ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ 'พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย' ช่วยสร้างรายได้เสริม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ 'พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย' ช่วยสร้างรายได้เสริม

Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการใหม่สำหรับนักศึกษาและข้าราชการ เพื่อช่วยให้มีรายได้เสริมท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ 'พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย' ช่วยสร้างรายได้เสริม

แหล่งข่าวเดียว
Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ 'พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย' ช่วยสร้างรายได้เสริม

Grab ประเทศไทย เปิดตัวโครงการใหม่สำหรับนักศึกษาและข้าราชการ เพื่อช่วยให้มีรายได้เสริมท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Grab ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ 'พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถสร้างรายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่นักศึกษาสายอาชีวะและมหาวิทยาลัย รวมถึงข้าราชการ เช่น ทหารและตำรวจ โดยสนับสนุนให้ใช้เวลาว่างมาขับรถรับส่งผู้โดยสารหรือเป็นไรเดอร์จัดส่งอาหารและพัสดุ

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ Grab ประเทศไทย กล่าวว่าโครงการนี้ตอบโจทย์เทรนด์ 'Side Hustle' ที่กำลังเติบโตในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งกำลังมองหาวิธีแบ่งเบาภาระทางการเงินในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกองทัพอากาศ โดยผู้เข้าร่วมใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น อินเซนทีฟพิเศษและอุปกรณ์สนับสนุนการให้บริการ เช่น เสื้อแจ็กเก็ตและกระเป๋าบรรจุอาหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจแบบ Gig Economy ของไทย ที่แพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ที่ยืดหยุ่น แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนขับพาร์ตไทม์จะส่งผลต่อความพร้อมในการให้บริการหรือระยะเวลารอคอยของผู้ใช้บริการอย่างไร Grab ย้ำว่าโครงการนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนโดยไม่จำกัดอายุหรือระดับการศึกษา หากมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:51 UTC

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

Matichon Online รายงานการปรับราคาน้ำมันล่าสุดในประเทศไทย ณ วันที่ 18 กันยายน 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

Matichon Online รายงานการปรับราคาน้ำมันล่าสุดในประเทศไทย ณ วันที่ 18 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 Matichon Online ได้เผยแพร่อัปเดตรายวันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันตามสถานีบริการต่างๆ ทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวให้ข้อมูลตัวเลขล่าสุดสำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซลแก่ผู้ขับขี่และประชาชน ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและนโยบายการกำกับดูแลในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอัปเดตราคานี้มีความสำคัญต่อการวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื่องจากราคาน้ำมันมีผลโดยตรงต่อค่าขนส่งสาธารณะ ค่าโดยสารรถแท็กซี่ และค่าขนส่งสินค้า การติดตามการเปลี่ยนแปลงรายวันเหล่านี้ช่วยให้บุคคลสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าในการเดินทางหรือท่องเที่ยว

แม้ว่ารายงานจะยืนยันสถานะราคาปัจจุบันสำหรับวันดังกล่าว แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าต้นทุนน้ำมันในประเทศไทยอาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการและแต่ละภูมิภาค ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบป้ายแสดงราคาที่สถานีบริการในพื้นที่หรืออัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดก่อนเติมน้ำมัน ณ ขณะนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของน้ำมันแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับข้อมูลล่าสุดจากบริษัทน้ำมันแต่ละแห่งและกรอบการกำกับดูแลด้านพลังงานของประเทศ คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมตามแนวโน้มของตลาดน้ำมันโลกที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:46 UTC

การผงาดของ 'C-Beauty' และผลกระทบต่อตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การผงาดของ 'C-Beauty' และผลกระทบต่อตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย

แบรนด์ความงามจากจีนกำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าทางเลือกราคาประหยัดสู่คู่แข่งระดับโลก ท้าทายอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยด้วยนวัตกรรมและการออกแบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การผงาดของ 'C-Beauty' และผลกระทบต่อตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การผงาดของ 'C-Beauty' และผลกระทบต่อตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย

แบรนด์ความงามจากจีนกำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าทางเลือกราคาประหยัดสู่คู่แข่งระดับโลก ท้าทายอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยด้วยนวัตกรรมและการออกแบบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ อุตสาหกรรมความงามทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากแบรนด์เครื่องสำอางจีนหรือที่รู้จักกันในชื่อ 'C-Beauty' กำลังก้าวข้ามภาพลักษณ์เดิมที่เป็นสินค้าเน้นราคาถูก แบรนด์เหล่านี้กำลังยกระดับตัวเองขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการออกแบบที่ทันสมัย

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความท้าทายด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นสำหรับตลาดเครื่องสำอางไทย ในขณะที่แบรนด์ C-Beauty ขยายตัวในระดับสากลอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตในไทยกำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ใหม่ที่ราคาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยหลักในการสร้างความแตกต่างอีกต่อไป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ความงามที่มีให้เลือกมากขึ้นในตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณของช่วงเวลาแห่งการแข่งขันที่เข้มข้นสำหรับแบรนด์ท้องถิ่นที่ครองพื้นที่ค้าปลีกในประเทศมาอย่างยาวนาน

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของแบรนด์จีนเหล่านี้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทเครื่องสำอางไทยที่มีชื่อเสียงยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้บริโภคอาจได้รับประโยชน์จากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และราคาที่แข่งขันได้ แต่อุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อผู้เล่นระดับโลกรายใหม่เหล่านี้ พัฒนาการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ท้องถิ่นจะปรับกลยุทธ์การตลาดและนวัตกรรมของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เพื่อรักษาตำแหน่งของตนท่ามกลางการแข่งขันระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:01 UTC

SC Asset ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์ฟังก์ชันตอบโจทย์ผู้บริโภคท่ามกลางความท้าทายของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SC Asset ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์ฟังก์ชันตอบโจทย์ผู้บริโภคท่ามกลางความท้าทายของตลาด

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ SC Asset หันหลังให้สงครามราคา โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบฟังก์ชันที่ตรงใจเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SC Asset ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์ฟังก์ชันตอบโจทย์ผู้บริโภคท่ามกลางความท้าทายของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
SC Asset ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์ฟังก์ชันตอบโจทย์ผู้บริโภคท่ามกลางความท้าทายของตลาด

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ SC Asset หันหลังให้สงครามราคา โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบฟังก์ชันที่ตรงใจเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทยอย่าง SC Asset ได้ประกาศปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แทนที่จะเข้าร่วมสงครามราคาที่ดุเดือด บริษัทได้หันมาใช้แนวทาง 'การออกแบบเชิงฟังก์ชัน' (Functional Design) แทน

ผู้บริหารของ SC Asset ระบุว่าผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยมากกว่าขนาดของพื้นที่ บริษัทจึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่ใช้สอยโดยเลือกใส่เฉพาะสิ่งที่จำเป็นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง กลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมต้นทุนการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ยังคงรักษาระดับราคาที่แข่งขันได้สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้พัฒนาโครงการกำลังปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น การมุ่งเน้นไปที่ฟังก์ชันที่ 'ตรงใจ' ทำให้ SC Asset หวังว่าจะรักษาแรงส่งของยอดขายไว้ได้แม้ในสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือ ปรัชญาการออกแบบนี้จะส่งผลต่อมูลค่าการขายต่อในระยะยาวของอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้อย่างไร และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อื่นๆ จะดำเนินรอยตามด้วยการละทิ้งการแข่งขันด้านราคาหรือไม่ ในขณะที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อที่สนใจควรติดตามว่าการออกแบบเชิงฟังก์ชันเหล่านี้จะสามารถสร้างสมดุลระหว่างความคุ้มค่ากับมาตรฐานระดับสูงที่คาดหวังในภาคที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:01 UTC

Gastech 2026 ปิดฉากที่กรุงเทพฯ ด้วยสถิติผู้เข้าร่วมงานสูงสุดและข้อตกลงมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Gastech 2026 ปิดฉากที่กรุงเทพฯ ด้วยสถิติผู้เข้าร่วมงานสูงสุดและข้อตกลงมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

การประชุมด้านพลังงาน Gastech 2026 ในกรุงเทพฯ สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 60,000 คน และบรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Gastech 2026 ปิดฉากที่กรุงเทพฯ ด้วยสถิติผู้เข้าร่วมงานสูงสุดและข้อตกลงมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

แหล่งข่าวเดียว
Gastech 2026 ปิดฉากที่กรุงเทพฯ ด้วยสถิติผู้เข้าร่วมงานสูงสุดและข้อตกลงมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

การประชุมด้านพลังงาน Gastech 2026 ในกรุงเทพฯ สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 60,000 คน และบรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์

การประชุมด้านพลังงาน Gastech 2026 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 หลังจากจัดงานเป็นเวลา 4 วันที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ตามรายงานของ Khaosod Online งานนี้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงาน 59,468 คนจากกว่า 150 ประเทศ รวมถึงรัฐมนตรีด้านพลังงานกว่า 20 คนจากทั่วโลก

ในระหว่างการประชุม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้สรุปข้อตกลงต่างๆ รวมถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU) และสัญญาซื้อขาย รวมมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การจัดหาพลังงาน การผลิตไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้จัดงานระบุว่าความร่วมมือเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและจัดหาความสามารถด้านพลังงานที่จำเป็นสำหรับภาคส่วน AI และศูนย์ข้อมูลที่กำลังขยายตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงสถานะที่เพิ่มขึ้นของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการเจรจาธุรกิจและพลังงานระดับสูง แม้ว่าการประชุมจะประสบความสำเร็จในการอำนวยความสะดวกให้กับข้อผูกพันทางการเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้และผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในท้องถิ่นหรือความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้ายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป งานนี้ตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในด้านความมั่นคงทางพลังงานระดับภูมิภาคและการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:42 UTC

CJ More จับมือ ไทยน้ำทิพย์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิลลุ้นรางวัล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CJ More จับมือ ไทยน้ำทิพย์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิลลุ้นรางวัล

ร้านค้าปลีก CJ More และผู้จัดจำหน่ายโคคา-โคลา ไทยน้ำทิพย์ ได้ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการรีไซเคิลที่มอบรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CJ More จับมือ ไทยน้ำทิพย์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิลลุ้นรางวัล

แหล่งข่าวเดียว
CJ More จับมือ ไทยน้ำทิพย์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิลลุ้นรางวัล

ร้านค้าปลีก CJ More และผู้จัดจำหน่ายโคคา-โคลา ไทยน้ำทิพย์ ได้ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการรีไซเคิลที่มอบรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online ทาง CJ More ได้ร่วมมือกับไทยน้ำทิพย์ ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลาในประเทศไทย เพื่อเปิดตัวแคมเปญรีไซเคิลใหม่ในชื่อ 'โค้ก: แยก แลก ลุ้นโชค' โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างจริงจังผ่านการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลอย่างถูกต้อง

ผู้เข้าร่วมสามารถนำวัสดุรีไซเคิลไปส่งมอบได้ที่จุดรับที่กำหนด โดยแคมเปญนี้มีรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ผู้จัดงานเน้นย้ำว่าการรีไซเคิลจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องและเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ภาคธุรกิจให้กับการสร้างความยั่งยืนและการลดขยะในภาคค้าปลีก แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นแรงจูงใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสาขาของ CJ More ที่เข้าร่วมโครงการและรายการวัสดุรีไซเคิลที่สามารถนำมาแลกได้นั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรตรวจสอบกับร้าน CJ More ในพื้นที่ของตนเพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการและทำความเข้าใจเงื่อนไขในการรับรางวัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:41 UTC

กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแผนลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนาม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแผนลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนาม

กลุ่มเซ็นทรัลของไทยทุ่มงบ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อขยายธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม โดยเล็งเห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแผนลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนาม

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแผนลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนาม

กลุ่มเซ็นทรัลของไทยทุ่มงบ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อขยายธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม โดยเล็งเห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มเซ็นทรัลของไทยได้เปิดเผยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในเวียดนาม รวมมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.16 แสนล้านบาท) โดยแบ่งเป็นการลงทุนของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC จำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จำนวน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่าเวียดนามยังคงเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยคาดการณ์ว่า GDP ของปีนี้อาจเติบโตถึง 7.2% กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน การขยายตัวของสังคมเมือง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้รูปแบบการค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น เงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ขยายศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวทั้งในเมืองใหญ่และเมืองรอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การขยายตัวนี้ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับภูมิทัศน์การค้าปลีกในภูมิภาค ซึ่งอาจนำมาซึ่งประสบการณ์การช้อปปิ้งและบริการที่คุ้นเคยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้แผนการลงทุนจะมีขนาดใหญ่ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการแต่ละแห่งและสถานที่ตั้งที่แน่นอนของโครงการใหม่นั้น บริษัทยังคงต้องมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมในระหว่างที่การดำเนินงานคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:37 UTC

เอสเอ็มอีไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวรับมือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เอสเอ็มอีไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวรับมือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ด้วยการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 อยู่ที่ 1.7% ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเน้นความคล่องตัวมากกว่าขนาดธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เอสเอ็มอีไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวรับมือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

แหล่งข่าวเดียว
เอสเอ็มอีไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวรับมือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ด้วยการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 อยู่ที่ 1.7% ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเน้นความคล่องตัวมากกว่าขนาดธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียง 1.7% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจาก 'finbiz by ttb' จึงได้แนะนำให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง

ข้อความสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจคือการพึ่งพาเพียงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป สภาพตลาดในปัจจุบันเอื้อต่อธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว บทวิเคราะห์ระบุว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจที่มีเงินทุนหรือขนาดใหญ่ที่สุด แต่เป็นธุรกิจที่สามารถปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ซึ่งประสิทธิภาพในการดำเนินงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าคำแนะนำนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น แต่ก็สะท้อนถึงแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการให้บริการต่างๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนต่างๆ จะตอบสนองต่อการคาดการณ์การเติบโตนี้อย่างไร และจะมีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนตัวเลขการเติบโตที่ 1.7% นี้หรือไม่ในช่วงเวลาที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:40 UTC

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

สถานีบริการน้ำมันบางจากได้ประกาศราคาน้ำมันล่าสุดประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยระบุรายละเอียดราคาของแก๊สโซฮอล์และดีเซลประเภทต่างๆ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 18 กันยายน 2569

สถานีบริการน้ำมันบางจากได้ประกาศราคาน้ำมันล่าสุดประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยระบุรายละเอียดราคาของแก๊สโซฮอล์และดีเซลประเภทต่างๆ

ตามข้อมูลที่รายงานโดยประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สถานีบริการน้ำมันบางจากได้ปรับราคาน้ำมันขายปลีกประจำวัน

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 มีราคาอยู่ที่ 39.94 บาทต่อลิตร ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ 91 มีราคาอยู่ที่ 39.57 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล ราคาดีเซล B7 อยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 มีราคาขายปลีกอยู่ที่ 35.69 บาทต่อลิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางรายวันและค่าครองชีพโดยรวม ราคาน้ำมันในประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหมายความว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะสำหรับวันที่ระบุและอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามเปรียบเทียบราคาเหล่านี้กับผู้จำหน่ายน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างแบรนด์และภูมิภาคต่างๆ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบป้ายแสดงราคาที่สถานีบริการในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลราคาที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดก่อนเติมน้ำมัน เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงภาพรวมจากผู้ให้บริการรายเดียวในวันที่ระบุเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

ผลสำรวจใหม่จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 8 แสนบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 17 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

แหล่งข่าวเดียว
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

ผลสำรวจใหม่จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 8 แสนบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 17 ปี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2569 โดยการสำรวจดำเนินการระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,720 รายทั่วประเทศ พบว่าภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 794,945.49 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.3% จาก 740,596.94 บาทในปี 2568

ข้อมูลระบุว่า 91.8% ของครัวเรือนมีหนี้สิน ลดลงเล็กน้อยจาก 95.1% ในปีก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้ในระบบ 77.2% และหนี้นอกระบบ 22.8% ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าแม้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะลดลง แต่ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือมีภาระค่าใช้จ่ายสูง ยังคงมีความเปราะบาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ปัญหาทางเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างนี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดทางการเงินของหลายครอบครัวในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและกิจกรรมทางธุรกิจ แม้ว่าผลสำรวจจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับระดับหนี้ในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐในอนาคตเพื่อบรรเทาภาระนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:52 UTC

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

มติชนออนไลน์รายงานว่าหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 800,000 บาทต่อครัวเรือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

แหล่งข่าวเดียว
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

มติชนออนไลน์รายงานว่าหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 800,000 บาทต่อครัวเรือน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนได้พุ่งสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี ข้อมูลระบุว่าภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นถึง 800,000 บาท

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว แนวโน้มนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ตึงตัวขึ้น ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจนำไปสู่การลดลงของกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในท้องถิ่นและภาคการค้าปลีก สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ก็สะท้อนถึงสภาพทางการเงินในปัจจุบันของประเทศ ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อค่าครองชีพและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

รายงานดังกล่าวเป็นเพียงภาพรวมของระดับหนี้ในปัจจุบัน แต่ยังจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจปัจจัยเฉพาะที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นนี้ รวมถึงแนวทางการตอบสนองเชิงนโยบายของรัฐบาล ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาระหนี้สินนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่ออัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเข้าถึงสินเชื่อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสต่อๆ ไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางการเงินเพื่อประเมินผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:25 UTC

การบินไทยประกาศตารางบินฤดูหนาวพร้อมปรับโฉมห้องโดยสาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การบินไทยประกาศตารางบินฤดูหนาวพร้อมปรับโฉมห้องโดยสาร

การบินไทยเปิดตัวตารางบินฤดูหนาวครอบคลุม 66 เส้นทาง พร้อมแผนการปรับปรุงที่นั่งชั้นธุรกิจใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การบินไทยประกาศตารางบินฤดูหนาวพร้อมปรับโฉมห้องโดยสาร

แหล่งข่าวเดียว
การบินไทยประกาศตารางบินฤดูหนาวพร้อมปรับโฉมห้องโดยสาร

การบินไทยเปิดตัวตารางบินฤดูหนาวครอบคลุม 66 เส้นทาง พร้อมแผนการปรับปรุงที่นั่งชั้นธุรกิจใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การบินไทยได้เปิดตัวตารางบินฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมด 66 เส้นทาง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงตามฤดูกาลนี้ สายการบินยังมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารด้วยการปรับปรุงห้องโดยสารใหม่

หัวใจสำคัญของการปรับปรุงนี้คือการนำที่นั่งชั้นธุรกิจแบบใหม่มาให้บริการ ซึ่งการพัฒนานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่เดินทางระยะไกลและผู้ที่มองหาตัวเลือกบริการระดับพรีเมียมในช่วงฤดูหนาว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงถึงการปรับเปลี่ยนคุณภาพการบริการและขีดความสามารถที่มีอยู่ในเครือข่ายของสายการบิน

แม้ว่าสายการบินจะยืนยันขอบเขตของเครือข่ายเส้นทางบินฤดูหนาวและความมุ่งมั่นในการปรับปรุงห้องโดยสารแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการติดตั้งที่นั่งชั้นธุรกิจใหม่ในฝูงบินทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการบินไทยหรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเพื่อตรวจสอบว่าเที่ยวบินของท่านจะมีรูปแบบห้องโดยสารที่ปรับปรุงใหม่หรือไม่ ในขณะที่สายการบินเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตารางบินฤดูหนาวนี้ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการปรับเปลี่ยนข้อเสนอการบริการหรือความพร้อมของเส้นทางบินเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:10 UTC

กรุงเทพฯ เตรียมใช้เพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 45 บาท ในเดือนมกราคม 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เตรียมใช้เพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 45 บาท ในเดือนมกราคม 2570

ทางการกรุงเทพฯ กำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดเพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยมีเป้าหมายเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ เตรียมใช้เพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 45 บาท ในเดือนมกราคม 2570

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เตรียมใช้เพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 45 บาท ในเดือนมกราคม 2570

ทางการกรุงเทพฯ กำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดเพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยมีเป้าหมายเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570

ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำโครงสร้างค่าโดยสารร่วมสำหรับเครือข่ายรถไฟฟ้าของเมือง โดยโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุดไว้ที่ 45 บาทต่อเที่ยวสำหรับผู้โดยสาร

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกเกี่ยวกับโครงการนี้แล้ว โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มกราคม 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจช่วยลดความซับซ้อนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ระบบขนส่งสาธารณะมีราคาที่เข้าถึงได้และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น การกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุดนี้ถือเป็นความหวังของเมืองในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบรางมากขึ้น

แม้ว่าจะมีการกำหนดเป้าหมายไว้ในช่วงต้นปี 2570 แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน กลไกเฉพาะในการรวมผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแต่ละรายเข้าสู่ระบบค่าโดยสารร่วม รวมถึงข้อกำหนดทางเทคนิคขั้นสุดท้ายสำหรับการนำไปปฏิบัติ ยังคงอยู่ระหว่างการหารือโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานครและกระทรวงคมนาคมเมื่อใกล้ถึงวันเริ่มดำเนินการ เพื่อทำความเข้าใจว่าเพดานค่าโดยสารนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างไรกับเส้นทางของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:20 UTC

ไทยเวียตเจ็ทประกาศปรับเปลี่ยนฝูงบินครั้งใหญ่สู่โบอิ้ง 737
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเวียตเจ็ทประกาศปรับเปลี่ยนฝูงบินครั้งใหญ่สู่โบอิ้ง 737

ไทยเวียตเจ็ทกำลังทยอยเปลี่ยนฝูงบินจากแอร์บัสมาเป็นโบอิ้ง 737-8 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและขยายการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเวียตเจ็ทประกาศปรับเปลี่ยนฝูงบินครั้งใหญ่สู่โบอิ้ง 737

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเวียตเจ็ทประกาศปรับเปลี่ยนฝูงบินครั้งใหญ่สู่โบอิ้ง 737

ไทยเวียตเจ็ทกำลังทยอยเปลี่ยนฝูงบินจากแอร์บัสมาเป็นโบอิ้ง 737-8 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและขยายการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่เรียกว่าช่วง 'การเปลี่ยนผ่านฝูงบิน' (Fleet Transition) โดยสายการบินมีแผนที่จะเปลี่ยนฝูงบินปัจจุบันที่ประกอบด้วยเครื่องบินตระกูลแอร์บัส A320 และ A321 มาเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 50 ลำภายในปี 2571

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากเป้าหมายของสายการบินในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดการบิน การปรับมาตรฐานฝูงบินด้วยโบอิ้ง 737-8 จะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของไทยเวียตเจ็ทในการขยายเส้นทางบินตรงจากภูมิภาคไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อสำหรับทั้งนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

สำหรับผู้โดยสาร การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องโดยสารหรือมาตรฐานการบริการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินรุ่นใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม สายการบินยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการในการปลดระวางเครื่องบินแอร์บัสแต่ละลำ หรือตารางเวลาที่แน่นอนในการนำเครื่องบินโบอิ้งรุ่นใหม่มาให้บริการในเส้นทางเฉพาะ นักเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากไทยเวียตเจ็ทเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการปรับปรุงฝูงบินครั้งนี้จะส่งผลต่อแผนการเดินทางในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:51 UTC

ไทยคงราคาขายปลีกน้ำมันท่ามกลางการปรับลดเงินชดเชย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยคงราคาขายปลีกน้ำมันท่ามกลางการปรับลดเงินชดเชย

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติคงราคาขายปลีกน้ำมันไว้ในขณะนี้ พร้อมปรับลดเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล B7

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยคงราคาขายปลีกน้ำมันท่ามกลางการปรับลดเงินชดเชย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคงราคาขายปลีกน้ำมันท่ามกลางการปรับลดเงินชดเชย

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติคงราคาขายปลีกน้ำมันไว้ในขณะนี้ พร้อมปรับลดเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล B7

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยในขณะนี้

แม้ว่าราคาขายปลีกจะยังคงที่สำหรับผู้บริโภค แต่คณะกรรมการได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล B7 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล B7 จะถูกปรับลดลงเหลือ 8.62 บาทต่อลิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การตัดสินใจนี้หมายความว่าค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันจะไม่เปลี่ยนแปลงในทันทีหลังจากการประกาศนี้ การรักษาเสถียรภาพของราคาขายปลีกมักเป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับราคาขายปลีกในปัจจุบันจะสามารถคงอยู่ได้นานเพียงใดหากความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางทั่วประเทศควรทราบว่าแม้ราคาจะคงที่ในขณะนี้ แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงเป็นองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงได้ในงบประมาณการเดินทาง การอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินชดเชยเหล่านี้โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในอนาคตและการพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:10 UTC

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รื้อยุทธศาสตร์ Local Content เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รื้อยุทธศาสตร์ Local Content เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอว่ามาตรการทางภาษีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์ Local Content ใหม่ทั้งหมด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รื้อยุทธศาสตร์ Local Content เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รื้อยุทธศาสตร์ Local Content เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอว่ามาตรการทางภาษีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์ Local Content ใหม่ทั้งหมด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ได้ให้ความเห็นว่ามาตรการจูงใจทางภาษีในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเขาได้เรียกร้องให้มีการรื้อยุทธศาสตร์ 'Local Content' หรือการใช้ชิ้นส่วนในประเทศครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่มากขึ้น

วีระยุทธเสนอว่าควรมีการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าวให้เข้มงวดและทันสมัยขึ้น โดยข้อเสนอของเขารวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีวัดผลให้ครอบคลุมถึงการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ และการพัฒนาทักษะแรงงานให้เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ Local Content นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนให้มีการเพิ่มการสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในห่วงโซ่อุปทานระดับ Tier 2 และ Tier 3 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจไทย ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในแนวทางการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐบาล หากมีการนำไปปรับใช้จริง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตยานยนต์ในไทยและส่งผลกระทบต่อภาพรวมของห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะรับข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปพิจารณาหรือไม่ หรือจะมีการนำนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติจริงอย่างไร ในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแนวคิดเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่นโยบายที่รัฐบาลประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:52 UTC

การบินไทยโชว์ศักยภาพ คาดรายได้แตะ 2 แสนล้านบาท พร้อมลุยเพิ่มเที่ยวบินเต็มสูบ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การบินไทยโชว์ศักยภาพ คาดรายได้แตะ 2 แสนล้านบาท พร้อมลุยเพิ่มเที่ยวบินเต็มสูบ

การบินไทยรายงานแนวโน้มที่แข็งแกร่งสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยคาดการณ์รายได้จะแตะระดับ 2 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การบินไทยโชว์ศักยภาพ คาดรายได้แตะ 2 แสนล้านบาท พร้อมลุยเพิ่มเที่ยวบินเต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
การบินไทยโชว์ศักยภาพ คาดรายได้แตะ 2 แสนล้านบาท พร้อมลุยเพิ่มเที่ยวบินเต็มสูบ

การบินไทยรายงานแนวโน้มที่แข็งแกร่งสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยคาดการณ์รายได้จะแตะระดับ 2 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 การบินไทยกำลังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริหารสายการบินระบุว่าไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภาพคล่องที่ดี

ในส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโต สายการบินแห่งชาติกำลังเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเที่ยวบินเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยสายการบินได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ท้าทายไว้ที่ 2 แสนล้านบาทสำหรับปีนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การขยายตัวนี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก การเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินมักนำไปสู่การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น ตารางเวลาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจนำไปสู่ราคาที่แข่งขันได้มากขึ้นในเส้นทางยอดนิยม เมื่อสายการบินขยายการดำเนินงาน ผู้โดยสารอาจพบว่าการจองตั๋วในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงทำได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าแนวโน้มของสายการบินจะเป็นไปในเชิงบวก แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายการบินยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเส้นทางระหว่างประเทศหรือในประเทศใดบ้างที่จะได้รับความถี่เที่ยวบินเพิ่มเติม นอกจากนี้ แม้ว่าเป้าหมายรายได้ 2 แสนล้านบาทจะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่ผลประกอบการทางการเงินขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้โดยสารที่ต่อเนื่องและสภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี นักเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการบินไทยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตารางบินที่เฉพาะเจาะจง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:20 UTC

ไทยเผยการใช้พลังงานขั้นต้นช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 0.9%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยการใช้พลังงานขั้นต้นช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 0.9%

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงานการใช้พลังงานในประเทศที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระบุว่าเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยการใช้พลังงานขั้นต้นช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 0.9%

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยการใช้พลังงานขั้นต้นช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 0.9%

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงานการใช้พลังงานในประเทศที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระบุว่าเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์พลังงานของประเทศไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้พลังงานขั้นต้นในประเทศเพิ่มขึ้น 0.9% ในช่วงเวลาดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้เชื่อมโยงความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้โดยตรงกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากการดำเนินกิจกรรมทางอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมมีการเติบโตขึ้น ความต้องการพลังงานที่สอดคล้องกันจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจมหภาคถึงทิศทางการพัฒนาในปัจจุบันของประเทศไทย แม้ว่าการเพิ่มขึ้น 0.9% จะถือว่าค่อนข้างน้อย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงจังหวะของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มั่นคง สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาเยือนประเทศ สิ่งนี้บ่งชี้โดยทั่วไปถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มั่นคงสำหรับธุรกิจและบริการที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สม่ำเสมอ

ในขั้นตอนนี้ รายงานดังกล่าวให้ภาพรวมระดับสูงของช่วงครึ่งปีแรกเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจำแนกแหล่งพลังงาน เช่น สัดส่วนที่แน่นอนของการใช้พลังงานหมุนเวียนเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือการคาดการณ์สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้นนี้ ผู้สังเกตการณ์น่าจะรอการอัปเดตในอนาคตจาก สนพ. เพื่อทำความเข้าใจว่ารูปแบบการบริโภคเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อสิ้นปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:20 UTC