ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 500 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 500 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 500 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 500 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 500 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 500 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงในวันที่ 11 กันยายน 2569 ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำระบุว่าราคาทองคำปรับตัวลดลง 500 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยราคาล่าสุดสำหรับทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 68,850 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินค้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การปรับตัวลดลงอย่างกะทันหันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่มีอยู่ในตลาดโลหะมีค่าในปัจจุบัน

นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณควรทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันทำการ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและอุปทานในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาลงนี้จะดำเนินต่อไปนานเพียงใด หรือราคาจะเริ่มทรงตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้ที่สนใจราคาปัจจุบันควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนตัดสินใจทางการเงินใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:18 UTC

กรมสรรพากรเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมสรรพากรเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

กรมสรรพากรยืนยันการดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับคดีหุ้นชินคอร์ป โดยระบุถึงอายุความ 10 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมสรรพากรเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

แหล่งข่าวเดียว
กรมสรรพากรเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

กรมสรรพากรยืนยันการดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับคดีหุ้นชินคอร์ป โดยระบุถึงอายุความ 10 ปี

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมสรรพากรได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีหุ้นชินคอร์ป นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่าหน่วยงานกำลังดำเนินการสืบทรัพย์และสอบสวนตามกฎหมายอย่างจริงจัง

แม้ว่ากรมสรรพากรจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง แต่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบอายุความ 10 ปี ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาในการติดตามหนี้ภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อมูลอัปเดตนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมืองและการเงินในประเทศไทย แม้ว่าความคืบหน้าเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางบริหารและกฎหมายเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายภาษีอากร ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวนเหล่านี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร และจะสามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้สำเร็จภายในกรอบเวลาทางกฎหมายปัจจุบันหรือไม่ โดยกรมสรรพากรยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในขั้นตอนการสอบสวนเฉพาะเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:18 UTC

กรมสรรพากรยืนยันเดินหน้าเรียกเก็บภาษี 'ทักษิณ' ต่อเนื่อง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมสรรพากรยืนยันเดินหน้าเรียกเก็บภาษี 'ทักษิณ' ต่อเนื่อง

กรมสรรพากรยืนยันว่ากำลังดำเนินการตามขั้นตอนการเรียกเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ ชินวัตร อย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมสรรพากรยืนยันเดินหน้าเรียกเก็บภาษี 'ทักษิณ' ต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
กรมสรรพากรยืนยันเดินหน้าเรียกเก็บภาษี 'ทักษิณ' ต่อเนื่อง

กรมสรรพากรยืนยันว่ากำลังดำเนินการตามขั้นตอนการเรียกเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ ชินวัตร อย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 กรมสรรพากรได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการเรียกเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าหน่วยงานกำลังอยู่ในระหว่างการสืบทรัพย์และตรวจสอบทรัพย์สินตามขั้นตอนการบริหารงานปกติ

ตัวแทนของกรมสรรพากรเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนที่ดำเนินการในเรื่องนี้เป็นไปตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หน่วยงานพยายามสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนว่ากระบวนการดังกล่าวกำลังดำเนินไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับสถานะของคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางบริหารและทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องต่อบุคคลสำคัญทางการเมือง แม้ว่ากระบวนการเรียกเก็บภาษีจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในประเทศ แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในปัจจุบันของประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการติดตามทรัพย์สินหรือการประเมินภาระภาษีขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน กรมสรรพากรยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดการตรวจสอบที่ชัดเจน โดยระบุเพียงว่าการทำงานยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:38 UTC

ก.ล.ต. ไทยกำหนดแนวทางใหม่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยกำหนดแนวทางใหม่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังชี้แจงกฎระเบียบสำหรับผู้สร้างเนื้อหาด้านการเงิน เพื่อแยกแยะระหว่างเนื้อหาที่ให้ความรู้และคำแนะนำการลงทุนที่ต้องได้รับอนุญาต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. ไทยกำหนดแนวทางใหม่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยกำหนดแนวทางใหม่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังชี้แจงกฎระเบียบสำหรับผู้สร้างเนื้อหาด้านการเงิน เพื่อแยกแยะระหว่างเนื้อหาที่ให้ความรู้และคำแนะนำการลงทุนที่ต้องได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศกรอบการกำกับดูแลใหม่สำหรับผู้สร้างเนื้อหาด้านการเงินหรือ 'Finfluencer' นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ระบุว่า แม้ผู้สร้างเนื้อหาเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการย่อยข้อมูลทางการเงินที่ซับซ้อนให้ประชาชนเข้าใจง่าย แต่จำเป็นต้องมีการกำหนดขอบเขตกิจกรรมให้ชัดเจน

ก.ล.ต. ชี้แจงว่าการให้ความรู้ทางการเงินทั่วไปสามารถทำได้ แต่หากเนื้อหาเข้าข่ายการให้คำแนะนำการลงทุนหรือชักชวนให้ลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้การกำกับดูแลโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องถูกบังคับใช้กฎหมาย มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจาก ก.ล.ต. รายงานว่ามีการสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับกลโกงการลงทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ส่งผลให้หน่วยงานเร่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของกลโกงการลงทุนที่โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ ก.ล.ต. จะได้วางแนวทางเหล่านี้ไว้แล้ว แต่รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับวิธีการที่ AI จะถูกนำมาใช้ในการตรวจสอบแพลตฟอร์มต่างๆ ยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม นักลงทุนควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของที่ปรึกษาทางการเงินหรืออินฟลูเอนเซอร์ก่อนตัดสินใจลงทุนตามคำแนะนำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:57 UTC

คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของไทยเตรียมพิจารณาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและส่งเสริมการท่องเที่ยว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของไทยเตรียมพิจารณาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและส่งเสริมการท่องเที่ยว

กระทรวงการคลังกำลังรอข้อเสนออย่างเป็นทางการสำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อปและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทพิจารณา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของไทยเตรียมพิจารณาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและส่งเสริมการท่องเที่ยว

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของไทยเตรียมพิจารณาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและส่งเสริมการท่องเที่ยว

กระทรวงการคลังกำลังรอข้อเสนออย่างเป็นทางการสำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อปและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาทพิจารณา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่าคณะกรรมการกำลังเตรียมพิจารณาโครงการใหม่ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท

ขณะนี้คณะกรรมการกำลังรอการเสนอโครงการโซลาร์รูฟท็อปอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย โดยนายลวรณระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนาม ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจะมีการประชุมเกี่ยวกับโครงการนี้ในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ก็อยู่ระหว่างรอการพิจารณาเช่นกัน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินกู้ก้อนแรกจำนวน 2 แสนล้านบาทมาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ โดยขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาส่งรายละเอียดที่สรุปแล้วเข้ามา คณะกรรมการก็พร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้าเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการดำเนินการยังคงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางธุรการของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปว่าโครงการเหล่านี้จะได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:37 UTC

ผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งทำยอดส่งออกให้ได้ตามเป้า 7 ล้านตันรับดีมานด์ช่วงปลายปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งทำยอดส่งออกให้ได้ตามเป้า 7 ล้านตันรับดีมานด์ช่วงปลายปี

ผู้ส่งออกข้าวไทยกำลังเร่งหาคำสั่งซื้อใหม่เพื่อรองรับความต้องการในช่วงเทศกาลปลายปี โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมกำลังพยายามรักษาเป้าหมายการส่งออกข้าวประจำปีไว้ที่ 7 ล้านตัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งทำยอดส่งออกให้ได้ตามเป้า 7 ล้านตันรับดีมานด์ช่วงปลายปี

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งทำยอดส่งออกให้ได้ตามเป้า 7 ล้านตันรับดีมานด์ช่วงปลายปี

ผู้ส่งออกข้าวไทยกำลังเร่งหาคำสั่งซื้อใหม่เพื่อรองรับความต้องการในช่วงเทศกาลปลายปี โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมกำลังพยายามรักษาเป้าหมายการส่งออกข้าวประจำปีไว้ที่ 7 ล้านตัน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ผู้ส่งออกข้าวทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินการเพื่อคว้าคำสั่งซื้อก่อนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในท่ามกลางการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ผู้ค้าข้าวไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่การรักษาผลการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการส่งออกประจำปีที่ 7 ล้านตัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเคลื่อนไหวในภาคเกษตรกรรมที่สำคัญที่สุดภาคหนึ่งของประเทศ แม้ว่ารายงานจะเน้นไปที่โลจิสติกส์ของการค้าระหว่างประเทศและการแข่งขันในตลาด แต่เสถียรภาพของอุตสาหกรรมส่งออกข้าวมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ฤดูกาลส่งออกที่ประสบความสำเร็จอาจส่งผลต่อพลวัตของตลาดในประเทศและบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวม

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเป้าหมาย 7 ล้านตันจะสามารถทำได้จริงภายในสิ้นปีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ตลาดกำลังติดตามความผันผวนของความต้องการทั่วโลกและความสามารถของผู้ส่งออกไทยในการตอบสนองคำสั่งซื้อในช่วงเทศกาลนี้ต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากสมาคมอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์จะช่วยให้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าเป้าหมายการส่งออกเหล่านี้จะบรรลุผลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:15 UTC

ขอนแก่นเปิดตัวโครงการชลประทานมูลค่า 375 ล้านบาทเพื่อรับมือภัยแล้ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ขอนแก่นเปิดตัวโครงการชลประทานมูลค่า 375 ล้านบาทเพื่อรับมือภัยแล้ง

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่นได้เสนอโครงการชลประทาน 7 โครงการ รวมมูลค่า 375 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากในอำเภอพระยืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ขอนแก่นเปิดตัวโครงการชลประทานมูลค่า 375 ล้านบาทเพื่อรับมือภัยแล้ง

แหล่งข่าวเดียว
ขอนแก่นเปิดตัวโครงการชลประทานมูลค่า 375 ล้านบาทเพื่อรับมือภัยแล้ง

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่นได้เสนอโครงการชลประทาน 7 โครงการ รวมมูลค่า 375 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากในอำเภอพระยืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยศชนันได้นำเสนอแผนงานที่ครอบคลุมเพื่อบรรเทาสภาวะภัยแล้งเรื้อรังในอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น โดยโครงการริเริ่มนี้ประกอบด้วยโครงการชลประทาน 7 โครงการที่แตกต่างกัน ด้วยงบประมาณรวม 375 ล้านบาท

เงินทุนส่วนสำคัญจำนวน 50 ล้านบาทถูกจัดสรรไว้สำหรับการฟื้นฟูฝายหินเหิบ โครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการจัดการน้ำและความสามารถในการกักเก็บน้ำสำหรับพื้นที่ท้องถิ่น ซึ่งในอดีตต้องเผชิญกับความท้าทายจากการขาดแคลนน้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นสัญญาณของความพยายามในระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพให้กับทรัพยากรน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลผลิตทางการเกษตรที่สม่ำเสมอมากขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าโครงการเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอและวางแผน รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างที่เฉพาะเจาะจง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือเส้นทางท่องเที่ยวในช่วงระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงสถานะการอนุมัติขั้นสุดท้ายของงบประมาณรวม 375 ล้านบาทนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:16 UTC

สหรัฐฯ เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับชุดใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับชุดใหม่

สหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ชุดใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศของไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการส่งออก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับชุดใหม่

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับชุดใหม่

สหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้ภาษีนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ชุดใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศของไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการส่งออก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้นโยบายภาษีชุดใหม่สำหรับอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่นำเข้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ การปรับเปลี่ยนทางการค้านี้ทำให้กรมการค้าต่างประเทศของไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยที่ส่งสินค้าเทคโนโลยีเหล่านี้ไปยังตลาดสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดรนในท้องถิ่น ซึ่งมีการเติบโตทั้งในภาคสันทนาการและเชิงพาณิชย์ หากโดรนที่ผลิตในไทยมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีเหล่านี้ บริษัทในท้องถิ่นอาจเผชิญกับความต้องการที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การผลิตหรือการจ้างงานในภาคเทคโนโลยี สำหรับนักท่องเที่ยว แม้นโยบายนี้จะเกี่ยวข้องกับการค้าเป็นหลัก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรน

ในขณะนี้ ผลกระทบที่แน่ชัดต่อบริษัทไทยแต่ละแห่งยังคงต้องรอการยืนยัน กรมการค้าต่างประเทศกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินขอบเขตของผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราภาษีที่แน่นอนและประเภทของโดรนที่ได้รับผลกระทบจะปรากฏชัดเจนขึ้นในขณะที่นโยบายถูกนำไปปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบตลอดทั้งเดือนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:16 UTC

โครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) ของไทยใกล้เสร็จสมบูรณ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) ของไทยใกล้เสร็จสมบูรณ์

ทางการไทยกำลังสรุปโครงการ TISA ซึ่งเป็นกรอบการออมและการลงทุนระยะยาวที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) ของไทยใกล้เสร็จสมบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
โครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) ของไทยใกล้เสร็จสมบูรณ์

ทางการไทยกำลังสรุปโครงการ TISA ซึ่งเป็นกรอบการออมและการลงทุนระยะยาวที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand โครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคล (TISA) มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บรรลุข้อตกลงในหลักการพื้นฐานของโครงการนี้แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของประชาชนชาวไทยจากการฝากเงินแบบดั้งเดิมไปสู่การลงทุนระยะยาว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวิธีการจัดการและส่งเสริมการออมส่วนบุคคล ก.ล.ต. เน้นย้ำว่า TISA มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการออมระดับชาติ มากกว่าที่จะเป็นเพียงมาตรการลดหย่อนภาษีชั่วคราว การสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวจะช่วยให้รัฐบาลลดการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

แม้ว่ากรอบการทำงานส่วนใหญ่จะชัดเจนแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดสำคัญบางประการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา กระทรวงการคลังกำลังสรุปวงเงินลงทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของรัฐและนโยบายการคลัง ส่งผลให้ยังไม่มีการยืนยันแรงจูงใจทางการเงินที่ชัดเจนสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังเตรียมระบบที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถรองรับการให้บริการได้ทันทีหลังจากที่กระทรวงการคลังอนุมัติรายละเอียดขั้นสุดท้ายภายในเดือนกันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:17 UTC

รองนายกฯ ยศชนัน ผลักดันโครงการชลประทาน 375 ล้านบาท แก้ปัญหาภัยแล้งในขอนแก่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ยศชนัน ผลักดันโครงการชลประทาน 375 ล้านบาท แก้ปัญหาภัยแล้งในขอนแก่น

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ขอนแก่นเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งเรื้อรัง โดยเสนอโครงการชลประทาน 7 โครงการ งบประมาณรวม 375 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รองนายกฯ ยศชนัน ผลักดันโครงการชลประทาน 375 ล้านบาท แก้ปัญหาภัยแล้งในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ยศชนัน ผลักดันโครงการชลประทาน 375 ล้านบาท แก้ปัญหาภัยแล้งในขอนแก่น

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ขอนแก่นเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งเรื้อรัง โดยเสนอโครงการชลประทาน 7 โครงการ งบประมาณรวม 375 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นไปที่การตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกคลองชลประทานบ้านหินเหิบศิลาทิพย์

ในระหว่างการลงพื้นที่ ยศชนันได้ประกาศผลักดันโครงการชลประทานจำนวน 7 โครงการ ด้วยงบประมาณรวม 375 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบประมาณ 50 ล้านบาทสำหรับการฟื้นฟูฝายบ้านหินเหิบ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีคณะทำงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมลงพื้นที่ด้วย

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในพื้นที่ โครงการเหล่านี้ถือเป็นความพยายามสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น แม้รัฐบาลจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะเร่งดำเนินการพัฒนาโครงการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาสำหรับการอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้ายและการเริ่มก่อสร้างโครงการทั้ง 7 แห่งนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าแผนงานเหล่านี้จะเปลี่ยนจากข้อเสนอไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้จริงได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:17 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 450 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 450 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศของไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 450 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 450 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 450 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศของไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 450 บาท

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสมาคมค้าทองคำในช่วงเช้าของวันที่ 9 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลง โดย ณ เวลา 09.04 น. ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,950 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือเป็นการปรับลดลง 450 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะตัวชี้วัดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการออมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้โดยทั่วไปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพรายวันของนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาเยือนระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับทองหรือทองคำแท่งเพื่อเป็นของที่ระลึกหรือการลงทุนควรทราบว่าราคาในประเทศมีความผันผวนรายวันตามแนวโน้มของตลาดโลก รวมถึงกลไกอุปสงค์และอุปทานในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ปัจจัยเฉพาะจากตลาดโลกที่ส่งผลให้ราคาทองคำปรับลดลง 450 บาทในครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากนักวิเคราะห์ทางการเงินต่อไป นักลงทุนควรตรวจสอบเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำหรือแหล่งข่าวท้องถิ่นเพื่อติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาด โดย Prachachat Business ได้รายงานตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลทางการล่าสุดที่มี ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 02:36 UTC

การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ปี 2026 เน้นย้ำการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ปี 2026 เน้นย้ำการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ

การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ประจำปี 2026 มุ่งเน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระยะยาวและการปรับสมดุลทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ปี 2026 เน้นย้ำการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ปี 2026 เน้นย้ำการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ

การประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ประจำปี 2026 มุ่งเน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระยะยาวและการปรับสมดุลทางการค้า

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ได้มีการจัดงานประชุมสุดยอดการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ประจำปี 2026 ขึ้นที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท ภายใต้หัวข้อ 'สานต่อความร่วมมืออันยาวนาน' โดยงานนี้ได้รวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญเพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ประเด็นสำคัญของการหารือคือสัญญาณมุ่งสู่กลยุทธ์ 'การปรับสมดุลทางการค้า' (Rebalancing Trade)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับเปลี่ยนพลวัตทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของสินค้าที่นำเข้า บรรยากาศการลงทุน และภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้าที่มั่นคงและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและสหรัฐฯ มักจะมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มของตลาดผู้บริโภค

แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความตั้งใจในการส่งเสริมความร่วมมือ แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทางการค้าที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่า 'การปรับสมดุล' นี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรและภาคส่วนใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะนี้ งานดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ระดับสูงถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ทั้งสองประเทศกำลังสำรวจเพื่อรักษาความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีมายาวนาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:19 UTC

กรมสรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีที่แข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมสรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีที่แข็งแกร่ง

กรมสรรพากรของไทยจัดเก็บภาษีได้ 2.16 ล้านล้านบาทในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ โดยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้เกินเป้าหมายสำหรับปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมสรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีที่แข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรมสรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีที่แข็งแกร่ง

กรมสรรพากรของไทยจัดเก็บภาษีได้ 2.16 ล้านล้านบาทในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ โดยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้เกินเป้าหมายสำหรับปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมสรรพากรของไทยสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีได้สำเร็จถึง 2.16 ล้านล้านบาทในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่ากรมฯ คาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้เกินเป้าหมายของปีงบประมาณ 2569 ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท

ผลการดำเนินงานที่เป็นบวกนี้ส่วนใหญ่มาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น และการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากภาคพลังงานที่สูงขึ้น สำหรับอนาคต กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาทสำหรับปีงบประมาณ 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนถึงสุขภาพทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันและสถานะทางการคลังของรัฐบาล แม้ว่าตัวเลขจะบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคพลังงานและภาคการนำเข้า แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้น ตัวเลขสุดท้ายสำหรับปีงบประมาณ 2569 จะต้องได้รับการยืนยันอีกครั้งหลังจากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น ในขณะที่รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายทางการคลังในปี 2570 ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวโน้มการเติบโตของการจัดเก็บภาษีเหล่านี้จะยังคงมีความมั่นคงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:19 UTC

ข้อพิพาทโครงการแลนด์มาร์คพันล้านบาทในราชาเทวะ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทโครงการแลนด์มาร์คพันล้านบาทในราชาเทวะ

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ในการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อพิพาทโครงการแลนด์มาร์คพันล้านบาทในราชาเทวะ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทโครงการแลนด์มาร์คพันล้านบาทในราชาเทวะ

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ในการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 รักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้ตั้งคำถามต่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ เกี่ยวกับโครงการแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่มีมูลค่าประมาณหนึ่งพันล้านบาท

รักชนกกล่าวหาว่า อบต. ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปแม้จะมีข้ออ้างว่ากรมชลประทานยังไม่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว โครงการนี้ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแลนด์มาร์คที่สำคัญในท้องถิ่น ได้รับการตรวจสอบเนื่องจากขนาดของการลงทุนและการขาดการอนุมัติตามกฎระเบียบที่มีการรายงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในพื้นที่สมุทรปราการ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของรัฐบาลท้องถิ่นและการจัดการกองทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงพื้นที่ แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนและความถูกต้องตามกฎหมายของสถานที่ในระยะยาว

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องยืนยันว่า อบต. ได้หลีกเลี่ยงกฎระเบียบด้านชลประทานจริงหรือไม่ หรือมีใบอนุญาตที่ค้างอยู่ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ คาดว่าสาธารณชนและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะแสวงหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของโครงการและความถูกต้องของข้อกล่าวหาที่ สส. ได้ระบุไว้ ในขณะที่สถานการณ์ดำเนินไป ผู้ที่สนใจในการพัฒนาท้องถิ่นควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก อบต. ราชาเทวะ และกรมชลประทาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:35 UTC

สมเด็จธงชัยมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมเด็จธงชัยมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

สมเด็จธงชัยได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมเด็จธงชัยมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สมเด็จธงชัยมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

สมเด็จธงชัยได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษามูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สมเด็จธงชัยได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านอาชีวศึกษา โดยมีมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องประชุมอาคารพระมหาม

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาในสายอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาแรงงานของประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างต่อเนื่องของการฝึกอบรมวิชาชีพภายในระบบการศึกษาไทย ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การจ้างงานทางเทคนิคเฉพาะทางในประเทศ

แม้ว่าขนาดทางการเงินของโครงการทุนการศึกษานี้จะมีนัยสำคัญ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับทุน จำนวนนักศึกษาที่ได้รับประโยชน์จากกองทุน และระยะเวลาของการสนับสนุนนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน การประกาศครั้งนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของผู้นำทางศาสนาและชุมชนในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะกรรมการจัดงานเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบระยะยาวต่อภาคอาชีวศึกษาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ก.ล.ต. ไทยกำหนดให้ 'อินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน' ต้องมีใบอนุญาต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยกำหนดให้ 'อินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน' ต้องมีใบอนุญาต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่าผู้สร้างคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุนจะต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. ไทยกำหนดให้ 'อินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน' ต้องมีใบอนุญาต

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยกำหนดให้ 'อินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน' ต้องมีใบอนุญาต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่าผู้สร้างคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุนจะต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินและผู้สร้างคอนเทนต์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าบุคคลใดก็ตามที่ให้คำแนะนำหรือชักชวนให้ลงทุนจะต้องมีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสกัดกั้นโครงการลงทุนที่ฉ้อโกงซึ่งมุ่งเป้าไปที่ประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ระบุว่าในปีนี้ทางหน่วยงานได้รับคำขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการลงทุนแล้วเกือบ 4,000 ครั้ง โดย ก.ล.ต. ตั้งใจที่จะบังคับใช้กฎระเบียบเหล่านี้อย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและปกป้องบุคคลจากการหลอกลวงทางการเงินที่มักถูกโปรโมตบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แม้ว่า ก.ล.ต. จะชี้แจงข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าหน่วยงานจะตรวจสอบผู้สร้างคอนเทนต์ดิจิทัลจำนวนมากได้อย่างไร และจะมีมาตรการบังคับใช้เฉพาะเจาะจงอย่างไรกับผู้ที่ดำเนินงานโดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสมในปัจจุบัน ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังเมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำทางการเงินจากบุคคลในโซเชียลมีเดีย และควรตรวจสอบข้อมูลรับรองของพวกเขาก่อนที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการลงทุนใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:20 UTC

บีโอไอเปิดตัวมาตรการ “BOI to IPO” หวังดึงบริษัทศักยภาพเข้าตลาดทุนไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอเปิดตัวมาตรการ “BOI to IPO” หวังดึงบริษัทศักยภาพเข้าตลาดทุนไทย

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับทิศทางยุทธศาสตร์ใหม่ รวมถึงมาตรการ “BOI to IPO” เพื่อจูงใจบริษัทที่มีศักยภาพสูงให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอเปิดตัวมาตรการ “BOI to IPO” หวังดึงบริษัทศักยภาพเข้าตลาดทุนไทย

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอเปิดตัวมาตรการ “BOI to IPO” หวังดึงบริษัทศักยภาพเข้าตลาดทุนไทย

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับทิศทางยุทธศาสตร์ใหม่ รวมถึงมาตรการ “BOI to IPO” เพื่อจูงใจบริษัทที่มีศักยภาพสูงให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ประกาศปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานที่ประชุม ได้เห็นชอบมาตรการ “BOI to IPO” เพื่อจูงใจบริษัทที่มีศักยภาพสูงให้เข้าสู่ตลาดทุนไทย นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติโครงการใหม่ 17 โครงการเข้าสู่กลไก “Thailand FastPass” ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.21 แสนล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า กรอบแนวทางใหม่นี้จะเปลี่ยนจากการวัดผลเพียงปริมาณการลงทุน ไปสู่การวัด “คุณค่าที่เกิดขึ้นจริง” เช่น การใช้วัตถุดิบในประเทศ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก การสร้างงานทักษะสูง รวมถึงการส่งเสริมการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งนี้ บีโอไอจะมุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์เชิงรุก และทยอยลดสิทธิประโยชน์สำหรับกิจการที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกหรือผลประโยชน์ของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นแข็งแกร่งขึ้นและสร้างสภาพแวดล้อมในตลาดหุ้นที่มั่นคงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่จะถูกปรับลดสิทธิประโยชน์และผลกระทบระยะยาวต่อภาพรวมทางธุรกิจนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่บีโอไอเริ่มดำเนินการตามตัวชี้วัดผลสำเร็จใหม่เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:37 UTC

ผู้ว่าฯ รฟท. ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 117 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ รฟท. ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 117 ล้านบาท

ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายอนันต์ ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินรวม 117 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์และของมีค่าจำนวนมาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ว่าฯ รฟท. ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 117 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ รฟท. ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 117 ล้านบาท

ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายอนันต์ ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินรวม 117 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์และของมีค่าจำนวนมาก

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งระบุชื่อว่านายอนันต์ ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามข้อกำหนด โดยเปิดเผยว่ามีทรัพย์สินรวมมูลค่า 117 ล้านบาท

รายการทรัพย์สินที่สำคัญประกอบด้วยที่ดินในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท นอกจากอสังหาริมทรัพย์แล้ว ในบัญชียังระบุถึงของมีค่าประเภทเครื่องประดับทองและเพชร รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านความโปร่งใสตามมาตรฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง แม้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้จะสะท้อนถึงสถานะทางการเงินส่วนบุคคลของผู้ที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของรถไฟ ราคาตั๋ว หรือคุณภาพการให้บริการในปัจจุบัน รายงานนี้ถือเป็นบันทึกสาธารณะเกี่ยวกับการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ

ในขณะนี้ รายละเอียดที่ระบุอ้างอิงตามการยื่นบัญชีอย่างเป็นทางการที่รายงานโดยมติชนออนไลน์ ส่วนการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวหรือการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินนั้น เป็นเรื่องที่หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทรัพย์สินส่วนบุคคลเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:36 UTC