ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังปรับภาษีให้เท่าเทียมเพื่อนบ้านในการหารือระดับสูง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังปรับภาษีให้เท่าเทียมเพื่อนบ้านในการหารือระดับสูง

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำทีมเจรจาขั้นสุดท้ายกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อผลักดันอัตราภาษีที่แข่งขันได้สำหรับประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังปรับภาษีให้เท่าเทียมเพื่อนบ้านในการหารือระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังปรับภาษีให้เท่าเทียมเพื่อนบ้านในการหารือระดับสูง

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำทีมเจรจาขั้นสุดท้ายกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อผลักดันอัตราภาษีที่แข่งขันได้สำหรับประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสุดท้ายกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยการหารือมีเป้าหมายเพื่อสรุปรายละเอียดก่อนการสื่อสารระดับสูงระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569

นางศุภจีแสดงความเชื่อมั่นว่าความพยายามเหล่านี้จะส่งผลให้ไทยได้รับอัตราภาษีในระดับเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค โดยความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้เกิดขึ้นก่อนการพบปะกันของผู้นำทั้งสองประเทศที่มีกำหนดการในสัปดาห์หน้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ แม้รัฐบาลจะมีความมั่นใจในการบรรลุความเท่าเทียมกับประเทศในภูมิภาค แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการหารือระหว่างนายอนุทินและคู่เจรจาจากสหรัฐฯ จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนภาษีตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ โดยคาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อการค้าหรือสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรากฏชัดเจนขึ้นหลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:13 UTC

บพท. เร่งเครื่องแผนแก้ปัญหาความยากจนใน 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บพท. เร่งเครื่องแผนแก้ปัญหาความยากจนใน 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของไทย

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อจัดทำแผนลดความยากจนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรจุเข้าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บพท. เร่งเครื่องแผนแก้ปัญหาความยากจนใน 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
บพท. เร่งเครื่องแผนแก้ปัญหาความยากจนใน 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของไทย

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อจัดทำแผนลดความยากจนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรจุเข้าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งใหญ่ โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่รัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนเข้าร่วม เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทั่วประเทศ

ข้อมูลที่นำเสนอในที่ประชุมได้ระบุถึง 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน โดยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จะถูกส่งต่อไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ต่อไป ซึ่งโครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับพื้นที่ดังกล่าวผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเจาะจง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนระยะยาว การดำเนินการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน หากดำเนินการได้สำเร็จ มาตรการเหล่านี้อาจนำไปสู่การปรับปรุงบริการในท้องถิ่นและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในจังหวัดที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแผนงานเหล่านี้จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญ การจัดสรรงบประมาณ และการดำเนินการอย่างไรเมื่อถูกบรรจุเข้าสู่กรอบการพัฒนาของชาติอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจังหวัดเป้าหมายและกรอบเวลาการดำเนินงานจะมีความชัดเจนมากขึ้นในระหว่างกระบวนการวางแผนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:13 UTC

SAM ประกาศประมูลทรัพย์ NPA คุณภาพ 94 รายการทั่วประเทศ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SAM ประกาศประมูลทรัพย์ NPA คุณภาพ 94 รายการทั่วประเทศ

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM จัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 94 รายการทั่วไทย มูลค่ารวมกว่า 380 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยและนักลงทุน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SAM ประกาศประมูลทรัพย์ NPA คุณภาพ 94 รายการทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
SAM ประกาศประมูลทรัพย์ NPA คุณภาพ 94 รายการทั่วประเทศ

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM จัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 94 รายการทั่วไทย มูลค่ารวมกว่า 380 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยและนักลงทุน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ได้เปิดตัวกิจกรรมการประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 94 รายการ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลทองทั่วประเทศไทย โดยมีมูลค่ารวมของทรัพย์สินเหล่านี้ประเมินไว้สูงกว่า 380 ล้านบาท

รายการทรัพย์สินในการประมูลมีความหลากหลาย เพื่อรองรับทั้งผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยส่วนตัวและนักลงทุนที่มองหาโอกาสทางธุรกิจ ทรัพย์สินที่มีให้เลือกประกอบด้วย ที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย นอกจากนี้ ในรายการยังมีทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูง เช่น โรงงาน โกดัง ห้องชุดพาณิชยกรรม อพาร์ตเมนต์ และสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสในการเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ในราคาประมูล ไม่ว่าจะเพื่อการอยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรทราบว่าเงื่อนไขเฉพาะและกำหนดการที่แน่ชัดของกระบวนการประมูลยังไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและสภาพทางกายภาพของทรัพย์สินด้วยตนเองก่อนเข้าร่วมการประมูล ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางเวลาการประมูลและข้อกำหนดในการลงทะเบียนยังคงต้องรอการยืนยันจาก SAM ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:53 UTC

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงบันทึกความเข้าใจการนำเข้าข้าวโพด GMO
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงบันทึกความเข้าใจการนำเข้าข้าวโพด GMO

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ลงนามในข้อตกลงนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงบันทึกความเข้าใจการนำเข้าข้าวโพด GMO

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงบันทึกความเข้าใจการนำเข้าข้าวโพด GMO

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ลงนามในข้อตกลงนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของสาธารณชนเกี่ยวกับรายงานข่าวเรื่องข้อตกลงการนำเข้าข้าวโพด GMO ที่มีการกล่าวอ้างว่ารัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ สมาคมฯ ได้ชี้แจงว่ากระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกานั้นไม่เป็นความจริง นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวได้ลงนามเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 โดยเป็นการลงนามระหว่างสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยและสภาธัญพืชและผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Grains & BioProducts Council) เท่านั้น

คำชี้แจงนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากเป็นการแยกแยะระหว่างการจัดซื้อของภาคเอกชนกับนโยบายระดับรัฐบาล สมาคมฯ เน้นย้ำว่าการนำเข้าดังกล่าวเป็นความคิดริเริ่มของภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าสมาคมฯ จะได้ชี้แจงเกี่ยวกับคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการนำเข้าโดยภาคเอกชนต่อตลาดเกษตรในท้องถิ่นและราคาอาหารยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ โดยในขณะนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายสินค้าและการกำกับดูแลตามกฎระเบียบของการนำเข้าดังกล่าวอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:33 UTC

SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.2%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของประเทศไทยในปี 2569 โดยอ้างถึงการส่งออกเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง พร้อมเตือนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.2%

แหล่งข่าวเดียว
SCB EIC ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.2%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของประเทศไทยในปี 2569 โดยอ้างถึงการส่งออกเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง พร้อมเตือนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประเทศไทยในปี 2569 เป็น 2.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.0% โดยการปรับเพิ่มนี้มีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ทางศูนย์ฯ เน้นย้ำว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยยังคงมีความไม่เท่าเทียม โดยมีลักษณะเป็นแบบ "K-Shaped" ซึ่งช่องว่างระหว่างภาคส่วนต่างๆ ยังคงขยายตัวกว้างขึ้น มีรายงานว่ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ และทางศูนย์ฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมที่ชะลอตัวลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาวะเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงตลาดที่มีความแตกต่างกัน โดยบางภาคส่วนเติบโตได้ดีในขณะที่บางภาคส่วนยังคงประสบปัญหา SCB EIC ได้ระบุปัจจัยเสี่ยงหลัก 3 ประการที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพในอนาคต ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ ความตึงเครียดทางการค้าโลก และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ทางศูนย์ฯ ได้แนะนำให้มีการดำเนินมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะจุดต่อไป เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะขยายโครงการสนับสนุนเฉพาะจุดเหล่านี้หรือไม่ หรือปัจจัยเสี่ยงระดับโลกที่ระบุไว้นั้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:35 UTC

PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผลและเพิ่มทุนเพื่อขยายการลงทุนใน BFTZ 4
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผลและเพิ่มทุนเพื่อขยายการลงทุนใน BFTZ 4

PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.1400 บาทต่อหน่วย และเปิดการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อระดมทุนเข้าลงทุนในโครงการ BFTZ 4

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผลและเพิ่มทุนเพื่อขยายการลงทุนใน BFTZ 4

แหล่งข่าวเดียว
PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผลและเพิ่มทุนเพื่อขยายการลงทุนใน BFTZ 4

PROSPECT REIT ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.1400 บาทต่อหน่วย และเปิดการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อระดมทุนเข้าลงทุนในโครงการ BFTZ 4

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ PROSPECT REIT ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย โดยกองทรัสต์รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยอัตราการเช่าพื้นที่สูงกว่า 90%

เพื่อสนับสนุนการเติบโต กองทรัสต์ได้เริ่มดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 โดยเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่ในราคาหน่วยละ 9.00 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ลงทุนในโครงการ BFTZ 4 โดยมีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าพอร์ตการลงทุนรวมของกองทรัสต์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 15,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินทรัพย์ในเขตปลอดอากรกรุงเทพฯ (Bangkok Free Trade Zone หรือ BFTZ) แม้ว่าการจ่ายเงินปันผลและแผนการเพิ่มทุนจะได้รับการยืนยันจากฝ่ายบริหารแล้ว แต่ผลกระทบสุดท้ายต่อผลตอบแทนระยะยาวของกองทรัสต์และความสำเร็จในการเข้าซื้อโครงการ BFTZ 4 ยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและความสำเร็จในการจองซื้อหน่วยทรัสต์ใหม่ ผู้ที่สนใจในตลาดกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับกำหนดการเข้าลงทุนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 13:50 UTC

สภาพัฒน์ฯ บรรจุ 'แผนแก้จน' ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาพัฒน์ฯ บรรจุ 'แผนแก้จน' ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้บรรจุยุทธศาสตร์การลดความยากจนไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 อย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ฯ บรรจุ 'แผนแก้จน' ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

แหล่งข่าวเดียว
สภาพัฒน์ฯ บรรจุ 'แผนแก้จน' ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้บรรจุยุทธศาสตร์การลดความยากจนไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยการบรรจุ 'แผนแก้จน' ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าการดำเนินการนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และภาคีเครือข่ายภาครัฐต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจระดับชาติที่มุ่งเน้นการลดความยากจนเชิงโครงสร้าง แม้ว่าการบรรจุยุทธศาสตร์นี้ไว้ในแผนฉบับที่ 14 จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในระยะยาวในการลดช่องว่างความมั่งคั่ง แต่กลไกเฉพาะ การจัดสรรงบประมาณ และกรอบเวลาในการดำเนินงานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

นักท่องเที่ยวอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันที เนื่องจากแผนพัฒนาแห่งชาติเหล่านี้มักมุ่งเน้นไปที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาวและโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการสังคม มากกว่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในขณะที่แผนฉบับที่ 14 กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินมาตรการลดความยากจนเหล่านี้ในแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือนโยบายเฉพาะและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในขณะที่ สศช. ดำเนินกระบวนการวางแผนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:13 UTC

ครม. อนุมัติโครงการงบ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติโครงการงบ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติโครงการชลประทานมูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเรื้อรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ครม. อนุมัติโครงการงบ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติโครงการงบ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติโครงการชลประทานมูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเรื้อรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานขนาดใหญ่ที่เสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โครงการดังกล่าวมีมูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากใน 8 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง

ตามรายงานระบุว่า โครงสร้างการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการนี้ประกอบด้วยเงินกู้จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท และงบประมาณรายปีจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำ เพื่อปกป้องภูมิภาคจากความผันผวนของสภาพอากาศที่รุนแรงได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามฤดูกาลบ่อยครั้ง การบริหารจัดการน้ำที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่สภาวะที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับการเกษตรในท้องถิ่นและเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐาน

แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการ กำหนดการก่อสร้างที่แน่นอน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือเส้นทางการเดินทางในภูมิภาคในช่วงระยะเวลาดำเนินการนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อจังหวัดใดบ้างในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:55 UTC

หน่วยงานวิจัยไทยร่วมมือวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานวิจัยไทยร่วมมือวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมมือกับ 19 มหาวิทยาลัยเพื่อนำงานวิจัยด้านการแก้ปัญหาความยากจนเข้าสู่ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หน่วยงานวิจัยไทยร่วมมือวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานวิจัยไทยร่วมมือวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมมือกับ 19 มหาวิทยาลัยเพื่อนำงานวิจัยด้านการแก้ปัญหาความยากจนเข้าสู่ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เปิดตัวความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 19 แห่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ 20 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศไทย

ในระหว่างการสัมมนา “พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3” ทางเครือข่ายได้นำเสนอข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยซึ่งครอบคลุมประชากรกว่า 1.2 ล้านคนในกว่า 300,000 ครัวเรือน วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการนำข้อมูลเชิงประจักษ์ไปบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่กำลังจะมาถึง โดยการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในระดับพื้นที่ หน่วยงานต่างๆ มุ่งหวังที่จะสร้างกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและอ้างอิงจากข้อมูลจริงเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญไปสู่การกำหนดนโยบายระดับภูมิภาคที่เน้นข้อมูลเป็นหลัก แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่อาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาค การสนับสนุนการท่องเที่ยวท้องถิ่น และโครงการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเหล่านี้ในอนาคต ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน โดยยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลการวิจัยเหล่านี้จะถูกจัดลำดับความสำคัญอย่างไรในร่างแผนพัฒนาฉบับที่ 14 และจะมีการจัดสรรงบประมาณอย่างไรเพื่อนำกลยุทธ์การแก้ปัญหาความยากจนเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:36 UTC

CJ Mall เล็งทำ IPO ปี 2572 ท่ามกลางความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CJ Mall เล็งทำ IPO ปี 2572 ท่ามกลางความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ผู้ประกอบการค้าปลีก CJ Mall กำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกภายในปี 2572 โดยได้รับการสนับสนุนจากแผนการขยายธุรกิจและความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CJ Mall เล็งทำ IPO ปี 2572 ท่ามกลางความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
CJ Mall เล็งทำ IPO ปี 2572 ท่ามกลางความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ผู้ประกอบการค้าปลีก CJ Mall กำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกภายในปี 2572 โดยได้รับการสนับสนุนจากแผนการขยายธุรกิจและความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ CJ Mall กำลังเร่งกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ภายในปี 2572 นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งคาราบาวกรุ๊ป ระบุว่าขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับตลาดหลักทรัพย์ระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึง NASDAQ, ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ซึ่งทั้งหมดได้แสดงความสนใจในการเข้าจดทะเบียน

ส่วนหนึ่งของแผนการเติบโต บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายสาขาค้าปลีกให้ถึง 5,000 สาขา และบรรลุเป้าหมายรายได้ต่อปีที่ 100,000 ล้านบาทภายในปีเดียวกัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางมายังประเทศไทยบ่อยครั้ง การขยายตัวนี้บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของร้านค้า CJ Mall ทั่วประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ภูมิทัศน์การค้าปลีกในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป

แม้ว่าบริษัทจะตั้งเป้าหมายทางการเงินและการดำเนินงานที่ท้าทาย แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ที่จะเข้าจดทะเบียน IPO นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ความสำเร็จของเป้าหมายการเติบโตเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทในการดำเนินกลยุทธ์การขยายสาขาเชิงรุกให้ประสบความสำเร็จในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยภารกิจเร่งด่วน 9 ด้านเพื่อรับมือเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยภารกิจเร่งด่วน 9 ด้านเพื่อรับมือเศรษฐกิจโลก

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประกาศภารกิจเร่งด่วน 9 ด้าน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลกและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยภารกิจเร่งด่วน 9 ด้านเพื่อรับมือเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวเดียว
ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยภารกิจเร่งด่วน 9 ด้านเพื่อรับมือเศรษฐกิจโลก

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประกาศภารกิจเร่งด่วน 9 ด้าน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลกและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการทันทีหลังจากเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยภารกิจเร่งด่วน 9 ด้านนี้มุ่งเน้นการปรับตัวของประเทศไทยให้ทันต่อสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ อิทธิพลของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ส่งผลต่ออุปทานแรงงาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของแผนนี้คือการดูแลค่าครองชีพและความเป็นธรรมทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ตั้งใจที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกทางการค้าเพื่อติดตามและควบคุมราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นให้มีความเหมาะสม โดยคาดว่าโครงการเชิงรุกต่างๆ เช่น 'ไทยช่วยไทย' จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ กระทรวงยังมุ่งเน้นการปกป้องผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยการป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาดใช้วิธีการกีดกันทางการค้าหรือกดราคาสินค้า

แม้ว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎระเบียบต่อทุนต่างชาติหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับโครงการต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการในช่วงการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:52 UTC

แสนสิริรีเฟรชแบรนด์ 'บุราสิริ' รอบ 20 ปี เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 6 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริรีเฟรชแบรนด์ 'บุราสิริ' รอบ 20 ปี เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 6 พันล้านบาท

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริเปิดตัว 'บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 20 ปี โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดบ้านระดับหรู

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริรีเฟรชแบรนด์ 'บุราสิริ' รอบ 20 ปี เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 6 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริรีเฟรชแบรนด์ 'บุราสิริ' รอบ 20 ปี เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 6 พันล้านบาท

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริเปิดตัว 'บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรีเฟรชแบรนด์ในรอบ 20 ปี โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดบ้านระดับหรู

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริได้ทำการรีเฟรชแบรนด์ 'บุราสิริ' อย่างเป็นทางการ เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ โดยบริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ 'บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา' มูลค่า 6 พันล้านบาท โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับหรูโดยเฉพาะ โดยมีราคาบ้านอยู่ที่ระหว่าง 23 ถึง 50 ล้านบาท

นางสาวภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบของแสนสิริ เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเร่งกลยุทธ์โครงการแนวราบในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้ว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่แสนสิริยังคงรายงานว่ามีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้ายอดขายพรีเซลรวมสำหรับกลุ่มแนวราบในปี 2569 ไว้ที่ 25,000 ล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี บริษัททำยอดขายได้แล้ว 15,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี เพื่อรักษาโมเมนตัมนี้ แสนสิริวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 12 โครงการในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโซนที่อยู่อาศัยระดับหรูในกรุงเทพฯ แม้ว่าบริษัทจะยังคงมั่นใจในเป้าหมายการขาย แต่ผลกระทบในวงกว้างของการเปิดตัวโครงการใหม่เหล่านี้ต่อเสถียรภาพโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องติดตามต่อไปจนกว่าจะสิ้นปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:54 UTC

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธข่าวดีลนำเข้าข้าวโพด GMO
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธข่าวดีลนำเข้าข้าวโพด GMO

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงว่าไม่มีข้อตกลงระดับรัฐบาลในการนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธข่าวดีลนำเข้าข้าวโพด GMO

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยปฏิเสธข่าวดีลนำเข้าข้าวโพด GMO

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยชี้แจงว่าไม่มีข้อตกลงระดับรัฐบาลในการนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องข้อตกลงที่รัฐบาลสนับสนุนให้นำเข้าข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรม (GMO) จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมฯ ได้ส่งหนังสือถึงคุณศุภจีเพื่อยืนยันว่ารายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง

สมาคมฯ เน้นย้ำว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เป็นประเด็นนั้น เป็นการลงนามระหว่างสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยกับสภาธัญพืชและผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Grains & BioProducts Council) เท่านั้น โดยระบุชัดเจนว่าทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นคู่สัญญาในข้อตกลงนี้ และไม่มีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดใดๆ เกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารและนโยบายการเกษตร การถกเถียงเรื่องการนำเข้า GMO มักส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรและกฎระเบียบในท้องถิ่น แม้ว่าสมาคมฯ จะปฏิเสธการมีอยู่ของโควตานำเข้าขนาดใหญ่ แต่การอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับนโยบาย GMO ในประเทศไทยยังคงเป็นหัวข้อที่สาธารณชนให้ความสนใจ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อยืนยันว่ามีการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับสินค้าเกษตร GMO ในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:36 UTC

รัฐบาลไทยจัดงบ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยจัดงบ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแก่ 30 ล้านครัวเรือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยจัดงบ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดงบ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแก่ 30 ล้านครัวเรือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดทำประกันภัยคุ้มครองที่อยู่อาศัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

นโยบายนี้ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มครองทางการเงินจากภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยความคุ้มครองดังกล่าวมีกำหนดเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาพำนักระยะยาว โครงการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของภาครัฐในการบรรเทาผลกระทบทางการเงินจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและธรณีวิทยาที่มีต่อที่อยู่อาศัย การจัดหาตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับบ้านเรือนหลายล้านหลังมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในการฟื้นฟูหลังจากเกิดภัยพิบัติ

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรงบประมาณและวันเริ่มต้นโครงการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขที่แน่นอนของกรมธรรม์ประกันภัย กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และวิธีการกระจายความคุ้มครองไปยัง 30 ล้านครัวเรือน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อใกล้ถึงกำหนดการเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:36 UTC

พันธมิตรธุรกิจไทย-จีนปรับกลยุทธ์สู่โมเดล 'Sell With'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พันธมิตรธุรกิจไทย-จีนปรับกลยุทธ์สู่โมเดล 'Sell With'

หอการค้าไทยร่วมมือกับสมาคมธุรกิจจีนเพื่อเปลี่ยนจากการค้าขายทั่วไปไปสู่การวิจัยและพัฒนาร่วมกันสำหรับ SMEs

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พันธมิตรธุรกิจไทย-จีนปรับกลยุทธ์สู่โมเดล 'Sell With'

แหล่งข่าวเดียว
พันธมิตรธุรกิจไทย-จีนปรับกลยุทธ์สู่โมเดล 'Sell With'

หอการค้าไทยร่วมมือกับสมาคมธุรกิจจีนเพื่อเปลี่ยนจากการค้าขายทั่วไปไปสู่การวิจัยและพัฒนาร่วมกันสำหรับ SMEs

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 หอการค้าไทยได้เปิดตัวกลไกความร่วมมือใหม่ร่วมกับหอการค้าไทย-จีน และสมาคมวิสาหกิจจีนในประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักลงทุนจีนและภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่พื้นที่ระยองเป็นพิเศษ

หัวใจสำคัญของความคิดริเริ่มนี้คือการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์จากโมเดล 'Sell To' (ขายให้) ไปสู่แนวทาง 'Sell With' (ขายร่วมกับ) เป้าหมายคือการก้าวข้ามข้อกำหนดด้านเนื้อหาในท้องถิ่นไปสู่การสร้าง 'ขีดความสามารถในท้องถิ่น' โดยการสนับสนุนให้ SMEs ไทยมีส่วนร่วมโดยตรงในขั้นตอนการออกแบบและวิจัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พันธมิตรนี้หวังว่าจะขยายขอบเขตทางการตลาดและส่งเสริมการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มกิจกรรมทางอุตสาหกรรมไฮเทคและความร่วมมือทางวิชาชีพ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้ว่าความคิดริเริ่มนี้จะมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัวโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมเหล่านี้และภาคส่วนที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางอุตสาหกรรมนี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางธุรกิจในวงกว้างของประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:37 UTC

อัปเดตรายการโทรทัศน์ไทย: 15 กันยายน 2026
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตรายการโทรทัศน์ไทย: 15 กันยายน 2026

Khaosod Online รายงานความคืบหน้าล่าสุดของละครไทยเรื่อง 'สองหัวใจ' โดยเน้นย้ำถึงความขัดแย้งของตัวละครและความตึงเครียดในการทำงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตรายการโทรทัศน์ไทย: 15 กันยายน 2026

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตรายการโทรทัศน์ไทย: 15 กันยายน 2026

Khaosod Online รายงานความคืบหน้าล่าสุดของละครไทยเรื่อง 'สองหัวใจ' โดยเน้นย้ำถึงความขัดแย้งของตัวละครและความตึงเครียดในการทำงาน

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ภูมิทัศน์ทางโทรทัศน์ของไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในละครเรื่อง 'สองหัวใจ' ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 เวลา 20.30 น. เนื้อเรื่องมุ่งเน้นไปที่ตัวละคร โอบ (รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ) ซึ่งกำลังวางแผนเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับ เพ้ง (รับบทโดย เจ๋ง เดชา)

ในขณะเดียวกัน ดอม (รับบทโดย เจมส์ มาร์) กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักสำหรับการชกมวยครั้งสำคัญ เพื่อแลกกับเงินลงทุนที่จำเป็นสำหรับโอบ ดอมจึงต้องรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับ เพลิน ลูกสาวของนักธุรกิจรายใหญ่ การจัดการทางอาชีพนี้ทำให้ ฝน (รับบทโดย อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม) รู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นระหว่างดอมและเพลิน นอกจากนี้ เนื้อเรื่องยังระบุว่าความตึงเครียดระหว่างค่ายมวยคู่แข่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเพ้งทราบถึงความพยายามของโอบในการดึงนักมวยจากค่ายโอเชี่ยนมาช่วยเตรียมความพร้อมให้กับดอม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจสื่อไทย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงประเด็นปัจจุบันของความบันเทิงในเวลาไพรม์ไทม์ แม้ว่าละครจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยม แต่ผู้ชมควรทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงจุดดำเนินเรื่องสมมติภายในละครโทรทัศน์เท่านั้น ส่วนเนื้อเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นยังคงต้องติดตามกันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:33 UTC

รัฐบาลไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ AFAC เพื่อยกระดับการแข่งขันทางการค้าในอาเซียน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ AFAC เพื่อยกระดับการแข่งขันทางการค้าในอาเซียน

ประเทศไทยได้ให้คำมั่นอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือด้านการแข่งขันของอาเซียน (AFAC) เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติทางการตลาดที่เป็นธรรมและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในภูมิภาค

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ AFAC เพื่อยกระดับการแข่งขันทางการค้าในอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ AFAC เพื่อยกระดับการแข่งขันทางการค้าในอาเซียน

ประเทศไทยได้ให้คำมั่นอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือด้านการแข่งขันของอาเซียน (AFAC) เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติทางการตลาดที่เป็นธรรมและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าตามกรอบความร่วมมือด้านการแข่งขันของอาเซียน (AFAC) โดยความคิดริเริ่มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างกฎระเบียบทางการค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างตลาดที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีโครงสร้างและโปร่งใสมากขึ้น ด้วยการปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานการแข่งขันระดับภูมิภาค รัฐบาลตั้งใจที่จะเสริมสร้างความสามารถขององค์กรไทยในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพภายในเขตเศรษฐกิจอาเซียน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการปรับปรุงแนวปฏิบัติทางการค้าให้ทันสมัยและรับประกันว่าการแข่งขันในตลาดจะยังคงมีความเป็นธรรมและเข้าถึงได้

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการเข้าร่วมในกรอบความร่วมมือดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการทันทีสำหรับธุรกิจในท้องถิ่นยังคงต้องรอความชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการกฎระเบียบใหม่เหล่านี้เข้ากับกฎหมายการค้าภายในประเทศที่มีอยู่ สำหรับผู้ที่มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจท้องถิ่น การติดตามการอัปเดตจากกระทรวงพาณิชย์ในอนาคตจะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อพลวัตของตลาดและราคาผู้บริโภคอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:10 UTC

TMA ชี้เป้า “งานที่ยังไม่เสร็จ” ของนวัตกรรมไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

TMA ชี้เป้า “งานที่ยังไม่เสร็จ” ของนวัตกรรมไทย

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) มุ่งเน้นการปิดช่องว่างระหว่างงานวิจัยทางวิชาการและความสำเร็จเชิงพาณิชย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

TMA ชี้เป้า “งานที่ยังไม่เสร็จ” ของนวัตกรรมไทย

แหล่งข่าวเดียว
TMA ชี้เป้า “งานที่ยังไม่เสร็จ” ของนวัตกรรมไทย

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) มุ่งเน้นการปิดช่องว่างระหว่างงานวิจัยทางวิชาการและความสำเร็จเชิงพาณิชย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ได้ระบุถึงความท้าทายที่สำคัญของประเทศโดยเรียกว่าเป็น “งานที่ยังไม่เสร็จ” (Unfinished Business) ตามรายงานของ Thai Post แม้ว่าประเทศไทยจะมีนักวิจัยที่มีความสามารถสูง มีเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ และมีผลงานนวัตกรรมมากมาย แต่สินทรัพย์เหล่านี้มักจะถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ ปัญหาหลักคือความยากลำบากในการเปลี่ยนผลงานวิจัยเหล่านี้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการเชิงพาณิชย์ที่ใช้งานได้จริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธุรกิจของไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ไปสู่การ “สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์” (Commercialization) เป้าหมายคือการเปลี่ยนศักยภาพทางวิชาการให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่จับต้องได้ หากประสบความสำเร็จ ความพยายามนี้อาจนำไปสู่ภาคเทคโนโลยีในท้องถิ่นที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และงานที่ต้องใช้ทักษะสูงภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามหลายประการเกี่ยวกับการดำเนินการตามกลยุทธ์นี้ แม้ว่า TMA จะได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาแล้ว แต่กลไกทางนโยบาย โครงสร้างการระดมทุน หรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่จำเป็นในการปิดช่องว่างระหว่างการวิจัยและตลาดนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลและภาคเอกชนจะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมที่เน้นการวิจัยเหล่านี้ให้กลายเป็นความสำเร็จเชิงพาณิชย์ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่ความตั้งใจที่จะปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของทุนทางปัญญาที่มีอยู่ในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:55 UTC