ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมใหม่

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประกาศกลยุทธ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมใหม่ผ่านกรอบการทำงาน 'IPO'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมใหม่

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประกาศกลยุทธ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมใหม่ผ่านกรอบการทำงาน 'IPO'

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กำลังผลักดันโครงการเศรษฐกิจใหม่ภายใต้ชื่อ 'BOI to IPO' โดยกลยุทธ์นี้ออกแบบมาเพื่อเร่งการเติบโตของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ผ่านการมอบสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจด้านการลงทุนที่ครอบคลุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ส่งสัญญาณถึงการขยายตัวของตลาดแรงงานในท้องถิ่นและการไหลเข้าของการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวของประเทศไทย โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศให้เป็นศูนย์กลางที่แข่งขันได้มากขึ้นสำหรับภาคส่วนที่กำลังเติบโต ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับ 10 ภาคส่วนนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์ที่บริษัทต้องปฏิบัติตามเพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ คาดว่ากำหนดการสำหรับการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบและรายชื่ออุตสาหกรรมทั้ง 10 แห่งจะได้รับการชี้แจงในการแถลงข่าวของรัฐบาลในอนาคต ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตด้านกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่ามาตรการจูงใจเหล่านี้จะมีโครงสร้างอย่างไรและจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:21 UTC

สภาเมืองพัทยาอนุมัติงบประมาณขยายเครือข่ายกล้อง CCTV
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาเมืองพัทยาอนุมัติงบประมาณขยายเครือข่ายกล้อง CCTV

เมืองพัทยาจัดสรรงบประมาณ 9.6 ล้านบาท เพื่อติดตั้งกล้อง CCTV ใหม่ 141 จุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะและการป้องกันอาชญากรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาเมืองพัทยาอนุมัติงบประมาณขยายเครือข่ายกล้อง CCTV

แหล่งข่าวเดียว
สภาเมืองพัทยาอนุมัติงบประมาณขยายเครือข่ายกล้อง CCTV

เมืองพัทยาจัดสรรงบประมาณ 9.6 ล้านบาท เพื่อติดตั้งกล้อง CCTV ใหม่ 141 จุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะและการป้องกันอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สภาเมืองพัทยาได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 9,665,000 บาท สำหรับโครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพิ่มเติมจำนวน 141 จุดทั่วเมือง ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand โครงการดังกล่าวถูกเสนอโดยนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ในระหว่างการประชุมสภาเมืองพัทยาสมัยสามัญ สมัยที่หนึ่ง ประจำปี 2569

โครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายการสื่อสาร ส่วนบริการและเผยแพร่วิชาการ สำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังภัยบริเวณทางร่วมทางแยกและในเขตชุมชน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมและยกระดับความปลอดภัยให้กับทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองท่องเที่ยวชายทะเลแห่งนี้ นายวสันต์ สุขขี สมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้ให้ความเห็นว่าการขยายระบบนี้สอดคล้องกับนโยบาย 'Smart City' ของเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการดูแลพื้นที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น แม้ว่าขณะนี้งบประมาณจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของกล้องใหม่และกำหนดการติดตั้งให้แล้วเสร็จนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานของเมืองพัทยาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:11 UTC

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20 จุด ขณะที่นักลงทุนตอบรับการปรับอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20 จุด ขณะที่นักลงทุนตอบรับการปรับอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปิดที่ 1,583.34 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้น 20.61 จุด หรือ 1.32% ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ

นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่าแรงหนุนเชิงบวกนี้มาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การปรับตัวขึ้นนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูง เช่น DELTA, ADVANC, GULF และ KBANK นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงยังช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของดัชนี SET สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดสภาพเศรษฐกิจโดยรวมและบรรยากาศทางธุรกิจในท้องถิ่นได้ แม้ว่าตลาดจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในวันนี้ แต่นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจในประเทศควรทราบว่าสภาวะตลาดยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริษัทหลักทรัพย์คาดการณ์ว่าดัชนีอาจมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องในการซื้อขายรอบถัดไป โดยกำหนดแนวต้านไว้ที่ระดับ 1,590-1,595 จุด

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะมีความยั่งยืนเพียงใด เนื่องจากผู้ร่วมตลาดต่างยังคงเฝ้าจับตาดูตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจระดับโลกและผลกระทบที่จะตามมาต่อเสถียรภาพทางการเงินในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:51 UTC

เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

แหล่งข่าวเดียว
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า เงินบาทได้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบหนึ่งเดือนครึ่ง ความเคลื่อนไหวของตลาดนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ครั้งล่าสุด ซึ่งมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอีกหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี 2569

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัยจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่าการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อท่าทีที่เข้มงวดของเฟด สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนนี้อาจส่งผลกระทบต่ออำนาจการซื้อ ผู้ที่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐอาจพบว่าเงินของตนมีมูลค่ามากขึ้นเมื่อแลกเป็นเงินบาท ในขณะที่ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินบาทหรือวางแผนจะโอนเงินไปต่างประเทศอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นสำหรับสินค้านำเข้าหรือการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

แม้ว่าแนวโน้มในปัจจุบันจะสะท้อนถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อการประกาศนโยบายของเฟด แต่ทิศทางระยะยาวของเงินบาทนั้นยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโลกและการตัดสินใจของธนาคารกลางในอนาคต ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าเฟดจะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ส่งสัญญาณไว้ในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารทางการเงินเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความผันผวนเหล่านี้อาจส่งผลต่อการวางแผนงบประมาณส่วนบุคคลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:52 UTC

ตลาดเซฟวัน Go ประกาศปิดสาขาศรีสมาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดเซฟวัน Go ประกาศปิดสาขาศรีสมาน

ตลาดเซฟวัน Go สาขาศรีสมานประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการหลังจากเปิดให้บริการมานานกว่าหนึ่งปี โดยระบุว่ารายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดเซฟวัน Go ประกาศปิดสาขาศรีสมาน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดเซฟวัน Go ประกาศปิดสาขาศรีสมาน

ตลาดเซฟวัน Go สาขาศรีสมานประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการหลังจากเปิดให้บริการมานานกว่าหนึ่งปี โดยระบุว่ารายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

การปิดตัวของตลาดในย่านศรีสมาน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ตลาดเซฟวัน Go ซึ่งตั้งอยู่ในย่านศรีสมานได้ประกาศยุติการดำเนินงาน โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สาขาดังกล่าวเปิดให้บริการมาได้เพียงหนึ่งปีเศษเท่านั้น

เหตุผลของการตัดสินใจ

ฝ่ายบริหารระบุว่าการปิดตัวลงเป็นผลโดยตรงจากผลประกอบการทางการเงินของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปิดดำเนินการนั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ การปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของสาขาศรีสมานในพื้นที่ดังกล่าว

ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนย่านศรีสมานเป็นประจำ การปิดตัวครั้งนี้หมายถึงการสูญเสียแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารในท้องถิ่นที่เปิดให้บริการมาตลอดปีที่ผ่านมา ผู้ที่เคยพึ่งพาตลาดแห่งนี้สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันหรือกิจกรรมยามเย็นจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่นในบริเวณใกล้เคียง

ในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในอนาคต หรือแผนการของบริษัทในการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่อื่นเพื่อทดแทนสาขานี้ ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันสิ้นสุดการดำเนินงานหรือการจัดกิจกรรมลดราคาล้างสต็อก ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงสถานะของพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:10 UTC

KKP Research ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

KKP Research ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569

KKP Research ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP ไทย โดยระบุว่าภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

KKP Research ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
KKP Research ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569

KKP Research ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP ไทย โดยระบุว่าภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ

KKP Research ในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ปรับปรุงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยมีการปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP ในปี 2569 เป็น 2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.1% นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับปี 2570 เป็น 2.7% จากเดิม 2.2%

นักวิเคราะห์ระบุว่าแนวโน้มเชิงบวกนี้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก อย่างไรก็ตาม KKP Research เตือนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกำลังแสดงรูปแบบเป็น 'ตัว K' (K-Shape) โดยในขณะที่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และอิเล็กทรอนิกส์กำลังขยายตัว แต่อุตสาหกรรมดั้งเดิมกลับประสบปัญหาในการเติบโตตามให้ทัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สิ่งนี้บ่งชี้ถึงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่แยกส่วน ซึ่งบริการด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอาจเห็นกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคส่วนอื่นยังคงซบเซา KKP Research ได้แนะนำให้รัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนและผลกำไรให้อยู่ในประเทศได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะดำเนินการยกระดับเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และการฟื้นตัวแบบตัว K จะแคบลงหรือกว้างขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:51 UTC

Gastech 2026 สร้างดีลพลังงานมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Gastech 2026 สร้างดีลพลังงานมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในไทย

งานประชุมพลังงาน Gastech 2026 ในประเทศไทยได้อำนวยความสะดวกในการทำข้อตกลงการลงทุนรวมกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 วันแรก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Gastech 2026 สร้างดีลพลังงานมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
Gastech 2026 สร้างดีลพลังงานมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในไทย

งานประชุมพลังงาน Gastech 2026 ในประเทศไทยได้อำนวยความสะดวกในการทำข้อตกลงการลงทุนรวมกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 วันแรก

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า งานประชุมพลังงานระดับโลก Gastech 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย มีความคึกคักอย่างมากในช่วง 3 วันแรก โดยงานนี้เป็นเวทีสำหรับการสรุปข้อตกลงด้านพลังงานต่างๆ รวมถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU) สัญญาซื้อขาย และแผนการลงทุน รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนเหล่านี้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ทั้งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก๊าซ โรงไฟฟ้า และการต่อเรือ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ข้อตกลงที่สำคัญประการหนึ่งคือสัญญาซื้อขายระยะเวลา 20 ปี ระหว่าง China Gas Holdings และ Venture Global LNG สำหรับการจัดหา LNG ปริมาณ 0.5 ล้านตันต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงบทบาทของประเทศในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานระดับโลก แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะสูงถึง 1.46 หมื่นล้านบาท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการลงทุนด้านพลังงานระหว่างประเทศขนาดใหญ่เหล่านี้จะส่งผลต่อค่าสาธารณูปโภคในท้องถิ่นหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวอย่างไร ในขณะที่งานประชุมยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเฉพาะในภูมิภาคและกรอบเวลาที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:10 UTC

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่ภูเก็ต มุ่งยกระดับเศรษฐกิจแรงงานอิสระ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่ภูเก็ต มุ่งยกระดับเศรษฐกิจแรงงานอิสระ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเปิดตัวโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับแรงงานอิสระ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่ภูเก็ต มุ่งยกระดับเศรษฐกิจแรงงานอิสระ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่ภูเก็ต มุ่งยกระดับเศรษฐกิจแรงงานอิสระ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเปิดตัวโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับแรงงานอิสระ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของกลุ่มแรงงานอิสระ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานกลุ่มนี้ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพและการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนท้องถิ่น การสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับแรงงานอิสระซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศด้านบริการและการท่องเที่ยวของภูเก็ต จะช่วยให้ตลาดท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการในท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลให้เกิดความหลากหลายของบริการสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะ

แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงานและกลไกการสนับสนุนรายได้ที่ชัดเจนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมว่านโยบายเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแผนเศรษฐกิจระดับจังหวัดอย่างไร ในปัจจุบัน การลงพื้นที่นี้ถือเป็นสัญญาณความตั้งใจของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของแรงงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบในหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:52 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณแตะระดับ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณแตะระดับ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าของวันที่ 15 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 09.41 น. ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 300 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า สมาคมรายงานว่าราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความไม่แน่นอนของตลาดในท้องถิ่น ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าแบบดั้งเดิมและเป็นเครื่องมือการลงทุนทั่วไปในประเทศ ผู้ที่วางแผนจะซื้อเครื่องประดับหรือทองคำเพื่อการลงทุนควรทราบว่าราคามีการปรับปรุงบ่อยครั้งตลอดวันทำการตามแนวโน้มของตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

แม้ว่าข้อมูลนี้จะสะท้อนถึงตัวเลขอย่างเป็นทางการที่สมาคมค้าทองคำให้ไว้ ณ เวลาที่รายงาน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีความเสถียรหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจโลกมีการพัฒนาตลอดทั้งสัปดาห์ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางที่เป็นทางการหรือตรวจสอบราคากับร้านทองในพื้นที่แบบเรียลไทม์ก่อนทำธุรกรรม เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:55 UTC

ไทยและสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยและสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)

การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยเจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะรักษาอัตราภาษีที่ 19% ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนตามมาตรา 301

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยและสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)

การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยเจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะรักษาอัตราภาษีที่ 19% ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนตามมาตรา 301

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ไทยและสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงถ้อยคำและรายละเอียดทางเทคนิค

ศุภจี บุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ ระบุว่าแม้ข้อตกลงจะใกล้เสร็จสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการหารือในระดับผู้นำ ฝ่ายไทยกำลังให้ความสำคัญกับการสรุปรายละเอียดเหล่านี้ในระดับเจ้าหน้าที่ เป้าหมายหลักของไทยคือการรักษาอัตราภาษีไว้ที่ 19% โดยพยายามที่จะรับรองตัวเลขนี้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทางการค้าตามมาตรา 301

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนของสินค้านำเข้าและภาพรวมทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศ แม้ว่าความคืบหน้าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แต่กรอบเวลาสำหรับการลงนามขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าการหารือในระดับผู้นำจะถูกกำหนดขึ้นเมื่อใดเพื่อสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การปรับรายละเอียดทางเทคนิคมากกว่าวันที่เริ่มดำเนินการจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:54 UTC

Origin Vertical เร่งยอดขายอสังหาฯ ผ่าน Live Commerce บน Lazada
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Origin Vertical เร่งยอดขายอสังหาฯ ผ่าน Live Commerce บน Lazada

Origin Vertical ใช้กลยุทธ์ไลฟ์สดร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์บน Lazada เพื่อเร่งยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 3

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Origin Vertical เร่งยอดขายอสังหาฯ ผ่าน Live Commerce บน Lazada

แหล่งข่าวเดียว
Origin Vertical เร่งยอดขายอสังหาฯ ผ่าน Live Commerce บน Lazada

Origin Vertical ใช้กลยุทธ์ไลฟ์สดร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์บน Lazada เพื่อเร่งยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 3

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวกลยุทธ์การขายรูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นความสนใจของตลาดในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 3 โดยบริษัทได้ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง 'เอมี่' และ 'บอนนี่' ในการจัดกิจกรรมไลฟ์สดขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Lazada พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษและโค้ดส่วนลดสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่ช่องทางโซเชียลมีเดียและโซเชียลคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยข้อมูลภายในระบุว่าช่องทางออนไลน์สร้างยอดขายได้ประมาณ 30% ของยอดขายรวม การใช้การไลฟ์สดช่วยให้บริษัทสามารถวัดผลการตอบรับจากลูกค้าได้โดยตรง ทั้งจำนวนการเข้าชม การคลิก และการสอบถามข้อมูล ซึ่งช่วยให้เปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเข้ากับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้การค้นหาและตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น แม้ว่าบริษัทจะใช้กลยุทธ์นี้เพื่อเร่งยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายรายไตรมาส แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางที่เน้นดิจิทัลเป็นหลักนี้จะส่งผลต่อกลยุทธ์ราคาในระยะยาวอย่างไร และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อื่นๆ จะหันมาใช้รูปแบบการไลฟ์สดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเช่นเดียวกันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:34 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นตลาดหุ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นตลาดหุ้น

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นตลาดหุ้น

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นตลาดหุ้น

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้เปิดตัวโครงการเชิงกลยุทธ์ในชื่อ 'BOI to IPO' โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุนไทยผ่านการให้สิทธิประโยชน์เฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ 7 แห่ง ซึ่งถูกเรียกว่า 'หุ้นนางฟ้า' ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการเพิ่มความลึกและความหลากหลายของตลาดหุ้นในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนในไทย ตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งขึ้นมักนำไปสู่ความโปร่งใสขององค์กรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางการเงินในระยะยาวสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำธุรกิจในประเทศ

แม้ว่าโครงการจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะที่แท้จริงของสิทธิประโยชน์ที่เสนอให้กับบริษัทเหล่านี้และรายชื่อของบริษัทเป้าหมายทั้ง 7 แห่งยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังต้องติดตามดูว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการจดทะเบียนในตลาดจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงานและเกณฑ์เฉพาะสำหรับสิทธิประโยชน์ของโครงการ 'BOI to IPO'

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:50 UTC

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาททุกสายภายใน ม.ค. 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาททุกสายภายใน ม.ค. 2570

กรุงเทพมหานครกำลังประสานงานเพื่อผลักดันมาตรการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในราคา 45 บาทตลอดสายสำหรับทุกเส้นทาง เริ่มต้นในเดือนมกราคม 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาททุกสายภายใน ม.ค. 2570

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เตรียมใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาททุกสายภายใน ม.ค. 2570

กรุงเทพมหานครกำลังประสานงานเพื่อผลักดันมาตรการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในราคา 45 บาทตลอดสายสำหรับทุกเส้นทาง เริ่มต้นในเดือนมกราคม 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเร่งดำเนินการเพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วมสำหรับรถไฟฟ้า โดยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ว่า กทม. กำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับมาตรการค่าโดยสารราคาเดียว 45 บาทสำหรับรถไฟฟ้าทุกสายและทุกสี

มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและผู้ที่เดินทางในกรุงเทพฯ โดยการปรับปรุงระบบการจัดเก็บค่าโดยสารให้มีความสะดวกมากขึ้น กทม. คาดหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางผ่านเครือข่ายรถไฟฟ้าที่กำลังขยายตัว โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มใช้โครงสร้างราคาใหม่นี้ในเดือนมกราคม 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นโยบายนี้อาจช่วยลดความซับซ้อนในการเดินทางประจำวันและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายระหว่างผู้ให้บริการรถไฟฟ้าที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่า กทม. จะเตรียมการสนับสนุนและการบูรณาการข้อมูลที่จำเป็นแล้ว แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคขั้นสุดท้าย กลไกการแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการ และการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการบังคับใช้โครงสร้างราคานี้กับสัมปทานทั้งของภาครัฐและเอกชนยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. และกระทรวงคมนาคมอย่างใกล้ชิดเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนมกราคม 2570 เพื่อทำความเข้าใจว่าอัตราค่าโดยสารใหม่จะถูกนำมาใช้กับเส้นทางของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:54 UTC

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเส้นทางการเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเส้นทางการเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับไทย

การสอบสวนทางกฎหมายของสหรัฐฯ พบกระแสเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินเจ็ตหรูและการลงทุนในหุ้นไทย โดยมีการระบุชื่อ 'วรภัค'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเส้นทางการเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับไทย

แหล่งข่าวเดียว
สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเส้นทางการเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับไทย

การสอบสวนทางกฎหมายของสหรัฐฯ พบกระแสเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินเจ็ตหรูและการลงทุนในหุ้นไทย โดยมีการระบุชื่อ 'วรภัค'

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ขณะนี้มีการสอบสวนทางการเงินครั้งสำคัญภายในสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นไปที่เส้นทางการเงินที่ซับซ้อนมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีรายงานว่าไหลผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวหรูและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย

การสอบสวนดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนในประเทศไทยหลังจากมีการระบุชื่อ 'วรภัค' ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายของสหรัฐฯ แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงขนาดของการเคลื่อนย้ายเงินทุนและความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ทางการเงินของไทย แต่ลักษณะเฉพาะของธุรกรรมเหล่านี้และขอบเขตของการละเมิดกฎระเบียบยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องของความสนใจทางการเงินและกฎระเบียบเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่การที่หน่วยงานในตลาดหลักทรัพย์ไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบสวนระดับสูงของสภาคองเกรสสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในด้านความโปร่งใสของตลาด ในขั้นตอนนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และยังต้องรอการยืนยันว่าผลการสอบสวนนี้จะมีผลกระทบทางกฎหมายหรือทางการเงินอย่างไรต่อบุคคลที่ถูกระบุชื่อหรือสถาบันของไทยที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางการสหรัฐฯ เกี่ยวกับที่มาและปลายทางของเงินจำนวนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:51 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่เพื่อส่งเสริมให้ SMEs เข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ผ่านโครงการ 'BOI to IPO'

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'BOI to IPO' หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่เพื่อส่งเสริมให้ SMEs เข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ผ่านโครงการ 'BOI to IPO'

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ประกาศโครงการริเริ่มทางเศรษฐกิจใหม่ภายใต้ชื่อ 'BOI to IPO' ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ โครงการนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงภูมิทัศน์อุตสาหกรรมในท้องถิ่นให้ทันสมัยและสร้างบรรยากาศการลงทุนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การส่งเสริมการเติบโตของ SMEs มีเป้าหมายเพื่อสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดภายในประเทศ

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ในการ 'หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่' เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงาน เกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการเข้าร่วมของ SMEs และมาตรการจูงใจทางการเงินที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตด้านกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรและจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางธุรกิจในประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:54 UTC

การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชี้แจงว่ายังไม่มีการยืนยันการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ART

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

แหล่งข่าวเดียว
การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชี้แจงว่ายังไม่มีการยืนยันการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ART

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีความคาดหวังว่าจะมีการหารือระดับสูงระหว่างนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในวันที่ 17 หรือ 18 กันยายน 2569 แต่รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดการหารือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกำลังให้ความสำคัญกับการเจรจาระดับเทคนิคกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนที่จะนำเสนอต่อระดับผู้นำ โดยเป้าหมายหลักยังคงเป็นการรักษาอัตราภาษีที่เหมาะสม ซึ่งคาดหวังว่าจะไม่เกิน 19%

นายกรัฐมนตรี อนุทิน มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาในวันที่ 21–27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นตัวแทนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ แต่การหารือนอกรอบกับผู้นำสหรัฐฯ ยังคงไม่มีการยืนยัน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าแม้ความสัมพันธ์ทางการค้าจะอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่การสรุปข้อตกลง ART ยังคงอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:53 UTC

แรงกดดันทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นที่เปิดมานานในกรุงเทพฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แรงกดดันทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นที่เปิดมานานในกรุงเทพฯ

ร้านเบเกอรี่อายุ 26 ปีในย่านประชานิเวศน์ 1 กำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ในการปิดตัวลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจรายย่อย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แรงกดดันทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นที่เปิดมานานในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นที่เปิดมานานในกรุงเทพฯ

ร้านเบเกอรี่อายุ 26 ปีในย่านประชานิเวศน์ 1 กำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ในการปิดตัวลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจรายย่อย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ร้านเบเกอรี่ 'ประพักตร์' ซึ่งเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานในย่านประชานิเวศน์ 1 กรุงเทพฯ กำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงาน หลังจากให้บริการชุมชนมานานถึง 26 ปี การสื่อสารต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ของทางร้านได้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากที่เจ้าของธุรกิจรายย่อยต้องเผชิญในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องที่สถานประกอบการแบบดั้งเดิมและอิสระในเมืองหลวงต้องเผชิญ แม้ว่าร้านเบเกอรี่แห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้มานานกว่าสองทศวรรษ แต่ความรู้สึกของเจ้าของร้านเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังบีบให้ต้องมีการประเมินอนาคตของธุรกิจใหม่

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าร้านจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ลดขนาดการดำเนินงาน หรือเจ้าของเพียงแค่แสดงความเหนื่อยล้าชั่วคราวเท่านั้น ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็กท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ผู้ที่วางแผนจะไปเยี่ยมชมย่านดังกล่าวเพื่อสนับสนุนร้านควรทราบว่าสถานะระยะยาวของธุรกิจกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยฝ่ายบริหาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:54 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ 68,800 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ 68,800 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศปรับลดราคาทองคำลงเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 10.45 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ภายใต้อัตราที่ปรับปรุงใหม่นี้ ทองรูปพรรณมีการขายออกอยู่ที่บาทละ 68,800 บาท การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้บริโภคในท้องถิ่นต่างเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้รับความนิยมและเป็นส่วนสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศ แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายเครื่องประดับควรทราบว่าราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและข้อมูลการซื้อขายในท้องถิ่น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาลงนี้จะคงอยู่เป็นระยะเวลานานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำมีความอ่อนไหวสูงต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขอแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ หรือปรึกษาร้านทองที่เชื่อถือได้ในพื้นที่เพื่อรับทราบราคาที่เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนราคาเพิ่มเติมในขณะที่การซื้อขายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 04:18 UTC