม้ว่า DITP จะได้เริ่มการหารือเพื่อเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายเหล่านี้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำสินค้าเหล่านี้เข้าสู่เครือข่าย DX Supermarket อย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยความคืบหน้าในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่การค้าของไทยและฝ่ายจีน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:38 UTC

ไทยและ ITOCHU Corporation หารือความร่วมมือใหม่ในรูปแบบ Co-Creation
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยและ ITOCHU Corporation หารือความร่วมมือใหม่ในรูปแบบ Co-Creation

เจ้าหน้าที่ไทยหารือกับ ITOCHU Corporation เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีไปสู่การพัฒนาธุรกิจร่วมกันในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยและ ITOCHU Corporation หารือความร่วมมือใหม่ในรูปแบบ Co-Creation

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและ ITOCHU Corporation หารือความร่วมมือใหม่ในรูปแบบ Co-Creation

เจ้าหน้าที่ไทยหารือกับ ITOCHU Corporation เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีไปสู่การพัฒนาธุรกิจร่วมกันในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ไทย นำโดยคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้หารือกับผู้บริหารของ ITOCHU Corporation เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่นใหม่ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การหารือมุ่งเน้นไปที่การก้าวข้ามรูปแบบการลงทุนและการผลิตแบบดั้งเดิม ไปสู่กลยุทธ์ 'Co-Creation' หรือการร่วมสร้างธุรกิจ

แนวทางใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการร่วมพัฒนา การผลิต และการสร้างธุรกิจร่วมกัน โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์ในการเข้าถึงตลาดอาเซียนและประเทศที่สาม การหารือได้เน้นย้ำถึงภาคส่วนที่มีศักยภาพในการร่วมมือ เช่น อาหารแปรรูป พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การบูรณาการห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมของทั้งสองฝ่ายในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณถึงวิวัฒนาการระยะยาวของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมของไทย แม้ว่าการมุ่งเน้นไปที่พลังงานสะอาดและการผลิตขั้นสูงอาจนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่โครงการที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับความคิดริเริ่มเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ในขณะที่ความร่วมมือเปลี่ยนผ่านจากการหารือเชิงแนวคิดไปสู่การดำเนินการที่เป็นไปได้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลงทุนที่เป็นรูปธรรมและกรอบนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:38 UTC

ธนาคารกรุงไทยแนะกลยุทธ์ลงทุนแบบระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกรุงไทยแนะกลยุทธ์ลงทุนแบบระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด

นักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทยแนะนำกลยุทธ์ 'มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง' สำหรับนักลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงไทยแนะกลยุทธ์ลงทุนแบบระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยแนะกลยุทธ์ลงทุนแบบระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด

นักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทยแนะนำกลยุทธ์ 'มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง' สำหรับนักลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมกลยุทธ์การลงทุนของธนาคารกรุงไทยได้วิเคราะห์ภาพรวมของตลาดในช่วงสัปดาห์วันที่ 7–11 กันยายน 2569 โดยธนาคารระบุว่าตลาดโลกยังคงมีความผันผวน ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากความผันผวนของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีผลประกอบการที่หลากหลาย โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.1% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.4% ในขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.3% แม้ว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งจะช่วยพยุงตลาดไว้ได้บ้าง แต่แรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่เพิ่มขึ้น 6.4 bps สู่ระดับ 4.78% ยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือบริหารจัดการการเงินในประเทศไทย ธนาคารกรุงไทยแนะนำกลยุทธ์ "มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง" (Cautious Optimism) ซึ่งรวมถึงการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง โดยมีคำแนะนำเฉพาะให้กระจายการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจดูแลสุขภาพและพลังงาน ธนาคารเน้นย้ำให้มุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีคุณภาพของกำไรสูง แทนที่จะเพิ่มความเสี่ยงในตลาดโดยรวม

แม้ว่าบทวิเคราะห์นี้จะให้มุมมองระดับมืออาชีพเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากตลาดพลังงานและตลาดพันธบัตรจะคงอยู่ยาวนานเพียงใด ผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและนักลงทุนควรติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจโลกเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมักส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในประเทศและค่าครองชีพในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:37 UTC

หอการค้าไทยชี้ช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หอการค้าไทยชี้ช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ระบุว่าช่วงสองเดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยอ้างถึงปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยชี้ช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าไทยชี้ช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ระบุว่าช่วงสองเดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยอ้างถึงปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ได้ระบุว่าเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 เป็น 'จุดเปลี่ยน' ที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย แม้ว่าตัวชี้วัดล่าสุด ซึ่งรวมถึงการเติบโตของการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' จะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวก แต่ UTCC เน้นย้ำว่าการฟื้นตัวที่ยั่งยืนนั้นขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญหลายประการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น โดย UTCC ได้แนะนำให้จับตาดู 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ผลการเจรจาด้าน ART (เทคโนโลยีและการวิจัยขั้นสูง) กับสหรัฐอเมริกา และเสถียรภาพของสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ

แม้ว่าสัญญาณทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ UTCC ชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าแนวโน้มการฟื้นตัวล่าสุดจะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปีหรือไม่ ณ ขณะนี้ ผลกระทบที่แน่ชัดจากการเจรจา ART และระดับของเสถียรภาพทางการเมืองยังคงต้องรอการยืนยัน ซึ่งถือเป็นจุดที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและสาธารณชนต้องเฝ้าติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:38 UTC

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุกตลาด IPO ไทย หวังฟื้นตัวภายในปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุกตลาด IPO ไทย หวังฟื้นตัวภายในปี 2570

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังดำเนินมาตรการลดระยะเวลาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนให้เหลือ 90 วัน โดยตั้งเป้าให้ตลาดกลับมาคึกคักภายในปี 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุกตลาด IPO ไทย หวังฟื้นตัวภายในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุกตลาด IPO ไทย หวังฟื้นตัวภายในปี 2570

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังดำเนินมาตรการลดระยะเวลาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนให้เหลือ 90 วัน โดยตั้งเป้าให้ตลาดกลับมาคึกคักภายในปี 2570

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อกระตุ้นตลาดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังทำงานเพื่อลดระยะเวลาที่บริษัทใหม่ต้องใช้ในการเริ่มซื้อขายให้เหลือเพียง 90 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความคิดริเริ่มนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางการเงินของไทย แม้ว่า SET คาดการณ์ว่าจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียน 10-15 แห่งในปี 2569 ซึ่งลดลงจาก 18 แห่งในปีที่ผ่านมา แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการฟื้นตัวของตลาดภายในปี 2570 เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีหุ้นใหม่เข้าสู่ตลาดแล้ว 3 ตัวตั้งแต่ต้นปี และยืนยันว่าขณะนี้มีดีลใหญ่หลายรายการอยู่ระหว่างการเจรจา

นอกจากนี้ SET ยังร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อกำหนดเกณฑ์ใหม่ที่มุ่งเน้นภาคส่วน 'New Economy' แม้ว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นกิจกรรมในตลาด แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและความสำเร็จของดีลใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เน้นไปที่ขั้นตอนการจดทะเบียนของบริษัทเป็นหลัก และไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือบริการด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 08:39 UTC