ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ภูริพล บุญสอน ยอดนักวิ่งลมกรดชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานของ Khaosod English ภูริพลทำเวลาได้น่าประทับใจที่ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้

ผลงานของภูริพลถือเป็นการทำลายสถิติ โดยเขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเวลา 9.91 วินาที ก่อนที่จะทำเวลาได้ดียิ่งขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาภายในประเทศ ในขณะที่การเฉลิมฉลองในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้ารอชมผลงานของภูริพลในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป และรอดูว่าความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการกรีฑาของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การสรุปตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปัจจุบันและการรับรองสถิติใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:45 UTC

ไทยจัดเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท หลังเริ่มใช้มาตรการใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท หลังเริ่มใช้มาตรการใหม่

รัฐบาลไทยจัดเก็บอากรขาเข้าจากสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาทตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยจัดเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท หลังเริ่มใช้มาตรการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาท หลังเริ่มใช้มาตรการใหม่

รัฐบาลไทยจัดเก็บอากรขาเข้าจากสินค้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาทตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า รัฐบาลไทยสามารถจัดเก็บอากรขาเข้าจากสินค้าออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 หลังจากเริ่มใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ค้าในประเทศมีภาระภาษีที่สูงกว่า ข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่ามีสินค้านำเข้าภายใต้มาตรการนี้ประมาณ 225 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวมประมาณ 41,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าการสั่งซื้อสินค้าขนาดเล็กจากต่างประเทศจะต้องเสียภาษี ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าที่สั่งซื้อจากแพลตฟอร์มระหว่างประเทศ รัฐบาลสังเกตเห็นแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีสต็อกในประเทศมากขึ้น แม้ว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดและตรวจสอบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์เครื่องหมาย "Made in Thailand" (MiT) อย่างต่อเนื่อง โดยยังต้องรอติดตามผลกระทบระยะยาวต่อราคาผู้บริโภคและประสิทธิภาพของมาตรการบังคับใช้กฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:53 UTC

Taokaenoi Food & Marketing (TKN) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Taokaenoi Food & Marketing (TKN) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน

ยักษ์ใหญ่ด้านขนมขบเคี้ยวของไทย Taokaenoi ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงสุด 80 ล้านบาท โดยจะเริ่มในวันที่ 22 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Taokaenoi Food & Marketing (TKN) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน

แหล่งข่าวเดียว
Taokaenoi Food & Marketing (TKN) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน

ยักษ์ใหญ่ด้านขนมขบเคี้ยวของไทย Taokaenoi ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงสุด 80 ล้านบาท โดยจะเริ่มในวันที่ 22 กันยายน 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทวางแผนที่จะจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 80 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนสูงสุด 17 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 1.23% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด

ระยะเวลาการซื้อหุ้นคืนกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2570 นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล รองกรรมการผู้จัดการของ TKN ระบุว่าวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทและเพิ่มประสิทธิภาพของผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในสถานะทางการเงินและแนวโน้มในอนาคตของบริษัท แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพหรือเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานประจำวันของแบรนด์ขนมหรือความพร้อมจำหน่ายสินค้าสำหรับผู้บริโภค

ในขั้นตอนนี้ จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนจริงและช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงของการทำธุรกรรมภายในระยะเวลา 6 เดือนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันตามผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาด ผู้ที่สนใจควรติดตามการรายงานข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการซื้อหุ้นคืนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:53 UTC

ราคาทองคำร่วงหนักหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำร่วงหนักหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำร่วงหนักหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำร่วงหนักหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในรอบ 3 ปี และได้เปิดช่องให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้

ข้อมูลจาก MTS Gold ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวได้กดดันราคาทองคำ ส่งผลให้ราคาลดลงกว่า 130 ดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูตลาดอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าราคาได้หลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว และแนวรับระยะยาวถัดไปอยู่ที่ประมาณ 4,010 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนในตลาดทองคำโลกนี้อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขายทองคำในท้องถิ่นและราคาเครื่องประดับ เนื่องจากประเทศไทยมีภาคธุรกิจค้าปลีกทองคำที่สำคัญ แม้ว่าการลดลงของราคาในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อค่าเงินบาทและบรรยากาศการลงทุนในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ เนื่องจากสิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อแนวโน้มของตลาดในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:53 UTC

ตลาดหุ้นไทยลุ้นฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยลุ้นฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะทรงตัวและมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยลุ้นฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยลุ้นฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะทรงตัวและมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวเพื่อสร้างฐานและมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

แม้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นสิ่งที่คาดการณ์กันไว้แล้ว แต่เฟดยังได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ นักวิเคราะห์ได้กำหนดแนวรับของดัชนีตลาดหุ้นไทยไว้ที่ 1,555-1,550 จุด และแนวต้านที่ 1,575-1,580 จุด ในสภาวะตลาดเช่นนี้ โบรกเกอร์แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การเลือกซื้อหุ้นรายตัว โดยชู BCH และ KTB เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตามองในวันนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและค่าครองชีพ แม้ว่าตลาดจะเริ่มแสดงสัญญาณของการทรงตัว แต่ความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในอนาคต นักลงทุนควรทราบว่าการคาดการณ์เหล่านี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์ตลาดในปัจจุบันและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:54 UTC

โครงการ EECiti มุ่งพลิกโฉมภาคตะวันออกของไทยสู่ศูนย์กลางแห่งอนาคต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โครงการ EECiti มุ่งพลิกโฉมภาคตะวันออกของไทยสู่ศูนย์กลางแห่งอนาคต

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) กำลังเดินหน้าแผนงาน EECiti ซึ่งเป็นโครงการเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่ที่เน้นด้านสุขภาพ สุขภาวะ และเทคโนโลยี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โครงการ EECiti มุ่งพลิกโฉมภาคตะวันออกของไทยสู่ศูนย์กลางแห่งอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ EECiti มุ่งพลิกโฉมภาคตะวันออกของไทยสู่ศูนย์กลางแห่งอนาคต

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) กำลังเดินหน้าแผนงาน EECiti ซึ่งเป็นโครงการเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่ที่เน้นด้านสุขภาพ สุขภาวะ และเทคโนโลยี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) กำลังเดินหน้าพัฒนา 'EECiti' ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย ในระหว่างการเสวนาที่จัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ นายทองทอง ทองแถม ณ อยุธยา รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ EECiti กล่าวว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการใช้ชีวิตสมัยใหม่ บริการทางการแพทย์ การศึกษา และการดำเนินธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันในสภาพแวดล้อมเมืองแบบ 'อัจฉริยะ'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ โครงการนี้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นภาคส่วนแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านสุขภาพ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว สมรรถภาพทางกีฬา และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัจจุบัน EECO กำลังหารือกับหน่วยงานเอกชนทั้งในและต่างประเทศเพื่อสำรวจความร่วมมือด้านการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเมือง

แม้ว่าโครงการนี้จะถูกวางตำแหน่งให้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับภูมิทัศน์ด้านอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของภูมิภาค แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้เกณฑ์เฉพาะสำหรับการคัดเลือกผู้พัฒนาโครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการสรุป และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเริ่มก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและสุขภาวะเหล่านี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกพันธมิตรภาคเอกชนอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:51 UTC

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

ประเทศไทยจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ทะลุ 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

ประเทศไทยจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าออนไลน์ได้กว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการจัดเก็บรายได้ภาษีจากสินค้านำเข้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก เพื่อลดความได้เปรียบทางภาษีที่ผู้ค้าออนไลน์จากต่างประเทศเคยได้รับเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการไทยในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายภาษีในธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การลดช่องว่างด้านราคาระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตในประเทศมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันของตลาดภายในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่แอบอ้างสถานะ 'Made in Thailand' ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ดำเนินงานในประเทศ

แม้ว่าตัวเลขรายได้จะยืนยันถึงประสิทธิภาพของกลไกการจัดเก็บภาษีในปัจจุบัน แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับมาตรการบังคับใช้ที่จะเกิดขึ้นในส่วนของกระบวนการตรวจสอบ 'Made in Thailand' ผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่ากฎระเบียบทางศุลกากรและการบังคับใช้ภาษีสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศกำลังถูกตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโตคอลการตรวจสอบเฉพาะสำหรับการจัดส่งสินค้าออนไลน์ในขณะที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าควบคุมตลาดดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:55 UTC

ไทยเผยกลยุทธ์สร้าง 'Runway' ทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยกลยุทธ์สร้าง 'Runway' ทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอกรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนแรงงานและภาคธุรกิจของไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยกลยุทธ์สร้าง 'Runway' ทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยกลยุทธ์สร้าง 'Runway' ทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอกรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนแรงงานและภาคธุรกิจของไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในหัวข้อ “Thailand Today: Building a Runway Towards the Future” โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องปรับตัวจากวิธีคิดและการดำเนินงานแบบเดิมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

นางศุภจีชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ โครงสร้างการค้า สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางประชากร โดยเฉพาะแนวโน้มการแบ่งขั้วอำนาจของโลก (Decoupling) ที่ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับจุดยืนเชิงกลยุทธ์ใหม่ โครงการ “Runway” ที่นำเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และแรงงาน เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าและแข่งขันได้ในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ส่งสัญญาณถึงการมุ่งเน้นในระยะยาวด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลของเศรษฐกิจไทย แม้ว่ารัฐบาลจะระบุขอบเขตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไว้แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมซึ่งส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในชีวิตประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:31 UTC

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์กว่า 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์กว่า 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่าการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรกสามารถสร้างรายได้กว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์กว่า 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเผยยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์กว่า 4 พันล้านบาทใน 11 เดือน

กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่าการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรกสามารถสร้างรายได้กว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา

กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีจากสินค้านำเข้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากกว่า 4 พันล้านบาทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มาตรการดังกล่าวซึ่งมีการจัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรกของมูลค่าสินค้า ถูกนำมาใช้เพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบทางภาษีระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและร้านค้าออนไลน์จากต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันให้กับผู้ค้าในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่แอบอ้างสิทธิ์ "Made in Thailand" เพื่อปกป้องมาตรฐานการผลิตภายในประเทศและสร้างความเป็นธรรมในตลาด

แม้ตัวเลขรายได้จะสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของการค้าข้ามพรมแดนออนไลน์ แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ครอบคลุมว่าการตรวจสอบเหล่านี้จะส่งผลต่อความรวดเร็วในการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับพัสดุรายชิ้นอย่างไร หรือมีการวางแผนปรับเกณฑ์ภาษีเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณหน้าหรือไม่ ผู้ที่สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นประจำควรทราบว่าขณะนี้ขั้นตอนทางศุลกากรอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบทางภาษีเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:30 UTC

วทานิกา กรุ๊ป ปฏิเสธข้อกล่าวหาผิดสัญญาจ้างมูลค่า 21 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

วทานิกา กรุ๊ป ปฏิเสธข้อกล่าวหาผิดสัญญาจ้างมูลค่า 21 ล้านบาท

วทานิกา กรุ๊ป ได้ออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระแสข่าวการถูกฟ้องร้องมูลค่า 21 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องสัญญาจ้างทริปเรือยอชต์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

วทานิกา กรุ๊ป ปฏิเสธข้อกล่าวหาผิดสัญญาจ้างมูลค่า 21 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
วทานิกา กรุ๊ป ปฏิเสธข้อกล่าวหาผิดสัญญาจ้างมูลค่า 21 ล้านบาท

วทานิกา กรุ๊ป ได้ออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระแสข่าวการถูกฟ้องร้องมูลค่า 21 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องสัญญาจ้างทริปเรือยอชต์

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก วทานิกา กรุ๊ป

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 วทานิกา กรุ๊ป ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับรายงานข่าวล่าสุดเรื่องการถูกฟ้องร้องเป็นมูลค่า 21 ล้านบาท โดยมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทได้ผิดสัญญาที่เกี่ยวข้องกับบริการทริปเรือยอชต์ ในการตอบโต้ครั้งนี้ ทางกลุ่มบริษัทได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

บริบทและผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทในที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทางบริษัทจะออกมาจัดการเรื่องนี้ต่อสาธารณะเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตน แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องติดตาม ข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับสัญญาบริการระดับสูงเช่นนี้อาจดึงดูดความสนใจของสาธารณชนต่อมาตรฐานและความคาดหวังภายในภาคการท่องเที่ยวหรูหราและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย

สถานะปัจจุบัน

จนถึงขณะนี้ วทานิกา กรุ๊ป ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีความจริง โดยทางบริษัทยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายโต้กลับหรือระบุตัวตนของผู้ฟ้องร้องแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ และการพัฒนาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินต่อไปอย่างไร หรือเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขนอกเหนือจากพื้นที่สื่อ เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากแถลงการณ์ของบริษัท รายละเอียดทั้งหมดของข้อพิพาทตามสัญญายังคงไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการอิสระ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:10 UTC

กองทุนเอสเอ็มอีไทยเปิดตัว 3 โครงการใหญ่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนเอสเอ็มอีไทยเปิดตัว 3 โครงการใหญ่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศแผนงานใหม่มูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ 1,000 ราย โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 209 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนเอสเอ็มอีไทยเปิดตัว 3 โครงการใหญ่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนเอสเอ็มอีไทยเปิดตัว 3 โครงการใหญ่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศแผนงานใหม่มูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ 1,000 ราย โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 209 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดตัว 3 โครงการหลักสำหรับปีงบประมาณ 2569 โดยได้รับงบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาทที่อนุมัติโดยกรมบัญชีกลาง นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ 400 กิจการ และผู้ประกอบการ 1,000 คน

โครงการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน การเพิ่มผลิตภาพ และการขยายตลาด โดยกำหนดลำดับความสำคัญจากผลสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการในปี 2568 ซึ่งพบว่าด้านการตลาด (33.33%) การเงิน (23.28%) และเทคโนโลยีการผลิต/นวัตกรรม (18.52%) เป็นด้านที่สำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนา กองทุนคาดการณ์ว่าความพยายามเหล่านี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 209.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 10.48 เท่าของเงินลงทุนเริ่มต้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่ความหลากหลายของบริการและผลิตภัณฑ์ในตลาดไทยมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะตั้งเป้าสนับสนุนธุรกิจ 400 แห่ง แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการแต่ละส่วนและเกณฑ์ในการคัดเลือกธุรกิจยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:11 UTC

ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกรณีข้อพิพาททางภาษี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกรณีข้อพิพาททางภาษี

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับกรมสรรพากร โดยโต้แย้งการประเมินภาษีจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทที่เขาระบุว่ามีความซ้ำซ้อน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกรณีข้อพิพาททางภาษี

แหล่งข่าวเดียว
ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกรณีข้อพิพาททางภาษี

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับกรมสรรพากร โดยโต้แย้งการประเมินภาษีจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทที่เขาระบุว่ามีความซ้ำซ้อน

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากร โดยการท้าทายทางกฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับการประเมินภาษีจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ โต้แย้งว่ามีความซ้ำซ้อน

ข้อพิพาทดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการยึดทรัพย์สินจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นชินคอร์ปก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายของนายทักษิณยืนยันว่าการเรียกเก็บภาษีในปัจจุบันถือเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เนื่องจากมีการยึดทรัพย์สินไปแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง แม้ว่าคดีดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แต่ก็มักได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวาทกรรมทางการเมือง

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ในชั้นศาล ยังต้องรอการยืนยันว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไรต่อข้อโต้แย้งเรื่องความซ้ำซ้อน หรือกรมสรรพากรจะปรับเปลี่ยนการประเมินหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปเพื่อกำหนดผลลัพธ์ของข้อพิพาททางการเงินที่สำคัญนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายระหว่างบุคคลกับหน่วยงานรัฐ จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือสาธารณชนทั่วไป แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามองในรอบข่าวการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:11 UTC

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีรายงานว่าสร้างความไม่พอใจให้กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีรายงานว่าสร้างความไม่พอใจให้กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการที่ 0.25% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางในรอบ 3 ปี การตัดสินใจดังกล่าวมีรายงานว่าสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้แสดงความไม่พอใจต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มักส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่ออำนาจการซื้อของผู้ที่ถือเงินตราต่างประเทศหรือวางแผนการเดินทางระหว่างสองประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการนำเข้าในประเทศไทย

แม้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับกลยุทธ์อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือหน่วยงานทางการเงินของไทยจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้อย่างไร ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารทางการเงินในท้องถิ่นและแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อทำความเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเหล่านี้อาจส่งผลต่อการวางแผนงบประมาณส่วนบุคคลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:50 UTC

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนน้องใหม่ LUXEED และ VOYAH บุกตลาดไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนน้องใหม่ LUXEED และ VOYAH บุกตลาดไทย

ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนกำลังขยายฐานการตลาดในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าไฮเอนด์ LUXEED และ VOYAH

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนน้องใหม่ LUXEED และ VOYAH บุกตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนน้องใหม่ LUXEED และ VOYAH บุกตลาดไทย

ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนกำลังขยายฐานการตลาดในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าไฮเอนด์ LUXEED และ VOYAH

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 โดยกลุ่มเชอรี่ (Chery Group) กำลังนำแบรนด์ LUXEED เข้าสู่ตลาดไทยเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น ในขณะเดียวกัน ตระกูลอินทรภูวศักดิ์ได้คว้าสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายแบรนด์ VOYAH ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมภายใต้กลุ่มตงเฟิง มอเตอร์ เพื่อเข้ามาแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับไฮเอนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นในภูมิทัศน์ยานยนต์ท้องถิ่น การเข้ามาของแบรนด์เหล่านี้บ่งชี้ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมกำลังมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือสัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง

แม้ว่าแบรนด์เหล่านี้กำลังเข้าสู่ตลาด แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันเปิดตัวที่แน่นอนของแต่ละรุ่น การจัดตั้งศูนย์บริการ และโครงสร้างราคาขั้นสุดท้ายของรถยนต์เหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตเหล่านี้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการสนับสนุนในท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:11 UTC

Intergold จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดระบบชำระเงินอัตโนมัติสำหรับการซื้อขายทองคำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Intergold จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดระบบชำระเงินอัตโนมัติสำหรับการซื้อขายทองคำ

Intergold Gold Trade ได้เชื่อมต่อระบบ API Direct Debit ของธนาคารกรุงไทยเข้ากับแพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการออมและซื้อขายทองคำแบบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Intergold จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดระบบชำระเงินอัตโนมัติสำหรับการซื้อขายทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
Intergold จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดระบบชำระเงินอัตโนมัติสำหรับการซื้อขายทองคำ

Intergold Gold Trade ได้เชื่อมต่อระบบ API Direct Debit ของธนาคารกรุงไทยเข้ากับแพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการออมและซื้อขายทองคำแบบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT

Intergold Gold Trade ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเพื่อเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินดิจิทัลสำหรับนักลงทุนทองคำ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ความร่วมมือนี้ได้นำโซลูชัน API Direct Debit มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารกรุงไทยผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้โดยตรง

นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท Intergold Gold Trade กล่าวว่าการเชื่อมต่อระบบนี้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนยุคดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ที่เน้นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) การทำให้กระบวนการชำระเงินเป็นแบบอัตโนมัติช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถออมและซื้อขายทองคำแท่งได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องโอนเงินด้วยตนเอง

นางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ระบุว่าบริการนี้รองรับการทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถให้ความยินยอมในการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านแอป Krungthai NEXT ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกรรมและรองรับการลงทุนแบบเรียลไทม์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การพัฒนานี้ช่วยลดความซับซ้อนทางเทคนิคในการสะสมทองคำ แม้ว่าระบบจะเปิดใช้งานแล้ว แต่ผู้ใช้งานควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการหักบัญชีอัตโนมัติภายในแอปพลิเคชันธนาคารของตน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเชื่อมต่อระบบนี้จะส่งผลต่อความร่วมมือด้านการชำระเงินดิจิทัลระหว่างสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มการลงทุนอื่นๆ ในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 00:50 UTC

คู่รักเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาทที่นครราชสีมา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คู่รักเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาทที่นครราชสีมา

คู่รักในจังหวัดนครราชสีมาถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569 รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คู่รักเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาทที่นครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาทที่นครราชสีมา

คู่รักในจังหวัดนครราชสีมาถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569 รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คู่รักจากจังหวัดนครราชสีมาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจในพื้นที่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานหลังจากถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้โชคดีคือ นายพิษณุ อายุ 39 ปี และนางสาวปนัดดา อายุ 38 ปี โดยถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ หมายเลข 730640 รวมเป็นเงินรางวัล 12 ล้านบาท

นางสาวปนัดดาเปิดเผยว่า ตนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวหลังจากได้รับภาพสลากจากแม่ค้าที่รู้จักกัน โดยเลขท้าย 640 เป็นเลขที่สะดุดตาจึงตัดสินใจเลือกซื้อ หลังจากทราบผลการออกรางวัล ทั้งคู่ได้ติดต่อแม่ค้าและเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปรับสลากตัวจริงมาเก็บไว้ ก่อนจะนำมาลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยซึ่งยังคงเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แม้ว่าคู่รักจะเปิดเผยเรื่องราวและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่กระบวนการหักภาษีและการจ่ายเงินรางวัลยังคงเป็นขั้นตอนทางธุรการตามมาตรฐานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของคู่รักหรือข้อมูลเฉพาะของแม่ค้าแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 00:30 UTC

ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับโดนัลด์ ทรัมป์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับโดนัลด์ ทรัมป์

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบปัจจุบัน การปรับนโยบายการเงินนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ

การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในทันที โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พอใจต่อสาธารณะ ทรัมป์ได้เรียกร้องให้มีการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งสัญญาณถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้นำทางการเมืองและกลยุทธ์ทางการเงินที่เป็นอิสระของธนาคารกลาง

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาท ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลโดยตรงต่ออำนาจซื้อของผู้ที่ถือเงินดอลลาร์หรือผู้ที่พึ่งพาการโอนเงินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมักนำไปสู่ความผันผวนของตลาดในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และธนาคารกลางสหรัฐจะยังคงดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นในการประชุมครั้งต่อๆ ไปหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าแรงกดดันทางการเมืองจากทรัมป์จะมีผลกระทบที่จับต้องได้ต่อกระบวนการตัดสินใจในอนาคตของธนาคารกลางหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 00:35 UTC

Chang Cold Brew เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Chang Cold Brew เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

Chang Cold Brew ได้เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. ใหม่ พร้อมฝาเปิดกว้าง 360 องศา เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดเบียร์ไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Chang Cold Brew เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Chang Cold Brew เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

Chang Cold Brew ได้เปิดตัว 'Mini Can' ขนาด 250 มล. ใหม่ พร้อมฝาเปิดกว้าง 360 องศา เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดเบียร์ไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online ทาง Chang Cold Brew ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ 'Mini Can' ขนาด 250 มล. อย่างเป็นทางการ การเปิดตัวครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่และผู้ที่มองหาทางเลือกในการดื่มที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นสำคัญของบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้คือฝาเปิดกว้างแบบ 360 องศา ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการดื่มให้ดียิ่งขึ้น

ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่แบรนด์ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเบียร์ที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1.6 แสนล้านบาท การนำเสนอขนาดที่เล็กลงและพกพาสะดวกนี้เป็นความพยายามของบริษัทในการกระจายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนาครั้งนี้หมายความว่าจะมีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ใหม่ของ Chang Cold Brew วางจำหน่ายตามร้านค้าต่างๆ แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะเริ่มเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า 'Mini Can' รูปแบบนี้จะมีการกระจายสินค้าครอบคลุมในภูมิภาคต่างๆ และเครือข่ายร้านค้าปลีกทั่วประเทศมากน้อยเพียงใด ผู้บริโภคที่สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถมองหากระป๋องแบบเปิดกว้างได้ที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การส่งออกไทยเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การส่งออกไทยเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง

ภาคการส่งออกของไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในขณะที่รอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเร่งกระจายตลาดเพื่อการเติบโตในอนาคต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การส่งออกไทยเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งข่าวเดียว
การส่งออกไทยเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง

ภาคการส่งออกของไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในขณะที่รอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเร่งกระจายตลาดเพื่อการเติบโตในอนาคต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ อุตสาหกรรมการส่งออกของไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญเนื่องจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาที่กำลังพัฒนา แม้ว่าการหารือเกี่ยวกับข้อตกลง ART จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความไม่แน่นอนของตลาด แต่ภาคส่วนนี้ยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง

รายละเอียดสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ได้แก่ อัตราภาษีศุลกากรขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ รายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้น กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าที่ปรับปรุงใหม่ และข้อกำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไขแรงงานบังคับ ตัวแปรเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ส่งออกไทยในการวางแผนกลยุทธ์สำหรับปี 2570 และปีต่อๆ ไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าที่ต้องพึ่งพากระแสการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันจะยังคงจำกัด แต่ภาคเอกชนกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อกระจายตลาดส่งออกเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการค้าเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดภูมิทัศน์การแข่งขันสำหรับสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ในท้ายที่สุด คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อการเจรจาคืบหน้าและมีการกำหนดกรอบนโยบายขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 23:10 UTC