ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 150 บาทต่อบาททองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 150 บาทต่อบาททองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำซึ่งอัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 17.20 น. ระบุว่าราคาปรับตัวลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

จากการอัปเดตล่าสุด ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,250 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคง แต่ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำเพื่อการลงทุนควรทราบว่าราคาอาจมีความผันผวนรายวันตามสภาวะตลาดโลกและข้อมูลการซื้อขายในท้องถิ่น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับราคาเหล่านี้จะมีแนวโน้มอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากตลาดทองคำมีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเงินระหว่างประเทศ ผู้ที่สนใจอัตราการซื้อขายเฉพาะเจาะจงควรตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการขึ้นอยู่กับกิจกรรมของตลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 11:38 UTC

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเร่งผลักดันการปฏิรูปตลาดทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเร่งผลักดันการปฏิรูปตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปโครงการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุน (TISA) ภายในปีนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเร่งผลักดันการปฏิรูปตลาดทุน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเร่งผลักดันการปฏิรูปตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปโครงการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุน (TISA) ภายในปีนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศชุดมาตรการปฏิรูปตลาดทุนของประเทศ โดยประเด็นสำคัญคือการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปกรอบโครงการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุน (TISA) ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ เนื่องจากมีความกังวลว่าหากล่าช้าไปถึงเดือนธันวาคม อาจทำให้นักลงทุนเตรียมตัวไม่ทันต่อภูมิทัศน์ทางการเงินใหม่

นอกเหนือจาก TISA แล้ว ข้อเสนอการปฏิรูปยังรวมถึงการนำหุ้นแบบ Dual-Class Shares มาใช้ ซึ่งเป็นกลไกที่มุ่งอำนวยความสะดวกในการระดมทุนสำหรับบริษัทเอกชน หน่วยงานต่างชาติ และรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ ตลท. ยังมีแผนที่จะปรับปรุงกฎหมายทรัสต์เพื่อสนับสนุนการนำทรัพย์สินกลับเข้ามาในประเทศไทย และสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการส่งเสริมการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในบรรยากาศการลงทุนและมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในท้องถิ่น แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดเงินทุนและยกระดับภาคการเงินของไทยให้ทันสมัย แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการอนุมัติ TISA โดยรัฐบาลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 11:38 UTC

ธนาคารกรุงไทยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกรุงไทยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569

ธนาคารกรุงไทย (KTB) อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงจากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงไทยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569

ธนาคารกรุงไทย (KTB) อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงจากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการของธนาคารกรุงไทย (KTB) ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอย่างเป็นทางการ โดยการจ่ายเงินปันผลนี้อ้างอิงจากผลการดำเนินงานทางการเงินของธนาคารในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และครอบคลุมทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ

นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรทราบกำหนดการสำคัญดังต่อไปนี้:

  • วันขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-Dividend) คือวันที่ 22 กันยายน 2569
  • กำหนดการจ่ายเงินปันผลคือวันที่ 8 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมทางการเงินของหนึ่งในสถาบันการเงินหลักของประเทศ แม้ว่าการประกาศจ่ายเงินปันผลจะเป็นขั้นตอนปกติขององค์กร แต่นักวิเคราะห์ตลาดมักจะติดตามข้อมูลเหล่านี้เพื่อเป็นตัวบ่งชี้สภาพคล่องและสถานะการดำเนินงานของธนาคาร

ในขณะนี้ ธนาคารได้ยืนยันอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 0.48 บาทต่อหุ้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจจ่ายเงินปันผลนี้ สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารรายงานทางการเงินอย่างเป็นทางการของธนาคาร เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตทางการเงินขององค์กร จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการธนาคารในชีวิตประจำวันสำหรับลูกค้าทั่วไป แม้ว่าจะแสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินปัจจุบันของธนาคารก็ตาม ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงอื่นใดในการดำเนินงานของธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 10:37 UTC

บีโอไออนุมัติงบกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อยกระดับบุคลากรทักษะสูง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไออนุมัติงบกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อยกระดับบุคลากรทักษะสูง

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติงบประมาณกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุน 108 โครงการในการยกระดับผู้ประกอบการไทยและพัฒนาบุคลากรทักษะสูงจำนวน 76,000 คน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไออนุมัติงบกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อยกระดับบุคลากรทักษะสูง

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไออนุมัติงบกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อยกระดับบุคลากรทักษะสูง

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติงบประมาณกว่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุน 108 โครงการในการยกระดับผู้ประกอบการไทยและพัฒนาบุคลากรทักษะสูงจำนวน 76,000 คน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 4.8 พันล้านบาท โดยมีคณะอนุกรรมการภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลโครงการดังกล่าว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและตอบสนองความต้องการแรงงานเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสมัยใหม่

งบประมาณดังกล่าวสนับสนุนโครงการทั้งหมด 108 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการใหม่ 55 โครงการภายใต้มาตรการ 'Business Transformation' และ 'Skill Bridge' ควบคู่ไปกับโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ 53 โครงการ เป้าหมายหลักคือการสร้างบุคลากรทักษะสูงจำนวน 76,000 คน พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI ระบบอัตโนมัติ และระบบดิจิทัล มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในภาคเทคโนโลยีและการผลิต แม้ว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการฝึกอบรมและการจัดสรรงบประมาณในแต่ละอุตสาหกรรมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงกลยุทธ์ของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมูลค่าสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 10:57 UTC

Muangthai Capital ประกาศเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Muangthai Capital ประกาศเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก

ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร Muangthai Capital (MTC) วางแผนออกหุ้นกู้เพื่อสังคมสกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Muangthai Capital ประกาศเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก

แหล่งข่าวเดียว
Muangthai Capital ประกาศเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก

ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร Muangthai Capital (MTC) วางแผนออกหุ้นกู้เพื่อสังคมสกุลเงินบาทเป็นครั้งแรก โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

ตามรายงานจาก Prachachat Business บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ได้ประกาศแผนการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาทจำนวน 4 ชุด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารในประเทศไทยออกตราสารประเภทนี้ โดยบริษัทได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ในช่วง 2.65% ถึง 4% ต่อปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเงินในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นไปที่การเงินที่ยั่งยืนภายในภาคส่วนที่ไม่ใช่ธนาคาร หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-(tha)” ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางการเงินในปัจจุบันของบริษัท นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหารของ MTC ระบุว่าช่วงเวลาการจองซื้อมีกำหนดการเบื้องต้นคือวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจและกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจลงทุนควรทราบว่าเงื่อนไขสุดท้าย รวมถึงการจัดสรรที่แน่นอนและเงื่อนไขเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกรอบการดำเนินงานของหุ้นกู้เพื่อสังคมนั้น จะต้องได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาการจองซื้อ เนื่องจากนี่เป็นตราสารทางการเงิน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรศึกษาเอกสารอย่างเป็นทางการที่จัดทำโดยบริษัทหรือผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงและวัตถุประสงค์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกู้เพื่อสังคมเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 10:37 UTC

ธปท. เร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. เร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมออกมาตรการ 3 ด้านเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังพบสถิติการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. เร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. เร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมออกมาตรการ 3 ด้านเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังพบสถิติการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตรวจพบแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น ในระหว่างงานสัมมนา TNN Future Forum 2026 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ โดยระบุว่าเอสเอ็มอีถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะขาดสภาพคล่องดังกล่าว ธนาคารกลางกำลังเตรียมมาตรการ 3 ด้านเพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการผลักดันยอดการปล่อยสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอีให้แตะระดับ 2 แสนล้านบาทต่อปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญเนื่องจากอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมด้านสินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลต่อการให้บริการหรือการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อธนาคาร แม้ว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับภาคธุรกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะของกลไกการสนับสนุนทั้ง 3 ด้านยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจาก ธปท. เพื่อยืนยันว่านโยบายเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และจะสามารถเข้าถึงธุรกิจที่ต้องการความช่วยเหลือได้จริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 10:38 UTC

คณะผู้ประกอบการไทยบุกอินเดียเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะผู้ประกอบการไทยบุกอินเดียเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้า

กลุ่มผู้ประกอบการไทย 20 ราย นำโดยคุณศุภจี เดินทางไปอินเดียเพื่อส่งเสริมการค้า การเชื่อมโยงวัตถุดิบ และนวัตกรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะผู้ประกอบการไทยบุกอินเดียเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้า

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้ประกอบการไทยบุกอินเดียเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้า

กลุ่มผู้ประกอบการไทย 20 ราย นำโดยคุณศุภจี เดินทางไปอินเดียเพื่อส่งเสริมการค้า การเชื่อมโยงวัตถุดิบ และนวัตกรรม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 คณะผู้ประกอบการไทยจำนวน 20 รายได้เริ่มภารกิจทางการค้าในประเทศอินเดีย โดยมีคุณศุภจีเป็นผู้นำคณะ ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงวัตถุดิบและการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมทางเทคโนโลยี วัตถุประสงค์หลักของภารกิจนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในขณะที่พยายามเจาะตลาดโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านความพร้อมของสินค้าและบริการ เนื่องจากความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับอินเดียอาจนำไปสู่ประสิทธิภาพใหม่ในห่วงโซ่อุปทานและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมมือกัน การมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังมองหาการปรับปรุงข้อเสนอให้ทันสมัย ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การบริโภคในท้องถิ่นในที่สุด

แม้ว่าภารกิจนี้จะเน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดในท้องถิ่นและภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการหารือทางการค้าเบื้องต้นเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาทในวันนี้ ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาทในวันนี้ ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในประเทศ โดย ณ เวลา 13.06 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,250 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันเหล่านี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดปกติ และไม่ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในระยะยาวแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อทองรูปพรรณควรทราบว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างวันตามสภาวะตลาดโลกและข้อมูลการซื้อขายในท้องถิ่นที่สมาคมฯ จัดหาให้

ในขณะนี้ ปัจจัยเฉพาะจากตลาดโลกที่ส่งผลให้เกิดการปรับราคาลง 150 บาทนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากการวิเคราะห์ทางการเงินในวงกว้างต่อไป ผู้บริโภคควรตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากราคาอาจมีความผันผวนเพิ่มเติมตามความไม่แน่นอนของตลาดระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:45 UTC

ธปท. เผยสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส พบกลุ่มบริษัทซอมบี้พุ่ง 6%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. เผยสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส พบกลุ่มบริษัทซอมบี้พุ่ง 6%

ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นถึงการหดตัวของสินเชื่อ SME ที่ยืดเยื้อ พร้อมระบุถึงการเพิ่มขึ้นของ 'บริษัทซอมบี้' ที่ประสบปัญหาในการชำระดอกเบี้ย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. เผยสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส พบกลุ่มบริษัทซอมบี้พุ่ง 6%

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. เผยสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส พบกลุ่มบริษัทซอมบี้พุ่ง 6%

ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นถึงการหดตัวของสินเชื่อ SME ที่ยืดเยื้อ พร้อมระบุถึงการเพิ่มขึ้นของ 'บริษัทซอมบี้' ที่ประสบปัญหาในการชำระดอกเบี้ย

จากรายงานของมติชนออนไลน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ระบุถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สำคัญว่า สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในประเทศไทยมีการเติบโตติดลบต่อเนื่องมาเป็นเวลา 16 ไตรมาส ธนาคารกลางได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของสิ่งที่เรียกว่า 'บริษัทซอมบี้' ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ย โดยกลุ่มนี้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 6%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่นที่ตึงตัวขึ้น การที่มีบริษัทจำนวนมากประสบปัญหาหนี้สินอาจนำไปสู่การลดคุณภาพการบริการ การปิดตัวของธุรกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงในความพร้อมของสินค้าและบริการในท้องถิ่น แม้ว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อภาคการเงินและเจ้าของธุรกิจเป็นหลัก แต่ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้ที่กว้างขึ้นของสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือผลกระทบที่ชัดเจนของกลยุทธ์ 3 ด้านที่ธนาคารกลางเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าวในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาค SME และการป้องกันไม่ให้ธุรกิจล้มละลายเพิ่มขึ้นนั้นยังคงต้องรอดูกันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าการแทรกแซงเหล่านี้จะส่งผลต่อตลาดในวงกว้างอย่างไร และจะสามารถให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความเสี่ยงจากการซื้อ 'ปั๊มไลค์ราคาถูก' เพื่อเพิ่มยอดบนโซเชียลมีเดีย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความเสี่ยงจากการซื้อ 'ปั๊มไลค์ราคาถูก' เพื่อเพิ่มยอดบนโซเชียลมีเดีย

Thai Post รายงานถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมราคาถูกสำหรับธุรกิจออนไลน์และเพจส่วนตัว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความเสี่ยงจากการซื้อ 'ปั๊มไลค์ราคาถูก' เพื่อเพิ่มยอดบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งข่าวเดียว
ความเสี่ยงจากการซื้อ 'ปั๊มไลค์ราคาถูก' เพื่อเพิ่มยอดบนโซเชียลมีเดีย

Thai Post รายงานถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมราคาถูกสำหรับธุรกิจออนไลน์และเพจส่วนตัว

ตามรายงานล่าสุดจาก Thai Post ผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือดูแลเพจส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียในประเทศไทยจำนวนมากกำลังตกเป็นเป้าหมายของโฆษณาบริการ 'ปั๊มไลค์ราคาถูก' มากขึ้นเรื่อยๆ บริการเหล่านี้สัญญาว่าจะช่วยเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมได้อย่างรวดเร็วในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้ใช้หลายคนตัดสินใจซื้อโดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและกลุ่มดิจิทัลโนแมดที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่สำคัญ การพึ่งพายอดการมีส่วนร่วมที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงอาจนำไปสู่การถูกลงโทษหรือถูกแบนจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามในการทำการตลาดดิจิทัลหรือตัวตนทางวิชาชีพบนโลกออนไลน์ รายงานแนะนำว่าผู้ใช้ควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริการดังกล่าวให้ดีก่อนตัดสินใจใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บัญชีของตนได้รับความเสียหาย

แม้ว่ารายงานจะระบุถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริการเหล่านี้ แต่ยังคงต้องยืนยันว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแต่ละแห่งมีการบังคับใช้นโยบายต่อต้านการกระทำดังกล่าวในตลาดไทยอย่างเข้มงวดเพียงใด ผู้ใช้ควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การเติบโตแบบออร์แกนิกเพื่อให้มั่นใจถึงความเสถียรของบัญชีในระยะยาว เนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมีการอัปเดตข้อกำหนดการใช้งานอยู่บ่อยครั้ง ผู้ที่พึ่งพาโซเชียลมีเดียในการประกอบอาชีพจึงควรเฝ้าระวังเครื่องมือที่ใช้เพื่อเพิ่มการมองเห็นของตนเองอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 09:17 UTC

SCGD เผยแผนกลยุทธ์ 5 ปี ตั้งเป้าเติบโตภายในปี 2574
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCGD เผยแผนกลยุทธ์ 5 ปี ตั้งเป้าเติบโตภายในปี 2574

SCG Decor (SCGD) เปิดเผยแผนธุรกิจ 5 ปี โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ที่ 4.5 พันล้านบาท และเพิ่มกำไรต่อหุ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2574

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCGD เผยแผนกลยุทธ์ 5 ปี ตั้งเป้าเติบโตภายในปี 2574

แหล่งข่าวเดียว
SCGD เผยแผนกลยุทธ์ 5 ปี ตั้งเป้าเติบโตภายในปี 2574

SCG Decor (SCGD) เปิดเผยแผนธุรกิจ 5 ปี โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ที่ 4.5 พันล้านบาท และเพิ่มกำไรต่อหุ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2574

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ SCG Decor (SCGD) ได้นำเสนอแผนกลยุทธ์สำหรับ 5 ปีข้างหน้าอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะสร้าง EBITDA ให้ได้ 4.5 พันล้านบาท และเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) เป็น 2 เท่าภายในปี 2574

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผู้เล่นรายใหญ่ในภาคธุรกิจตกแต่งบ้านและวัสดุพื้นผิวของประเทศ ในขณะที่ SCGD ขยายการดำเนินงานและผลประกอบการทางการเงิน สิ่งนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายสินค้าในตลาดท้องถิ่น ราคา และสภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ปรับปรุงบ้าน การเติบโตขององค์กรเช่นนี้มักเป็นสัญญาณของแนวโน้มในภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของไทย ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่น

แม้ว่าบริษัทจะกำหนดเป้าหมายทางการเงินไว้อย่างชัดเจน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน กลยุทธ์การดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แผนการขยายตัวในระดับภูมิภาค หรือโครงการลงทุนที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทายเหล่านี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักวิเคราะห์ตลาดคงจะต้องติดตามการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริษัทมีแผนอย่างไรในการรับมือกับความผันผวนของตลาดและรักษาทิศทางการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 09:15 UTC

อิชิตันจับมือ ไทย โคโค่ เปิดตัว “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม”
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อิชิตันจับมือ ไทย โคโค่ เปิดตัว “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม”

อิชิตัน กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มด้วยความร่วมมือกับ ไทย โคโค่ เพื่อผลิตชาสมุนไพรผสมมะพร้าวน้ำหอม หวังกระตุ้นความต้องการในตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อิชิตันจับมือ ไทย โคโค่ เปิดตัว “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม”

แหล่งข่าวเดียว
อิชิตันจับมือ ไทย โคโค่ เปิดตัว “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม”

อิชิตัน กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มด้วยความร่วมมือกับ ไทย โคโค่ เพื่อผลิตชาสมุนไพรผสมมะพร้าวน้ำหอม หวังกระตุ้นความต้องการในตลาด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 อิชิตัน กรุ๊ป ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ไทย โคโค่ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม” โดยใช้มะพร้าวน้ำหอมกว่า 100 ตันในการผลิตล็อตแรกจำนวน 2 ล้านขวด

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่ภาคธุรกิจเครื่องดื่มยังคงมีความยืดหยุ่น โดยพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าพรีเมียมและสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ลดน้ำตาล การกระจายพอร์ตสินค้าของอิชิตันมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงและรักษาความสนใจของผู้บริโภคผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการตลาดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมที่เน้นสุขภาพ ในขณะที่บริษัทต่างๆ เช่น อิชิตัน หันมาให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้นบนชั้นวางสินค้า แม้ว่าการผลิตเบื้องต้นจะอยู่ที่ 2 ล้านขวด แต่ยังคงต้องติดตามว่าผลิตภัณฑ์นี้จะมีการกระจายสินค้าทั่วประเทศได้รวดเร็วเพียงใด และจะกลายเป็นสินค้าหลักในระยะยาวของอิชิตันหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทยังคงติดตามการตอบรับของตลาดเพื่อกำหนดขนาดการผลิตในอนาคตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:58 UTC

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับ SMEs
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับ SMEs

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มีกลไกเฉพาะ 3 ประการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับ SMEs

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับ SMEs

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มีกลไกเฉพาะ 3 ประการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ริเริ่มแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบสินเชื่อที่เป็นทางการได้ดียิ่งขึ้น ธนาคารกลางได้ระบุกลไกหลัก 3 ประการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจเหล่านี้ในการจัดหาเงินทุนที่จำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจาก SMEs เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจท้องถิ่น การเข้าถึงสินเชื่อที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีบริการและสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นในตลาด สำหรับนักท่องเที่ยว ภาคส่วน SMEs ที่แข็งแกร่งมักหมายถึงระบบนิเวศการท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวามากขึ้น รวมถึงร้านค้า คาเฟ่ และผู้ให้บริการอิสระที่ได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้น

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้สรุปกลไกทั้ง 3 ประการนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับคุณสมบัติของ SMEs ยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอแนวทางกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแนวทางปฏิบัติทางการธนาคารที่มีอยู่อย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์การเข้าถึงทางการเงินแบบกำหนดเป้าหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:38 UTC

Krungthai COMPASS เตือนเงินเฟ้อปลายปีมีแนวโน้มทะลุเป้าหมาย 2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Krungthai COMPASS เตือนเงินเฟ้อปลายปีมีแนวโน้มทะลุเป้าหมาย 2%

ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบจากเอลนีโญดันเงินเฟ้อไทยในเดือนสิงหาคมแตะ 2.53% ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มราคาที่อาจสูงขึ้นในช่วงปลายปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Krungthai COMPASS เตือนเงินเฟ้อปลายปีมีแนวโน้มทะลุเป้าหมาย 2%

แหล่งข่าวเดียว
Krungthai COMPASS เตือนเงินเฟ้อปลายปีมีแนวโน้มทะลุเป้าหมาย 2%

ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบจากเอลนีโญดันเงินเฟ้อไทยในเดือนสิงหาคมแตะ 2.53% ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มราคาที่อาจสูงขึ้นในช่วงปลายปี

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2% ในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยข้อมูลเดือนสิงหาคมระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.95% ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.37%

ปัจจัยหลักที่ผลักดันแนวโน้มนี้มี 3 ประการ ได้แก่ 1) ราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วไปถึง 41.5% 2) เงินเฟ้อพื้นฐานที่สะท้อนแรงส่งจากอุปสงค์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น 39.9% โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และ 3) ราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น 0.47 จุดเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลกระทบต่อการผลิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและอาหาร รายงานระบุว่าสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน นอกจากนี้ ความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปีถือเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การคาดการณ์เหล่านี้จะให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยระดับโลกและสภาพแวดล้อมในช่วงเดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:36 UTC

ธปท. ประกาศกลไกใหม่ 3 ด้าน หวังกระตุ้นการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. ประกาศกลไกใหม่ 3 ด้าน หวังกระตุ้นการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมนำกลไกทางการเงินใหม่ 3 รูปแบบมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงปลายปี 2569 ถึง 2570

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. ประกาศกลไกใหม่ 3 ด้าน หวังกระตุ้นการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. ประกาศกลไกใหม่ 3 ด้าน หวังกระตุ้นการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมนำกลไกทางการเงินใหม่ 3 รูปแบบมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงปลายปี 2569 ถึง 2570

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยแผนการปรับระบบนิเวศทางการเงินสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยการนำกลไกใหม่ 3 รูปแบบมาใช้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่ามาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะสินเชื่อตึงตัวที่ส่งผลให้สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่องถึง 16 ไตรมาส ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped ในประเทศไทย

SMEs ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนต่อ GDP ประมาณ 35% และมีการจ้างงานรวม 13.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 70% ของแรงงานทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่มนี้กำลังเผชิญกับต้นทุนดอกเบี้ยที่สูง ความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง และอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ข้อมูลจาก ธปท. ระบุว่า SMEs รายใหม่ที่ไม่มีประวัติทางการเงินถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 78% และมีเพียง 11% ของธุรกิจที่ดำเนินงานมาไม่เกิน 5 ปีเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้จริง นอกจากนี้ 86% ของ SMEs ที่เคยมีประวัติหนี้เสียยังถูกปฏิเสธจากผู้ให้กู้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับภาคธุรกิจในท้องถิ่น แม้ว่า ธปท. คาดการณ์ว่ากลไกเหล่านี้จะเริ่มเห็นผลในช่วงปลายปี 2569 ถึง 2570 แต่รายละเอียดเฉพาะของกลไกทั้ง 3 และกำหนดการดำเนินงานที่ชัดเจนยังคงต้องรอการยืนยันจากธนาคารกลางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:36 UTC

เอกนิติเผยกลยุทธ์เศรษฐกิจ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่ออนาคตของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เอกนิติเผยกลยุทธ์เศรษฐกิจ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่ออนาคตของไทย

นโยบายเศรษฐกิจของไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่กรอบ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่อปรับปรุงรากฐานทางเทคโนโลยีของประเทศให้ทันสมัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เอกนิติเผยกลยุทธ์เศรษฐกิจ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่ออนาคตของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เอกนิติเผยกลยุทธ์เศรษฐกิจ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่ออนาคตของไทย

นโยบายเศรษฐกิจของไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่กรอบ 'ซ่อม-สร้าง' เพื่อปรับปรุงรากฐานทางเทคโนโลยีของประเทศให้ทันสมัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้นำเสนอกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นสูตร 'ซ่อม-สร้าง' โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่เป็นรากฐาน พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ประชาชนชาวไทยสามารถปรับตัวเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลกได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้บ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นในระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการปรับปรุงเศรษฐกิจให้ทันสมัย หากดำเนินการได้สำเร็จ กลยุทธ์นี้อาจนำไปสู่การบริการดิจิทัลที่ดีขึ้น การเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น และสภาพแวดล้อมที่บูรณาการทางเทคโนโลยีมากขึ้นทั่วประเทศ การที่รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องการ 'ซ่อม' รากฐานแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศก่อนที่จะขยายตัวเพื่อตอบสนองมาตรฐานทางเทคโนโลยีระดับสากล

อย่างไรก็ตาม กลไกเฉพาะในการดำเนินการตามกลยุทธ์ 'ซ่อม-สร้าง' นี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะมีการประกาศเป้าหมายกว้างๆ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจแล้ว แต่กรอบเวลาในการดำเนินการและภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับเงินทุนหรือการพัฒนาเป็นลำดับแรกยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมที่รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อลดช่องว่างระหว่างสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันกับภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีในอนาคตที่ต้องการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:35 UTC

กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งออกปลาหมอคางดำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งออกปลาหมอคางดำ

ข้อมูลเผยว่าบริษัทปลาสวยงาม 11 แห่งส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 320,000 ตัวระหว่างปี 2556-2559 นำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบย้อนหลัง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งออกปลาหมอคางดำ

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งออกปลาหมอคางดำ

ข้อมูลเผยว่าบริษัทปลาสวยงาม 11 แห่งส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 320,000 ตัวระหว่างปี 2556-2559 นำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบย้อนหลัง

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เครือข่าย 'เสียงจากป่า' ได้เปิดเผยข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกรานที่กำลังสร้างความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมากในประเทศไทย ข้อมูลระบุว่าในช่วงปี 2556-2559 บริษัทปลาสวยงาม 11 แห่งได้ส่งออกปลาหมอคางดำรวมกว่า 320,000 ตัว ผ่านการขนส่ง 222 ครั้งไปยังกว่า 10 ประเทศ โดยการส่งออกเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีรายงานการแพร่กระจายของสายพันธุ์นี้ในประเทศไทยในปี 2560

ขณะนี้กลุ่มภาคประชาสังคมกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานและระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่ใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบช่องโหว่ทางกฎระเบียบที่อาจมีอยู่เกี่ยวกับการจำแนกชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในขณะนั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำความเข้าใจต้นตอของวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของไทย แม้ว่าผลกระทบทางนิเวศวิทยาของสายพันธุ์นี้จะได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจน แต่สถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกในอดีตเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในที่สาธารณะ ทั้งนี้ยังต้องมีการยืนยันว่ากิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอดีตเหล่านี้มีส่วนโดยตรงต่อการแพร่ระบาดในปัจจุบันหรือไม่ หรือรัฐบาลจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อบริษัทเฉพาะที่เครือข่ายระบุไว้หรือไม่ โดยทางการยังไม่ได้ประกาศคำตอบที่ชัดเจนต่อข้อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบย้อนหลังเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:39 UTC

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์และพลวัตทางสังคมในประเทศไทย: 10 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์และพลวัตทางสังคมในประเทศไทย: 10 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการเงินส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และพลวัตในละแวกใกล้เคียง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์และพลวัตทางสังคมในประเทศไทย: 10 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์และพลวัตทางสังคมในประเทศไทย: 10 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการเงินส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และพลวัตในละแวกใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 Khaosod Online ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์โดยโหรบุศพันธ์สำหรับวันที่ 10 กันยายน 2569 รายงานดังกล่าวได้ระบุแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นสำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นที่แนวโน้มทางการเงินและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเชิงวัฒนธรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจแบบดั้งเดิมของไทยที่มีต่อโหราศาสตร์ในฐานะเลนส์สำหรับการนำทางชีวิตประจำวัน คำพยากรณ์ระบุว่าผู้ที่เกิดในราศีเมษอาจเห็นการปรับปรุงในการจัดการหนี้สินและหุ้นส่วน ในขณะที่ผู้ที่เกิดในราศีพฤษภอาจเผชิญกับความท้าทายในการทำงานที่เพิ่มขึ้นและความขัดแย้งระหว่างบุคคล ในขณะเดียวกัน รายงานยังระบุว่าผู้ที่เกิดในราศีกรกฎอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผู้ที่เกิดในราศีสิงห์ได้รับการเตือนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้าน

แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะหยั่งรากลึกในระบบความเชื่อทางโหราศาสตร์ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมที่กลมเกลียวภายในชุมชนท้องถิ่น ยังคงต้องยืนยันว่าคำพยากรณ์ส่วนบุคคลเหล่านี้สอดคล้องกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในวงกว้างหรือประสบการณ์ส่วนบุคคลอย่างไร ผู้อ่านควรทราบว่าข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้อ้างอิงจากการตีความทางโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือสังคมจากผู้เชี่ยวชาญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:16 UTC