ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

กรมการพัฒนาชุมชนชี้แจงงบประมาณฝึกอบรม 996 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมการพัฒนาชุมชนชี้แจงงบประมาณฝึกอบรม 996 ล้านบาท

กรมการพัฒนาชุมชนได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณการฝึกอบรมจำนวน 996 ล้านบาทที่เสนอในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมการพัฒนาชุมชนชี้แจงงบประมาณฝึกอบรม 996 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมการพัฒนาชุมชนชี้แจงงบประมาณฝึกอบรม 996 ล้านบาท

กรมการพัฒนาชุมชนได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณการฝึกอบรมจำนวน 996 ล้านบาทที่เสนอในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับงบประมาณการฝึกอบรมจำนวน 996 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งคำถามระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 โดยมีผู้วิจารณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับขนาดของงบประมาณที่จัดสรรไว้เพื่อการฝึกอบรม

ตามข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชน งบประมาณดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกจำนวน 43 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 4 ของงบประมาณทั้งหมด ถูกจัดสรรไว้สำหรับการฝึกอบรมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมกว่า 6,000 คน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 96 ของงบประมาณมีไว้สำหรับโครงการที่มุ่งเน้นชุมชน กรมฯ ระบุว่าโครงการเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคคลและชุมชนท้องถิ่น การปรับปรุงคุณภาพและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชน และการสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นหลายแสนราย

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจท้องถิ่น การชี้แจงนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น แม้ว่ากรมฯ จะยืนยันว่าการลงทุนเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ประสิทธิภาพของโครงการฝึกอบรมเหล่านี้ในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ยังคงต้องติดตามต่อไป คาดว่าจะมีการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานเฉพาะของโครงการฝึกอบรมในระดับชุมชนและผลกระทบที่วัดผลได้ต่อความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่อไปในระหว่างกระบวนการพิจารณางบประมาณปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:18 UTC

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0%

เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสสุดท้าย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0%

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0%

เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสสุดท้าย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0% โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

แม้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของรัฐบาลจะมีส่วนช่วยพยุงการบริโภคในช่วงไตรมาสที่ 3 แต่แนวโน้มทางเศรษฐกิจยังคงมีความระมัดระวัง ศูนย์วิจัยระบุว่าประเทศไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงภายนอกที่สำคัญ โดยเฉพาะจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการเติบโตในระดับปานกลางควบคู่ไปกับแรงกดดันด้านราคาที่อาจเกิดขึ้น โดยศูนย์วิจัยระบุชัดเจนว่าคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569

แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับช่วงที่เหลือของปี แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อค่าครองชีพและสภาวะตลาดในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไปตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ที่วางแผนพำนักระยะยาวหรือทำธุรกิจในประเทศไทยอาจต้องการติดตามแนวโน้มราคาในท้องถิ่นในช่วงปลายปีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:20 UTC

รายงานการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ของ GULF และ BBL
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รายงานการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ของ GULF และ BBL

สารัชถ์ รัตนาวะดี ได้ขายหุ้นจำนวนมากใน GULF Energy Development ในขณะที่มีการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่แยกต่างหากสำหรับธนาคารกรุงเทพ (BBL)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รายงานการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ของ GULF และ BBL

แหล่งข่าวเดียว
รายงานการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ของ GULF และ BBL

สารัชถ์ รัตนาวะดี ได้ขายหุ้นจำนวนมากใน GULF Energy Development ในขณะที่มีการทำรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่แยกต่างหากสำหรับธนาคารกรุงเทพ (BBL)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สารัชถ์ รัตนาวะดี บุคคลสำคัญของ GULF Energy Development ได้ทำรายการขายหุ้นล็อตใหญ่จำนวน 26.97 ล้านหุ้น โดยมีมูลค่าการทำรายการประมาณ 1.69 พันล้านบาท ที่ราคาหุ้นละ 62.50 บาท ให้กับนักลงทุนสถาบัน

ในขณะเดียวกัน มีการบันทึกรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่แยกต่างหากสำหรับธนาคารกรุงเทพ (BBL) จำนวน 2.4 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 188 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 451.20 ล้านบาท เมื่อรวมกันแล้วธุรกรรมเหล่านี้แสดงถึงความเคลื่อนไหวของตลาดรวมกว่า 2.1 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารหลักเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของกิจกรรมในตลาดสถาบัน แม้ว่าธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในภาคการเงิน แต่บ่อยครั้งมักสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการขายหุ้นหรือการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในภาพรวมอย่างไร นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของผู้ซื้อสถาบันและเหตุผลเบื้องหลังการซื้อขายจำนวนมากเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:37 UTC

ธปท. รายงานธุรกิจ SME กลุ่ม 'ซอมบี้' เพิ่มสูงขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. รายงานธุรกิจ SME กลุ่ม 'ซอมบี้' เพิ่มสูงขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าพบจำนวนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่เข้าข่าย 'ซอมบี้' เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. รายงานธุรกิจ SME กลุ่ม 'ซอมบี้' เพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. รายงานธุรกิจ SME กลุ่ม 'ซอมบี้' เพิ่มสูงขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าพบจำนวนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่เข้าข่าย 'ซอมบี้' เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตรวจพบจำนวนธุรกิจ 'ซอมบี้' ซึ่งหมายถึงบริษัทที่ไม่สามารถนำกำไรจากการดำเนินงานมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้ เพิ่มขึ้นจาก 2.7% เป็นเกือบ 6% นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่าการเติบโตของสินเชื่อสำหรับกลุ่ม SME ติดลบต่อเนื่องมาเป็นเวลา 16 ไตรมาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะตึงตัวทางการเงินที่ยืดเยื้อในภาคส่วนนี้

ธนาคารกลางได้ระบุว่าระบบการเงินไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ทุกธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาได้ ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือจึงเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการปรับตัวและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนในภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยในท้องถิ่นที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันอาจต้องเผชิญกับการปิดตัวหรือการควบรวมกิจการ ซึ่งอาจส่งผลให้ความหลากหลายของธุรกิจขนาดเล็กในบางพื้นที่ลดลง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายเฉพาะของรัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อสนับสนุน SME กลุ่มที่มี 'ศักยภาพสูง' เหล่านี้ และผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะเป็นอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ากลยุทธ์นี้จะสามารถสร้างเสถียรภาพให้กับภาค SME ได้สำเร็จหรือไม่ หรือจะมีการหดตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมในไตรมาสต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:37 UTC

โกลบอลเฮ้าส์ฉลอง 3 ทศวรรษแห่งการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โกลบอลเฮ้าส์ฉลอง 3 ทศวรรษแห่งการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก

โกลบอลเฮ้าส์ ผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของไทย ฉลองครบรอบ 30 ปี โดยเน้นย้ำถึงวิวัฒนาการจากร้านค้าท้องถิ่นสู่เครือข่ายการค้าปลีกสมัยใหม่ระดับประเทศที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โกลบอลเฮ้าส์ฉลอง 3 ทศวรรษแห่งการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก

แหล่งข่าวเดียว
โกลบอลเฮ้าส์ฉลอง 3 ทศวรรษแห่งการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก

โกลบอลเฮ้าส์ ผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของไทย ฉลองครบรอบ 30 ปี โดยเน้นย้ำถึงวิวัฒนาการจากร้านค้าท้องถิ่นสู่เครือข่ายการค้าปลีกสมัยใหม่ระดับประเทศที่ขับเคลื่อนด้วย AI

วิวัฒนาการของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย

จากรายงานของ ประชาชาติธุรกิจ ระบุว่า โกลบอลเฮ้าส์ ผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของไทย ได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มต้นจากสาขาแรกในจังหวัดร้อยเอ็ด บริษัทได้เปลี่ยนผ่านจากร้านขายวัสดุก่อสร้างท้องถิ่นแบบดั้งเดิมไปสู่เครือข่ายร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาเปิดให้บริการมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศไทย

การบูรณาการทางดิจิทัลเชิงกลยุทธ์

กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่สำคัญ ด้วยการนำระบบภายในที่ทันสมัยมาใช้และการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วย โกลบอลเฮ้าส์ได้ปรับปรุงรูปแบบธุรกิจให้ทันสมัยเพื่อบริหารจัดการเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในภาคธุรกิจค้าปลีกของไทย ที่ธุรกิจแบบดั้งเดิมหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและยกระดับการบริการลูกค้ามากขึ้น

ผลกระทบและมุมมองในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การขยายตัวของโกลบอลเฮ้าส์หมายถึงการเข้าถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ปรับปรุงบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้นในหลายจังหวัด การนำ AI มาใช้ในการดำเนินงานบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการสินค้าคงคลังและประสิทธิภาพการบริการ ซึ่งอาจนำไปสู่ประสบการณ์การซื้อสินค้าที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น แม้ว่าบริษัทจะยืนยันจำนวนสาขาปัจจุบันที่มีมากกว่า 100 แห่งแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือแผนการขยายธุรกิจในอนาคตนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางผู้บริหารของบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:38 UTC

เชียงใหม่ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 3 พันล้านบาทผ่านโครงการดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เชียงใหม่ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 3 พันล้านบาทผ่านโครงการดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad

อริษา นิมมานเหมินท์ เป็นผู้นำกลยุทธ์ใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเชียงใหม่โดยการดึงดูดกลุ่มคนทำงานทางไกลจากทั่วโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เชียงใหม่ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 3 พันล้านบาทผ่านโครงการดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad

แหล่งข่าวเดียว
เชียงใหม่ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 3 พันล้านบาทผ่านโครงการดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad

อริษา นิมมานเหมินท์ เป็นผู้นำกลยุทธ์ใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเชียงใหม่โดยการดึงดูดกลุ่มคนทำงานทางไกลจากทั่วโลก

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ อริษา นิมมานเหมินท์ กำลังเป็นผู้นำโครงการเพื่อผลักดันให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับกลุ่ม Digital Nomad ทั่วโลก โดยกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตขึ้นประมาณ 3 พันล้านบาท

เชียงใหม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับคนทำงานทางไกลจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม คาเฟ่ที่ทันสมัย และบรรยากาศแบบ 'สโลว์ไลฟ์' ที่ดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ การสร้างชุมชนที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ถือเป็นความพยายามในการใช้จุดแข็งของเมืองเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่รองรับการทำงานทางไกล ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ทำงานร่วม (Co-working space) และกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน คาดว่าการหลั่งไหลเข้ามาของกลุ่ม Digital Nomad จะช่วยให้เมืองบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจการทำงานทางไกลระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าจะมีการคาดการณ์เป้าหมายทางเศรษฐกิจไว้ที่ 3 พันล้านบาท แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเติบโตนี้และกลไกที่แน่ชัดของโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าเมืองจะสร้างสมดุลระหว่างการเข้ามาของมืออาชีพจากต่างชาติกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:37 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 300 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยเมื่อเวลา 10.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนนี้มีความสำคัญเนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนทั่วไปและเป็นแหล่งเก็บมูลค่าแบบดั้งเดิม ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุนอาจพบว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันมีราคาสูงกว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคานี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวรายวัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจภายในประเทศในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและบรรยากาศการค้าปลีก

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนของตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา สมาคมค้าทองคำยังคงติดตามความผันผวนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตลอดวันทำการ ผู้ที่สนใจทำธุรกรรมเฉพาะเจาะจงควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสมาคมหรือร้านทองที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:37 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 ของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 ของไทย

ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ที่ปรึกษาด้านพลังงานของพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 โดยตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 ของไทย

ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ที่ปรึกษาด้านพลังงานของพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 โดยตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงานของพรรคประชาธิปัตย์และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 ของกระทรวงพลังงาน หลังจากที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา นายตรีรัตน์ระบุว่าแม้แผนดังกล่าวจะดูดีในภาพรวม แต่เนื้อในกลับเต็มไปด้วยความคลุมเครือและขาดความชัดเจนในการนำไปปฏิบัติจริง

ร่างแผนดังกล่าวตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดกว่า 200,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม นายตรีรัตน์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายพลังงานสะอาดที่สูงเกินไปอาจทำให้การลดค่าไฟฟ้าทำได้ยาก และตั้งคำถามว่าแผนนี้เป็นความตั้งใจจริงเพื่อประชาชนหรือเป็นเพียงวาทกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากแผน PDP 2026 เป็นกรอบหลักในการกำหนดทิศทางโรงไฟฟ้าในอนาคตของไทยและเป็นฐานในการคำนวณค่าไฟฟ้าไปจนถึงปี 2593 แม้แผนจะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ แต่กลไกเฉพาะในการจัดการต้นทุนยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงพลังงานจะตอบสนองต่อข้อวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และร่างสุดท้ายจะมีการปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงค่าไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:36 UTC

CITIZEN จับมือ Coffee Matcha Lab เปิดตัวพื้นที่คาเฟ่ร่วมกัน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CITIZEN จับมือ Coffee Matcha Lab เปิดตัวพื้นที่คาเฟ่ร่วมกัน

ผู้ผลิตนาฬิกา CITIZEN ได้ร่วมมือกับ Coffee Matcha Lab เพื่อนำประสบการณ์คาเฟ่เข้ามาไว้ในพื้นที่จำหน่ายสินค้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CITIZEN จับมือ Coffee Matcha Lab เปิดตัวพื้นที่คาเฟ่ร่วมกัน

แหล่งข่าวเดียว
CITIZEN จับมือ Coffee Matcha Lab เปิดตัวพื้นที่คาเฟ่ร่วมกัน

ผู้ผลิตนาฬิกา CITIZEN ได้ร่วมมือกับ Coffee Matcha Lab เพื่อนำประสบการณ์คาเฟ่เข้ามาไว้ในพื้นที่จำหน่ายสินค้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่น CITIZEN ได้ร่วมมือกับ Coffee Matcha Lab เพื่อเปิดมุมคาเฟ่ภายในพื้นที่จำหน่ายสินค้าของแบรนด์ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อผสมผสานโลกแห่งการผลิตนาฬิกาเข้ากับประสบการณ์เครื่องดื่มพิเศษ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้มาเยือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การค้าปลีก ซึ่งโชว์รูมนาฬิกาแบบดั้งเดิมกำลังพัฒนาไปสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ การเพิ่มคาเฟ่เข้ามาช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้นสำหรับลูกค้าในการเลือกชมนาฬิกาพร้อมกับเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มมัทฉะ การผสมผสานระหว่างการค้าปลีกและการบริการนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในพื้นที่เชิงพาณิชย์ในเมือง ซึ่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายมากกว่าแค่การจัดแสดงสินค้า

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่นอนของมุมคาเฟ่เหล่านี้ และการที่แนวคิดนี้จะถูกนำไปใช้ในทุกสาขาของ CITIZEN หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทั้ง CITIZEN และ Coffee Matcha Lab เพื่อตรวจสอบว่าร้านค้าสาขาใดบ้างที่จะให้บริการคาเฟ่ใหม่นี้ ณ ปัจจุบัน ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงเทรนด์การออกแบบพื้นที่ค้าปลีกที่เน้นไลฟ์สไตล์ซึ่งกำลังเติบโตในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:57 UTC

เปิดราคา iPhone 18 Pro-Duo ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เปิดราคา iPhone 18 Pro-Duo ในประเทศไทย

Apple ได้เปิดเผยราคาของ iPhone 18 Pro-Duo รุ่นใหม่ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงราคาที่เพิ่มขึ้น 4,000 บาทเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เปิดราคา iPhone 18 Pro-Duo ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดราคา iPhone 18 Pro-Duo ในประเทศไทย

Apple ได้เปิดเผยราคาของ iPhone 18 Pro-Duo รุ่นใหม่ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงราคาที่เพิ่มขึ้น 4,000 บาทเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ตามรายงานจาก Matichon Online ได้มีการเปิดเผยโครงสร้างราคาของ iPhone 18 Pro-Duo ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวสำหรับตลาดประเทศไทย โดยรุ่นเริ่มต้นจะมีราคาอยู่ที่ 48,900 บาท และรุ่นที่มีสเปกสูงสุดจะมีราคาอยู่ที่ 127,900 บาท

การปรับราคาครั้งนี้ถือเป็นการปรับขึ้น 4,000 บาทตลอดทั้งไลน์อัปเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการซื้อเทคโนโลยีมือถือรุ่นล่าสุด นักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้ออุปกรณ์ Apple ในระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศควรทราบว่าราคาใหม่เหล่านี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรวมหากตั้งใจจะซื้อฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุดในท้องถิ่น

แม้ว่าจะมีการยืนยันระดับราคาแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าอุปกรณ์จะวางจำหน่ายจริงในร้านค้าปลีกเมื่อใด หรือช่วงเวลาการสั่งจองล่วงหน้าจะเปิดให้สาธารณชนทั่วไปอย่างเป็นทางการเมื่อใด นอกจากนี้ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นราคาเริ่มต้นและราคาสูงสุดอย่างเป็นทางการ แต่ผู้บริโภคควรติดตามตัวแทนจำหน่าย Apple ที่ได้รับอนุญาตและผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่สำหรับแพ็กเกจส่งเสริมการขายหรือแผนการผ่อนชำระที่อาจช่วยลดผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบช่องทางอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลวันที่วางจำหน่ายที่แม่นยำที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:16 UTC

ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนหลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนหลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์

ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) หลังจากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนหลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนหลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์

ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) หลังจากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันขาลง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) สังเกตเห็นว่าตลาดได้เข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังส่งผลต่อความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของตลาดนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่าตลาดหุ้นจะมีความไม่แน่นอน แต่นักวิเคราะห์ได้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มพลังงาน ธนาคาร และประกันภัย อาจได้รับอานิสงส์จากสภาวะดังกล่าว ปัจจุบันนักลงทุนได้รับคำแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ 'เลือกซื้อหุ้นรายตัว' โดยเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นเหล่านี้ พร้อมกับติดตามแนวโน้มของตลาดอย่างใกล้ชิด

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และจะมีผลกระทบระยะยาวต่อค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยควรติดตามข่าวสารทางการเงินในท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศและการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:38 UTC

SMEs ไทยเผชิญวิกฤตสินเชื่อต่อเนื่อง หนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SMEs ไทยเผชิญวิกฤตสินเชื่อต่อเนื่อง หนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเติบโตของสินเชื่อยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 15

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SMEs ไทยเผชิญวิกฤตสินเชื่อต่อเนื่อง หนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
SMEs ไทยเผชิญวิกฤตสินเชื่อต่อเนื่อง หนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเติบโตของสินเชื่อยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 15

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยกำลังเผชิญกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยากลำบาก แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะมีการขยายตัว แต่การฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึงและผลประโยชน์ยังไม่กระจายไปถึงธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่าการเติบโตของสินเชื่อ SMEs ยังคงอยู่ในแดนลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 15

ภาวะสินเชื่อหดตัวที่ยืดเยื้อนี้มีสาเหตุหลักมาจากมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่งผลให้ SMEs จำนวนมากต้องแบกรับภาระหนี้สินที่หนักหน่วง เพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านสภาพคล่องที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเร่งยกระดับกลไกการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อสนับสนุนภาคส่วนนี้ให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่นยังคงมีความเปราะบาง แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะแสดงสัญญาณการขยายตัว แต่ความยากลำบากของธุรกิจขนาดเล็กอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายและความมั่นคงของบริการ ร้านค้า และร้านอาหารในท้องถิ่นที่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนที่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการค้ำประกันใหม่ของธนาคารกลางจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการพลิกฟื้นแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อที่ติดลบมา 15 ไตรมาส และมาตรการเหล่านี้จะสามารถผ่อนคลายข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อในปัจจุบันได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:38 UTC

ประสิทธิภาพของตลาดทองคำและแนวโน้มในอนาคต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประสิทธิภาพของตลาดทองคำและแนวโน้มในอนาคต

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 10% ในเดือนสิงหาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ตามรายงานจาก Hua Seng Heng Gold Futures

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประสิทธิภาพของตลาดทองคำและแนวโน้มในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
ประสิทธิภาพของตลาดทองคำและแนวโน้มในอนาคต

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 10% ในเดือนสิงหาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ตามรายงานจาก Hua Seng Heng Gold Futures

ตามรายงานจาก Prachachat Business ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากคุณธนรัชต์ พสวงศ์ แห่งฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ตลาดทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในเดือนสิงหาคม โดยโลหะมีค่าให้ผลตอบแทน 10% ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาดังกล่าว ราคาทองคำปิดที่ 4,447 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ได้ขยับเข้าใกล้ระดับ 4,700 ดอลลาร์ในช่วงระหว่างเดือน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ไม่ได้เห็นมานานกว่า 3 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนในตลาดทองคำนี้มีความสำคัญ เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าแบบดั้งเดิมและเป็นช่องทางการลงทุนที่ได้รับความนิยมในประเทศ ความผันผวนของราคาทองคำโลกมักส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกในท้องถิ่น ซึ่งส่งผลต่อผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุน

ในอนาคต นักวิเคราะห์ตลาดกำลังจับตาดู 'Dot Plot' ซึ่งเป็นแผนภูมิที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้เพื่อส่งสัญญาณแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ตัวบ่งชี้นี้คาดว่าจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าราคาทองคำจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปหรือจะเผชิญกับการปรับฐาน แม้ว่าผลการดำเนินงานล่าสุดจะแข็งแกร่ง แต่ทิศทางในระยะยาวยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในอนาคต นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าโมเมนตัมนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 03:38 UTC

3 หุ้นใหญ่เตรียมถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

3 หุ้นใหญ่เตรียมถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศให้วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของหุ้น CIMBT, GLAND และ LRH ก่อนการเพิกถอนอย่างเป็นทางการ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

3 หุ้นใหญ่เตรียมถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
3 หุ้นใหญ่เตรียมถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศให้วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของหุ้น CIMBT, GLAND และ LRH ก่อนการเพิกถอนอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์ 3 รายการ ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT), แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) และ ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล (LRH) ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

นักลงทุนควรทราบว่าวันที่ 11 กันยายน 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่สามารถซื้อขายหุ้นเหล่านี้ได้ในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากวันที่ดังกล่าว หลักทรัพย์ทั้ง 3 รายการจะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2569 เป็นต้นไป การประกาศนี้มีขึ้นเพื่อให้ผู้ร่วมตลาดรับทราบกรอบเวลาและสามารถบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของตนได้อย่างเหมาะสมก่อนที่การเพิกถอนจะมีผลบังคับใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับตลาดการเงินในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในองค์ประกอบของตลาดหุ้นไทย แม้ว่ากระบวนการเพิกถอนจะเป็นขั้นตอนตามกฎระเบียบมาตรฐาน แต่ผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ควรปรึกษานายหน้าหรือที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบต่อการถือครองหุ้นของตนภายหลังการเพิกถอน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการระบุเหตุผลเฉพาะเจาะจงสำหรับการเพิกถอนโดยสมัครใจหรือตามกฎระเบียบของแต่ละบริษัทในประกาศสาธารณะของตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ตลท. หรือจากบริษัทที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อรับทราบความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของหุ้นหลังจากพ้นกำหนดวันที่ 12 กันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 02:36 UTC

ไทยอัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาส 4 ตั้งเป้ารายได้ 2.7 ล้านล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยอัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาส 4 ตั้งเป้ารายได้ 2.7 ล้านล้านบาท

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่และโครงการอุดหนุนการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระตุ้นรายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยอัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาส 4 ตั้งเป้ารายได้ 2.7 ล้านล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ไทยอัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาส 4 ตั้งเป้ารายได้ 2.7 ล้านล้านบาท

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่และโครงการอุดหนุนการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระตุ้นรายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวของไทยได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์สำหรับ 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าสูง รัฐบาลกำลังลงทุนกว่า 4 พันล้านบาทในกิจกรรมขนาดใหญ่หลายรายการเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ

ส่วนหนึ่งของโครงการนี้คือการเปิดตัวโครงการ 'ไทยเที่ยวไทย พลัส' ซึ่งจะมอบสิทธิ์อุดหนุน 1 ล้านสิทธิ์สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีกำหนดเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนตุลาคม ความพยายามเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มุ่งเป้าไปที่การสร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวให้ถึง 2.7 ล้านล้านบาทภายในสิ้นปี 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงปฏิทินกิจกรรมและเทศกาลที่หนาแน่นในช่วงปลายปี ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการเดินทางภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับโครงการ 'ไทยเที่ยวไทย พลัส' และกำหนดการที่ชัดเจนของกิจกรรมต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตามองว่ามาตรการจูงใจเหล่านี้จะส่งผลต่อการจัดการการเดินทางและราคาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 02:36 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 9 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 9 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานว่าราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาลดลง 450 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 9 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 9 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานว่าราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาลดลง 450 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสมาคมค้าทองคำเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในการประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองคำลดลง 450 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงในตลาดทองคำนี้มีความสำคัญเนื่องจากทองคำยังคงเป็นการลงทุนและสินค้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยม อัตราตลาดปัจจุบันสำหรับทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% อยู่ที่ 67,950 บาทสำหรับการรับซื้อ และ 68,150 บาทสำหรับการขายออกต่อทองคำแท่ง ในขณะที่ทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 68,950 บาทต่อบาททองคำ โดยมีราคารับซื้ออยู่ที่ 66,597.88 บาท ส่วนราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,374.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำมีความผันผวนสูงและมีการปรับปรุงข้อมูลบ่อยครั้งตลอดทั้งวัน ผู้ที่อาศัยอยู่และนักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับทราบประกาศล่าสุด เนื่องจากนี่เป็นความผันผวนที่ขับเคลื่อนโดยตลาด การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของสภาวะเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลต่อราคา ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 02:36 UTC

รัฐบาลไทยอนุมัติ 55 โครงการลงทุนใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยอนุมัติ 55 โครงการลงทุนใหม่

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการลงทุนใหม่ 55 โครงการ โดยเน้นด้าน AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทักษะแรงงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยอนุมัติ 55 โครงการลงทุนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยอนุมัติ 55 โครงการลงทุนใหม่

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการลงทุนใหม่ 55 โครงการ โดยเน้นด้าน AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทักษะแรงงาน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้อนุมัติโครงการลงทุนใหม่จำนวน 55 โครงการอย่างเป็นทางการ โครงการเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ เข้าสู่ภูมิทัศน์ทางธุรกิจของประเทศเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากการยกระดับทางเทคโนโลยีแล้ว รัฐบาลยังมีเป้าหมายที่จะสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง โดยมีแผนที่จะฝึกอบรมบุคลากรมากกว่า 10,000 คน เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคส่วนใหม่เหล่านี้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของตลาดแรงงานในท้องถิ่นและความต้องการความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการพัฒนานี้จะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการมุ่งสู่ความทันสมัยและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการดิจิทัลและการเชื่อมต่อภายในประเทศในอนาคต

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการทั้ง 55 โครงการ สถานที่ตั้งที่แน่นอนของการพัฒนา และอุตสาหกรรมเฉพาะที่จะนำระบบอัตโนมัติไปใช้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม คาดว่าจะมีประกาศจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินโครงการเหล่านี้ในแต่ละภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 01:36 UTC

มิตซูบิชิเปิดตัวปาเจโรเจเนอเรชั่นที่ 5 ในญี่ปุ่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มิตซูบิชิเปิดตัวปาเจโรเจเนอเรชั่นที่ 5 ในญี่ปุ่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เปิดตัวรถมิตซูบิชิ ปาเจโร เจเนอเรชั่นที่ 5 อย่างเป็นทางการที่โรงงานโอคาซากิ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มิตซูบิชิเปิดตัวปาเจโรเจเนอเรชั่นที่ 5 ในญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
มิตซูบิชิเปิดตัวปาเจโรเจเนอเรชั่นที่ 5 ในญี่ปุ่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เปิดตัวรถมิตซูบิชิ ปาเจโร เจเนอเรชั่นที่ 5 อย่างเป็นทางการที่โรงงานโอคาซากิ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้จัดงานเปิดตัวระดับโลกสำหรับรถมิตซูบิชิ ปาเจโร เจเนอเรชั่นที่ 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตัวแทนได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัทที่โอคาซากิ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อชมรถยนต์คันจริงหลังจากพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับการเดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การเปิดตัวเจเนอเรชั่นใหม่นี้ถือเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญของรถยนต์รุ่นที่มีประวัติยาวนานในตลาดรถยนต์ รายงานระบุว่ารถรุ่นนี้มีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงและการปรับจูนช่วงล่างที่ผู้ผลิตอธิบายว่ามีความ 'กลมกล่อม'

แม้ว่ารถยนต์จะได้รับการเปิดตัวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันสำหรับตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ผลิตยังไม่ได้ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาในท้องถิ่น หรือรุ่นย่อยที่จะวางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภคในไทย ผู้ที่สนใจและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพร้อมจำหน่ายและข้อมูลจำเพาะในประเทศ เนื่องจากเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับโลก จึงคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายในภูมิภาคและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับแต่ละพื้นที่ตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 00:36 UTC