ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

NT และ USTDA เดินหน้าศึกษาโครงการเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เชื่อมไทย-สหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

NT และ USTDA เดินหน้าศึกษาโครงการเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เชื่อมไทย-สหรัฐฯ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และหน่วยงานการค้าและการพัฒนาของสหรัฐฯ (USTDA) กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เพื่อทดแทนโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

NT และ USTDA เดินหน้าศึกษาโครงการเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เชื่อมไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
NT และ USTDA เดินหน้าศึกษาโครงการเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เชื่อมไทย-สหรัฐฯ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และหน่วยงานการค้าและการพัฒนาของสหรัฐฯ (USTDA) กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เพื่อทดแทนโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และหน่วยงานการค้าและการพัฒนาของสหรัฐฯ (USTDA) ได้เริ่มดำเนินการศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยพันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ NT ได้เข้าพบกับ โทมัส อาร์. ฮาร์ดี รักษาการผู้อำนวยการ USTDA เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ซึ่งมีแผนที่จะวางแนวสายเคเบิลผ่าน 5 ประเทศ

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำเดิมที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริการดิจิทัล การสื่อสาร และการดำเนินธุรกิจภายในประเทศ

แม้ว่าการศึกษาจะอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน เช่น เส้นทางที่แน่ชัดผ่านทั้ง 5 ประเทศ กรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้สำหรับการก่อสร้าง และมูลค่าการลงทุนรวมที่จำเป็น ทั้งนี้ เมื่อโครงการมีความคืบหน้า ผู้เกี่ยวข้องคาดว่าจะมีการให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิคและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:16 UTC

คู่สามีภรรยาแจกผลไม้ 9 คันรถกระบะหลังแก้บนที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คู่สามีภรรยาแจกผลไม้ 9 คันรถกระบะหลังแก้บนที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

คู่สามีภรรยาจากปทุมธานีนำผลไม้เต็มรถกระบะ 9 คันมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่วัดสมานรัตนาราม หลังจากประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คู่สามีภรรยาแจกผลไม้ 9 คันรถกระบะหลังแก้บนที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
คู่สามีภรรยาแจกผลไม้ 9 คันรถกระบะหลังแก้บนที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

คู่สามีภรรยาจากปทุมธานีนำผลไม้เต็มรถกระบะ 9 คันมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่วัดสมานรัตนาราม หลังจากประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 มีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันที่วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรับผลไม้ที่มีผู้นำมาบริจาคจำนวนมาก ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คู่สามีภรรยาจากจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการสถานเสริมความงาม ได้นำรถกระบะ 9 คันที่บรรทุกส้มโอ สับปะรด มะพร้าว และแตงโม มาที่วัด

การบริจาคครั้งนี้เป็นการ 'แก้บน' เพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับองค์พระพิฆเนศปางนอน หลังจากที่ทั้งคู่ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่ หลังจากเสร็จสิ้นพิธี ผลไม้ทั้งหมดได้ถูกแจกจ่ายให้กับประชาชนกว่า 500 คนที่มารอรับ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการแก้บนในวัดไทยที่ยังคงปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการแบ่งปันให้กับชุมชนในวงกว้าง แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนบุคคล แต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมบางส่วนได้ส่องเลขเด็ดจากธูปมงคลที่ใช้ในพิธี ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการแจกจ่ายผลไม้ในลักษณะนี้จะยังคงดึงดูดผู้คนให้มาที่วัดอย่างต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วัดสมานรัตนารามยังคงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาขนบธรรมเนียมทางศาสนาและกิจกรรมการทำบุญของชุมชนในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:52 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 1.6 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 1.6 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศว่าโครงการต่างๆ ในปี 2569 สร้างรายได้ให้ประเทศไทย 1.6 แสนล้านบาท พร้อมวางแผนจัดกิจกรรมกว่า 600 รายการในปี 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 1.6 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 1.6 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศว่าโครงการต่างๆ ในปี 2569 สร้างรายได้ให้ประเทศไทย 1.6 แสนล้านบาท พร้อมวางแผนจัดกิจกรรมกว่า 600 รายการในปี 2570

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2569 โดยระบุว่าสามารถสร้างรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยได้รวม 1.6 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การส่งเสริมการค้าต่างๆ ที่ดำเนินการตลอดทั้งปีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการส่งออกของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มั่นคงซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมการค้าของภาครัฐ ทั้งนี้ DITP ได้วางแผนยุทธศาสตร์สำหรับปี 2570 ไว้แล้ว ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมกว่า 600 รายการ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของการส่งออกและรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจจากปีที่ผ่านมา

แม้ว่า DITP จะยืนยันผลลัพธ์ทางการเงินสำหรับปี 2569 แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของกิจกรรมทั้ง 600 รายการที่วางแผนไว้สำหรับปี 2570 ยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศจากทางกรมฯ เพื่อทำความเข้าใจว่าโครงการที่จะเกิดขึ้นนี้จะกระจายไปยังภาคส่วนและภูมิภาคต่างๆ อย่างไร ในขณะที่ DITP ยังคงปรับปรุงกลยุทธ์การส่งออกอย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมจะคอยติดตามผลกระทบของความพยายามเหล่านี้ที่มีต่อเสถียรภาพของตลาดในประเทศและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:51 UTC

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย “คำสารภาพของหมอผี” กวาดรายได้ทะลุ 250 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย “คำสารภาพของหมอผี” กวาดรายได้ทะลุ 250 ล้านบาท

แจ็ค เดอะโกส ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุด พร้อมยืนยันจุดยืนในการผลิตผลงานแนวนี้ต่อไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย “คำสารภาพของหมอผี” กวาดรายได้ทะลุ 250 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ภาพยนตร์สยองขวัญไทย “คำสารภาพของหมอผี” กวาดรายได้ทะลุ 250 ล้านบาท

แจ็ค เดอะโกส ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุด พร้อมยืนยันจุดยืนในการผลิตผลงานแนวนี้ต่อไป

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ แจ็ค วัชรพล ฝึกใจดี หรือ “แจ็ค เดอะโกส” กำลังฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญหลังจากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุด “คำสารภาพของหมอผี” ทำรายได้ทะลุ 250 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ ความสำเร็จนี้ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ภายใต้แบรนด์ “เดอะโกสเรดิโอ” ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง “ข้างบ้าน” ที่เคยทำรายได้ไป 130 ล้านบาท

แจ็คเปิดเผยว่าผลตอบรับของภาพยนตร์เรื่องนี้เกินความคาดหมายและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำโปรเจกต์ต่อไป โดยเขายืนยันชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นผลิตเฉพาะภาพยนตร์แนวสยองขวัญและระทึกขวัญเท่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงอย่าง อาเล็ก ธีรเดช มาร่วมงาน ซึ่งแฟนคลับต่างแซวว่าเป็น “พระเอกคู่บุญ” ของแจ็คเนื่องจากความสำเร็จในการร่วมงานกัน ทั้งนี้ได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของภาพยนตร์สยองขวัญไทย ซึ่งยังคงเป็นจุดเด่นทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ แม้ว่าตัวเลขรายได้จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการฉายในต่างประเทศหรือการรับชมผ่านช่องทางสตรีมมิ่งยังคงต้องรอการประกาศต่อไป แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้สามารถรอติดตามผลงานใหม่ๆ จากแจ็ค เดอะโกส ได้ เนื่องจากเขาได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเดินหน้าผลิตผลงานในหมวดสยองขวัญและระทึกขวัญต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:32 UTC

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน True Partner Forum 2026 มุ่งเน้นการบูรณาการ AI และธุรกิจสีเขียว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน True Partner Forum 2026 มุ่งเน้นการบูรณาการ AI และธุรกิจสีเขียว

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน 'True Partner Forum 2026' โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากความร่วมมือแบบเดิมไปสู่การเติบโตทางธุรกิจร่วมกันผ่าน AI และโครงการด้านความยั่งยืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน True Partner Forum 2026 มุ่งเน้นการบูรณาการ AI และธุรกิจสีเขียว

แหล่งข่าวเดียว
ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน True Partner Forum 2026 มุ่งเน้นการบูรณาการ AI และธุรกิจสีเขียว

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน 'True Partner Forum 2026' โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากความร่วมมือแบบเดิมไปสู่การเติบโตทางธุรกิจร่วมกันผ่าน AI และโครงการด้านความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดงาน 'True Partner Forum 2026' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านจากความสัมพันธ์กับคู่ค้าแบบเดิมไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พร้อมให้ความสำคัญกับการบูรณาการเทคโนโลยี AI และแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืน

ไฮไลท์สำคัญของงานคือการเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission Platform) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คู่ค้าสามารถจัดการรอยเท้าคาร์บอนของตนเองได้ นอกจากนี้ งานยังกล่าวถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก ทรู คอร์ปอเรชั่น เน้นย้ำว่าความต้องการทางดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่บริการคลาวด์และอุปกรณ์ IoT ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานบ้านอัจฉริยะและเมืองอัจฉริยะ จำเป็นต้องมีแนวทางที่บูรณาการมากขึ้นในการพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้บ่งชี้ถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมภายในภาคโทรคมนาคม ในขณะที่ทรูนำเครื่องมือเหล่านี้เข้าสู่ระบบนิเวศของบริษัท อาจส่งผลต่อวิธีการที่ธุรกิจในท้องถิ่นนำเทคโนโลยีมาใช้และจัดการรายงานด้านความยั่งยืน แม้ว่างานฟอรัมจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับการเติบโตด้วย AI และการลงทุนสีเขียว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวแพลตฟอร์มเหล่านี้ในวงกว้างและเกณฑ์ที่แน่นอนในการเข้าถึงเงินทุนสีเขียวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:15 UTC

Chang Cold Brew ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 'Mini Can' ใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Chang Cold Brew ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 'Mini Can' ใหม่

Chang Cold Brew เปิดตัวรูปแบบ 'Mini Can' เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในตลาดเบียร์ไทยที่มีมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Chang Cold Brew ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 'Mini Can' ใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Chang Cold Brew ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 'Mini Can' ใหม่

Chang Cold Brew เปิดตัวรูปแบบ 'Mini Can' เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในตลาดเบียร์ไทยที่มีมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post แบรนด์เบียร์ 'Chang Cold Brew' ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบ 'Mini Can' ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่และปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยภายในอุตสาหกรรมเบียร์ไทยที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 แสนล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมจำหน่ายสินค้า โดยนำเสนอขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลงซึ่งอาจดึงดูดผู้ที่มองหาความสะดวกสบายหรือการดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ การเปิดตัว Mini Can เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของแบรนด์ในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเกี่ยวข้องในภาคส่วนที่มีความต้องการของผู้บริโภคสูงและมีแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าจะมีการประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดการจัดจำหน่ายที่ชัดเจนสำหรับการวางจำหน่ายทั่วประเทศ และราคาขายปลีกเฉพาะในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้บริโภคควรสังเกตบรรจุภัณฑ์ใหม่ในร้านค้าปลีกท้องถิ่นเมื่อการเปิดตัวดำเนินต่อไป ข้อมูลอัปเดตนี้สะท้อนถึงกิจกรรมทางการตลาดในปัจจุบันและไม่ได้ถือเป็นการรับรองผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:35 UTC

กรมศุลกากรเผยจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมศุลกากรเผยจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท

กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมศุลกากรเผยจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมศุลกากรเผยจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท

กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากสินค้าออนไลน์ที่ซื้อจากต่างประเทศได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจากสินค้าประมาณ 225 ล้านชิ้นที่นำเข้ามาในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงกลางเดือนกันยายน 2569 ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้ารวมประมาณ 41,000 ล้านบาท

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้หารือกับหอการค้าไทยเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ซึ่งภาคเอกชนแสดงความพึงพอใจเนื่องจากถือเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยเป็นประจำ มาตรการนี้หมายความว่าการนำเข้าสินค้าเบ็ดเตล็ดจากแพลตฟอร์มต่างประเทศยังคงต้องเสียภาษีตามกฎระเบียบดังกล่าว กรมศุลกากรสังเกตว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าประเภทนี้เริ่มทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่มีร้านค้าในประเทศมากขึ้น แม้ว่ากระบวนการจัดเก็บภาษีจะดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในระยะยาวเพื่อตอบสนองต่อมาตรการทางการคลังเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:32 UTC

กระทรวงเกษตรฯ ของบกลาง 70 ล้านบาท เร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงเกษตรฯ ของบกลาง 70 ล้านบาท เร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกำลังของบประมาณกลางจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ รวมถึงการประสานงานกับ CP เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงเกษตรฯ ของบกลาง 70 ล้านบาท เร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงเกษตรฯ ของบกลาง 70 ล้านบาท เร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกำลังของบประมาณกลางจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ รวมถึงการประสานงานกับ CP เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยื่นของบประมาณกลางจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อจัดการกับปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหา ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของสัตว์น้ำรุกรานชนิดนี้

ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบรรเทาปัญหา กระทรวงฯ กำลังประสานงานกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CP เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการกำจัดปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งลดจำนวนประชากรปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการผลกระทบทางนิเวศวิทยาที่เกิดจากปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำในท้องถิ่น แม้ว่าจะมีการยื่นของบประมาณแล้ว แต่การอนุมัติงบประมาณ 70 ล้านบาทและรายละเอียดการดำเนินงานร่วมกับ CP ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์และการดำเนินโครงการผลิตอาหารสัตว์ในระหว่างที่ข้อเสนอดังกล่าวดำเนินไปตามขั้นตอนทางธุรการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:14 UTC

Bar B Q Plaza เปิดตัวน้ำหอม 'สุข(ก)ใจ' เพื่อถ่ายทอดความทรงจำรอบมื้ออาหาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Bar B Q Plaza เปิดตัวน้ำหอม 'สุข(ก)ใจ' เพื่อถ่ายทอดความทรงจำรอบมื้ออาหาร

เครือร้านอาหารชื่อดังของไทย Bar B Q Plaza ได้เปิดตัวน้ำหอมซิกเนเจอร์ในชื่อ 'สุข(ก)ใจ' โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับบรรยากาศแห่งความทรงจำในการรับประทานอาหาร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Bar B Q Plaza เปิดตัวน้ำหอม 'สุข(ก)ใจ' เพื่อถ่ายทอดความทรงจำรอบมื้ออาหาร

แหล่งข่าวเดียว
Bar B Q Plaza เปิดตัวน้ำหอม 'สุข(ก)ใจ' เพื่อถ่ายทอดความทรงจำรอบมื้ออาหาร

เครือร้านอาหารชื่อดังของไทย Bar B Q Plaza ได้เปิดตัวน้ำหอมซิกเนเจอร์ในชื่อ 'สุข(ก)ใจ' โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับบรรยากาศแห่งความทรงจำในการรับประทานอาหาร

เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง เครือร้านอาหารชื่อดังของไทยอย่าง Bar B Q Plaza ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ด้วยการเปิดตัวน้ำหอมซิกเนเจอร์ในชื่อ 'สุข(ก)ใจ' ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ซึ่งธุรกิจต่างๆ พยายามนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่นอกเหนือไปจากการจัดโปรโมชั่นหรือเมนูอาหารแบบเดิมๆ

น้ำหอมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดแก่นแท้ของความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารที่ร้าน โดยการใช้การตลาดเชิงประสาทสัมผัส แบรนด์มุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างลูกค้ากับมื้ออาหาร สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในวิธีที่แบรนด์ท้องถิ่นพยายามสร้างความภักดีต่อแบรนด์ผ่านผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการขยายขอบเขตที่สร้างสรรค์สำหรับร้านอาหาร แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายของน้ำหอม เช่น จะมีการวางจำหน่ายเป็นสินค้าทั่วไปหรือใช้เป็นเพียงกลิ่นสร้างบรรยากาศภายในร้านเท่านั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือเช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าธุรกิจต่างๆ กำลังมองหาวิธีสร้างความหลากหลายในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกค้ามากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:15 UTC

ปตท. ตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG สู่ 15 ล้านตันภายในปี 2035
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. ตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG สู่ 15 ล้านตันภายในปี 2035

ปตท. วางแผนเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความยืดหยุ่นในการจัดหา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. ตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG สู่ 15 ล้านตันภายในปี 2035

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. ตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG สู่ 15 ล้านตันภายในปี 2035

ปตท. วางแผนเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความยืดหยุ่นในการจัดหา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ปตท. ได้ย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของก๊าซธรรมชาติในภูมิทัศน์พลังงานของประเทศ โดยบริษัทได้ประกาศแผนงานที่มุ่งมั่นในการขยายพอร์ตการซื้อขาย LNG โดยตั้งเป้าเพิ่มจากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 3-4 ล้านตันต่อปี เป็น 10 ล้านตันภายในปี 2030 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านตันภายในปี 2035

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ปตท. กำลังเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับผู้ผลิตระดับโลก ผู้ค้า และบริษัทพลังงานชั้นนำ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาและปรับปรุงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของชาติ ภาคพลังงานที่เชื่อถือได้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานและภาวะราคาผันผวนที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ

แม้ว่าบริษัทจะระบุเป้าหมายปริมาณการซื้อขายในระยะยาวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับงบประมาณการลงทุนสำหรับการขยายตัวนี้และพันธมิตรระหว่างประเทศที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในข้อตกลงใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ปตท. ยังคงมุ่งเน้นการเสริมสร้างเครือข่ายการจัดหาเพื่อรับประกันเสถียรภาพทางพลังงานในระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:15 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.6 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความสำเร็จจากกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในปี 2569 โดยสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 163,500 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 314,500 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความสำเร็จจากกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในปี 2569 โดยสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 163,500 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 314,500 ราย

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าตลอดปี 2569 จนประสบความสำเร็จด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 163,500 ล้านบาท โดยนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่ากิจกรรมดังกล่าวได้สนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้ให้บริการทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 314,500 ราย

ทางกรมฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าประมาณ 500 กิจกรรม ซึ่งรวมถึงงานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการนำคณะผู้แทนการค้าไปต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น อินเดีย ลาตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการจับคู่ธุรกิจด้านคอนเทนต์ในบราซิลและเม็กซิโกที่ประสบความสำเร็จถึง 337 คู่ คิดเป็นมูลค่าการเจรจาราว 650 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการส่งออกของไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของสินค้าไทยในตลาดโลกและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมในประเทศ แม้ว่า DITP จะยืนยันตัวเลขผลการดำเนินงานปี 2569 แล้ว แต่ขณะนี้กรมฯ กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับปีหน้า โดยคาดว่าจะให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านสุขภาพและสุขภาวะมากขึ้น ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและขอบเขตที่ชัดเจนของกลยุทธ์การส่งออกปี 2570 ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางกระทรวงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:57 UTC

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกธนบัตรที่ระลึก
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกธนบัตรที่ระลึก

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกธนบัตรที่ระลึก

ได้รับการยืนยัน
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกธนบัตรที่ระลึก

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดให้ประชาชนแลกธนบัตรที่ระลึกฉบับใหม่ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การออกธนบัตรนี้ถือเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ธนบัตรที่ระลึกมักเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ไทย แม้ว่าธนบัตรเหล่านี้จะเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่มักถูกเก็บไว้เป็นที่ระลึกมากกว่านำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หากคุณสนใจที่จะแลกธนบัตรดังกล่าว ขอแนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่หรือช่องทางอย่างเป็นทางการของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับสถานที่แลกเปลี่ยนและจำนวนที่มีให้บริการ เนื่องจากธนบัตรเหล่านี้มักมีการผลิตในจำนวนจำกัด

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับชนิดราคาของธนบัตร จำนวนธนบัตรทั้งหมดที่มีให้แลก และระยะเวลาในการเปิดให้แลกเปลี่ยนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่วางแผนจะไปติดต่อธนาคารเพื่อแลกเปลี่ยนเงินควรติดตามประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนเดินทางไปยังสาขาของธนาคาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:17 UTC

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 11% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 11% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานยอดการลงทุนจากต่างชาติ 249.26 พันล้านบาทในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 11% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 11% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานยอดการลงทุนจากต่างชาติ 249.26 พันล้านบาทในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ประเทศไทยมีการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคม ทางการได้อนุญาตให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการจำนวน 835 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 249,261 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

สิงคโปร์เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่า 73,368 ล้านบาท ตามด้วยญี่ปุ่น 53,780 ล้านบาท และจีน 43,803 ล้านบาท นอกเหนือจากการอัดฉีดเงินทุนแล้ว การลงทุนเหล่านี้ยังช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานในท้องถิ่น ส่งผลให้มีการจ้างงานคนไทยจำนวน 5,863 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมเฉพาะด้านและการเติบโตของโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่น แม้ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงถึงสภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและความยั่งยืนของภาคการลงทุนเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ข้อมูลดังกล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางเชิงบวกสำหรับการเข้ามามีส่วนร่วมของธุรกิจต่างชาติในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์จะยังคงติดตามดูว่าการลงทุนเหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:18 UTC

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันที่ 15 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันที่ 15 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันสำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ด้านอาชีพและส่วนบุคคล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันที่ 15 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันที่ 15 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ดวงชะตาประจำวันสำหรับราศีต่างๆ โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ด้านอาชีพและส่วนบุคคล

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Khaosod Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โหรบุศพันธ์ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ดวงชะตาสำหรับวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยคำพยากรณ์ได้ระบุถึงแนวโน้มที่แตกต่างกันสำหรับราศีต่างๆ ซึ่งอาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้อยู่อาศัยหรือผู้มาเยือนที่ติดตามข้อมูลทางโหราศาสตร์ไทยแบบดั้งเดิม

สำหรับผู้ที่เกิดในราศีเมษ รายงานระบุว่าอาจเป็นวันที่ท้าทายในเรื่องความคาดหวังด้านการทำงานและผลประกอบการด้านการค้าปลีก แม้ว่าจะมีการระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขัน ส่วนชาวราศีพฤษภอาจพบกับการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพอย่างกะทันหันและได้รับคำแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการลงทุนระยะยาวหรือการซื้อขายแบบผ่อนชำระ สำหรับชาวราศีเมถุนได้รับคำเตือนให้ระมัดระวังเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับชาวต่างชาติ ในขณะที่ผู้ที่เกิดในราศีกรกฎอาจเห็นการปรับปรุงสถานะทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนใหม่สำหรับการลงทุนทางธุรกิจ สุดท้ายนี้ คาดว่าชาวราศีสิงห์จะต้องเผชิญกับภาระงานที่หนักหน่วง แม้ว่ารายงานจะระบุว่าความพยายามนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่ดีและผลลัพธ์ด้านการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ

แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะนำเสนอมุมมองทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับชีวิตประจำวันในประเทศไทย แต่ก็ยังคงเป็นการตีความเชิงอัตวิสัย ผู้อ่านควรทราบว่าคำพยากรณ์เหล่านี้อ้างอิงตามประเพณีทางโหราศาสตร์และไม่ได้สะท้อนถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจเชิงประจักษ์หรือเหตุการณ์ในอนาคตที่ได้รับการยืนยัน การที่คำพยากรณ์เหล่านี้จะปรากฏในชีวิตส่วนตัวหรืออาชีพของแต่ละบุคคลอย่างไรนั้นยังคงเป็นเรื่องของประสบการณ์และมุมมองส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:57 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้า 1.635 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้า 1.635 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความสำเร็จด้านการค้าในปี 2569 พร้อมวางแผนขยายตลาดในปี 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้า 1.635 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้า 1.635 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความสำเร็จด้านการค้าในปี 2569 พร้อมวางแผนขยายตลาดในปี 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2569 โดยสามารถสร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมส่งเสริมต่างๆ ได้ถึง 163,500 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้รับบริการได้รับประโยชน์กว่า 314,500 ราย

คุณสุนันทา ตัวแทนจาก DITP ระบุว่าทางกรมฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 500 กิจกรรมตลอดทั้งปีเพื่อสร้างดีลธุรกิจใหม่ๆ ทั่วโลก สำหรับปี 2570 DITP มีแผนที่จะดำเนินกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่การเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียใต้ ละตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แม้มูลค่าการค้าที่รายงานจะบ่งชี้ถึงปีที่แข็งแกร่งสำหรับภาคการส่งออกของไทย แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถิ่นหรือความพร้อมของสินค้าที่นำเข้านั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ รายละเอียดของกิจกรรมทั้ง 500 รายการที่วางแผนไว้สำหรับปี 2570 และอิทธิพลที่จะมีต่อการเดินทางเพื่อธุรกิจระหว่างประเทศหรือโลจิสติกส์ทางการค้านั้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DITP เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การขยายตลาดเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:19 UTC

EEC ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

EEC ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มุ่งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยเน้นโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EEC ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
EEC ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มุ่งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยเน้นโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันยอดการลงทุนประจำปีในเขต EEC ให้สูงกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงการเติบโตทางอุตสาหกรรมเข้ากับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหรือใกล้กับจังหวัดภาคตะวันออก เป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนภูมิภาคนี้อาจสังเกตเห็นกิจกรรมการก่อสร้างและการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่ตามความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ การบูรณาการผลประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่นเข้ากับแผนอุตสาหกรรมเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างครอบคลุมมากขึ้น

แม้ว่าสำนักงาน EEC จะได้กำหนดเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญนี้ไว้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการแต่ละโครงการให้แล้วเสร็จและกลไกที่แน่ชัดสำหรับการบูรณาการชุมชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าคณะกรรมการจะสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของประชากรในท้องถิ่นอย่างไรในขณะที่แผนงานเหล่านี้ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:35 UTC

ความเป็นไปได้ในการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความเป็นไปได้ในการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' โดยยังมีงบประมาณเหลือจาก พ.ร.ก. เงินกู้อีก 5 หมื่นล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความเป็นไปได้ในการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

แหล่งข่าวเดียว
ความเป็นไปได้ในการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' โดยยังมีงบประมาณเหลือจาก พ.ร.ก. เงินกู้อีก 5 หมื่นล้านบาท

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' โดยมีรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการสำหรับการดำเนินโครงการต่อ

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังมีงบประมาณเหลือจาก พ.ร.ก. เงินกู้เดิมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งให้พื้นที่ทางการคลังที่จำเป็นสำหรับการขยายโครงการนี้ ขณะนี้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง ซึ่งคาดว่าจะมีการตรวจสอบและกำหนดรายละเอียดอย่างเป็นทางการสำหรับการดำเนินโครงการต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและกิจกรรมทางธุรกิจในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้นายกรัฐมนตรีจะแสดงท่าทีสนับสนุนแล้ว แต่เงื่อนไขเฉพาะ เกณฑ์การมีสิทธิ์ และวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการสำหรับระยะที่ขยายออกไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงการคลัง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการขยายโครงการที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่นหรือภาคบริการเฉพาะด้านอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:17 UTC

กรมศุลกากรเผยยอดจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมศุลกากรเผยยอดจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาท

กรมศุลกากรของไทยจัดเก็บภาษีจากการนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาท และกำลังมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่ติดฉลาก 'Made in Thailand' อย่างไม่ถูกต้อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมศุลกากรเผยยอดจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมศุลกากรเผยยอดจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาท

กรมศุลกากรของไทยจัดเก็บภาษีจากการนำเข้าสินค้าออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาท และกำลังมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่ติดฉลาก 'Made in Thailand' อย่างไม่ถูกต้อง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมศุลกากรของไทยประสบความสำเร็จในการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าค้าปลีกออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาท ความสำเร็จด้านรายได้นี้เป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการทางภาษีที่มุ่งเน้นไปที่การนำเข้าสินค้าออนไลน์ที่มีมูลค่าต่ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสภาพแวดล้อมการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นที่บริเวณชายแดน กรมศุลกากรได้ประกาศแผนที่จะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าซึ่งมีการติดฉลาก 'Made in Thailand' อย่างหลอกลวงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องผู้ผลิตในท้องถิ่นและรับประกันการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด

แม้ว่าตัวเลขรายได้จะยืนยันถึงประสิทธิภาพของกลไกการจัดเก็บในปัจจุบัน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมศุลกากรยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงหรือกรอบเวลาสำหรับการปราบปรามสินค้าที่ติดฉลากไม่ถูกต้องที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อระยะเวลาในการดำเนินการสำหรับสินค้าที่จัดส่งระหว่างประเทศที่เข้ามาในประเทศอย่างไร นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าขั้นตอนทางศุลกากรอาจมีความละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบแหล่งกำเนิดของสินค้าที่ซื้อทางออนไลน์หรือนำเข้ามาในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 04:57 UTC