ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ สนใจแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ สนใจแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย

รัฐบาลไทยรายงานว่าภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ให้ความสนใจอย่างมากในการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศไทย

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ สนใจแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ สนใจแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย

รัฐบาลไทยรายงานว่าภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ให้ความสนใจอย่างมากในการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศไทย

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทยได้มีการหารือกับตัวแทนภาคธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งการพบปะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของบริษัทอเมริกันในการสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ในตลาดไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มโอกาสในการจ้างงานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าข่าวนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในทันที แต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่บูรณาการมากขึ้นมักจะสัมพันธ์กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มาเยือนในระยะยาว

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือการหารือเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงท่าทีตอบรับเชิงบวกต่อข้อเสนอเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขนาดของการลงทุน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจาเหล่านี้ยังไม่มีการสรุปหรือประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในขณะที่การเจรจาทางธุรกิจเหล่านี้ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:01 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 68,600 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 68,600 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยเมื่อเวลา 14.06 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองคำปรับตัวลดลง 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับประชาชนและนักลงทุน ราคาตลาดปัจจุบันสำหรับทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,600 บาทต่อบาททองคำ ความผันผวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่า ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญสำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศของไทย สำหรับนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่ถือครองสินทรัพย์เป็นทองคำหรือติดตามกำลังซื้อในท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันถือเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเงินของไทย

แม้ว่าสมาคมค้าทองคำจะให้ตัวเลขอย่างเป็นทางการเหล่านี้ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรทราบว่าราคาขายปลีกในร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จหรือความต้องการในท้องถิ่น สำหรับแนวโน้มในระยะยาวในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นั้นยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากสภาวะตลาดโลกยังคงส่งผลกระทบต่อราคาในท้องถิ่น ผู้ที่สนใจซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบเว็บไซต์ของสมาคมหรือไปที่ร้านทองที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นเพื่อรับราคาเสนอซื้อขายที่เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:46 UTC

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวโครงการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยงานวิจัย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวโครงการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยงานวิจัย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังนำงานวิจัยด้านตลาดทุนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ 142 แห่ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวโครงการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยงานวิจัย

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวโครงการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยงานวิจัย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังนำงานวิจัยด้านตลาดทุนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ 142 แห่ง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศโครงการใหม่เพื่อนำงานวิจัยทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจจริง ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่บริษัท 142 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ 'JUMP+' โดยมีเป้าหมายเพื่อนำผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงธรรมาภิบาลองค์กรและการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานและมูลค่าทางธุรกิจของบริษัทเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริหารจัดการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้นในตลาดไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพและความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ SET ยังได้วางแผนสำหรับปี 2570 ซึ่งรวมถึงการจัดเวทีใหญ่สองเวทีเพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคตลาดทุน

แม้ว่าในขณะนี้โครงการจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาภายในองค์กร แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อผลประกอบการของหุ้นหรือบริการสำหรับผู้บริโภคอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสำเร็จและการบูรณาการผลการวิจัยเหล่านี้เข้าสู่แนวปฏิบัติของตลาดในวงกว้างต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไปสู่เป้าหมายในปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:46 UTC

แม่ค้าในอุทัยธานีเรียกร้องให้ขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แม่ค้าในอุทัยธานีเรียกร้องให้ขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

ผู้ค้าอาหารรายย่อยในจังหวัดอุทัยธานีเรียกร้องให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน เพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แม่ค้าในอุทัยธานีเรียกร้องให้ขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
แม่ค้าในอุทัยธานีเรียกร้องให้ขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

ผู้ค้าอาหารรายย่อยในจังหวัดอุทัยธานีเรียกร้องให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน เพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ค้าอาหารริมทางในจังหวัดอุทัยธานีได้แสดงความพึงพอใจต่อโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจขนาดเล็ก โดยช่วยให้ผู้ค้าสามารถบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ขณะนี้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 2 เดือน โดยให้เหตุผลว่าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนี้มีความจำเป็นต่อการรักษาอัตรากำไรและช่วยให้ราคาสินค้าอาหารยังคงอยู่ในระดับที่ชุมชนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงได้ท่ามกลางแรงกดดันทางการเงินที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กยังคงมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนของต้นทุนการผลิต แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่การพึ่งพาเงินอุดหนุนเหล่านี้ก็ตอกย้ำถึงความท้าทายในวงกว้างที่ภาคธุรกิจอาหารนอกระบบกำลังเผชิญอยู่ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะอนุมัติการขยายเวลาตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือโครงการจะสิ้นสุดลงตามกำหนดการเดิม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอนาคตของมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:41 UTC

ไทยรายงานยอดนำเข้าจากจีนพุ่งสูง เสนอตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรายงานยอดนำเข้าจากจีนพุ่งสูง เสนอตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังร่วมมือกับจีนเพื่อจัดตั้งระบบ 'เตือนภัยล่วงหน้า' หลังจากยอดการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนทะลุ 2.21 ล้านล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรายงานยอดนำเข้าจากจีนพุ่งสูง เสนอตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรายงานยอดนำเข้าจากจีนพุ่งสูง เสนอตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังร่วมมือกับจีนเพื่อจัดตั้งระบบ 'เตือนภัยล่วงหน้า' หลังจากยอดการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนทะลุ 2.21 ล้านล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ประเทศไทยได้บันทึกการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยมีมูลค่ารวมเกิน 2.21 ล้านล้านบาท เพื่อตอบสนองต่อปริมาณการค้านี้ กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เริ่มหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนเพื่อดำเนินการจัดตั้งระบบ 'เตือนภัยล่วงหน้า' (Early Warning)

กลไกที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อติดตามกรณีการทุ่มตลาดที่อาจเกิดขึ้นและลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ การสร้างกรอบการเฝ้าระวังเชิงรุกนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทางการไทยสามารถจัดการการไหลเข้าของสินค้าได้ดียิ่งขึ้นและปกป้องเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในนโยบายการค้าและการกำกับดูแลตลาดของไทย การเปลี่ยนแปลงในการกำกับดูแลการนำเข้าบางครั้งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดท้องถิ่น แม้ว่าการจัดตั้งระบบนี้จะยังอยู่ในระหว่างการหารือ แต่รายละเอียดการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการนำไปใช้นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวทางความร่วมมือนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างไร และจะนำไปสู่มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นสำหรับสินค้าที่นำเข้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:20 UTC

ไทยเสนอเพิ่มสต็อกสำรองข้าวและน้ำมันปาล์มเพื่อความมั่นคง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเสนอเพิ่มสต็อกสำรองข้าวและน้ำมันปาล์มเพื่อความมั่นคง

กระทรวงพาณิชย์วางแผนเพิ่มปริมาณสำรองอาหารของประเทศเพื่อลดความผันผวนของราคาและป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทานจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดจากเอลนีโญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเสนอเพิ่มสต็อกสำรองข้าวและน้ำมันปาล์มเพื่อความมั่นคง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสนอเพิ่มสต็อกสำรองข้าวและน้ำมันปาล์มเพื่อความมั่นคง

กระทรวงพาณิชย์วางแผนเพิ่มปริมาณสำรองอาหารของประเทศเพื่อลดความผันผวนของราคาและป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทานจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดจากเอลนีโญ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอให้มีการปรับเพิ่มปริมาณสต็อกสำรองเพื่อความมั่นคงสำหรับข้าวและน้ำมันปาล์มดิบ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่าแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศและสร้างเสถียรภาพด้านราคาในตลาดภายในประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยข้อเสนอดังกล่าวระบุให้เพิ่มปริมาณสำรองข้าว 30% และเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันปาล์มดิบ 20%

เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้สต็อกข้าวทั่วโลกจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ราคายังคงอยู่ในระดับสูงเนื่องจากหลายประเทศเริ่มทยอยสะสมสต็อกเพื่อความมั่นคงภายในของตนเอง อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ยืนยันว่าประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่จะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวหรือน้ำมันปาล์มขวด และไม่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นราคาอย่างรุนแรง ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังเฝ้าระวังสินค้าเกษตรอื่นๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมันสำปะหลังและข้าวโพด ซึ่งผลผลิตภายในประเทศอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการและอาจจำเป็นต้องมีการนำเข้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แม้กระทรวงฯ จะมีความมั่นใจในสถานการณ์อุปทานปัจจุบัน แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายและรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับโควตาสำรองที่เพิ่มขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:22 UTC

Thai Post จัดเวทีเสวนาพิเศษเจาะลึกความท้าทายของอุตสาหกรรมสีเขียว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thai Post จัดเวทีเสวนาพิเศษเจาะลึกความท้าทายของอุตสาหกรรมสีเขียว

Thai Post ฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยรายการพิเศษที่มุ่งเน้นไปที่อนาคตและอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thai Post จัดเวทีเสวนาพิเศษเจาะลึกความท้าทายของอุตสาหกรรมสีเขียว

แหล่งข่าวเดียว
Thai Post จัดเวทีเสวนาพิเศษเจาะลึกความท้าทายของอุตสาหกรรมสีเขียว

Thai Post ฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยรายการพิเศษที่มุ่งเน้นไปที่อนาคตและอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชน Thai Post ได้จัดรายการสดพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี โดยรายการในชื่อ 'ผ่าทางตัน อุตสาหกรรมสีเขียว' ได้นำเสนอการเสวนาเพื่อวิเคราะห์สถานะปัจจุบันและทิศทางในอนาคตของการปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการสนทนาระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่นโยบายการผลิตและพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ประเทศไทยพยายามปรับผลผลิตทางอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก การอภิปรายเช่นนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบหรือแรงจูงใจในการลงทุนใหม่ๆ ในภาคส่วนสีเขียว การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจและกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาวของประเทศ

แม้ว่ารายการดังกล่าวจะเป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญได้อภิปรายประเด็นสำคัญเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือผลลัพธ์ทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมในระหว่างการเสวนา ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ากิจกรรมนี้เป็นเวทีเชิงวิเคราะห์เป็นหลัก รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการริเริ่มของรัฐบาลหรือข้อผูกพันของภาคเอกชนที่อาจเกิดขึ้นจากการอภิปรายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปสำหรับการพัฒนาเชิงนโยบายในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:04 UTC

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท

คณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติได้อนุมัติยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญภายใน 25 ปีข้างหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท

คณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติได้อนุมัติยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญภายใน 25 ปีข้างหน้า

ตามรายงานจาก Matichon Online คณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติได้อนุมัติยุทธศาสตร์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' อย่างเป็นทางการ ความคิดริเริ่มที่ทะเยอทะยานนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนรวม 2.5 ล้านล้านบาทภายใน 25 ปีข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นโยบายนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการแรงงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในภาคเทคโนโลยี แม้ว่ายุทธศาสตร์นี้จะมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการจูงใจอย่างไรให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย และจะมีกรอบกฎระเบียบเฉพาะใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้

นักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจควรทราบว่านี่เป็นแผนงานทางเศรษฐกิจระยะยาว แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะสั้น แต่ก็เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับภูมิภาค รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานเฉพาะ ช่วงเวลาของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และลักษณะที่แน่ชัดของมาตรการจูงใจในการลงทุนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:22 UTC

ภาคเอกชนหนุนรัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' อีก 2 เดือน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคเอกชนหนุนรัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' อีก 2 เดือน

ผู้นำภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคเอกชนหนุนรัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' อีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเอกชนหนุนรัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' อีก 2 เดือน

ผู้นำภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ตัวแทนจากภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลให้ขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยผู้นำภาคธุรกิจให้เหตุผลว่าการขยายเวลาดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นแหล่งเงินทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่กำลังเผชิญกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน

นอกเหนือจากการขยายโครงการแล้ว ภาคเอกชนยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานสำหรับ SME โดยผู้สนับสนุนข้อเสนอนี้ชี้ว่าการลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของธุรกิจไทยในตลาดระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นและสนับสนุนเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของภาคบริการและค้าปลีก แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อรัฐบาลแล้ว แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะอนุมัติการขยายเวลา 2 เดือนหรือจะมีการนำนโยบายใหม่ๆ มาใช้เพื่อตอบสนองต่อการลดต้นทุนที่ร้องขอหรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:22 UTC

เจ้าหน้าที่อุบลราชธานีติดตามการใช้จ่ายงบประมาณปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่อุบลราชธานีติดตามการใช้จ่ายงบประมาณปี 2569

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีจัดการประชุมเพื่อเร่งรัดและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีจากปี 2568

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่อุบลราชธานีติดตามการใช้จ่ายงบประมาณปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่อุบลราชธานีติดตามการใช้จ่ายงบประมาณปี 2569

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีจัดการประชุมเพื่อเร่งรัดและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีจากปี 2568

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 11 ได้เข้าร่วมการประชุมประสานงานในจังหวัดอุบลราชธานี โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การติดตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3 เพื่อเร่งรัดและติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ การประชุมได้หารือทั้งในส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีจากปีงบประมาณ 2568 โดยกระบวนการกำกับดูแลนี้เกี่ยวข้องกับส่วนราชการ หน่วยงาน และอำเภอต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในส่วนที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามด้านการบริหารจัดการเพื่อให้มั่นใจว่าเงินงบประมาณแผ่นดินจะถูกนำไปใช้ในจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่การจัดการการคลังภายในและความรับผิดชอบของหน่วยงาน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องต่อโครงการพัฒนาภูมิภาค ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำใดที่จะได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการจัดสรรงบประมาณเหล่านี้อาจส่งผลต่อบริการท้องถิ่นหรือโครงการสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:10 UTC

กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และสุขภาพใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และสุขภาพใหม่

กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ได้เปิดตัวแผนประกันใหม่ 2 แผน ได้แก่ 'BLA Saving 168' และ 'BLA Saving and Care 168' เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุด้วยความคุ้มครองระยะยาว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และสุขภาพใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และสุขภาพใหม่

กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ได้เปิดตัวแผนประกันใหม่ 2 แผน ได้แก่ 'BLA Saving 168' และ 'BLA Saving and Care 168' เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุด้วยความคุ้มครองระยะยาว

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ด้วยการเปิดตัวกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ 2 ฉบับ ได้แก่ 'บีแอลเอ เซฟวิ่ง 168' และ 'บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168' ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรสูงวัยในประเทศไทย โดยผสมผสานการออมทรัพย์เข้ากับการคุ้มครองสุขภาพ

แผนประกันดังกล่าวมีระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี และให้ความคุ้มครองนาน 16 ปี ผู้ถือกรมธรรม์มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนรายปีตลอดอายุสัญญา รวมถึงเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา โดยกรุงเทพประกันชีวิตระบุว่าผลประโยชน์รวมสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ที่มีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญาสูงถึง 928% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการวางแผนทางการเงินและความมั่นคงด้านสุขภาพในขณะที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แผนประกันเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวควบคู่ไปกับการคุ้มครองสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรทราบว่าเงื่อนไขเฉพาะและเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยจะถูกกำหนดโดยบริษัทประกันภัย ขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจปรึกษากับกรุงเทพประกันชีวิตโดยตรงหรือที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาต เพื่อยืนยันว่าแผนประกันเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและความต้องการด้านสุขภาพส่วนบุคคลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:46 UTC

ไทยเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยี

รัฐบาลไทยอนุมัติยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อเปลี่ยนประเทศให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยี

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยี

รัฐบาลไทยอนุมัติยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อเปลี่ยนประเทศให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยจากการเป็นฐานการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

แผนยุทธศาสตร์นี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการประกอบและทดสอบชิปที่มีอยู่ พร้อมยกระดับสู่การผลิตขั้นสูงภายในปี 2573 รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายโดยมุ่งดึงดูดการลงทุน 5 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี และเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 ทางการคาดการณ์ว่าการขยายตัวนี้จะสร้างงานใหม่กว่า 230,000 ตำแหน่ง และเพิ่มรายได้รวมของอุตสาหกรรมเป็น 5 ล้านล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ นโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์อุตสาหกรรมของไทย ซึ่งอาจช่วยส่งเสริมตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงให้แข็งแกร่งขึ้นและดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีระหว่างประเทศ แม้ว่าแผนยุทธศาสตร์จะให้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับสองทศวรรษข้างหน้า แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินงานในระยะที่ 2 และ 3 รวมถึงมาตรการจูงใจที่ชัดเจนสำหรับภาคเอกชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:03 UTC

ซูเลียน ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ คอฟฟี่ พลัส
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ซูเลียน ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ คอฟฟี่ พลัส

ซูเลียน ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของแบรนด์ 'คอฟฟี่ พลัส' ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 42,000 ล้านซอง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ซูเลียน ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ คอฟฟี่ พลัส

แหล่งข่าวเดียว
ซูเลียน ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ คอฟฟี่ พลัส

ซูเลียน ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของแบรนด์ 'คอฟฟี่ พลัส' ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 42,000 ล้านซอง

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศความสำเร็จทางธุรกิจครั้งสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 'คอฟฟี่ พลัส' โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่าบริษัทมียอดจำหน่ายสะสมรวมสูงกว่า 42,000 ล้านซอง ซึ่งทางบริษัทได้เน้นย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการมีตัวตนในตลาดมาอย่างยาวนานและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ยั่งยืนของสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถิ่นบางประเภทภายในภาคธุรกิจขายตรงและค้าปลีก แม้ว่าบริษัทจะมองว่านี่เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดการแบ่งยอดขายตามภูมิภาคหรือช่วงเวลาที่ชัดเจน รวมถึงไม่ได้ระบุถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงสูตรผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด

เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากการประกาศขององค์กรเกี่ยวกับข้อมูลยอดขายในอดีต จึงถือเป็นการสะท้อนถึงสถานะของแบรนด์ในตลาดมากกว่าที่จะเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มทางเศรษฐกิจในปัจจุบันหรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้สังเกตการณ์อาจตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงของบริษัทหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันผ่านการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:05 UTC

ตลาดรถเก็บขยะไฟฟ้าในยุโรปคาดการณ์มูลค่าแตะ 1 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดรถเก็บขยะไฟฟ้าในยุโรปคาดการณ์มูลค่าแตะ 1 แสนล้านบาท

รายงานจาก Persistence Market Research ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านของยุโรปไปสู่ยานพาหนะเก็บขยะไฟฟ้าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2033

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดรถเก็บขยะไฟฟ้าในยุโรปคาดการณ์มูลค่าแตะ 1 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดรถเก็บขยะไฟฟ้าในยุโรปคาดการณ์มูลค่าแตะ 1 แสนล้านบาท

รายงานจาก Persistence Market Research ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านของยุโรปไปสู่ยานพาหนะเก็บขยะไฟฟ้าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2033

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจาก Persistence Market Research ตลาดรถเก็บขยะไฟฟ้าในยุโรปกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเมืองต่างๆ ทั่วยุโรปกำลังทยอยเปลี่ยนฟลีตยานพาหนะของเทศบาลจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นทางเลือกไฟฟ้า โดยคาดว่าภาคส่วนนี้จะเติบโตขึ้นเกือบ 4 เท่า

การคาดการณ์ระบุว่ามูลค่าตลาดของยานพาหนะเก็บขยะไฟฟ้าเหล่านี้จะสูงถึงประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2033 การเปลี่ยนแปลงนี้ขับเคลื่อนโดยโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนในเมืองที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยมลพิษและมลภาวะทางเสียงในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในยุโรป การเปลี่ยนผ่านนี้อาจนำไปสู่บริการจัดการขยะที่เงียบและสะอาดขึ้นในเมืองใหญ่ในช่วงทศวรรษหน้า แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคส่วนนี้จะมีนัยสำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามว่าเทศบาลแต่ละแห่งจะดำเนินการเปลี่ยนฟลีตยานพาหนะได้รวดเร็วเพียงใด และจำเป็นต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะด้านอย่างไรบ้างเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของการใช้พลังงานไฟฟ้าในบริการสาธารณะ ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้นภายในภูมิภาคยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:50 UTC

บริษัทลูกของ Samart Telcoms คว้าสัญญา ERP ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บริษัทลูกของ Samart Telcoms คว้าสัญญา ERP ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

Portalnet บริษัทในเครือของ Samart Telcoms ได้รับสัญญาในการติดตั้งระบบ ERP ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่งผลให้ยอดงานในมือ (Backlog) รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 8.69 พันล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บริษัทลูกของ Samart Telcoms คว้าสัญญา ERP ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
บริษัทลูกของ Samart Telcoms คว้าสัญญา ERP ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

Portalnet บริษัทในเครือของ Samart Telcoms ได้รับสัญญาในการติดตั้งระบบ ERP ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่งผลให้ยอดงานในมือ (Backlog) รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 8.69 พันล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท พอร์ทัลเน็ท จำกัด (Portalnet) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สามารถเทลคอม (SAMTEL) ได้รับสัญญาในการติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลของประเทศไทย โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ต่อเนื่องของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าภายในภาครัฐ

ภายหลังการได้รับสัญญาดังกล่าว สามารถเทลคอมรายงานว่ายอดงานในมือ (Backlog) รวมของบริษัทได้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 8.692 พันล้านบาท โดยบริษัทแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางการเงินของตน โดยฝ่ายบริหารตั้งเป้าที่จะผลักดันยอดงานในมือรวมให้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องภายในรัฐวิสาหกิจ แม้ว่าการติดตั้งระบบ ERP จะเป็นการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการใช้งานระบบอย่างเต็มรูปแบบและมูลค่าที่แน่นอนของสัญญานี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดงานในมือรวม 1 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีได้หรือไม่ ในขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าแสวงหาโครงการอื่นๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:44 UTC

ไทยตั้งเป้าติดอันดับ Top 20 ของโลกด้านการลงทุนภายในปี 2573
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งเป้าติดอันดับ Top 20 ของโลกด้านการลงทุนภายในปี 2573

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับผู้นำธุรกิจจากสหรัฐฯ เพื่อวางกลยุทธ์ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยตั้งเป้าติดอันดับ Top 20 ของโลกด้านการลงทุนภายในปี 2573

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งเป้าติดอันดับ Top 20 ของโลกด้านการลงทุนภายในปี 2573

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับผู้นำธุรกิจจากสหรัฐฯ เพื่อวางกลยุทธ์ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับตัวแทนจากภาคธุรกิจของสหรัฐอเมริกา โดยมีประเด็นหลักคือการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในประเทศไทย

ในระหว่างการประชุม รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่กลุ่ม 20 ประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนมากที่สุดในโลกภายในปี 2573 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ทันสมัยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในช่วงปีต่อๆ ไป สำหรับนักท่องเที่ยว การเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าวมักจะมาพร้อมกับการบริการที่ดีขึ้นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในศูนย์กลางเมืองใหญ่

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่กลไกทางนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการหารือเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นกฎระเบียบที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในปี 2573 ได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:41 UTC

รัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ที่นิวยอร์กเพื่อดึงดูดการลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ที่นิวยอร์กเพื่อดึงดูดการลงทุน

เจ้าหน้าที่ไทยหารือกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก เพื่อเน้นย้ำศักยภาพของประเทศด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงานสะอาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ที่นิวยอร์กเพื่อดึงดูดการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ที่นิวยอร์กเพื่อดึงดูดการลงทุน

เจ้าหน้าที่ไทยหารือกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก เพื่อเน้นย้ำศักยภาพของประเทศด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงานสะอาด

รัฐบาลไทยได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ที่นครนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Bank of America, PIMCO และ Microsoft ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คณะผู้แทนไทยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนโดยชูศักยภาพเชิงกลยุทธ์ของไทยในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

นอกเหนือจากด้านเทคโนโลยีแล้ว การหารือยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงกับองค์กรการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำเหล่านี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่แข่งขันได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวสู่เศรษฐกิจที่บูรณาการด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการทำงานในภาคส่วนเฉพาะทางและการปรับปรุงบริการดิจิทัล สำหรับนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างของไทยในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของการเชื่อมต่อดิจิทัลและบริการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อตกลงการลงทุนหรือโครงการใดที่จะเกิดขึ้นจริงจากการประชุมระดับสูงครั้งนี้ เนื่องจากประเด็นหลักของการหารือคือการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและการสร้างความร่วมมือในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:51 UTC

ไทยผลักดันอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่มาตรฐานโลกอย่างยั่งยืนในงาน GLSTF 2026
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยผลักดันอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่มาตรฐานโลกอย่างยั่งยืนในงาน GLSTF 2026

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่ระดับสากลในงานประชุม GLSTF 2026

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยผลักดันอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่มาตรฐานโลกอย่างยั่งยืนในงาน GLSTF 2026

แหล่งข่าวเดียว
ไทยผลักดันอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่มาตรฐานโลกอย่างยั่งยืนในงาน GLSTF 2026

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจสู่ระดับสากลในงานประชุม GLSTF 2026

ในการประชุม Global Sustainable Timber Forum (GLSTF) 2026 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอความพยายามเชิงกลยุทธ์ของไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การบูรณาการแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนเข้ากับภาคป่าไม้ เพื่อให้มั่นใจถึงความอยู่รอดทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตไม้ที่มีการกำกับดูแลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การปรับตัวให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานโลกมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกป่าและการจัดการที่ดินอย่างรับผิดชอบ

แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อมาตรฐานเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่แน่ชัดสำหรับผู้ประกอบการไม้ภาคเอกชนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจป่าไม้ในท้องถิ่นอย่างไร และจะมีการกำหนดข้อกำหนดการรับรองใหม่สำหรับการค้าภายในประเทศหรือไม่ ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนถึงเป้าหมายระดับชาติที่กว้างขึ้นในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้ว่าผลกระทบในทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับประสิทธิผลของกรอบกฎระเบียบที่นำเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:41 UTC